[yaoi] : Black Paradise : เล่ห์มาเฟีย [สนพ.มีดีส์]

ตอนที่ 3 : - เขี้ยวที่ ๒ : ราชสีห์หลงถ้ำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 388
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    3 มิ.ย. 59

 

เขี้ยวที่ ๒

ราชสีห์หลงถ้ำ

  

ไอศูรย์กลับมาที่คฤหาสน์เมื่อดวงอาทิตย์เริ่มทำงานในวันใหม่ ใบหน้าดูแจ่มใสแต่ก็มีความเหนื่อยล้าปะปน ร่างโปร่งสาวเท้าผ่านบรรดาลูกน้องที่ยืนโค้งทำคามเคารพรออยู่ตามสองข้างทาง ชุดสูทตัวเดิมเริ่มส่งกลิ่นแปลกๆ แต่สบู่ที่ขัดตัวมาเมื่อเช้ายังพอกลบกันไปได้ ไอศูรย์อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง วันนี้ไอยราคงไปเที่ยวกับเพื่อนและบิดาคงมีนัดกับบรรดาอดีตนายหัวมาเฟียหลายตระกูล บ้านทั้งหลังถึงเงียบกริบชนิดได้ยินเสียงเข็มตก มือหยาบควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงที่ถอดทิ้ง กดต่อสายหา พล มือขวาคนสนิทของเขา ฟังเสียงสัญญาณสักพักปลายสายก็กดรับ

[ครับท่าน]

“เรื่องโรงงานระเบิดไปถึงไหน”

[มีคนแอบนำสารต้องห้ามเข้ามาภายในโรงงานครับ เลยเกิดการระเบิด]

“ใคร”

[หุ้นส่วน...]

“อ่า หมอนั่น” ไอศูรย์พยักหน้ากับตนเอง เขานึกสงสัยอยู่แล้วเชียวว่าต้องเป็นคนๆ นั้น  ตาแก่จอมโลภที่ถือหุ้นเล็กๆ แต่กลับอยากได้ผลตอบแทนเท่าเจ้าของหุ้นรายใหญ่ “จัดการซะ อย่าให้ตำรวจซัดทอดถึงเรา เบี่ยงข่าวให้ฝ่ายนู้นรับผิดชอบคนเดียว”

และแน่นอน บริษัทของสิงหธานินทร์ต้องเป็นนางเอกผู้น่าสงสารที่ถูกรังแกในข่าวนี้

[ครับท่าน]

“ทำให้มันหลุดออกจากหุ้นส่วน โดยที่เราไม่ต้องซื้อหุ้นคืน” ไอศูรย์กำลังจะเอาคืนจากการที่ตนถูกใช้เป็นเครื่องมือรับหน้าในการกระทำผิด มีตั้งหลายวิธีที่ทำให้เจ้าตัวยอมขายหุ้นให้ในราคาศูนย์บาท มันไม่ใช่เรื่องผิดเพราะสารต้องห้ามพวกนั้นไอศูรย์ไม่เคยอนุญาตให้ใครนำเข้ามาที่โรงงาน แต่แน่ละ เขามีไว้ในครอบครองอยู่แล้ว และเขาฉลาดพอที่จะหาวิธีทำให้สารพวกนั้นไม่เกิดการระเบิดจนเสียหายหลักล้าน

พลวางสายไปแล้วหลังจากแจ้งความคืบหน้าเรื่องอื่นๆ อีกสองสามอย่าง ไอศูรย์ฝากให้มือขวาจัดการเรื่องที่พอจะฝากคนอื่นทำได้ เขาเชื่อใจคนของเขาเสมอ ส่วนศักดิ์ มือซ้ายคนเก่งตอนนี้ก็กำลังทำงานบางอย่างที่เขาสั่งไปเมื่อเช้าตรู่ที่ต่างจังหวัดอยู่นั่นเอง

