(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 6 : ข้อสุดท้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 429
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    23 ม.ค. 60

บทที่ 6 ข้อสุดท้าย


หลังจากซานดึลหนีเธอในวัยเด็กไปวันนั้น เธอก็ไม่เจอเขาอีกเลยจนกระทั่งวันนี้ เธอนิ่งคิดเพียงครู่ว่าจะบอกความจริงเขาไปดีไหม แต่แล้วก็ไม่รู้ด้วยความอยากท้าทายหรืออะไรดลใจให้เธอพูดออกไป

“ฉันนี่แหละ มุนบยอลอี” พูดจบก็ไม่รอฟังคำใดๆ จากอีกฝ่าย เธอเดินเข้าตึกไปก็สามารถเห็นลิฟต์ที่ตนจำเป็นจะต้องใช้ได้ทันที เธอเดินตรงไปที่ลิฟต์นั้นก่อนจะกดสัญลักษณ์ลูกศรชี้ขึ้นเพื่อเรียกลิฟต์ขึ้นไปยังชั้นบน

ไม่นานก็มีเสียงปิ๊ปพร้อมกับประตูลิฟต์ที่เปิดออก เธอไม่รอช้าเดินเข้าไปในลิฟต์ที่ว่างเปล่านั้นพร้อมกดหมายเลขชั้นที่ต้องการ ถึงแม้ท่าทางที่ทั้งต้องแบกยงซอนไว้ด้านหลังด้วย ต้องกดลิฟต์เองด้วยมันจะทุลักทุเลไปหน่อย แต่ก็ถือว่าสามารถผ่านมาด้วยดี

ติ๊งดิง

เสียงดังขึ้นพร้อมลิฟต์ที่หยุดลงและประตูที่ค่อยๆ เปิดออก เมื่อเธอหันไปมองตัวเลขก็พบว่าเป็นชั้นที่ตัวเองต้องการลง เธอนึกขอบคุณในใจที่ระหว่างทางไม่มีใครดันมากดลิฟต์ขึ้นตอนนี้ให้ต้องแวะชั้นอื่นให้เสียเวลา เธอรีบเดินออกจากลิฟต์แล้วมองหาห้องที่ตัวเองต้องการทันที ซึ่งก็ไม่ยากนัก เพราะเมื่อเดินออกมาก็เห็นป้ายชี้ทางไปห้องเป้าหมายทันที โดยทั้งชั้นมีเพียงแค่สองห้อง ห้อง 1001 ไปทางซ้าย และห้อง 1002 ไปทางขวา เห็นเช่นนั้นก็มุ่งหน้าไปทางซ้ายทันที เธอยกกระชับตัวยงซอนที่ใกล้ตกอยู่ด้านหลังให้กลับมาแน่นขึ้นก่อนจะแอบบ่นอุบออกมา

“ฮึบ โอ้ย~  หนักเหมือนกันแฮะ”

และเมื่อเดินมาสุดทางเดินก็พบห้องที่ต้องการ “คีย์การ์ดๆ” พูดกับตัวเองเบาๆ พร้อมค่อยๆ เอี้ยวตัวมาทางด้านขวา พยายามเอานิ้วไปหนีบคีย์การ์ดของอีกคนที่เธอเอามาใส่กระเป๋ากางเกงเตรียมเอาไว้ เมื่อหนีบคีย์การ์ดนั้นขึ้นมาได้ก็พยายามยกตัวจะเอาคีย์การ์ดแตะที่บริเวรมือจับเพื่อปลดล็อคประตู

