NEED LOVE จองรัก {JUNHWAN} *END*

ตอนที่ 34 : ธาวิศจองอัยย์ 33 : : ธาวิศ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,758
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    5 ม.ค. 61


EP 33

: : จองครั้งที่สามสิบสาม : :

  


 

ผมนอนอยู่โรงพยาบาลเป็นเวลาสี่วันนับจากวันที่ตื่น ในวันแรกไม่มีอะไร ผมได้แต่นอนนิ่งๆไม่มีใครมาเฝ้าเพราะทุกคนยุ่งมากมีแค่ชินที่แวะเข้ามาอยู่ไม่นานก็กลับเพราะติดงานรวมถึงพี่อิงค์ แต่ในวันที่สองผมตื่นเช้ามาทุกอย่างเกือบจะไม่ต่างจากวันแรกหากไม่เข้าห้องน้ำแล้วพบอะไรบางอย่างที่นิ้วนางข้างซ้ายที่เป็นสิ่งแปลกปลอม

มันคือแหวนเงินเนื้อละเอียด ที่ตรงกลางของแหวนมีกลีบแยกก่อนจะเป็นเพชรเม็ดเล็กๆกว่าวงแหวนสีน้ำเงินใสประดับอยู่ ผมลองถอดออกมาดูแล้วก็พบกับเนื้อข้อความด้านในของแหวน มันสลักว่า

 TRAVIS & AI

ตอนเห็นมันผมไม่รู้จะต้องรู้สึกยังไง แถมยังลังเลที่จะสวมมันกลับ ผมลังเลนิ้วนางข้างขวากับนิ้วนางข้างซ้าย หลังคิดอยู่นาน ผมสวมมันกลับที่เดิม...ที่นิ้วนางข้างซ้าย

วันที่สามหัวใจผมว่างเปล่ากว่าเดิม ยังไม่เห็นเขามีเพียงคุณพ่อที่มานอนเฝ้า คอยลูบหัวให้นอน และสี่คือวันที่ออกจากโรงพยาบาลผมก็เห็นเพียงคุณอาหนึ่งและคุณอาอาเอยที่มารับกลับ

ไม่มีใครรู้ว่าธาวิศหายไปไหน มีแค่บอกว่าเห็นมาเรียนแล้วก็หายไปเลย

แต่อ่าใช่...ตอนนอนโรงพยาบาลเหมือนลลิตจะยังไม่ยอมหยุด เธอพยายามจะเข้ามา ผมเห็นเธอที่หน้าประตู เธอมาอาระวาดแล้วถูกคนลากออกไป เธอทิ้งท้ายไว้ดิบดีว่าจะกลับมาอีกแน่แต่ตั้งแต่วันนั้นผมก็ไม่เจอเธออีกเลย พอมามหาลัย มีคนบอกว่าเธอลาออกไปแล้ว ผมคิดว่ามันอาจจะเกี่ยวกับธาวิศ เขาคงทำอะไรสักอย่างเพื่อบีบเธอออกไป

ส่วนโรม อยู่ๆเขาเข้ามาหาผมด้วยสภาพที่มีการฟกช้ำที่ใบหน้าที่ทำให้แปลกใจแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร ปราศจากการเข้ามาขวางของใครเมื่อเขาเข้ามาถึงตัวผม เขาบอกว่าจะไปอยู่อเมริกาและให้เพียงคำตัดความสัมพันธ์ระหว่างเราแล้วเดินออกไปทิ้งให้ผมมองตามที่ด้านหลังด้วยความรู้สึกหน่วงๆในใจ มันอธิบายไม่ถูกเมื่อรู้สึกเราจะตัดขาดต่อกันแล้ว ขณะเดียวกันมันก็เบาที่บางอย่างที่หนักและรั้งเราสองคนไว้มาตลอดขาดออกจากกัน

ความรักของเขาเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดและความเห็นแก่ตัวของผมที่มีต่อเขามาตลอดถูกตัดสินอย่างเด็ดขาด

 

@สามวันก่อนหน้านั้น 

คุยกันดีๆนะ” ภาสพูดเสียงราบเรียบตอนพาร่างสูงของธาวิศมาอยู่หน้าประตูห้อง ห้องของโรมน่ะ ตาภาสเหล่มองน้องชายคนสนิท

เออ รู้” ธาวิศตอบเสียงราบเรียบ

มึงต่อยเพื่อนกู ตีนกูก็ลอย” เสียงทุ้มของใครอีกคนที่อยู่ทางด้านขวาว่า ธาวิศกลิ้งตามองชิน ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงที่ดูไม่แคร์

ลอยมาสิ ชอบสร้างความเจ็บปวดให้ตัวเอง

แล้วก็ลงมือเคาะประตูห้องท่ามกลางสายตาเอือมระอาจากผู้ชายสองคนที่เหลือที่ต้องมาตามผู้ชายที่เอาแต่ใจและขี้เหวี่ยงได้น่ากลัว ถ้าจะเปรียบนิสัยธาวิศให้เข้าใจง่ายๆก็สมองมันที่มีรอยหยักของธาวิศถือว่าดีในการทำให้พ่อแม่สบายใจในการเรียนแม้อีกฝ่ายจะชอบเที่ยวและดูเสเพลมากแค่ไหนแต่บางทีรอยหยักในสมองวันดีคืนดีก็นึกอยากพิสูจน์ความรักของพ่อแม่ด้วยการทำเกรดตกให้มาชี้หน้าด่า

ไม่รู้ดีหรือไม่ดีที่มันฉลาด

มากันทำไม” โรมเปิดประตูจ้องหน้าสามคนหน้าห้องเรียงกันก่อนจะมาหยุดที่คนตรงกลาง...

ทักทาย” ธาวิศตอบคนที่จ้องตน

ธาวิศเป็นผู้ชายฉลาด เดาทางยาก แต่เสียดายขี้โมโหสุดท้ายเลยเป็นแค่ไอ้ตัวคลุ้มคลั่งเพราะเวลาโกรธมักทำอะไรไม่คิด แต่บางทีเขาก็แกล้งทำอย่างที่บอกว่าเดายาก บางทีเอานิสัยขี้โมโหทำให้ตัวเองดูโง่แล้วคอยแทงข้างหลังคนอื่นในเกม ได้ข้อสรุปว่าอย่ามีเรื่องกับมันจะดีที่สุดแม้มันจะเป็นตัวหาเรื่องตั้งแต่หน้าตาแล้วก็ตาม สรุปธาวิศง่ายๆ

เป็นตัวปัญหาของคนที่สนิทกับมันมาก

กูมาเยี่ยม แผลมึงโอเคไหม” เป็นชินที่พาที่เหลือเข้าห้อง เขาไม่ได้มาพร้อมคนพวกนี้แต่ดันมาเจอระหว่างทางเลยเดินเข้ามาพร้อมกันจึงแยกตัวเดินไปยืนข้างโรมหลังเข้าห้องมา โรมกวาดตาเมื่อภาสเป็นคนปิดประตู 

