[yaoi] : Black Paradise : เล่ห์มาเฟีย [สนพ.มีดีส์]

ตอนที่ 12 : - เขี้ยวที่ ๑๑ : ไม่สบาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 487
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    25 ก.ย. 59

 

เขี้ยวที่ ๑๑

ไม่สบาย

 

เด็กน้อยตัวแดงส่งเสียงงอแงในอ้อมแขนของนายหัวมาเฟีย ไอศูรย์มุดพุงของหนุ่มน้อยก่อนจะหอมฟอดใหญ่ เรียกเสียงหัวเราะคิกคักเพราะจั๊กจี้มาแทนการร้องไห้โฮ ชเยศน้อยหรือเรียกชื่อเล่นสั้นๆ ว่า เหนือ ดิ้นหนีหน้าของไอศูรย์ที่ยังคลอเคลียอยู่บนร่างเล็กๆ ชนรดียิ้มมีความสุขขณะมองภาพครอบครัวสุขสันต์ ทุกคนล้วนคิดว่ามันคือช่วงเวลาดีๆ

ยกเว้น... ไตรทัศ

เขาผู้มาเยี่ยมสิงโตน้อยตัวใหม่ในฐานะ น้าชาย กำลังนั่งจิบน้ำชายามบ่ายด้วยหน้าบูดบึ้ง ดวงตาหวานสะท้อนภาพพ่อแม่ลูกแสนน่ารักโดยมีประกายหงุดหงิดซ้อนทับ ของเล่นที่เขาซื้อมาฝากถูกวางทิ้งไว้อย่างไม่สนใจ รวมถึงตัวไตรทัศเองที่โดนคนรักเมินเฉย

ชาร้อนๆ ไหลลงคอจนหมด แก้วเปล่าถูกวางกระแทกโต๊ะน้ำชาอย่างแรง เรียกสายตาจากไอศูรย์และชนรดีให้หันมามองด้วยความสงสัย ไตรทัศเสหน้าหนีไม่รับรู้ แสร้งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาไถเล่นเพื่อฆ่าเวลา

ไอศูรย์หรี่ตามองคนรักอย่างจับผิด เขาส่งลูกชายให้ชนรดีแล้วบอกให้เธอพาขึ้นไปบนห้อง อ้างว่ามีธุระจะคุยกับเพื่อน เมื่อพ้นสายตาของอดีตดาราสาว ร่างโปร่งก็ขยับตัวไปนั่งบนโซฟาข้างๆ คนรัก ยกขาขึ้นไขว่ห้างด้วยท่าทีสบายอารมณ์

“เป็นอะไร” ราชสีห์หนุ่มเปิดบทสนทนาด้วยคำถาม

“ครอบครัวสุขสันต์ดีนะ” ไตรทัศว่าประชดเข้าให้ ดวงตาหวานหันมามอง สาดความไม่พอใจใส่อย่างไม่มีปกปิด

“หึ” ไอศูรย์หัวเราะในลำคอเบาๆ “ลูกชายฉันน่ารักนะ เชื้อพ่อมันแรงดีจริงๆ”

“ไม่เห็นน่ารัก”

“น่ารักจะตาย”

“น่าเกลียด”

“ไตรทัศ!” จากตอนแรกที่แค่เล่นๆ กลับกลายเป็นว่าไอศูรย์จริงจังในการเถียงไปแล้ว ไอ้เหนือตัวน้อยของเขาน่ารักจะตาย ตาคมตั้งแต่เด็ก ปากก็เป็นกระจับสีชมพู แก้มป่องน่ากัด มองทางไหนก็เหมือนเขาตอนเด็กๆ อย่างกับถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน ขนาดพ่อเองยังเห่อหลานจะตาย แม้จะชอบทำหน้าดุให้เด็กมันกลัวจนร้องไห้ แต่พอเหนือหลับ ธีรเดชก็จะแอบเข้าไปจับไปกอดตลอด