ร่างโปร่งทิ้งตัวนอนเอกเขนกบนเตียงหลังจากวางสายโทรศัพท์ จิ้มรีโมตเปลี่ยนช่องไปเรื่อยเพราะไม่มีอะไรน่าสนใจ ละครน้ำเน่ากับข่าวไร้สาระ เขาหันมากดโทรศัพท์แทนด้วยความเบื่อหน่าย โลกอินเตอร์เน็ตทุกอย่างวิ่งไวกว่า เข้มข้นกว่า และหลอกลวงกว่า ไอศูรย์ใช้มันในการตามข่าวแทนการดูทีวี ณ ปัจจุบันสื่อก็ชอบเล่นเรื่องที่เป็นกระแสในอินเตอร์เน็ตอยู่แล้ว แถมยังมีคดีอีกมากที่คนในโลกไร้พรมแดงเป็นผู้หาเบาะแสและชี้เป้าหมาย ซึ่งคนพวกนี้เป็นประโยชน์กับเขามากจริงๆ ไอศูรย์สามารถเอาข้อมูลตรงนี้มาเป็นประโยชน์ทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการต่อรอง แบล็กเมล์ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้ทุกอย่างง่ายดายขึ้น

เขากดเปิดตามเว็บต่างๆ เพจในเฟสบุ๊คและแอคเคาท์ทวิตเตอร์ ปลายนิ้วโป้งสไลด์หน้าจอไปเรื่อย พร้อมด้วยดวงตาสวยที่กวาดสายตาอ่านข้อความในนั้นอย่างสนใจ ในวันๆ หนึ่งมีคู่กรณีจำนวนมากที่โอ้อวดความเก่งกาจทั้งที่ความจริงกลับกลวงโบ๋ เขามักตลกเวลาเห็นคนพวกนั้นอ้างว่ามีแบ็กใหญ่ รู้จักกับคนมียศมีตำแหน่ง ไอศูรย์กล้าพูดได้เลยว่า ต่อให้คนเหล่านั้นรู้จักกับคนใหญ่คนโตจริง ถ้าพวกเขาไร้ประโยชน์ มีหรือจะได้รับการช่วยเหลือ

ช่างเป็นคำขู่ที่น่ารักเสียเหลือเกิน

ไอศูรย์หลุดยิ้มบางด้วยความขบขัน เขากดปิดหน้าต่างแอพลิเคชั่นที่เปิดค้างไว้ กะว่าจะนอนพักแต่นึกขึ้นได้เสียก่อนว่าควรจะโทรไปหาไตรทัศ เมื่อคืนเขาผิดสัญญาและคิดว่าวันนี้ก็น่าจะอีกครั้ง เขายังอยากตักตวงความหวานนุ่มของกระต่ายตัวนั้นจนกว่าจะเบื่อ ไม่รู้ว่าใช้เวลาเท่าไหร่ แต่ช่วงนี้คงต้องปล่อยให้ไตรทัศอยู่คนเดียวไปสักระยะ ไว้เขาจะชดเชยให้อย่างสาสมเลยทีเดียว

[กลับถึงบ้านแล้วเหรอ] เสียงปลายสายดูอึมครึมอย่างผิดปกติ

“อืม เป็นอะไร”

[หงุดหงิดนิดหน่อย]

“เรื่อง?” ไอศูรย์เลิกคิ้ว ได้ยินไตรทัศถอยหายใจก่อนจะยอมพูดออกมาอย่างไม่คิดจะปิดบัง

[จดหมายขู่]

“หืม?”

[จากพวกปล้นเรือที่เล่าให้ฟังน่ะ]

“เหรอ” ชายหนุ่มตอบรับสั้นๆ เพื่อปล่อยให้ปลายสายเล่าทุกอย่างต่อ แอบได้ยินเสียงขยำกระดาษแว่วๆ มาตามสาย ไอศูรย์หลุดยิ้ม ปฏิกิริยาของไตรทัศเวลาหงุดหงิดยังคงน่ารักเสมอ เหมือนเด็กๆ เลย แต่ก็นะ เห็นแบบนั้นน่ะ อำมหิตไม่เบาเชียว

[พวกมันเอามาหย่อนไว้ที่บริษัท บอกว่าให้จ่ายค่าผ่านน่านน้ำให้มันร้อยล้าน เหอะ] ไตรทัศทำเสียงขึ้นจมูก [ขู่มาด้วยนะ ไว้จะถ่ายรูปส่งให้ดู]

“เอาสิ รีบส่งมานะ”

น่าสนุก ไอศูรย์คิดอย่างรื่นเริง

“แล้วจะเอายังไงต่อ”

[ยอมจ่าย] ไตรทัศพูดอย่างรำคาญ

“อ่า เอาจริงเหรอ”

