(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 9 : ตาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 422
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    29 ม.ค. 60

บทที่ 9 ตาย


“ยอมรับข้าสิมุนบยอล ปลดปล่อยข้า ข้าจะช่วยเจ้าเอง ยอมรับข้าสิ”

ระหว่างที่เสียงและอาการปวดหัวยังคงตรึงอยู่ในหัวเธอนั้น เธอก็เห็นรถสีดำคันนั้นแล่นผ่านเธอไปชนเข้ากับยงซอนอย่างจัง รถคันนั้นไม่มีท่าทีจะหยุดแต่อย่างใด กลับเหยียบทับร่างนั้นแล้วแล่นจากไปอย่างรวดเร็ว

โธ่เว้ย! เธอสะบัดเสียงในหัวทิ้งแล้วลุกขึ้นยืน เจ็บ คงเป็นเพราะตอนล้มที่ดันทิ้งตัวลงพื้นอย่างแรงทำให้เธอมีแผลถลอกประปรายตามตัว แต่ก็ถือว่าโชคดีที่ชุดที่ฮวีอินให้ยืมค่อนข้างรัดกุม ทำให้ช่วยซับความแรงของการกระแทกไปได้บ้าง แถมเธอก็ไม่ได้เอาหน้าลงอย่างจัง จึงไม่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงอะไร

หลังจากลุกขึ้นแล้วเธอก็เดินตรงไปหายงซอนที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น พื้นที่รอบร่างนั้นเต็มไปด้วยเลือดของเจ้าตัวที่ไหลออกมาจากทั่วทั้งร่างกายที่มีแผลทั้งเล็กใหญ่เต็มไปหมด เธอมองเห็นเศษกระจกซึ่งคงจะเป็นเศษชิ้นส่วนของไฟหน้ารถยนต์สีดำคันนั้นทิ่มแทงอยู่ที่บริเวณต้นขาของยงซอน เห็นดังนั้นเธอก็ค่อยๆ เอื้อมมือเข้าไปดึงชิ้นส่วนนั้นออกมา ดึงออกมาได้เพียงครึ่งเลือดก็เริ่มทะลักออกมามากกว่าเดิม เธอหลับตาลงกับภาพอันน่าหดหู่ตรงหน้าแล้วดึงเศษชิ้นส่วนโปร่งแสงนั้นจนหลุดออกมาพ้นอัน ก่อนจะโยนทิ้งไปข้างหลังอย่างไม่ใส่ใจ เธอพยายามข่มใจลืมตาแล้วพลิกดูสภาพร่างที่นอนแน่นิ่งนั้นว่ายังมีเศษอะไรทิ่มแทงตามตัวอยู่รึเปล่า เมื่อไม่เห็นอะไรเธอก็พลิกตัวให้ร่างนั้นนอนหงายขึ้น และเมื่อละสายตามองออกไปรอบๆ บริเวณ เธอจึงเห็นว่าภายใต้แสงโพล้เพล้ในยามเย็นของถนนเปลี่ยว ณ ตอนนี้มีเพียงเธอกับร่างที่ไร้ลมหายใจของยงซอนเท่านั้น ในเมื่อไม่เห็นมีใครอยู่ เธอเลยตัดสินใจนั่งอยู่เคียงข้างร่างนั้นเงียบๆ พร้อมตรวจดูแผลถลอกตามร่างกายของตัวเองไปพลางๆ

เวลาผ่านไปได้ไม่นานร่างของยงซอนที่นอนอยู่ข้างๆ ก็มีท่าทีจะขยับเขยื้อนอีกครั้ง เธอที่เห็นมือของร่างนั้นเริ่มขยับไหวจึงเลิกสนใจแผลของตัวเองแล้วหันไปมองร่างนั้นแทน

“เฮือกกก อะโฮ้ก โฮ้ก” ยงซอนเด้งตัวลุกขึ้นมาพร้อมเสียงหอบหายใจและเสียงไอโขลกขึ้นมาอย่างดัง จากนั้นก็ยกแขนของตัวเองขึ้นมาดูรอยเลือดที่อาบอยู่ทั่ว ซึ่งตอนนี้แผลที่ถูกรถชนมาเมื่อสักครู่บนตัวยงซอนกลับอันตรธานหายไปอย่างน่าอัศจรรย์ จะเหลือก็แต่รอยเลือดบนตัวและพื้นถนนเท่านั้นที่เป็นหลักฐานได้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่นั้นเป็นความจริง

“คุณรู้สึกยังไงบ้าง” เธอถามยงซอนที่เอาแต่จ้องคราบเลือดบนแขนตัวเองอยู่

ยงซอนละสายตาจากคราบเลือดนั้นมาหาเธอ “เกิดอะไรขึ้น”