ก็ดี...ก่อนจะเจอมัน” และโรมเป็นผู้ชายตรงๆ ที่ไม่ชอบคือไม่ชอบ ไม่อยากมีเรื่องด้วยอย่าเสนอหน้ามา

มาถาม...ว่าคลิปเซ็กส์อยู่ไหน” ธาวิศพูดเนิบนาบ

 ชินเลิกคิ้ว “คลิปไรวะ

คลิปปลอมๆ ที่พูดขึ้นเพื่อสร้างเรื่องร้าวฉานให้ผัวเมียเขาไง” ในน้ำเสียงธาวิศที่ดูไม่มีอะไรมีแววความโมโหที่ถูกกดอยู่ลึกๆ ภาสกุมขมับนิดๆ

ไม่ได้ปลอม...แค่พูดผิดจากรูปเป็นวีดีโอ เดือดร้อน?” โรมพูดเสียงหยัน

มึงก็ทำจริงๆนี่ ให้อัยย์รู้เรื่องเลวๆของคนอื่นได้ยกเว้นของตัวเองรึไง เขารู้เรื่องกูหมดก็ต้องรู้ว่ามึงเคยทำอะไรไว้ด้วยบ้าง ผิด?”

ธาวิศไม่เถียงในข้อที่ว่าเขาก็ทำผิดในตอนที่อยากแก้แค้น แต่ไม่เคยจะปิดเถอะ จริงๆก็ตั้งใจจะมากระชากคอเสื้อล่อให้เจ็บพูดความจริงออกมา แต่เมื่อเห็นสภาพของอีกฝ่ายแล้วธาวิศก็ผุดลุกยืน แต่

มึงมันก็แค่โกง จริงๆอัยย์แม่งควรเป็นของกู เสือกเข้ามาทำไมก็ไม่รู้”  

“…”

มึงก็ทำร้ายอัยย์” โรมจ้องธาวิศที่ค่อยๆหันกลับมาหา

ก็แค่มีข้ออ้างที่สวยหรูกว่ากูแล้วทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น สุดยอด” โรม

เฮ้ยโรม มึงใจเย็น” ชินพูดกับโรมที่นั่ง

มึงไม่รู้ ก็อย่าพูด” ธาวิศหันมาพูดกับโรม

การที่เขาเคยจะตายไม่ใช่เรื่องที่ยกมาเป็นข้ออ้างแย่งชิงความรัก ตอนนั้นเกลียดก็ทำตอนนี้แค่ไม่แล้วเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นเลยยอมวาง ทั้งที่ในใจเอาเข้าจริงๆเรื่องตอนเด็กนั่นน่ะฝันร้าย ตอนนี้ก็แค่ไม่คิดแล้วขอโทษแล้ว รู้ว่าขอโทษสิ่งที่ทำไม่เคยหาย ตอนนี้ก็แค่ทำทุกวันให้มันดี

โคตรเกลียดพวกแม่งไม่เข้าใจคนอื่นแล้วดีแต่พูด

แพ้แล้วพาล อย่าเสือก”  ธาวิศพูดเสียงกดต่ำ ทำให้ภาสที่มองเริ่มกระแอมแล้วก็ต้องกลอกตาเมื่อโรมลุกยืนเต็มความสูงประชันหน้าบ้าง

กูรู้แล้วกัน!” โรมดูจะโกรธขึ้นมาเมื่อได้ยินคนรุ่นน้องว่ากล่าว

พวกมึงพอ วิศมึงจะจบแค่นี้ใช่ไหม ถ้าจบก็หันไปอย่าหันมา” ภาสเข้าไปกระชากแขนธาวิศแล้วพูดเสียงเข้ม

กูไม่รู้หรอกมึงเคยเกือบตายอายุเท่าไหร่แต่เรื่องรักกูรักก่อน!แล้วกูพี่มึง พูดกับกูให้มันดีๆ!!”

โรมพอแล้วมึงหยุดพูดแบบนี้ได้แล้ว” ชินจับแขนคนที่ทำท่าจะพุ่งเข้าไปหาธาวิศ เขาไม่อยากให้โรมฝืนดันทุรังพูดไปมากกว่านี้ ยิ่งพูดยิ่งเจ็บใจเปล่าๆ

ได้รักก่อนรักก่อนแล้วคุณทำไมครับก็เขาไม่รักคุณ คุณมาพาลอะไรผม จะต่อยผมเหรอด้วยสภาพแบบนั้นเหรอ จะเอาไหมละครับ เอาหน่อยไหมครับพี่!” แม้การพูดธาวิศจะสุภาพแต่มันไม่ได้ให้ความรู้สึกแบบนั้นเลย

ชิน มึงปล่อยกู!” โรมสะบัดแขนชินออกแล้วพุ่งเข้าหาธาวิศที่โดนภาสจับแขนอยู่จึงขยับหลบอีกฝ่ายที่เข้ามาต่อยไม่ทัน

ผวั๊วะ!!

สัสเอ๊ย!” ภาสสบถแล้วเข้าไปผลักอกโรมให้ถอยออกไป ชินจึงรีบเดินเข้ามาขวางโรมไว้อีกคน

แม่ง ทำไมต้องพวกมันสองคนที่ทะเลาะกัน ตัวจับยากทั้งนั้น!

พวกมึงถอย!” โรมโกรธ เขาจะเข้าไปหาธาวิศที่ค่อยๆยืดตัวขึ้นเช็ดเลือดมุมปาก ทั้งชินและภาสจึงหันหลังให้โรม

มึงนั่นแหละถอย!” ชินว่าด้วยเสียงห้วนจัดขณะมองทุกการขยับตัวของธาวิศไม่วางตา

กูแม่งอยากสอยมัน!” โรมตะคอก

มันสิจะสอยมึง!/มันสิจะสอยมึง!” ชินและภาสตวาดพร้อมกัน ขณะมองธาวิศที่เดินซ้ายเดินขวาเพื่อหาทางเข้าถึงตัวโรมที่อยู่ด้านหลังภาสและชิน

มึงได้ต่อยมันแล้ว จบนะสัส!” ภาสกัดฟันบอก ก่อนจะรีบพุ่งเข้ากอดเอวของธาวิศที่หลังยืนวนงุ่นง่านอยู่นานก็กระโจนพุ่งเข้าใส่

ไอ้วิศ กลับ!” ภาสบอกคนที่พยายามสะบัดและแกะมือเขาออก

ผมจะบอกคุณนะครับว่าไม่รู้อะไรอย่าพูด เอาแต่เห็นแก่ตัวแบบนี้แล้วมาพาลอะไรไม่ทราบ!” ธาวิศตวาดด้วยอารมณ์ที่โมโหจัด

กูเห็นแก่ตัวแล้วมันต่างจากมึงตรงไหน พูดอะไรไม่ดูตัวเองนี่คนดีนักเหรอครับ!!” โรมตอบ

ผมจะยังไงก็เรื่องของผม ลองปะทะดูสิครับเผื่อรู้!” ธาวิศโต้ตอบ

เสียงคำรามดังก้องแข่งกันในห้อง จนสุดท้ายเป็นชินที่พูดตะโกนจนสุดเสียงอย่างหมดความอดทน

กูบอกให้พอ!!!”

