For What?! มีปัญหาอะไรวะ [yaoi]

ตอนที่ 3 : For What?! : บทที่ 1 เผชิญหน้า [100%] ครบแล้ว (แก้ชื่อราห์จ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,535
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    31 ธ.ค. 55

B B

 

บทที่ 1

เผชิญหน้า

 

{cke_protected}{C}{cke_protected}{C}

 

โรงเรียนมัธยมสเคอร์เลียส (scurrilous) หรืออีกชื่อหนึ่งคือแหล่งรวมพวกเศษสวะที่ไม่มีใครต้องการ เป็นสถานที่ที่สร้างมาสมกับชื่อโรงเรียนเหลือเกิน พวกเขารับเด็กทุกคนที่โดนไล่ออกและไร้ที่ไป หรือไม่ก็พวกเด็กมีปัญหาที่โดนตำรวจจับเพิ่งถูกปล่อยตัว อีกทั้งยังสนใจเพียงแค่ เงิน ไม่ว่าโรงเรียนจะมีชื่อเสียงแย่ขนาดไหนก็ไม่มีใครเป็นเดือดเป็นร้อน ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องดี ครูที่นี่ก็ติ๋มๆ ไม่ค่อยกล้า จะมีก็แต่ครูพละที่พอฟัดพอเหวี่ยงกับนักเรียนขาโจ๋ได้บ้าง แต่สุดท้ายน้ำน้อยก็แพ้ไฟ ต้องรีบจรลีจากไป แถมยังไม่กล้ากลับมาวุ่นวายอีกเลยด้วย

สเคอร์เลียสก่อตั้งขึ้นมาเมื่อสิบห้าปีก่อน ตอนแรกๆ ก็ยังไม่ได้รวมพวกวายร้ายไว้เยอะขนาดนี้ แต่เมื่อเวลาผ่านไป เหล่าเด็กมีปัญหามากมายก็ย้ายเข้ามาอยู่ และเริ่มจัดตั้งกลุ่มอำนาจ เลือกหาหัวหน้ามาคุ้มครอง ใครเก่งสุดได้เป็นราชาผู้ยิ่งใหญ่ มีสิทธิ์ทุกอย่างในโรงเรียน แม้แต่ฆ่าใครสักคนก็ยังไม่ผิด

และราชาคนปัจจุบันก็คือ เอจน์ ราฟฟอร์ด

ประวัติของเขาไม่ได้รับการเปิดเผย ทุกคนรู้แค่ว่าเขาเคยซัดพวกเด็กปากหมาร่วมร้อยในโรงเรียนเก่าจนโดนไล่ออก เอจน์เป็นผู้ชายขี้กร่างและน่ากลัว เขาทำตัวเป็นราชาสมตำแหน่ง บัญชาการทุกอย่างโดยนั่งรออยู่ที่บัลลังก์ กระดิกเท้าและรอฟังผล ปล่อยให้ลูกน้องผู้จงรักภักดีเคลียร์ให้ นานๆ ทีราชาผู้ถึงจะยอมออกมาจัดการเอง ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องใหญ่อยากลูกน้องนับสิบโดนตีสลบ หรือไม่ก็เรื่องชิงตำแหน่งราชา

และ ราห์จ ก็คือหนึ่งในผู้ท้าชิง...

เขาเป็นเพียงผู้ชายคนหนึ่งที่ย้ายเข้ามากลางเทอม แต่แค่วันแรกก็เปิดฉากจัดการพวกงี่เง่าในห้องจนไม่มีใครกล้าแม้แต่จะสบตาด้วย ฝีมือการต่อสู้ถือว่าเยี่ยมยอด ใช้ทุกสิ่งที่มีอยู่รอบตัวมาเป็นอาวุธ แค่กระดาษแผ่นเดียวเขายังสามารถใช้มันจัดการศัตรูนับสิบได้ ถือว่าเป็นครีเอทีฟด้านการต่อสู้เลยทีเดียว

และหลังจากมีลูกน้อง ความละโมภชักนำให้ราจน์เริ่มออกล่าอาณานิคม เขาตระเวนท้าสู้กับห้องอื่นๆ จนสามารถครองอำนาจครึ่งหนึ่งมาได้ ชายหนุ่มควบคุมทุกคนไว้ภายใต้กฎหมู่ของแก๊งเหยี่ยว โดยมีเขาเป็นผู้นำ และเพื่อนสนิทอีกสามคนเป็นมือซ้ายมือขวาและผู้ช่วย

