[yaoi] : Black Paradise : เล่ห์มาเฟีย [สนพ.มีดีส์]

ตอนที่ 10 : - เขี้ยวที่ ๙ : แผนการของเจ้าป่า (๒)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    31 ส.ค. 59

 

เขี้ยวที่ ๙

แผนการของเจ้าป่า (๒)

  

ไอศูรย์อยู่กับเฝือกมาได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว เขาเริ่มจะชินกับการใช้ไม้ค้ำและมีไตรทัศเป็นเบ๊ อันที่จริงการขาเดี้ยงก็เป็นเรื่องดีอย่างหนึ่ง งานเอกสารของบริษัทก็ไม่จำเป็นต้องรีบทำเพราะอาการบาดเจ็บ ยกเว้นเรื่องเร่งด้วยเท่านั้นที่เขาให้พลไปรับเอกสารจากปรีชามาให้ที่บ้าน รวมถึงการที่ไตรทัศยอมหอบเสื้อผ้ามาอยู่ด้วยกันนานเป็นเดือน ถ้าปกติดีก็ไม่มีหรอก ติดงานนู้นงานนี้จนหายหัวกันไปคนละทาง

แต่ก็ใช่จะสามารถผลักทุกงานออกไปได้ในช่วงนี้ ไตรทัศรับปากจะช่วยจัดการเรื่องมาเฟียต่างถิ่นให้เพราะปัญหาเรื่องนี้เริ่มขยายตัว ถ้าไม่ติดต่อไปเร็ววันคงมีการฆ่าล้างบางเกิดขึ้น กำหนดการเดิมไอศูรย์จะเป็นคนเดินทางไปเองในอีกแปดวันข้างหน้า แต่เพราะไตรทัศได้ติดต่อขอเลื่อน แต่สุดๆ แล้วก็ได้เพิ่มอีกแค่หกวัน ทำให้เขาไม่สามารถอยู่ดูแลคนเจ็บได้ในอาทิตย์ถอดเฝือก

ไอศูรย์ยอมเล่าปัญหาเรื่องนี้อย่างละเอียดให้คนรักฟัง คำนวณแล้วว่าถึงไตรทัศรู้ไปก็คงเอามาเล่นงานได้ไม่มาก นอกจากมาเฟียฝั่งนู้นจะยอมเข้าร่วมกับตระกูลพยัคฆไชย ซึ่งดูๆ แล้วเป็นไปได้ยาก พวกนั้นไม่คิดญาติดีกับคนต่างถิ่นหรอก ขนาดแค่เข้าไปยึดพื้นที่ส่วนเล็กๆ ยังโดนตามจองล้างจองผลาญขนาดนี้ ประเทศนั้นเขาสูญรวมแก๊งค์มาเฟีย คงไม่สนใจอะไรที่ไม่ได้ประโยชน์หรอก

หรือถ้าเกิดเหตุการณ์เหนือความควบคุมจริงๆ อย่างเช่นพวกนั้นยอมเป็นพันธมิตรด้วย มีทางเดียวที่แก้ปัญหาได้คือการรวมสิงหธานินทร์กับพยัคฆไชยให้เป็นทองแผ่นเดียวกัน นั่นคือการเป็นเจ้าของหัวใจทั้งหมดของไตรทัศ ทำให้อีกฝ่ายไม่กล้าที่จะทรยศกัน ซึ่งแผนนี้ต้องใช้เวลา ไอศูรย์คิดว่ากันไว้ดีกว่าแก้คงดีที่สุด ไม่อยากให้มีเรื่องผิดพลาดซ้ำอีกครั้ง ดังนั้นชายหนุ่มจะเริ่มแผนหลอมสองตระกูลเข้าด้วยกันทันทีที่ปัญหาเรื่องชนรดีจบลง

“จะไปทำงานแล้วเหรอ” ไอศูรย์ร้องถามคนที่ยืนแต่งตัวอยู่หน้ากระจก ขณะนี้เวลาบ่ายโมงสิบนาที เป็นอะไรที่สายมากสำหรับการเข้าบริษัท แต่เพราะได้บอกลูกน้องไว้แล้วว่าคนรักป่วย ทำให้ไตรทัศไม่กังวลเรื่องภาพลักษณ์ของตัวเองเท่าไหร่

“อืม กลับดึกหน่อยนะ มีนัด”

“ใคร”

