ดวงใจยังมีรัก ชะเอิงเอย

ตอนที่ 5 : ตอนต่อมา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ก.พ. 58

--เช้าวันต่อมา--

สายลมที่พัดมาเอื่อยๆ พาให้ปรอยผมของมัทราลิกาพลิ้วไสวไปตามกระแสลม บวกกับแสงแดดอ่อนที่ตกกระทบเรียวหน้าสวยเข้ารูป คิ้วหนา ตาโต ปากเล็กๆรูปกระจับอมชมพูเรื่ออย่างธรรมชาติ และท่าทางที่ดูขะมักเขม้นนั่น

ทำเอากายนุภพที่ยืนกวาดใบไม้อยู่ตรงข้ามกับมัทราลิกา ต้องหยุดแล้วเหม่อมองเธอโดยไม่รู้ตัวว่ามองนานแค่ไหนแล้ว แถมตอนนี้ยังแอบยิ้มที่มุมปากเสียด้วย

“นี่ จะยืนอู้อีกนานมั๊ย ห๊ะ!!” เสียงนี้ทำเอากายนุภพหลุดออกจากภวังค์แล้ว รนลานรีบกวาดใบไม้ต่อไป  มัทราลิกาจ้องเขาเขม่ง ดูท่าทางเหนื่อย ยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ซอกคอและไรผม

“ชั้นกวาดตรงนี้เสร็จแล้ว ขอไปล้างหน้าก่อนนะ จะเข้าแถวแล้ว” นั่นเป็นเพียงประโยคบอกเล่าของเธอที่ไม่ต้องการคำตอบจากใคร พูดจบก็เดินลากไม้กวาดไปเก็บที่แล้วไปที่อ่างล้างหน้าข้างห้องสมุด

“อือ..” กายนุภพตอบรับตอนที่มัทราลิกาเดินจากไปแล้ว เขามองตามแวบหนึ่งแล้วรีบกวาดไม้ใบต่อ

 

“สวัสดีนักเรียนทุกคนครูมีเรื่องแจ้งนะ” อาจารย์ภิวัชร์ยืนพูดอยู่หน้าแถว ด้วยท่าทางแจ่มใส

“สัปดาห์หน้าโรงเรียนจะมีงานวันไหว้ครูแล้วนะเตรียมจัดพานกันด้วยล่ะ แล้วไม่ต้องทำซะอลังการงานสร้างจนไม่ได้หลับได้นอนกันหรอกนะ  เดี๋ยวช่วงบ่ายจะหมดแรงกันซะก่อน”  มีเสียงฮือฮาดังระงมหลังจากได้ยินเรื่องนี้เพราะพวกเขารู้ดีว่ากิจกรรมช่วงบ่ายคืออะไร พวกรุ่นพี่และเด็กเก่าต่างก็ยิ้มหน้าระรื่น  เด็กนักเรียนที่เข้าใหม่หลายคนทำท่าทางตื่นเต้น แต่ก็มีบางคนทำหน้าตาแหยเก เพราะกิตติศัพท์ของการรับน้องใหม่ที่นี่โหดมาก

“เดี๋ยวได้สนุกกันแน่ เอาล่ะ ขึ้นชั้นเรียนได้”

“ขอบคุณครับ/ค่ะ”

 

“พี่มัท.. อ้ะ ”  ปฐวียื่นของบางอย่างให้มัทราลิกาด้วยท่าทางเขินๆ

เธอเองก็พลอยยิ้มตามไปด้วย  “อะไรน่ะ”  มัทราลิกาทำหน้าตาสงสัย

“แบมือมาสิ”  ว่าแล้วเขาก็จับมือเธอขึ้นมาแล้วเอาของในมือเขาใส่ไว้ในมือเธอ

“ใช้ด้วยนะ”  ปฐวีพูดจบก็รีบวิ่งไปเลย

เธอค่อยๆเปิดมือออกดู  “น่ารักแฮะ”  มัทราลิกายืนยิ้มไม่หุบ แล้วรีบเดินขึ้นห้องเรียน โดยไม่รู้ว่ามีใครบางคนแอบมองอยู่ตั้งแต่แรกด้วยแววตาขุ่นเคือง

 

“นี่ น่ารักมั๊ยตางค์” มัทราลิกาติดเข็มกลัดรูปยิ้มที่ปฐวีให้ที่กระเป๋าเป้นักเรียนแล้วอวด ให้เพื่อนสาวดูด้วยสีหน้าปรามปลื้ม

