[yaoi] : Black Paradise : เล่ห์มาเฟีย [สนพ.มีดีส์]

ตอนที่ 4 : - เขี้ยวที่ ๓ : ราชสีห์ลิขิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 328
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    8 มิ.ย. 59

 

เขี้ยวที่ ๓

ราชสีห์ลิขิต

  

สามอาทิตย์มาแล้วที่ไอศูรย์ติดกระต่ายน้อยแจทั้งๆ ที่ปกติไม่เกินสามวันเขาก็เปลี่ยนเหยื่อรายใหม่ ถึงแม้จะไม่ได้ขลุกอยู่ด้วยกันทุกวันเหมือนคู่ใหม่ปลามัน บางทีห่างกันเกือบอาทิตย์เพราะงานที่ต่างจังหวัด แต่ทุกครั้งเมื่อไอศูรย์นึกอยาก เขาก็จะเรียกหาเธอแทนการออกไปหาเหยื่อรายใหม่ อาจจะเรียกว่าหลงในรูปรสแปลกใหม่ ปกติชายหนุ่มชอบเสพอาหารรสจัด ยิ่งเผ็ดร้อนจนปากผุปากผองยิ่งน่าลิ้มลอง แต่ชนรดีกลับเหมือนขนมปุยฝ้ายที่ทั้งหอมหวานและนุ่มละมุนลิ้น เขาชอบที่เธอเหมือนกระต่ายน้อยตื่นตูม แต่เวลาอยู่บนเตียงกลับเป็นนางแมวป่า ไอศูรย์ตั้งใจจะเก็บเธอไว้จนกว่าจะเบื่อ ดังนั้นในตอนนี้ไม่ว่าหญิงสาวจะขออะไรเขาก็พร้อมจะประเคนให้ นี่ไม่ใช่การกระทำหน้าโง่เหมือนเสี่ยหลงอิหนูหรอก แต่มันเรียกว่าอะไรนะ

อ่อ...

การแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมไง

ไอศูรย์มองมันเป็นเสมือนการลงทุน ซื้อความสุข ให้ตัวเอง เหมือนวัยรุ่นจ่ายเงินค่าบัตรคอนเสิร์ตเป็นหมื่นๆ  ผู้หญิงที่ซื้อเครื่องสำอางกับเสื้อผ้าราคาแพง หรือชายหนุ่มที่แต่งรถจนกระเป๋าฟีบกระเป๋าแบน และที่เขาไม่เปรียบกับการเข้าสถานเริงรมย์ก็เพราะว่า สินค้า ของเขานั้นแตกต่าง มันไม่เหมือนการจ่ายเงินเพื่อแลกกับคืนที่มีความสุขคืนหนึ่ง ไอศูรย์สามารถเลือก คุณภาพสินค้า ได้ตามต้องการ และเขาสามารถกำหนดได้ว่าจะเก็บไว้นานแค่ไหน ประโยชน์อีกอย่างก็คือไม่เสี่ยงโรคด้วยนะ เห็นไหมว่าดีจะตายไป

ทว่าช่วงนี้กระต่ายน้อยกำลังทำให้เขาเบื่อนิดหน่อย ชนรดีอยากเป็นนักแสดงและต้องการให้เขาช่วยฝากฝัง เธอไม่ได้พูดมันออกมาตรงๆ หรอก แต่ท่าทางตาเป็นประกายกับการแอบซ้อมแอคติ้ง (ซึ่งเขารู้ว่าเธอตั้งใจให้เห็น) มันเป็นตัวบ่งบอกที่ชัดเจน การจะดันให้เธอเป็นดารามันก็ไม่ใช่เรื่องยากหรอก ไอศูรย์แค่ไม่อยากเข้าไปยุ่งกับวงการนี้เพราะคนพวกนี้ใกล้ชิดนักข่าวมากเกินไป ไอศูรย์เป็นคนโลกมืดและเขาไม่ต้องการให้แสงแฟลตสาดถึงตัวเองมากนัก แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็บอกให้ศักดิ์ติดต่อผู้จัดละครค่ายดังเพื่อนัดดื่มน้ำชา

ถามหาสาเหตุเหรอ?