“เจ้าของห้าง Y

ไอศูรย์พยักหน้ารับรู้ “ฝากแนะนำด้วยล่ะ”

“รู้แล้วครับ” ไตรทัศพรมน้ำหอมลงบนเสื้อก่อนจะเดินมาหาคนที่นอนกลิ้งเกลือกอยู่บนเตียง กดจมูกลงบนแก้มนิ่มก่อนจะเดินออกไป “แล้วเจอกัน”

“บาย” ขยับนิ้วลาแทนการโบกมือ

หลังจากคนรักออกไปแล้ว ห้องทั้งห้องก็เข้าสู่ความเงียบ ไอศูรย์นอนมองเพดานพลางคิดอะไรวนไปเวียนมาเกือบครึ่งชั่วโมง ก่อนที่เขาจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและต่อสายไปหาใครบางคน

เสียงสัญญาณดังได้ไม่ถึงสามครั้งอีกฝ่ายก็กดรับ

[ศูรย์ ชนรอศูรย์โทรมาตั้งหลายวัน]

“โทษที ผมไม่ค่อยสบาย”

[เป็นยังไงบ้างคะ ชนเป็นห่วงแต่คุณไม่ยอมให้ชนไปดูแล]

“เพื่อนผมมาดูแล้วครับ ไม่เป็นไรหรอก” ไอศูรย์พยายามตัดบทเพื่อเข้าเรื่อง “ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

[ให้ชนไปหาที่บ้านไหมคะ]

“เดี๋ยวผมส่งคนไปรับ อีกสองชั่วโมง คุณว่างไหม”

[ว่างค่ะ ชนว่าง!] เสียงปลายสายดูดีใจมาก [แล้วชนจะรอนะคะ]

“ครับ” ไอศูรย์กดตัดสายก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง คว้าไม้ค้ำที่วางไว้ใกล้ๆ มาช่วยพยุง จากนั้นก็เดินกระเพรกๆ ลงไปชั้นล่างเพื่อหาบิดา

การลงบันไดแต่ละขั้นช่างลำบาก ไอศูรย์นึกอยากให้ไตรทัศอยู่ที่นี่จะได้อุ้มลง หรือไม่ก็สั่งคนมาสร้างลิฟต์ติดไว้เดี๋ยวนี้เลย เขาเกือบพลาดตกลงไปสองสามครั้ง นิ้วเรียวจิกลงบนราวบันไดจนข้อขึ้นขาว ขาข้างที่รับน้ำหนักทั้งหมดสั่นเล็กน้อย แต่สุดท้ายชายหนุ่มก็ลงมาได้อย่างปลอดภัย

ธีรเดชนั่งอ่านหนังสืออยู่ในห้องทำงาน แม้เกษียณตัวจากงานทั้งหมดแล้วแต่ก็ยังคอยดูเรื่องทุกอย่างอยู่เสมอ นายหัวคนเก่านับเป็นที่ปรึกษาที่ดี ไอศูรย์อาจเกร็งบ้างเวลาจะพูดคุย เขาไม่ค่อยขอคำแนะนำบ่อยนัก นอกจากเรื่องนั้นจะใหญ่มากจนไม่สามารถพลาดได้จริงๆ

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ร่างโปร่งเคาะประตูสามครั้งก่อนเปิดเข้าไป ร่างสูงของชายวัยกลางเงยหน้าขึ้นมอง แว่นทรงกลมร่วงไปที่กลางจมูก ไอศูรย์มองภาพตรงหน้าอย่างคุ้นชิน เขาสาวเท้าเข้าไปยืนหน้าบิดา แอบสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกความมั่นใจ

“มีอะไร” เสียงทรงอำนาจถามเมื่อบุตรชายมีทีท่านิ่งเงียบ

“ผมจะมาบอกพ่อว่า”

“...”

