(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 33 : (บทพิเศษ) เจ้านาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 418
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 ก.พ. 60

บทพิเศษ เจ้านาย


MON 23/05/2016 (6:00 AM)

ภายในห้องเช่าหมายเลข 503 เธอที่เพิ่งตื่นมานั่งอยู่บนเตียงก็ลอบมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างทุกวัน ทำท่าทีเหมือนพยายามมองหาอะไรบางอย่าง แต่ในหัวนั้นกลับไม่รู้ว่าตัวเองต้องการหาอะไร เธอเดินไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างที่ทุกวันทำ หวีผมสั้นสีดำนั้นให้เข้าที่ก่อนจะกลับมานั่งบนเตียงแล้วเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างอีกรอบเพื่อรอเวลา

กริ๊ง กริ๊งงงง~

เสียงโทรศัพท์คู่กายดังขึ้น เมื่อมองไปที่หน้าจอก็พบคำว่า พ่อ ปรากฏอยู่ เธอจึงกดรับสายนั้นทันที

“สวัสดีค่ะ”

(“เรื่องที่ให้ไปสืบไปถึงไหนแล้ว ฮวาซา”)

“ตอนนี้กำลังไล่ตามข่าวอยู่ค่ะ คิมยงซอนคนนั้นเป็นดาราดังด้วย ถ้าเกิดตายขึ้นมาจริงๆ ต้องเป็นข่าวใหญ่แน่นอนค่ะ พ่อไม่ต้องห่วง ยังไงเราก็ต้องรู้ว่ายงซอนคนนั้นเป็นราชาแมวรึเปล่าได้แน่”

(“เธอมั่นใจว่าฆ่ามันแล้วแน่ๆ ใช่ไหม”)

“ค่ะ คนของหนูบอกว่าขับรถชนแล้วยังเหยียบซ้ำร่างนั้นอีก ยังไงก็ไม่น่ารอดแน่นอนค่ะ”

(“ดี ถ้าคิมยงซอนนั่นเป็นราชาแมวจริงๆ ล่ะก็ เธอต้องกล่อมให้มาเป็นพวกเราให้ได้ เข้าใจไหม”)

“ค่ะ”

สิ้นเสียงรับคำของเธอ คู่สนทนาก็วางสายไปทันทีโดยไม่แม้แต่จะมีคำบอกลา แต่เธอเองก็ชินกับสถานการณ์แบบนี้แล้วแหละ เธอที่รู้สึกหิวน้ำขึ้นมาก็มองไปยังตำแหน่งที่ทุกทีจะมีขวดน้ำวางอยู่ เธอเอื้อมมือออกไปยังขวดน้ำที่อยู่ห่างออกไปสองช่วงตัวนั้น

“veni huc” เพียงเปล่งเสียงออกมา ขวดน้ำที่อยู่ห่างออกไปก็ค่อยๆ ลอยมาอยู่ในมือเธออย่างสวยงาม  ดื่มน้ำเสร็จก็มองดูเวลาอีกรอบ เมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่เธอควรออกไปกินข้าวเช้าและไปทำงานได้แล้ว เธอจึงเดินออกไปจากห้องแล้วก็ไม่ลืมที่จะล็อคประตูเป็นประจำทุกครั้ง ก่อนจะเดินไปตามทางเดินเพื่อลงบันไดไปเหมือนทุกที

“คุณฮวาซา สวัสดีค่ะ” เสียงของผู้หญิงข้างห้องที่เปิดประตูออกมาพอดีทักทายขึ้นมา

เธอหันหลังกลับไปหาคนพูดแล้วก้มโค้งพูดทักทายอีกคนไป “สวัสดีค่ะ คุณซึลกิ” เธอไม่มีปัญหาอะไรกับซึลกิหรอก จะมีปัญหาก็มีกับเพื่อนของซึลกิที่ชื่อมุนบยอลซะมากกว่า ที่ดูจะชอบมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของเธอเหลือเกิน

“จะออกไปทานข้าวเช้าหรอคะ ไปด้วยกันไหมคะ” ซึลกิเอ่ยชวนเสียงสดใส

“ไม่ดีกว่าค่ะ พอดีฉันต้องรีบทานรีบไปทำงาน” เธอตอบปัดกลับไป ซึ่งซึลกิก็ทำเพียงยิ้มแหยๆ กลับมาให้


