(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 18 : เศษเสี้ยวของความฝัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 352
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    2 ก.พ. 60

บทที่ 18 เศษเสี้ยวของความฝัน


“ม… มุนบยอล ฉันขยับไม่ได้” เธอมองยงซอนที่ตัวแข็งทื่อ ก่อนจะเบนสายตาไปมองต้นตอของแสงสีเหลืองที่ตอนนี้ยังคงสว่างอยู่ชัดเจน หนังสือ เจ้าคนชุดดำนั่นเป็นแม่มด… แน่นอนว่าแสงที่สว่างวาบจากหนังสือนั่นมีผลให้ยงซอนขยับตัวไม่ได้ เธอวิ่งเข้าไปทางยงซอนและแม่มดตนนั้น ต้องทำลายหนังสือนั่น ด้วยความเร่งรีบแล้วก็คิดอะไรไม่ออก เธอจึงวิ่งโท่งๆ เข้าไปพร้อมฉมวกในมืออย่างนั้นแหละ แต่ยังไม่ทันถึงตัวคนร่ายเวทย์ ยงซอนที่อยู่ข้างหน้าคนนั้นก็ขยับตัวมาบังเอาไว้พร้อมกับเล็บที่ข่วนมาตรงกลางอกเธอ โชคดีที่เธอไหวตัวทันเอาฉมวกที่ถือมาด้วยบังตัวเอาไว้ ก่อนรีบถอยหลังออกห่างจากยงซอนทันที

“ยงซอน!” เธอตะโกนเรียกชื่ออีกคนอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น

“ฉันคุมตัวเองไม่ได้! หนีไปมุนบยอล!” ยงซอนที่เดินหน้าเข้ามาทางเธอย่างช้าๆ ตะโกนออกมา

ไม่ๆๆๆๆ ต้องมีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้นสิ “คุณอย่างพูดบ้าๆ น่า ฉันจะทิ้งคุณไปได้ยังไง” ยังพูดไม่ทันจบประโยคดี ยงซอนก็กระโจนมาตรึงเธอตัวให้ติดกับผนังด้วยมือที่ยังคงมีเล็บคมให้เห็นเด่นชัด

“มุนบยอล เธอฆ่าฉันเถอะ ฉันยังมีอีกหลายชีวิต จริงไหม” ยงซอนพูดออกมาเสียงอ่อนพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มคลอออกมาให้เห็น

ไม่! คือคำตอบที่คิดอยู่ในหัว เธอถีบยันยงซอนที่ตรึงตัวเธอเอาไว้ให้ลงไปกองกับพื้น แล้ววิ่งเข้าใส่แม่มดที่ควบคุมยงซอนอยู่ ขอเพียงหนังสือเล่นนั้น… เธอเข้าไปใกล้บุคคลปริศนานั่น เอื้อมมือออกไปเหมือนจะคว้าหนังสือเล่มนั้นถึง แต่แล้วกลับมีความเจ็บปวดแผ่ซ่านอยู่กลางหลังของเธอ เข่าเธอทรุดลงให้กับความเจ็บปวดนั้น เธอฝืนใจรวบรวมกำลังที่มียันตัวเองขึ้นมาใหม่ ตาก็จ้องมองไปยังหนังสือเล่มนั้นที่เจ้าของค่อยๆ เดินถอยออกไปตามระยะก้าวที่เธอเดินเข้าไปชิด และอยู่ดีๆ ก็มีแรงผลักจากด้านหลังขึ้นมาอีก และแรงนั้นก็ทำให้เธอล้มหน้าชิดแนบพื้น เธอรีบพลิกตัวหงายหลังขึ้นทันที แต่ก็เหมือนจะสายไปเสียแล้ว เพราะตอนนี้ยงซอนได้มาคร่อมตัวเธออยู่ โดยมือข้างหนึ่งก็กดทับอกเธอเอาไว้ไม่ให้ขยับเขยื่อน ส่วนมืออีกข้างก็ยกขึ้นสูงเหมือนพร้อมจะปลิดชีพเธอได้ทุกเมื่อ เธอหลับตาปี๋ ไม่รอดแน่