สองคนที่ตะคอกก่อนหน้าหอบหน้าแดงเงียบเสียงลง มีเพียงจ้องตากันอย่างเข่นฟัน ภาสสลัดตัวธาวิศออกแล้วเสยผมอย่างหงุดหงิด

พวกมึงโตกันละนะ มีเหตุผลกันหน่อยสิวะ!” ชินตวัดตามองโรม

เรื่องของมันตอนเด็กเราไม่รู้รายละเอียด แต่เด็กคนหนึ่งเกือบตายจากพี่ที่สนิทมึงก็น่ารู้สึกว่ามันพังพอแล้วดิโรม” ชินถอนหายใจแล้วพูดต่อ “มึงดูมันตอนนี้ดิ แผลฝังใจเลยมั้งนั่นน่ะ มึงไม่ชอบให้ใครมาย้ำใจมึงมึงก็อย่าไปดูถูกความรู้สึกใครสิวะ!”

โรมเพียงเบนตากลับมามองเพื่อนตัวเองก่อนจะสะบัดหน้าไปทางอื่น

คราวนี้ชินตวัดตาไปหาธาวิศ

อัยย์เป็นทุกอย่างของโรมมัน มึงได้ไปแล้วเรื่องบางเรื่องถ้าเป็นไปได้ก็แก้อธิบายดีๆจบๆไปเถอะอย่าเค้นอะไรนักเลย แค่นี้เพื่อนกูก็เจ็บพอแล้วมึงมาก็ยิ่งย้ำ ยอมหักบ้างเถอะมึงอ่ะ”  

ทั้งสองเงียบ ภาสจึงค่อยๆพรูลมหายใจเมื่อทุกอย่างสงบ ให้ความรู้สึกเหมือนพายุมาแรงจนคิดว่าไม่น่าจะมีใครรอดแล้วแต่สุดท้ายมันก็ยอมสงบลงก่อนทุกอย่างจะพังราบลง

ทุกอย่างเงียบอยู่นาน จนโรมพูดกับชิน “กูจะไปเมกานะ ไปอยู่กับแม่

“…” ชินไม่พูดอะไร เพียงตบบ่าเพื่อนตัวเองแล้วพยักหน้ารับรู้

มึงก็กลับไปทำหน้าที่ที่เหลือมึงได้แล้ว” เป็นภาสที่ดันไหล่ธาวิศให้ออกจากห้อง ร่างสูงของธาวิศจึงหมุนตัวออกมา

ลูกน้องกูโทรมาบอกว่าวันนี้ลลิตไปอาระวาดที่โรงบาล” ภาสที่ก้มมองมือถือบอกร่างเด็กรุ่นน้องที่ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา รอยหยักในสมองของธาวิศคิดหาทางออกก่อนจะหยิบมือถือตัวเองออกมาบ้างแล้วกดส่งข้อความหาสาวเจ้าแฟนเก่า

TRAVIS : ไปเมกาซะ

ไม่นานข้อความก็ถูกตอบกลับมา

LALICE : ไม่จำเป็น

ธาวิศหลุบตามองข้อความของเธอ แล้วพิมพ์ตอบกลับ

TRAVIS : พ่อเธอกำลังจะออกจากคุก เขาตามหาเธอแน่และฉันก็จะเอาคืนเธอแน่กับทุกอย่างที่เธอทำ คิดว่าจะอยู่ที่นี่ได้สงบกับความแค้นของเธอได้ก็อยู่ไป

ข้อความถูกกดขึ้นอ่าน ไม่มีข้อความอวดดีอะไรถูกส่งกลับมา ธาวิศคิดว่าเขาต้องไปสืบอีกทีว่าโรมจะไปอยู่ที่ไหน

เฮ้อ...หมดเรื่องแล้วใช่ไหมวะ” ภาสเอาหัวฟุ่บลงกับพวงมาลัยหน้ารถ เบี่ยงหน้าไสหันมองธาวิศที่นั่งนิ่งไม่หืออือทั้งที่ก่อนหน้านี้เหมือนระเบิดลง แต่ช่วงนี้ธาวิศก็เงียบลงกว่าทุกที อาจเพราะเรื่องแต่ละเรื่องที่เจ้าตัวตามเก็บคงทำให้เพลีย ไหนจะการผงะเจอพ่อตาในวันที่แอบไปหาลูกเขาอีก

ดูก็รู้...ว่าพ่อเขาไม่ชอบขี้หน้า ไม่ได้พักแน่นอน แก้ปัญหาเสร็จคงจะได้ไปชดใช้กรรมกับพ่อตาแบบในละคร

สงสารไอ้หน้าขี้... ภาสคิดในใจ(และจะแค่ในใจไม่ให้มันรู้เด็ดขาด)

ไปหาอัยย์ไหม

...อืม ไป

ก็ไปทุกวันน่ะแหละ จะถามทำไม

 

@กลับมาที่ปัจจุบัน

ช่วงนี้ฝนตกบ่อยกว่าทุกที คืนนี้ก็เช่นกัน แผลผมก็ไม่ได้เจ็บมากแล้ว ดีที่ไม่โดนจุดสำคัญแค่ต้องคอยไปล้างแผล ผมนั่งเหม่อมองฝนอยู่ที่ห้องเปียโนเก่าในบ้าน เปียโนตัวนี้เป็นของพี่อิงค์ที่ซื้อมาเล่นเห่อช่วงหนึ่งที่พอเล่นจนเบื่อเธอก็หันมาบังคับให้ผมฝึกเล่นแล้วมาเล่นบ้างเพื่อที่จะได้ไม่เสียดายเงินที่ซื้อมา พอนึกถึงแล้วก็อดขำไม่ได้ทุกที จำได้ว่าผมงอแงตลอดที่ต้องฝึกเล่น

มันเป็นห้องที่สงบ ผมจึงพาตัวเองมาอยู่บ่อยๆในช่วงนี้ กดเล่นเปียโนบ้างเวลาไม่มีอะไรทำ ตอนนี้ก็เช่นกัน

ผมลุกยืนไปที่หน้าต่างบานใสที่ทอเป็นทัศนียภาพที่บริเวณหน้าบ้าน ที่ท้องถนนมีแสงไฟตรงนั้นพาความคิดผมไปไกล ธาวิศหายไปเข้าสู่วันที่ห้า...ไม่สิ ถ้านับรวมที่ผมหลับก่อนหน้านั้นที่จะฟื้นก็อาทิตย์หนึ่งแล้ว

ผมตามหาเขาตลอดในเวลาที่อยู่คนเดียว วิ่งวนหาทางออกไม่เจอกับข้างทางที่เต็มไปด้วยคำถาม

เขาโกรธจนไม่อยากเจอผมแล้วเหรอ ผมอยากจะกระชากแขนเขามาถามตรงๆไปเลย ดีกว่ามาเงียบหายแบบนี้คุยกันจะได้เคลียร์ๆไป ทำไมต้องหายไปทิ้งความรู้สึกไว้กับผมด้วย ไม่พอ…ยังมีแหวนนี่อีก...

