[yaoi] : Black Paradise : เล่ห์มาเฟีย [สนพ.มีดีส์]

ตอนที่ 9 : - เขี้ยวที่ ๘ : แผนการของเจ้าป่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 311
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 ก.ค. 59

 

เขี้ยวที่ ๘

แผนการของเจ้าป่า

 

ไอศูรย์ถูกพาเข้าห้องผ่าตัดเพื่อเอากระสุนออก พยัคฆ์หนุ่มนั่งรออยู่หน้าห้องด้วยใบหน้าเคร่งเครียด ในมือคือแฟ้มประวัติของชนรดี หญิงสาวที่คนรักของเขากำลังจะแต่งงานด้วยในอีกไม่ช้า และพรุ่งนี้ไอศูรย์ก็มีนัดพาเธอไปฝากครรภ์ แต่โดนยิงขาเดี้ยงไปแบบนี้ก็คงต้องให้คนอื่นพาไปแล้วล่ะ

แน่นอน การทำร้ายร่างกายแฟนตัวเองนั้นย่อมมีเหตุผล

หนึ่งก็อยากจะสั่งสอน แต่คิดว่าอีกคนไม่มีสำนึกเท่าไหร่

สองก็อยากกันท่าไอศูรย์ออกจากชนรดีซะ แค่แต่งงานก็มากพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องลงไปคลุกคลีอีก ไตรทัศยอมมานานเกินไป ยอมจนเกิดปัญหาใหญ่โตขนาดนี้ ต่อจากนี้ไป พยัคฆ์จะขังราชสีห์เอาไว้ไม่ให้ออกไปเที่ยวไข่แล้วทิ้งไว้ที่ไหนอีก

ร่างสูงโยนแฟ้มเอกสารในมือให้ลูกน้องคนสนิท ดวงตาหวานทอดมองไปที่ประตูห้องผ่าตัด กลิ่นยาฉุนกึกทำให้เวียนหัวเล็กน้อย แต่เมื่อนั่งนานเข้าก็ดูจะเบาบางลง ไตรทัศนั่งรออยู่ได้ครู่หนึ่งนายแพทย์อายุสี่สิบปลายๆ ก็เดินออกมาพร้อมพยาบาลหนึ่งคน

“เสร็จแล้วเหรอครับ” ไตรทัศลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปถาม

“ครับ จนกว่าแผลจะหายดีอย่าให้ใช้ขามากนะครับ กระสุนปะทะอย่างแรงทำให้กระดูกร้าว ถ้าใช้งานบ่อยๆ อาจหักได้ หมอเข้าเฝือกให้แล้ว คาดว่าเดือนหน้าก็คงถอดได้”

“ขอบคุณครับ” ไตรทัศยิ้มบาง เขามองลอดเข้าไปด้านในห้องผ่าตัด ไอศูรย์ที่สลบจากฤทธิ์ยาถูกเข็นออกมาโดยพยาบาลจบใหม่คนหนึ่ง ไตรทัศไม่ได้ติดต่อห้องพิเศษไว้ดังนั้นเขาจึงสั่งให้ลูกน้องไปเตรียมรถ แต่ทางโรงพยาบาลบอกจะนำคนไข้ไปส่งที่คฤหาสน์ตระกูลสิงหธานินทร์ให้ ซึ่งน่าจะสะดวกกว่าการพาคนขาเจ็บที่กำลังหลับสนิทขึ้นรถยนต์สี่ประตู ไตรทัศจึงตอบตกลง

ร่างสูงพาตัวเองกลับมาที่คฤหาสน์หลังใหญ่ก่อนเพื่อชี้แจงเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ธีรเดชและไอยราฟัง ทั้งคู่อาจจะอยากรู้สาเหตุของเสียงปืนและอาการบาดเจ็บของคนในครอบครัว ไตรทัศเดินเข้าไปที่ห้องโถงซึ่งมีเจ้าของบ้านนั่งอยู่กับลูกชาย ชายวัยกลางคนมองมาด้วยสายตาคมปราบ คนตัวสูงยกมือขึ้นสวัสดีด้วยรอยยิ้มสุภาพ