[อืม] เกิดความเงียบขึ้นขณะหนึ่ง แต่กลับไม่มีความอึดอัดผสมอยู่ด้วยเลย ไอศูรย์เพียงแค่ยิ้ม เขาหยิบตุ๊กตาสิงโตที่ไตรทัศซื้อให้เมื่อวาเลนไทน์ที่ผ่านมาขึ้นมาเล่น

“ระวังตัวล่ะ”

[…]

“อย่าตายนะ”

[อย่าห่วงเลย]

“เปล่า หมายถึงอย่าเล่นพวกนั้นถึงตาย เก็บกวาดยากจะตายชัก” ปลายสายหัวเราะอย่างชอบใจเมื่อได้ยินประโยคที่ไอศูรย์พูด

[ครับคุณท่าน] และก็จบด้วยการบอกลากันไปก่อนจะวางสาย

ไอศูรย์ดึงขนแผงคอของเจ้าตุ๊กตาตรงหน้าเล่นอย่างสนุกมือ ดึงมาจุ๊บแก้มจุ๊บปากสองสามทีก่อนจะมุดตัวเข้าใต้ผ้าห่ม สมองหวนคิดไปถึงบทสนทนาของเขากับคนรักเมื่อสักครู่แล้วนึกเป็นห่วงคู่กรณีของไตรทัศจริงๆ

อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก มีหรือไอศูรย์จะไม่รู้ว่าพยัคฆ์ร้ายตัวนั้นกำลังคิดจะขย้ำเหยื่อแบบไหน

คงไม่พ้น... แบบเดียวกับเขานั่นแหละ

อ่า โลกนี้ช่างโหดร้ายจังนะ ไอศูรย์คิดอย่างไม่จริงจังนักก่อนจะหลับไป

 

นายเหนือตระกูลสิงหธานินทร์กำลังตบไฟเลี้ยวเข้าที่จอดรถ ตึกบริษัทสูงตระหง่านสู้แสงแดดที่สาดลงมาจนบานกระจกสะท้อนให้ได้แสบตาเล่น ยามหน้าตึกยกมือทำความเคารพก่อนจะกลับไปทำงานต่อ ส่วนประธานบริษัทก็เดินเอื่อยๆ ไปซื้อกาแฟกับขนมชิ้นเล็ก ระหว่างกำลังรอเครื่องดื่มเขาก็เจอกับปรีชาที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

“ท่านประธาน สวัสดีครับ” ร่างผอมกดวางสายแล้วรีบทักทายเขาอย่างมีมารยาท ไอศูรย์ผงกหัวรับ ยื่นมือออกไปหยิบแก้วกระดาษที่พนักงานวางไว้ให้บนเคาท์เตอร์ จ่ายเงินและหันกลับมาสนใจเลขาของตนต่อ

“มีปัญหาอะไรรึเปล่า”

“มีหุ้นส่วนโทรมาโวยวายครับ เขาบอกว่าโดนข่มขู่”

ไอศูรย์หลุดยิ้มเมื่อได้ยิน “แล้วนายทำยังไง”

“คงต้องหาหลักฐานไปยืนยันครับ ไม่งั้นทางนู้นจะฟ้อง”

“ไม่ต้องหรอก” เอ่ยออกมาเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ “เดี๋ยวก็เลิกโวยวายเองนั่นแหละ”

“เอ๋?”

“เอาน่า ยังมีงานอยู่เยอะไม่ใช่รึไง แล้วชนรดีล่ะ เข้ามาทำงานรึยัง” ไอศูรย์พยายามเบี่ยงประเด็น เขาดุนแผ่นหลังบางให้เดินออกจากร้านกาแฟ

“เข้ามาแล้วครับ ผมจัดโต๊ะทำงานของเธอไว้ในห้องท่านประธานตามที่สั่งเรียบร้อยแล้วนะครับ”