เปล่า ไอศูรย์ไม่ได้อยากเอาใจหรืออะไร นั่นเป็นแค่ผลพลอยได้ ความจริงคือชายหนุ่มต้องการเด้งชนรดีออกจากตำแหน่งเลขานุการ เธอทำงานดีพอตัวแต่ยังไม่ดีที่สุด กระต่ายน้อยขี้กลัวและไร้เดียงสาเกินไป มารยาหญิงเพียงหยิบมือของเธอไม่สามารถทำให้ชนรดีรอดจากธุรกิจที่เต็มไปด้วยเบื้องลึกเบื้องหลังนี้ได้ สาเหตุหลักอีกอย่างก็เพราะเวลาที่เบื่อจะได้สลัดออกไปง่ายๆ ในเมื่อหลุดจากบริษัทไปแล้วก็ไม่มีพันธะใดๆ ต่อกัน ดาราข้องเกี่ยวแค่กับผู้จัดการเท่านั้นแหละ เขาเป็นแค่คนเปิดทาง ตื้นพอจะถอนตัวออกมาได้ง่ายๆ เชียว

และบ่ายวันนี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นของแผนการทุกอย่างที่วางเอาไว้

ไอศูรย์บอกข่าวดีให้ชนรดีรู้ตั้งแต่เมื่อเช้า เธอดูตื่นเต้นมาเสียจนทำงานไม่รู้เรื่อง ว่างเมื่อไหร่ก็จะหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาแต่งนั่นเติมนี้ ชายหนุ่มนั่งไขว่ห้างมองท่าทางเหล่านั้นอย่างอารมณ์ดี ปลายนิ้วเรียวกรีดไปตามขอบแฟ้มเมื่อไม่มีอะไรทำ เอกสารอนุมัติโครงการพวกนี้ไม่มีอะไรสำคัญเท่าไหร่ ก็แค่ของบังหน้า แฟ้มงานที่แท้จริงถูกพลส่งกลับไปที่บ้านแล้วเรียบร้อย และคืนนี้เขาคงพลาดค่ำคืนที่แสนหวานกับชนรดีเพราะต้องเคลียร์งานที่ค้างให้เสร็จ แถมยังต้องวิ่งโร่ไปหาพ่อพยัคฆ์ร้ายที่ป่านนี้ไม่รู้งอนจนหัวปูดหมดแล้วหรือยัง

“ทานข้าวเที่ยงไปก่อนนะ” ไอศูรย์เตือนหญิงสาวที่ทำท่าจะเอ่ยปากชวนเขาไปนั่งรอแขกคนสำคัญของวันนี้ที่ร้าน ชนรดีทำหน้าตาสงสัยชายหนุ่มเลยต้องออกปากอธิบาย “จะได้ไม่หิวจนเผลอกินไม่เรียบร้อยไง”

“ค่ะท่านประธาน!” เธอรับคำอย่างกระตือรือร้น มือบางเข้ามาคว้าข้อมือของไอศูรย์และลากให้เดินออกมานอกห้องทำงาน ที่หน้าลิฟต์มีร่างผอมกะหร่องของปรีชายืนอยู่คนเดียว ไอศูรย์ส่งเสียงทักและเขาได้การค้อมหัวกลับมาแทนคำทักทาย

ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างการรอลิฟต์ ความเงียบนี้ไม่ได้สร้างความอึดอัดให้ใครดังนั้นจึงไม่มีคนคิดจะเปิดปากพูด ชนรดีกำลังจมอยู่กับความสุขของตัวเอง ส่วนปรีชาน่าจะหัวหมุนกับกองเอกสารที่เขาเพิ่งสั่งให้ตรวจสอบโครงการที่กำลังมีปัญหาถูกยักยอกเงินทุนเมื่อเช้า ทางด้านไอศูรย์นั้นกลับไม่มีอะไรในหัวเลย ชายหนุ่มผิวปากเป็นทำนองเพลงฝรั่งที่ไตรทัศชอบเปิด แต่ในช่วงที่กำลังเข้าสู่ท่อนฮุคเสียงโทรศัพท์เครื่องหรูในกระเป๋ากางเกงกลับดังขัดขึ้นก่อน ไอศูรย์หยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะต้องยิ้มกว้างเมื่อพบว่าคนที่โทรมาคือคนที่เขากำลังนึกถึงอยู่

“ไปหาอะไรทานก่อนนะ ผมมีธุระ” ชายหนุ่มหันไปบอกชนรดี จากนั้นจึงสาวเท้ากลับมาในห้องทำงานโดยไม่สนใจใบหน้างงงวยของกระต่ายน้อยสักนิด

ปลายนิ้วเรียวสไลด์หน้าจอเพื่อกดรับ เขายกโทรศัพท์ขึ้นตรงหน้าเพื่อให้กล้องจับภาพได้ ไอศูรย์มองคนบนจอโทรศัพท์อย่างคิดถึง กี่วันแล้วนะที่ไม่ได้เจอ อาจจะตั้งแต่วันที่เขากลับจากเชียงใหม่เมื่อประมาณสองสัปดาห์ก่อน นานมากทีเดียว

“คิดถึงจัง” เขาบอกด้วยรอยยิ้ม และไตรทัศก็ยิ้มตอบมาให้อย่างน่ารักน่าชัง

[คิดถึงแล้วทำไมไม่มาหาล่ะ]

“ใครก็ไม่รู้มัวแต่จีบสาวอยู่ที่ท่าเรือ” ไอศูรย์เอ่ยแซวอย่างสนุกสนาน หลายวันมานี้คนรักของเขาหายไปจัดการคนร้ายที่ปล้นเรือสินค้าและเพิ่งกลับเข้ากรุงเทพฯ มาเมื่อวาน ซึ่งนั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเขาทั้งสองถึงไม่ได้เจอกันเลย ชายหนุ่มมองภาพคนบนจอโทรศัพท์ที่ทำปากเบ้เล็กๆ มาให้อย่างหมั่นไส้ เขาเพียงแค่ยักไหล่รับแล้วถามต่อไปว่า “กินอะไรรึยัง”

[กำลังจะออกไปหาอะไรกิน แต่คิดถึงเลยโทรมาหาก่อน]

“ปากหวานจริงนะทัศ” ไอศูรย์แกล้งทำปากจู๋ก่อนจะเริ่มเอ่ยเรื่องที่คิดว่าจะพูดตั้งนานแล้วออกมา “วันนี้ฉันมีนัดกับคุณกิตติ...” กิตติที่ว่าก็คือผู้จัดละครชื่อดังที่ดารามากหน้าหลายตาอย่างร่วมงานด้วย ละครแต่ละเรื่องของเขาเป็นกระแสสังคมเสมอ ซึ่งเหมาะกับการจะดันดาราคนหนึ่งให้เป็นที่รู้จักในวงการอย่างรวดเร็วทีเดียว

ไตรทัศขมวดคิ้วเล็กน้อยหลังจากฟังประโยคนั้นจบ

[นายกำลังคิดจะทำอะไร]

“กำลังคิดจะสร้างละครเรื่องใหม่ไง” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ไตรทัศเคยบอกว่าเกลียดถูกจุดขึ้นมาบนริมฝีปากบาง ไอศูรย์ยกมือขึ้นแคะหูเมื่อเห็นว่าอีกคนตั้งท่าจะซักไซ้ “นายกำลังจะขัดล่ะสิ”