     แต่แทนที่จะเป็นเล็บเย็นของคนด้านบนที่มาปลิดชีพเธอ เธอกลับรู้สึกถึงหยดน้ำอุ่นๆ ที่มากระทบหน้า และเมื่อเธอลืมตาขึ้นก็พบยงซอนที่กำลังร้องไห้ ตัวที่สั่นเทิ้มเหมือนกำลังฝืนอะไรบางอย่างอยู่ ก่อนปากสวยที่มีเลือดซับน้อยๆ นั้นจะพูดคำวิงวอนออกมาอีกครั้ง “ฆ่าฉันเถอะ… คุณห้ามตายนะ”

ขอโทษนะ ยงซอน

ฉึก!

ฉมวกในมือขวาของเธอได้ทิ่มแทงเข้าไปในอกของร่างด้านบน ตาของเธอก็แอบเห็นรอยยิ้มจากปากของยงซอนก่อนที่ตาของเจ้าของปากนั้นจะค่อยๆ ปิดลงและแน่นิ่งไป เธอค่อยๆ พลิกตัวยงซอนให้แนบลงกับพื้น ส่วนเธอก็พลิกมาอยู่บนตัวอีกคนแทน เธอดึงฉมวกแหลมที่อกของคนด้านล่างออก ก่อนหันไปทางตำแหน่งที่แม่มดนั่นเคยอยู่ หายไปแล้ว


***


ตอนนี้เธอกับยงซอนก็สวมใส่ชุดฮันบกกำลังเดินไปที่รถเพื่อจะกลับบ้าน ซึ่งเจ้าชุดฮันบกที่ใส่นี่ก็เป็นของตกแต่งในบ้านผีสิงอีกนั่นแหละ ถึงแม้ทุกคนที่พวกเธอเดินผ่านจะหันมองมาเป็นตาเดียวก็เถอะ แต่จะให้ทำยังไงได้ ขืนออกมาทั้งชุดเปื้อนเลือดก็แตกตื่นกันใหญ่พอดี

“ฉันว่าทีหลังเราต้องพกชุดสำรองแล้วแหละ” ยงซอนพูดติดตลก ซึ่งเธอทำได้เพียงยิ้มอ่อนกลับไปให้เหมือนคนไร้เรี่ยวแรง

เธอกับยงซอนที่เพิ่งเดินมาถึงรถก็ก้าวขึ้นรถไป ซึ่งแน่นอนว่ายงซอนเป็นคนขับ ส่วนเธอก็นั่งอยู่ข้างๆ ขับรถบ้างดีไหมนะ เธอที่เห็นยงซอนขับรถออกไปอย่างคล่องแคล่วก็นึกสงสัยขึ้นมาว่าปกติพวกนักร้องไอดอลทั่วไปเขาก็น่าจะมีผู้จัดการขับรถรับส่งอะไรอย่างนี้ไม่ใช่หรอ แต่เท่าที่อยู่กับยงซอนมา ดูพี่ผู้จัดการจะไม่ค่อยมาดูแลอะไรเลย “ปกติผู้จัดการคุณไม่ได้เป็นคนขับรถให้หรอ”

ยงซอนเหลือบมามองเธอเพียงแวบหนึ่งแล้วหันกลับไปมองถนนตามเดิม “อ่อ ปกติพี่แกก็ขับให้นั่นแหละ แต่ถ้าไปไหนมาไหนที่ไม่เกี่ยวกับเรื่องงานก็ไม่อยากรบกวนเท่าไหร่”

“อ่อ” เธอพยักหน้าเข้าใจ


และแล้วเราก็มาถึงห้องของยงซอน เธอที่เดินมาส่งเจ้าของห้องถึงห้องของเจ้าตัวก็ขออาบน้ำเปลี่ยนชุดสักหน่อยก่อนจะขอตัวลากลับ

“มุนบยอล นี่ก็ดึกแล้ว นอนที่นี่ก็ได้นะ” ยงซอนเสนอ ซึ่งเธอก็คิดว่าเป็นความคิดที่ดีเหมือนกัน อีกอย่างนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกด้วย ใจจริงก็อยากจะเสนอตัวเองขอค้างอยู่แล้วแหละ แต่จะให้ขอก็กระดากปาก