“คุณจำอะไรได้บ้างล่ะ”

“ฉันจำได้ว่าฉันวิ่งหนี หนีรถสีดำคันนั้น แต่แล้วก็รู้สึกว่ารถคันนั้นเข้ามาใกล้ ใกล้มาก พอฉันหันหลังกลับไปมอง รถคันนั้นก็มาอยู่หน้าฉันแล้ว แล้วก็ชนฉัน…” พูดจบยงซอนก็นิ่งเงียบไป

“ใช่ รถคันนั้นชนคุณ และคุณก็ตายแล้ว”

“ฉัน… ตายแล้ว…” ยงซอนก้มหน้าพูดเหมือนงึมงัมกับตัวเอง ก่อนจะหันหน้ามาที่เธอแล้วถามด้วยใบหน้าที่เธอเดาไม่ออกว่าเจ้าตัวรู้สึกยังไง “ฉันเป็นผีหรอ คุณเห็นผีหรอ”

“ไม่ คุณไม่ใช่ผี คุณตายแล้ว แต่ฟื้นขึ้นมาใหม่”

“งั้นฉัน… เป็น เอ่อ” ยงซอนทำท่านึกเล็กน้อยก่อนพูดประโยคสุดท้ายออกมา “เป็นซอมบี้หรอ”

“ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ คุณไม่ใช่ผี แล้วก็ไม่ใช่ซอมบี้ด้วย แต่ก่อนอื่น ฉันว่าเราไปหาที่อื่นคุยกันดีกว่านะ นั่งคุยกันกลางกองเลือดอย่างนี้ไม่ใช่ผลดีเท่าไหร่ แล้วก็ไม่รู้จะมีใครผ่านมาเห็นรึเปล่าด้วย” เธอพูดออกมาก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วส่งมือไปให้ยงซอนจับ มือที่มีคราบเลือดติดทำให้เธอต้องมองพิจารณาสภาพเลือดท่วมตัวและเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดของยงซอนอีกครั้ง แล้วจึงเอ่ยปากออกมา “ฉันว่าคุณเปลี่ยนชุดเถอะ ใครมาเห็นสภาพนี้คงนึกว่าคุณไปฆ่าคนตายมา คือ… ถ้าคุณไม่รังเกียจก็เอาชุดที่ฉันใส่เมื่อคืนก็ได้ ไม่เปื้อนเท่าไหร่”

เมื่อยงซอนพยักหน้าเป็นเชิงตกลง เราทั้งสองก็เดินมาที่รถของยงซอนที่จอดเสียอยู่เนื่องจากยางรถหน้าถูกปล่อยจนหมด เธอเอื้อมไปหยิบชุดที่วางไว้ตรงเบาะนั่งข้างคนขับมาให้ยงซอน ยงซอนรับชุดนั้นมาแล้วมองซ้ายมองขวาเหมือนพยายามหาอะไรบางอย่าง

“อ่อ คุณเปลี่ยนชุดในรถก็ได้ เดี๋ยวฉันรอข้างนอก ไม่มองหรอกไม่ต้องห่วง” เธอพูดจบก็กระพริบตาหยอกล้อไปให้ทีนึง

“ยังจะเล่นอีกนะ” ยงซอนตอบดุๆ กลับมาแต่หน้านั้นก็แอบซับสีชมพูน้อยๆ

“อ่อคุณ ในกระเป๋ากางเกงมีผ้าเช็ดหน้าอยู่น่ะ คุณเอาชุบน้ำแล้วก็เช็ดเลือดตามตัวคุณซะนะ” เธอพูดพร้อมกับชี้ไปที่ชุดของเธอที่อยู่ในมือยงซอนก่อนจะถามต่อ “ในรถคุณมีน้ำใช่ไหม ฉันว่าฉันเห็นแวบๆ”

ยงซอนพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินเปิดประตูเข้ารถไป


กริ๊ง กริ๊งงง~

หลังจากยงซอนเข้าไปจัดการตัวเองในรถได้ประมาณ 10 นาที เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เธอยกมันขึ้นมามองชื่อที่อยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ คริสตัลจอง แล้วกดรับสาย ยังไม่ทันจะได้ปริปากพูดทักทายอะไร เจ้าเพื่อนตัวดีก็ดันส่งเสียงบ่นร่ายมาเป็นชุด

(“มุนบยอล แกอยู่ไหน ไหนบอกจะมาเอากระเป๋าวันนี้ นี่ฉันกับซึลกิรอแกจนรากจะงอกแล้วเนี่ย”)