ราห์จสาบานได้ว่าเขาไม่เคยต้องการตำแหน่งราชาบ้าบอ แต่เพียงเพราะไอ้เจ้าของตำแหน่งนั่นน่าหมั่นไส้เกินไป เอะอะก็เอาแต่หลบอยู่หลังลูกน้อง ไม่เคยโผล่หัวออกมาสู้เป็นเรื่องเป็นราว จริงๆ คงไร้ฝีมือ ถึงได้ไม่กล้าโผล่หัวออกมา เอาแต่มุดอยู่ในรูดูน่าสมเพช...

พอแค่นี้ดีกว่า จบเรื่องอดีตกันไป

ปัจจุบันน่ะน่าตื่นเต้นกว่ากันตั้งเยอะ!

ครั้งแรกของการเผชิญหน้ากันแบบตรงๆ ระหว่างเหยี่ยวกับอินทรีย์

คนหนึ่งคือจ่าฝูงนักล่าผู้ไม่เคยกลัวใคร

อีกคนคือราชาผู้ยิ่งใหญ่ที่ครองอำนาจมานานหลายปี

ใครจะแพ้ใครจะชนะ

ใครจะได้เป็นราชาที่แท้จริง

ใครจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด

เดี๋ยวก็ได้รู้กันวันนี้แล้ว!

 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

 

หนังสือเรียนไม่ใช่เครื่องมือที่สร้างความรู้ มันก็แค่โถส้วมขนาดย่อมที่ช่วยระงับอารมณ์เอาไว้ได้มากพอสมควร เอจน์เอนตัวพิงพนัก โยกไปมาเหมือนสบายเหลือเกินกับการนั่งบนเก้าอี้สองขา นาฬิกาบนผนังห้องที่ถูกพ่นด้วยสเปร์ยจนกรอบเละเทะบอกเวลาสี่โมงสามสิบนาที ออดเลิกเรียนดังออกมาจากลำโพง พวกเด็กทั้งหลายไม่ได้ตื่นเต้นกับเสียงแหลมปรี๊ดนี่เลย เพราะยังไงๆ วันทั้งวันก็ไม่เคยมีใครมาเข้าสอนอยู่แล้ว มีเพียงเอจน์คนเดียวที่ดูจะดีใจเป็นพิเศษ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงนั่งเอ่อระเหยไม่ยอมขยับไปไหน

ราชาต้องไปช้าๆ สิดี J

ปล่อยให้พวกชนชั้นต่ำรอจนรากงอกค่อยโผล่หัวออกไป

อ่า แค่นึกก็สะใจขึ้นมานิดๆ แล้วสิ

_______________________________________________________________

TALK : ขอโทษค่ะที่มาช้าและยังมาน้อย
คือเมื่อวันศุกร์เพิ่งทะเลาะกับเพื่อนในห้องมา
และไม่มีอารมณ์ทำอะไรเลย ฟุ้งซ่านไปหมด
กะว่าจะแต่งให้จบก็ทำไม่ได้ เขี่ยได้แค่นี้จริงๆ
ตอนนี้สภาวะจิตใจดิ่งลงเหว เรียกว่าไม่ไหวแล้วก็ได้

ขอระบายหน่อยก็แล้วกัน
คือจะไปเคลียร์กับเพื่อนพรุ่งนี้ แต่ข้าพเจ้ารู้สึกกลัวอย่างประหลาด
ข้าพเจ้าไม่ได้ผิดนะ ข้าพเจ้าไม่ได้ทำอะไรเลยด้วยซ้ำ
อยู่ๆ เขาก็มาแอนตี้ข้าพเจ้า แถมยังชักชวนเพื่อนคนอื่นอีก
ข้าพเจ้าถามเขาแล้ว เขาบอกว่าข้าพเจ้าไม่ได้ทำอะไรให้หรอก
ก็แค่ไม่ชอบ... ซึ่งข้าพเจ้าคิดว่ามันเป้นเหตุผลที่แย่เอามากๆ
ข้าพเจ้าอยากคุยให้จบๆไป แต่... ข้าพเจ้าก็กลัวผลลัพธ์
ชีวิตจริงไม่ใช่นิยาย อนาคตไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป
ข้าพเจ้ากลัวว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะเชื่อเขามากกว่าข้าพเจ้า
เพราะพวกนั้นก็เพื่อนเก่าของเขาหมด ข้าพเจ้าย้ายมาจากห้องอื่นไง
มันแย่จริงๆ ถึงตอนนี้จะปลงขึ้นมาได้นิดหน่อยก็เถอะ
เป้นกำลังใจให้ข้าพเจ้าด้วยนะ
หวังว่าถ้าพรุ่งนี้มันออกมาแย่ ข้าพเจ้าจะยังมีทุกคนที่นี่อยู่ :D