[รู้แล้วก็เลิกล้มความคิดสิไอศูรย์] ไตรทัศทำหน้าเบื่อเล็กหน่อย เขาเหมือนพ่อที่กำลังสั่งสอนลูกชายจอมดื้อที่ไม่เคยฟังอะไรเลยแถมยังเชื่อมั่นในตัวเองสูง ไอศูรย์เป็นคนประเภทนั้นและเขาคิดว่ามันไม่น่ารักเลยสักนิด

“ไม่เอา” ใบหน้าคมส่ายปฏิเสธ “เรื่องนี้ถูกฟ้าลิขิตไว้หมดแล้ว”

[ใครลิขิตกันแน่] คนปลายสายถามพลางขมวดคิ้ว [นายกำลังผูกทุกอย่างให้มันยุ่งเหยิง]

“ฉันกำลังคลายปมทุกอย่างต่างหากละ” ไอศูรย์เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เขาไม่คิดว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มีรูโหว่ตรงไหน พอชนรดีหลงระเริงกับวงการมายาเธอก็จะเริ่มห่างหายไปจากเขาอย่างช้าๆ หรือไม่ก็อาจจะมีผู้ชายคนใหม่จนทำให้เขาสามารถสลัดเธอออกไปได้อย่างง่ายดาย แถมไม่มีการกลับมาเรียกร้องอ้อนวอนทีหลังด้วย มีแต่ได้กับได้ทั้งนั้น

[ดารายืนอยู่กลางแสงไฟนะไอศูรย์] ไตรทัศท้วงอย่างเป็นห่วง

แม้กระทั่งเด็กอนุบาลก็รู้ว่าคนประเภทพวกเขานั้นทำไมถึงสมควรหนีแสงสว่างไปให้ไกล มาเฟียไม่ใช่อาชีพที่ใสสะอาดเลยสักนิด ถึงแม้จะมีธุรกิจซื่อตรงไว้บังหน้า แต่เมื่อเผลอก้าวเข้าแสงไฟเมื่อไหร่ ก็ย่อมต้องมีการขุดคุ้ยถึงรากเหง้าอยู่ดี พวกนักข่าวน่ะจอมขุดยิ่งกว่าอะไรดี

โดยปกติไตรทัศและไอศูรย์จะยอมออกสื่อก็ต่อเมื่อต้องการโปรโมทธุรกิจแสนขาวสะอาดเท่านั้น การสร้างภาพประธานบริษัทที่ดีไม่ได้ทำให้เกิดการคุ้ยประวัติด้านเสียหาย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่ถูกดึงเข้าไปเกี่ยวพันกับดารามันก็จะกลายเป็นข่าวฉาวทันที

และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการค้นหาทุกความลับขึ้นมาประจาน!

ถึงแม้พวกเขาจะมีอำนาจพอที่จะปกปิดข้อมูล แต่เชื่อเถอะว่าต้องมีเล็กๆ หลุดลอดออกไปแน่นอน ใจคนเราละโมบพอที่จะขายเจ้านายตัวเอง และเบื้องลึกเบื้องหลังของพวกเขานั้นมากมายเกินกว่าใช้สิ่งใดปกคลุม สิ่งที่ดีที่สุดในการปกปิดมันก็คือทำให้ความลับนั้นไม่ได้รับความสนใจ

แต่ตอนนี้ไอศูรย์กลับเลือกที่จะเดินเข้าหาอันตรายด้วยขาของตัวเอง

[อย่าประมาทเลยนะ] ไตรทัศเตือนอีกครั้ง เขาไม่ต้องการให้เกิดอะไรขึ้นกับคนรักของเขาทั้งนั้น ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะรู้ดีว่าไอศูรย์สามารถแก้ไขทุกสถานการณ์ได้ราวกับปลอกกล้วยเข้าปาก แต่ถ้าไม่มีอะไรจะไม่ดีกว่าเหรอ

“ไม่ต้องห่วงหรอกทัศ ฉันเป็นคนดีโดยธาตุแท้นะรู้ไหม”

