(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 32 : (บทจบ) คำตอบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    9 ก.พ. 60

บทที่ 32 (บทจบ) คำตอบ


แอ๊ดดดดด~

เธอกดออดหน้าบ้านของยายตัวเอง ซึ่งไม่นานก็มีเสียงดังขึ้นมาจากลำโพง “มีธุระอะไรครับ”

“ฉันเอง” เธอพูดพร้อมกับหันหน้าไปทางกล้องที่ติดอยู่ด้านบนและโบกมือให้เล็กน้อย

“ค… คุณหนู”

“อืม เปิดประตูใหญ่หน่อย จะเอารถเข้า”

“ครับ รอสักครู่นะครับ”

“โหววววววว” เสียงอึ้งๆ ของยงซอนและฮวีอินดังขึ้นมาพร้อมกัน เธอหันไปมองหน้าทั้งสามคน ซึ่งยงซอนกับฮวีอินมีสีหน้าไม่แตกต่างกันมาก ทำไม? อย่างฉันเป็นลูกคุณหนูไม่ได้รึไง? ส่วนฮวาซาก็ไม่ได้มีท่าทีตกใจอะไรเลยสักนิด

“ดูเธอจะไม่ตกใจเหมือนสองคนนั้นเลยนะ” เธอพูดกับฮวาซาแล้วก็บุ้ยหน้าไปทางยงซอนกับฮวีอิน

“ก็พอจะเดาได้” ฮวาซาตอบออกมาเรียบๆ ซึ่งเธอก็ไม่แปลกใจอะไรถ้าฮวาซาจะพอรู้เรื่องนี้ ก็ในเมื่ออีกคนเป็นแม่มดเหมือนกัน จะรู้เรื่องของตระกูลเธอบ้างก็ไม่แปลก

ไม่นานประตูใหญ่ด้านหน้าก็เปิดออก เธอเดินไปยังรถที่ยังคงจอดแหมะค้างอยู่หน้าประตู จัดการเรียกให้ทุกคนขึ้นรถ แล้วขับมันผ่านประตูเข้าไปจอดหน้าทางขึ้นตัวเรือน เพียงลงรถก็มีคนมายืนต้อนรับอยู่หน้าประตูบ้าน เธอยื่นกุญแจให้หนึ่งในนั้นเพื่อให้เขานำรถไปเก็บอย่างทุกครั้ง

เมื่อเดินเข้าไปในบ้านก็เห็นแม่บ้านคนประจำยืนต้อนรับอยู่ “เดี๋ยวขอห้องรับแขกสองห้องนะคะ ให้สองคนนี้” เธอบอกพร้อมชี้ไปยังฮวีอินกับฮวาซา

แม่บ้านมีท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนถาม “เอ่อ… แล้วคุณผู้หญิงคนนี้” เจ้าหล่อนผายมือมาทางยงซอนอย่างนอบน้อม เธอจึงกุมมือยงซอนพร้อมกระตุกเข้ามาใกล้ตัวแทนคำตอบ

“ห้องเดียวก็พอค่ะ เดี๋ยวหนูนอนกับฮวาซาได้” ฮวีอินโพล่งขึ้นมาเสียงใส เธอหรี่ตามองฮวีอินกับฮวาซาสักพัก ก่อนจะหันไปทางแม่บ้านที่ยืนอยู่แล้วพยักหน้าว่าให้จัดการตามนั้น

“เดี๋ยวฉันกลับห้องเองได้ เธอพาสองคนนั้นไปห้องเถอะ”

“ถ้าอย่างนั้น คุณสองคนเชิญทางนี้ค่ะ” แม่บ้านผายมือให้ฮวีอินกับฮวาซาไปทางบันได แล้วก็เดินนำสองคนนั้นไปทางห้องรับรอง

“ไปคุณ” เธอพูดสั้นๆ แล้วจูงมืออีกคนเดินขึ้นบันไดไปทางห้องนอนของตน


เธอที่เพิ่งอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ก้าวออกมาจากห้องน้ำภายในห้องส่วนตัว เธอมองไปยังเตียงที่ตั้งอยู่กลางห้องก็เห็นยงซอนนอนตะแคงข้างหันหน้าออกไปทางนอกเตียง  หลับแล้วหรอ เธอแทรกตัวเองลงไปในเตียงบ้าง แล้วก็ไม่ลืมที่จะเกยแขนกอดอีกคนอย่างถือวิสาสะจากทางด้านหลังก่อนจะค่อยๆ หลับตาลง