“เออๆ ก็กำลังจะไปหอซึลกิเนี่ยแหละ พอดีรถยางแบน แกมารับหน่อยดิ”

(“รถยางแบน? แกนั่งรถใครมา รถแท็กซี่หรอ”)

“มาก่อนน่า เดี๋ยวก็รู้”

(“เคๆ แล้วไอ้ใกล้ๆ ของแกนี่อยู่ตรงไหนอะ”)

จากนั้นเธอก็บอกตำแหน่งที่ตัวเองอยู่ให้กับปลายสายรับรู้ หลังจากนัดแนะกันเรียบร้อยว่าอีกประมาณ 5 นาที คริสตัลน่าจะมาถึง เธอก็วางสายลงแล้วเคาะประตูรถทั้งๆ ที่ยังหันหลังให้รถคันนั้นอยู่ตามสัญญาที่ว่าจะไม่แอบมองคนที่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่ แต่เธอกลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับอะไรจากคนในรถ เธอจึงค่อยๆ เอี้ยวตัวไปดู ไม่ได้ผิดสัญญานะ ฉันเคาะแล้วแต่คุณไม่ตอบเองต่างหาก

เอี้ยวตัวยังไม่ทันจะมองเห็นอะไรชัดเจน เสียงของคนในรถก็ดังสวนมาจากประตูที่เปิดแง้มเอาไว้ซะก่อน “นี่คุณ! ไหนบอกไม่แอบดูไง หันหน้ากลับไปเลยนะ”

เธอรีบหันหน้ากลับมาทันทีก่อนจะเกาคางพร้อมพูดแก้ต่างออกไป “ก็ฉันเคาะประตูแล้วคุณไม่ยอมตอบนี่ เลยจะหันไปดูว่าเป็นไรรึเปล่า ว่าแต่คุณอะ จะเสร็จรึยัง”

“แป๊ปๆ จะเสร็จละ” ยงซอนเร่งรีบตอบออกมา

“คุณ เดี๋ยวเพื่อนฉันจะมารับนะ อีกประมาณ 5 นาที คุณแต่งตัวเร็วๆ ด้วย” สิ้นเสียง ยงซอนก็เปิดประตูแล้วก้าวออกจากรถมาหาเธอ

“แล้วชุดคุณล่ะ” เธอถามขึ้นเมื่อไม่เห็นอะไรในมือของอีกคนนอกจากกระเป๋าถือใบเล็ก

“ฉันเอาไว้ในรถอะ ถือไปคงไม่ดีเท่าไหร่มั้ง” ยงซอนชี้ไปที่รถพร้อมขมวดคิ้วมาให้เธอ อืม มันก็จริง

“แล้วรถคุณจะเอายังไงล่ะ เรียกผู้จัดการคุณมาเก็บรถกลับไปไหม”

“ก็คงต้องเป็นอย่างนั้นแหละ” ยงซอนรับคำเสร็จก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออกทันที

หลังจากยงซอนโทรออกเพียงสักครู่ เธอก็ได้ยินเสียงที่ยงซอนกรอกผ่านโทรศัพท์เครื่องนั้น “พี่คะพอดีรถยางแบนอะค่ะ พี่มารับรถกลับไปหน่อยได้ไหม”

“ไม่รู้เหมือนกันค่ะ อยู่ดีๆ ยางก็แตก คงบังเอิญไปเหยียบพวกตะปูตามพื้นเข้า”

“ค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ”

“อ่อ เดี๋ยวค่ะ เดี๋ยวฉันกลับเอง พี่มาเอารถเฉยๆ ก็พอ”

จากนั้นยงซอนก็อธิบายเส้นทางให้คนในสายฟัง ก่อนจะวางสายนั้นลงแล้วหันหน้ามาหาเธอ

“เรื่องที่คุณบอกว่าฉันตาย…” ยงซอนถาม

“ฉันมีเรื่องจะเล่าให้คุณฟัง” เธอพูดตอบยงซอนออกไปแต่แล้วก็เหลือบเห็นรถของคริสตัลขับมาทางนี้พอดี เธอเลยพูดปัดไปก่อน “เดี๋ยวถึงบ้านคุณแล้วฉันเล่าให้ฟัง” รีบพูดแล้วก็หันไปโบกไม้โบกมือให้รถที่มาใหม่