[หึ] คนปลายสายหัวเราะในลำคอ

พูดแบบนี้แสดงว่าไอศูรย์สร้างชีวิตนักธุรกิจแสนดีขึ้นมากลบทับความจริงอันน่ากลัวของตัวเองไว้หมดแล้ว ไตรทัศรู้อยู่แก่ใจว่าเมื่ออีกฝ่ายเตรียมการขนาดนี้ก็คงห้ามอะไรไม่ได้ เขาเลยได้แต่เพียงปล่อยเลยตามเลย ไว้พลาดเมื่อไหร่จะซ้ำเติมก่อนยื่นมือเข้าช่วยแล้วกัน

[จะทำอะไรก็ตามใจ ห้ามไม่ได้อยู่แล้ว]

“น่ารักมากที่รัก” ไอศูรย์ยิ้มกว้างพลางส่งจูบให้สองครั้งติดกัน ไตรทัศหัวเราะเบาๆ ก่อนจะขอตัวไปหามื้อเที่ยงทาน พวกเขาบอกลากันครู่หนึ่งก่อนที่คนในจอมือถือจะเป็นฝ่ายกดตัดสายไป

นายเหนือตระกูลสิงหธานินทร์ยิ้มบางๆ ให้สมาร์ทโฟนในมือ จากนั้นจึงเก็บมันใส่กระเป๋ากางเกง เดินผิวปากเป็นทำนองเพลงโปรดไปที่ลิฟต์เพื่อลงไปยังห้องอาหารชั้นล่าง พนักงานเริ่มบางตาลงแล้วเพราะใกล้หมดเวลาพัก ชนรดีนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งกับปรีชา และดูเหมือนว่าเธอจะเป็นฝ่ายพูดเจื้อยแจ้วอยู่คนเดียวเสียด้วย จานเปล่าบนโต๊ะสองใบบ่งบอกว่าไอศูรย์ใช้เวลาทุ่มเถียงกับคนรักนานพอดู ชายหนุ่มเดินเข้าไปหาเลขาทั้งสองคนแล้วทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ว่าง

“ท่านประธานจะทานอะไรครับ เดี๋ยวผมไปซื้อให้”

“สปาเก็ตตี้ผัดหอยลาย”

ปรีชาพยักหน้ารับก่อนจะเดินออกไป เมื่อบนโต๊ะอาหารเหลือกันอยู่สองคนความเงียบก็เริ่มคืบคลาย แม้จะมีหลายครั้งที่ชนรดีกล้าเล่นและหยอกล้อเจ้านาย แต่ก็เป็นอีกหลายๆ ครั้งเช่นกันที่ไอศูรย์ดูน่ากลัวอย่างประหลาด กระต่ายน้อยขี้กลัวทำได้แค่ปิดปากเงียบไม่กล้าพูด แม้ใบหน้าท่านประธานจะยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลาก็ตาม อันที่จริงเธอคิดว่ารอยยิ้มของไอศูรย์นั้นน่ากลัวกว่าเวลาเขาทำหน้านิ่งเสียอีก การเป็นเลขาทำให้เธอได้เห็นอีกมุมหนึ่งของราชสีห์ มุมที่เขาเชือดคู่ค้าให้จมอยู่ใต้รองเท้าด้วยรอยยิ้มหวานๆ นั่น นับแต่นั้นมาชนรดีก็พยายามเลิกทำตัวงี่เง่าอย่างการเข้าไปออเซาะบ่อยๆ แต่เปลี่ยนเป็นค่อยๆ อ้อมโลกอย่างเนียนๆ แทน