“แหม่ หวานกันเหลือเกินนะ”  สสิตางค์ทำหน้าหมั่นไส้ แต่ก็อดยิ้มไม่ได้

“ก็มีบางแหละ นานๆที”  มัทราลิกาก็คงยิ้มไม่หุบ จนใบหูเริ่มแดง

“พอๆ คุยเรื่องรับน้องดีกว่า ห้องเราทำฐานชิม นึกแล้วสนุกดี”  สสิตางค์เริ่มวางแผน

“ชั้นว่าจะคอยให้น้ำน้องดีกว่า ไม่อยากแกล้ง สงสารมันว่ะ”

“จ้า แม่พระตลอด ชั้นว่าจะทำขนมไส้บอระเพ็ด”  สสิตางค์เริ่มมีสีหน้าชั่วร้ายนิดๆ

“ดี ฝากให้เพื่อนใหม่เรากินเยอะๆนะตางค์ อยากรู้เหลือเกินว่าทำหน้ายังไง” มัทราลิกาพูดไป สายตาก็เหลือบไปทางกายนุภพ

“โอย ไม่รอดหรอกรายนั้น สมพงษ์เล่นหนักแน่ กลัวจะต่อยกันอีกน่ะสิ”  สสิตางค์ทำหน้าเหมือนสงสารกายนุภพ

 

“ฮ้า.. หอมน่ากินเหมือนเดิม”  มัทราลิกาทำหน้าเคลิ้มไปกับกลิ่นก๋วยเตี๋ยวเรือของโปรด

“กินได้ทุกวันไม่มีเบื่อจริงๆ  ข้าวชั้นก็น่ากินเหมือนกันแหละ”  สสิตางค์ตักไข่พะโล้และแกงไก่อวดเพื่อนบ้าง

มัทราลิกาโบกมือให้ใครบางคนด้วยท่าทางเบิกบาน  “วีๆ  มานั่งด้วยกันสิ”  แล้วปฐวีก็มาตามคำชวนนั่งกินไปคุยกันไปอย่างมีความสุข  ทั้งอิ่มท้องและอิ่มใจ

“ของที่ให้ใช้หรือยัง”  ปฐวีเอ่ยถามอย่างอารมณ์ดี

“เหอะ รีบใช้แล้วรีบอวดเลยแหละแกเอ๊ย”  สสิตางค์ตอบอย่างทันควันพร้อมหน้าหมั่นไส้แบบยิ้มๆ

สสิตางค์และปฐวีรู้จักกันมานานเพราะบ้านอยู่ใกล้กัน ทั้งสองจึงสนิทกันดี มัทราลิกาก็เลยได้ฟังเรื่องของปฐวีจากสสิตางค์บ่อยๆ  ว่าเขาอยู่กับยาย น้องชายและน้องสาวเขาก็เลยออกจะเป็นผู้ชายเรียบร้อยและขี้อาย  แต่ถ้ามีงานการแสดงตกมาถือมือเขาเมื่อไหร่เขาก็ทำเต็มที่โดยไม่ขวยเขิน

“เขาถามชั้นนะ นี่แน่ะกินขนมไปเลยปากจะได้ไม่ว่าง” มัทราลิกาอุดขนมปังเข้าปากเพื่อนอย่างเขินๆ

“ดีแล้วแหละ คราวหน้าจะได้ให้อีก เดี๋ยวผมไปก่อนนะนัดกับเพื่อนไว้”  ปฐวีพูดอย่างสุภาพ ส่งยิ้มให้สาวทั้งสองและลุกออกไป  มัทราลิกามองตามแล้วอมยิ้ม

 

“มีคนขอเพลงเข้ามาอีกแล้วนะครับ” เสียงวิทยุกระจายเสียงของโรงเรียนดังขึ้น น้ำเสียงผู้จัดรายการช่างนุ่มนวล ชวนฟังเสียจริง เขาเป็นรุ่นพี่ชั้น ม.5 สาวๆในโรงเรียนติดตรึม ทั้งน่ารัก นิสัยดี เรียนเก่ง แต่เป็นคนไม่ชอบเข้าสังคม ชอบอยู่เงียบๆ ตามห้องสมุดและห้องจัดรายการ