“มุนบยอล” เสียงยงซอนที่เธอคิดว่าหลับไปแล้วเรียกเธอขึ้นมาท่ามกลางความเงียบ

“หืม” เธอที่ยังคงหลับตาอยู่ส่งเสียงตอบรับออกไป

“ที่เธอพูดตอนนั้นหมายความว่าไง”

“ตอนไหน” เธอไม่มั่นใจว่าอีกคนหมายถึงเรื่องอะไรเลยถามออกไป

“ก็ตอนที่อยู่ในป่าไง”

เธอนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งว่ามันคือเรื่องไหนกันแน่ ก่อนจะถาม “เรื่องที่บอกว่าฉันขอดูแลชีวิตเดียวที่เหลืออยู่ของคุณน่ะหรอ”

เธอรู้สึกถึงแรงขยับเขยื้อนในอ้อมกอด จากนั้นก็สัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ไม่ใช่ของตัวเอง เธอค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาก็พบว่ายงซอนที่ตอนแรกหันหน้าออกไปทางนอกเตียง ได้พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเธอแล้ว หน้าที่ห่างกันเพียงคืบทำให้เธอใจสั่นไม่เป็นจังหวะได้อย่างน่าประหลาด

“ใช่ เรื่องนั้นแหละ คุณหมายความว่ายังไง”

“ก็หมายความอย่างที่พูดนั่นแหละ” เธอเอ่ยตอบออกไปแต่ดูเหมือนอีกคนจะยังคงรอฟังคำตอบอื่นอยู่ จึงพูดเสริมเข้าไป “คุณเป็นแฟนฉันนะ” เธอจ้องตาของอีกคนอย่างคาดหวัง

แล้วอยู่ดีๆ ยงซอนก็ขำคิกขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย “คุณขำอย่างงี้หมายความว่าไงอะ” เธอที่รู้สึกหน้าเริ่มชาขึ้นมาเอ่ยถามออกไปเสียงงอน

“เปล่า ฉันก็แค่กำลังคิดว่า ในที่สุดคุณก็พูดคำนี้ออกมาสักที”

“ฉันก็เคยบอกคุณแล้วนี่” เธอขมวดคิ้วมุ่น

“คุณอะเคยแต่แซวกับคนอื่น ไม่ก็พูดเล่นอยู่นั่นแหละ ไม่เห็นเคยถามฉันจริงๆ จังๆ สักที คนนิสัยไม่ดี” ยงซอนเอื้อมมือหยิกแก้มน้อยๆ ของเธอ

“โอเอๆ เอ็บๆ” เธอพูดอู้อี้ประท้วง ไม่นานอีกคนก็เอามือที่หยิกอยู่ออกเปลี่ยนเป็นวางแหมะมาที่แก้มเธอพร้อมคลึงเหมือนต้องการให้คลายความเจ็บ เห็นดังนั้นเธอจึงพูดขึ้นมาน้ำเสียงจริงจัง “ขอถามอีกครั้ง” เธอใช้หลังนิ้วไล้ไปตามแก้มของอีกคนอย่างอ้อยอิ่ง “คุณเป็นแฟนฉันนะ”

ยงซอนเลื่อนหน้าเข้ามาประกบปากกับเธอ ตาของเจ้าหล่อนหลับพริ้มลงอย่างพึงใจ นิ้วของเธอที่ตอนแรกคลอเคลียกับแก้มของยงซอน ก็เปลี่ยนเป็นกอบกุมหน้านั้นอย่างอ่อนโยน เธอหลับตาลงพร้อมกับหันปรับองศาของใบหน้าให้รับสัมผัสได้แนบแน่นมากยิ่งขึ้น เธอรู้สึกถึงลมหายใจที่เหมือนจะขาดห้วงไปอยู่ร่อมร่อของเธอ ซึ่งอีกคนตรงหน้าก็ดูจะไม่ต่างกันเท่าไหร่ หัวใจเธอเต้นแรงโครมครามอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และแล้วเราสองคนก็ผละสัมผัสออกมา จมูกก็ยังคงคลอเคลียกันอยู่จากสัมผัสเมื่อครู่ เธอสัมผัสได้ถึงลมหายใจหอบจากยงซอน ก่อนปากของคนตรงหน้าจะเผยคำตอบออกมา

