[ Fic : KHR ] Destinesia . All27

ตอนที่ 5 : [Rewrite ✔] Destinesia 04: Cloudy sky

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,578
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 179 ครั้ง
    10 ก.ย. 62




04: Cloudy sky

 

 

 

 

 

 

ชายผู้ไม่เคยหวั่นเกรงต่อสิ่งใด ไม่เคยถูกผูกมัดหรือกักขังตัวเองไว้กับสิ่งใด เป็นดั่งเมฆที่ลอยสูง เคลื่อนที่ไปมาอย่างอิสระภายใต้การโอบอุ้มของท้องนภา เมฆาไร้พ่าย เขาเคยถูกขนานนามนั้นและไม่เคยคิดชอบสักครั้ง

“จะกลับแล้วหรอครับ คุณเพิ่งมาได้ไม่ถึงชั่วโมงเอง” เสียงของคนตัวเล็กกว่าพูดรั้งเขาไว้ขณะที่เขากำลังเดินกลับห้องพัก ที่อิตาลีนี้ไม่เหมือนฐานทัพญี่ปุ่น ไม่มีฐานที่พักของเขาแยกตัวออกมาต่างหาก นภาเข้าใจความรู้สึกเขาอย่างที่มักเข้าใจความรู้สึกคนอื่นๆ ห้องพักของเขาจึงอยู่ห่างจากส่วนอื่นและติดป้ายห้ามรบกวนห้ามเข้าใกล้ในระยะหลายสิบเมตร

“ถ้าคราวหน้าจะสุมหัวกันก็ไม่จำเป็นต้องเรียกผมมาหรอก” ฮิบาริ เคียวยะตอบอย่างเย็นชา สึนะหลุบตาต่ำจัดการกับความเศร้าเล็กๆ ในใจภายในเวลาอันสั้น

“ถึงจะเป็นวันเกิดของผมก็ไม่ได้สินะครับ”

ขายาวๆ นั้นหยุดเดินแต่ไม่หันหลังกลับมามอง

“ไม่มีกรณียกเว้นใดๆ ทั้งนั้น หรือคุณอยากโดยผมขย้ำให้ตายตรงนี้” เชื่อได้เลยว่าคนคนนี้ไม่เคยทิ้งทอนฟาให้ห่างจากตัวแม้กระทั่งตอนนอน

สึนะยอมแพ้ ไม่ใช่ว่าเขากลัวหรือไม่มีทางสู้ การก้าวเข้ามาเป็นวองโกเล่รุ่นที่สิบได้ไม่ใช่แค่อย่างที่หลายๆ คนรู้ ไม่ใช่แค่สู้ชนะศัตรูซันซัสหรือแก้ปัญหาหลายๆ เรื่องแล้วจะเป็นได้ เบื้องหลังจะตื้นลึกหนาบางยังไงผู้พิทักษ์และคนในวองโกเล่เองย่อมรู้ดีเพราะฉะนั้นเขาถึงเป็นเขาอย่างทุกวันนี้

“ถ้างั้นแล้วผมก็ต้องขอโทษด้วยนะครับที่ชวนคุณมา” สึนะหันมองโกคุเดระซึ่งส่งเสียงเรียกเขาจากในห้องแล้วหันมาพูดกับฮิบาริต่อ “ขอบคุณที่สละเวลามา อะ.. แล้วก็ขอบคุณสำหรับของขวัญนะครับ ผมชอบมันมาก ฝากขอบคุณไปถึงคุณคุซาคาเบะด้วย”

สึนะชิงปิดประตูห้องอาหารก่อนที่ผู้พิทักษ์เมฆาจะตอบโต้ด้วยคำพูดหรือการเดินหนีต่อ เขากลับมานั่งที่โต๊ะกว้างซึ่งเต็มไปด้วยอาหารและเหล่าผู้พิทักษ์ที่เหลือ รวมทั้งเคียวโกะ ฮารุ และอี้ผิง สึนะมองตุ๊กตาหมีสีฟ้าอ่อนตัวขนาดพอกอดซึ่งผูกโบน้ำเงินไว้ดูไม่เข้าท่ากับคนที่ให้เขามาเลยสักนิดเดียว

แน่นอนว่าฮิบาริเข้ากับนกอย่างฮิเบิร์ดมากกว่าตุ๊กตาหมีเป็นไหนๆ อยู่แล้ว สึนะคิดภาพจนหัวเราะออกมาอย่างอดไม่ได้ อย่าให้เจ้าตัวรู้เชียวไม่งั้นปราสาทหลังนี้ได้เละแน่ๆ

“รุ่นที่สิบสุขสันต์วันเกิดครับ!” โกคุเดระพูดขึ้นพร้อมรินไวน์ลงแก้วให้

“นายพูดคำนี้มาสิบกว่ารอบแล้วนะโกคุเดระคุง” สึนะพูดขัดมือขวาของตนอย่างเป็นพิธีอย่างไม่เคยห้ามปรามได้ แต่หากคนคนนี้นิสัยผิดเพี้ยนไปคนละทางก็ไม่น่าจะดี ความเป็นปัจเจกบุคคลนี่แหละทำให้ทุกอย่างรอบกายสึนะลงตัวและสนุกสนาน

เขาเคยมีความสุขดี เขาเคยมีทุกอย่างที่ไม่เคยคิดฝันถึง

 

 

“คุณรีบอร์น!”