“เพลงอารมณ์ดี  มอบให้สาวที่โรงอาหาร  จากหนุ่มนิรนามนะครับ มาฟังกันเลยยย”

“เห้ย ชั้นว่าต้องเป็นไอ้วีแน่ๆ แหม่ทำเป็นมีธุระ ที่แท้ก็รีบไปขอเพลงนี่เอง” สสิตางค์แซวเพื่อนอย่างสนุกปาก

คนถูกแซวเองก็ไม่โต้ตอบอะไรตั้งใจฟังเพลงอย่างมีความสุข อารมณ์ดีสมกับชื่อเพลงจริงๆ

 

ขณะกำลังฟังเพลงเพลินๆ  “พี่มัทๆ ไอ้วีโดนต่อยไปช่วยมันหน่อยเร็ว”  เสียงของใครบางคนทำให้มัทราลิกาหลุดจากภวังค์แล้วรีบวิ่งแจ้นออกไปทันที

 

--หลังห้องน้ำนักเรียนชาย--

“มึงมายุ่งกับมัททำไม ไม่รู้รึไงว่ากูจองมาตั้งนานแล้ว”  สมพงษ์กระชากคอเสื้อปฐวีและสีหน้าดุดัน

“พี่มัทไม่เคยบอกนิ่ครับ ผมก็คุยตามปกติ”  ปฐวีตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ สายตาเลิ่กลั่ก เพราะเขาเป็นคนที่ไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใครมาก่อน

“กูเห็นมานานแล้ว แต่ไม่อยากจะหาเรื่องเด็ก วันนี้แค่มาเตือน ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่ามายุ่งกับมัทอีก”

“แกล้งเด็กแบบนี้ไม่อายบ้างรึไง”  น้ำเสียงคุ้นหูของใครบางคนทำให้สมพงษ์หันไปมอง

“เรื่องนี้มึงไม่เกี่ยว อย่ามาวุ่นวาย”  สมพงษ์ว่า

“ก็ไม่อยากจะยุ่งเรื่องไร้สาระหรอกนะ กะอีแค่แย่งผู้หญิง”  กายนุภพทำหน้าเย้ยหยัน นั่นทำให้สมพงษ์เลือดขึ้นหน้า ผละออกจากปฐวีแล้วเข้าหาเขาแทน

“ไม่ต้องเอามือสกปรกมือจับคอเสื้อชั้นหรอกนะ”  สมพงษ์ที่กำลังจะทำอย่างเขาว่าชะงักไปเล็กน้อย

“ก็อย่างที่นายบอก ชั้นไม่เกี่ยวเรื่องนี้ก็ไม่อยากจะยุ่ง แต่จะให้ทนเห็นเด็กโดนรังแกก็ไม่ได้” เขาส่งสัญญาณบอกให้ปฐวีรีบไปจากตรงนี้

“ความรัก มันบังคับกันไม่ได้หรอกนะเพื่อน”  กายนุภพตบไหล่สมพงษ์เบาๆ ก่อนเดินจากไป ทิ้งให้สมพงษ์กระฟัดกระเฟียดอยู่คนเดียว

มัทราลิกาวิ่งมาเจอปฐวีพอดี  “วี มีเรื่องกับใครหรอ เป็นอะไรตรงไหนบ้าง” เธอถามอย่างห่วงใย

“ไม่เป็นไรหรอก” เขาตอบอย่างเย็นชา “ถ้าแฟนพี่เขาหวงขนาดนั้น เราก็เลิกคุยกันเถอะ”

ปฐวีเดินจากไปอย่างเฉยเมย ทิ้งให้มัทราลิกายืนงงงวยกับประโยคนั้น  “แฟนหรอ...”

 

“เป็นไงล่ะ สวยจนผู้ชายต้องแย่งกัน คงสนุกน่าดู”  กายนุภพที่ยืนหลบอยู่ข้างเสาพูดออกมาอย่างเย้ยหยัน

“นายพูดอะไร นายรู้เรื่องนี้หรอ มันเป็นยังไง เล่าหน่อยสิ” มัทราลิกาทำหน้าอ้อนจนกายนุภพปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทัน

“ก็จะอะไรซะอีกล่ะ สมพงษ์แฟนเธอไง ขี้หึงไม่เบา มีอะไรก็ไปคุยกันเองนะชั้นไม่เกี่ยว” กายนุภพก้มลงมาที่ข้างหูมัทราลิกาหัวเราะในลำคอ  หึหึ  ก่อนเดินจากไป