“ตกลง”


***


เวลาผ่านไปเป็นเดือน ตั้งแต่วันนั้นที่ฮวีอินรับรู้ความจริง เธอก็ไม่เห็นใบหน้านั้นอีกเลย แต่วันนี้เธอกลับรับรู้ถึงมันได้อีกครั้ง ดวงจิตของฮวีอินที่ก้าวเข้ามาให้ป่านี้อีกหน แต่มันกลับไม่ได้มีแต่ฮวีอินเพียงผู้เดียว เจ้าเลือกที่จะฆ่าข้าสินะ ความรู้สึกในตัวเธอตอนนี้ไม่ใช่ความรู้สึกที่ต้องการจะปกป้องตัวเอง เธอไม่ต้องการแม้แต่จะหนีด้วยซ้ำ ความรู้สึกเดียวที่รับรู้ได้คือ… ยอมแพ้

ตาเธอจ้องมองไปยังประตู มือก็ลูบเล่นกับเจ้าโกโมที่อยู่บนตัก “อย่าลืมที่ข้าเคยบอกเจ้านะ ถ้าข้าตายไป ฝากเจ้าดูแลฮวีอินด้วย” เจ้าโกโมที่ได้รับคำสั่งก็ทำเพียงส่งเสียงร้อง เมี้ยว~ ออกมาเหมือนจะรับรู้ความต้องการของเธอ

เมื่อรับรู้ถึงฝูงพ่อมดแม่มดที่มายืนอยู่ด้านนอกของบริเวณบ้าน เธอยกเจ้าโกโมออกพร้อมลุกขึ้นเดินเปิดประตูออกไปเผชิญกับฝูงคนนั้นอย่างใจเย็น

ระยะห่างเพียงไม่กี่เมตรทำให้เธอเห็นฮวีอินที่ยืนนำหน้าอยู่นั้นได้อย่างชัดเจน อ่า… หรือนี่จะเรียกว่าความคิดถึง ใจของเธอกระตุกวูบอยากจะเข้าไปหาอีกคนเหลือเกิน ส่วนฮวีอินก็มีสีหน้าประหลาดใจเมื่อเห็นเธอเดินออกมา ท่ามกลางฝูงคนมากมายที่รายล้อมพร้อมถือคบไฟเข้ามาเหมือนต้องการจะเผาป่านี้ให้ราบเป็นหน้ากลอง เธอกลับเห็นเพียงฮวีอิน และเธอต้องการรับรู้ถึงเพียงแค่ฮวีอินเท่านั้น

“ไม่เจอกันนานนะ ฮวีอิน” เธอยิ้มเอ่ยทักออกไป

“อืม” ฮวีอินเพียงตอบออกมาสั้นๆ ด้วยเสียงแผ่วเบา แต่ถึงแม้เสียงนั้นจะเบาแค่ไหนเธอก็ได้ยินมันอย่างชัดเจนอยู่ดี ฮวีอินจ้องมองมาที่เธอ และไม่นานก็ปรากฏแท่งแสงสีส้มหมุนลอยคว้างอยู่ข้างหน้าฮวีอิน เธอเหยียบย่างเท้าใกล้เข้าไปหาฮวีอินเรื่อยๆ ทีละก้าว ทีละก้าว จนพาร่างของตัวเธอเองมาหยุดอยู่ต่อหน้าฮวีอินได้สำเร็จ เธอยิ้มกว้างให้อีกคนอย่างที่ไม่เคยรู้เลยว่าตัวเองจะสามารถยิ้มได้กว้างถึงเพียงนี้

ฉึก!

เจ็บจัง แท่งแสงประหลาดนั้นเสียบทิ่มเข้ามากลางตัว เธอหงายท้องล้มนอนลงไปกับพื้น นิ้วก็ลองกระตุกเกร็งดูว่าตัวเองยังสามารถขยับตัวได้รึเปล่า และถึงแม้จะสามารถขยับนิ้วได้แต่ก็รู้สึกว่าร่างกายนี้มันช่างหนักเหลือเกิน เธอไม่อยากขยับไปไหนอีกแล้ว แท่งแสงประหลาดที่ทิ่มแทงอยู่นั้นอยู่ดีๆ ก็ลอยหายไป แปรเปลี่ยนเป็นแรงจากอีกร่างหนึ่งที่ร่วงทับมายังแขนของเธอที่กางแผ่ออก