คุซาคาเบะร้องออกมาด้วยความประหลาดใจและตกใจ ปล่อยถุงพลาสติกจากร้านสะดวกซื้อที่ท่าทางน่าจะหนักนั้นลงแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาไม่สนว่าของข้างในจะเป็นของแตกง่ายจำพวกไข่ไก่หรือเปล่า

รีบอร์นตอบรับด้วยการชักปืนขึ้นพร้อมส่งสายตาไม่เป็นมิตรอย่างเปิดเผยเช่นกันกับมุคุโร่ที่พร้อมสู้อยู่เสมอแม้ในสายตาแล้วคุซาคาเบะจะไม่มีพลังความสามารถพอจะต่อกรกับทั้งเขาและรีบอร์นก็ตามที

“เดี๋ยวก่อนครับคุณรีบอร์น ผมไม่ได้มีเจตนาร้าย” คุซาคาเบะรีบพูดแก้ความเข้าใจผิด “ผมรู้ว่าคุณไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับวองโกเล่ในตอนนี้ แต่ผมมีเรื่องใหญ่อย่างให้ช่วยจริงๆ”

รีบอร์นหันมองเซวาดิช ให้อีกฝ่ายตัดสินใจยุ่งเกี่ยวหรือจะปล่อยทิ้งไว้ก็ตามใจ เซวาดิชเกาแก้มเล็กน้อยแสร้งมองคุซาคาเบะอย่างให้ความสนใจ แย้มยิ้มทีเล่นทีจริง

“เรามีเวลากันตั้งหลายวัน ลองฟังเขาหน่อยก็ไม่เสียหายนี่ครับอาจารย์”

“อาจารย์?”

“ฉันเชื่อใจนายได้มากแค่ไหน” รีบอร์นยังไม่ลดปืนลงเอ่ยปากถามหาคำตอบที่ถึงแม้จะได้คำว่า ได้มากเท่าที่สุด ก็จะไม่มีวันเชื่อใจได้สนิท ไม่มีใครที่ไว้ใจได้ ไม่มีที่ไหนปลอดภัย ไม่มีอะไรทั้งนั้น

“ในสถานการณ์แบบนี้จะให้เชื่อใจกันมันก็ยากอยู่หรอกครับ”

“ใช่ ฉันยังหมายถึงว่าทำไมนายถึงคิดว่าฉันไว้ใจได้” เขาคนเดียวน่ะไม่เท่าไหร่ ตอนนี้ข้างกายรีบอร์นยังมีคนที่คุซาคาเบะไม่รู้จักตั้งสองคนอีกด้วย มีแต่เสียกับเสีย และคงไม่โง่ขนาดนั้น

“ผมไม่มีอะไรมาเป็นหลักฐานให้คุณเชื่อ” ชายคนนั้นคุกเข่าลงกลางพื้นถนนโค้งตัวเพื่อขอร้อง รีบอร์นเห็นแล้วก็ได้แค่ถอนหายใจเก็บปืนเข้าที่เก่าไม่เคยได้ใช้จริงๆ จังๆ สักที มีแต่ยกขู่ชาวบ้านชาวช่องเขา

“ขอร้องล่ะครับ คุณเคียวต้องการความช่วยเหลือจริงๆ ไม่สิ โปรดช่วยเขาด้วยเถอะครับ!”

“ราคาจ้างวานของพวกฉันมันไม่ถูกหรอกนะ เตรียมใจไว้ได้เลย”

 

คุซาคาเบะ เท็ตสึยะ นำทางพวกเขาทั้งสามไปที่บ้านของฮิบาริ ไม่ใช่ฐานทัพวองโกเล่ประจำประเทศญี่ปุ่น บ้านสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมขนาดแท้ อาณาเขตกว้างขวาง ร่มรื่นไปด้วยต้นไม้ สวนทรายข้างนอกระหว่างทางเดินก็ถูกจัดอย่างวิจิตรบรรจง เซวาดิชมองรอบๆ อย่างสนใจ มีโอกาสไม่บ่อยนักที่ได้เห็นอะไรแบบนี้แม้จะเป็นตัวเขาสมัยยังอยู่ญี่ปุ่นก็ตาม

“เป็นบ้านที่สวยดีนะครับ” เซวาดิชเอ่ยชมอย่างใจจริง กำลังคิดว่าสร้างบ้านแบบนี้ที่อิตาลีได้คงดีไม่น้อย

“ขอบคุณครับ.. เอ่อ..”