 




“หึ”

เข็มนาฬิกากระดิกผ่านเลขตัวแล้วตัวเล่า สี่สิบห้านาทีที่อดทนรอ ในที่สุดเอจน์ก็ลุกขึ้นบิดขี้เกียจ คว้ากระเป๋าโล่งๆ ที่บรรจุกระดาษเก่าๆ อยู่หนึ่งแผ่นออกมาจากห้องเรียน ถึงจะเลยเวลาเลิกเรียนมาแล้วแต่คนก็ยังเดินกันขวักไขว่ บ้างก็นัดกันไปเที่ยวเตรีตีหรี่ บ้างก็เปิดศึกสวนหมัดกันที่สนามโรงเรียน เอจน์กระโดดขึ้นคล่อมมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ไร้ยี่ห้อของตน สีสเปร์ยที่พ่นเป็นลวดลายห่ามๆ ช่วยให้รถบุโรทังคันนี้ดูดีมีชาติตระกูลขึ้นมาจากเดิมมากอยู่ ช่วยไม่ได้ที่พวกเด็กเหลือขอไม่ได้มีเงินใช้จนเหลือเฟือ ถึงบ้านจะรวยแต่พ่อแม่ก็ตัดหางปล่อยวัด ส่งเฉพาะค่าอยู่ค่ากินให้เท่าที่จำเป็น ส่วนรายจ่ายอื่นๆ ก็ไปหาเอาเองตามเวรตามกรรมก็แล้วกัน

ล้อยางบดไปตามถนนคอนกรีต เครื่องยนต์ร้องคำรามสนั่น ยิ่งบิดเท่าไหร่เสียงนั้นก็ยิ่งดังมากเท่านั้น คล้ายกับมันกำลังจะประกาศอำนาจให้คนแถวนี้ได้รู้ ว่ากูคือผู้ยิ่งใหญ่ และนายของกูก็คือราชา!

บรื้นนนนน!

ไม่ต้องตบไฟเลี้ยว ไม่ต้องสนใจเพื่อนร่วมโลกบนถนน เขาตวัดหักคอรถเลี้ยวเข้าไปในโกดังร้างทันที เสียงบีบแตรดังไล่หลังมาพร้อมๆ กับคำสาปแช่ง เอจน์ลากเท้าไปกับพื้นเพื่อช่วยเพิ่มแรงเสียดทาน เบรกรถไม่ค่อยดีเท่าไหร่ก็งี้แหละ รองเท้าผ้าใบขาดๆ เตะขาตั้งลงแล้วดึงกุญแจรถออกมาหลังดับเครื่อง

ผัวะ โครม!

เสียงตุบตับด้านในช่างน่าศิวิไลเสียจริง

กระเป๋าถูกยกขึ้นพาดบ่า ราชาเดินรักษามาดเข้าไปด้านใน นักเรียนเกือบสามสิบคนนัวเนียกันอยู่ที่กลางโกดังรกๆ ท่อนไม้ ซากหิน หรืออะไรที่อยู่แถวนี้ถูกใช้เป็นอาวุธ น่ากลัวว่าจะมีการตีผิดตัวเพราะแต่ละคนต่างมาจากโรงเรียนเดียวกัน เครื่องแบบเหมือนกัน หน้าก็กวนตีนคล้ายๆ กันอีก...