ไม่นานรถคันนั้นก็จอดข้างๆ เธอ หน้าต่างฝั่งที่ใกล้เธอถูกลดลงตามมาด้วยเสียงพูดของคริสตัล “เอ้า ขึ้นมาๆ แล้วนั่นแกไปโดนอะไรมา สภาพยังกะโดนหมาฟัด” คริสตัลกวักมือให้เธอขึ้นไปบนรถที่เจ้าตัวขับมาพร้อมทั้งมีซึลกินั่งอยู่ข้างๆ ก่อนจะถามเธอ แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้เอ่ยปากตอบ คริสตัลที่เหลือบไปเห็นยงซอนที่อยู่ข้างๆ เธอก็พูดขึ้นอย่างตกใจ “เห้ย! บยอล นั่นคุณโซลาร์ป๊ะ ข้างๆ แกอะ” ดูมัน เห็นดาราเข้าหน่อยลืมแผลบนตัวเพื่อนเลย

เสียงตกใจของคริสตัลก็เรียกความสนใจให้ซึลกิหันมามองยังคนข้างๆ เธอด้วย “จริงๆ ด้วย คุณโซลาร์มามามูรึเปล่า”

“นี่พวกแกรู้จักโซลาร์กันด้วยหรอ” เธอถามออกไปอย่างสงสัยว่าสองคนนี้ก็รู้จักวงมามามูอะไรกับเขาด้วยหรอ

“อือหือ คงมีแต่แกนั่นแหละที่ไม่รู้จัก” คริสตัลแขวะเธอแล้วหันไปสนใจชุดที่อยู่บนตัวยงซอน “เห้ย นั่นชุดที่แกใส่เมื่อวานไม่ใช่หรอ อะไรๆ เกิดไรขึ้น ที่บอกว่าไปหาคนรู้จักแล้วก็หายไปทั้งคืนนี่คือยังไง เล่ามาซะดีๆ เพื่อนรัก” คริสตัลพูดออกมาอย่างยียวนกวนประสาทแล้วชี้ไปทางยงซอน

“ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ” เธอพูดปัดออกไป ก่อนจะถามหาสิ่งที่ตนต้องการ “แล้วกระเป๋าฉันอะ”

“แกเล่ามาก่อน แล้วเดี๋ยวเอากระเป๋าให้” คริสตัลยักคิ้วพร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย

เธอที่เหลือบไปเห็นกระเป๋าเป้ของเธอวางอยู่ที่เบาะหลัง ก็รีบเคลื่อนตัวไปเปิดประตูหลังอย่างรวดเร็วหวังจะไปหยิบกระเป๋านั้นมา แต่…

“กิหยิบเร็ว” คริสตัลหันหน้าไปบอกซึลกิซึ่งอยู่ในตำแหน่งที่สามารถหยิบกระเป๋าใบนั้นได้ถนัดกว่าตัวเอง ไวเท่าเสียงพูด กระเป๋าก็ตกไปอยู่ในมือซึลกิเป็นที่เรียบร้อย

“ซึลกิ เธอก็เอากับเขาด้วยหรอ” เธอมองไปที่ซีลกิอย่างอึ้งๆ เพราะปกติอีกคนไม่ค่อยจะเล่นอะไรไร้สาระเป็นเด็กๆ เหมือนคริสตัล

“โทษที แต่ฉันก็อยากรู้เหมือนกัน” ซึลกิตอบกลับมาพร้อมหน้ายียวนที่ไม่ค่อยจะได้เห็นอีกคนทำ

“ว่าไงล่ะ มุนบยอล อยากได้กระเป๋าก็ตอบมาซะดีๆ” คริสตัลยังคงพูดกวนประสาทอยู่เหมือนเดิม

“เอ่อ ขอโทษนะคะ” ยงซอนพูดแทรกขึ้นมา “ขอกระเป๋าให้คุณมุนบยอลได้ไหมคะ เรื่องเมื่อคืนเดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังเองค่ะ”

“นี่คุณ” เธอสะกิดทักยงซอน

“ก็ไม่เห็นมีอะไรหนิ เล่าความจริงไปซะก็จบเรื่อง” คำตอบที่ยงซอนสวนกลับมาทำให้เธอมึนไปสักพัก แต่แล้วยงซอนก็เล่าเรื่องไป “พอดีเมื่อคืนฉันเมาน่ะค่ะ แล้วคุณมุนบยอลก็เลยมาช่วยเอาไว้ ส่วนเรื่องชุดนี่ อืม… ฉันก็ยังงงๆ อยู่เลยค่ะ ตื่นมาก็ใส่ชุดนี้อยู่แล้ว” ยงซอนพูดจบก็หันมาขยิบตาให้เธอหนึ่งที เอ้า จะช่วยแล้วทำไมไม่ช่วยให้จบ โบ้ยงานมาให้ฉันซะงั้น



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น