คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #21 : Chapter 20
ดวงตาของลูฟี่เบิกกว้าง แผ่นหลังบางสัมผัสได้ถึงความชื้นเย็นเฉียบที่ค่อยๆไล่ขึ้นมาตามกระดูกสันหลัง หัวใจของเขาสั่นระรัวไม่เป็นจังหวะด้วยความกลัว สมองขาวโพลนจนไม่อยากจะคิดอะไรทั้งนั้น ปล่อยให้ร่างกายน้อยๆอันบอบช้ำค่อยๆร่วงโรยลงไปตามแรงโน้มถ่วง
หยดน้ำสีใสกระจายออกเป็นวงกว้างเมื่อร่างกายของลูฟี่กระทบเข้ากับผิวน้ำ
ทันทีที่ร่างของเขาจมลง แขนบางๆทั้งสองข้างก็ตะเกียกตะกายไปมาโดยอัตโนมัติ
เปลือกตาบางสีน้ำนมของลูฟี่ยังคงปิดสนิทแนบแน่น แพขนตายาวและเรือนผมสีดำขลับเปียกชุ่มไปหมด
ร่างของลูฟี่ค่อยๆจมดิ่งลงไปช้าๆ เขาหลับตาแน่น อากาศหายใจเริ่มหมด แขนบางที่แทบไม่เหลือเรี่ยวแรงว่ายตะเกียกตะกายให้ใบหน้าของตนโผล่พ้นน้ำ
ทันที่ใบหน้าหวานของคนร่างเล็กโผล่พ้นผิวน้ำ ริมฝีปากอวบอิ่มที่เริ่มซีดก็อ้าหอบถี่พยายามเอาอากาศเข้าปอดให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนไม่มีโอกาส แก้มเนียนที่เคยขึ้นสีแดงกุหลาบอย่างมีชีวิตชีวาบัดนี้มันกลับซีดเผือดไร้ชีวิตราวกับศพอย่างน่าใจหาย
“แค่ก!” ลูฟี่สำลักน้ำ “ช่ว..ช่วยฉัน...”
แม้ร่างกายจะอ่อนระทวยเต็มทีแต่ลูฟี่ก็ยังไม่ละความพยายาม เขายังคงดิ้นต่อไปเพื่อให้ตนอยู่รอด
เบบี้ไฟว์ยกมือเรียวของเธอขึ้นสะบัดผมสีเข้มของตัวเองเบาๆแล้วมองดูเด็กหนุ่มในสระน้ำที่กำลังดิ้นทุรนทุรายด้วยใบหน้านิ่งเฉย
เธอนั่งลงคุกเข่ากับพื้นช้าๆ ระวังไม่ให้กระโปรงที่สวมอยู่เปิดมากจนเกินไปก่อนจะยื่นมือเรียวไปข้างหน้าแล้วแบออก
ลูฟี่ที่ว่ายน้ำไม่เป็นพยายามตะเกียกตะกายส่งตัวเองไปข้างหน้า
มือเล็กของเขายื่นไปจับมือบางของอีกฝ่าย ขนาดของทั้งสองมือไม่ได้ต่างกันมากนักแต่มือของเด็กหนุ่มกลับเย็นเฉียบและซีดราวกับศพผิดกับมือเรียวของอีกฝ่ายที่อบอุ่นและดูมีเลือดเนื้อมากกว่า
เบบี้ไฟว์ดึงร่างเล็กกว่าเข้ามาใกล้ขอบสระเพื่อให้อีกฝ่ายสามารถเกาะได้
ลูฟี่รีบเกาะขอบสระอย่างรวดเร็ว
เขาอ้าปากหอบถี่พลางไอเพื่อเอาน้ำออกจากปอด
หลังจากที่เริ่มตั้งสติได้เปลือกตาสีน้ำนมก็ลืมขึ้นช้าๆ นัยน์ตากลมสีรัตติกาลที่กำลังสั่นเครือเผยออกมาให้อีกฝ่ายได้เห็น
“ทำไม...” ลูฟี่ถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่แทบจะกลืนไปกับเสียงน้ำ