ปีป~

สำเร็จ เธอรีบกดมือจับนั้นลงทันทีก่อนที่ประตูจะล็อคอีกรอบ และในที่สุดเธอก็สามารถเข้ามาในห้องได้สำเร็จ เธอยันประตูไว้ด้วยขาข้างหนึ่งเพื่อให้แสงจากทางเดินช่วยส่องเข้ามาภายในห้อง จากนั้นก็มองไปที่ข้างๆ ประตูที่เพิ่งเปิดเข้ามา ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เธอคิดว่าสวิตช์ไฟน่าจะอยู่ตรงนั้น แล้วมันก็อยู่ตรงนั้นจริงๆ แต่มันก็สูงเกินไปที่มือของเธอจะเอื้อมถึง เอาไงดีวะ คิดไปคิดมาก่อนจะตัดสินจ้องไปที่สวิตช์ไฟอันนั้น เปิดสิ เปิด! เป็นไปดังความคิดสวิตช์ไฟสับขึ้นพร้อมทั้งมีเสียงแต๊กดังออกมา จากนั้นไม่นานไฟกลางห้องก็ติดสว่างขึ้นทันที แต่อุปสรรค์ก็ยังไม่หมด เมื่อห้องที่เธอเข้ามาเป็นเพียงห้องนั่งเล่นเท่านั้น เธอมองไปทางด้านขวาก็เจอกับประตูบานหนึ่งซึ่งคิดว่าคงเป็นห้องนอนแน่ๆ เธอจึงเดินเข้าไปและเพียรพยายามเปิดประตูบานนั้น

ห้องนอน โชคดีจริงๆ ที่เธอเดาได้ถูก ด้วยแสงจากห้องนั่งเล่นทำให้เธอเห็นเตียงที่ตั้งอยู่ได้ชัดเจน เธอรีบเดินไปที่เตียงก่อนจะทิ้งตัวของคนด้านหลังลงพร้อมทั้งก้มหน้าทิ้งตัวเองลงบนเตียงข้างๆ ร่างนั้น

เหนื่อย เหนื่อยมาก เธอรู้สึกว่าวันนี้เป็นหนึ่งในวันที่เหนื่อยที่สุดในที่ชีวิตเลยก็ว่าได้ ด้วยการที่แบกอีกคนมาทำให้เธอเสียพลังไปมา แถมยังดื่มเข้าไปอีกซึ่งแม้จะไม่ถึงกับเมาก็ทำให้เธอเริ่มมึนๆ ได้ บวกเข้ากับเตียงที่เธอทิ้งตัวอยู่ตอนนี้มันช่างนุ่มเหลือเกิน พักสายตาแป๊ปนึง คงไม่เป็นไรมั้ง…


“ว่าไง เจ้าชื่ออะไร เจ้าคงไม่ใช่ว่าอยู่ในป่าโดดเดี่ยวเดียวดายไร้เพื่อนไร้ชื่อหรอกนะ” เสียงเล็กๆ ของฮวีอินมาหยุดความคิดของเธอเอาไว้ ก่อนที่เธอจะเอ่ยตอบออกไป

“ฮเยจิน ชื่อของข้า อันฮเยจิน”

ฮวีอินพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วถามหาเงื่อนไขข้อสุดท้าย “บอกเงื่อนไขข้อสุดท้ายของเจ้ามาสิ”

“ข้อสุดท้าย ข้าอยากรู้ว่าเจ้าเข้ามาในป่านี้ทำไม”

“ข้าบอกไปแล้วเจ้าจะตกใจ” ฮวีอินพูดพร้อมเชิดหน้าขึ้นอย่างวางมาด

“เห… ไหนลองทำให้ข้าตกใจซิ”

“ได้ยินว่าในป่านี้มียักษ์ที่คอยเข่นฆ่าผู้คน ข้านี่แหละ จะเป็นคนฆ่ายักษ์ตนนั้นเอง” ฮวีอินพูดแล้วก็ทุบอกเล็กๆ นั่นอย่างภาคภูมิ

อ่า จะมาฆ่าเรานี่เอง

“เจ้ามั่นใจรึไง ว่าจะล้มยักษ์ได้” เธอย่นคิ้วถามลองเชิงออกไป

“ครอบครัวข้าเป็นครอบครัวแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ และข้ามั่นใจว่าเมื่อข้าอายุครบ 18 ข้าจะต้องได้พลังนั้นมาอย่างแน่นอน เมื่อนั้น ข้านี่แหละจะเป็นผู้ล้มยักษ์ตนนั้นเอง” เด็กนี่มันน่าสนใจจริงๆ ได้... ข้าจะรอดูวันที่เจ้าอายุครบ 18 เจ้าหนู