เอจน์ใช้กระเป๋าตบประตูโกดังเสียงดังจนคนทั้งหมดต้องหันมามอง ความเงียบเกิดได้ไม่นานก็มีเสียงเฮลั่น พวกลูกน้องของเขายกมือชูพร้อมกับหันไปเยาะเย้ยพวกศัครูข้างๆ

“ราชาตัวจริงมาแล้วเว้ย”

“พวกมึงไม่รอดแล้วล่ะ”

“ตายกันหมดนี่เลยแล้วกัน วะฮ่าๆๆ”

ราชาหัวเราะด้วยความพออกพอใจ เขาสั่งให้ลูกน้องของตนถอยออกมาเพื่อต้องการหา ใครบางคน ... ใครางคนที่ทำให้เขาต้องส่งสารท้าทายด้วยตัวเอง

ราห์จ

กวาดสายตาผ่านพวกที่ยืนทำหน้าเคียดแค้นจนครบก็ยังไม่เจอคนที่ตามหา ไอ้เวรนั่นหายหัวไปไหน เขาควรจะได้เห้นสภาพสะบักสะบอมของมัน และท่าทางลูกหมาที่คลานเข้ามาทำความเคารพใต้แทบเท้าเขานี่!

ผัวะ!

กระเป๋าใบเดิมฟาดลงบนหน้าของตนที่อยู่ใกล้สุด

“หดหัวไปตายที่ไหนแล้ววะ?!

“...”

ทุกคนเงียบ เสียงตะโกนของเอจน์ดังก้องอยู่ในโกดังนานหลายวินาที

“มึงนั่นแหละที่หดหัวไปอยู่ไหนมา”

เหยี่ยวบินลงมาจากรังเมื่อพบเหยื่อ ราห์จยันตัวลุกขึ้นมาจากกองแผ่นเหล็กที่วางซ้อนกันจนกลายเป็นเตียงขนาดย่อม สีหน้างัวเงียบอกได้ดีว่าเขาเพิ่งจะผ่านการนอนหลับมา...

แถมยังเป็นการนอนหลับท่ามกลางสนามรบ!!

“หาววว” ราห์จอ้าปาดหาววอดๆ แถมยังยกมือขึ้นบิดขี้เกียจ ขายาวเหยียบลงบนพื้นเมื่อคนขี้เซาตัดสินใจตื่น เอจน์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความหมั่นไส้กับท่าทางขี้เกียจเกินเหตุของศัตรู ไอ้เวรนี่มันชักจะเหิมเกริมใหญ่แล้ว!

“นึกว่ากลัวจนจะยอมทิ้งมงกุฏแล้วหนีหัวซุกหัวซุนไปแล้ว”

“มึงว่าไงนะ!?” เอจน์แทบจะพุ่งเข้าไปถีบปากอวดเก่งนั่นเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ติดว่าไอ้พวกลูกน้องเวรฉุดกระชากเอาไว้เสียก่อน

บัดซบ! พวกมึงจะมาจับกูเอาไว้ทำไมวะ

“กูบอกว่า... มึงมันขี้ขลาด”

“ไอ้ห่า! ปากดีนักนะมึง”

ราห์จยักไหล่รับอย่างสบาย ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้ ลูกน้องพร้อมใจกันแหวกทางให้อย่างพร้อมเพรียง ราห์จคว้าปกเสื้อของราชาขึ้นมาแล้วกระชากอย่างแรง ร่างสูงเสียหลักขยับเข้าไปใกล้ ทั้งๆ ที่คิดว่าจะขืนแรงเอาไว้จนคนดึงเป็นฝ่ายพ่ายแพ้แท้ๆ

“กูมีอะไรจะบอก...”

ภัยคุกคามใหญ่หลวง

ราห์จเหยียดยิ้มน่ากระทืบมาให้ และมันคงจะจบลงด้วยการกลับไปนอนยิ้มให้ตัวเองในห้องไอซียูถ้าไม่มีรังสีอำมหิตบ้าๆ นี่ เอจน์จ้องนัยน์ตาของอีกคนอย่างเอาเรื่อง กระแสฆ่าฟันสาดใส่กันจนคนอื่นๆ รู้สึกอึดอัดและอยากอาเจียน

“มึงมันราชาไร้น้ำยา”

“...!!

ปั่ก!

_______________________________________________________________

TALK : มาแล้วววว
พรุ่งนี้ต่อจนจบนะคะ :)
หวังว่าจะโอเค ใครที่ว่าราห์จเคะ เจอนี่เค้าไป
เอจน์เคะกว่า (ฮา)
มาเดากันดีกว่าน้าว่าใครจะกดใคร'
ใครจะเป็นผู้พ่ายในศึกราชา และในศึกบนเตียง (??)





