(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 17 : บ้านผีสิง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 368
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    2 ก.พ. 60

บทที่ 17 บ้านผีสิง


SAT 03/06/2016 (10:00 AM)

เธอมานอนตะแคงข้างดูทีวีอยู่ที่ห้องยงซอน เนื่องจากเจ้าของห้องโทรไปบอกให้มาอยู่เป็นเพื่อนเพราะฮวีอินไปธุระต่างจังหวัด ตัวเจ้าของห้องเองก็นั่งเล่นโทรศัพท์บ้างดูทีวีบ้างอยู่บนเก้าอี้โซฟาอีกตัว

กริ๊ง กริ๊งงงง~

เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เธอหันหน้าจากทีวีไปมองยงซอนที่กำลังจิ้มๆ โทรศัพท์มือถือของตัวเองที่อยู่ในมือ ไม่รับหรอ เธอคิดสงสัยอยู่ในใจ แต่จะให้เธอเดินไปรับเองมันก็กะไรอยู่ เพราะยังไงที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านเธอ แถมเจ้าของบ้านยังนั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ทั้งคน

กริ๊ง กริ๊งงงง~

แต่เสียงที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องก็ช่างกวนใจเธอเหลือเกิน เธอจึงกระดึ๊บตัวเลื้อยเข้าไปใกล้เก้าอี้ของอีกคน แล้วเอาคางชันเข้ากับที่วางแขนโซฟาตัวที่เธอนอนอยู่ก่อนถาม

“ไม่รับหรอคุณ”

ยงซอนไม่ตอบอะไรเอาแต่จิ้มๆ หน้าจอโทรศัพท์อยู่เหมือนเดิม และไม่ได้มีท่าทีจะสนใจเสียงโทรศัพท์หรือเสียงพูดของเธอสักนิด เธอนั่งดูยงซอนจนเสียงโทรศัพท์เงียบลงไป เธอลุกขึ้นมานั่งดีๆ แล้วก็ปีนชะโงกหน้าไปดูว่าอีกคนจิ้มๆ ลากๆ อะไรในโทรศัพท์บนมือ แต่แล้วก็เห็นเพียงเกมยิงลูกโป่งที่เจ้าตัวชอบเล่นเวลาไม่มีอะไรทำ เธอเหลือบตาไปมองอีกคนที่ยังทำท่าไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีกครั้ง แต่ก็ต้องเก็บความสงสัยไว้แล้วยันตัวลงกลับมานั่งบนโซฟาดีๆ เธอกำลังจะทิ้งตัวลงนอนอีกที แต่เสียงโทรศัพท์ที่ขาดหายไปก็กลับดังขึ้นมาอีกรอบ แล้วตัวเจ้าของห้องก็ไม่มีท่าทีสนใจเสียงนั้นอีกเช่นเดิม

“ถ้าคุณไม่รับ ฉันรับนะ” เธอลุกขึ้นเดินไปยังโทรศัพท์เครื่องนั้น แต่แล้วก็ได้ยินยงซอนเดินเสียงดังตุ๊บๆๆ มาจากด้านหลัง ก่อนจะเดินไปดึงสายโทรศัพท์นั่นออกต่อหน้าต่อตาเธอ แล้วก็เดินกลับไปนั่งที่เดิมหน้าตาเฉย

“คุณรู้เหรอว่าใครโทรมา”

เงียบ

เงียบใช่ไหม… ได้… เธอจ้องไปยังโทรศัพท์มือถือในมือของอีกคน มานี่! โทรศัพท์เครื่องนั้นลอยออกจากมือยงซอนมาอยู่ต่อหน้าเธอ หึ ถ้าแค่ของเบาๆ แค่นี้ ไม่มีปัญหา จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์นั่นมาถือไว้กับตัว

“คุณ! ขี้โกงนี่”