“เซวาดิชครับ เซวาดิช เฌอ”

คุซาคาเบะมองเลยไปถึงชาวอิตาลีตัวสูงที่เดินประกบหลังขบวนอยู่ด้วย เซวาดิชจึงแนะนำชื่อให้เขาด้วย แน่นอนว่าไม่ได้ถามมุคุโร่มาก่อน

“ส่วนคนนั้นเนลโล่ครับ”

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่คุณซาวาดะถูกฆ่า ที่นี่ก็ถูกใช้เป็นที่กบดานของพวกเรา”

พวกเขาสี่คนเดินต่อเข้าไปข้างในเรื่อยๆ โดยมีพวกอดีตคณะกรรมการคุมกฎหรือเหล่าลูกน้องของฮิบาริมองอยู่ห่างๆ ด้วยความสนใจ

“หลายเดือนที่แล้วช่วงเหตุการณ์นั้นคุณเคียวเดินทางกลับมาจากอิตาลี เขาได้ทำการพังฐานทัพญี่ปุ่นจนเละไม่เป็นชิ้นดีด้วยความโกรธจัด เร็วและยุ่งเหยิงเกินกว่าใครจะจัดการแก้ปัญหาได้ทัน เหมือนเครื่องจักรสังหารที่ถูกตั้งโปรแกรมให้ทำลายเพียงอย่างเดียว แล้วพอเสร็จสิ้นภารกิจเขาก็ไม่ใช่คุณเคียวที่พวกเรารู้จักอีกต่อไป”

ห้องรับรองอย่างง่ายที่ไม่ได้ใช้ต้อนรับใครมานานแล้วคือที่ที่ คุซาคาเบะพาทั้งสามมา ชายผมทรงเรเจนท์ทำสัญญาณเชิญให้พวกเขานั่งก่อนจะนั่งลงตามบ้าง

“เกิดอะไรขึ้นกับเขารีบอร์นถามเพื่อไม่ให้การสนทนาขาดห่วงเกินไป

“เขายืนนิ่งอยู่หน้าซากอิฐซากปูน ไร้การขยับเขยื้อน ดวงตาไร้แวว เหม่อมองออกไปที่ไหนซักที่ ไม่แม้จะพูดออกมาสักประโยคขณะพวกเรานำตัวเขากลับมาที่นี่” คุซาคาเบะย้อนภาพถึงฮิบาริคนที่เขาเห็นในวันนั้นก็ได้แต่ทำหน้าเศร้า ถึงอารมณ์ของฮิบาริจะรับมือยากจนเขาหลุดเรียกไอ้หนูเคียวในใจอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ไม่เคยมีสักครั้งที่เรื่องมันมาถึงขนาดนี้

“ตอนแรกผมคิดว่าเขาทะเลาะอะไรกับคุณซาวาดะหรือเปล่าถึงได้มีท่าทีโมโหขนาดนั้น แต่พอเขาเอาแต่ขังตัวอยู่แต่ในห้องพักที่ผมเตรียมไว้ให้ อาละวาดพร้อมกับร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังจนต้องขอขังเขาไว้แต่ในห้องนั้น สึนะโยชิตายแล้ว ผมได้ยินจากปากเขาเพียงครั้งเดียว”

“สำคัญสำหรับเขามากขนาดนั้นเลยหรอครับเซวาดิชลองถามคุซาคาเบะดู เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับฮิบาริ เคียวยะจะว่าดีมันก็ดีจะว่าไม่ก็ยังไม่นั่นแหละ ใครใช้ให้ผู้ชายคนนั้นปากแข็ง เอะอะขย้ำ เอะอะขย้ำเขากันล่ะ ไม่เคยได้คุยกันดีๆ เลยสักครั้ง

“ครับ คุณซาวาดะสำคัญกับเขามาก ถึงจะไม่เคยแสดงออกมาตรงๆ ก็ตาม บางทีเขาอาจจะเพิ่งมารู้ด้วยซ้ำ น่าเสียดายที่ทุกอย่างสายเกินจะกลับไปแก้ไขได้”

