(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 8 : ล่า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 408
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    24 ม.ค. 60

บทที่ 8 ล่า


“เมื่อไม่กี่วันมานี่ เห็นยงซอนบอกว่าเหมือนมีคนคอยตามเธออยู่ตลอดเวลา หวังว่าคนๆ นั้นจะไม่ใช่คุณใช่ไหม คุณบยอลอี” เสียงผู้จัดการเอ่ยถาม

“ฉันจะไปตาม-” เธอเอ่ยบากตอบออกไปแต่แล้วก็นึกเรื่องสำคัญขึ้นได้ ห๊ะ มีคนตาม? นึกได้ดังนั้นเธอก็รีบเด้งตัวไปที่หน้าต่างแล้วแง้มม่านที่บังอยู่ดูสภาพภายนอกห้อง แต่มองอยู่สักพักก็ไม่เห็นใครที่ผิดปกติหรือน่าสงสัยเป็นพิเศษ

“ไงล่ะ เป็นคุณรึเปล่า” เสียงยงซอนเอ่ยถามเธอมาจากด้านหลัง เมื่อไม่เห็นอะไรผิดปกตินอกหน้าต่างนั่นเธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกแล้วเดินกลับมานั่งที่เดิม เธอหันหน้าไปมองฮวีอินพยายามสงสายตาเป็นคำถามไปให้ แต่ฮวีอินก็ทำเพียงส่ายหน้าแล้วยักไหล่กลับมาให้เป็นเชิงว่าตนไม่รู้เรื่องอะไร ก่อนจะหันหน้าไปหายงซอนแล้วตอบคำถามเมื่อครู่นี้

“เปล่า ไม่ใช่ฉัน” เธอเว้นระยะพักนึงก่อนถามคำถามออกไปทางยงซอน “แล้วคุณจำหน้าคนที่ตามคุณได้รึเปล่า”

“ฉันจะไปจำได้ได้ยังไง วันๆ มีคนตามฉันเยอะแยะ แต่แค่ครั้งนี้ฉันรู้สึกแปลกๆ กว่าทุกครั้งเท่านั้นเองเลยบอกพี่ผู้จัดการไป อาจจะเป็นพวกแฟนคลับ หรือไม่ก็พวกนักข่าวอะไรพวกนั้นก็ได้ คุณอย่าสนใจเลย เดี๋ยวทางค่ายก็จัดการเอง” แฟนคลับ? นักข่าว? ค่าย? จะว่าไปยงซอนก็มีผู้จัดการด้วยหนิ

“ฉันสงสัยตั้งแต่เมื่อคืนและ” เธอเว้นระยะสักพักแล้วพูดต่อ “คุณเป็นดาราหรอ” เธอเอียงคอถามออกไป

ยงซอนมองมาทางเธอด้วยหน้าอึ้งๆ ก่อนจะหยิบโน้ตบุ๊กที่อยู่บนโต๊ะนั่งเล่นด้านหน้ามาเปิดแล้วเล่นไฟล์วีดีโอหนึ่งให้ดู มันเป็นวีดีโอที่มียงซอนที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวพร้อมแว่นดำกำลังเล่นเปียโน และร้องเพลงไปพร้อมๆ กับฮวีอินที่นั่งข้างๆ และแต่งตัวแบบเดียวกัน โดยที่วีดีโอนั้นมีตัวหนังสือเขียนไว้ตรงมุมล่างซ้ายว่า “MAMAMOO” คือถ้าถามว่าเพลงเพราะไหม ก็ต้องบอกว่าเพราะ เพราะมากเลยด้วย แต่มันก็ออกจะแปลกๆ ไปอยู่บ้างกับท่าทางที่สองคนนั้นร้องออกมา

“มามามู” เธอพูดแล้วเบนหน้าออกจากจอโน้ตบุ๊กไปทำหน้าสงสัยให้กับยงซอน

“มามามูไง ฉัน โซลาร์” ยงซอนพูดแล้วชี้มาที่ตัวเอง “นั่นฮวีอิน” ยงซอนชี้ไปทางฮวีอิน

“เดี๋ยวๆ คุณไม่ได้ชื่อยงซอนหรอกเหรอ” เธอถามอีกคนออกไปด้วยงงกับสิ่งที่อีกคนเพิ่งบอกมา