ทำไมวันๆมีแต่เรื่องปวดหัวว่ะเนี้ย  มัทราลิกาหน้ามุ้ยบ่นในใจ

 

จรวดกระดาษร่อนลงใส่กลางหัวมลธิยากรพอดี

“โอ้ย ใครปามาเนี้ย” เธอร้องอย่างหงุดหงิด

“เราเอง”  ปรเมทร์ยอมรับอย่างทะเล้นแล้วเดินมานั่งใกล้ๆ  “มล ทำการบ้านวิชาภาษาอังกฤษยัง”

“ทำแล้ว  มีไร” มลธิยากรตอบอย่างสดใส

“ขอลอกบ้างดิ นะนะ” ปรเมทร์เขย่าแขนอ้อนวอน

“มัวแต่ลอกชาตินี้จะทำเองเป็นมั๊ยเนี้ย” เธอว่าแล้วหัวเราะสนุก  ปรเมทร์ก็หัวเราะตามอย่างอารมณ์ดี

“งั้นเธอก็สอนเราดิ”  ปรเมทร์ยิ้มอย่างมีเลศนัย

โป๊ก!!  “โอ้ยยย” ปรเมทร์ร้องเสียงหลงเพราะพึ่งโดนมะเหงกของมลธิยากร

“ชั้นเจ็บนะ ยัยโหดเอ๊ย”

“เจ็บสิดี  ตอนอาจารย์สอนไม่รู้จักฟัง  ไปเอามาทำเลยเร็วๆ”  ปรเมทร์ทำตัวว่านอนสอนง่ายทันที

 

--ชั่วโมงวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี--

“เดี๋ยวชั่วโมงนี้ครูขอแรงพวกเราให้ไปขุดหลุมปลูกกล้วยกันหน่อยนะ หลังโรงอาหารน่ะ ป่ะ ลุกขึ้น”

 

ฉั่บๆๆ

เสียงจอมที่สับลงไปในดินดังขึ้นทั่วทุ่ง  แสงแดดยามบ่ายของวันนี้สาดลงมาอย่างไม่เห็นใจคนทำงานเอาซะเลย แต่ทุกคนก็ยังคงตั้งใจช่วยงานกันอย่างเต็มที่  เด็กโรงเรียนนอกเมืองคนส่วนใหญ่ก็มักจะมองว่าฉลาดสู้เด็กในเมืองไม่ได้ พ่อแม่คนไหนพอมีฐานะหน่อยก็จะส่งลูกเต้าเข้าเรียนในโรงเรียนดังๆประจำจังหวัด  ทำให้โรงเรียนนี้เด็กน้อยแต่ครูก็ดูแลได้อย่างทั่วถึงและเด็กนักเรียนได้รู้จักกันทั้งโรงเรียน  ฉันชอบบรรยากาศแบบนี้มากกว่า

โรงเรียนเล็กๆ ถึงเด็กจะแก่น แสบ ซ่า ชอบมีเรื่องให้อาจารย์ปวดหัวไม่เว้นวัน แถมทุกคนในโรงเรียนก็ต้องทนฟังเสียงบ่นแม้ตัวเองจะไม่ได้ก่อเรื่องก็ตาม  ถึงแม้จะเป็นแบบนี้แต่เด็กที่นี้ สิ่งที่ฉันคิดว่าโรงเรียนดังๆสู้พวกเราไม่ได้ก็คือ ความมีน้ำใจ มีความอดทนและถึงแม้จะชอบเตะต่อยกันบ่อยแค่ไหนสุดท้ายพวกเราก็ไม่ทิ้งกันกอดคอพอกันเรียนจบทุกรุ่น  มันมีความรัก ความอบอุ่น อยู่ทั่วโรงเรียนแห่งนี้ ฉันไม่เคยนึกเบื่อเลยเวลาที่อาจารย์เรียกให้ช่วยงาน

 

“น้องมัทพักก่อนนะ เดี๋ยวพี่ขุดให้เอง”  สมพงษ์ยื่นแก้วน้ำให้มัทราลิกา

“อากาศมันร้อน  กินน้ำก่อนจะได้สดชื่น” มัทราลิกาทำเมินใส่เขา แล้วเดินหนี แต่เขาก็ตามไม่เลิก