เซวาดิชพยักหน้าขอบคุณสำหรับคำตอบ

“แล้วจะให้ฉันช่วยอะไรล่ะ” รีบอร์นถาม

“ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้ต้องมาเบื้องหลังแน่นอนครับ แต่ก่อนอื่นช่วยทำให้คุณเคียวกลับมาเป็นเหมือนเดิมทีนะครับ” เขาก้มหัวลงต่ำขอร้องอีกรอบกับที่พึ่งสุดท้ายของตัวเอง หากรีบอร์นไม่ช่วยเขาก็ไม่รู้ว่าใครจะช่วยได้อีกแล้ว

“นอกจากลูกปืนแล้วก็ไม่มีอะไรที่ฉันช่วยได้ทั้งนั้นแหละ”

“ใจเย็นก่อนสิครับคุณรีบอร์น” เนลโล่ซึ่งเงียบมาตลอดพูดบ้าง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่แม้จะอยู่ในร่างนี้ก็ยังให้ความรู้สึกไม่น่าไว้วางใจเหมือนเดิม “คนที่ช่วยได้น่ะ ทางเราก็มีไม่ใช่หรอครับ นอกเสียจากเจ้าตัวจะไม่อยากยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ แต่ผมว่ามันน่าคุ้มกับข้อมูลที่เขามีนะ”

รีบอร์นถอนหายใจเป็นอีกรอบของวัน “ว่าไง”

“ได้พวกเพิ่มมันก็ดีออกนี่ครับอาจารย์” คนเป็นลูกศิษย์ตอบง่ายๆ ไม่จำเป็นต้องคิดให้นาน “เพราะงั้นรบกวนคุณคุซาคาเบะนำทางผมไปหาเขาด้วยนะครับ”

เซวาดิชลุกขึ้นยืนพร้อมกล่าวคำเสร็จสรรพ คุซาคาเบะที่ตามเหตุการณ์ทันทีหลังจึงรีบลุกขึ้นตาม แม้ไม่ค่อยแน่ใจว่าลูกศิษย์คนใหม่ของนักฆ่ารีบอร์นจะช่วยอะไรเขาได้แต่เขาต้องไม่ละทิ้งความหวังนี้

“อาจารย์กับเนลโล่ไม่ต้องตามมาหรอกครับ ผมไม่เป็นอะไรหรอก ที่สำคัญเจอกับเขาแค่สองต่อสองน่าจะดีกว่า”

“แน่ใจนะรีบอร์นเป็นคนถาม เซวาดิชพยักหน้าตอบ

“อีกอย่างยังไงเนลโล่ก็ไม่ฟังผมอยู่แล้ว อยากรู้อะไรถามเขาเอาละกันนะครับ” มีหรอที่มุคุโร่จะไม่ใช้พลังของตัวเองติดตามเฝ้ามองดูเขา

“อื่ม ระวังตัวด้วย”

 

“ผมขออนุญาตถามได้ไหมครับ..”

“ครับ เชิญเลย”

“คุณเป็นใครหรอครับ ถึงได้มาเป็นลูกศิษย์คุณรีบอร์นได้”

ทั้งดีโน่และสึนะต่างถูกฝึกให้เป็นบอสมาเฟียเพราะมีคุณสมบัติในการสืบทอดตำแหน่งบอสคนต่อไป เซวาดิชในความคิดของคุซาคาเบะไม่ต่างกัน อย่างน้อยๆ ก็คงเป็นลูกหลานของบอสแฟมิลีไหนสักหนึ่งที่ การมาข้องเกี่ยวกับวองโกเล่แบบนี้จะเป็นผลดีกับเจ้าตัวหรือเปล่า

“ผมไม่เหมือนกันลูกศิษย์คนก่อนๆ ของเขาหรอกครับคุณคุซาคาเบะ เขาไม่ได้ฝึกผมให้เป็นบอสมาเฟียแต่ผมถูกฝึกให้เป็นนักฆ่า” คุซาคาเบะเพิ่งรู้ตัวว่าเขาเดินหันหลังให้กับนักฆ่าที่น่ากลัวคนหนึ่งของโลกซะแล้ว..

“ลำบากแย่เลยนะครับ ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องในวงการนักฆ่าสักเท่าไหร่”

“คนเราถ้ามีแรงผลักดัน ไม่ว่าอะไรก็ต้องผ่านไปให้ได้นั่นแหละครับ ไม่ว่าเหตุผลที่ทำจะสวยงามอย่างการช่วยโลกหรือดำมืดอย่างการแก้แค้นก็ตาม”

“แล้วเหตุผลของคุณเซวาดิชล่ะครับ เอ่อ ขอโทษครับ ผมอาจจะถามมากเกินไปหน่อย”

