(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 21 : เลี้ยงวันเกิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 379
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    4 ก.พ. 60

บทที่ 21 เลี้ยงวันเกิด


WED 27/07/2016 (6:00 PM)

เธอกับยงซอนออกมาจากห้องแล้วเดินไปเรียกฮวีอินที่อยู่ห้องฝั่งตรงข้าม เมื่อเห็นสมควรแก่เวลาว่าควรจะออกเดินทางไปยังร้านเนื้อย่างที่นัดฮเยจินเอาไว้ได้แล้ว

ติ๊งดิง

“ฮวีอิน! เสร็จยัง!” ยงซอนตะโกนเรียกฮวีอินอยู่หน้าห้อง ก่อนที่หน้าของฮวีอินจะยื่นออกมาให้ได้เห็น

“จะไปจริงหรอพี่ พี่อย่าไปเลย” ฮวีอินพูดสายตาวิงวอน

“กลัวฉันไปเป็น กขค หรือไง ถ้ายังไม่ได้นัดเอาไว้ก่อนก็อยากจะปล่อยเธอสองคนไปจู๋จี๋กันอะนะ แต่ว่านัดคุณฮวาซาไปแล้วด้วย ไม่อยากผิดคำพูด” ยงซอนเล่นหูเล่นตาเอ่ยแซวฮวีอิน

“มันก็ไม่ใช่อย่างนั้น...” ฮวีอินพูดหมุบหมิบๆ

“ไปเถอะ เดี๋ยวจะสาย เวลานี้รถเยอะด้วย” เธอพูดตัดบทเร่งอีกสองคนให้รีบออกเดินทางได้แล้ว


เธอเดินเข้าไปยังร้านเนื้อย่าง ซึ่งฮวาซาก็จองห้องส่วนตัวเอาไว้เรียบร้อย เพียงบอกชื่อฮวาซาไปพนักงานต้อนรับก็พาพวกเธอไปยังห้องที่ถูกจองเอาไว้ทันที ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ห้องใหญ่อะไร เป็นห้องนั่งพื้นตามแบบวัฒนธรรมโบราณที่มีเพียงสี่ที่นั่ง แต่พื้นที่ใช้สอยโดยรอบก็ค่อนข้างกว้างเมื่อเทียบกับความจำกัดพื้นที่ในเขตเมืองหลวง พวกเธอสามคนนั่งรอฮวาซาที่ยังไม่มา ตาก็ชื่นชมบรรยากาศของร้านไปเรื่อย

“ร้านนี้สวยดีเหมือนกันนะคุณ ฉันไม่เคยมากินเลย” ยงซอนเอาศอกกระทุ้งเอวเธอพร้อมเอ่ยชม

“ถ้าอาหารอร่อยไว้ครั้งหน้าเรามากินกัน” เธอเว้นช่วงเล็กน้อยพร้อมส่งสายตาเจ้าเล่ห์ไปให้ “สองคนนะ” มือก็เผลอเรอไปกอดพร้อมลูบพุงอีกคนเล่น

ยงซอนตีมือนั้นเบาๆ แล้วหันหน้าไปคุยกับฮวีอิน “เออนี่ฮวีอิน ลองโทรถามฮวาซาสิ ใกล้ถึงรึยัง แล้วจะให้สั่งอะไรไหม เราจะได้สั่งรอไปเลย” เธอเห็นฮวีอินแอบกัดปากท่าทางดูมีพิรุธ แต่ก็ไม่ว่าจะพยายามใช้หัวคิดหาเหตุผลเท่าไหร่ก็คิดไม่ออกว่าทำไมคนตัวเล็กตรงหน้าถึงแสดงอาการเช่นนี้

ฮวีอินหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแต่กลับไม่โทรออก เอาแต่จ้องมองไปที่โทรศัพท์ในมือนิ่งอยู่ครู่ใหญ่ แต่แล้วก็เงยหน้าขึ้นมาอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นเสียงประตูก็เลื่อนเปิดออกก่อนที่ฮวีอินจะได้เอ่ยปากพูดในสิ่งที่เจ้าตัวคิดอยู่นาน

ครืดดด~

เธอหันหน้าไปมองยังประตูก็พบกับฮวาซา บรรณารักษ์ห้องสมุด หรือก็คือคนที่หน้าเหมือนฮเยจินในความฝันของเธอนั่นเอง ซึ่งดูเจ้าตัวก็จะตกใจไม่น้อยที่เจอเธออยู่ในห้องนี้ด้วย