บ้าจริงๆ

แล้วตอนนี้เขาอยู่....ไหน

เสียงในใจผมแอบเลือนหายเมื่อสังเกตเห็นอะไรอยู่บริเวณประตูรั้วใหญ่ที่หน้าบ้านท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำ เงาตะคุ่มๆร่างสูงกับร่มสีใสทำให้มือที่เกาะที่ขอบหน้าต่างบีบเข้าหากันแน่น ผมเอาหัวติดกับบานกระจกเพ่งตามองฝ่าสายฝนที่กระหน่ำ

ตึกตัก...

เขาเอียงตัว สายตามองไปที่ปีกทางด้านขวาของตัวบ้าน ทางนั้น...เป็นห้องของผมเอง

เขา... นั่นธาวิศ

ฟึ่บ

รู้ตัวอีกที ผมสวมรองเท้าลวกๆแล้ววิ่งออกมาอย่างรีบร้อนโดยไม่แม้แต่จะเอาร่มออกมา ผมวิ่งฝ่าสายฝนไปให้เร็วที่สุดที่หน้าประตูรั้วบ้าน ชุดนอนตัวบางเปียกแนบลู่ไปกับผิว สัมผัสเย็นชืดจากสายฝนที่เทกระหน่ำลงตัวไม่ได้หยุดใจและตัวที่กำลังกระหน่ำวิ่งออกไปตามทางอย่างไม่รู้ทิศทาง

แค่คิดว่าเขาไม่น่าจะยังไปไกล ผมวิ่งฝ่า สู้กับสายฝนและลมที่ลงแรง  สาวเท้าไม่ยอมหยุด สมองไม่คิดหมุนตัวกลับ เพราะผมเห็นเขา เห็น เห็นจริงๆนะ... เห็นธาวิศ

ผมวิ่งไปตามทางที่เปียกปอน มองเห็นเพียงทางที่โล่งในความมืดที่มีเพียงไฟข้างทางริบหรี่ไร้วี่แววคน มันว่างเปล่าแต่ผมก็ยังบ้าเดินไม่หยุด

หันซ้ายและขวาคอยมองรอบๆเผื่อเขาจะหลบที่ไหน ยิ่งฝนเทกระหน่ำขาสองข้างที่อ่อนล้าก็ยิ่งเหมือนเสียงอีกเสียงที่บอกให้ผมพอแล้วกลับบ้านได้แล้ว ร่างกายผมอ่อนแอมากอยู่แล้ว กลับ...เดี๋ยวนี้

แฮ่ก...” ผมหอบหายใจ ยกมือเสยผมที่เปียกแนบลู่กับใบหน้า ลมหนาวพัดผ่านร่างพร้อมฝนที่สาดเหมือนไล่ให้กลับแต่มันยังอุ่นไม่ทำให้รู้สึกอะไรเมื่อตัวยังถูกฝนกระหน่ำใส่ไม่หยุด มัน...ชาน่ะ ชาไปทั้งตัวเลย เจ็บปวดและชาหน่วงในใจ

พอหันมองกลับทางเดิมที่วิ่งมาก็พบว่าตัวผมวิ่งมาไกลมาก ไกลมากจริงๆ เขารู้ว่าผมน่ะป่วยง่าย ในเวลาแบบนี้ควรรีบออกมาหากผมไม่ได้ตาฝาด หรือเขาใจร้ายพอปล่อยให้ผมตากฝนเล่นแบบนี้กัน

หรือ...ผมเพ้อไปเองกันนะ

ไม่มีใครตอบผมกลับมาเลย นอกจากสายฝนที่ทำให้เนื้อตัวเปียกปอนไปหมด

 


@วันต่อมา

เช้าวันนี้แค่ลืมตาตื่นยกตัวเองขึ้นมาก็ยากแล้ว หัวผมปวดตุบๆแต่เรื่องเมื่อคืนไม่มีใครรู้ผมคิดว่าผมไหวจึงลุกออกจากเตียงแล้วมาเรียนตามปกติ แต่เมื่อมาถึงก็พบว่าตัวเองไม่ไหวขึ้นมาดื้อๆ จึงขออาจารย์ออกจากห้องกลับก่อน

ผมลากเท้าที่หนักอึ้งไปตามทางที่มีแดดจ้า แดดมันไม่ได้ทำให้ร้อนแต่มันทำให้รู้สึกไหม้ ผมที่แค่ปะทะก็รู้สึกแสบไปทั้งใบหน้าลามลงคอ หัวหมุนติ้วไม่หยุดจนอยากอ้วก รู้สึกอบอ้าวจากร่างกายตัวเอง อาการผมหนักกว่าที่คิด และ...

ฮัดชิ้ว!”

เพราะเมื่อคืนแน่ๆ...ไม่น่าเลยให้ตายเถอะ

ปวดหัว...ไม่ไหว

หัวผมอัดแน่นด้วยอะไรไม่รู้ หน้าอกก็บีบรัดขึ้นมาประท้วงร่างกายให้หยุดทำงาน มันบีบมากจนผมหน้าเหยเก ผมกุมหน้าอกที่บีบรัดแน่นก่อนจะจิกเล็บลงเมื่อมันเหมือนบีบรัดมากขึ้นเรื่อยๆแข้งขาอ่อนล้าขึ้นมา ความเจ็บปวดถูกส่งมาทุกทิศทางจนหน้ามืด ตอนที่ผมวูบลงผมหลับตาปี๋รอรับความเจ็บ แต่...

พรึบ!

ผมถูกกอดจากด้านหลังและด้วยท่อนแขนหนาเขาสามารถรั้งร่างผมขึ้นได้ก่อนตัวจะถึงพื้น กลิ่นเจือจางกับอ้อมกอดอุ่นๆทำให้ผมมือสั่นเมื่อคิดไปว่าคนที่กอดตัวเองอยู่อาจจะเป็นต้นเหตุพิษไข้จริงๆของตัวเองจึงค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมอง

ตาผมยังอยู่ต่ำสิ่งที่เห็นสิ่งแรกคือฝ่ามือหนาที่วางทาบลงกับมือที่จิกหน้าอกที่ปวดร้าวของตัวเอง มือข้างนั้นของเขาที่นิ้วนางข้างซ้ายมีแหวนแบบเดียวกับผมอยู่ เพชรเม็ดสีน้ำเงินอันเล็กยิ่งทำให้ผมมั่นใจว่ามันเป็นแบบเดียวกับแหวนที่ตัวเองสวมอยู่ หัวใจของผมสั่นระรัว

ไอ้บ้าเอ๊ย...” ผมครางตอนตัวถูกกระชับกอดแน่น

ผมเห็นเสี้ยวหน้าหล่อร้ายของเขาที่หางตาเมื่อเขากดใบหน้าลงมาหอมไหล่แล้วซุกหน้าลงแน่น

อืม ไอ้บ้าคนนั้นแหละ

 

 

มึนหัว… แล้วอะไรหนักๆที่หน้าท้อง…. ผมค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมา ผนังห้องของใครไม่รู้ปรากฏแก่สายตา ภาพสุดท้าย เสียง ทุกอย่างย้อนเข้ามาในหัว

“…” 

“…”

บ้าเถอะ สถานการณ์อะไร

สิ่งที่ผมกำลังมองตอนนี้คือธาวิศที่กำลังเอาแก้มแนบนอนลงที่หน้าท้องผม เขาหันหน้ามาหาผมพร้อมมองตาใสอยู่

หนัก…” เสียงแหบๆผมบอกเขา

ไง

ผมคิดว่าคำทักนั่นไม่น่าประทับใจจึงใช้มือผลักหัวเขาออกแล้วดันตัวลุกนั่ง คนที่ไม่ทันตั้งตัวหันมาหาผมทันทีที่ตั้งหลักได้

ผลักทำไม?”