“อย่ายุ่งกับหมอนั่นอีก”
เธอพูดแค่นั้นแล้วก็สะบัดผมเดินจากไป
ลูฟี่ทำได้แค่เกาะขอบสระมองดูหญิงสาวเดินจากไปอย่างเงียบๆ ความหนาวค่อยๆคืบคลานเข้ามาเรื่อยๆพร้อมกับแสงตะวันที่เริ่มริบหรี่ลงทุกที
ลูฟี่ซบหน้าลงกับแขนชื้นๆของตัวเอง ความชื้นจากเสื้อผ้าและน้ำในสระกำลังทำให้เขาหนาว เขาอยากจะพยุงตัวเองขึ้นจากสระเหลือเกิน แต่ตอนนี้เขาแทบไม่เหลือเรี่ยวแรงจะทำอะไรแล้ว แม้แต่จะกลั้นน้ำตาหรือเสียงสะอื้นเอาไว้เขาก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ
ลูฟี่กอดตัวเองแน่นด้วยความหนาว
เขาเดินไปตามทางเดินที่มีแสงไฟสลัวจากโคมไฟข้างทางคอยส่อง
ริมฝีปากและใบหน้าของเขายังคงซีดเผือดราวกับผีดิบ แขนขาไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะขยับไม่ได้
กล้ามเนื้อสั่นระทมไปหมด ตอนนี้เขาทั้งกลัวและหนาว
ลูฟี่หยุดฝีเท้า
เขาทิ้งก้นลงบนม้านั่งสาธารณะช้าๆ ริมฝีปากของเขายังคงสั่นและแตกด้วยความหนาว เขาลูบต้นแขนทั้งสองของตัวเองเบาๆพยายามเรียบเรียงความคิดที่กระจัดกระจายไม่เป็นทิศเป็นทางภายในหัว
อา..เขาไม่มีทางกลับบ้านในสภาพแบบนี้แน่ๆ...
เขาจะทำยังไงต่อไป เขาควรจะทำยังไง?...คิดอะไรไม่ออกแล้ว
สมองขาวโพลนไปหมด ไม่อยากคิดแล้ว...แค่อยาก...ร้องไห้...
หยดน้ำสีใสไหลออกมาจากดวงตากลมโตคู่สวย
อาบแก้มเนียนให้เลอะไปด้วยคราบน้ำตา เขายกแขนขึ้นเช็ดน้ำตา หนาว...ทั้งหนาว
ทั้งล้า แล้วก็หิว
ในตอนที่เหมือนจะตกลงสู่เหวแห่งความสิ้นหวังก็เหมือนถูกฉุดขึ้นมา
ลูฟี่สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากมือของใครบางคนที่ถูกวางแหมะลงบนหัวของตัวเอง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
เขาเช็ดน้ำตาแล้วหันไปหาเจ้าของมือหนา รู้อยู่แก่ใจว่าเจ้าของมือหนาอันอบอุ่นนี้เป็นใคร...
“เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำเชียวนะ”
เสียงนุ่มลึกของอีกฝ่ายดังขึ้นพร้อมกับแรงมหาศาลที่ดึงคนตัวเล็กกว่าเข้าไปกอดไว้ในอ้อมแขนอย่างถือวิสาสะ “ไปทำอะไรมา?”
แต่ถึงอย่างนั้นลูฟี่กลับไม่ได้โกรธเลยแม้แต่นิดเดียว
เขาซบหน้าลงกับแขนแกร่งของอีกฝ่าย น้ำตาที่เริ่มแห้งรินไหลออกมาอีกครั้ง
อุ่น...ไม่ว่าจะยังไงอ้อมกอดแกร่งของคนคนนี้ก็อบอุ่นจริงๆนั่นแหละ ไม่ว่าจะถูกคนคนนี้โอบกอดอีกกี่ครั้ง
เขาก็จะยอม...