ไม่นานปรีชาก็กลับมาพร้อมจานสปาเก็ตตี้ในมือ ไอศูรย์กล่าวขอบคุณก่อนจะค่อยๆ ลงมือรับประทานอาหารอย่างรีบเร่ง นาฬิกาเรือนสวยบนข้อมือซ้ายกำลังเตือนว่าถ้ายังไม่รีบออกเดินทางภายในสิบนาทีเขาจะสาย และการผิดนัดกับ คนที่ต้องการใช้ประโยชน์ไม่ใช่เรื่องน่ากระทำสักเท่าไหร่ ชายหนุ่มจัดการมื้อกลางอย่างรวดเร็วแต่ไม่มูมมาม ฝ่ามือใหญ่หยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นซับมุมปากเมื่อทานเสร็จ เขาดื่มน้ำเปล่าล้างคอก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้พลางเอ่ยปากชวนเลขาสาวของตน

“ฝากงานด้วยนะปรีชา”

“ครับท่านประธาน”

เมื่อได้รับคำตอบจากชายผอมแห้งไอศูรย์ก็จูงมือชนรดีเดินออกมาจากบริษัททันที ที่ถนนด้านหน้ามีรถยนต์คันหรูมาจอดรอไว้อยู่ก่อนแล้ว พลยืนตัวตรงรออยู่ข้างตัวรถ เมื่อเขาเห็นเจ้านายก็โค้งหัวทำความเคารพก่อนจะจึงเดินไปเปิดประตูให้

“รีบหน่อยนะ เดี๋ยวจะสาย” ไอศูรย์บอกมือขวาของเขาเมื่อขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อย พลรับคำก่อนจะจัดการเคลื่อนตัวรถออกจากบริษัททันที

ช่วงใกล้บ่ายรถติดพอสมควรเพราะทุกคนเร่งกลับเข้าที่ทำงานเพื่อให้ทันก่อนหมดเวลาพัก พวกเขาติดอยู่ที่หน้าซอยทางเข้าร้านอยู่นานเกือบยี่สิบนาทีได้ ทั้งๆ ที่เลี้ยวซ้ายผ่านตลอดแต่เพราะมีรถเก๋งคันหนึ่งพยายามจะแทรกเข้าเลนส์ตรงแต่แทรกไปได้แค่ส่วนหัวเลยทำให้เกิดมหกรรมรถติดระนาว นิ้วเรียวเคาะลงบนต้นขาเป็นจังหวะ ไอศูรย์กำลังหงุดหงิดแต่เขาไม่ได้แสดงอาการออกมาทางสีหน้า ชนรดีเธอตื่นเต้นเกินกว่าจะจับบรรยากาศที่เริ่มแย่ลงได้ กลับกันกับพลที่เขารับรู้อารมณ์ของนายหัวตั้งแต่ไอศูรย์เริ่มมองออกนอกหน้าต่าง คงหงุดหงิดเกินกว่าจะอ่านบทความในโทรศัพท์ต่อได้

พลเริ่มลำบากใจเมื่อรถคันหน้าพยายามจะเบียดเข้าเลนส์ตรงแต่ก็ออกตัวช้าเสียจนคะเนแล้วว่าไม่พ้นได้ติดอีกรอบ เขาตัดสิ้นใจกดแตรเพื่อเร่งก่อนจะขับเข้าไปจ่อเสียเกือบเสยท้ายกัน นั่นแหละคันข้างหน้าถึงได้รีบหักเข้าเลนส์ถัดไปทันที ชายหนุ่มสารถียิ้มบางเมื่อเขาใกล้ถึงซอยร้านอาหาร พลตบไฟเลี้ยววิ่งเข้าซอยทันทีเมื่อได้โอกาส ไม่นานรถยนต์คันหรูก็จอดลงที่หน้าร้านเพื่อส่งเจ้านายและเลขาสาวสวยข้างกาย

ไอศูรย์มองนาฬิกาข้อมือก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อพบว่าเขามาก่อนเวลานัดประมาณสามสิบวิ ร่างโปร่งรีบลงจากรถแล้วก้าวฉับๆ เข้าไปในร้านทันที พนักงานสาวเข้ามาถามและเมื่อทราบว่าจองไว้แล้วจึงพาไปยังห้องอาหารวีไอพี