ออกไป” ผมกวาดสายตามองรอบห้องขณะขยับปากไล่เขา ผมเมินเขาเต็มรูปแบบจนธาวิศยันตัวขึ้นแล้วโฉบใบหน้ามาหาผม

เมินกันทำไม ใส่ใจกันหน่อย

หายไปแล้ว กลับมาทำไม” ผมหรี่ตาพูดเสียงนิ่ง อย่าให้พูดถึงความโกรธที่มีต่อเขาเลยดีกว่าเดี๋ยวยาว

มาพาจูงมือเข้างานแต่ง” ตาเขาหลุบต่ำมองมือข้างซ้ายของผมผมเลยมองตามแล้วขยับนิ้วหนีหลบสายตาเขา

ไม่แต่ง

ท้องแล้วจะไม่แต่งได้ยังไง จะหอบลูกหนีไปไหน” ธาวิศกวนประสาท

ท้องที่ไหน” ผมตอบกลับ

ธาวิศขยับเข้ามาใกล้แล้วใช้นิ้วจิ้มที่หน้าท้องผม นี่ไง ท้องโตขนาดนี้ไม่ท้องแล้วจะอะไร

ผมปัดมือเขาออกแล้วมองกลับด้วยสายตาเรียบเฉย ธาวิศเลยเลิกคิ้วเหมือนสงสัยก่อนจะยกมือทาบอกด้วยท่าทางที่น่าต่อย

อ้าว

“…” ผม

อ้วน?” เสียงเขากลั้วหัวเราะนิดๆ

ผวัะ!

ส่วนนี่เสียงผมตบหัวเขาเอง ธาวิศผงกหัวขึ้นมา

ตบกันทำไมขยับมือนึกว่าจะคว้าคอจูบให้หายคิดถึง ทำให้อยากแล้วจากไป ชั่วช้าสารเลวนักนะ

จะกวนอีกนานไหม” พอผมกดเสียงต่ำ คนที่ทำเหมือนเล่นตลอดเวลาเลยยืดตัวขึ้น ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆระงับอารมณ์และอาการร้อนผ่าวที่ขอบตาด้วย

มองกันอยู่ไหม เคยมองกันไหม” ไม่น่าเชื่อเลยว่าเสียงผมจะตัดพ้อเขาขนาดนี้ เขาสบตาผมที่อยู่สูงกว่า

ผมมองพี่ตั้งแต่พี่เป็นวายร้ายตัวเท่านิ้วก้อยตอนนี้ตัวใหญ่เท่าหลักกิโล

“…” ผมเกือบจะหันหน้าหนีไปทางอื่นไม่อยากฟังเขาแล้วถ้าธาวิศไม่คว้ามือผมไปกุมก่อนพูดประโยคต่อมา

มองตั้งแต่เป็นพี่ยันเป็นเมีย มองแบบอินฟินิตี้ ไม่มีที่สิ้นสุด มองตั้งแต่รักเป็นเกลียด เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา

เคยรักตอนไหน มั่ว” ผมยื้อแขนจะสะบัดจากการเกาะกุมเขาแต่ธาวิศก็บีบมันแน่น

ระหว่างเรามันไม่เคยมีคำว่าเริ่มต้น และขณะเดียวกันมันจะไม่สิ้นสุด

ผมเผลอกลั้นหายใจและเม้มริมฝีปาก นึกโมโหที่ใจกระตุกและเหมือนจะเหลวลงง่ายๆกับคำไม่กี่คำของเขา แต่พอนึกถึงสิ่งที่เขาทำไว้ผมก็เพียงกลั้นก้อนสะอื้นแล้วเอาแต่จะแกะมือเขาออก

พี่อัยย์” ธาวิศมองท่าทางของผม มองลึกเข้ามาในนัยน์ตาอีก

ฟังกันก่อน” เขาบีบมือผมแน่น

ฟังอยู่” ผมเลยตอบ

ไปจัดการเรื่องมาเลยไม่ได้ไปให้เห็น อย่าโกรธกันเลยส่วนเรื่องก่อนหน้านั้นน่ะ ขอโทษ อารมณ์มันไป

แล้วจะให้อารมณ์ไปกี่รอบ พี่ต้องทนความรุนแรงของวิศตลอดไปเลยไหม” ผมเลยลองยิงคำถามใส่เขา ผลคือเขานิ่ง

ก่อนหน้านี้ก็อดทนพี่ก็เห็น แต่วันนั้นมันไม่อยู่

“…”

มองใหม่ก่อนแล้วค่อยพูด ไม่ได้เหรอ” เสียงเขาเริ่มอยู่ในโทนราบเรียบแต่หนักแน่นทุกคำ 

ผมเงียบไปอึดใจหนึ่งก่อนจะพูดเสียงเบา “อยากกลับมาใช่ไหม

อ่าฮะ” เขาพยักหน้า

เอาจริงๆ ผู้ชายแบบนี้ไม่รู้จะเอากลับเข้ามาในชีวิตทำไม แต่เพราะหัวใจงี่เง่า ตาที่มองหาเขาตั้งแต่เมื่อคืนก็ทำให้ผมเม้มริมฝีปากแล้วจ้องตาเขา

มันจะไม่มีอีก เข้าใจไหม

“…”

งั้นกฎของการกลับมานะวิศ 1.โมโหห้ามจูบ

เดี๋ยวนะ…” เขาขมวดคิ้ว อ้าปากจะพูดอะไรสักอย่างแต่ผมเอื้อมมือไปปิดปากแล้วพูดต่อด้วยเสียงที่หนักแน่น

“2.ไม่พอใจห้ามกอด 3.หงุดหงิดอย่ากด อยากจับต้องมีความอดทน และที่สำคัญห้ามไปเอาแต่ใจกับใครยกเว้นพี่เด็ดขาด” พอบอกเสร็จผมก็ปล่อยมือออกแล้วตีหน้านิ่ง