“ไม่เป็นไรหรอกครับ เอาเป็นว่าผมขออนุญาตยังไม่ตอบนะครับ” ชายผมทรงเรเจนท์เผลอคิดว่าเซวาดิชเป็นคนใจดี แต่คนที่ลงมือฆ่าคนจะเรียกว่าใจดีได้อย่างไร เปลี่ยนคำนิยามสั้นๆ ให้ว่าเป็นคนมารยาทดีก็พอ

“ถึงแล้วครับ คุณเคียวอยู่ในห้องนี้” ประตูไม้บานหนึ่งถูกล็อกอย่างแน่นหนาจากภายนอก มันแตกต่างจากห้องประตูบานเลื่อนบางๆ แบบห้องญี่ปุ่นทั้งยังไม่เข้ากับบ้านหลังนี้ด้วย

“ห้องของคุณเคียวเขาพังมันเละจนเราต้องย้ายเขามาไว้ที่นี่ ระวังตัวด้วยนะครับ” คุซาคาเบะไขแม่กุญแจไปทั้งหมดสี่อัน

“ถ้างั้นเชิญครับ ผมฝากคุณเคียวด้วย”

แสงจันทร์ลอดผ่านช่องหน้าต่างบานเดียวในห้องขนาดเล็กนั่น สภาพข้าวของในห้องระเกะระกะเละเทะ บนผนังเต็มไปด้วยร่องรอยขีดข่วนและถูกกระแทกอย่างแรงซ้ำไปซ้ำมา ที่พื้นเยื้องทางด้านซ้ายมีทอนฟาเหล็กอันคุ้นเคยถูกทิ้งไว้

“นี่ไม่สมกับเป็นคุณเลยนะครับ” เซวาดิชเอ่ยทักคนที่นั่งกอดเข่าอยู่สุดมุมห้อง เจ้าของเส้นผมสีดำและดวงตาที่เคยดุดันราวสัตว์ร้าย “เมฆาผู้แข็งแกร่งเหนือผู้พิทักษ์”

แต่ตอนนี้ดันไม่ต่างจากกวางป่าตัวน้อยที่แข็งข้อและต่อต้านทุกอย่างรอบข้างตัวเอง

“ใคร?”

“ตัวตนที่เพิ่งเคยพบกัน แต่รู้จักคุณดียังไงล่ะครับ” เซวาดิชจงใจใช้น้ำเสียงหยอกล้อกวนประสาทกับอีกฝ่ายเผื่อจะสามารถกระตุกเส้นความโมโหให้กลับมาได้ และมันได้ผลดี

โครม!

หากว่านี่เป็นฮิบาริยามปกติเซวาดิชไม่มีทางรับมือได้อย่างง่ายดาย แต่เพราะนี่ไม่ใช่คนที่เคยรู้จัก ไม่ใช่คนที่เป็นตัวของตัวเอง ยามที่อีกฝ่ายพุ่งมาหาหวังทำร้ายกันเซวาดิชจึงถีบกลับได้ด้วยความรวดเร็วและด้วยเรี่ยวแรงซึ่งถูกฝึกมาอย่างดี ฮิบาริกระเด็นกระแทกผนังห้องเข้าอย่างจัง เนื้อตัวยังมีรอยแผลเก่าอยู่

เซวาดิชไม่ใช่มาเฟียหากแต่เป็นนักฆ่า สองคำนี้แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“ถ้าจะอาละวาดก็ช่วยอาละวาดให้สมกับเป็นตัวคุณหน่อยเถอะครับ” เขาหยิบทอนฟาโยนให้ส่งสัญญาณให้เข้ามาได้ทุกเมื่อที่อยาก ส่วนตนเองมีแค่สองมือเปล่า

“ผมจะขย้ำคุณให้แหลกเป็นชิ้นๆ” ฮิบาริยืนขึ้นเต็มความสูงตั้งท่าพร้อมสู้ เซวาดิชแย้มยิ้ม

“ค่อยฟังแล้วน่าชื่นใจหน่อย”

เสียงโครมครามดังอยู่ภายในห้อง คุซาคาเบะหน้าถอดสีขณะกำลังประมวลค่าเสียหายที่ตนเองก็ควักเงินจ่ายซ่อมแซม บทสนทนาในห้องนั้นเขาไม่ได้ยินอยู่แล้วจึงไม่รู้ว่าพูดคุยอะไรกันไปบ้างจนเลยไปถึงการต่อสู้กันแบบนี้ แต่มันจะคุ้มค่า หากเซวาดิชสามารถทำให้ฮิบาริกลับมาเป็นคนเดิมได้

“สูญเสียเขาไปแล้วรู้สึกยังไงบ้างครับ เห็นว่าสำคัญมากนักนี่”

