(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 7 : ราชาแมว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    24 ม.ค. 60

บทที่ 7 ราชาแมว


THU 19/05/2016 (2:00 PM)

เธอเดินออกนอกห้องของยงซอนไปเงียบๆ มุ่งหน้าไปทางอีกฝั่งหนึ่งของโถงทางเดิน ซึ่งจำได้จากป้ายบอกทางที่เห็นเมื่อคืนว่าเป็นทางไปยังห้องหมายเลข 1002 ระหว่างที่เดินก็มีฮวีอินที่ดูจะดี๊ด๊าอารมณ์ดีซะเหลือเกินคอยเดินล้อมหน้าล้อมหลังเธออยู่ สร้างความรำคาญให้เธอได้ไม่น้อย เธอจึงพูดบอกอีกคนออกไป

“นี่ เจ้าหมา ฉันไม่ใช่เจ้าของเธอสักหน่อย ไม่ต้องดี๊ด๊าขนาดนี้ก็ได้มั้ง”

“นี่ๆ เธออายุเท่าไหร่น่ะ” ฮวีอินหยุดเดินล้อมหน้าล้อมหลังเธอไปมาแล้วหันมาเดินอยู่ข้างๆ เธอเอ่ยปากถามขึ้นอย่างตีซี้

“ถ้าฉันบอกเธอแล้วฉันจะได้อะไร”

“โหหหห ถามอายุแค่นี้ก็ทำเป็นเล่นตัว” ฮวีอินทำหน้างอนๆ แต่แล้วก็พูดต่อ “แล้วเธออยากได้อะไรล่ะ”

นั่นสิ ฉันจะเอาอะไรจากเจ้าหมานี่ดี แต่แล้วก็นึกถึงเรื่องความฝันเมื่อคืนขึ้นมาได้ก่อนจะตัดสินใจบอกสิ่งที่ตนต้องการออกมา “ฉันอยากนอนกับยงซอนอีก เธอช่วยฉันได้ไหมล่ะ”

“ห๊ะ!! เมื่อคืนนี้เธอกับพี่ยงซอน… เอาจริงดิ” ฮวีอินทำเสียงไม่อยากจะเชื่อถามออกมาพร้อมส่งตาโตมาให้

เธอมองหน้าฮวีอินแล้วก็นึกขำในใจ คิดไปถึงไหนแล้วเนี่ย “ฉันหมายถึงนอนข้างๆ อะ นอนเตียงเดียวกัน นอนกอดอะไรแบบเนี่ย”

“เอ่อ... ก็ไม่ต่างกันจากที่ฉันคิดเท่าไหร่” ฮวีอินส่งหน้าเหยเกมาพร้อมคำตอบนั้น ก่อนจะถามต่อ “อยากจีบพี่ยงซอนว่างั้น”

“อืม...” เธอนิ่งคิดพักหนึ่งก็ถามออกมา “ถ้าฉันไม่จีบจะมีโอกาสได้นอนกับยงซอนอีกไหม”

“ไม่มีทาง” ฮวีอินพูดสวนมาทันควันก่อนจะพูดต่อ “ที่ฉันเห็นเธอตอนเช้านี่ก็แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง พี่ยงซอนไม่มีทางให้คนไม่รู้จักมาถูกเนื้อต้องตัวง่ายๆ หรอก”

“งั้นโอเค ฉันจะจีบยงซอน แล้วเธอจะยอมช่วยไหมล่ะ”

“อืม... เธอก็ดูไม่มีพิษมีภัยอะไร ฉันจะยอมช่วยก็ได้” ฮวีอินมองพิจารณาเธอเพียงครู่แล้วพูดออกมา

เดินไปคุยไปมาตลอดทาง เธอกับฮวีอินก็เดินมาถึงห้องหมายเลข 1002 เธอหยุดเดินรอฮวีอินที่กำลังหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาปลดล็อกประตู เมื่อเสียงสัญญาณดังว่าประตูปลดล็อกเรียบร้อย ฮวีอินก็กดมือจับแล้วเอาไหล่ดันประตูให้เปิดออก พร้อมทั้งหลบทางให้เธอเดินผ่านประตูนั้นไปก่อนถามขึ้น

“แล้วตกลงเธออายุเท่าไหร่”

“ฉันเกิดปี 92 อายุ 24 ชื่อมุนบยอลอี พอใจยัง” เธอตอบกลับไปแบบกวนๆ แต่อีกคนกลับยิ้มตาหยีแล้วปรบมือขึ้นมาฉาดใหญ่ก่อนจะทักทายพร้อมแนะนำตัวเองเสร็จสรรพ