“นั่ง” เสียงทรงอำนาจเอ่ยสั้นๆ

ไตรทัศทิ้งตัวลงบนเก้าอี้นวมตัวตรงข้าม เหลือบมองไอยราที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล เขายิ้มบางๆ อย่างเอ็นดูก่อนจะหันกลับมาสนใจพญาราชสีห์คนเก่า

“ผมกับไอศูรย์ทะเลาะกันนิดหน่อยครับ เลยเกิดปืนลั่น”

“วันหลังก็หัดระวัง ถ้ามีใครตายจะเป็นปัญหาใหญ่”

“ต้องขอโทษด้วยครับที่ทำเรื่องวุ่นวาย” ร่างสูงยกมือพนมไว้ที่อก โค้งหัวลงพลางเอ่ยขอโทษ ธีรเดชยกมือปัดอย่างไม่ใส่ใจ

“มันเป็นยังไงบ้าง”

“กระดูกร้าวต้องใส่เฝือกครับ”

“ดูแลมันด้วย”

“ครับท่าน” ไตรทัศตอบรับอย่างจริงใจ ไม่ต้องมีใครบอกเขาก็ตามมาดูแลถึงที่นี่อยู่แล้ว ธีรเดชพูดคุยอีกสักพักก็ขอตัวกลับไปนอนพัก ส่วนไอยราบอกจะขอรออยู่รับพี่ชายก่อนค่อยไปนอน เด็กชายตัวโตยังมีสีหน้าเคร่งเครียดไม่คลายกังวล

“ศูรย์ไม่เป็นอะไรหรอก”

“ผมแค่ห่วง” ดวงตาคมที่ถอดแบบกันมาช้อนขึ้นมองคู่สนทนา “ถ้าพี่เดินไม่ได้คงเบี้ยวนัดผมแน่”

“นัดอะไร”

“ไปดูบาสครับ”

ไตรทัศยิ้มเมื่อได้ฟังเหตุผล ไอยราโตมากพอที่จะเรียนรู้ความโหดร้ายของสังคมมาเฟีย แต่ทุกคนกลับกันเขาออกห่างเท่าที่ทำได้ โดยเฉพาะไอศูรย์ที่ไม่อยากดึงน้องลงวงจรโสโครกแห่งนี้ ไอยราเลยยังเหมือนเด็กวัยรุ่นทั่วไปที่มีสิ่งที่ชอบและอยากทำ ไม่เหมือนเขาตอนอายุเท่านี้ ไอศูรย์ก็ด้วย พวกเขาเรียนรู้ความดำมืดทุกอย่างและลงมือทำด้วยตัวเอง ไม่มีงานอดิเรก เวลาว่างออกไปเที่ยวเล่น หรือแม้กระทั่งอ่านการ์ตูนสักเล่มก็ยังทำไม่ได้ ชีวิตวัยเด็กของเขาสูญเสียไปด้วยการฝึกฝน มันเป็นสัจธรรมของมนุษย์ที่ถูกกำหนดว่าต้องขึ้นกุมบังเหียน

หน้าที่ที่แม้ไม่อยากยอมรับก็ต้องทำมัน...

รถพยาบาลเลี้ยวเข้ามาจอดที่หน้าประตู บุรุษพยาบาลเข็นเตียงคนป่วยเข้ามาด้านในก่อนที่พวกเขาจะช่วยกันยกขึ้นไปที่ชั้นสองของบ้าน ลูกน้องตระกูลราชสีห์เดินตามไม่ห่าง ทั้งเพื่อคุ้มกันและช่วยเหลือ เมื่อเสร็จงานแล้วคนของโรงพยาบาลก็จากไป ไตรทัศเอ่ยขอบคุณอย่างมีมารยาท ก่อนที่เขาจะไล่ไอยราขึ้นห้องไปนอน ส่วนตัวเขาเองก็สั่งลูกน้องให้กลับบ้านตระกูลพยัคฆ์ไป จากนั้นชายหนุ่มจึงขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าเตรียมเข้านอน

 