“ผมจะจัดงานหมั้นครับ”

“หมั้นทำไม ท้องแล้วนี่” ธีรเดชวาหนังสือลงดังตุ๊บ เท้าศอกไว้กับโต๊ะก่อนจะวางคางลงบนอุ้งมือ ดวงตาคมมองไอศูรย์อย่างพิจารณา

“ผมจะรอให้เธอคลอดก่อนค่อยแต่งครับ”

“เล่าแผนมาเลย อย่าลีลา”

“ตอนนี้นักข่าวกำลังจิกเรื่องชนรดีกับผมอยู่ ผมคิดว่าเราน่าจะจัดงานหมั้นก่อนเพื่อกันนักข่าวออกไป” ไอศูรย์พูดชัดถ้อยชัดคำ ใบหน้าหล่อเหลาไม่มีร่องรอยขี้เล่นเช่นเคย “งานแต่งงานมีแขกมาก อาจเกิดเรื่องได้”

“แกกำลังคิดว่าจะมีศัตรู”

“ไม่แน่ครับ กันไว้ดีกว่าแก้”

“ไม่คิดว่างานหมั้นจะมี”

“จัดแบบส่วนตัว แล้วค่อยปล่อยภาพออกไปก็ได้ครับ”

“อืม” ธีรเดชพยักหน้าช้าๆ “คิดได้ดี”

“...” ร่างโปร่งเงียบ

“ช่วงนี้มีเรื่องงั้นสิ”

“ครับ?”

“เห็นกลัวมีคนก่อกวนงานนี่”

“ครับ”

“ใคร”

“...” ไอศูรย์เงียบสักพัก ก่อนจะเอ่ยชื่อศัตรูคนสำคัญออกไป

“จัดการดีๆ คนอื่นตายได้ แต่สิงหธานินทร์ ห้ามตาย!

“ครับพ่อ” ร่างโปร่งโค้งให้ผู้เป็นบิดาก่อนจะเอ่ยขอตัว เขาเดินออกไปหาศักดิ์ที่กำลังถอนวัชพืชอยู่ที่สวนหน้าบ้าน มือซ้ายผู้ว่างงานมักทำตัวเป็นประโยชน์เสมอ ร่างสูงใหญ่เหงื่อซึมเต็มหลังจนเสื้อยืดสีเทาเปียกเป็นรอยใหญ่

“อยากเป็นคนสวนแทนเหรอ” ไอศูรย์แซวอย่างอารมณ์ดี

“คุณไอศูรย์!” ศักดิ์รีบโยนวัชพืชในมือใส่ถุงดำก่อนจะลุกขึ้นแล้วหันมาหาเขา “มีอะไรเหรอครับ”

“บ่ายสามไปรับชนรดีด้วย”

“รับไปที่ไหนครับ”

“มาที่นี่”

“ครับ?” ศักดิ์ทำหน้าสงสัยเพราะไม่คิดว่าเจ้านายตนจะเชิญหญิงสาวมาที่นี่จริงๆ ใครๆ ก็รู้คฤหาสน์ตระกูลสิงหานินทร์เป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับคนนอก ขนาดลูกน้องที่ได้อยู่ที่นี่ยังต้องผ่านการทดสอบแสนสาหัส ทรมานต่างๆ นาๆ เพื่อทดสอบดูว่าพวกมันจะคายความลับไหมถ้าพลาดถูกจับไป แต่ถึงแต่ถึงทำขนาดนั้นไอศูรย์ก็ยังไม่ยอมให้ลูกน้องรู้ข้อมูลสำคัญอยู่ดี

“ฉันมีเรื่องจะคุย”

“ครับ”

“แล้วก็อีกเรื่อง”

“ครับ?”

“...” ไอศูรย์ยิ้มหวานให้มือซ้ายรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ เหมือนเป็นไข้ “พาขึ้นไปบนห้องหน่อย”

“...?”

“อุ้มหน่อย เดินไม่ไหว” เขาทำหน้าขยาดเมื่อหวนไปถึงบันไดนับครึ่งร้อยที่เป็นทางเชื่อมไปชั้นสอง ศักดิ์เบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึง ก่อนจะรีบกุลีกุจอไปล้างมือเมื่อโดนดวงตาคมมองกดดัน เมื่อชำระดินที่เปื้อนเต็มสองแขนออกมาหมดก็กลับมารับไอศูรย์ที่ยืนยิ้มกริ่มรออยู่ที่เดิม เขาหันหลังก่อนจะย่อตัวลง ปล่อยให้นายหัวปีนขึ้นมาบนหลังแล้วจับต้นขาอีกคนไว้แน่น

ไอศูรย์โอบรอบคออีกคน มือหนึ่งก็ล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดกล้องหน้า ยื่นออกไปถ่ายรูปตัวเองกำลังอยู่บนหลังลูกน้องตัวโต ศักดิ์ทำหน้าไม่สู้ดีเท่าไร่เมื่อรู้ว่าพญาราชสีห์ตนนี้กำลังเล่นอะไร

“ยิ้มหน่อย” เสียงทุ้มกระซิบข้างหู แต่มือซ้ายคนสนิทไม่ได้ทำตาม เขาเหลือบมองกล้องก่อนจะเบนสายตาหนี แม้ไอศูรย์จะพยายามส่งเสียงขู่แค่ไหนก็ตาม

“ศักดิ์...”