และตอนนี้เธอก็มานั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเดิม เก้าอี้ประจำบรรณารักษ์ของหอสมุดชั้น 7 หมวดวรรณกรรมโบราณ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ตั้งแต่เธอนั่งทำงานมาก็ได้เดือนกว่าแล้ว วันๆ แทบจะไม่ได้ทำอะไร ได้แต่นั่งตากแอร์เฉยๆ บางทีก็หยิบหนังสือเล่มโน้นเล่มนี้มาอ่าน พอถึงพักเที่ยงก็ลงไปกินข้าวที่โรงอาหารใกล้ๆ หอสมุด ตกเย็นก็กลับบ้าน ยิ่งตอนปิดเทอมอย่างช่วงนี้ยิ่งไม่ได้ทำอะไรเข้าไปใหญ่ เพราะไม่ค่อยมีคนมาใช้บริการ

ตึ๊งดิง

มีคนมา ต้องยอมรับว่าเธอค่อนข้างแปลกใจกับผู้มาใหม่ที่เดินออกมาจากลิฟต์แล้วทำจมูกฟุดฟิดๆ เหมือนพยายามดมหาอะไรอยู่ก็ไม่รู้ จองฮวีอิน เธอไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมอะไรกับคนคนนี้มาก่อนหรอก เพียงแต่รู้จักฮวีอินก็เพราะเป็นเพื่อนรวมวงของโซลาร์ หรือชื่อจริงๆ ก็คือ คิมยงซอน คนที่ตอนนี้เธอถูกสั่งให้จับตาดู

เธอมองฮวีอินที่เดินดมๆ มาทางเธออย่างไม่รู้จะมองที่ไหนดี เพราะทั้งชั้นสิ่งเคลื่อนที่เองได้ก็มีเพียงเธอกับฮวีอินเท่านั้น และแล้วฮวีอินที่ก้มหน้าเดินมาตลอดทางก็มาหยุดลงตรงหน้าโต๊ะของเธอพร้อมกับเงยหน้าขึ้น

เมื่อฮวีอินเห็นหน้าเธอปากและตาคู่นั้นก็เปิดกว้างออกอย่างเห็นได้ชัด “ฮวาซา!” รู้จักฉันด้วยหรอ

“ขอโทษนะคะ คุณคือ...” เธอแสร้งส่งหน้าสงสัยทำเป็นไม่รู้จักอีกคนออกไป

อีกคนก้มหน้าลงมาแทบจะชิดกับหน้าของเธอแล้วบอก “ฉันชื่อจองฮวีอิน ยินดีที่ได้รู้จัก” นี่เธอเป็นหมารึนี่ หน้าที่ชิดเพียงคืบของฮวีอินทำให้เธอได้กลิ่นเฉพาะที่ชัดเจนของอีกคน

“เห็นชัดว่าคุณรู้จักชื่อฉันแล้ว ฉันคงไม่ต้องแนะนำตัวนะคะ” ฮวาซาบอกออกไป

ฮวีอินยิ้มขึ้นมาแล้วทำจมูกฟุดฟิดใกล้ๆ เธอพร้อมพูดออกมา “คุณเป็นแม่มดหรอ” ฮวีอินหันมามองหน้าเธอ เป็นหมาก็ต้องได้กลิ่นอยู่แล้วสิ จะมาถามทำไมให้เสียเวลา เธอคิดอยู่ในใจแล้วมองคนตรงหน้าอย่างพิจารณา เธอนิ่งเงียบอยู่จนฮวีอินพูดขึ้นมาอีกครั้ง “กลิ่นคุณน่าสนใจมากเลยนะ แม่บอกว่าถ้าเจอคนที่มีกลิ่นพิเศษ คนคนนั้นเป็นเนื้อคู่แหละ เธอเป็นเจ้านายของฉันใช่ไหม!” ห๊ะ!