“ขอบใจ” ชายหนุ่มตบบ่าแห้งๆ นั่นไปที ทั้งสองขึ้นลิฟต์เพื่อไปยังชั้นบนสุด ไอศูรย์แยกกับปรีชาเข้ามาในห้องทำงาน เห็นร่างเพรียวบางในชุดสูทเรียบร้อยกำลังตั้งใจอ่านเอกสารกองใหญ่บนโต๊ะอย่างเคร่งเครียด ดูท่าจะจมไปกับตัวอักษรน่าปวดหัวจนไม่รับรู้การมาถึงของเขาเลย ร่างโปร่งสาวเท้าเข้าไปหาหญิงสาวช้าๆ ล้วงมือเข้ากระเป๋ากางเกงทั้งสองข้าง

“สวัสดีครับ คุณเลขา”

“...!” กระต่ายน้อยขี้ตกใจสะดุ้งโหยง ดวงหน้าสวยเงยขึ้นมองเจ้าของเสียงทักทายก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าใครอยู่เบื้องหน้า “สวัสดีค่ะท่านประธาน”

“ทำอะไรอยู่”

“เอ่อ ชนอ่านเอกสารย้อนหลังของบริษัทอยู่ค่ะ”

“ขยันจังเลยนะครับ” ไอศูรย์นั่งลงบนโต๊ะทำงาน เท้าไปที่ขอบโต๊ะอีกฝั่งแล้วโน้มตัวลงหาร่างบางที่นั่งตัวเกร็ง ชายหนุ่มยักยิ้มเล็กๆ อย่างยั่วยวน “เหนื่อยไหม”

“นะ นิดหน่อยค่ะ”

ร่างสูงย้ายตัวเองไปยืนอยู่ข้างหลังชนรดี มือหนาวางลงบนลาดไหล่ กดปลายนิ้วบีบนวดไปตามสันหลัง เน้นหนักที่ต้นคอก่อนจะค่อยๆ ไล่ลงมาที่แผ่นหลังเล็ก เสียงครางฮืออย่างสบายตัวดังคลอมาจากเลขาสาวที่หลับตาพริ้ม ไอศูรย์ก้มลงไปกดจมูกหอมแก้มคนตรงหน้าหนึ่งที ครานี้กระต่ายน้อยไม่สะดุ้งอีกแล้ว ชนรดีเงยหน้าขึ้นมองก่อนจะยิ้ม เรียวปากอิ่มสีชมพูสวยเลื่อนขึ้นมาประกบจูบ ลิ้นเล็กไล่เลียอย่างรู้งาน การตอบสนองแบบนั้นกระตุ้นให้ไอศูรย์ยิ่งบดเบียดริมฝีปากตัวเองลงไป

แกร็ก

กลอนประตูห้องทำงานลั่นเปิด ไอศูรย์เหลือบตามองในขณะที่ยังคงลิ้มรสความหอมหวานจากกระต่ายน้อยตรงหน้าอยู่

อ่า ไตรทัศ

เจ้าของห้องครางในใจเมื่อเห็นหน้าผู้มาใหม่ ร่างสูงในชุดสูทเต็มยศเดินเข้ามาโดยไม่ส่งเสียงรบกวน ดวงตาทรงเสน่ห์จับจ้องมาที่เขาก่อนจะถอนหายใจ ไตรทัศหยุดเดินเมื่อมาถึงโต๊ะทำงานของเลขาคนใหม่ที่มีคนสองคนกำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม ไอศูรย์สบตากับคนรักจากนั้นก็ดูดผิวปากอวบแรงๆ หนึ่งทีแล้วจึงผละออก ชนรดีหอบหายใจอย่างแรง เธอตั้งสติสักพักก่อนจะหลุดไปอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามีใครบางคนยืนมองอยู่ไม่ห่าง ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างตกใจ ต่างจากท่านประธานที่ยิ้มกว้าง ผายมือเชิญแขกไปนั่งที่โซฟากำมะหยี่

“ไปเอากาแฟมาที”

“คะ ค่ะ” ชนรดีรีบลุกขึ้นแล้วปรี่ออกไปจากห้องทันที

เมื่อเหลือกันอยู่สองคนไอศูรย์ก็หันมายิ้มให้คนรัก พยัคฆ์นั่งนิ่งและจ้องเขม็งมาที่เขา ร่างโปร่งขยับขึ้นไปนั่งคร่อมตักแกร่ง ใบหน้าทั้งสองหันเข้าหากันและอยู่ชิดจนสัมผัสถึงลมหายใจ

“มาทำไมเหรอ”