“ตรงนี้ร้อนนะครับ” คนตัวสูงเบี่ยงประเด็นก่อนจะเริ่มออกเดิม พาคนบนหลังที่ยังคงพยายามถ่ายรูปคู่กับเขาขึ้นไปชั้นบนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

ไอศูรย์เลิกสั่งให้ศักดิ์ยิ้มแล้วเมื่อข่มขู่ยังไงอีกคนก็ไม่ทำตาม อาจเพราะมันรู้ว่าเขาไม่ได้จริงจังเลยกล้าขัดคำสั่ง ร่างโปร่งถูกวางลงบนเตียงเมื่อมือซ้ายพาเข้ามาในห้องนอนสำเร็จ เขาโบกมือไล่อีกคนทั้งที่ตายังไม่ละจากหน้าจอโทรศัพท์

รูปถ่ายคู่ถูกตกแต่งด้วยรูปการ์ตูนจนรก ไอศูรย์ยิ้มเจ้าเล่ห์ขณะกดส่งไปที่กล่องแชทในแอพลิเคชั่นสนทนา จุดหมายปลายทางคือคนที่ออกไปทำงานตอนบ่ายโมง รออยู่เกือบๆ สามนาทีถึงขึ้นอ่าน ไอศูรย์คลี่ยิ้มขณะมองรูปภาพที่เลือกอย่างพิถีพิถัน

มุมกล้องเสมือนเขากดจูบลงบนแก้มสากของศักดิ์ รูปหัวใจใหญ่มากแปะอยู่กลางภาพ รวมถึงคำบรรยายแสนยั่วโมโหที่ไอศูรย์คิดอยู่เกือบๆ หนึ่งนาทีว่า มีเจ้าชายอุ้มมาส่งถึงเตียงด้วย

เสียงแจ้งเตือนข้อความตอบกลับจากไตรทัศดังทันทีหลังจากขึ้นอ่าน ร่างโปร่งกดเปิดดูด้วยรอยยิ้ม ยิ่งเห็นสติกเกอร์รูปหมีโกรธก็หลุดหัวเราะออกมา

กลับบ้านล่ะน่าดู ไตรทัศรับมุกด้วยการขู่ฆ่า

ไอศูรย์หัวเราะก่อนจะเริ่มต้นยียวนอีกคนด้วยตัวอักษร

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเมื่อคนสองคนจดจ่อกับการสนทนาออนไลน์ จากบ่ายโมงเป็นบ่ายสอง และไม่นานก็ถึงเวลานัดกับชนรดี ไอศูรย์จำต้องกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะเขย่งไปที่หน้ากระจกเพื่อแต่งตัวให้เรียบร้อย เสียงเครื่องยนต์รถดังลอดมาทางหน้าต่างเป็นสัญญาณว่าศักดิ์คงกำลังออกไปรับชนรดี เขาใช้ไม้ค้ำพาตัวเองลงไปด้านล่างด้วยความยากลำบากอีกครั้ง ระหว่างทางพลที่เพิ่งกลับมาจากทำงานเห็นพอดีเลยช่วยประคองเขาลงไป

“งานละ” ไอศูรย์เอ่ยถามเมื่อได้นั่งลงบนโซฟาในห้องรับแขกเรียบร้อยแล้ว มือขวาของเขานั่งที่เก้าอี้นวมตัวถัดไป เริ่มเปิดปากรายงานความคืบหน้าต่างๆ ที่วันนี้ไปจัดการมาตามคำสั่ง ทุกอย่างราบรื่นดีไม่มีปัญหา ร่างโปร่งพยักหน้ารับก่อนจะสั่งงานชิ้นต่อไปอย่างละเอียด เจ้านายลูกน้องคุยกันได้สักพักเสียงเครื่องยนต์รถก็ดังมาจากประตูหน้าคฤหาสน์ เขาโบกมือบอกให้พลแยกไปทำงาน ส่วนเขาก็ตะโกนบอกคนใช้ในบ้านให้เตรียมของว่างมาเสิร์ฟแขก