“นี่บ้านคุณไม่มีอินเตอร์เนทหรอถึงไม่รู้จักพวกฉันน่ะ” ยงซอนหยุดนิดนึงแล้วพูดต่อ “เห้อ ชื่อจริงชื่อ คิมยงซอน ชื่อในวงการชื่อโซลาร์”

เธอพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้พร้อมส่งเสียงอ่อเบาๆ ออกมา จากนั้นยงซอนก็พูดต่อ “จริงๆ คุณไม่รู้จักพวกฉันก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอก เอาเป็นว่าฉันขอบคุณคุณละกันที่ช่วยมาส่งฉันเมื่อคืน”

“อืม” เธอพูดรับแล้วยิ้มให้ยงซอน เธอยิ้มอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งยงซอนพูดขัดขึ้นมา

“แล้วคุณไม่กลับบ้านหรอ” ยงซอนถามเธอออกมาเรียบๆ

“อ่อ คือ… อะแฮ่ม คือ…” เธอกระแอมไอพูดติดๆ ขัดๆ แต่แล้วก็พูดต่อออกไป “ย… ยืมตังหน่อยได้ไหม พอดีฉันไม่ได้เอากระเป๋าตังมา” เธอบอกออกไปก็รู้สึกแก้มตัวเองร้อนนิดๆ ด้วยความอาย

ยงซอนย่นคิ้วก่อนยิ้มแล้วตอบออกมา “งั้นเดี๋ยวฉันขับรถไปส่งคุณแล้วกัน ถือเป็นคำขอบคุณจากฉัน”


หลังจากตกลงสถานที่พร้อมบอกเส้นทางกันเรียบร้อยแล้ว ว่ายงซอนจะไปส่งเธอที่หอพักของซึลกิ เนื่องจากเธอต้องไปเอากระเป๋าที่นั่นก่อนกลับบ้านตัวเอง ตอนนี้เธอก็ได้ขึ้นมานั่งบนรถของยงซอนเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่ยงซอนจะตั้งจีพีเอสแล้วขับออกไป

เธอที่ทุกทีเวลาขึ้นรถจะมองวิวข้างทางไปเรื่อยเปื่อย แต่วันนี้มันกลับเปลี่ยนไป สายตาของเธอหยุดอยู่ที่หน้าของร่างข้างๆ ที่กำลังขับรถอย่างตั้งใจ สวยจัง เป็นคำนึงที่ลอยเข้ามาในหัวของเธอ ก่อนที่เสียงของคนข้างๆ นั้นจะดังขึ้นมาทำลายความเงียบ

“คุณจ้องฉันทำไม หน้าฉันมีอะไรติดงั้นหรอ” ยงซอนที่เหลือบสายตาไปมาระหว่างเธอกับทางข้างหน้าถามขึ้น ด้วยเพราะคงเป็นเธอเองนี่แหละที่เอาแต่นั่งจ้องหน้าอีกคนจนทำให้เจ้าตัวรู้สึกแปลกๆ

“เปล่า ไม่มีอะไรติดหรอก ฉันแค่คิดว่าคุณสวยจัง” หลังตอบไปก็ได้แก้มแดงๆ ของยงซอนเป็นสิ่งตอบแทน ก่อนที่เธอจะพูดถามอีกคนต่อไป “นี่คุณ ช่วงนี้ไม่รู้สึกมีอะไรแปลกๆ บ้างหรอ”

“ฉันว่าคุณเนี่ยแหละ แปลกสุดแล้ว” ยงซอนตอบงุ้งงิ้งๆ ออกมาแต่เธอก็พอจะฟังมันได้ยิน

เธอยิ้มออกมาน้อยๆ กับคำตอบนั้นก่อนจะโพล่งถามอีกคนออกไป “คุณเชื่อเรื่องแม่มดปิศาจไหม คุณเชื่อไหมว่าโลกนี้มีสิ่งมีชีวิตที่เหนือธรรมชาติ” เธอถามจบก็เบนหน้าจากยงซอนไปมองนอกหน้าต่าง ไม่รู้ด้วยเพราะรู้สึกแปลกๆ หรืออะไรทำให้เธอสนใจรถคันข้างหลังที่เพิ่งเลี้ยวตามรถของยงซอนมาติดๆ เป็นพิเศษ มีคนขับรถตามงั้นหรอ