“ตกลงใครโทรมา คุณถึงไม่รับสาย” เธอถามพร้อมทั้งดึงมือหลบยงซอนที่จะเข้ามาแย่งโทรศัพท์คืน แล้วก็ถลึงตาไปให้ทีก่อนพูดย้ำ “บอกมาก่อนสิ แล้วจะคืนให้”

“ไม่เอาก็ได้! ฉันดูทีวีอย่างเดียวก็ได้” อ้าวเห้ย! ยอมง่ายๆ อย่างนี้อะนะ

“โหคุณ บอกนิดบอกหน่อยก็ไม่ได้ โอเค เอาโทรศัพท์คุณคืนไป” เธอยื่นโทรศัพท์บนมือไปหน้ายงซอนเมื่อเห็นว่าแผนที่คิดไว้ไม่เป็นผล เธอจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนอีกรอบหนึ่ง “เดี๋ยวฉันไปต่อสายนั่นคืน แล้วก็ยืนรอให้ใครคนนั้นโทรมาอีกที ทีนี้พอฉันรับสายก็รู้ละว่าเป็นใคร” เธอพูดออกไปอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า “คุณจะยอมบอกดีๆ หรือคุณจะให้ฉันรับสายเองล่ะ”

ยงซอนหยิบโทรศัพท์คืนไปแล้วแบะปากพูดออกมาเสียงงอน “อืม บอกก็ได้” ยงซอนพูดเพียงเท่านั้นแต่กลับนิ่งเงียบไปนานสองนาน เธอจึงส่งสายตาคาดคั้นไปให้อีกที เจ้าตัวถึงจะยอมปริปากเอ่ยออกมา “ซานดึล”

“นี่คุณยังไม่เลิกโกรธซานดึลอีกหรอ” เธอถาม “คุณรู้จักซานดึลมากี่ปีแล้ว”

“ก็รู้จักตั้งแต่มหาลัย พอดีเรียนเอกเดียวกัน”

เธอนับนิ้วก่อนจะบอก “ก็หกปีแล้วสิ”

“ก็คงงั้น” ยงซอนตอบกลับมาแบบไม่ใส่ใจ

“คุณเป็นเพื่อนกับเขามาตั้ง 6 ปี จะเกลียดเขาไปจนวันตายเพราะคำพูดของเขาเมื่อวันนั้นเนี่ยนะ”

“คุณก็เห็นตาเขาหนิ ตอนเขาพูดว่าคุณเป็นปิศาจน่ะ แววตาเขาทั้งเกลียด ทั้งกลัว ฉันว่าถ้าเขาฆ่าคุณได้เขาคงฆ่าคุณไปแล้ว ทั้งๆ ที่คุณก็ไม่ได้ไปทำอะไรให้เขาซะหน่อยหนิ คนไม่มีเหตุผลแบบนั้นคุณยังจะให้ฉันคบเป็นเพื่อนอีกหรอ” ยงซอนพูดพร้อมใส่อารมณ์เต็มที่

“แต่ฉันก็แอบเข้าใจซานดึลนะ” เธอพูดออกมาเสียงเรียบ “คุณลองคิดดู ถ้าเพื่อนที่คุณเล่นอยู่ด้วยทุกวัน วันนึงเกิดเข้าไปในป่า และป่านั่นก็เป็นป่าที่ชาวบ้านเล่าลือกันว่าเป็นป่าต้องสาป แล้วพอเพื่อนคนนั้นเดินออกมา ผมที่เคยเป็นสีดำก็กลายเป็นสีเงิน ตาที่เคยเป็นสีน้ำตาลก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดง ถ้าเป็นคุณ คุณจะคิดยังไง”

ยงซอนมองไปที่ผมสีเงินบนหัวของเธอ แต่แล้วก็มองมายังตาของเธอที่ตอนนี้เป็นสีน้ำตาลเข้ม ก่อนจะนิ่งเงียบขมวดคิ้วทำท่าไม่เข้าใจ แล้วปริปากถาม “แต่ตาเธอไม่ใช่สีแดงหนิ”