ทำได้ไหมถ้าไม่ก็นู่น ประตู” ผมเพยิดหน้าไปที่ประตูห้อง

ใจเย็นนะวัยรุ่น” คิ้วหนายังขมวด มือเขาบีบมือผมแน่นขึ้นนิดหน่อยและผ่อนออกตอนผมทำท่าทางอึดอัด แต่พอผ่อนแรงลงก็เป็นธาวิศแทนที่มีท่าทีอึดอัดและงุ่นง่าน

ผมเลยพูดขึ้นอีกด้วยเสียงเฉยเมย “ง่ายๆไม่ได้ก็ออกไปเลย นี่ไล่อยู่

เฮ้ยเผื่อลืม นี่ห้องใหม่ผมเอง” เขาเอาลิ้นดันพวงแก้มตอนพูด

ผมกอดอกแล้วพยักหน้า “อืม รู้

แล้ว?” ธาวิศเอียงคอด้วยสีหน้าสงสัย

ใช่ไงห้องวิศ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ออกไป

นี่ซีเรียสอยู่เหรอ?” เขาถามย้ำ

อืม” ผมเลยยืนยันให้

ธาวิศปล่อยมือที่จับผมแล้วเปลี่ยนเป็นแค่วางใกล้ๆ เขามอง ใช้นิ้วเขี่ยมือผมไปมาแต่ไม่พูดอะไร ไอ้ท่าทางแบบนั้นกำลังคิดอะไรแน่ๆ ผมเผยอริมฝีปากจะขัดเขาไม่ให้สมองเขาทำงานมาเล่นงานอะไรผมกลับแต่ธาวิศก็เหมือนรู้ทันถึงได้พูดขึ้นก่อน

กฎมีแค่นั้น?”

“…” ผมมองเขาอย่างระแวง

จบยัง?” เขาเลยถามย้ำเร่งเอาคำตอบ

ตอนนี้คิดออกแค่นี้ก็คงไม่มีไรแล้วล่ะ เวลารุนแรงธาวิศก็มีแต่ทำแบบนั้น เรื่องต่อยคงไม่มี

จบแล้ว” ผมบอก

ไม่มีอีกแล้วนะ” เขาเลิกคิ้ว

ไม่

แน่?”

จะถามย้ำอะไรนักหนา… “อืม แน่

ดี

สิ้นคำพูดนั้นคอผมถูกคว้ากระชากลงไป ผมเบ้หน้าเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บที่ลำคอจากคมเขี้ยวของธาวิศ

จะ เจ็บ!” ผมหลับตาปี๋ร้องลั่นเมื่อถูกเขากัดอย่างจริงจัง ใช้มือทุบที่ลำคอเขา

วิศ” ผมสูดลมหายใจเรียกเขา เขาไม่ขานรับแต่ยังกัดผิวตรงนั้น

ไม่ให้กอดก็จะกัด ไม่ให้จูบก็จะกัด กดไม่ให้ก็จะยิ่งกัด นี่ไม่ผิดกฎนะ” ผมรู้สึกได้ถึงริมฝีปากร้อนๆที่กำลังไล้กับผิวช่วงลำคอจนรู้สึกจั๊กจี้ย่นคอหนีแต่ก็ถูกคว้าท้ายทอยแน่น

เจ็บนะ…”

ก็ทำไมไม่ให้ ทำไมอัยย์ไม่ให้วิศ” เสียงเขาอ่อนลงและอยู่ข้างหู

“…” ผมเงียบ

วิศอยากกอด อยากหอมอัยย์” เสียงเขาดูงอนๆเมื่อผมไม่ให้

ปล่อย” ผมใจแข็ง

ไม่” เขาปฏิเสธ และยังใช้คมเขี้ยวกัดตรงจุดอื่นที่ลำคอผมอีก

อย่างี่เง่า” ผมบอก

ก็ถ้าไม่ให้ ก็จะงี่เง่ามันอยู่ตรงนี้” ธาวิศลูบลงตามท่อนแขนผมทั้งสองข้าง วางใบหน้าลงที่ไหล่ผมพร้อมๆกับประสานนิ้วมือทั้งห้าเข้าหามือของผมด้วย

ไม่ไปไหน ไม่ให้ไป อยู่ด้วยกันตรงนี้” 

แค่ไม่ให้จับให้กอดจะเป็นจะตายรึไง

ถามโง่จริงๆ ตัวก็รู้อ่ะว่าเค้าหื่น เค้ากามมากนะ” ธาวิศทำเสียงกระเง้ากระงอด ดูก็รู้ว่าแกล้งตีมึน

แล้วสนแค่เรื่องเซ็กส์รึไง แค่นี้รอกันไม่ได้เหรอ” ผมใช้มือที่ประสานกันดันช่วงช่วงหน้าอกเขาออก มือผมชนอยู่ที่บริเวณหน้าอกด้านซ้ายเขารู้สึกได้ถึงอัตราการเต้นจังหวะของหัวใจเขา

ธาวิศเผยอปาก เขายกตัวเองลงไปนั่งแนบพื้นตามเดิมแต่ยังไม่ปล่อยมือที่ผสานกัน ใบหน้าหล่อของเขาแสดงว่ารู้สึกขัดใจขีดสุด

เป็นพี่ ยอมน้องไม่ได้เลย เป็นเมียแล้วเอาใหญ่

“…”

ผมเพียงมองเขาไม่ละสายตา เขาก็เช่นกัน เขาไม่ยอมเบี่ยงตามองไปทางอื่นเลย

พอพี่ไม่ยอม ผมเลยต้องยอม

ตึกตัก

พอเอาเข้าจริงๆ ผมก็รู้สึกใจเต้นระดีใจแปลกๆที่เขายอมทั้งที่เคยรั้นขนาดนั้น

แต่ระวังตอนทีตัวเองต้องยอมบ้างนะ อย่ามาเสียใจที่ทำแบบนี้ทีหลังแล้วกัน

ผมไม่ตอบแต่แกล้งมองไปทางอื่นกลบเกลื่อนอาการหวาดหวั่นในใจ ธาวิศยิ้มนิดๆก่อนจะลากมือที่ประสานกันข้างขวาออกแล้วเปลี่ยนเป็นใช้ฝ่ามือโอบล้อมกุมมือข้างซ้ายของผมไว้ เขายกมันขึ้นระดับริมฝีปากก่อนจะจรดริมฝีปากลงที่ใจกลางฝ่ามือผม

 

จากวันนั้นมา ธาวิศก็โผล่มาหาผมสม่ำเสมอ

แรกๆผมไม่ชินที่ใครๆก็บอกเขากำลังตามจีบผมอยู่ อาจเพราะไม่ได้สัมผัสโมเม้นแบบนี้มานานมาก แต่ตอนนี้ก็เริ่มชินแล้ว

วันนี้ผมไม่มีเรียนเลยมาชมรม มาว่ายน้ำเล่น ชินก็มาด้วย คิดว่านั่นเป็นสาเหตุตาขวางๆของธาวิศ 