“ว่าแล้วว่าพี่ต้องอายุมากกว่า! สวัสดีพี่บยอลอี หนูจองฮวีอิน เกิดปี 95 อายุ 21 ค่ะ”

เธอมองฮวีอินที่แนะนำตัวเสร็จแต่ยังยิ้มแป้นอยู่ที่เดิมด้วยความสงสัยในหัวว่า มันมีคนที่ใช้ชีวิตได้ไร้กังวลขนาดนี้ในโลกด้วยรึนี่ ก่อนที่ฮวีอินจะพูดขึ้นมา

“รอแป๊ปนะ เดี๋ยวหนูไปหาชุดมาให้”

ฮวีอินเดินเข้าอีกห้องห้องนึงไปที่เธอคิดว่าคงจะเป็นห้องนอนของฮวีอินนั่นแหละ ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมชุดเสื้อฮู้ตสีเทาตัวโคร่งกับกางเกงยีนในมือ

“อะ พี่น่าจะใส่ได้นะ แล้วนู่นห้องน้ำ เชิญพี่ตามสบาย” ฮวีอินชี้ห้องน้ำที่อยู่ทางด้านซ้ายของห้องพร้อมเดินมายื่นชุดในมือให้กับเธอ เมื่อเธอรับชุดนั้นมาฮวีอินก็เดินไปนั่งที่โซฟาตัวใหญ่กลางห้องแล้วพูดขึ้น “เดี๋ยวฉันนั่งรอพี่ตรงนี้แหละ”


เธอเข้าไปอาบน้ำภายในห้องน้ำสัก 10 นาทีก็เดินออกมาพร้อมกับชุดที่ฮวีอินหยิบยื่นมาให้เมื่อสักครู่ ถึงแม้กางเกงมันอาจจะสั้นเต่อไปหน่อยด้วยความสูงที่แตกต่างกันระหว่างเธอกับฮวีอิน แต่ก็ถือว่าพอใส่ได้ ไม่ได้น่าเกลียดอะไรมากมาย จากนั้นก็เดินไปหาฮวีอินที่นั่งอยู่บนโซฟา เดินก้าวไปได้เพียงสองสามก้าว คนที่นั่งบนโซฟาก็หันหน้ามาหาซะก่อน

“ป๊ะ” ฮวีอินทำท่าจะลุกเดินมาหาเธอ แต่เธอพูดหยุดอีกคนไว้ก่อน

“เดี๋ยวฮวีอิน นั่งก่อน ฉันมีเรื่องจะถามเธอหน่อย” เธอเห็นฮวีอินทำหน้างงๆ แต่ก็ยอมนั่งลงไปที่ตำแหน่งเดิมของโซฟาตัวนั้น

เธอเดินมานั่งที่เก้าอี้อีกตัวหนึ่งที่ตั้งอยู่ข้างโซฟาที่ฮวีอินนั่งอยู่แล้วเอ่ยปากถามขึ้น “เธอรู้จักยงซอนมานานรึยัง”

“ก็… สักสี่ห้าปีได้แล้ว” ฮวีอินทำหน้าคิดสักพักก่อนจะตอบออกมา

“เธอเป็นเพื่อนยงซอนใช่ไหม”

“ก็ประมาณนั้น แต่ถ้านับตามอายุก็น่าจะเรียกว่าเป็นน้องจะดีกว่า”

“เธอจะไม่ทำร้ายยงซอนใช่ไหม” เธอถามพร้อมด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับจ้องไปที่ตาของอีกคน

“จะบ้าเหรอ ทำไมฉันต้องทำร้ายพี่ยงซอนด้วย” ฮวีอินรีบตอบออกมาทันควัน

“นี่เธอไม่รู้ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่”

“รู้อะไร” ฮวีอินทำหน้างงส่งกลับมา ส่วนเธอก็ได้แต่จ้องฮวีอินงงๆ ด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่อ

“เธอรู้จัก ราชาแมว ไหม” เธอถามลองเชิงออกไป

“รู้จักสิ แม่เคยเล่าให้ฟัง แต่ก็ยังไม่เคยเจอตัวจริงอะนะ”

“เห… แล้วแม่เล่าว่ายังไงบ้าง เล่าให้ฉันฟังบ้างสิ”