เธอได้แต่อ้ำอึ้งไม่รู้จะตอบกลับอะไรอีกคนไป เธอมองฮวีอินที่ตอนนี้เดินไปลากโต๊ะมาทางเธอ และแล้วโต๊ะตัวนั้นก็ได้มาประกบหันหน้าชิดกับโต๊ะประจำตำแหน่งของเธอ ไม่นานร่างนั้นก็เดินจากไปอีก และกลับมาพร้อมเก้าอี้เข้าชุดกับโต๊ะที่ลากมาในตอนแรก จากนั้นร่างนั้นก็เดินไปที่ลิฟต์แล้วจากไป อะไรของเขา เธอคิดแล้วก็เหม่อมองโต๊ะกับเก้าอี้ที่ฮวีอินเป็นคนลากมาอย่างงงๆ ลากโต๊ะลากเก้าอี้มาแล้วก็ไม่นั่ง ไปไหนของเขา ถึงแม้การที่เธอสนิทกับฮวีอินมันจะเป็นผลดีในการเข้าหายงซอนอย่างที่เธอต้องการก็ตาม แต่มันออกจะรวดเร็วเกินที่เธอจะตั้งรับทันไปหน่อย

เธอเห็นฮวีอินเดินออกมาจากลิฟต์อีกครั้งพร้อมกับหนังสือสี่เล่มในมือ ร่างนั้นเดินเอาหนังสือมาวางบนโต๊ะที่เจ้าตัวเพิ่งลากมา ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ แล้วส่งยิ้มมาให้เธอที่มองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ จากนั้นก็หยิบหนังสือเล่มบนสุดในกองนั้นมาอ่าน ประวัติศาสตร์... มันของชั้น 4 หนิ

“คุณ” เธอเรียกอีกคนออกมาเบาๆ “คุณ” เธอเพิ่มเสียงลงไปอีกเมื่ออีกคนไม่ตอบ “คุณ!” สุดท้ายเธอก็ต้องตะโกนออกมา แต่ฮวีอินที่อยู่ข้างหน้าก็ไม่มีท่าทีจะเงยหน้าขึ้นมามองเธอสักนิด

“เรียกฉันว่าฮวีอินสิ” เสียงนั้นดังมาจากคนข้างหน้าที่ยังคงก้มหน้ามองหนังสือ

ถึงแม้เธอจะงงกับความต้องการนั้น แต่ก็ยอมเรียกออกไปแต่โดยดี “ฮวีอิน”

หน้าแป้นแล้นนั่นเด้งขึ้นมาทันทีพร้อมกับพูดออกมาเสียงใส “ว่ายังไง” คนอย่างงี้ก็มีด้วย

“นั่นมันหนังสือของชั้นสี่ไม่ใช่เหรอ ทำไมคุณต้องแบกมาอ่านตรงนี้ด้วย” เธอถามพร้อมชี้ไปยังกองหนังสือของอีกคน

“ก็ฉันอยากนั่งกับเธอหนิ” ฮวีอินตอบกลับมาเรียบๆ เหมือนเป็นเรื่องปกติ พร้อมกับรอยยิ้มที่มีลักยิ้มน่ารักประดับอยู่

ตอนนี้สมองของเธอเหมือนหยุดประมวลผลไปชั่วคราว ไม่มีความคิดอะไรหลุดออกมาจากหัวของเธอเลย มีเพียงความงงล้วนๆ ที่เธอรู้สึกได้ ด้วยความงงงวยที่อีกคนสร้างให้ เธอจึงค่อยๆ เบือนหน้ากลับมาอ่านหนังสือที่ค้างเอาไว้เงียบๆ ผ่านไปพักใหญ่เสียงของฮวีอินก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“ฮวาซา เธอมีกระดาษกับปากกาไหม พอดีฉันลืมเอามา ขอยืมหน่อยสิ”

เธอค้นในลิ้นชักเพียงครู่ก็หยิบกระดาษ A4 แผ่นนึงพร้อมกับปากกาส่งไปให้ฮวีอิน

“ขอบใจ”

เธอแอบเหลือบมองสิ่งที่ฮวีอินอ่านอยู่ และเหมือนอีกคนจะรู้จึงยื่นหนังสือเล่มนั้นมาใกล้เธอมากขึ้น “สงครามโลกครั้งที่หนึ่งไงล่ะ วิชาเลือกน่ะ พอดีไม่ค่อยว่าง ขอผ่อนผันรายงานอาจารย์จนเลยมาถึงปิดเทอมละเนี่ย ถ้าไม่รีบทำส่งต้องไม่ได้รับปริญญาปีนี้แน่ๆ เลย” ฮวีอินพูดพร้อมทำหน้าเหมือนหมาหงอยตอบออกมาทั้งๆ ที่เธอไม่ได้ถาม