พึ่งหายไข้จะลงสระทำไม” ธาวิศบอกอยู่ไม่ไกล “งดเล่น

จำได้ไหม ผมพูดไม่เก่ง และผมไม่รู้จะตอบอะไรเขา เรียบเรียงคำไม่เป็นเลยเร่งเท้าเดินเข้าห้องเปลี่ยนชุดโดยไม่ได้หันมองว่าคนด้านหลังเป็นยังไง

พอเปลี่ยนเสร็จผมก็ออกมาวอร์มร่างกาย ธาวิศนั่งอยู่บนอัฒจันทร์ผมเลยขึ้นไปหาเขาก่อนลงสระ ตาคมที่มองมือถือจึงเหลือบขึ้นมามอง

ผมยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ต่อหน้าเขาสักพักโดยธาวิศยังจ้องไม่หยุด รวบรวมความรู้สึกทั้งหมดยื่นมือไปแตะคางเขา พูดเร็วๆแล้วรีบวิ่งลงมา

ขอครึ่งชั่วโมง

 

#TRAVIS PART

สัมผัสของมือเล็กๆที่แตะคางผมยังอยู่ พี่อัยย์วิ่งลงไปข้างล่างแล้วส่วนผมนั่งตาค้างอยู่ที่เดิม จนกระทั่งตาเห็นพี่อิงค์เดินขึ้นมาถึงได้สติ 

ตามติด” พี่อิงค์ปรายตามองแล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ

ผมยักไหล่ เห็นเธอแล้วก็อดนึกถึงคนที่เจอหน้าห้องพี่อัยย์วันนั้นไม่ได้อย่างอารามที่อย่างดุ จริงๆที่หายไปคือหายไปกับพ่อพี่มันน่ะแหละ

วันดีคืนดีถูกเรียกให้เข้าไปหา วันแรกที่จังๆคือ อารามบอกจะเข้าบ่อนอยากได้เพื่อนเข้าไปด้วย มีงานเข้าไปคุยกับอาเสี่ยคนหนึ่ง(ไม่แปลก เพราะผมจำได้ว่าครอบครัวอารามเคยเป็นมาเฟียเก่าเลยไม่เอะใจอะไรที่ต้องเข้าบ่อนพอเข้าไปด้วยกัน ช่วงที่ผมตาลายหันมองอีกทีผมไม่เจออารามและพบว่าตัวเองถูกทิ้งไว้ที่บ่อน ไม่มีรถ ไม่มีเงิน ไม่มีโทรศัพท์ ได้เดินกลับบ้าน

เท่านั้นไม่พอ ผมถูกโยนเข้ากลุ่มสาวประเภทสองในวันที่ยอมไปกินเหล้าด้วยที่ร้านเหล้าร้านหนึ่ง เขาเทเหล้าให้ผมตลอด บอก ‘กินเลย กินเลยลูกเขย’ ถ้าวันนั้นไม่ยั้งดื่มตามหมดคงเอาตัวไม่รอด กลับบ้านมาได้นอนกอดผ้าห่มเรียกขวัญตัวเองทั้งคืน

ตบท้ายด้วยการพาไปนั่งเล่นข้างโรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่ง นั่งอยู่ไม่นานมีเด็กผู้ชายหัวเกรียนตัวเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาหาอารามที่ยิ้มบางๆให้แล้วยื่นแบงค์พันให้ แต่ประเด็นคือชุดนักเรียนเด็กหัวเกรียนตัวเตี้ยแม่งเป็นโรงเรียนอริกับโรงเรียนที่เรานั่งอยู่ ผมไม่เข้าใจได้แต่นั่งมองงงๆจนกระทั่งเด็กหัวเกรียนนั่นเดินออกไป ไม่นาน เด็กนั่นโดนล้อมอย่างรวดเร็วจากวัยรุ่นโรงเรียนที่เรานั่งกัน  อารามเท้าคางมองไปที่กลุ่มนั้น

ผู้ชายตัวเล็กคนนั้น…’ เขาพึมพำขึ้นมา ตาจ้องไปที่ผู้ชายตัวเล็กๆหัวเกรียนที่กำลังโดนรุม

คล้ายอัยย์มาก ไปช่วยมาหน่อย

ผู้ชายตัวเล็กคนนั้นโดนรุมด้วยผู้ชายห้าคนที่ในมือแต่ละคนมีไม้หน้าสาม และผมถูกยัดเหยียดบทฮีโร่ให้กระโจนเข้าไปช่วยมือเปล่า พอผมทำท่าอึ้งเขาก็เพียงหันมา

ไม่เหรอ

นิ่งมาก แต่กดดันมากเผลอๆมีการขู่อีก

ผมจึงค่อยๆยืนขึ้นจะเข้าไป อารามพูดอีกประโยคหนึ่ง

อย่าพามาทางนี้นะ เดี๋ยวซวยกันหมด

เวลาไม่กี่วัน ผมถูกเอาคืนแบบครบวงจร แต่อย่างน้อยเหตุการณ์พวกนั้นก็ทำให้ผมเป็นพวกมีสติมากขึ้น

เข้าบ่อนคือห้ามทำสิ่งไม่ดีและเหมือนถูกฝึกความอดทนเข้าเต็มๆว่าจะปรี๊ดไหม กินเหล้าคือห้ามกินจนเมาหัวราน้ำเด็ดขาดและเรื่องเด็กอาชีวะบอกว่าไม่ควรอารมณ์ร้อนหาเรื่องใครไปทั่วแบบแต่ก่อนถ้าผมจะมีพี่อัยย์

ยอม ยอมแล้วครับ

แต่ทุกวันนี้เวลาเข้าบ้านเลยไม่มีกุ้งแล้ว สบายใจ

อัยย์นี่ขาวเนอะ” พี่อิงค์ที่ดูดโค้กเปรยขึ้น ผมหลุดจากภวังค์แล้วมอง พี่อัยย์กำลังยืนคุยกับชินข้างสระ

เออ ขาว

อืม

มองขาอ่อนเพลินมาก” พี่อิงค์

ผมหันมองเธอนิดๆ ไอ้โรครักน้องมากไปของเธอบางทีทำผมขนลุก สาบานว่าถ้าเธอเป็นผู้ชาย ผมจะกีดกันพี่อัยย์ออกจากเธอเป็นคนแรก

ผมหันกลับไปมองพี่อัยย์และชะงักเมื่อพี่อัยย์หัวเราะจนตาหยีแล้วยกมือเล่นหัวชิน

เฮ้ย ผมเผยอยกมือขึ้นมากลางอากาศ มันเกือบจะแตะหัวตัวเองแล้วแต่ผมชักมือลงทัน แต่แล้ว

ฟึ่บ

สัมผัสบางเบากลางหัวทำให้ผมหันมองพี่อิงค์ที่ขยับมือลูบหัวผม เธอขยับมือเบาๆ ก่อนค่อยๆไล่สายตาลงมาหาผม ริมฝีปากเธอบิดยิ้ม

หึ

หนอยผมเบี่ยงหัวออกแล้วหันไปจ้องพี่อัยย์โดยเก็บอารมณ์คุกกรุ่นไว้ในใจ คอยดูเถอะ ใจอ่อนเมื่อไหร่พ่อจะเก็บทั้งต้นทั้งดอกให้จ่ายไม่ไหวเลย