“งั้นฉันถามอีกเรื่องนึง” เธอพูดเปลี่ยนคำถามขึ้นมาดื้อๆ “ถ้าสมมติคุณเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา ไม่มีพลังอะไร แล้ววันนึง ดันไปเจอวิญญาณปิศาจเข้า คุณรู้ว่าปิศาจตนนั้นเก่งมากๆ ปิศาจตนนั้นบอกว่าจะมอบพลังให้คุณโดยการสิงร่างคุณ คุณจะยอมให้ปิศาจตนนั้นสิงไหม”

“อืม… ถ้าฉันอยากเก่งฉันก็คงยอมอะนะ” ยงซอนนิ่งคิดเพียงครู่ก่อนตอบ

“แต่คำพูดของปิศาจทุกตนใช่ว่าจะเชื่อถือได้ ถ้าปิศาจตนนั้นเข้าสิงแล้วยึดร่างคุณไปเลยล่ะ”

“ฉันก็ต้องไม่ยอมอยู่แล้ว” นั่นสินะ ใครจะไปยอม

“พอๆๆ เลิกพูดเรื่องนั้นเถอะ” เธอถือโอกาสเปลี่ยนเรื่องคุย “นี่คุณ แล้วช่วงนี้คุณไม่ออกทีวีบ้างหรอ อุตสาห์เปิดดูพวกช่องข่าวบันเทิง พวกรายการเพลง ไม่เห็นจะมีคุณเลย”

“เออนี่ พูดแล้วก็นึกขึ้นได้” ยงซอนเอ่ยพร้อมกระเด้งตัวขึ้นอย่างตื่นตัว “สัปดาห์หน้าฉันมีถ่ายรายการ ต้องเข้าบ้านผีสิงด้วยอะ คิดแล้วก็สยอง” ยงซอนทำหน้ามุ่ยพร้อมจับแขนตัวเองลูบไปมา

“บ้านผีสิงที่ไหน” เธอถามกลับ

“ก็บ้านผีสิงในห้างดรีมที่เพิ่งเปิดน่ะสิ”

“บ้านผีสิงในห้างมันจะไปน่ากลัวอะไรคุณ เล็กๆ เหมือนงานวันเทศกาลโรงเรียน”

“นี่คุณ! พูดอย่างงี้อะคุณเคยเข้าแล้วหรอ อย่ามาดูถูกบ้านผีสิงในห้างนะ”

“งั้นไปลองเล่นดูกันไหมล่ะ” เธอยื่นหน้าไปใกล้ยงซอนแล้วเอ่ยชวน

ยงซอนส่ายหน้าออกมาอย่างแรงทันที “ไม่อะ ปล่อยฉันไปตายเอาดาบหน้าดีกว่า”

เธอทำเสียงเสียดายพยายามตื้อยงซอนให้ไปให้ได้ แต่เจ้าตัวกลับไม่มีท่าทีใจอ่อนสักนิด


เวลาล่วงเลยมาถึงเย็น พวกเธอนั่งกินพิซซ่าที่สั่งมาอยู่หน้าทีวี ตาก็มองรายการวาไรตี้ที่ฉายอยู่ ปากก็เคี้ยวพิซซาตุ้ยๆ เธอเห็นรายการวาไรตี้ที่ให้นักร้องเกิร์ลกรุ๊ปสี่คนเดินเข้าไปในบ้านผีสิง แต่ละคนต่างวี๊ดว๊ายกอดกันกลม พลางก็จินตนาการภาพตัวเองกับยงซอนในบ้านผีสิงบ้าง ยงซอนที่ตกใจกระโดดมาเกาะแขนฉัน มากอดหลังฉัน อ่า… นึกแล้วก็จั๊กจี้ คิดดังนั้นจึงเอ่ยปากชวนยงซอนอีกครั้ง