“ฮืก...โทราโอะ...”
ลูฟี่สะอื้นอย่างไม่อาจกลั้นได้
ลอว์ไม่ได้ตอบอะไร เขาปลอบใครไม่เป็น เขาทำเพียงแค่ลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นแล้วค่อยๆขยับใบหน้าของอีกฝ่ายมาซบอกกว้างของตัวเองโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายกำลังเปียกอยู่
เขาไม่กล้ารุนแรงกับร่างบอบบางเล็กๆนี่เลย...เขาอยากจะอ่อนโยนกับร่างบางๆนี้ให้ได้มากที่สุด
กลัว..กลัวว่าวันหนึ่งร่างบางๆบอบช้ำร่างนี้จะหายไป
กลัวว่าจะไม่มีเสียงโหวกเหวกโวยวายหรือเสียงหัวเราะของร่างนี้มาคอยดังอยู่ข้างๆ พอคิดแล้วหัวใจมันก็เหมือนหยุดเต้นไปจังหวะหนึ่ง
ลอว์กระชับอ้อมกอดให้แน่นกว่าเก่าราวกับกลัวว่าร่างของอีกฝ่ายจะหายไปเสียตรงนั้น
ลูฟี่ยังคงสะอื้นไม่หยุด ใบหน้าหวานของเขายังคงซบกับอกแกร่งของอีกฝ่าย
อุ่น...อยากจะหยุดเวลาไว้แบบนี้นานๆ อยากจะอยู่แบบนี้นานกว่านี้
“ไปอาบน้ำก่อน
เดี๋ยวฉันทำอะไรให้กิน”
ลอว์บอกกับคนร่างเล็กกว่าที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องของตัวเอง
อีกฝ่ายถอดรองเท้าออกแล้วสะบัดทิ้งไม่เป็นที่เป็นทางด้วยความเคยชินก่อนจะหันมาพยักหน้างึกๆตอบเขา
ลอว์เดินตรงไปยังตู้เสื้อผ้าของตัวเองก่อนจะรื้อเสื้อผ้าในตู้เพื่อหาเสื้อให้คนตัวเล็กกว่าใส่
ถึงเขาจะสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้เปียกและอยู่ในสภาพแบบนี้แต่ก็ยังไม่อยากถามอะไรออกไปตอนนี้
ปล่อยให้อีกฝ่ายใจเย็นลงกว่านี้อีกสักหน่อยน่าจะดีกว่า
เขาเองก็เป็นห่วงอีกฝ่ายไม่น้อยเหมือนกัน
ตอนเย็นเขาไปหาคนตัวเล็กที่โรงเรียนแต่ก็ไม่พบ คิดว่ากลับบ้านไปแล้ว
แต่กลับมาเจออีกฝ่ายในสภาพแบบนี้ที่เก้าอี้สาธารณะหน้าร้านสะดวกซื้อในตอนค่ำๆซะงั้น
โชคดีที่เขามาพบเข้าซะก่อน ไม่อย่างนั้นอีกฝ่ายจะเป็นอะไรเข้ารึเปล่าก็ไม่รู้
ให้ตาย...ไม่อยู่ด้วยทีไรชอบทำให้เป็นห่วงทุกที
ลอว์คิดอย่างนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างหน่ายๆ
แต่อีกใจก็อดโล่งใจไม่ได้ที่อีกฝ่ายหยุดร้องไห้แล้วดูเหมือนจะไม่เป็นอะไรแล้ว
ถึงจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ...คืนนี้เขาคงต้องข่มใจตัวเองมากกว่าที่คิดแล้วล่ะ...