วันต่อมา อุณหภูมิร้อนแรงเหยียบสามสิบกว่าองศา ไอศูรย์ที่นอนพลิกตัวไม่ได้กำลังหงุดหงิดอยู่บนเตียง อาการขบเมื่อยทำให้อยากบิดตัวเป็นเกลียว แต่เพราะเฝือกบ้าๆ บนขามันไม่อำนวย เขาเลยต้องทนนอนหงายในท่าเดิมอย่างช่วยไม่ได้

ไตรทัศหายไปที่บริษัทเพราะมีประชุมตั้งแต่แปดโมงเช้า นี่ก็ย่างเข้าเที่ยงวันแล้วแต่อีกคนยังไม่มีทีท่าจะกลับ ไอศูรย์เบื่อจนเกิดอาการเหนื่อยหน่ายไม่อยากทำอะไร สมาร์ทโฟนถูกหยิบขึ้นรอบที่ห้าของวัน เขาสไลด์หน้าจออย่างไม่รู้จุดหมาย ข่าวต่างๆ ในวันนี้ไม่น่าสนใจ โดยเฉพาะข่าวบันเทิงที่มีรูปหน้าตัวเองแปะหราเต็มไปหมด โทรศัพท์เลขาฯ ดังทุกวินาทีจนเจ้าตัวโทรมาบ่นกับเขาว่าทำไมต้องทำตัวให้ดังด้วย นักข่าวหลายสำนักต้องการสัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องงานแต่ง น่าเสียดายที่ไอศูรย์ไม่มีอารมณ์พอจะคุยกับใครทั้งนั้น และงานแต่งงานครั้งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องน่าสนใจสำหรับพญาราชสีห์

แกร็ก

กลอนประตูลั่นขัดจังหวะความคิด ไอศูรย์เบนหน้าไปมองทางเข้าห้อง ไตรทัศในชุดสูทสีน้ำตาลดูภูมิฐานและเต็มไปด้วยเสน่ห์ ชายเจ้าของห้องหลุดยิ้มออกมาเมื่อรู้ว่าช่วงเวลาแสนน่าเบื่อของตนได้จบลงแล้ว เขาโบกมือให้คนรักแทนการทักทาย

“เหนื่อยไหม”

“นิดหน่อย” ไตรทัศถอดเสื้อสูทออกก่อนจะพาดมันบนเก้าอี้หน้าโต๊ะกระจก เขาปลดเน็คไทพร้อมทั้งกระดุมสองเม็ดบน เหงื่อกาฬบนใบหน้าเริ่มแห้งเมื่อปะทะกับแอร์เย็นๆ

“อาบน้ำ” ไอศูรย์พูดสั้นๆ พลางอ้าแขนออก นัยน์ตาหวานหันมามองก่อนจะหลุดรอยยิ้มบางบนริมฝีปาก ไตรทัศเดินไปที่เตียง ช้อนร่างโปร่งมาไว้ในอ้อมแขน

“ตัวหนัก”

“ก็ไม่ใช่ผู้หญิง”

“รู้ก็ยังชอบให้อุ้ม” ไตรทัศพาคนตัวหนักไปที่ห้องน้ำ วางลงในอ่างโดยให้พาดขาข้างที่สวมเฝือกไว้ด้านนอก คนเจ็บปลดเสื้อนอนตัวเองออก ใจจริงอยากถอดกางเกงด้วยแต่ทำเองไม่ได้เลยต้องรอให้คนที่กำลังสาละวนกับการเปิดน้ำมาช่วย

น้ำอุ่นไหลมาในอ่างมากขึ้นเรื่อยๆ กางเกงนอนถูกถอดออกไปด้วยฝีมือคนรัก ไตรทัศยื่นขวดสบู่เลวมาให้ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปยังฝักบัวติดผนัง

“ไม่อาบให้เหรอ” ไอศูรย์ร้องถามพร้อมแกล้งกัดปาดยั่ว

“มือไม่ได้ขาด”

ราชสีห์หนุ่มหัวเราะจนท้องแข็ง ค่อยๆ ชโลมสบู่กลิ่นหอมทั่วเรือนกาย ดวงตาคมจับจ้องคนตัวสูงที่ยืนให้น้ำรดหัวอยู่ไม่ไกล มัดกล้ามที่ขึ้นจนชัดถูกไอศูรย์จับจ้องอย่างหยาบโลน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนราวกับข่มขืนอีกคนไปแล้วทางความคิด ลิ้นสีสดเรียวรอบริมฝีปากบางกระจับ

“ทัศ...”