เธอมองไปที่หน้าหนังสือนั้นก่อนจะกล่าวออกมาอย่างเหม่อลอย “มนุษย์นี่ชอบความเป็นใหญ่เนอะ กำจัดทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นคนที่อ่อนแอกว่า หรือแม้แต่คนที่แข็งแกร่งกว่า ก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมกลโกง หรือไม่ก็พรรคพวกเข้ารุมเพื่อกำจัดทิ้งไปให้ได้”

“แต่ฉันว่าอยู่ที่ตัวคนมากกว่า ถ้าคนอยากจะเป็นใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ เป็นแม่มดอย่างเธอ หรือเป็นปิศาจอย่างฉัน ไม่ว่าจะเป็นเผ่าพันธุ๋ไหนก็แย่งชิงกันได้ทั้งนั้น”

“เธอไม่คิดหรอ ว่าทำไมพวกเราต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ทั้งที่มนุษย์ไม่ได้มีดีอะไรไปกว่าพวกเราเลย แถมยังจะอ่อนแอกว่าด้วยซ้ำ เมื่อใดก็ตามที่ความเป็นอยู่ของเราถูกเปิดเผย เราก็ถูกตามล่าทุกครั้งไป ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรให้มนุษย์พวกนั้นเลยด้วยซ้ำ” เธอคิดเคียดแค้นอยู่ในหัววนไปวนมา ก่อนเสียงใสซื่อของฮวีอินจะมาหยุดความคิดของเธอ

“แต่อยู่แบบทุกวันนี้ก็มีความสุขดีนี่ ไม่เห็นต้องมีอะไรพิเศษเลย ฉันก็อยู่กับทุกคนได้เหมือนปกติ” หน้าของเจ้าของเสียงใสส่งแววตาใสซื่อมายังเธอ ก่อนแววตานั้นจะแฝงไปด้วยความสงสัยแล้วเอ่ยถาม “เธอไม่มีความสุขหรอ”

ฉัน… เธอนิ่งคิดกับคำถามนั้นอยู่ครู่ใหญ่ แต่แล้วก็รู้สึกถึงแรงสั่นน้อยๆ บนโต๊ะ เธอหันไปมองต้นกำเนิดแรงสั่นนั้นก่อนจะเห็นโทรศัพท์ของเธอที่เปล่งแสงขึ้นมาเป็นช่วงๆ บนหน้าจอขึ้นว่า พักกลางวัน เธอเอื้อมมือไปกดปิดนาฬิกาปลุกที่ตั้งเอาไว้ในโทรศัพท์ แล้วหยิบโทรศัพท์เครื่องนั้นพร้อมทั้งกระเป๋าสตางค์ลุกขึ้นจากโต๊ะที่นั่งอยู่ เธอเห็นฮวีอินเหมือนจะส่งสายตาคำถามมาให้ แต่เธอก็ไม่ได้สนใจตาคู่นั้น เธอเดินตรงไปกดลิฟต์ทันที

“เธอจะไปไหนน่ะ” ระหว่างที่รอลิฟต์ เสียงของฮวีอินที่ตอนนี้มาอยู่ข้างๆ เธอเรียบร้อยแล้วก็เอ่ยถาม

“กินข้าว” เธอตอบออกไปเรียบๆ

“ฉันไปกินด้วยนะ” ฮวีอินตอบออกมาหน้าตาเฉยแล้วก็ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ เธอ

“ทุกทีฉันกินข้าวคนเดียว ถ้าคุณไปกินด้วยอาจจะอึดอัดก็ได้”

“ไม่เป็นไร” ฮวีอินตอบกลับมา ซึ่งเธอก็ไม่แน่ใจว่าคำตอบกลับมาของฮวีอินมันสมเหตุสมผลอะไรกับคำพูดเธอก่อนหน้ารึเปล่า แต่เธอก็ตัดสินใจปล่อยอีกคนให้ทำตามใจแล้วยืนรอลิฟต์เงียบๆ ต่อไป