เธอได้ยินเสียงของยงซอนดังขึ้นเหมือนต้องการพูดกับเธอ แต่เธอก็ไม่ได้ใส่ใจ ตอนนี้สมาธิของเธอกลับไปจดจ่ออยู่ที่รถคันข้างหลัง ตาเธอจ้องอยู่ที่กระจกมองหลังบ้าง กระจกมองข้างบ้าง บางทีก็หันหลังกลับไปมองผ่านกระจกหลัง รถคันนั้นเป็นรถสีดำติดฟิล์มหน้าทึบ ซึ่งตั้งแต่ที่เธอสังเกตมา ไม่ว่ายงซอนจะเปลี่ยนเลนไปทางนั้น รถคันนั้นก็ขับตามมาตลอด ไม่ว่าจะเลี้ยวไปด้านไหน รถคันนั้นก็เลี้ยวตามมา เธอดูจนมั่นใจว่ารถคันนั้นตามยงซอนมาแน่ๆ จึงพูดบอกอีกคนไปทั้งที่ตัวก็ยังคงเอี้ยวมองรถคันหลังอยู่

“นี่คุณ ฉันว่ามีคนขับรถตามเรามา”

“พวกนักข่าวมั้ง ช่างเขาเถอะ เดี๋ยวไม่ได้ข่าวอะไรเขาก็ไปเองแหละ”

“แล้วถ้าฉันบอกว่า อาจมีคนกำลังตามล่าคุณอยู่ล่ะ” เธอหันหน้ามามองยงซอนก่อนพูดออกไปอย่างจริงจัง

“จะบ้าเหรอ เธอนี่แปลกคนจริงๆ จะมีคนมาตามล่าฉันทำไม” ยงซอนพูดออกมาเสียงไม่เชื่อ โอยยย ทำไมเธอถึงช่างไม่รู้อะไรเอาซะเลยนะ เธอได้แต่ทึ้งหัวตัวเองอยู่ในใจ ฉันบอกความจริงทุกอย่างไปเลยดีไหมเนี่ย ยังไม่ทันจะตัดสินใจได้ว่าควรทำยังไงต่อไปดี รถก็วิ่งเข้าสู่เส้นทางเปลี่ยว แต่แล้วอยู่ดีๆ ก็ได้ยินเสียงดังตึงออกมาจากล้อหน้าทั้งสองข้าง ทันใดนั้นรถก็เสียหลักพร้อมเสียงเบรคที่ดังขึ้น

เอี๊ยดดดด~

เธอที่ตัวหมุนเคว้งอยู่ในรถที่เสียหลักนั้นได้แต่เกาะดึงประตูเอาไว้อย่างหาที่พึ่ง ตาก็สาดส่องไปทั่วทิศทาง บรรยากาศรอบข้างดูจะช้าลงไปชั่วขณะ  เธอรู้สึกได้ว่ามือของเธอเปื้อนเหงื่อไปหมด รวมทั้งความชาที่เข้าครอบครองร่างของเธอ ต้องยอมรับว่าตอนนี้ ใจเธอได้ตกไปที่ตาตุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นโชคดีที่อีกคนสามารถหยุดรถเอาไว้ได้โดยไม่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง

เมื่อรถหยุดนิ่งกับที่ เธอก็มองซ้ายมองขวาดูสภาพรอบๆ พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นคนในชุดดำคนหนึ่ง ชุดดำที่ปิดคลุมทั้งตัวนั้นทำให้ไม่สามารถบ่งบอกเพศได้ว่าเป็นหญิงหรือชาย แต่ที่บ่งบอกได้แน่ๆ ในความคิดเธอก็คือ ไม่ใช่เรื่องดีแน่

เอาไงดีวะ ถ้าเป็นคนไม่ดีจริง นั่งอยู่ในรถแบบนี้ก็รอความตาย แต่ถ้าออกไปแล้วสู้ไม่ได้ก็อาจจะตายอยู่ดี เธอที่ยังคงคิดไม่ตกก็หันหน้าไปมองยงซอนที่ยังคงนั่งนิ่งไม่ขยับเขยื้อนไปไหน

“คุณเจ็บตรงไหนรึเปล่า” เสียงที่เธอถามออกไปเหมือนเรียกสติของอีกคนให้กลับมา ปากที่เคยเปิดกว้างในตอนแรกของอีกคนค่อยๆ หุบลง จากนั้นยงซอนก็หันมาทางเธอ กระพริบตาสองสามทีแล้วส่ายหัวตอบกลับมา