“หืม”

“หุ่นแซ่บขึ้นนะ”

ไตรทัศหันมามองคนพูดอย่างอึ้งๆ ในขณะเดียวกันก็ก้มลงมองรูปร่างของตัวเองด้วยเช่นกัน ขนเส้นเล็กตามตัวตั้งชันเมื่อสัมผัสถึงสายตาหื่นกระหายที่มองมาอย่างชัดเจน

“...” พยัคฆ์หนุ่มมองคนรักด้วยสายตาบอกเป็นนัยว่าหมดคำจะพูด แว่วเสียงหัวเราะพอใจมาจากคนในอ่าง ไตรทัศรีบชำระร่างกายตัวเองโดยเร็ว ก่อนที่เขาจะพันผ้าขนหนูแล้วเดินออกไปนอกห้องน้ำ ทิ้งไอศูรย์ที่นอนเล่นฟองสบู่พลางฮัมเพลงสบายใจให้ใช้เวลาคนเดียวได้เต็มที่

กว่าคนขาเดี้ยงจะอาบน้ำเสร็จก็ตัวเปื่อย ไอศูรย์พยุงตัวเองออกมาจากห้องน้ำโดยมีผ้าขนหนูพันอยู่รอบบั้นเอวลวกๆ เขาจับประตูเพื่อพยุงตัวเองให้ยืนได้โดยขาข้างเดียว ไตรทัศรีบพุ่งมาประคองคนป่วยที่ไม่ยอมตะโกนเรียกแต่กลับทำตัวเก่งเดินกระเพรกๆ ออกมาด้วยตัวเอง

“ทำไมไม่เรียก”

“ขี้เกียจตะโกน”

คำตอบของไอศูรย์เล่นเอาหัวคิ้วคนฟังกระตุก ไตรทัศมองปรามก่อนจะพาร่างโปร่งไปนั่งรอบนเตียง ส่วนเขาก็ผละไปหาเสื้อผ้ามาให้อีกคนสวม เป็นเสื้อยืดกับกางเกงบอลขากว้าง คงง่ายที่จะยัดเฝือกเทอะทะนี่ลงไป ไตรทัศจับอีกคนแต่งตัวราวตุ๊กตา แต่ก็ไม่วายถูกพระราชาก่อกวนด้วยการแกล้งร้องโอดโอยยามเผลอไปโดนขาข้างที่เจ็บ

“สำออย” ไตรทัศต่อว่าด้วยความหมั่นไส้

ไอศูรย์ยิ้มขันแต่ก็ยอมอยู่นิ่งๆ ให้คนจัดการสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย

“กินอะไรไหม” พยาบาลหนุ่มถามเมื่อแต่งตัวเด็กโค่งตรงหน้าเสร็จ ไอศูรย์ส่ายหน้าก่อนจะทิ้งตัวลงนอน ฟูกยุบลงไปอย่างแรงก่อนจะดีดตัวกลับ ส่งผลให้ร่างโปร่งลอยขึ้นมาประมาณหนึ่งมิลลิเมตรก่อนจะตกกลับที่เดิมตามแรงโน้มถ่วง

“มานอน” มือกร้านตบที่นอนข้างตัวสองสามที

“ไม่ละ มีงาน”

“ข้างนอก?”