“พี่เป็นแม่มด ไม่เคยได้ยินเรื่องราชาแมวหรอ” ฮวีอินส่งหน้างงมาให้พร้อมคำถาม

“ก็เคยได้ยิน แต่อยากรู้ว่าที่เรารู้มันจะตรงกันไหม”

ฮวีอินทำหน้าเออออก่อนจะเล่าเรื่องที่ตนรู้ออกมา “ก็แม่เคยบอกว่า ราชาแมวก็เป็นปิศาจแมวที่น่ากลัวมากๆ มีประสาทไวกว่าปิศาจแมวทั่วไป กำลังก็แข็งแรงกว่าแมวทั่วไปอีก แต่ไม่รู้ที่มาที่ไป บางคนที่ดูเป็นมนุษย์ธรรมดา อยู่ดีๆ อีกวันก็เป็นราชาแมวได้อย่างไม่มีเหตุผล”

รู้เยอะเหมือนกันนี่ แต่เหมือนขาดอะไรไปนะ คิดได้เช่นนั้นก็ถามอีกคนออกไป “แค่นั้นหรอ”

“ยังมีอีกหรอ” ฮวีอินทำหน้าสงสัยส่งกลับมา

“แล้วถ้าเธอบังเอิญเจอราชาแมวเข้า เธอจะเข้าไปฆ่าไหม” เธอไม่สนใจความสงสัยของฮวีอินแต่ถามคำถามกลับไป

“จะบ้าเหรอ เข้าไปฆ่าหรือเข้าไปถูกฆ่ากันแน่ อีกอย่างเขาก็อยู่ส่วนเขา หนูก็อยู่ส่วนหนู ไม่เกี่ยวกันหนิ” ฮวีอินพูดออกมาอย่างใสซื่อ

ถ้าทุกคนคิดได้แบบเธอก็คงจะดี

“งั้นไปกันเถอะ ป๊ะ” เธอพูดแล้วลุกขึ้นเดินไปทางประตู สายตาก็เหลือบเห็นฮวีอินที่ลุกขึ้นเดินตามมา


“ว่าแต่อยู่ดีๆ พี่ถามเรื่องราชาแมวทำไมอะ” ฮวีอินถามขึ้นมาระหว่างทางที่พวกเธอกำลังเดินไปห้องยงซอน

“ถ้าฉันบอกว่ายงซอนเป็นราชาแมวล่ะ” เธอยกคิ้วเล็กน้อยแล้วตอบออกไป

“บ… บ้าน่า” ฮวีอินหยุดเดินช้าลงเหมือนคิดอะไรกับตัวเองแล้วพูดตะกุกตะกักออกมา

หลังจากนั้นก็ไม่มีบทสนทนาใดๆ ระหว่างเธอกับฮวีอินอีก เธอที่เดินมาจนหยุดกดกริ่งหน้าห้องของยงซอนก็หันหลังกลับไปเห็นฮวีอินที่ก้มหน้าทำท่าครุ่นคิดเดินตามมาช้าๆ

ไม่นานนักประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยพี่ผู้จัดการ เธอตั้งใจจะเดินเข้าไปในห้อง แต่ร่างอวบนั้นดันยืนบังประตูอยู่ก่อนถามขึ้น “ฮวีอินล่ะ”

เธอเบนตัวไปทางขวาเล็กน้อย หันหน้าไปมองทางด้านหลังแล้วชี้มือไปยังตำแหน่งที่ฮวีอินอยู่

“เอ้าฮวีอิน! ทำอะไรอยู่ รีบๆ เดินมาสิ” สิ้นเสียงของผู้จัดการ ฮวีอินก็เงยหน้ามองตรงขึ้นมาแล้วก็เปลี่ยนความเร็วในการเดินให้เป็นปกติ ก่อนที่ฮวีอินจะแทรกตัวเข้าไปในห้อง ตามด้วยเธอที่เดินเข้าไป

เธอเดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้โซฟาที่ว่างอยู่ตัวหนึ่งในห้องนั่งเล่น ที่มียงซอนนั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอยิ้มให้กับยงซอนที่มองมาทางเธอ แต่เจ้าหล่อนทำเพียงผงกหัวรับรู้เล็กน้อยแล้วเบนหน้าไปมองผู้จัดการตัวเองที่กำลังเดินมาทางตน

“นี่พี่ยงซอน พี่แอบเลี้ยงแมวใช่ไหม” อยู่ดีๆ ฮวีอินที่เดินมานั่งยังโซฟาเรียบร้อยแล้วก็พูดโพล่งออกมา