ในวันนั้นและก่อนหน้านั้นฮิบาริไม่ได้อยู่ที่อิตาลี ไม่มีกำหนดการจะมาด้วยซ้ำ ถึงจะฉุกละหุกยังไงคุซาคาเบะก็รายงานเขาอยู่เสมอ ทำไมหลังจากนั้นเมฆาผู้เกลียดการสุมหัวยิ่งกว่าสิ่งใดถึงเดินทางไปที่อิตาลีและกลับมาเพื่อทำลายฐานทัพวองโกเล่

เซวาดิชคิด การตายของซาวาดะ สึนะโยชิไม่มีทางเป็นแรงขับเคลื่อนได้ขนาดนั้น หากเป็นแบบนั้นฮิบาริไม่มีทางกลับมาญี่ปุ่น คนอย่างฮิบาริจะต้องทำลายฐานที่อิตาลีสิถึงจะเป็นไปได้มากกว่า

ทุกอย่างยุ่งเหยิงไปหมด ดูท่าว่าศัตรูของเขาจะเก่งในการสร้างภาพปั่นหัวคนเล่นมากเกินไป สึนะเคยเป็นคนซื่อบื้อ หัวช้า ไม่ทันคน แต่หลายสิ่งหลายเหตุการณ์สอนให้คิดเป็นคิดตามและต้องมองไกลกว่าคู่ต่อสู้หลายขุม ถึงตอนนี้จะไม่ถึงขั้นนั้นแต่ก็นับว่าเขาเข้าใจอะไรได้เร็วขึ้น

“ใช้ของหายากซะจนผมนึกว่ามีขายอยู่เกลื่อนกลาดเชียวนะ เจ้าเพนัมบราเนี่ย”

พลอยสีชมพูซึ่งถูกทำเป็นจี้ห้อยคออีกฝ่ายอยู่นั้นช่วยทำให้เข้าใจอะไรๆ ได้ง่ายขึ้น สิ่งแปลกปลอมซึ่งไม่ควรถูกประดับอยู่บนตัวฮิบาริ เคียวยะ พลอยเจ้าปัญหาที่ไม่ทราบที่มาที่ไปชัดเจน

เซวาดิชไม่เคยโต้ตอบการโจมตีของฮิบาริ เขาเอาแต่เบี่ยงตัวหลบ หาจังหวะดึงพลอยเส้นนั้นออกแต่ก็ยังคิดอยู่ว่าหากสัมผัสพลอยโดยตรงจะเกิดผลเสียอะไรกับเขาไหม คิดได้ดังนั้นเขาล้วงหยิบถุงมือสีขาวของตนออกมาจากกระเป๋ากางเกง ถุงมือขาวสำหรับการทำงานของบีเทรย์แต่ไม่ได้สวมหน้ากากเท่านั้นเอง

“ผมขอคนของผมคืนก็แล้วกันนะ” เซวาดิชกดชายตัวสูงกว่าตนลงพื้นโดยอาศัยช่วงที่อีกฝ่ายพุ่งตัวเข้ามาหา กระชากสร้อยเส้นบางจนมันขาดออกจากกันเป็นเวลาเดียวกันกับที่ฮิบาริส่งเสียงร้องออกมาจากทรมานแล้วเงียบไป เขาไม่ชอบการต่อสู้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว สภาพร่างกายช่วงหลังๆ มานี้ก็ไม่ค่อยจะแข็งแรง หากยิ่งทำให้ตัวเองเหนื่อยมันจะยิ่งส่งผลเสียต่อตัวเขาเอง เรื่องที่เขาไปถล่มกลุ่มมาเฟียคราวก่อนรีบอร์นยังบ่นจนต้องอุดหูหนี

เซวาดิชยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนหน้าผากออก เดินไปเรียกคุซาคาเบะให้เข้ามาข้างใน

“คุณเคียว!” ฝ่ายนั้นร้องเสียงดังเข้าไปดูร่างหัวหน้าของตนที่นอนสลบอยู่

“ไม่ห่วงหรอกครับ เขาไม่มีรอยขีดข่วนเพิ่มหรอก ก่อนอื่นพาเขาไปทำแผลเก่าก่อนแล้วช่วยตามมาทีหลังด้วยนะครับ เรามีเรื่องต้องคุยกันยาว”

“เขาจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมใช่ไหมครับ?”