 

ท่อนแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อฟาดลงที่ต้นคออย่างแรง ความรู้สึกเจ็บปวดหน่วงจนจุก เอจน์เซถอยไปด้านหลัง ยกมือขึ้นกุมคอพร้อมมองคนตรงหน้าเขม็ง

“มึง... ตาย!

อินทรีย์ยักษ์กู่ร้องคำรามก่อนจะเป็นฝ่ายพุ่งทะยานเข้าหาศัตรู ส้นเท้ากระแทกเข้าที่ท้องน้อย ตามด้วยหมัดหนักๆ อีกนับสิบ ราห์จหันหลบได้เพียงบางครั้งทำให้เกิดรอยแผลแตกบนใบหน้า หลังจากตัวหัวหน้าเปิดศึก ลูกน้องต่างฝ่ายก็เริ่มวิ่งเข้าซัดกันนัวเหมือนในตอนแรก พวกที่หลุดเข้ามาวงในก็หาทางลอบทำร้ายคู่ต่อสู้ของหัวหน้าตัวเอง

“ถุย!

ราห์จถ่มกองเลือดในปากลงบนพื้น โดนหมัดติดต่อกันจนมึนไปหมด อาการปวดตุบๆ ที่ขมับทำให้การทรงตัวดูย่ำแย่ ลูกน้องของพวกมันมีเยอะกว่า เขาเลยโดนลอบทำร้ายมากกว่า จำได้ว่าโดนไม้อัดใส่ข้างหลังกระดูกแทบหัก ส่วนเอจน์ก็ปะทะเข้าที่ด้านหน้าจนรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็นขนมบดเละๆ

นั่น! พูดยังไม่ทันคาดคำพวกหมาลอบกัดก็เอาอีกแล้ว

มันกระแทกเข้าใส่ด้วยไหล่และข้อศอกแหลมๆ ออกแรงดันจนร่างของเขาเขยิบเข้าไปใกล้เอจน์ที่ยืนมองด้วยรอยยิ้ม ดูมันจะมีความสุขเหลือเกินกับการที่เขาเสียท่า

อย่าให้ถึงทีกูบ้างก็แล้วกัน

มึงจะต้องเจ็บหนักมากกว่านี้แน่ๆ!

“เก่งแต่ปากนี่หว่า”

เอจน์เอ่ยเยาะ กอดอกและตวัดขาแต่เข้าที่ข้อพับจนอีกคนทรุดนั่ง เขาถีบเข้าที่หน้าอกอีกครั้งเพื่อให้ราห์จนอนราบไปกับพื้น ปลายส้นรองเท้าทำหน้าที่บดขยี้ซากศัตรูอย่างดีเยี่ยม เอจน์กระทืบซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่มีการเห็นอกเห็นใจในสนามรบ มีเพียงฆ่ากับฆ่า

เหยี่ยวเป็นนกนักล่า

แต่อินทรีย์คือราชาที่แท้จริง!

ราห์จเพียงแค่หัวเราะหึหึ ยิ่งฝ่าเท้ากระแทกใส่มากเท่าไหร่ระดับความบ้าคลั่งของราห์จก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น เสียงหัวเราะเพิ่มระดับความดังตามอารมณ์ที่พุ่งพล่าง

“ฮ่าๆๆๆๆๆ!

“มึงเป็นเหี้ยอะไรอีกวะ”

“อั่ก”

ไม้ที่เอจน์คว้ามาจากใครสักคนถูกหวดรัวๆ ใส่ร่างบนพื้น แต่เสียงหัวเราะทุเรศๆ นั่นก็ยังไม่หมด และมันทำให้เขาโกรธจนแทบจะเป็นบ้า เลือดขึ้นหน้าจนแดงซ่าน อินทรีย์ยักษ์ล่อนถลาเข้าหาเหยื่อผู้โชคร้าย ก่อนจะจิกกัดดึงทึ้งเพื่อฉีกกระชาก ราห์จยกมือขึ้นรับไม้ก่อนจะแย่งมาเป็นของตัวเอง ข้อมือปวดๆ พยายามฝืนบิดเพื่อกวัดแกว่งอาวุธ เขายกขาขึ้นถีบจุดยุทธศาสตร์ของไอ้ราชาบัดซบด้านบน เมื่อมันลงนอนร้องโอดครวญเขาก็หยัดตัวลุก

“ถอย!!