ตึ๊งดิง

ในที่สุดลิฟต์ก็มาหยุดและเปิดออกตรงหน้าเธอ เธอเดินก้าวเข้าไปในลิฟต์ตัวนั้น โดยหางตาก็เห็นฮวีอินเดินตามเข้ามาเงียบๆ เธอกดลิฟต์ไปยังชั้นหนึ่งเหมือนทุกทีเพื่อที่จะออกจากอาคารไปยังโรงอาหาร

“ฮวาซา” เสียงของฮวีอินเอ่ยเรียกเธอ แต่เธอก็ไม่ได้หันไปมองฮวีอินแต่อย่างใด ตาของเธอยังคงมองตัวเลขสีส้มบ่งบอกเลขชั้นของอาคารที่ค่อยๆ ลดลงเรื่อยๆ

“ถ้าเธอไม่มีความสุขเหมือนอย่างที่ฉันมี ฉันจะทำให้เธอมีความสุขเอง ถ้าเธอไม่เห็นความสวยงามของโลกใบนี้เหมือนอย่างที่ฉันเห็น ฉันก็จะทำให้เธอเห็นมันเอง” น้ำเสียงของฮวีอินที่ดูจริงจังทำให้เธออดใจกระตุกแปลกๆ ไม่ได้

ความสุขงั้นหรอ ความสวยงามงั้นหรอ...


------------------------------------------------------------------------------

จบแล้วค่ะ บทพิเศษ คราวนี้จบปิดเรื่องจริงๆ ละ ><

มีความเห็นยังไงกับเนื้อเรื่อง กับตัวละคร กับแนวทางการเขียน 

คอมเม้นบอกไรท์ได้เลยนะคะ ไรท์จะอ่านไว้เป็นแนวทาง 55555555555


เพิ่มเติม: ที่ลงวันละสองตอนเพราะเห็นว่าตอนเดียวมันดูจะน้อยไป

แต่งไว้ตอนละสองหน้าครึ่งถึงสามหน้าครึ่งเอสี่ แต่พออ่านทวนแก้คำปุ๊ปก็รู้สึกว่า... น้อยไปป๊ะ 5555555

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #62 MyBBew (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 01:26
    โอ๊ะ สนุกอ่ะ ลุ้นมาก อ่านรวดเดียวจบเลย ภาษาการเขียนก็ดี ปริศนาก็ดี แม้ตอนแรกจะวนๆหน่อย น้ำเยอะหน่อย แต่อ่านไปเรื่อยๆก็เข้าใจเอง แถมความฟินอีกต่างหาก ชอบ!
    #62
    0
  2. #59 mfate87 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 16:00
    แอบใจหายมาถึงตอนจบซะแล้ว สนุกมากแล้วไรท์อัพต่อเนื่องดุเดือดไม่แพ้เนื้อเรื่องเลย 555555555
    มีตอนนึงแอบสะเทือนใจเบาๆ ที่ถามฮวาซาว่าอยากมีความสุขมั๊ย? โอ้โหกว่าจะตอบได้บีบอารมณ์สุดๆ!!
    บทสรุปของยักษ์เศร้ามากแต่พอได้รู้ว่าฮวีอินยอมฆ่าตัวตายตามไปเพราะรักเนี่ย อ๊ากกกกกกกกกก!
    โคดเท่อ่ะ หวังว่าจะได้อ่านเรื่องใหม่เร็วๆนี้นะคะ (แอบกดดัน) ^^
    #59
    0
  3. #56 hajingsuky (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:46
    ตอนอ่านแรกๆก็งงกับเนื้อเรื่องนะแต่พออ่านไปสักพักก็ติดงอมแงมเลยอยากรู้บทสรุปแต่พอถึงตอนจบจริงๆก็ไม่อยากให้จบเลย (แลดูเรื่องมากจัง555) จบได้ดีมากกกกระจ่างทุกข้อสงสัยไม่มีข้อไหนที่งง จบแฮปปี้ น่ารักฉบับใสใส -//-
    ขอบคุณที่แต่งนิยายดีๆมีลุ้นทุกตอนให้อ่านกันนะคะ ^^
    #56
    0