“แต่ตอนนี้เจ้าก็ยังอายุแค่…” เธอเว้นช่วงพยายามมองพิจารณาอายุของอีกคน

“ข้าอายุ 8 ขวบแล้ว อีกแค่ 10 ปีเท่านั้นที่ข้าจะได้พลังมา” ฮวีอินพยักหน้าพร้อมชูหมัดกำมือแน่นอย่างมั่นใจตอบเธอกลับมา

“แล้วเจ้าจะรีบมาทำไม อายุแค่ 8 ขวบ พลังอะไรก็ไม่มี จะไปสู้ยักษ์ได้เหรอ” เธอถามกลับด้วยสงสัยว่าอีกคนจะเข้ามาทำไมในเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่าตัวเองยังไม่มีพลังพอจะสู้กับยักษ์ได้

“หึ ข้าก็เข้ามาสำรวจป่านี่ไง เมื่อถึงเวลาจริงจะได้รู้ทางหนีทีไล่” ฮวีอินก่อนที่จะหยุดไปเพียงชั่วอึดใจเหมือนนึกอะไรขึ้นได้แล้วพูดต่อ “ม... ไม่ใช่ข้าคิดว่าจะแพ้แล้ววิ่งหนียักษ์นั่นหรอกนะ เพียงแค่อาจารย์ข้าเคยสอนไว้ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” ต่างหาก” พูดจบก็พยักหน้าส่งสายตามั่นใจมาให้

ก็ยังไม่ได้ว่าอะไร แหมทำเป็นร้อนตัว

“ไป ตามข้ามา ข้าตกลงจะช่วยเจ้าออกจากป่านี้” เธอพูดแล้วเดินไปยังทางออกของป่าที่มีเพียงทางเดียวเพราะป่านี้โดนล้อมรอบด้วยภูเขาสูง มีเพียงทางราบทางเดียวเท่านั้นที่จะสามารถออกจากป่านี้ได้ ระหว่างที่เดินเธอก็ไม่ลืมที่จะเหลือบมองเจ้าตัวเล็กเป็นระยะๆ ว่าตามมารึเปล่า

เดินมาได้สักพักเธอก็หยุดเท้าลงแล้วหันไปบอกกับฮวีอิน “เจ้าเดินตรงไปข้างหน้าเนี่ยแหละ แค่ไม่ถึงสิบก้าวก็น่าจะเจอทางออกที่เจ้าตามหา” เธอชี้ไปยังทิศทางข้างหน้าตามที่ตัวเองบอก จากนั้นก็เห็นฮวีอินเดินตรงดิ่งไปทางนั้นทันที

“เจ้าอย่าลืมที่ตกลงกับข้าล่ะ อีฮวีอิน” เธอพูดเตือนความจำฮวีอินขึ้นมาอีกครั้ง

ฮวีอินหยุดเดิน หันหน้ามามองเธอ แล้วพูดออกมา “ข้า อีฮวีอิน ไม่เคยผิดคำพูดกับใคร” ฮวีอินนิ่งเงียบไปพักนึงเหมือนคิดอะไรอยู่แล้วเอียงคอส่งเสียงถามกลับมา “แต่ถ้าข้ามาแล้วไม่เจอเจ้าล่ะ ข้าจะรู้ได้ยังไงว่าต้องไปหาเจ้าที่ไหน”

“เจ้ามาเถอะ ขอแค่เจ้าก้าวเท้าเข้ามาในป่า ข้าจะรอเจ้าอยู่ตรงนี้”

“เจ้านี่พูดอะไรงงงวยพิลึกคน” ฮวีอินส่ายหัวออกมาก่อนจะพูดต่อ “เอาเป็นว่าข้าต้องมาหาเจ้าตรงนี้ใช่ไหม” ฮวีอินพูดพร้อมชี้นิ้วระบุตำแหน่งที่ชัดเจน