“สวัสดีค่ะ คุณฮวาซา” ยงซอนที่นั่งข้างๆ เธอเอ่ยทักคนมาใหม่

          ฮวาซาก็ยิ้มกว้างแล้วพูดตอบพร้อมโค้งตัวกลับมาให้ “สวัสดีค่ะ คุณโซลาร์ อยากเจอคุณมาตั้งนานแหนะค่ะ ขอฮวีอินเท่าไหร่ก็ไม่ยอมพามาเจอสักที แต่สุดท้ายเราก็ได้เจอกันสักทีนะคะ คุณโซลาร์” ก็ยิ้มเป็นนี่หว่า สวยเหมือนกันนะเนี่ย

เธอเขยิบตัวเข้าใกล้ยงซอนแล้วเอาศอกไปกระทุ้งอีกคนเบาๆ พร้อมกระซิบบอก “ท่าทางฮวาซาจะชอบคุณมากนะเนี่ย ฉันเพิ่งเคยเห็นฮวาซายิ้มเนี่ยแหละ” พูดจบก็หันไปสนใจคนมาใหม่ที่ดูเป็นมิตรกว่าที่เธอคิด “สวัสดีค่ะ คุณฮวาซา จำฉันได้ไหมคะ มุนบยอลไง ที่เป็นเพื่อนกับซึลกิที่อยู่ข้างๆ ห้องคุณอะค่ะ” เธอทักทายอีกคนไปอย่างเป็นมิตร แต่ฮวาซาไม่แม้แต่จะสนใจคำพูดเธอสักนิด เดินไปนั่งตำแหน่งที่ว่างข้างๆ ฮวีอินทันที ม… เมินกันเลยหรอ

ยงซอนกระทุ้งเอวเธอเบาๆ แล้วก็กระซิบบอก “ท่าทางฮวาซาจะไม่ชอบคุณเลยนะเนี่ย คุณไปทำอะไรให้เขา”

ก็แค่ไปแอบก้มส่องใต้ประตูห้อง... ไม่น่าจะถึงกับเกลียดกันนะ คิดแล้วก็ส่ายหัวกลับไปให้พร้อมตอบ “เปล่าหนิ”

“สั่งอาหารอะไรกันไปรึยังคะ” ฮวาซาถามพร้อมตาก็ไล่กวาดดูรายการอาหารในมือ

“ยังเลยค่ะ กะว่าจะสั่งอยู่พอดี แต่คุณฮวาซาเดินเข้ามาซะก่อน งั้นสั่งกันเลยดีไหมคะ” ยงซอนพูดจบก็หยิบรายการอาหารมาดู ก่อนจะกดปุ่มเรียกพนักงาน

เธอเห็นฮวีอินก้มหน้าเงียบ ทั้งๆ ที่ตามอุปนิสัยต้องตื่นเต้นดี๊ด๊ากับของกินแล้ว แถมยังได้อยู่กับฮวาซาด้วย ทำไมคนตัวเล็กกลับทำหน้าบอกบุญไม่รับอย่างนี้

“เป็นไรไปฮวีอิน ดูไม่สดใสเลยวันนี้” เธอขมวดคิ้วส่งไปให้ฮวีอินที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเธอ

“เปล่าค่ะ หิวน่ะ” ฮวีอินยิ้มแห้งๆ กลับมาให้พร้อมลูบท้องตัวเอง ไม่รู้เป็นเพราะอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกว่าฮวีอินมีต้องมีอะไรบางอย่างในใจแน่ๆ ทะเลาะกับฮวาซาหรอ

“เธออยากกินอะไร” ฮวาซาหันมาถามฮวีอินพร้อมยื่นเมนูในมือให้ ซึ่งฮวีอินก็จิ้มๆ ภาพในเมนูนั้นแล้วส่งยิ้มกว้างขวางกลับไปให้ฮวาซา

หรือฉันคิดมากไป คงไม่มีอะไรมั้ง คิดได้ดังนั้นก็ปัดความสงสัยทั้งหมดแล้วก็มาดูรายการอาหารบ้าง ไม่นานนักพนักงานก็เดินมารับรายการอาหารแล้วเดินจากไป


หลังจากที่อาหารมาเสริฟพวกเธอก็ปิ้งย่างกันกินตามประสาร้านเนื้อย่าง แต่ถ้าถามเธอ เธอว่ามันออกจะขาดอะไรไปสักอย่าง เนื่องจากมันเป็นงานเลี้ยง การที่ไม่มีเครื่องดื่มมึนเมามันออกจะ… ออกจะเป็นการเป็นงานไปหน่อย แต่ถ้าถามเธออีกว่าเธอจะสั่งไหม เธอก็ตอบได้ว่า ถ้าเจ้าของงานไม่ออกปากสั่งเธอก็คงจะไม่สั่งเป็นแน่