การหนีไม่ใช่เรื่องน่าอายสำหรับเขา

ราห์จสั่งลูกน้องของตนก่อนจะเหวี่ยงไม้ในมือไปมากันคนนอกเข้ามายุ่มย่าม คนที่ได้รับคำสั่งรีบจัดการภาระของตนให้เสร็จก่อนจะวิ่งหนีออกไปทางประตู ราห์จโยนไอ้เวรตัวหนึ่งที่วิ่งเข้ามาใส่ด้วยมือทั้งสองข้าง และหันไปโหม่งใส่อีกคนที่ตามกันมาติดๆ เขาฝ่ากำแพงมนุษย์ไปที่ทางออกด้วยความยากลำบาก ยิ่งเอจน์กลับมาเป็นปกติแล้วการจะทะลวงไปแต่ละทีก็ใช้เวลานาน เพราะไอ้ราชาบ้าอำนาจวิ่งตามหลังมาติดๆ

“ไอ้ขี้ขลาด แน่จริงมึงอย่าหนีสิวะ!

ราห์จไม่ได้ตอบ

เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองแพ้

สัตว์ป่าจะหลบหนีตามสัญชาตญาณเมื่อเจอเรื่องเลวร้าย พวกมันรู้ว่าชีวิตสำคัญกว่าศักดิ์ศรี เพราะอย่างหลังน่ะถ้ายังไม่ตายก็สามารถกอบกู้กลับมาได้ทุกเมื่อ ราห์จยอมรับว่าวันนี้เขาประมาทฝีมือของศัตรูมากไปหน่อย ก็เห็นมันหลบอยู่หลังลูกน้องจนแทบจะเป็นง่อย ใครจะรู้ว่าแม่งซ่อนคมเอาไว้ขนาดนี้ แถมยังเล่นลอบกัดแบบไม่อายหมา แต่จะว่ามันคนเดียวก็คงไม่ได้ เขาก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ

“ไอ้ห่า หนีหัวซุกหัวซุนเป็นหมาเลยนะมึง”

เอจน์ยังคงตะโกนด่าจากข้างหลัง

ราห์จกัดฟันกรอดแต่ก็ไม่ได้หันกลับไปซัดปากหมาๆ นั่นให้หมอบ สภาพร่างกายไม่พร้อม จำนวนลูกน้องมีไม่พอ ต้องขยายอำนาจ ใช่! หลังจากวันนี้เขาจะล่าอาณานิคมก่อนจะเปิดศึกกับราชาสเคอร์เลียสอีกหน

ราห์จกระโดดขึ้นซ้อนหลังไอ้หัวส้มเพื่อนของเขาที่สตาร์ทรถรออยู่แล้ว เขาเหยียบลงบนที่วางขาก่อนจะลุกขึ้นยืน มอเตอร์ไซค์คันสวยแล่นผ่านหน้าของเอจน์ไปอย่างเฉียดฮิว แทบจะเสยหน้ากันให้ได้ถ้าใกล้กว่านี้อีกสักสามสี่เซนติเมตร และก่อนที่จะบิดคันเร่งหนีราห์จก็ยกมือขึ้นโบกไปมาพร้อมมอบรอยยิ้มน่ารังเกียจให้

“บ๊ายบาย”

นี่ไม่ใช่การพ่ายแพ้ แต่เป็นการเริ่มต้น

ถ้ารู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งก็ชนะร้อยครั้ง

และถ้า ตัดแขนขาของศัตรูได้ก่อน ถึงจะรบอีกสักพันเที่ยวก็ไม่มีทางแพ้

ลูกน้องของมันทั้งหมดจะต้องทรยศหักหลัง และมันจะกลายอินทรีย์ปีกหักที่ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากนอนให้เฉาตายไปตามกาลเวลา

ถึงเวลานั้นเขาก็จะเป็นผู้ชนะ!!