“ใช่” เธอตอบออกมาสั้นๆ แล้วก็มองดูฮวีอินที่เดินจากไป


เธอซุกหน้าของตัวเองเข้าหาความมืดด้านหน้า พยายามจะหลบหนีจากแสงแดดที่ส่องผ่านมาทางหน้าต่างแม้จะมีผ้าม่านสีครีมขวางกั้นไว้ก็ตาม อืม นุ่มดี… และแล้วสัมผัสนุ่มนิ่มไม่คุ้นชินที่อยู่ตรงหน้าของเธอก็ทำให้เธอนึกขึ้นมาได้

เห้ย เผลอหลับไปนี่หว่า เธอลืมตาโพล่งขึ้นมาอย่างเต็มตื่นก่อนจะค่อยๆ แกะมือที่กอบกุมหัวด้านหลังของเธอออก แล้วลุกขึ้นมานั่งให้เงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ สอดส่องสายตาไปรอบๆ สักพักก็นึกทวนความจำเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นทั้งหมด แต่แล้วก็นึกถึงความฝันที่เพิ่งผ่านพ้นไป

ฉันรู้ข้อสุดท้ายแล้ว ความฝันที่ทุกทีจะหยุดอยู่แค่ชื่อปริศนานั่น แต่วันนี้เธอกลับเห็นเหตุการณ์ต่อจากนั้น เธอรู้แล้วว่าเงื่อนไขข้อสุดท้ายคืออะไร แต่… ทำไมล่ะ พลันสายตาก็ไปสบเข้ากับร่างที่ยังคงหลับนิ่งอยู่ข้างๆ

หรือเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้ คาดเดาไปก็อยากจะลองอีกครั้ง ถ้าเธอนอนอยู่ใกล้ๆ ยงซอนเธอจะฝันเห็นเหตุการณ์ต่อไปอย่างนั้นหรอ แล้วตอนจบมันจะเป็นยังไง

ลองคิดคำนวณอยู่สักพักก็ตัดสินใจนอนลงข้างๆ ยงซอนอีกรอบ ต้องกอดท่าเดิมด้วยไหมนะ เธอคิดว่าการที่นอนซุกตัวกับอีกคนในท่าเดิมตอนที่ตนตื่นมา อาจจะเป็นการจุดชนวนเรื่องราวความฝันของเธอก็เป็นได้ คิดดังนั้นก็ล้มตัวลงนอนท่าเดิมอีกครั้ง แล้วก็จับมือข้างที่เธอเพิ่งจะดันออกไปให้กลับมากุมหัวของเธอตามเดิม ยัยนี่หลับหรือตาย เธอคิดแซวในใจแต่ก็รู้ดีว่าอีกคนยังมีชีวิตอยู่เนื่องด้วยเสียงของหัวใจที่ยังคงดังตึกตักเบาๆ อยู่ใกล้หู เธอพยายามปิดตาหลับลงอีกครั้ง แต่แล้ว…

ตึ๊งดึง

ใครมากดออดตอนนี้นะ

ตึ๊งดึง

เจ้าของห้องเขาหลับอยู่ อย่ารบกวนจะได้ไหม

ตึ๊งดึง

สิ้นเสียงออดครั้งที่สาม ร่างข้างๆ ก็เริ่มขยับตัว ซวยละ เธอคิดอยู่ในใจก่อนจะเลื่อนหน้าถอยห่างออกมาแล้วแอบลอบมองขึ้นไปยังบริเวณหน้าของอีกคน เมื่อมองขึ้นไปก็พบตากลมโตที่กำลังเบิ่งกว้างจ้องมาที่เธอ แล้วยงซอนก็ดันหัวเธอออกมา ก่อนเจ้าหล่อนจะกระเด้งตัวขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมดึงผ้าห่มปิดตัวเอาไว้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังใส่เสื้อผ้าชุดเดียวกับเมื่อคืนครบไม่มีสูญหาย

หลังจากที่โดนผลักหัวออกมา เธอก็ตั้งหลักแล้วกลับมานั่งตรงนิ่งอยู่บนเตียง มองดูการกระทำของอีกคนอย่างทำอะไรไม่ถูก

“อ๊าาาาาาาาาาาาาาาา” จ้องหน้ากันได้อยู่เพียงครู่ ยงซอนก็ส่งเสียงร้องแหลมปรี๊ดออกมาจนเธอยิ่งทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่

“อ๊ากกกกกกกกกกกกก” เธอที่ไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้าเลยร้องเสียงดังแข่งกับยงซอนเข้าไปอีก

ปัง!