“เปล่า เอกสาร”

“ก็เอามาทำบนเตียง” ไอศูรย์เถียงอย่างไม่ยอมแพ้ เขาไม่อยากให้ไตรทัศออกไปจากห้องตอนนี้ เวลาว่างที่ต้องอยู่ในห้องคนเดียวมันแสนจะน่าเบื่อ ไตรทัศเหมือนจะรู้เลยยอมตกลง ร่างสูงเดินออกไปข้างนอกครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาพร้อมแฟ้มเอกสารสองสามแฟ้ม

พยัคฆ์นุ่มนอนคว่ำลงบนเตียง เท้าศอกไว้เพื่อยันช่วงบนขึ้น หยิบแฟ้มนั้นแฟ้มนี้มาเปิดอ่านอย่างละเอียด ไอศูรย์นอนตะแคงข้างมองคนรักทำงานด้วยสายตาพิจารณา หนวดเคราขึ้นเขียวเต็มคางทีเดียว นิ้วเรียวเอื้อมไปลูบทันทีตามความคิด ตอขนสั้นๆ แทงมือชวนให้จั๊กจี้

“ทำไมไม่โกน”

“ไว้ยาวกว่านี้ก่อน” ไตรทัศตอบโดยไม่ละสายตาจากงานตรงหน้า

“สกปรก”

“หือ” คนตัวสูงหันมามองแทบจะทันที ไอศูรย์ยิ้มเยาะพลางรูปคางมนที่สะอาดเรียบเนียนของตัวเอง “พูดใหม่อีกทีสิ”

“สกปรกไง”

“เหรอ”

“เขียวเชียวนะ”

“หึ” ไตรทัศกวาดแฟ้มเอกสารออกไปจากเตียง ดวงตาจับจ้องคนที่ยังนอนยิ้มกริ่มอยู่ข้างๆ หรี่ตามองแล้วหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขานับหนึ่งถึงสามในใจก่อนจะกระโจนเข้าใส่ไอศูรย์ทั้งตัว สองแขนรวบร่างโปร่งไว้ในอ้อมแขน ซุกหน้าลงที่ซอกคอขาว ใช้ตอหนวดที่ขึ้นเต็มคางไซร้ไปตามผิวเนียน

“ทำ ฮ่าๆๆๆ อะ อะไร ฮ่ะๆ” ไอศูรย์ชักดิ้นชักงอเมื่อถูกขนแข็งๆ ทิ่มคอ เขาพยามจะถีบคนบนร่างออกไปจากตัว แต่เพราะหัวเราะหนักมากจนไม่มีแรงเหลือ ราชสีห์หนุ่มจึงทำได้เพียงดิ้นหนีอีกคนสุดแรงเกิดก็เท่านั้น

“เป็นไง” ไตรทัศผละออกมาเมื่ออีกคนทำท่าจะขาดใจตาย เขายิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ไอศูรย์นอนหอบแฮกอย่างหมดแรง แต่ดวงตาคมกลับทอประกายความสนุก ไม่มีวี่แววของการยอมแพ้ ยิ่งเมื่อเรียวปากบางฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์ ไตรทัศก็รู้สึกปวดขมับขึ้นมาตงิดๆ

“ก็ดี” ขาเรียวยกขึ้นโอบรัดบั้นเอวแกร่ง ตามด้วยแขนที่ยกขึ้นคล้องคอคนคร่อม ไอศูรย์เอียงหน้าเพื่อเปิดเผยต้นคอขาว “ทำอีกสิ ชอบ”

“อย่าท้า”

“เปล่า อยากให้ทำ”

“...”

“...”

ไตรทัศมองหน้าอีกคนอย่างชั่งใจ สายตาท้าทายทำให้เขาตัดสินใจก้มหน้าลงไปอีกครั้ง แต่ก่อนที่จะถึงเป้าหมายเสียงโทรศัพท์เครื่องสวยกลับดังขึ้นขัดจังหวะ ไอศูรย์เอื้อมมือไปหยิบเครื่องมือสื่อสารที่โต๊ะข้างเตียง สไลด์หน้าจอเพื่อกดรับสาย ขณะเอาโทรศัพท์แนบหูก็หันมาสบตากับคนรักด้วยสีหน้าแปลกๆ

“ครับ”

[^*^$_*_(*^#$]

“ผมให้ลูกน้องพาคุณไปแล้ว”

[0*^#+(_*@(@&$^]