“นี่
โทราโอะ...ฉันอยากกินข้าวหน้าเนื้อ”
ลูฟี่พูดพลางเดินมาซบหน้าลงกับแผ่นหลังของอีกฝ่ายด้วยความเหนื่อยล้า
เขาถูหน้าไปมาราวกับลูกแมวตัวน้อยๆที่กำลังอ้อนเจ้าของของมันไม่มีผิด
ลอว์หันไปหาอีกฝ่ายก่อนจะบรรจงลูบหัวของอีกฝ่ายเบาๆ
อีกฝ่ายหลับตาลงช้าๆ ใบหน้าที่เมื่อกี้เย็นเฉียบและซีดเผือดราวกับศพเริ่มขึ้นสีแดงจางๆบ่งบอกว่าอีกฝ่ายอาการดีขึ้นแล้ว
พอเห็นใบหน้าอ้อนๆแบบนั้นเขาก็เผลอขยับริมฝีปากเป็นรอยยิ้มทุกที แต่ก็อดที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความเอ็นดูไม่ได้
“นี่เสื้อผ้า”
ลอว์ผละมือออกจากหัวของอีกฝ่าย คนตัวเล็กกว่าลืมตาขึ้นช้าๆมองดูเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นลายแทงที่อยู่ในมือตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้อย่างงงๆ
“ฉันมีตัวเล็กสุดแค่นี้แหละ”
ลูฟี่พยักหน้าหงึกๆก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ
ลอว์มองดูแผ่นหลังเล็กๆของอีกฝ่ายจนแผ่นหลังบางหายเข้าไปหลังประตูห้องน้ำแล้วเขาจึงเดินตรงไปยังห้องครัว
ข้าวหน้าเนื้อสินะ...
ลอว์เปิดตู้เย็นก่อนจะหยิบวัตถุดิบออกมาจากตู้เย็นแล้ววางมันลงอย่างกระจัดกระจาย
เขาจัดการแกะเนื้อออกมาจากห่อแล้ววางมันลงบนเขียงพลาสติกสีขาวก่อนจะค่อยๆหั่นมันเป็นชิ้นๆ
ที่คืนนี้ลูฟี่มาค้างที่ห้องของเขา
เพราะอีกฝ่ายไม่อยากกลับบ้านทั้งๆสภาพแบบนั้น ถ้าพี่ชายทั้งสองมาเห็นเขาในสภาพแบบนี้มีหวังเรื่องไม่จบง่ายๆแน่...
ก่อนจะมาลูฟี่โทรไปบอกพี่ชายทั้งสองของเขาแล้วว่าจะมาค้างบ้านเพื่อน เขาบอกพี่ชายว่าค้างบ้านเพื่อนที่ชื่อนามิ..หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ คงจะเป็นผู้หญิงผมสีส้มที่เจอวันนั้นสินะ ดูเหมือนพี่ชายทั้งสองจะไม่ได้ว่าอะไร คงไม่รู้สินะว่าจริงๆแล้วน้องชายของตัวเองกำลังมานอนค้างบ้านใครอยู่น่ะ...
ลอว์วางจานกระเบื้องสีขาวที่ถูกวาดลวดลายอย่างสวยงามไว้บนโต๊ะในห้องครัวก่อนจะนั่งลงตรงฝั่งตรงข้าม
ไม่นานเสียงกลอนประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างเล็กเจ้าของอาหารจานนี้ที่เดินออกมาจากห้องน้ำตรงมายังห้องครัว
ลูฟี่ในเสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ที่เขายื่นให้เมื่อสักครู่ทิ้งก้นลงบนเก้าอี้หน้าจานอาหาร
เรือนผมสีดำขลับยุ่งเหยิงของเขามีหยดน้ำเกาะกราย เสื้อตัวที่อีกฝ่ายใส่เป็นของเขามันจึงใหญ่ไปหน่อย
ต้นขาขาวๆและเนินอกที่มีรอยแดงจ้ำๆจึงโผล่พ้นร่มผ้าออกมา
แค่นี้เขาก็แทบจะข่มใจไม่ไหวแล้ว..