“ไม่ ฉันไม่เป็นไร” ยงซอนเว้นช่วงหอบหายใจเล็กน้อยแล้วถามเธอกลับ “แล้วคุณล่ะ ไม่เป็นไรใช่ไหม”

“ตอนนี้น่ะ ไม่เป็นไร” เธอตอบกลับแล้วเบนหน้าไปมองคนชุดดำแล้วพูดออกมา “แต่ต่อไปน่ะ ไม่แน่”

“นั่นใครน่ะ คุณรู้จักหรอ”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่รู้คือไม่น่าใช่มิตรเราแน่ๆ” หลังพูดจบเธอก็ได้ยินเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่มาจากอีกคน

“ละ… แล้วรถดำคันนั้นล่ะ” ยงซอนพูดพร้อมกับเอามือมาจับแขนขวาของเธออย่างกลัวๆ

ถึงแม้เธอก็กลัวกับสถานการณ์นี้ไม่ต่างจากอีกคน แต่ก็พอจะรู้เรื่องราวอะไรได้มากกว่าจึงทำใจกล้าจับมือของอีกคนแล้วพูดปลอบไป

“ดวงเรายังไม่ถึงฆาตหรอก เราต้องรอด” พูดแล้วก็ทำตามุ่งมั่นพร้อมพยักหน้าเพิ่มความมั่นใจให้อีกคน ก่อนจะตอบคำถามที่ยงซอนถามเมื่อสักครู่ “พอรู้ตัวอีกทีฉันก็ไม่เห็นรถคันนั้นแล้วเหมือนกัน คุณล่ะเห็นไหม ลองดูดีๆ”

เธอมองยงซอนที่ตอนนี้กำลังเพ่งหารถสีดำที่หายไปอย่างเคร่งเครียด ก่อนเจ้าตัวจะพูดโพล่งออกมาเสียงดัง “เห็นแล้ว! ตรงนั้นไง หลังพุ่มไม้นั้นน่ะ” ยงซอนชี้ไปยังตำแหน่งใกล้เคียงกับที่คนชุดดำยืนอยู่

“แล้วคุณเห็นทะเบียนรถไหม” เธอถามกลับออกไป

“ไม่เห็นอะ พุ่มไม้บังอยู่”

“แล้วคุณเห็นคนในรถไหม”

“โห ฟิล์มมืดขนาดนั้นฉันจะไปเห็นได้ไง”

“ลองดูดีๆ ลองดู คุณเห็นไหม”

ยงซอนลองเพ่งดูอีกครั้ง แต่แล้วก็ตอบคำเดิมกลับมา “ฉันไม่เห็นจริงๆ” โอเค คิดสิคิด มุนบยอลคิด เธอได้แต่สั่งตัวเองอยู่ในหัวก่อนจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้

“ฉันว่ายังไงเราก็คงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากออกจากรถนี่ล่ะนะ” มุนบยอลหันไปบอกยงซอน ไม่รอให้อีกคนพูดอะไร เธอก็พูดต่อขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “เดี๋ยวฉันจะออกไปแล้วเดินอ้อมไปหาคุณ จากนั้นคุณก็ค่อยๆ ลงมา แล้วเราก็เดินออกไปแบบปกติ แต่ถ้าฉันเดินออกไป แล้วคุณเห็นว่าคนชุดดำนั่นเคลื่อนไหว หรือรถดำนั่นขยับล่ะก็ คุณก็รีบเปิดประตูออกมาแล้ววิ่งเลย เข้าใจไหม”

หลังจากพูดจบ เธอก็หายใจเอาอากาศเข้าปอดไปเฮือกใหญ่ก่อนจะเปิดประตูรถแล้วเดินออกไปช้าๆ เท้าที่สั่นเกร็งของเธอเดินอ้อมไปทางยงซอนอย่างที่ได้ตกลงกันไว้ เธอไปถึงหน้าประตูคนขับอย่างปลอดภัย จากนั้นก็เปิดประตูให้ยงซอนออกมา เธอจับมือของยงซอนที่ชื้นเหงื่อเอาไว้แน่น ทุกอย่างดูปกติดีจนกระทั่งเธอเหลือบไปมองตำแหน่งที่คนชุดดำเคยอยู่ ไม่มีแล้ว คนชุดดำหายไป เธอรีบกระชับมือยงซอนให้แน่นกว่าเดิมแล้วเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้น และไม่นานเธอก็ได้ยินเสียงเหมือนรถแล่นมาอย่างเร็ว