บอกแล้วว่าชเยศน้อยน่ารักเหมือนพ่อมันนั่นแหละ

“ก็น่าเกลียดจริงๆ นี่” ไตรทัศยังคงย้ำความคิดตัวเอง แล้วจึงรีบหนีออกจากถ้ำสิงโตก่อนที่จะโดนฟัดจนร่างขาดกระจุย แว่วเสียงตะโกนด่าของไอศูรย์ตามมาจากด้านหลัง เขาทำเมินก่อนจะขึ้นรถเพื่อหลบไปสงบสติอารมณ์ที่บ้านตัวเอง

น่าหงุดหงิดชะมัดเลย

 

สองอาทิตย์ผ่านมาอย่างรวดเร็ว ไตรทัศที่อารมณ์ติดลบเลือกจะไม่เจอหน้าไอศูรย์ตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เขาหมกตัวอยู่แต่ที่ทำงานทั้งวัน หลังจากนั้นก็ตรงดิ่งกลับบ้านและอาบน้ำเข้านอน โทรศัพท์เด้งเตือนข้อความและสายเรียกเข้าจากคนรัก แต่ไตรทัศทำเมินมันตลอดมา จนในที่สุดเหมือนไอศูรย์จะทนไม่ไหว ถึงได้กระเตงลูกมาหาถึงที่บ้านตระกูลพยัคฆไชย

บ่ายวันหยุดอันแสนสดใส ไตรทัศที่กำลังนั่งเครียดบัญชีกู้ยืมของลูกหนี้ถึงกับต้องหน้านิ่วคิ้วขมวดเข้าไปอีก เพราะอยู่ๆ ร่างโปร่งของคนที่เขาพยายามหลบหน้ามาหลายวันดันมายืนจังก้าอุ้มลูกอยู่ตรงหน้า ชเยศปืนป่ายยื่นหน้าออกจากอกพ่อมาดูหน้าจอโน้ตบุ๊กด้วยความสนใจ

ไตรทัศรีบเก็บเอกสารสำคัญและพับจอคอมพิวเตอร์ลงเมื่อทารกตัวน้อยคลานไปมาบนโต๊ะทำงาน เขามองเด็กสลับกับคนรักด้วยสายตาไม่ชอบใจ

“พามาด้วยทำไม”

“ก็พาลูกมาทำความรู้จักกับคุณน้า” ไอศูรย์ย้ำคำว่า น้า อย่างยั่วโมโห เรียวปากคลี่ยิ้มสะใจ ร่างโปร่งอุ้มเหนือขึ้นมาจากโต๊ะ ก่อนจะเอาไปปล่อยทิ้งไว้บนตักของพยัคฆ์หนุ่มที่ทำหน้ารังเกียจเสียเต็มประดา “ปกติก็ชอบเด็กดีนี่น่า”

ไตรทัศพยายามผลักหนูน้อยกลับคืนพ่อของมัน แต่เมื่อชเยศทำท่าจะตกลงไปบนพื้น เขาก็รวบร่างเล็กเอาไว้ในอ้อมแขนด้วยอารามตกใจ โดยนิสัยพื้นฐานพยัคฆ์หนุ่มเป็นคนรักเด็ก หน้าตาจิ้มลิ้มกับผิวนุ่มนิ่มตรงหน้าทำเอาอยากมุดหน้าลงไปฟัดเล่นให้หายอยาก แต่อีกใจหนึ่งก็นึกไม่ชอบสักขีพยานความรักระหว่างคนรักของเขาก็ชู้ที่ถูกเชิดหน้าชูตา

“ทุกอย่างล้วนมีข้อยกเว้น” เสียงทุ้มเอ่ยตอบในขณะที่ดวงตายังจับจ้องอยู่ที่หนูน้อยในมือ

เหมือนกับไอศูรย์ไม่มีผิดเพี้ยน ถอดแบบกันออกมาอย่างกับฝาแฝด ยังดีที่ไม่ได้เหมือนชนรดีไปซะหมด มีเพียงเค้าโครงหน้าที่สวยราวกับเพศหญิง ไม่เช่นนั้นแค่เขามองหน้าเด็กนี่ก็คงนึกอยากสั่งคนไปเก็บทั้งแม่ทั้งลูกให้รู้แล้วรู้รอด เผลอๆ อาจรวมพ่อของมันไปด้วยอย่างเสียไม่ได้