“บอกว่าไม่ได้เลี้ยงก็ไม่ได้เลี้ยงไง ฮวีอินเธอเป็นอะไร ถามฉันเป็นสิบๆ รอบแล้วนะ ไอ้เรื่องแมวเนี่ย” ยงซอนตอบออกไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดๆ

ฮวีอินรีบหันขวับมามองหน้าเธอพร้อมทำท่าเหมือนหมาหูลู่หางตกไม่มีผิด จริงๆ ก็แอบกลัวราชาแมวใช่ไหมล่ะ เธอคิดขำในใจแล้วก็อดไม่ได้ที่จะขยับตัวไปลูบหัวฮวีอินที่นั่งข้างๆ

“พวกเธอไปสนิทกันตอนไหนเนี่ย” ยงซอนถามออกมา

เธอหยุดลูบหัวฮวีอินแล้วตอบคำถามยงซอนออกไปอย่างไม่ใส่ใจ “ก็ไม่ได้สนิทอะไรกันมาก เพิ่งรู้จักกันวันนี้เนี่ยแหละ”

ยงซอนขมวดคิ้วทำท่าสงสัย ก่อนที่จะหันไปมองทางผู้จัดการที่ส่งเสียงพูดขึ้นเมื่อมานั่งบนเก้าอี้เรียบร้อยแล้ว “ยงซอน เธอจะไปเที่ยวนิดๆ หน่อยๆ พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอกนะ แต่พี่ขอเธอแล้วใช่ไหม ว่าอย่าเมา แล้วนี่เมื่อคืนเธอแบกใครกลับมาด้วย” พี่ผู้จัดการคนนั้นชี้มาที่เธอขณะที่พูดประโยคสุดท้ายออกมา

“เอ่อ ฉัน...” ยงซอนทำท่าเหมือนใช้ความคิด

“ฉันชื่อมุนบยอลอี แล้วก็ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องพูดว่าฉันนี่แหละแบกคุณยงซอนกลับมา ไม่ใช่คุณยงซอนแบกฉันกลับมา” ไม่รอให้ยงซอนตอบคำถามเธอก็พูดแทรกขึ้นมา เธอคิดว่าให้เธอเป็นคนตอบเองซะจะดีกว่า เพราะยงซอนก็คงจำอะไรไม่ได้หรอก ก็เจ้าตัวเอาแต่หลับ จะไปจำอะไรได้กันล่ะ

“เกิดอะไรขึ้น ทำไมคุณต้องแบกฉันกลับมา แล้วคุณซานดึลล่ะ คุณซานดึลไปไหน?”

“ก็ฉันเดินเข้าไปทักคุณ พูดได้ไม่ถึงสิบคำ อยู่ดีๆ คุณก็เมาหลับเอาหัวมาโขกเฉยเลย ฉันก็เลยช่วยแบกคุณกลับมานี่ไง ส่วนซานดึลก็… ก็เป็นคนขับรถมาอะนะ แต่ก็ขับมาส่งแค่หน้าตึกนั่นแหละ ส่วนฉันแบกคุณขึ้นห้องมา หลังแทบหักเนี่ย” เธอพูดความจริงออกไปพร้อมท่าทางสำออยปวดหลังอย่างอ้อนๆ

“คุณรู้จักซานดึลด้วยหรอ” ยงซอนไม่ได้พูดขอบคุณอะไรแต่กลับถามเรื่องซานดึลออกมา

“ก็นิดหน่อย” เธอตอบปัดๆ ออกไปแต่ก็แอบเคืองน้อยๆ ที่อีกคนเอาแต่ถามเรื่องซานดึลไม่หยุดปาก

“เอาล่ะ ในฐานะผู้จัดการ ฉันต้องขอขอบคุณคุณด้วยที่พายงซอนมาส่ง แต่ฉันก็ขอถามอะไรคุณหน่อยเพื่อความมั่นใจ”

เธอพยักหน้าเป็นเชิงตกลง จากนั้นผู้จัดการคนนั้นก็พูดเรื่องที่ตนต้องการรู้ออกมา “เมื่อไม่กี่วันมานี่ เห็นยงซอนบอกว่าเหมือนมีคนคอยตามเธออยู่ตลอดเวลา หวังว่าคนๆ นั้นจะไม่ใช่คุณใช่ไหม คุณบยอลอี”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น