“วิ่ง!” เธอตะโกนบอกแล้วก็วิ่งสุดตัวโดยมียงซอนที่จับมือเธออยู่วิ่งตามมาติดๆ

วิ่งมาได้ไม่นานยงซอนจากที่เคยวิ่งตามหลังก็แซงหน้าเธอไปเรียบร้อย ด้วยแรงฉุดที่มือของอีกคน และความเร็วในการวิ่งที่ต่อให้เธอจะวิ่งเร็วที่สุดในชีวิตยังไงก็ตามไม่ทัน เธอที่พยายามฝืนวิ่งให้เร็วกว่าที่ร่างกายจะรับได้ก็สะดุดล้มลงไปกองกับพื้น ด้วยแรงทิ้งตัวของเธอ ทำให้คนที่วิ่งนำหน้าเซเล็กน้อยแล้วหันหลังกลับมามองเธอ เธอสะบัดมือของยงซอนออกก่อนบอกให้อีกคนหนี

“หนี! หนีไป! พวกนั้นตามล่าคุณอยู่ ไม่ใช่ฉัน คุณหนีไป!”

ยงซอนทำท่าพะว้าพะวังอยู่พักหนึ่งก่อนจะยอมวิ่งหนีออกไป เมื่อเธอเห็นยงซอนวิ่งออกไปแล้วก็หันหน้ามาทางรถสีดำคันนั้น ทำอะไรสักอย่างสิ มุนบยอล! เธอคิดก่อนจะตัดสินใจลองพยายามหยุดรถคันนั้นดูถึงแม้จะรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองคงทำไม่ได้ เธอจ้องไปที่รถสีดำที่วิ่งมาด้วยความเร็วคันนั้นแล้วคิดในใจ หยุด! หยุด! แต่รถก็ไม่ยอมหยุดอย่างใจนึก เธอพยายามเพิ่งสมาธิเข้าไปอีก หยุดสิ! ฉันขอร้อง หยุด! แต่แล้วเธอก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างฉับพลันพร้อมกับเสียงๆ หนึ่งที่ดังกึกก้องในหัว เสียงที่เธอเคยได้ยินตอนเด็ก... เสียงของผู้ที่เธอทำสัญญาด้วย

“ยอมรับข้าสิมุนบยอล ปลดปล่อยข้า ข้าจะช่วยเจ้าเอง ยอมรับข้าสิ”

     ระหว่างที่เสียงและอาการปวดหัวยังคงตรึงอยู่ในหัวเธอนั้น เธอก็เห็นรถสีดำคันนั้นแล่นผ่านเธอไปชนเข้ากับยงซอนอย่างจัง รถคันนั้นไม่มีท่าทีจะหยุดแต่อย่างใด กลับเหยียบทับร่างนั้นแล้วแล่นจากไปอย่างรวดเร็ว


--------------------------------------------------------------------------------------------------
มีอะไรติชมคอมเม้นกันมาได้เลยนะคะ
อ่านทุกคอมเม้นนะคะ เพียงแต่อาจจะไม่ตอบ 55555555
กะจะลงทีละสองตอนเลย ถ้าไม่ติดขัดอะไร เพราะเดี๋ยวจะไม่ว่างแล้ว
จะไม่ว่างเป็นช่วงๆ แต่รับประกันว่าจบแน่ค่ะเรื่องนี้ :)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #17 fumake (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 21:13
    เอ้ยยยยยย ไม่นะะะะะะะ เจ๊ยงซอนนนนนนนน
    ไรท์สู้ๆนะคะ รีดรออ่านอยู่อย่างจดจ่อ5555+
    #17
    0
  2. #16 ORM3style (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 12:44
    ถึงจะสัญญาอะไรกับใครไว้ก็เถอะ แต่ช่วยเจ๊ก่อนนะพี่บยอลนะ~
    #16
    0
  3. #15 wyve (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 12:08
    โหววว ลุ้นอย่างค้าง นี่จำไม่ได้ว่ามุนบยอลทำสัญญากับตัวอะไรไว้
    แต่เป็นแม่มดใช่มะ สงสัยว่านี่ไม่ใช่โลกปกติใช่มะ ตื่นเต้นค่ด
    ความจำปลาทอง ดีต่อใจอ่านวนไปแล้วไม่เบื่อเลยฮ้ะ รอมาอัพ อย่าจดจ่อ
    #15
    1