“หลงเสน่ห์ไอ้เหนือแล้วละสิ” ไอศูรย์กลั้วหัวเราะในลำคอ ร่างโปร่งก้าวเข้าหาคนรักแล้วนั่งลงบนโต๊ะทำงาน สายตาคมจับจ้องไปที่พยัคฆ์หนุ่ม คล้ายกับเห็นความสับสนในดวงตาหวานเชื่อมคู่นั้น ยิ่งยามที่ชเยศจ้องไตรทัศตาแป๋ว ก่อนจะยิ้มแป้นแล้วร้องเสียงแอ้ๆ ใส่ ไตรทัศก็ราวกับจะลบทุกความเกลียดชังที่ติดค้างอยู่ในใจออกไปเสียให้หมดภายในเสี้ยววินาที

“เอาลูกนายคืนไป” ร่างสูงหักใจละสายตาออกจากไอ้ตัวเล็กบนตัก เงยหน้ามองไอศูรย์ที่ยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิกับเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเอง

“ก็ได้ๆ” สิงโตหนุ่มยักไหล่ ก้มลงรับลูกชายมาอุ้มไว้ในอ้อมแขน กดสันจมูกทรงสวยลงบนแก้มนิ่ม ไอ้ตัวเล็กชอบใจหัวเราะเอิ้กอ้ากใหญ่ ไตรทัศมองภาพนั้นด้วยอารมณ์ประหลาด เขาชอบที่จะเห็นไอศูรย์ในมุมนี้ กลับกัน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขากับคนรักไม่สามารถมีลูกที่มาจากสายเลือดของทั้งคู่ร่วมกันได้ ก็กลับเจ็บร้าวในอกอย่างไม่อาจห้ามปราม

ไอศูรย์ที่ผละจากชเยศน้อยได้เหลือบมองนาฬิกาบนผนัง เห็นสมควรที่จะต้องกลับถ้ำแล้วถึงได้เอ่ยลาแฟนหนุ่ม เขามีงานที่ต้องสะสาง ไตรทัศก็เช่นกัน แค่มาเจอหน้าให้หายคิดถึง ก่อกวนเล็กๆ น้อยให้มันไม่เฉยชาไปมากกว่านี้ก็เกินพอแล้ว

ร่างโปร่งพูดคุยกับเจ้าของห้องอีกสักสองสามประโยคก็กระเตงลูกชายไปที่ประตู แต่ก่อนที่บานไม้ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้านั้นจะปิดลง เสียงนุ่มก็แทรกขึ้นมา ทิ้งท้ายไว้ให้ไตรทัศคิดมากเกือบตลอดวัน

“เด็กมันไม่ผิดอะไรนะทัศ”

ใช่ เด็กไม่ผิดเพราะไม่ได้เป็นคนทำ

ที่ผิดน่ะคือคนที่ทำแต่กลับทำเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไร

แต่ที่ผิดไปกว่านั้นคือคนที่โดนกระทำ แต่กลับให้อภัยจำเลยอย่างง่ายดายเพียงเพราะคำว่ารักต่างหาก

ผิดต่อความรู้สึกตัวเองแบบเต็มๆ...

 

เข็มสั้นหมุนรอบนาฬิกาเสียหลายรอบ วันเวลาผันเปลี่ยนอย่างไม่รีรอ ฤดูกาลย่างสู่ปลายฝนต้นหนาว อากาศเย็นสบายที่ฝากมาตามสายลมชวนให้อารมณ์ดี ชนรดีอุ้มตัวเล็กขึ้นวางบนตัก เหนือหาวปากกว้างก่อนจะซบอกแม่หลับไป ไอศูรย์มองหนุ่มน้อยหลับตาพริ้มด้วยรอยยิ้มบางๆ ทั้งคู่นั่งจิบกาแฟอยู่สวนนอกบ้าน บรรยากาศไม่เคร่งเครียดอย่างทุกคราวที่ราชสีห์หนุ่มนัดภรรยามาคุย