“ขอบใจ” เธอพูดออกไปเสียงเรียบ


เธอนอนมองดูเพดานที่ดำมืด ตอนนี้เธอและยงซอนก็ได้ปิดไฟเตรียมตัวนอนกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เรื่องทั้งหมดในวันนี้ก็ทำให้เธอข่มตาหลับไม่ลง ถ้าฉันไม่ดื้อตื้อยงซอนให้ไปบ้านผีสิงนั่น ยงซอนก็คงไม่ต้องตาย… ไม่ต้องถูกฉันฆ่าอีกครั้ง เธอตะแคงข้างมองดูอีกคนบนเตียงที่นอนหงายอยู่ ทำไมเธอใจร้ายอย่างนี้ ทำไมต้องเป็นฉันที่ฆ่าเธอทุกครั้ง

“ฉันขอโทษ” เธอพูดออกมาเบาๆ เหมือนพึมพำกับตัวเอง แต่แล้วร่างนั้นที่เธอคิดว่าคงหลับไปแล้วกลับตะแคงข้างมามองเธอ

“ขอโทษเรื่องอะไร” เสียงของยงซอนถามขึ้นอย่างอ่อนโยน

“ขอโทษที่ดื้อ ขอโทษที่พาคุณไปตาย ขอโทษที่ปกป้องคุณไม่ได้ ขอโทษ… ที่ฆ่าคุณ” ปากพูดพร่ำคำขอโทษ น้ำตาเม็ดน้อยที่รื้นอยู่ในตาก็พาลจะไหลร่วงลงมาให้ได้

ยงซอนมองหน้าเธอเพียงครู่แล้วเขยิบตัวเข้ามาซุกในอ้อมอกเธอ “ไว้คราวหน้าไปสวนสนุกจริงๆ กัน ไปตอนกลางวันที่คนเยอะๆ นะ” ยงซอนพูดติดเล่นเหมือนต้องการบรรเทาความทุกข์ในตัวเธอ

“อืม” เธอเว้นช่วงครู่นึงแล้วพูดต่อ “แต่คุณรับปากอะไรฉันสักอย่างได้ไหม”

“หืม อะไรล่ะ” หน้าที่ซุกอยู่ที่อกเธอผละออกมาเพียงเล็กน้อยแล้วเงยมาสบตากับเธอ

เธอจ้องไปในตาคู่นั้นก่อนเอ่ยปากบอก “คุณอย่าขอให้ฉันฆ่าคุณอีกเลยนะ”

ยงซอนยังคงสบตาเธออยู่ด้วยแววตาที่เธออ่านไม่ออก ถึงแม้ความจริงมันอาจเป็นเวลาเพียงสั้นๆ แต่มันช่างรู้สึกเนิ่นนานเหลือเกินสำหรับเธอ… เวลาก่อนที่ยงซอนจะพูดคำว่า “อืม” ออกมา แล้วคนด้านหน้าก็ซุกหน้ากลับเข้าไปในอกของเธอตามเดิม เธอวาดแขนเข้าไปกอดหลังของอีกคนให้มาประชิดตัว พลันน้ำตาที่กักเก็บเอาไว้ก็ไหลพรูออกมา ขอบใจ


“นี่ฮเยจิน พรุ่งนี้วันเกิดข้า เจ้าอยากจะไปงานวันเกิดข้าไหมล่ะ ข้าจะใจดีชวนเจ้าไป” ฮวีอินพูดด้วยเสียงสดใสปนถือตัวอย่างเช่นทุกครั้ง ที่ดูเจ้าตัวจะแก้ไม่หายหรือไม่ก็ไม่คิดจะแก้ไขมัน

ออกจากป่างั้นหรอ “ไม่ล่ะ” เธอแอบเห็นตากลมนั้นมีแววสลดลง “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจ้าก็จะอายุ…” เธอเว้นช่วงทบทวนความหลังนึกอายุของอีกคนก่อนเอ่ยออกมา “10 ขวบงั้นสิ”