“แล้วเจ้าจะมาตายไปพร้อมข้าทำไม ฮวีอิน” เธอมองหน้าของคนที่เพิ่งล้มนอนลงมาพร้อมถามออกไปเสียงอ่อน

“คงเพราะข้ารักเจ้ามั้ง” ฮวีอินพูดยิ้มๆ แต่ใบหน้านั้นก็ยังบิดเกร็งเหมือนคนกำลังเจ็บเจียนตาย “แล้วทำไมเจ้าไม่หนี เจ้ารู้ทุกอย่างไม่ใช่หรอ เจ้าก็ต้องรู้ว่าข้าจะมาฆ่าเจ้า”

“ก็คงเพราะข้ารักเจ้าเหมือนกัน…” น้ำตาหยดหนึ่งที่หยดรินออกมาจากตาของเธอร่วงหล่นลงพื้น โดยที่เธอไม่สามารถบอกได้ว่าน้ำตาหยดนั้นที่เสียไป มันมาจากความเจ็บปวดจากร่างกายที่ใกล้จะสิ้นใจของเธอ หรือมาจากความสุขจากคำพูดของคนที่นอนอยู่เคียงข้างกันแน่


เธอลืมตาตื่นขึ้นมากับเช้าวันใหม่ที่นอนกอดก่ายอยู่กับอีกคนบนเตียง เธอยื่นปากไปสัมผัสหน้าผากมนนั้น และเมื่อถอนหน้าออกมา ก็เห็นคนที่เธอเพิ่งจะหอมไปมองเธอกลับมาตาแป๋ว

“โทษที ฉันทำคุณตื่นหรอ” เธอเอ่ยขอโทษไปที่เหมือนตัวเองไปรบกวนคนที่กำลังหลับไหลอยู่ แต่ยงซอนทำเพียงส่ายหน้าน้อยๆ และยิ้มคืนมาให้ “มองอะไรคุณ” เธอเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าสำรวจของอีกคนที่มองมายังเธอ

“ตาคุณกลายเป็นสีน้ำตาลแล้วอะ ผมคุณก็เป็นสีดำด้วย”

สิ้นคำยงซอนเธอก็ชันตัวขึ้นนั่งพิงหัวเตียงก่อนจะจับผมยาวของตัวเองมาดูให้เต็มตา สีดำจริงด้วย เธอมองไปทางกระจกโต๊ะเครื่องแป้ง ถึงแม้จะไม่เห็นว่าตอนนี้ตาของตัวเองเป็นสีอะไร แต่ที่แน่ๆ มันไม่ใช่สีแดงชาดอีกต่อไป เธอมองไปรอบๆ เหมือนต้องการหาอะไรบางอย่าง ซึ่งตัวเธอเองก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่หาคืออะไร แต่เมื่อเห็นสิ่งนั้น เธอก็รู้ว่านี่แหละ คือคำตอบที่เธอต้องการหา

“ในที่สุดเราก็เจอกันนะ ฮเยจิน” เธอพูดกับร่างที่เหมือนเกิดขึ้นจากการรวมตัวของกลุ่มควันสีขาวบริสุทธิ์ที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“ข้าเห็นเจ้าตลอดแหละ เวลาที่เจ้าส่องกระจก”

“อ่า… ก็อยู่ในร่างเดียวกันนี่เนอะ” เธอเกาคอเล็กน้อยอย่างไม่รู้จะเอามือไปไว้ไหนดี

“ข้าขอบใจเจ้ามากที่เจ้ายอมช่วยข้า” ฮเยจินพูดด้วยรอยยิ้ม “และตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ข้าต้องไปแล้ว”

“ก่อนไปฉันขอถามอะไรเธออย่างได้ไหม”

“ว่ามาสิ”

“ที่เธอบอกให้ฉันช่วยฮวาซา เธอไม่อยากให้ฮวาซาที่เป็นอีกครึ่งนึงของเธอตาย หรือเธอไม่อยากให้ฮวีอินตายกันแน่”

ฮเยจินเงียบไปพักหนึ่งก่อนจะตอบออกมา “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ฮเยจินหันไปมองทางยงซอนที่ตอนนี้ลุกขึ้นนั่งอยู่เคียงข้างเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ “ไปกันเถอะ โกโม” สิ้นเสียง ร่างของแมวปราดเปรียวก็วิ่งกระโจนออกมาจากร่างของยงซอนไปอยู่ในอ้อมกอดของฮเยจิน ยงซอนที่คงพูดไม่ออกบอกไม่ถูกก็อ้าปากค้างกระโจนเกาะแขนเธออย่างต้อนการที่ค้ำยัน