 

 

 

  

#จองรักJH

 




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

2,385 ความคิดเห็น

  1. #2263 biboc (@jajaajajaa-PJ) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 08:49
    หวานนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

    ปล.ชอบอารามมมมม555555555
    #2263
    0
  2. #2133 `specialguys13 (@myyesungkh) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 17:29
    วิศเอาแต่ใจจริงๆอ่ะ แต่ก็โดนอารามปราบแบบ เออ
    นี่ช่วยเบามือกับพี่อัยย์หน่อยได้ไหมเนี่ย โอ่ย
    พี่อิงค์นี่ยังเราก็ทีมพี่นะ 55555 หมั่นไส้วิศ
    #2133
    0
  3. #2017 986290 (@986290) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 22:37
    คือมึน งงมาก(หรือเราอ่านไม่รู้เรื่องวะ)
    #2017
    1
  4. #1984 Galaxy_JM (@Galaxy_JM) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 23:19
    วิศตอนแทนตัวเองด้วยชื่อกับแทนตัวเองว่าเค้า โครตน่ารักอ่ะ ;3;
    #1984
    0
  5. #1925 Peetty Jiraporn (@peet0848) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 13:31
    อ่านมา คิดว่าหลัวเด็กตอนนี้น่ารักน่าเอ็นดู555555
    #1925
    0
  6. #1924 _arsunp (@arthip-n) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 06:38
    ขำไม่สงสารแต่รู้ว่าสมควรแล้วนะ55555555 โอ้ยยยตลกอะ หลังเด็กผู้หมดอิทธิฤทธิ์55
    #1924
    0
  7. #1923 konun==top (@konunoiltop) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 23:27
    วิศ เมียไม่ให้อะ น่าสงสารจริง โดนพ่อเขาจัดหนักจัดเต็มขนาดนั้น งัยละ สม
    #1923
    0
  8. #1922 nidaiki (@e-nongnid) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 23:24
    น่ารักจังงงงงวิศต้องยอมคนพี่หมดเลยยย ชอบตอนบอกพี่อัยย์ขาว คืดภาพตามแล้วขาวจริงๆ
    #1922
    0
  9. #1921 ttoey__ (@ttoey__) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 22:02
    วิศเอ้ย555555
    #1921
    0
  10. #1920 IntiraBochon (@IntiraBochon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:55
    โคตรฮาตอนแซวพี่อัยย์ว่าอ้วน 55555555
    #1920
    0
  11. #1919 IntiraBochon (@IntiraBochon) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:54
    ตัวก็รู้อ่ะ ว่าเค้าหื่นเค้ากามมากนะ 555555 โอ้ยขำ
    #1919
    0
  12. วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:18
    ชอบตรงที่ฝึกธาวิศอ่ะ ชอบมากกกก
    #1918
    0
  13. วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:18
    เขียมมมม45555555
    #1917
    0
  14. #1916 peepppan02 (@peepppan02) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 17:24
    พ่ออัยย์โหดมาก555555555 ก็เงี้ยยรักก็ต้องยอมน้าาาา
    #1916
    0
  15. #1915 Junno June (@junnoryo) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 15:51
    สมควร อารามน่าจะเอาให้หนักกว่านี้หน่อยนะคะ โดนแค่นี้ยังน้อยไป 5555555555555
    #1915
    0
  16. #1914 iKONIC1996 (@layexom101991) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 14:17
    สมน้ำหน้า55555
    #1914
    0
  17. #1913 BLKPeaRL (@pearllady) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 10:32
    สมน้ำหน้า5555 แต่จะไม่เห็นหลัวเด็กเกรี้ยวกราดแล้วอะ
    #1913
    0
  18. #1912 mengai (@mosysp) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 10:32
    ชอบอารามม งื้ออออ มัความมาเหนือ เราชอบบบบ
    #1912
    0
  19. #1911 mengai (@mosysp) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 10:31
    ขำ ความพูดน้อยนี้ กร้าวใจอิฉันยิ่งนัก มีความกวน. ีน ไม่ให้จูบแต่กัด โอ๊ยยย ร้ายๆๆๆๆ คนแบบนี้หาซื้อได้ที่ไหนคะ 555555555555
    #1911
    0
  20. #1910 Akira (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 10:29
    เอาคืนแบบเน้นเลยนะธาวิศ
    #1910
    0
  21. #1909 Phungze (@phungze45) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 02:56
    ทำไมวิศกวนตีนขนาดนี้ ว่าพี่อัยย์อ้วนทำไม5555555555555 พี่น่าจะตบให้หมาหลุดออกจากปากบ้างนะคะ หมั่นไส้มากๆ แต่ก็แพ้การอ้อน การยอมพี่อัยย์อะค่ะ รักมากไหมมม ฮื่อออ เขินนน ยอมทุกอย่างให้พี่อัยย์แล้ว พี่อัยย์เอาอยู่แล้ว อิอิ วิศหมดฤทธิ์แล้วเด้ออออ เอ็นดูอะ นางน่ารัก ในบ้านไม่มีกุ้งแล้ว ยินดีด้วยนะวิศนะ พี่อัยย์มีความสุขกับเขาซะทีเน้ออออ อ่านแล้วเดี๋ยวเกลียดเดี๋ยวชอบวิศ ให้ตายสิ 555555555
    #1909
    0
  22. #1908 DEVSIS (@devilsisters) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 01:10
    ว้ายยยย ธาวิศหมดฤทธิ์แล้วโว้ยยย เสือสิ้นลายมากตอนนี้ ชอบที่พ่อรามสั่งสอนอ่ะ ร้ายกาจมาก 55555555555 ดีแล้วคนอย่างวิศมันต้องเจอแบบนี้แหละ แค่พี่อัยย์ห้ามอ่ะ เอาอยู่ได้ไม่นานหรอก มันหาทางจะเอาคืนอยู่ทุกวันเนี่ย แต่ดีแล้ว วิศอย่ายอมเมียมาก เดี๋ยวจะไม่ใช่วิศ 555555555555
    #1908
    0
  23. #1907 Noey No Ey (@1827-noey) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 00:34
    โอ้ยๆๆๆๆๆวิศสิ้นลายยย55555
    #1907
    0
  24. #1906 ハスキー (@aomook) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 00:09
    ขำวิศอ่า ฮือ ทำไมกวนขนาดนี้ แต่ยอมพี่อัยย์รือที่สุดแล้ว ;_; ตอนอารามให้ไปทำนู่นทำนี้ รู้สึกเป็นผู้เป็นคนขึ้นเยอะเลย
    ปล. ขออีกสองตอนไม่รวมสเปได้มั้ยอ่าไรท์โม อยากเห็นพวกเค้ามีเซ็กส์กันแบบรักกันมั่ง แง น่าจะละมุน(?) มั้ย5555555
    #1906
    0
  25. #1905 OilpspllioStS (@OilpspllioStS) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 20:46
    วิศเอ้ยยยยยยยย+.+
    #1905
    0