"ขอบใจนะ”
เขาหัวเราะ “จะทานแล้วนะ”
คนตัวเล็กพูดพลางหยิบช้อนส้อมขึ้นแล้วจัดการสวาปามข้าวหน้าเนื้อตรงหน้า
ลอว์ได้แต่มองดูคนตัวเล็กกว่าทานอาหารอย่างเงียบๆ แค่มองดูคนตรงหน้าทานอาหารเขาก็เพลิดเพลินไปด้วยซะอย่างนั้น...ริมฝีปากบางของเขาขยับเป็นรอยยิ้มในองศาเล็กๆจนคนตัวเล็กไม่ทันได้สังเกต
อยู่ๆลูฟี่ก็เหมือนนึกอะไรขึ้นได้
เขาละความสนใจจากอาหารในจานก่อนจะมองหน้าคนตัวสูงที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามด้วยใบหน้ามึนๆ
“ลืมบอกไป
กางเกงของโทราโอะมันใหญ่เกินไป ฉันใส่ไม่ได้อ่ะ ฉันวางไว้บนเตียงนะ”
ลอว์มองหน้าอีกฝ่ายด้วยสีหน้าเหวอนิดๆ
“หา...?”
งั้นก็หมายความว่าท่อนล่างของเขาก็ล่อนจ้อนอยู่น่ะสิ...
ความร้อนค่อยๆตีขึ้นมาบนใบหน้าของลอว์ อยู่ๆเขาก็เผลอจินตนาการอะไรภาพแปลกๆในหัวของตัวเองซะงั้น...แย่แล้ว...แย่แล้ว
เขากำลังตื่นตัวสุดๆเลยล่ะ! กางเกงที่สวมอยู่คับขึ้นมาซะอย่างนั้น แถมเหงื่อยังเริ่มผุดขึ้นมาตามใบหน้าแล้วด้วย
ทำไมเด็กคนนี้ถึงได้ไร้เดียงสาได้ขนาดนี้ นี่ไม่รู้ตัวเลยรึไงว่ากำลังยั่วอีกฝ่ายอ้อมๆอยู่น่ะ ทั้งๆที่เกือบโดนข่มขืนไปครั้งหนึ่งแล้วแต่ก็ยังไม่เคยคิดที่จะระวังตัวขึ้นเลยรึไงนะ ให้ตายสิ!
“รีบๆกินซะ เดี๋ยวฉันขับรถไปส่งที่บ้าน” ลอว์ว่าพลางเบือนหน้าหนีดวงตากลมโตไร้เดียงสาของอีกฝ่าย
ไม่ไหว...จะให้เขามาข่มใจทั้งคืนกับเด็กไร้เดียงสาคนนี้
ไม่ไหวแน่ๆ!
- to be continue -
มีความกินเด็กเบาๆ คุณหมอต้องคอยท่องไว้ในใจเสมอว่า คุก นะคะ ไม่อย่างนั้นอาจโดนข้อหาพรากผุ้เยาว์ได้=w= #โดนหมอหั่น
แหม่ะ หายไปนาน ไหนมีใครคิดถึงเค้าบ้างไหม ถถถว์ #ผิด อย่างที่บอกนะคะT^T คือตอนนี้ช่วงเปิดเทอม เลยไม่ค่อยว่างเท่าไหร่แต่ก็จะพยายามหาเวลามาอัพช่วงเสาร์อาทิตย์นะคะ;w;
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านและคอยติดตามนะคะTwT พักหลังๆนี้ไม่ได้รีไรท์เลยกะว่าตอนนี้จบคงจะรีไรท์แล้วค่ะ ยังไงก็อย่าลืมให้กำลังใจกันด้วยนะคะ>< รักรีดเดอร์ทุกคนค่ะ^^ ♥
ความคิดเห็น