***


MON 24/10/2016 (6:00 PM)

(“ฮัลโหลมุนบยอล ฉันกับคริสตัลอยู่หน้าบ้านเธอแล้ว ออกมาสิ”) เสียงของซึลกิกรอกผ่านมาในโทรศัพท์ เนื่องจากวันนี้เป็นวันเกิดคริสตัล พวกเธอจึงนัดกันไปกินเลี้ยงเหมือนทุกๆ ปีที่คบกันมา

ระหว่างที่ฟังซึลกิพูดเธอก็นอนกลิ้งอยู่บนโซฟาตัวโปรด พลันหูก็ได้ยินเสียงกุกๆ กักๆ ดังออกมาจากทางครัว พอมองไปตาก็เหลือบเห็นฝาหม้อซุปที่ต้มค้างเอาไว้สั่นไหวเนื่องด้วยแรงเดือดจากของเหลวข้างใน เธอมองไปยังเตาไฟฟ้าในห้องครัวที่มีหม้อซุปนั้นตั้งอยู่ ปิด สิ้นเสียงความคิดก็มีเสียงสัญญาณดังขึ้นมาว่าเตาได้ถูกปิดเรียบร้อยแล้ว หม้อที่เดือดปุดๆ อยู่ในตอนแรกก็เริ่มสงบลงจนแน่นิ่งไป ถึงแม้เธอจะไม่ได้ถึงกับหายตัวได้ หรือเก่งกาจอะไรเหมือนตอนที่ฮเยจินยังอยู่ในร่าง แต่เธอก็ยังคงเป็นแม่มดอยู่ดี แล้วพลังของเธอก็ดูท่าจะเพิ่มขึ้นกว่าตอนที่เธอสะกดพลังของฮเยจินเอาไว้เสียด้วย

“เออ ลืมบอกไป มารับฉันที่บ้านยงซอนที ฉันไม่ได้อยู่บ้านพ่อ”

(“ห๊ะ!? นี่เธอ-”) เสียงซึลกิที่เหมือนจะเอ่ยปากบ่นแต่ก็โดนแทรกไว้

(“นี่ตกลงแกย้ายไปอยู่กับคุณแฟนแล้วหรอยะ”) คริสตัลถามอย่างประชดประชัน (“แหม… ที่ตอนนั้นบอกให้มาอยู่กับซึลกิทำเป็นบอกห่วงพ่อนักห่วงพ่อหนา กลัวพ่อจะอยู่คนเดียวไม่ได้ ทีมีแฟนล่ะย้ายไปอยู่กับเขาหน้าตาเฉยเลยนะยะ”)

“พ่อโตแล้วดูแลตัวเองได้ย่ะ อีกอย่างทางค่ายก็ให้พี่มินฮยอกย้ายออกจากหอได้ ตอนนี้พี่ฉันเลยมาอยู่กับพ่อ เรียกว่าฉันเป็นลูกที่ดี หาโอกาสให้พ่อกับลูกชายได้ผูกสัมพันธ์” เธอเถียงข้างๆ คูๆ อย่างไม่ยอมแพ้

(“ย่ะ นางลูกที่ดี”)

ตึ๊งดึง~

เสียงออดหน้าประตูดังขึ้นเรียกความสนใจของเธอให้ไปดู เธอเดินไปส่องตาแมวทั้งที่ยังถือโทรศัพท์ในมือติดไปด้วย และเมื่อเห็นว่าเป็นใครก็รีบวางสายในมืออย่างได้โอกาสพอดี “เออๆ มารับละกัน ฮวีอินมาหาที่ห้อง แค่นี้ก่อนนะ” เธอเก็บโทรศัพท์ลงก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดประตูให้คนข้างนอก

“สวัสดีค่ะ พี่บยอลอี” ฮวีอินเอ่ยทักก่อนแทรกตัวมาข้างในห้อง เธอแอบเห็นกล่องอะไรบางอย่างข้างหลังเจ้าตัวเล็ก แต่เหมือนฮวีอินก็รู้ว่าเธอพยายามแอบมอง เจ้าตัวจึงแอบกล่องนั้นเต็มที่ “พี่ยงซอนไม่อยู่หรอคะ”