“...” ไอศูรย์กรอกตาอย่างเบื่อหน่ายขณะฟังปลายสายพูด ไตรทัศพอจะเดาได้ว่าใครเป็นคนโทรมา ร่างสูงพลิกตัวไปนอนข้างๆ แทน หูก็พยายามจับใจความบทสนทนาด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่ค่อยๆ พุ่งขึ้นทีละนิด

“ผมขาหัก ไปไม่ได้”

[**$(^&*=(!*_)@#%-]

“...” ไอศูรย์ผ่อนลมหายใจก่อนจะกดตัดสาย เขาไม่สนว่าหญิงสาวจะกำลังพยายามเรียกร้องอะไร ชนรดีอยากให้เขาไปเป็นเพื่อนฝากครรภ์ ซึ่งเขาก็อยากไปอยู่หรอกเพราะเผื่อนักข่าวแอบตามไปถ่ายรูป จะได้มีเรื่องสร้างภาพสามีที่ดี แต่ขาเดี้ยงแบบนี้มันทำให้เขาเดินเหินลำบาก แต่พอบอกหญิงสาวไปว่าขาหัก เจ้าตัวกลับเรียกร้องที่จะมาดูแล

คฤหาสน์ตระกูลสิงหธานินทร์ไม่ใช่ที่ๆ ใครอยากเข้ามาก็จะเข้ามาได้ ที่นี่เต็มไปด้วยความลับ แค่วันนั้นที่ให้เธอเข้ามาพบพ่อของเขาก็มากพอแล้ว ขนาดตอนแต่งงานไอศูรย์ยังคิดจะซื้อบ้านสักหลังไกลจากที่นี่เพื่อเป็นเรือนหอชั่วคราว

ใช่แล้ว ชั่วคราว

เรื่องแต่งงานมันก็เป็นแค่หนึ่งในแผนการของเขา

ไอศูรย์ต้องรักษาชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของตัวเอง เขาจึงตัดสินใจที่จะประกาศความรับผิดชอบออกไปทันที แน่นอนว่าเสียงตอบรับกลับมาค่อนข้างดี มีผู้หญิงหลายคนที่ชื่นชมในความเป็นสุภาพบุรุษของเขา และอีกหลายๆ คนที่ปลื้มคู่ของเขาที่ทำทุกอย่างโดยคิดถึงอีกฝ่ายก่อน ทั้งๆ ที่เบื้องหลังจริงๆ แล้วมันไม่ได้มีอะไรลึกซึ้งเลยสักนิด

ชื่อเสียงเป็นเรื่องที่ถ้าไม่รีบแก้ไขก็จบ การปล่อยข่าวคาวให้โหมกระพือไปนานๆ ไม่ใช่เรื่องดี ค่าเสียหายที่บริษัทต้องเจอจากหุ้นและยอดขายตกไม่มีใครมาช่วย ไอศูรย์จำเป็นต้องรีบบอกเรื่องแต่งงานเพื่อกอบกู้ภาพพจน์ทั้งหมด หลังจากจัดการปัญหาที่หนึ่งได้ เรื่องต่อไปก็คือนักข่าว ไอศูรย์กำลังค่อยๆ แทรกแซงอำนาจของตัวเองเข้าไปในสังคมสื่อ และในระหว่างที่ทุกคนกำลังสนใจเรื่องงานแต่งงาน เขาก็สั่งให้ลูกน้องกุข่าวที่แรงกว่าเพื่อกลบกระแส อย่างเช่น... ดาราใช้ยาต้องห้ามหรือการทะเลาะกันกลางเวทีของนักร้องชื่อดัง

ไอศูรย์ต้องการนักข่าวมาเป็นพวกตัวเองส่วนหนึ่งเพื่อง่ายต่อการสร้างกระแส แผนการทุกอย่างจะดำเนินอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ให้ใครสงสัยได้ว่าชายหนุ่มอยู่เบื้องหลังเรื่องพวกนี้ หลังจากมีข่าวคาวที่น่าสนใจ เรื่องที่จบแฮปปี้เอนดิ้งอย่างเรื่องของเขาก็ไม่น่าสนใจอีกต่อไป