“ไอศูรย์คะ”ชนรดีในชุดเดรสสวยสีชมพูอ่อนถลาเข้ามาเมื่อเห็นหน้าคนรัก ริมฝีปากสีชมพูวาวคลี่ยิ้มว่างอย่างดีใจ ร่างบางทิ้งตัวลงข้างๆ ก่อนจะถามไถ่เรื่องขาด้วยความเป็นห่วง “เป็นยังไงบ้างคะ เจ็บรึเปล่า”

“ไม่เป็นไร ผมโอเค”

หญิงสาวทำหน้าไม่เชื่อ หล่อนมองเฝือกบนขาของเขาสลับกับใบหน้า ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่างแต่ถูกสาวใช้ที่นำน้ำชากับขนมเค้กฝอยทองมาเสิร์ฟขัดจังหวะเสียก่อน

ไอศูรย์ยกถ้วยชาขึ้นจิบก่อนจะเริ่มเปิดประเด็นสำคัญ เขาไม่อยากให้หญิงสาวอยู่ที่นี่นานนัก ชนรดียังไม่รู้ความจริงว่าเขาคือใครและชายหนุ่มไม่ต้องการให้รู้ ในปัจจุบันมาเฟียไม่ใช่สถานะที่ได้รับการยอมรับจากสังคม การปล่อยให้คนทั่วไปรู้เรื่องมีแต่จะทำให้อะไรยากขึ้นเท่านั้น

“หลังจากผมถอดเฝือกหนึ่งอาทิตย์ เราจะจัดงานหมั้น”

“คะ? งานหมั้น?”

“ครับ” สิ้นคำตอบกระต่ายน้อยก็ยิ้มกว้างแสดงอาการดีใจ

“แล้วงานแต่ง?”

“รอคุณคลอดก่อน”

“ทำไมละคะ” คิ้วสวยเริ่มขมวดเหมือนไม่พอใจเล็กน้อย ไอศูรย์รู้ดีว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนอยากมีลูกเป็นตัวเป็นตนก่อนแต่งงาน มันดูไม่ดีเท่าไหร่ แต่แล้วยังไง ราชสีห์หนุ่มเตรียมข้ออ้างดีๆ ไว้แล้ว และชนรดีต้องยอมรับไม่ว่าเธอจะเห็นด้วยหรือไม่ก็ตาม

“ช่วงท้องผมไม่อยากให้คุณกังวลกับงานแต่งงาน”

“ชนไม่เครียดหรอกนะคะศูรย์”

“งานแต่งตระกูลสิงหธานินทร์ไม่ใช่แค่งานใหญ่” ไอศูรย์บอกด้วยน้ำเสียงกดดัน “แขกของตระกูลมีมากและต้องเผื่อเวลาให้เขาเดินทางมาด้วย ไหนจะที่พัก สถานที่ และข้าวของ กว่าจะเตรียมเสร็จ ถึงตอนนั้นท้องคุณคงโต”

“...”

“คุณคงไม่อยากใส่ชุดแต่งงานทั้งๆ แบบนั้นหรอก”

“แต่ชน...”

“ใช่ไหม” เขาย้ำน้ำเสียงลงหนักๆ ดวงตาคมจ้องเขม็งไปที่หญิงสาว อุณหภูมิห้องลดฮวบลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ ชนรดีไม่เคยเห็นไอศูรย์ในคราบเจ้าพ่อ หญิงสาวกลัวจนตัวสั่น หลบตาหลุกหลิก จนสุดท้ายต้องยอมสยบต่อการตัดสินใจของเขา ว่าที่สามีของเธอในอนาคต

“เรื่องงานผมจะจัดการให้ แต่ส่วนที่ค้างอยู่คุณคงต้องทำต่อให้เสร็จ”

“ค่ะ”

“ศักดิ์จะพาคุณไปเลือกเสื้อผ้าอาทิตย์หน้า เรื่องแผนงานผมจะส่งให้คุณดูเมื่อเสร็จเรียบร้อย” ไอศูรย์บอกเสียงเรียบ ดูแล้วไม่เหมือนการคุยเรื่องงานหมั้นเลยสักนิด ราวกับติดต่อธุรกิจกับลูกค้ารายใหญ่ ซึ่งชนรดีสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงนี้ หญิงสาวมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก ปกติไอศูรย์จะเข้ามากอดและหยอกเย้า แต่ตอนนี้เขากลับเย็นชาเหลือเกิน