“ชุดแต่งงานของคุณเสร็จแล้ว พรุ่งนี้จะให้คนขับรถพาไปลองที่ร้าน”

“แล้วของชำร่วยล่ะคะศูรย์” ชนรดียิ้มแก้มปริเมื่อได้ฟัง หลังจากคลอดเจ้าตัวเล็กนี้แล้ว เธอก็ตั้งตารอวันที่จะได้เป็นเจ้าสาวเต็มตัวจนเนื้อเต้น งานแต่งใช้เวลาเตรียมนานกว่างานหมั้นพอตัว กินเวลาไปเป็นเดือนๆ แม้จะเร่งแล้วก็ตาม ของชำร่วยและรายการอาหารถูกวางไว้ตั้งแต่แรกแล้ว แต่กระนั้นก็ยังมีอย่างอื่นให้ทำอีกมากมาย

“ผมเช็คแล้ว เรียบร้อยดี” ไอศูรย์สะบัดมือสั่งให้ลูกน้องไปเอาของตัวอย่างมา มันคือกระเช้าเล็กๆ ที่มีป้ายชื่อหญิงชายเจ้าของงานวางอยู่ท่ามกลางดอกไม้นานาพันธุ์ ชนรดีหยิบขึ้นมาพิเคราะห์ดูอย่างพอใจ รอยยิ้มน่ารักยังแต้มอยู่บนริมฝีปาก แต่น่าเสียดายที่ไอศูรย์ไม่นึกหลงใหลมันอีกแล้ว

“ชนตื่นเต้นจังเลยค่ะ”

“ฮึ” หัวเราะเบาๆ ในลำคอ “อีกสองชั่วโมงมีนัดทำสปาใช่ไหม”

“ค่ะ” หล่อนพยักหน้า

“เดี๋ยวผมให้พลไปส่งที่ห้าง” มือเรียวควักบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเสื้อเชิ้ต บัตรเครดิตสีทองสะท้อนแสงวาววับเข้าตาชนรดี เธอเบิกตามองอย่างแปลกใจ ชายหนุ่มวางสิ่งนั้นลงบนโต๊ะ ใช้ปลายนิ้วเลื่อนไปตรงหน้าภรรยาตน “คุณอยากซื้ออะไรก็ซื้อได้เลย วงเงินในบัตรไม่จำกัด ถือว่าเป็นรางวัลให้หายเหนื่อยจากการเลี้ยงลูกแล้วกันครับ”

ใบหน้าสวยฉายแววดีใจอย่างเด่นชัด หล่อนอุ้มชเยศน้อยส่งให้พี่เลี้ยงที่มาเฝ้า หยิบบัตรเครดิตแล้วลุกขึ้นไปนั่งฝั่งเดียวกับไอศูรย์ แขนเรียวโอบเอวสอบ วางใบหน้าลงบนไหล่กว้าง

“ชนขอบคุณศูรย์มากๆ เลยนะคะ”

“ครับ” เขาหันมาหอมกระหม่อมเธอเบาๆ ก่อนจะเรียกพลมาเพื่อสั่งงาน ราชสีห์หนุ่มส่งว่าที่เจ้าสาวของตนขึ้นรถหรูคันงาม มองส่งจนลับสายตาก่อนจะหันหลังกลับเข้าบ้าน

ยังมีงานรอให้จัดการอีกมากมาย เขาเพียงยอมจ่ายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเคลียร์ทางให้โล่ง

“เหนืออยู่ไหน” ไอศูรย์หันไปถามศักดิ์ที่เดินมาพอดีอย่างรู้เวลา

“กับคุณท่านครับ”

“อืม” พยักหน้ารับก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาปลดล็อก เบอร์ไตรทัศเป็นสิ่งที่เขากดหาเป็นอย่างแรก เสียงสัญญาณรอสายดังเมื่อกดโทรออก ไม่นานปลายสายก็กดรับ

[ว่าไง โทรมาชวนไปงานแต่งเหรอ] มีแววประชดมาจากน้ำเสียง

ไอศูรย์ยิ้มขัน “เปล่า โทรมาชวนไปเก็บหนี้”

[ที่ไหน]