“คิดถึง” ไตรทัศตอบ ไอศูรย์ยิ้มบางพลางหรี่ตามองด้วยความไม่เชื่อ

“เมื่อเช้าเพิ่งเจอกัน” ใช่แล้ว เมื่อเช้าสิงโตหนุ่มเพิ่งบุกเข้าถ้ำของคนรักเพื่อไป ขออภัยโทษ ที่เมื่อคืนผิดสัญญา และแน่นอนว่าไตรทัศเอาคืนเสียคุ้มแสนคุ้มจนไอศูรย์แทบไม่อยากมาทำงานต่อ ตรงสะโพกยังร้าวๆ อยู่เลย

“ก็แค่อยากรู้ แต่ตอนนี้ได้คำตอบแล้ว”

“เอ๋ อยากรู้อะไรน้า” คนบนตักเริ่มขยับตัวยุกยิก ไอศูรย์ขยับเอวร่อนเบาๆ อย่างต้องการกลั่นแกล้ง แต่ไตรทัศไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกมานอกจากการจ้องเขานิ่งๆ

“ว่าจะมีแรงเหลือรึเปล่า”

“ก็ตามที่เห็น” เจ้าของห้องยักไหล่เบาๆ ก่อนจะกัดปากของไตรทัศเล่นอย่างหมั่นเขี้ยว “ไม่มีงานเหรอ” เสียงที่ถามอู้อี้เพราะฟันยังขบเม้นกลีบปากนุ่มอยู่

“เยอะแยะ”

“แล้วมาทำไม กลับไปทำงานสิ”

ไตรทัศคิ้วกระตุก หรี่ตามองคนพูดด้วยความสงสัย “รู้นะ”

“รู้อยู่แล้วก็กลับไปสิ”

“ไอศูรย์” เสียงเข้มเรียกปราม

“...” ไอศูรย์ดูดดุนเรียวปากสวยของคนตรงหน้าแทนคำตอบ ยกมือขึ้นคล้องคอก่อนจะเริ่มพรมจูบไปทั่วใบหน้าหล่อเหลา ไรหนวดตามคางทำให้คนบนตักเผลอหัวเราะเพราะจั๊กจี้ ไอศูรย์จูบซับไปตามไหปลาร้า เลียไล้รอยสักน่าหลงใหลและดูดเม้มจนเกิดรอยแดงแต้มเต็มลายพยัคฆ์ไปหมด

“พอแล้ว” ไตรทัศเป็นฝ่ายออกปากห้าม เขาดันตัวคนรักให้ผละออกห่าง คิ้วเข้มขมวดเป็นโบว์ที่กลางหน้าผาก “วันนี้กลับบ้านด้วย”

“ทำไงดี ลืมทางหมดแล้ว”

“...”

“...” ทั้งคู่จ้องตากันอยู่นานพอดู จนกระทั่งประตูห้องเปิดอีกครั้งด้วยฝีมือของเลขาสาวที่ออกไปชงกาแฟ ไอศูรย์รีบลุกจากตักของคนรักก่อนจะหันมายิ้มกว้างทิ้งท้าย

“ไม่กลับไปทำงานเหรอ”

ไตรทัศลุกขึ้นยืน จัดเสื้อผ้าของตนให้เรียบร้อยก่อนจะสาวเท้าเดินไปที่ประตูทางออก แต่ก่อนที่ฝ่ามือแกร่งจะสัมผัสกลอนประตู ชายหนุ่มหันกลับไปมองคนรักที่เริ่มเข้าคลุกวงในกับเลขาของตัวเองอย่างไม่มีเกรงใจ

“อย่าหลงถ้ำให้มันบ่อยนักนะ ไอศูรย์” ไตรทัศทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเปิดประตูและเดินออกไป ใช่ว่าชินแล้วจะใจกว้างดั่งมหาสมุทรเสียหน่อย อาทิตย์ละครั้งยังว่าเกินไปด้วยซ้ำ นี่อะไร สองวันติดกันแล้ว ใครทนได้ก็ทนไป

แต่ไม่ใช่กับไตรทัศ พยัคฆไชยก็แล้วกัน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #23 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 00:35
    เฮียทัศไม่น่าปล่อยจ้าาา น่าจะจัดเน้นสักดอกโชว์เลขาไปเลยยย หงุดหงิดเคะระรื่นมากกก
    #23
    0