ภายในร้านตกแต่งด้วยสไตล์ธรรมชาติ ผนังและพื้นเป็นสีน้ำตาลวาวที่สะท้อนกับหลอดนีออนสีส้ม มีเพลงบรรเลงเพราะๆ เปิดคลอเบาๆ ตลอดเวลา โต๊ะอาหารถูกจัดไว้อย่างห่างๆ มีการคั้นด้วยแผ่นไม้เพื่อความเป็นส่วนตัว หากเป็นลูกค้าวีไอพีจะมีสิทธิ์ใช้ห้องอาหารส่วนตัวอย่างที่ไอศูรย์กำลังเดินเข้าไปนี้เอง

ประตูไม้เลื่อนเปิดโดยฝีมือของพนักงานสาว เธอผายมือเชิญให้เขาและชนรดีเก้าเข้าไปด้านใน ภายในห้องตกแต่งไม่ต่างจากข้างนอกแม้แต่น้อย เพียงแต่มีการเพิ่มเฟอร์นิเจอร์และเครื่องประดับหลายอย่างเข้ามาให้สมกับราคาที่จ่าย บนโต๊ะอาหารจะมีกริ่งไว้ใช้เรียกพนักงาน และเก้าอี้ที่นั่งก็ถูกบุนวมอย่างดีจนแทบไม่อยากลุกออกไปไหน

ไอศูรย์เดินเข้าไปนั่งประจำที่ ตามด้วยกระต่ายน้อยแสนสวยที่ทิ้งตัวลงที่เก้าอี้ข้างเคียง ชายหนุ่มรับเมนูจากพนักงานมาเปิดดู ที่นี่มีอาหารหลายอย่างทั้งยุโรปและเอเชีย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญเพราะไอศูรย์นัด เลี้ยงน้ำชาไม่ใช่ทานข้าว นิ้วเรียวพลิกเมนูในมือไปที่หน้าสุดท้าย มีเครื่องดื่มมากมาย รวมทั้งของหวานที่ล้วนน่าทานไปหมด ชนรดีตาแววด้วยความชอบ เธอสั่งพายและน้ำพั้นซ์ทันที ส่วนไอศูรย์เขาเลือกเอิร์ลเกรย์และขนมชิ้นเล็กมาทานร่วมกัน

ทว่ายังไม่ทันที่พนักงานจะทวนรายการอาหาร ชายวัยกลางร่างท้วมก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน นายหัวแห่งสิงหธานินทร์หันไปมองก่อนจะลุกขึ้นสวัสดีผู้มาใหม่อย่างมีมารยาท ถึงแม้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องเคารพใครแต่นั้นคือไอศูรย์ที่เป็นมาเฟียตระกูลใหญ่ ตอนนี้เขาเป็นแค่ประธานบริษัทที่กำลังจะร่วมลงทุนสร้างละครเรื่องหนึ่งขึ้นมาเพื่อดันเด็กในสังกัดตนเอง เขาจึงจำเป็นต้องเคารพนบน้อมเพื่อซื้อใจคุณกิตติคนนี้ไว้ให้ได้...

ไอศูรย์ทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ที่เขาต้องการ

และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตในวงการของชนรดี

และเป็นจุดเริ่มต้นของ เรื่องบางอย่าง ที่พญาราชสีห์จะจดจำไปจนตาย...

 


- ไม่มีคอมเม้นเลยแหะ

หมดกำลังใจในการลงเล็กน้อย แต่ไม่เป็นไร ยังยืนหยัดต่อไปครับผม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #24 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 00:44
    จุดเนิ่มต้นเรื่องบางเรื่อง มันคืออัลไรอ่าาาา
    #24
    0
  2. #4 awa (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2559 / 18:47
    รอตอนต่อนะคะ คนเขียนสู้ๆ
    #4
    0