เสียงที่ดังขึ้นมาจากทางประตูห้องนอนเรียกความสนใจของคนตรงหน้าเธอให้หยุดร้องแล้วหันไปมองทางต้นเสียง ตัวเธอเองก็หุบปากเงียบแล้วหันไปมองตามยงซอน เป็นผู้หญิงผมสั้นร่างอวบคนหนึ่งที่เป็นคนเปิดประตู ผู้หญิงคนนั้นมองไปทางยงซอน แล้วก็หันมามองเธอสลับกันไปมาโดยไม่พูดอะไร แต่ดูจากสายตาแล้วก็คงตกใจไม่ใช่น้อย ไม่นานนักก็มีผู้หญิงอีกคนยื่นหน้าออกมาจากวงกบประตูก่อนจะเบียดตัวผ่านผู้หญิงคนแรกเข้ามาในห้อง ก่อนทำจมูกฟุดฟิดๆ เหมือนดมอะไรบางอย่างพร้อมตั้งหน้าเดินมาทางเธอ

“เห… พี่ยงซอน ไหนเมื่อคืนบอก-” หญิงคนนั้นเดินมาทางเธอได้เพียงแค่สองสามก้าวก็หยุดเดินพร้อมปากที่เงียบลง เธอมองไปที่ผู้หญิงคนนั้นที่อยู่ๆ ก็เงียบลง ตาคู่นั้นวาววับเป็นประกายเหมือนเจอสิ่งที่สนใจเข้าก่อนเจ้าตัวจะรีบวิ่งพุ่งเข้ามานั่งจ้องเธออยู่ข้างๆ แล้วพูดต่อ “ไหนบอกว่าไปเที่ยวกับพี่ซานดึลนิดเดียวไง ไหงกลับมาเป็นสภาพนี้” เจ้าหมาตัวนี้นี่

“เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น เธอมานอนที่นี่ได้ยังไง” ยงซอนที่คงเริ่มตั้งสติได้ไม่สนใจคำถามแต่กลับหันหน้ามามองเธอแล้วเบิ่งตากว้างถามออกมาอย่างเก็บความตกใจไว้ไม่มิด

ก่อนที่เธอจะคิดออกว่าควรเล่าเรื่องทั้งหมดอย่างไรดี ผู้หญิงคนแรกที่เป็นคนเปิดประตูก็พูดขึ้นมาซะก่อน “ยงซอน ไปอาบน้ำตั้งสติก่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวมาคุยกัน” จากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงงุ้งงิ้งๆ ของยนซอนตอบออกมาเบาๆ

“ค่ะ พี่ผู้จัดการ” อ่อ คนนี้น่ะหรอผู้จัดการ

“คุณก็ด้วย ไปอาบน้ำห้องฮวีอินละกัน ห้อง 1002 ข้างๆ กันนี่เอง” พี่ผู้จัดการคนนั้นหันหน้ามาพูดกับเธอแล้วก็ชี้ไปทางด้านหลัง เสร็จแล้วก็เบือนหน้าไปพูดกับผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เธอ “เอ้า ช่วยพาเขาไปหน่อยสิ ฮวีอิน” ชื่อเหมือนเด็กในความฝันฉันเลย ฮวีอิน หน้าก็แอบคล้ายซะด้วย
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #13 ORM3style (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 มกราคม 2560 / 21:16
    ลง 2 ตอนเลยหรออออ ใจดีไปอี๊กกกก~ รอดูว่าพี่บยอลจะทำไงต่อ ????????
    #13
    0