“เราจะรู้ได้ต่อเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกทีเท่านั้นแหละครับ” เซวาดิชพูดทิ้งไว้ กำสร้อยคอที่ขโมยมาได้ในมือแน่น ขอตัวเดินกลับไปยังห้องรับรองก่อน

เมฆาคนนั้นร้องไห้ ขอบตาที่ทั้งดำและบวมแดงของฮิบาริติดอยู่ในความคิดของเขา

 

ประตูถูกเลื่อนเปิดออก เซวาดิชกลับเข้าห้องมาในสภาพครบสามสิบสองและไม่มีแม้แต่รอยด่างพร้อย

“กลับมาแล้ว” เขาพูดสั้นๆ เดินกลับไปนั่งที่เดิม

“เหนื่อยหน่อยนะครับ” เนลโล่พูดตอบ

“เป็นไงบ้างรีบอร์นถามไถ่ เขาจึงวางสร้อยเส้นนั้นลงบนโต๊ะ

“ไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่ที่ต้นเหตุมาจากเจ้านี่ แต่ก็พิสูจน์ได้ว่ามันมีอำนาจในการบงการความคิดคนอื่น เผลอๆ ก็อาจจริงด้วยที่สามารถเปลี่ยนความทรงจำคนอื่น”

‘คุณหักหลังผม .. คุณทำลายความจงรักภักดีที่มีให้คุณเสมอมา’

สึนะจับได้ดี จำได้ทุกรายละเอียดจำได้ตั้งแต่ใบหน้าที่ดูเคียดแค้นเขาไปจนถึงรุ่นปืนที่ใช้ยิง แต่ไม่ยักจะจำได้ว่าตอนนั้นโกคุเดระมีพลอยอยู่ที่ตัวหรือไม่มี

กลับไปคงต้องเริ่มสืบข้อมูลของซุนยาเร่และเคียวโกะอย่างจริงจังเสียที เขาไม่คิดว่าเคียวโกะถูกควบคุม จะเรียกว่าลางสังหรณ์ก็ได้ เขารู้ว่าพลอยมีอำนาจสูงขนาดปั่นหัวฮิบาริผู้แข็งแกร่งได้ เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าถ้าโดนกับตัวเองแล้วจะเอาอยู่เหมือนรีบอร์นไหม หวังว่าเหตุการณ์นั้นจะไม่เกิดขึ้นเป็นพอ

“รอคุณคุซาคาเบะมาแล้วค่อยคุยต่อก็แล้วกัน ฉันขอยัดอะไรลงท้องก่อน”

ยาเป็นสิ่งที่ต้องกินอย่าให้ขาดไปสักช่วงวัน หมอกำชับแล้วกำชับเล่าเพราะผลตรวจเดือนที่แล้วไม่ค่อยเป็นที่น่าพอใจ เขาไม่ได้เป็นห่วงหน้าที่การงานของหมอคนนั้นหรอก เขากลัวสายตาของผู้คุมความประพฤติชุดดำประจำตัวเองมากกว่า ไม่มีอะไรน่ากลัวกว่ารีบอร์นอีกแล้วบนโลกใบนี้

สึนะในร่างเซวาดิชเริ่มคิดแล้วว่าบางทีเขาไม่น่าตัดสินใจมาญี่ปุ่นเลย แทนที่จะได้ออกนอกบ้านคลายเครียดวันสองวันกลายเป็นว่าต้องเจอเข้ากับปัญหาที่ตามติดมายิ่งกว่าทากาวไว้ ถ้าไม่รีบเคลียร์เรื่องพวกนี้ก็คงมีชีวิตที่สงบสุขไม่ได้ สึนะไม่กลับไปโลกมาเฟียอย่างแน่นอนเพราะส่วนหนึ่งที่เขารับตำแหน่งก็คือเหล่าพวกพ้องของเขานั่นเองแล้วในเมื่อไม่มีสิ่งเหล่านั้นอยู่แล้วก็ไม่มีเหตุผลต้องกลับไป วองโกเล่ยังมีผู้สืบทอดที่ดีได้

อาจฟังดูเห็นแก่ตัวแต่เขาก็โดนรวบหัวรวบหางให้เป็นผู้สืบทอดมาตั้งแต่ต้นแล้วนี่

ถึงแซนด์วิชห่อน้อยไม่พอทำให้หายหิว สึนะก็ไม่อยากกินอะไรต่อ กลืนยาสองเม็ดลงคอ นั่งรอต่อไปเงียบๆ ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปนานคุซาคาเบะกลับมาพร้อมฮิบาริซึ่งเต็มไปด้วยผ้าพันแผลและสติที่ยังไม่กลับคืนมา เขาจัดการวางร่างนั้นลงข้างๆ ที่นั่งของตนเอง

“เข้าเรื่องกันต่อเถอะครับคุณเซวาดิช”

“ไม่ทราบว่าคุณรู้ไหมครับว่าเขาได้สร้อยเส้นนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่” เซวาดิชวางสร้อยให้ดูบนโต๊ะ กำชับว่าอย่าพยายามมองมากหรือไปแตะต้อง คุซาคาเบะจับคางครุ่นคิดไปสักครู่หนึ่ง

“ก่อนหน้าที่เขาจะไปอิตาลีผมยังไม่เห็นว่ามี แต่ตอนผมไปรับเขาก็เห็นเขาสวมมันอยู่แล้วครับ หรือว่ามัน..”