“บริษัท R

ไตรทัศครุ่นคิดสักพักก่อนจะร้องอ๋อเพราะรู้ถึงสาเหตุที่ไอศูรย์จะไปด้วยตนเอง บริษัท R เป็นบริษัทใหญ่ที่มีพื้นที่ในตลาดถึง 28% แต่พอเปลี่ยนผู้บริหารความน่าเชื่อถือกลับลดลง เด็กรุ่นใหม่ไฟแรงที่คิดว่าตนยิ่งใหญ่คิดจะทำอะไรก็ได้ เล่ห์กลที่นึกว่าฉลาดกลับโง่งม คิดจะเล่นเล่ห์กับมาเฟียใหญ่ก็ต้องเจอสั่งสอนเป็นการตักเตือน

บิลค่าสินค้าที่ให้มาถูกปลอมแปลง มันจ่ายไม่หมดแต่กลับแจ้งยอดที่ครบถ้วน หากเขาไม่ตรวจสอบบัญชีตลอดคงมีสิทธิ์เล็ดลอดสายตา วันๆ หนึ่งเงินหมุนเวียนในธนาคารไม่รู้กี่พันล้าน ซึ่งไม่ใช่เพียงบัญชีเดียวเท่านั้น ทำให้ยากต่อการตรวจสอบถ้ารอเช็คทีเดียวตอนทำงบการเงิน แต่ไอศูรย์ได้ให้ศักดิ์เช็คอาทิตย์ละครั้งเพื่อความรอบคอบ ซึ่งทำได้ง่ายเมื่อเขาจัดการเป็นระบบโดยใช้หลายบัญชีธนาคารแยกตามประเภทสินค้าหมวดใหญ่ๆ

ใครร้ายมา สิงหธานินท์จะขย้ำให้ตายคาเขี้ยวเชียวละ

[สถานที่ล่ะ]

“ที่รังมันเลยครับที่รัก”

[เดี๋ยวออกไป]

ปลายสายตัดสายทิ้งทันทีที่พูดจบ ไอศูรย์เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า บอกศักดิ์ให้ไปเอารถ พร้อมขอลูกน้องติดตามไปห้านาย รอมือซ้ายเตรียมการไม่นานราชสีห์หนุ่มก็เคลื่อนตัวออกจากถ้ำเพื่อไปล่าเหยื่อ

เดตแต่ละครั้งของมาเฟียก็เป็นแบบนี้แหละ

ประหลาดไปหน่อย แต่ก็สนุกดีนะ

 

เมื่อวานเพิ่งไปออกกำลังกาย ข่มขู่งูเห่าที่แว้งกัดมาเองแท้ๆ วันนี้ไอศูรย์กลับนอนซมเพราะฤทธิ์ไข้ ราชสีห์หนุ่มหมดสภาพนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มตั้งแต่เช้า แถมยังสั่งไม่ให้ชนรดีรู้เพราะไม่อยากให้เธอมาวุ่นวาย แต่จะโทรไปเรียกพยัคฆ์ตัวดีมาดูแลก็เห็นทีจะไม่ง่าย ชายหนุ่มเลยได้แต่นอนหมดอาลัยตายอยากอยู่ในห้องนอนมาครึ่งวัน

“ทานอะไรหน่อยนะครับ” ศักดิ์ถือวิสาสะเปิดประตูเข้ามาโดยไม่เคาะ ถาดอาหารในมือส่งกลิ่นหอมกรุ่น แต่ไอศูรย์กลับเบ้หน้า ปกติไตรทัศจะทำหน้าที่นี้ เขาจะมาป้อนข้าว เช็ดตัว และคอยดุเวลาไอศูรย์แกล้งทำตัวดื้อเพราะอยากเห็นคนหน้ายักษ์ แต่วันนี้อะไรๆ ก็ไม่เป็นใจ ชนรดีอยู่บ้านทั้งวันโดยไม่มีแพลนออกไปไหน