แต่ไอศูรย์จะไม่ยกเลิกงานแต่งงานเพื่อไม่ให้นักข่าวกลับมาสนใจอีก และเขายังต้องการลูกเพื่อสืบทอดตระกูล ดังนั้นราชสีห์หนุ่มจะดำเนินงานทุกอย่างไปเหมือนเขาต้องการชนรดีจริงๆ ในช่วงปีแรกเขาจะยังแสดงละครความรักแสนน้ำเน่านี้อยู่ หลังจากนั้นไอศูรย์จะเริ่มทำตัวเหลวเหลกและปล่อยให้เธออยู่คนเดียวที่เรือนหอ เขาจะปรนเปรอทรัพย์สินให้เธอทุกอย่างเท่าที่ชนรดีต้องการ เหมือนเป็นค่าจ้างเลี้ยงลูกและตอบแทนช่วงวัยสาวที่เธอเสียไป ชนรดีจะถูกผลักเข้าสังคมไฮโซ หญิงสาวจะได้ไม่กล้าพูดอะไรเวลาเขาทำตัวเหลวไหลทิ้งเธอให้อยู่คนเดียวเพราะกลัวเสียหน้า ทุกคนจะคิดว่าเธอคือหญิงสาวที่น่าอิจฉาที่สุดคนหนึ่ง

และนั่นคือบทสรุปของปัญหาคาราคาซังนี้

แฮปปี้เอนดิ้งกันทุกคนเลย

จริงไหม?

“คิดอะไรอยู่” เสียงไตรทัศดังขัดความคิดชั่วร้าย เรียกให้พญาราชสีห์หันไปมอง

“เรื่องดีๆ”

“อย่างบริจาคเงินให้เด็กกำพร้า?” อีกคนประชด แต่ไอศูรย์กลับพยักหน้ารับ

“อืม ก็ดีนะ”

“หึ” ไตรทัศส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “ไว้ค่อยทำตอนเปิดตัวสินค้าใหม่”

“แล้วก็เอาสินค้าไปแจกเด็กละสิ”

“ไหนๆ ก็มีนักข่าวแล้วนี่” ไอศูรย์หัวเราะชอบอกชอบใจ เล่ห์เลี่ยมไตรทัศแพรวพราวเสมอ เห็นหน้าซื่อๆ ดูเป็นรอง แต่ความจริงอาจจะเหนือกว่าเขาเลยด้วยซ้ำ

ถ้าให้เปรียบความต่างของเขาทั้งสอง ไอศูรย์คือคนที่ทำลายคนอื่นด้วยรอยยิ้มหวานเคลือบยาพิษ แต่ไตรทัศกลับชอบทำลายคนอื่นด้วยการหลอกใช้และยื่นมือช่วยเหลือ ทำให้คนๆ นั้นขาดเขาไม่ได้ เหมือนหาปลาให้ชาวบ้านแทนที่จะสอนวิธีจับปลา จากนั้นก็ค่อยๆ กัดกินเยื่อผู้โชคร้ายคนนั้นทีละนิด

ความอำมหิตภายใต้หน้ากากแสนใจดี

มือของเขาสะอาดแต่กลับเต็มไปด้วยบาปติดกาย

นั่นแหละพ่อพยัคฆ์คนรักของเขา

น่ารักใช่ไหมล่ะ...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #28 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 01:45
    ให้มันได้ยังงี้สิ นิยายมาเฟีย อะไรจะเหี้ยมกันปานนั้น อ่านไปอ่านมาก็เพลินดีนะ อยากรู้ว่าจะจบหักมุมแบบไหนยังไง ใครจะตายมั้ย ดูจากรักมากต้องเกลียดมากแน่ๆเลย ใกล้ชิดที่สุดอาจจะน่ากลัวที่สุดด้วยมั้ง คาดหวังกับตอนจบไว้มากอ่ะ ตื่นเต้นดี
    #28
    0
  2. #16 นิยายแบบนี้ท.ทุกวัยหรอ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 11:43
    น่าเกลียดเกินไปไหมคะ ไปขโมยลูกเขามาแล้วตอนจบได้อยู่กับคนรัก ทั้งเห็นแก่ตัว ทั้งไม่มีความเป็นมนุษย์เลย
    #16
    1