“พาชนรดีไปส่งด้วย” ไอศูรย์หันไปบอกศักดิ์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่หลังโซฟา มือซ้ายคนสนิทโค้งตัวรับคำสั่ง เขาผายมือเชิญชนรดี แต่หญิงสาวกลับดื้ออยากอยู่ต่อ

“ให้ชนดูแลคุณนะคะ ขาเจ็บแบบนี้คงทำอะไรไม่สะดวก”

“ที่นี่มีคนอยู่เยอะแยะ คุณกลับไปพักผ่อนดีกว่า”

“ให้ชนค้างที่นี่ก็ได้ ชนเป็นห่วงคุณ” ชนรดีกอดแขนคนรักไว้พลางส่งสายตาออดอ้อน ไอศูรย์สบดวงตาแป๋วของกระต่ายน้อยพลางถอนหายใจเบาๆ

“คิดถึงผมเหรอ” เขาถามเสียงนุ่ม มองหญิงสาวข้างกายด้วยแววตาอ่อนโยนเหมือนในอดีต ชนรดีคลี่ยิ้มกว้างพยักหน้ารับแทบไม่ทัน หัวใจหญิงสาวพองโตเมื่อสัมผัสได้ว่าอีกคนกลับมาเป็นไอศูรย์คนเดิมที่เธอเคยรู้จัก ฝ่ามือหนาแนบลงบนแก้มนุ่ม ลูบไล้ผิวเนียนอย่างแผ่วเบา

“ชนคิดถึงคุณมากเลย”

ไอศูรย์ยิ้ม โน้มตัวลงไปกดจูบหนักๆ ที่ริมฝีปาก มอบสัมผัสที่ห่างหายมานานจนกว่าทั้งคู่จะพอใจ ชนรดีครางเครือในลำคอ ดวงตากลมโตปรือปรอยเหมือนคนใกล้สิ้นสติ ชายหนุ่มผละออกมาหลังจากเวลาผ่านไปได้สักพัก รสลิปสติกสีอ่อนยังติดอยู่ที่ปลายลิ้น คล้ายสตรอเบอรี่... ไอศูรย์ไม่แน่ใจ

“กลับนะ ที่นี่ไม่สะดวก พ่อผมไม่ชอบให้ใครมาค้าง”

“แต่...”

“ไม่มีแต่”

“ก็ได้ค่ะ ชนกลับก็ได้” กระต่ายน้อยแสร้งทำปากเบ้หน้าบูด แต่สุดท้ายก็ยอมกลับไปแต่โดยดี เธอกดปลายจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนของไอศูรย์ สูดลมหายใจจนเต็มปอดก่อนจะลุกขึ้นเดินตามศักดิ์ออกไปนอกคฤหาสน์

เมื่อร่างบางพ้นกรอบประตูไปแล้ว รอยยิ้มน่ากลัวกลับปรากฏขึ้นแทนที่ความอ่อนโยน ไอศูรย์ยกถ้วยชาขึ้นจิบ คว้ารีโมตมากดเปิดโทรทัศน์ ดวงตาคมจับจ้องภาพบนหน้าจออย่างตั้งใจ ทั้งที่ในสมองกลับมีความคิดหลายอย่างวิ่งวนเต็มไปหมด

แน่นอน ไม่มีเรื่องไหนดีเลยสักเรื่องเดียว...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

32 ความคิดเห็น

  1. #29 R_rainnie (@jw_rainnie) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 01:55
    ไอศูรย์ทำไมร้าย ร้ายเกินไปจริงๆ ไหนจะทำเรื่อฃร้ายๆไหนจะกวนเฮียทัศอีก ไม่รู้เลยว่าคิดอะไร ใคครเป็นคนที่จะป่วนงาน เป็นเฮียทัศใช่มั้ยเพราะเฮียไม่ยอมไม่อยากให้แต่ง วาร์ปไปตอนจบเลยได้มั้ย55
    #29
    0
  2. #11 >___< (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 23:08
    มาต่อเรวๆน่าา
    #11
    0
  3. #10 ชลา เฮด ชาลา (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 23:06
    ชอบเรื่องที่สมปลิงแต่งทุกเรื่องเลย มันอ่านลื่นมาก สนุกทุกเรื่องง
    #10
    0
  4. #9 DEMoNiO (@nut0za) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 12:41
    อ่าาาารอค่ะรอ สนุกมากเลยค่ะอัพบ่อยๆนะคะ
    #9
    0