“แย่จังเลยนะคะ มาเลี้ยงวันเกิดฉันทั้งที แต่กลับดื่มกันไม่ได้ ฉันนี่ก็แย่จริงๆ ดันขับรถมาเลยดื่มไม่ได้เลย ถ้าอยากดื่มกันก็ตามสบายเลยนะคะ ถ้าไม่รังเกียจเนี่ย ฉันไปส่งที่บ้านให้ได้นะคะ ไม่ต้องห่วง” ฮวาซาพูดด้วยท่าทางเกรงใจ

“ได้ยังไงกันคะ วันเกิดคุณฮวาซาทั้งที คุณจะยอมเสียสละไม่ดื่มได้ยังไง เอ…” ยงซอนเว้นช่วงคิดเพียงครู่ก่อนเอ่ยบอก “ถ้าอย่างนั้นคุณ ฮวีอิน แล้วก็มุนบยอลดื่มกันไปเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันเป็นคนขับรถเอง แล้วคุณฮวาซาก็ไปนอนห้องฮวีอินดีไหมคะ ห้องฮวีอินออกจะกว้าง คุณไปนอนด้วยอีกคนไม่มีปัญหาหรอกค่ะ อีกอย่าง ช่วงนี้ฉันเลิกดื่มไปแล้ว พอดีเมาง่ายไปหน่อยน่ะค่ะ” ยงซอนพูดจบก็หันไปขยิบตาให้ฮวีอิน แล้วก็เหล่ตามามองเธออย่างรู้งาน เธอเองก็แอบแหล่ตามองอีกคนอยู่เช่นเดียวกัน แล้วก็ลอบแบมือให้อีกคนอยู่ด้านล่าง ซึ่งก็เหมือนยงซอนจะรู้ใจไฮไฟว์มาบนมือที่เธอแบรอเอาไว้ ร้ายนักนะ ยงซอน

เธอแอบเห็นฮวีอินทำหน้าอึ้งๆ มองไปยังฮวาซากับยงซอนสลับกันไปมา ฮวาซาหันไปยิ้มพร้อมเลิกคิ้วให้กับฮวีอิน แต่แล้วก็หันไปพูดกับยงซอน

“งั้นฉันขออนุญาตไม่เกรงใจนะคะ” ฮวาซายิ้มให้ยงซอนแล้วกดปุ่มเรียกพนักงานเป็นรอบที่สองทันที

ไม่นานพนักงานสาวประจำร้านก็มารับรายการ “เบียร์สามขวดพอไหมคะ” ฮวาซาหันหน้ามามองเธอแล้วก็ฮวีอินสลับกัน ซึ่งเธอก็พยักหน้ารับไป และฮวีอินก็เช่นกัน ฮวาซาจึงหันกลับไปบอกกับพนักงานที่รออยู่ “ขอเบียร์สามขวดค่ะ”

ระหว่างรอเครื่องดื่มที่สั่งไป ฮวาซาก็คงเห็นฮวีอินทำตัวแปลกๆ จึงถามขึ้น “วันนี้เป็นอะไรไปฮวีอิน ดูแปลกๆ”

“ไม่มีอะไร” ฮวีอินยิ้มตอบไป แล้วก็คีบเนื้อย่างบนเตาไปให้ฮวาซา “อะนี่ กินเยอะๆ ไม่ต้องลดความอ้วนนะ”

“นี่เธอหาว่าฉันอ้วนหรอ” ฮวาซารีบตอบกลับไปทันควัน หน้าก็ดูจะผงะขึ้นทันที

“เปล่า ฉันแค่จะบอกว่าหุ่นแบบนี้อะดีแล้ว ไม่ต้องเปลี่ยนหรอก” ฮวีอินรีบแก้ตัว

เธอที่เห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็แอบจั๊กจี้กับบทสนทนาของทั้งสองคนไม่ได้ หันไปยักคิ้วหลิ่วตาให้กับยงซอนเป็นเชิงรู้กัน ขณะนั้นเองเครื่องดื่มที่เพิ่งสั่งไปก็มาเสิร์ฟตรงหน้า  พนักงานจัดการเทเครื่องดื่มสีเหลืองใสนั้นให้กับพวกเธอ แน่นอนว่ายกเว้นยงซอนที่อาสาขับรถพาพวกเธอกลับ

เมื่อพวกเธอเริ่มดื่มกันไปได้สักพักฮวาซาก็ชวนยงซอนคุย “คุณยงซอนคะ คุณได้ดูข่าวที่ว่าคนหายไปทุกวันที่ 17 เมษาของทุกปีไหมคะ”

“ได้ยินสิคะ ข่าวใหญ่ออกอย่างนั้น อีกอย่างวันที่ 17 เมษานี่ก็วันเกิดฮวีอินพอดีเลยด้วย จะฉลองก็รู้สึกแปลกๆ ชอบกล”