“ครับ สิ่งนี้แหละทำให้เขาเปลี่ยนไป” อีกฝ่ายได้ยินดังนั้นก็มองเม็ดพลอยอย่างกลัวๆ

“ผมมีเรื่องอยากจะเล่าให้คุณกับชายคนนั้นฟังสักหน่อยแต่ในเมื่อเขายังไม่ตื่น แค่คุณก่อนก็ได้”

“งั้นก็มีความเป็นไปได้ที่พวกคุณโกคุเดระจะโดนพลังจากพลอยครอบงำสินะครับ” คุซาคาเบะออกความเห็นหลังจากที่ฟังเซวาดิชเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นคร่าวๆ ในมุมมองของเรื่องที่ไปสืบมา แค่เรื่องสถานการณ์ของวองโกเล่ในตอนนี้ ซาซางาวะ เคียวโกะ งานเลี้ยง ผู้พิทักษ์ และวาเรีย เขายังคิดว่าปลอมตัวไปอย่างนี้น่าจะดีเสียกว่าเพราะความลับที่เขายังมีชีวิตนั้นเป็นความลับสูงสุดที่ควรเปิดเผยเป็นอย่างสุดท้าย ให้คิดว่าเซวาดิชเป็นลูกศิษย์ของรีบอร์นที่ช่วยสืบเรื่องให้จะดีกว่า

“ไม่หรอก” เสียงที่ขัดความคิดเห็นนั้นเป็นของฮิบาริ คนในห้องต่างหันไปมองคนเพิ่งได้สติกลับคืนมา เว้นช่วงให้ทบทวนความทรงจำของตัวเองที่เคยถูกปั่นจนยุ่งเหยิง “คนอื่นน่ะผมไม่รู้หรอก แต่ถ้าเจ้าหัวเทาล่ะก็”

ตอนจบที่สวยงาม ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกเรื่องบนโลกใบนี้

“เจ้านั่นสมัครใจที่จะฆ่าสึนะโยชิเอง”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 179 ครั้ง

448 ความคิดเห็น

  1. #115 hpyfriday (@hpyfriday) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 13:22
    เอ๊ะ...
    #115
    0
  2. #76 bam2113 (@bam2113) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 00:09
    รออยู่ สู้ๆนะ
    #76
    0
  3. #74 starglitter (@starglitter) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 13:38
    มาต่อไวๆนะไรท์~
    #74
    0
  4. #73 l3oss_it (@suchanee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 20:26
    หรือจะเป็นเพราะพลอยนั้นกันนะ?
    อย่างไงก็ไม่อยากเห็นซือคุงต้องร้องไห้กับเจ็บปวดอยู่ดีอ่ะ TT^TT
    #73
    0
  5. #72 หงษ์ปีกราตรี (@lovelytsuna) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 09:40
    รีบอร์นหึงซือคุงสินะ
    มุคุโร่นายมาช้าน้า ซือคุงโกรธก็ไม่แปลกหรอก ชอบทำอะไรที่มันเสี่ยงทั้งคู่เลยนะ
    ซือคุงฝันถึงเรื่องอดีตตลอดเลยเหรอ อบอุ่นจังเลยรีบอร์นที่นายกอดซือคุงเนี่ย
    มุคุ รีบอร์นไม่ต้องแย่งซือคุงกันหรอก ให้เขาเลือกเองดีกว่า
    ปล.ดีใจจังที่ไรท์กลับมาแล้ว
    #72
    0
  6. #71 ติ่งลวงโลก (@oungoingloveyou) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 09:26
    เย่ กลับมาแล้วว
    #71
    0
  7. #70 0847691240 (@0847691240) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 09:23
    ต่อเลยนะรออยู่
    #70
    0
  8. #69 cplst (@cplst) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 02:48
    ชอบมากค่ะ สู้ๆนะ
    #69
    0
  9. #68 ` (vanillashake) -? (@fernnie1) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 02:15
    ตอนนี้นี่ทีม #R2769 หนักมากค่ะ
    ยกซือจังให้รีบอร์นและสัปป้า ><'
    หวังว่าสองคนนี้คงไม่โดนยัยเคียวโกะปั่นหัวจนทรยศซือจังไปอีกนะ
    แบบนั้นซือจังต้องเจ็บมากและไม่เหลือใครเลยแน่ๆ T^T
    #68
    0
  10. #67 kiralacus&tsunakyoko (@pearlv) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2559 / 02:03
    หรือเพราะพลอยนั้นถึงทำให้พวกท่านฮิเปลี่ยนไป จะรอน่ะครับ
    #67
    0