ฮวีอินพยักหน้าออกมาน้อยๆ แล้วหันไปนอนกลิ้งเล่นกับโกโมต่อ พร้อมบ่นเสียงงึมงัมเบาๆ แต่ว่าเธอดันได้ยิน “ปีที่แล้วเจ้าก็ไม่ยอมไป”

เห็นหน้าที่ปกติยิ้มแย้มหมองลงเธอก็อดถามออกไปไม่ได้ “เจ้าอยากได้อะไรเป็นของขวัญวันเกิดไหมล่ะ”

ฮวีอินหันหน้ามาทางเธอทันที แววตาที่ดูเศร้าในตอนแรกก็เริ่มมีประกายขึ้น ก่อนจะทำท่านึก “อืม…” ร่างเล็กเปล่งเสียงเหมือนคนใช้ความคิดอยู่เพียงครู่ก่อนเอ่ยออกมา “ข้าอยากยิงธนูเป็น”

“เห็นเจ้ามั่นใจนักมั่นใจหนาว่าเมื่ออายุครบ 18 จะได้รับพลังแม่มดของตระกูลเจ้าไม่ใช่หรอ แล้วจะมาฝึกยิงธนูทำไม”

“ถึงแม้ว่าข้าอายุ 18 และได้รับพลังแล้วก็ตาม แต่เราจะประมาทศัตรูไม่ได้ ยักษ์ในตำนานคงไม่ได้มีแค่ชื่อหรอก จริงไหม” ฮวีอินพูดพร้อมสายตามุ่งมั่นจนเธออดจะถามกลับไปไม่ได้

“เจ้าอยากฆ่ายักษ์ขนาดนั้นเลยหรอ”

“ใช่! ข้านี่แหละ จะเป็นผู้ล้มยักษ์” ฮวีอินส่งแววตาและรอยยิ้มมุ่งมั่นกลับมาให้เธอ

“ตกลง ข้าจะสอนเจ้ายิงธนูเอง” เจ้าอยากฆ่าข้าขนาดนั้นเลยหรอ ฮวีอิน


เธอลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบกับยงซอนที่นอนตะแคงข้างเอามือชันคางอยู่

“แอบดูฉันหลับหรอคุณ” เธอพูดยิ้มๆ แหย่ไป

ยงซอนเพียงยิ้มบางเบามาให้ก่อนบอก “ฉันว่าฉันรู้อะไรบางอย่างเกี่ยวกับความฝันนั่นแล้วแหละ” เธอเลิกคิ้วส่งไปให้ ก่อนที่ยงซอนจะพูดต่อ “เศษเสี้ยวของความฝันนั่น จะดำเนินไปทุกครั้งที่ฉันตายยังไงล่ะ”

ที่ยงซอนพูดก็มีเหตุผล ถึงแม้เธอจะคิดเห็นด้วยกับอีกคน แต่ปากกลับบอกปัดออกไป “บ้าน่า” เธอยันตัวขึ้นชันคางแบบอีกคนบ้าง จะต่างกันก็เพียงแค่คนละด้าน เอื้อมมือที่ว่างจากการค้ำยันคางของตัวเองไปปัดปรอยผมของอีกคนขึ้นทัดหู “คิดมากแล้วคุณ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #33 wyve (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:58
    จ่ะร้องงงง ที่บยอลฝันนี่น่าจะมาจากพลังวิญญาณที่รับมาจากในป่าตอนเด็กงั้นดิ เรื่องที่ฝันก็อาจเป็นเรื่องในอดีตหรือเปล่า แล้วมันเกี่ยวไรกับปีศาจแมวTT อ่อออออออบรรพบุรุษบยอลเป็นนี่เนาะ อาจเกี่ยวเนื่องกันเพราะที่ผนึกไว้ งืมมมมมมม
    #33
    0
  2. #31 hajingsuky (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:48
    ถ้าเป็นจริงเหมือนที่ยงซอนบอกกว่าฝันจะจบต้องตายก่อนมั้ยเนี้ย ไม่นะะะะ TT แอบ งง ตกลงสองคนนี้ฝันว่าตัวเองเป็นยักษ์ แต่ฮวีนในความฝันมีชีวิตเหมือนมุน แฮ่ มาไขข้อสงสัยไวๆน้า  
    #31
    0