น่าเบื่อ เขาคิด

“ไม่หิว” เสียงแหบปฏิเสธพร้อมทั้งดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมหน้า มือซ้ายคนสนิทก็ไม่ได้คะยั้นคะยออะไรมาก เขาเพียงถอนหายใจเบาๆ แล้ววางถาดอาหารไว้ที่โต๊ะหัวเตียงก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ

ร่างโปร่งรอจนได้ยินเสียงประตูปิดลงก่อนค่อยโผล่ศีรษะออกมา มือเรียวคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมาไถเล่นอย่างเบื่อหน่าย เขานอนทั้งวันจนไม่อาจข่มตาหลับ แถมร่างกายก็ปวดเมื่อยไปหมด อยากจะบิดเป็นเกลียวเหมือนบิดผ้า เผื่อจะสบายตัวขึ้นสักนิด

ไอศูรย์กดเปิดเพลงจากโทรศัพท์ฟังแก้เบื่อ พร้อมทั้งเลื่อนอ่านข่าวประจำวันอย่างไม่ค่อยใส่ใจนัก ผมสีดำขลับถูกมือเรียวเสยขึ้นเมื่อมันตกลงมาปรกตา แต่ไม่นานก็หล่นกลับมาที่เดิม เขาจึงหยิบยางเส้นเล็กๆ ขึ้นมามัดหน้าม้าเป็นจุกเล็กๆ เพื่อตัดปัญหา ขายาวยกขึ้นไขว่ห้างทั้งๆ ที่นอนอยู่ นาฬิกาบอกเวลาบ่ายสองสิบห้านาที ไอศูรย์ถอนหายใจก่อนจะผุดลุกขึ้นจากเตียง แม้ร่างกายจะอ่อนล้าด้วยฤทธิ์ไข้ แต่ราชสีห์หนุ่มไม่อาจทนเบื่อแบบนี้ได้อีก คนชอบออกไปเล่นสนุกข้างนอก ให้นอนเฉยๆ ทั้งวันมันน่าหงุดหงิดจะตาย

ว่าแล้วร่างโปร่งก็จัดการถอดชุดนอนที่สวมอยู่ออก หยิบเสื้อคอวีสีเทากับกางเกงยีนส์มาใส่แทน ฉีดน้ำหอมกลิ่นโปรดเล็กน้อยก่อนจะคว้ากระเป๋าเงินและโทรศัพท์เดินออกจากห้อง ระหว่างทางไปยังประตูบ้านศักดิ์ก็วิ่งตาเหลือกมาหาอย่างรีบร้อย

“จะไปไหนเหรอครับคุณไอศูรย์”

“ไปหาทัศ”

“แต่...”

“ถ้าไม่ไปส่งก็เอากุญแจรถมา” ไอศูรย์เริ่มเหวี่ยงเพราะเขาเริ่มปวดหัวขึ้นมาตุบๆ ศักดิ์เลิกที่จะเถียงเพราะรู้นิสัยดื้อดึงของเจ้านายดี เขารีบออกไปเอารถมาให้ไอศูรย์ ก่อนจะขับไปส่งที่รังพยัคฆ์อย่างเร่งด่วน เกรงว่าเชื้อไข้ในตัวนายจะออกฤทธิ์มากกว่าเดิม เพราใบหน้าหล่อเหลานั้นเริ่มซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด

รถคันหรูฝ่าการจราจรบนถนนมาอย่างเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ศักดิ์หักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าจอดในรั้วพยัคฆไชยได้อย่างง่ายดาย ยามหน้าประตูล้วนจำทะเบียนรถคนรักเจ้านายตนเองได้ดี เมื่อถึงที่หมายไอศูรย์ที่นั่งกุมขมับมาตลอดทางก็ก้าวลงจากรถ เขาสั่งให้ศักดิ์กลับบ้านไปสะสางงานต่อพร้อมทั้งสั่งการให้คอยตอบคำถามของชนรดีให้ด้วย มือซ้ายตกปากรับคำอย่างเสียไม่ได้ เขามองตามหลังชายร่างโปร่งที่เดินเข้าบ้านหลังโตไปอย่างนึกห่วง เมื่อนายเหนือหัวลับสายตาไปลูกน้องอย่างเขาที่ไม่มีธุระกับที่นี่ต่อก็กลับขึ้นรถ สตาร์ทมันแล้วขับกลับรังสิงหธานินทร์ทันที