“ห้องน้ำน่ะ” เธอบุ้ยหน้าไปทางห้องน้ำ และทันใดนั้นประตูที่ปิดอยู่ก็เปิดออกตามด้วยร่างของคนที่ฮวีอินถามถึงพอดี

“สวัสดีค่ะ พี่ยงซอน” ฮวีอินทักทายเสียงสดใสตามเดิม

เธอเห็นยงซอนทำเพียงเลิกคิ้วแล้วเดินมาทางที่เธอกับฮวีอินยืนอยู่ เธอละสายตาจากยงซอนหันมาบุ้ยหน้าถามฮวีอิน “มีอะไรเราน่ะ แล้วข้างหลังนั่นกล่องอะไร”

ฮวีอินมองหน้าเธอสักพักก่อนจะหมุนตัวเองหันหลังใส่เธอ แล้วย่อตัววางกล่องนั้นลงกับพื้น ก่อนจะลุกขึ้นแล้วหันกลับมาทางเธออีกรอบพร้อมสิ่งมีชีวิตหน้าขนในมือ

“แต่คอนโดเขาไม่ให้เลี้ยงแมวไม่ใช่หรอ” ยงซอนที่ตอนนี้เดินมายืนอยู่ข้างเธอเอ่ยพูดกับฮวีอิน

ฮวีอินทำหน้าบู้เล็กน้อยก่อนจะเปลี่ยนมาเป็นหน้าออดอ้อนแล้วเอ่ย “ก็ถ้าหนูไม่บอก พี่ยงซอนไม่บอก พี่มุนบยอลไม่บอก ฮวาซาไม่บอก พี่ผู้จัดการไม่บอก แล้วใครจะไปรู้ จริงไหมคะ”

“แล้วเธอตั้งชื่อมันรึยัง” เธอเอ่ยถามออกมาบ้างแบบไม่ใส่ใจอะไรมากนัก แต่คำตอบของฮวีอินนี่สิที่ทำให้เธอต้องมองเจ้าแมวตัวนั้นใหม่

“โกโม!” เธอมองไปที่แมวตัวนั้นดีๆ อีกครั้ง แมวสีขาวแต้มน้ำตาล หูตกซะด้วย หลังจากพิจารณาจนพอใจแล้วก็หันไปมองยงซอนที่ก็มองตอบกลับเธอมาเหมือนกัน

“เลี้ยงแมวตัวเดียวคงไม่เป็นไรมั้ง” เธอพูดถามยงซอน

“ก็โกโมนี่เนอะ” ยงซอนยักไหล่ตอบกลับมา

--- จบ ---

----------------------------------------------------------------------------------------------------------
จบแล้วนะคะ แต่ยังมีตอนพิเศษอีกหนึ่งตอนค่ะ 
ตอนแรกที่แต่งเอาตอนพิเศษนั่นแทรกเอาไว้ในเนื้อเรื่องด้วย
แต่พอแต่งแล้วคิดว่าเอาตอนนี้แยกออกมาจะดีกว่า

คิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ พูดคุยกันได้นะคะ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนจบ :)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #60 wyve (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:01
    สนุกโพด ลุ้นสุด เนื้อเรื่องลำดับเหตุการณ์กำลังดีเลยนะ รู้สึกว่าอ่านแล้วไม่ยื้ดเยื้อหรือเร่งเกินนะ มันสัมพันธ์กันดี ที่อัพวันละสองตอนนี่คิดไปเองด้วยไหมว่ามันสัมพันธ์กันใช่มะ55555 ช่วงท้ายของแต่ละบทมันชวนให้อยากอ่านต่อตลอดเลย บางบทตัดไปนี่เลยเหมือนมีอาการขาดยา นี่ก็เวอร์ไป555555 เรื่องนี้สุดยอดเลย รอติดตามเรื่องต่อไปนะ ขอบคุณข่าาา
    #60
    0
  2. #57 FangMushroom (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:51
    จบแล้ววววว ขอบคุณที่อัพให้อ่านจนจบนะคะ สนุกมากค่ะ
    #57
    0
  3. #55 duangjann (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:07
    สนุกมากๆเลยค่ะ ติดตามตลอด เขียนเรื่องต่อๆไปด้วยนะคะะ
    #55
    0