_______________________________________________________________

TALK : ตอนนี้อาจไม่ดีเท่าที่ควร
สภาพอารมณ์ข้าพเจ้ายังไม่คงทนเท่าไหร่ 555.
ไว้ได้ฤกษ์รีไรต์จะทำให้ได้ฟิลลิ่งการฆ่าฟันมากกว่านี้
ขอโทษถ้ามีข้อผิดพลาดประการใด
การบรรยาไม่ดี หรือตอนนี้ห่วย สั้น และบลาๆ
ไว้เคลียร์กับสมองและงานวุ่นๆของตัวเองเสร็จ
แล้วจะพยายามทำให้ดีขึ้นมากกว่านี้ค่ะ!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

724 ความคิดเห็น

  1. #569 yaoi♡ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มีนาคม 2558 / 13:15
    คิดถึงภาพที่ราห์จและเอจน์กำลังต่อสู้กัน...รู้สึกสะใจแปลกๆ(?)
    #569
    0
  2. #468 ★Light B. Parker☀ (@noynra14) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 00:14
    เอจน์เมะเเน่ๆ เมะเหนือเมะ
    #468
    0
  3. #397 B@DBLOOD (@hongs) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 15:04
    แรกพบสบตาาา 
    #397
    0
  4. #358 ... (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2557 / 22:41
    ศึกเมะXเมะ หามานานนนนนนนนนนนนน
    #358
    0
  5. #247 Last'the (@ro-m-o) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2556 / 16:38
    อร๊ากกก เชียร์เอจน์เมะ ไม่รู้ทำไม -///-
    #247
    0
  6. #216 blone (@mosad) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2556 / 10:55
    ชอบมากกกแนวนี้ฮะ
    ชอบแบบ เมะกดเมะอะ แต่งแบบนี้อีกนะฮะ
    #216
    0
  7. #199 Hun Jaeyong ^^ (@young_sister) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2556 / 17:56
    คึคึคึคึคึค ยืนยันคำเดิมเลย ชอบเรื่องของไรต์มากฮัฟ ชอบอ่านแบบ เมะ กด เมะ แบบนี้แหละ มันใช่ ^^
    #199
    0
  8. #144 คิเซริ (@fim82) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2556 / 22:20
    ใครจะเมะจะเคะคงต้องติดตามตอนต่อไป
    555555
    #144
    0
  9. #136 แป๋งแป้ง (@papa-h) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มกราคม 2556 / 02:49
    พออ่านจบ มองไปที่ชื่อเรื่อง (ตรูเข้ามาถูกเรื่องแน่นะ = =")
    #136
    0
  10. #105 II-SPELLD-II_SeCretKaN (@devilkanlove) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2555 / 16:29
    ตื่นเต้นมากกกกกก ดูๆแล้วเหมือนราห์จจะเมะนะ "___" อิอิ
    จินตนาการถึงเสียงหัวเราะของราห์จแล้วสยองนิดๆนะเนี่ย =____=5555
    #105
    0
  11. #70 แกงส้ม (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2555 / 12:48
    แสดงว่าราจจน์น่าจะเจ้เล่ห์กว่าเอจน์นะเนี่ย
    #70
    0
  12. #45 ml (@cocoa-sweet) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2555 / 21:31
    โหดกันจริงๆๆๆ
    #45
    0
  13. วันที่ 22 พฤศจิกายน 2555 / 13:51
    ดุเดือดมาก อั้ยย่ะ ><
    #19
    0
  14. #8 P0LLYR0CkER (@pollykim) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2555 / 06:07
    มาต่อเถอะนะไรท์ ชอบมากเลยย แบบนี้เลยยย ใช่เลยยย
    #8
    0
  15. #7 PoPpY_555+ (@avonie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 / 20:58
    รอตอนต่อไปนะคะไรเตอร์ ชอบเลยเมะกดเมะเนี่ย555+

    แล้วก็ไม่ต้องเครียดนะคะ  เชื่อสิว่าหนึ่งในคนพวกนั้น เค้าอาจแค่ยังไม่รู้จักไรเตอร์

    แต่ถ้าเค้ารู้จักจริงๆอาจจะชอบไรเตอร์ก็ได้ คนเรามีเหตุผลไม่เหมือนกัน

    เหตุผลของเค้าไม่ดีและออกจะเห็นแก่ตัวไปหน่อย  บางทีน่าจะลองคุยกันแบบเปิดอกนะคะ
    #7
    0
  16. #6 Slowdrive (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2555 / 18:51
    อืม น่าสนใจ ได้กลิ่นอายเมะกดเมะ

    ใครจะอยู่ใครจะไปใครจะเสียซิง
    #6
    0