ตัดมาที่ราชสีห์หนุ่มผู้ไม่สบาย ไอศูรย์เสี่ยงเดินขึ้นไปหาไตรทัศที่ห้อง ไม่รู้ว่าอยู่บ้านหรือบริษัท หัวเขาหนักเกินกว่าจะคิด แค่เบื่อห้องเงียบๆ เลยหวังจะมาเปลี่ยนสถานที่นอน ชายหนุ่มลากสังขารตัวเองไปจนถึงจุดหมายปลายทางอย่างยากลำบาก เขาสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากทุกอณูผิว ใช่แล้ว ไข้กำลังโหมทำร้ายร่างกายของมาเฟียอย่างหนัก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

มือแกร่งเคาะลงบานประตูอย่างลองเชิง ช่างโชคดีที่เจ้าของห้องอยู่ ณ เวลานี้ พยัคฆ์หนุ่มตะโกนถามว่าใครมา แต่ก็คงรู้อยู่แล้วเพราะหลังจากสิ้นเสียงประตูก็เปิดออก

“ไม่สบาย?” คิ้วสวยขมวดแน่นเมื่อเห็นสภาพแขกผู้มาเยือน ร่างสูงรีบพุ่งเข้าประคองคนรักด้วยความเป็นห่วง แต่ก็เกือบจะลงล้มไปกองที่พื้นทั้งคู่เพราะไอศูรย์เล่นทิ้งน้ำหนักตัวใส่จนหมด

“อืม ไม่สบาย” ตาคมเหลือบมองอย่างออดอ้อน

“แล้วมาถึงที่นี่เนี่ยนะ”

“เบื่อบ้าน” ไอศูรย์บอกพลางทำหน้าเบื่อหน่าย ไตรทัศส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา แต่ก็ยอมลากตัวหนักๆ ของคนรักเข้าไปนอนพักผ่อนที่เตียงพร้อมเสียงบ่น

“โทรหาก็ได้นี่” เจ้าของห้องบอกพลางหยิบรีโมทแอร์มากดเพิ่มอุณหภูมิ ดึงผ้าห่มหนานุ่มขึ้นคลุมตัวคนป่วยก่อนจะวางหลังมือไว้บนหน้าผากที่เปิดโล่งเพราะหน้าม้าถูกมัดขึ้นเพื่อวัดไข้

“ชนอยู่”

ประโยคเดียวที่ทำให้อีกคนเงียบลง ไตรทัศลุกขึ้นไปหยิบแผ่นลดไข้มาให้แล้วหมุนตัวกลับไปสนใจเอกสารบนโต๊ะทำงานต่อ

ไอศูรย์แอบขำเบาๆ กับท่าทีคนรัก เขาแกะแผ่นลดไข้ที่พยัคฆ์หนุ่มเอามาให้ก่อนจะแปะลงบนหน้าผาก เสียงกระเพาะร้องดังโครกครากส่งผลให้ชายหนุ่มเจ้าของห้องหันมามอง

“อยากกินอะไร”

“นาย”

“...”

“...”

ไตรทัศเงียบ

ไอศูรย์ยิ้มกว้าง

ต่างคนต่างอารมณ์ในสถานการณ์เดียวกัน แม้ว่าคนป่วยจะปวดหัวจนเหมือนถูกคีมเหล็กบีบอย่างแรง แต่เขาก็ยังยิ้มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แบบที่ชอบทำ ไอศูรย์ดึงผ้าห่มออกจากตัว กระดิกปลายนิ้วชี้เรียกคนที่ยืนมองให้เข้ามาใกล้

“เร็วสิ หนาวแล้ว”

“ศูรย์” ไตรทัศกดเสียงต่ำปราม

“อะไร” ราชสีห์หนุ่มเลิกคิ้วสงสัย ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าคนรักคิดอะไรอยู่ แต่ไอศูรย์หน้าด้านใครๆ ก็รู้ ดวงตาคมมองสบคนรักอย่างสื่อความหมาย จับจ้องสร้างแรงกดดันเล็กๆ จนไตรทัศถอนหายใจเฮือกใหญ่ แต่ก็ยอมทิ้งตัวลงนอนบนที่ว่างข้างๆ ดึงผ้าขึ้นห่มตัวทั้งคู่