“เป็นอะไรหรือเปล่ามัท ทำไมไม่พูด” สมพงษ์ทำหน้างงกับท่าทางของมัทราลิกา

“อย่าคิดนะว่าวันนี้นายไปทำอะไรมาแล้วชั้นไม่รู้  เลิกยุ่งกับชั้นซักทีเถอะ ขอร้อง”  สมพงษ์หน้าชาไปทันทีและหลบตามัทราลิกาไปวูบหนึ่ง

“ฟังพี่ก่อนสิ” สมพงษ์เว้าวอน

“ชั้นเคยบอกไปแล้วนะว่าถึงนายจะทำดีแค่ไหน ยังไงชั้นก็ไม่ชอบนายหรอก ชั้นคิดกับนายได้แค่เพื่อน แต่ที่นายทำแบบนี้มันเกินไปแล้วนะ ที่ผ่านมาชั้นยอมให้นายมามากแล้ว ต่อไปนี้ไม่ต้องมาวุ่นวายกับชีวิตชั้น  แล้วก็อย่าไปยุ่งกับวีอีก”  มัทราลิกาพูดยาวเป็นชุดด้วยน้ำเสียงจริงจังและจ้องหน้าเขาเขม็ง

“บอกไว้ตรงนี้เลยนะทุกคน” เธอหันไปทางเพื่อนๆ  “เราชอบวี”

ฮี้ววววว เสียงโห่แซวดังลั่นทุ่ง  แต่สมพงษ์กลับจุกจนพูดอะไรไม่ออก เพื่อนก็ไม่กล้าเข้าปลอบ ได้แต่มองเป็นกำลังใจให้ห่างๆ แล้วก้มหน้าก้มตาขุดหลุมต่อไป

“แหม่ๆๆ กล้าประกาศต่อหน้าเพื่อนไม่อายเลยรึไง” สสิตางค์เอยถาม

“ก็ไม่เห็นต้องอายเลย ชอบก็บอกว่าชอบ” มัทราลิกาตอบอย่างเรียบเฉย

“แหม๋ ผู้หญิงสมัยนี้เขาเปิดเผยดีแฮะ” กายนุภพที่ขุดหลุมอย่างข้างๆ ร้องแซว แต่มัทราลิกาทำเป็นไม่ได้ยิน

 

“ว้ายยยย ไอ้บ้ากาย” กายนุภพเอาไส้เดือนใส่มือแล้วยื่นมาที่หน้ามัทราลิกาโดยไม่ทันตั้งตัว ผลคือไม่ใช่แค่เธอที่ตกใจ แต่เพื่อนผู้หญิงคนอื่นๆก็แตกตื่นตามไปด้วย  กายนุภพกลับหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเป็นครั้งแรกเลยที่เขายิ้ม

“เห็นยืนหน้ามุ้ยอยู่ได้ เลยอยากให้สนุกไง ฮ่าๆๆ” เขาเอาไส้เดือนวิ่งไล่ใส่มัทราลิกาไม่หยุด  พอเห็นว่าเธอเริ่มเหนื่อยก็เปลี่ยนไปแกล้งคนอื่นต่อ

 

Where are you from? แล้วตอบว่าไง”  มลธิยากรง้วนอยู่กับการสอนการบ้านปรเมทร์

I'm from…… เอ่อ แหลมสน”

“เขียนลงไปสิ นั่นแหละ”  มลธิยากรเริ่มบทบาทคุณครู

“ปอ ฝากนี่ให้วีด้วย พี่หาเขาไม่เจอ”  มัทราลิกายื่นจดหมายให้ปรเมทร์

“ถึงขนาดต้องมาถึงนี่เลยนะพี่มัท แสดงว่าไม่ธรรมดา” มลธิยากรแอบแซว

“จ้า น้องรัก ไปละแอบหนีงานมา”  มัทราลิการีบหลบออกจากห้องไปอย่างเงียบๆ

เปี๊ยะ“อยู่เฉยทำไมทำข้อต่อไปสิ”  มลธิยากรตีแขนปรเมทร์เบาๆ  เขาก็ถูๆเกาๆ เหมือนเจ็บแสบเหลือเกิน แล้วรีบทำการบ้านต่อ ด้วยท่าทางว่านอนสอนง่าย

© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

19 ความคิดเห็น

  1. #5 เกี๊ยวซ่า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มกราคม 2558 / 13:16
    สงสาร สมพงษ์ง้าาา >m
    #5
    0