ฮวาซามีท่าทีประหลาดใจเหมือนไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน หน้าก็เบนไปมองฮวีอินที่ก้มหน้าก้มตากินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันมาคุยกับยงซอนต่อ “เห็นเขาลือกันว่าเป็นลัทธิบูชายักษ์อะไรนี่แหละค่ะ บอกว่าเป็นกลุ่มคนพิเศษ อย่างพวกแม่มด ปิศาจอะไรพวกนี้ ที่ต้องการล้างแค้นมนุษย์ที่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์พวกเขามาเนิ่นนาน คุณยงซอนคิดว่ายังไงคะ”

สิ้นคำของฮวาซา เธอก็มองตรงไปยังฮวีอิน แต่อีกคนก็ยังคงก้มหน้าก้มตากินท่าเดียวเหมือนกับคนไม่ได้กินข้าวมาเป็นเดือน เธอจึงแอบเอาเท้าไปสะกิดเรียก ซึ่งมันก็ทำให้ฮวีอินยอมเงยหน้าจากอาหารตรงหน้ามามองเธอได้สักที เธอส่งสายตาคำถามไปให้พร้อมบุ้ยหน้าไปทางฮวาซา

ฮวาซารู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไง เป็นแม่มด? แต่ฮวีอินกลับเทเบียร์ลงแก้วดื่มรวดเดียวหมดหน้าตาเฉย อีกทั้งยังกินอาหารตรงหน้าตัวเองต่อเหมือนไม่รับรู้กับคำถามของเธอซะงั้น แถมไม่ว่าเธอจะพยายามสะกิดอีกกี่ครั้งกี่หน คนตัวเล็กที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามนั้นก็ไม่มีท่าทีจะสนใจเธอสักนิดเดียว

ระหว่างที่เธอกำลังเพียรพยายามเอาเท้าสะกิดฮวีอินอยู่นั้น บทสนทนาของยงซอนกับฮวาซาก็ดำเนินต่อไป โดยเธอจับใจความได้คร่าวๆ ว่ายงซอนพยายามปกปิดตัวตนที่ตัวเองเป็นปิศาจ บอกไปว่าไม่เชื่อเรื่องแม่มด หรือปิศาจ แต่ฮวาซากลับบอกว่าตนเองเชื่อเรื่องพวกนี้ แล้วก็มีเหตุผลถ้าแม่มดหรือปิศาจจะเริ่มทำการเข่นฆ่ามนุษย์บ้าง

“เอ… แล้วทำไมถึงต้องเป็นวันที่ 17 เมษาวันเดียวด้วยล่ะคะ ถ้าจะล้างแค้นเนี่ย ทำวันไหนก็ได้ไม่ใช่หรอคะ” ยงซอนถาม

“อืมมม เห็นว่าเป็นวันที่ยักษ์ตนสุดท้ายตายน่ะค่ะ ก็เลยฆ่าบูชายันต์มนุษย์ให้แก่ยักษ์ ขอพลังจากยักษ์ให้ตนแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เตรียมการจะออกมาจากเงามืดที่มนุษย์บีบบังคับให้ต้องหลบซ่อน” ฮวาซาอธิบายเรื่องที่ตนได้ยินมา

“แหม คุณฮวาซาดูจะสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษเลยนะคะ” เธอหรี่ตาแทรกถามฮวาซา

“ก็นิดหน่อยน่ะค่ะ” ฮวาซาเอียงคอยิ้มน้อยๆ ตอบกลับมาเหมือนกับต้องการท้าทาย

เธอเป็นใครกันแน่ ฮวาซา เธออ้าปากจะซักอีกคน ต้องการรู้ให้ได้ว่าคุณบรรณารักษ์ผมสั้นตรงหน้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน แล้วไปฟังมาจากไหน แล้วฮวาซาเกี่ยวข้องอะไรกับลัทธิบูชายักษ์ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำออกไป

“ว่าแต่คุณฮวาซารู้จักกับฮวีอินได้ยังไงหรอคะ” ยงซอนถามแทรกขึ้นมา

“พอดีฉันเป็นบรรณารักษ์ในห้องสมุดน่ะค่ะ แล้วฮวีอินมานั่งทำรายงาน ก็เลยบังเอิญเจอกัน”

จากนั้นยงซอนก็ชวนฮวาซาคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย เธออยากจะแทรกถามก็ไม่มีโอกาสได้พูดเสียที เสียงเจื้อยแจ้วของไอดอลและแฟนคลับดังขึ้นอย่างไม่ขาดสาย จนกระทั่งอาหารและเครื่องดื่มบนโต๊ะร่อยหรอลงไปเรื่อยๆ และหมดลงในที่สุด

และเมื่อพวกเธอแบ่งกันจ่ายเงินเรียบร้อยก็ขึ้นรถยงซอนกลับคอนโดอย่างที่ได้คุยกันเอาไว้ก่อนหน้านี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น