ไอศูรย์หัวเราะชอบใจ มุดศีรษะเข้าที่ไหล่กว้าง ดึงแขนแกร่งมาโอบเอวสอบของตัวเอง กดริมฝีปากสีซีดลงบนซอกคอ ขบเม้มแผ่วเบาอย่างยั่วยวน

“คนป่วยก็นอนไปสิ”

“คิดถึงนี่น่า”

“หึ”

“ยังไม่หายงอนอีก” ไอศูรย์เงยหน้าขึ้นมอง ไตรทัศเพียงแสยะยิ้ม บ่งบอกว่าเขาไม่มีทางให้อภัยความผิดที่คนรักก่อไว้ในครั้งนี้ จริงๆ เรื่องมันจะไม่บานปลายถ้าไอศูรย์ยอมรับผิดแล้วก้มหน้าขอโทษ ไตรทัศพร้อมให้อภัยไม่ว่าจะไปทำผู้หญิงท้องจนได้ลูกมาอีกสักสิบคน แต่เพราะความผยองของนายหัวแห่งสิงหธานินทร์คนนี้แท้ๆ ที่ยั่วโทสะเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ไม่เอาน่าทัศ เรื่องแค่นี้เอง”

“ถ้าฉันทำมั้ง?”

คนฟังยิ้ม “ก็ทำสิ”

“...”

“ถ้าทำได้นะ”

“จะขัดขวาง?”

“เปล่า” นิ้วเรียวลูบไปตามกรอบหน้าของไตรทัศอย่างช้าๆ ไล้ไรหนวดที่ขึ้นเป็นตอเล็กๆ ก่อนจะหยุดปลายนิ้วลงบนผิวปากเนียนนุ่ม “มันแค่ไม่ใช่นิสัยนาย”

“รู้ดี”

“ก็นี่ใคร”

ไตรทัศหัวเราะเบาๆ แต่ช่างดูไม่จริงใจเลย เขาขบนิ้วเรียวคนรักเสมือนเป็นการลงโทษ “คนเรามันเปลี่ยนกันได้นะ”

“ยกเว้นนาย”

“...?”

“เพราะฉันไม่อนุญาตให้เปลี่ยน”

“โอหังเหลือเกินสิงหธานินทร์”

“ปวดหัวจัง” ไอศูรย์ตัดบทด้วยการเปลี่ยนเรื่อง เขาทิ้งรอยยิ้มอย่างคนที่เหนือกว่าไว้เป็นการปิดท้าย ก่อนจะหลับตาลงเพื่อเข้าสู่นิทรา

ไตรทัศมองคนในอ้อมแขนอย่างทั้งรักทั้งเกลียด ที่ยอมเป็นรองให้อย่างนี้เพราะขี้เกียจสู้รบด้วยต่างหาก ไอศูรย์รู้ดีกว่าใคร แต่ก็ขยันทำตัวเป็นนางพญาเสียเหลือเกิน ไม่กลัวเส้นความอดทนอีกคนจะขาดมั้งเลยรึไง

หรืออาจลืมไปแล้ว ว่าเวลาถูกเขี้ยวพยัคฆ์ฉีกร่าง

...มันเจ็บแค่ไหน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #19 5555555 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 12:01
    ตูดฉีกไง
    #19
    0
  2. #18 ว้าวๆๆๆๆๆๆๆๆๆ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 เมษายน 2560 / 11:55
    ถ้าไตรทัศท้องได้ลูกคงออกมาอัปลักษณ์อะเพราะแม่เป็นผู้ชาย
    #18
    0
  3. #13 DEMoNiO (@nut0za) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 03:33
    นอนกับคนป่วยนี่ไม่กลัวติดหวัดเลยนา
    #13
    0
  4. #12 ชอบ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 14:36
    นางพญาจะปีกหักไหม
    #12
    0