“เห้อ… อยู่บ้านคุณมาทั้งวันอะ ไม่ได้ออกไปไหนเลย ถ้าได้ไปยืดเส้นยืดสายหน่อยก็ดีน้า…” เธอแอบเห็นยงซอนหันมาสนใจ เธอเลยเชิดหน้าลอยตาพูดต่อไป “ถ้าได้ไปเล่นบ้านผีสิงในห้างที่เปิดใหม่นั่นจะเป็นยังไงน้า…”

เธอเห็นยงซอนเหลือบมองนาฬิกาแล้วพูดกลับมา “ถึงแม้ฉันจะอยากพาคุณไปเล่น แต่นี่มันก็จะมืดแล้ว กว่าเราจะไปถึงอีก ห้างคงปิดแล้วแหละ” ยงซอนพูดออกมาทำหน้าทำตาเสียดายที่ดูแวบเดียวก็รู้ว่าเฟคชัดๆ

“แสดงว่าถ้ายังไม่ปิดคุณจะยอมเล่นกับฉันงั้นหรอ” เธอกระเด้งตัวถามเสียงกระตือรือร้น

ยงซอนทำหน้าครุ่นคิดก่อนจะตอบเสียงสูง “ตกล๊ง”


***


เธอมองหน้ายงซอนที่ยืนอ้าปากค้างให้กับป้าย พิเศษฉลองเปิดห้าง เวลาทำการ 8:00AM - 10:00PM แล้วก็นึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ฉันนี่มันโชคดีจริงๆ

“ป๊ะ คุณ” เธอจูงยงซอนเข้าไปข้างในตัวห้างซึ่งตอนนี้มีผู้คนบางตา เนื่องด้วยคงเป็นเพราะเวลาที่ค่อนข้างดึก เธอที่จูงยงซอนเข้ามาปุ๊ปก็สามารถเห็นป้ายบอกทางไปโซนสวนสนุกภายในห้างได้อย่างชัดเจน เธอจึงเดินตามป้ายนั้นไปอย่างไม่ลังเล

เดินมาถึงที่สวนสนุก เธอก็ไม่รอช้า ก้าวไปยังส่วนของบ้านผีสิงทันที แต่แล้วมือของคนที่ถูกเธอลากก็กระตุกขึ้นพร้อมถาม

“ปิดแล้วมั้งคุณ ดูดิ ไม่เห็นมีคนเลย”

เธอมองไปยังบ้านผีสิงตรงหน้า ซึ่งมันก็เป็นจริงอย่างที่ยงซอนบอก ปิดแล้วหรอ เธอนึกสงสัยในใจ พยายามจะหาดูป้ายว่าปิดกี่โมง แต่แล้วก็มีเสียงคนคนหนึ่งเข้ามาทัก

“สวัสดีครับ Dream Haunt ยินดีต้อนรับครับ” เธอมองไปยังต้นเสียงก็พบชายวัยรุ่นใส่ชุดแฟนซีโครงกระดูกเหมือนเป็นพนักงานต้อนรับ

“เอ่อ… ยังเปิดอยู่ไหมคะ” เธอถามกลับไป

“เปิดครับเปิด เชิญได้เลยครับ” ชายผู้นั้นพูดอย่างกระตือรือร้นแล้วผายมือเชิญเธอสองคนเข้าไปภายในบ้านผีสิง

เธอเดินจับมือยงซอนเข้ามาภายในบ้านผีสิง ยืนสอดส่องอยู่ครู่ให้สายตาปรับตัวเข้ากับความมืด แล้วจึงค่อยๆ เห็นภาพในความมืดขึ้นมาลางๆ

“โห… คุณ!” ยงซอนส่งเสียงตื่นเต้น เธอจึงหันไปมองคนพูด “แมวมองเห็นในที่มืดชัดจริงๆ ด้วยคุณ” ยงซอนพูดพร้อมกระตุกมือเธอรัวอย่างตื่นเต้น จริงด้วย ลืมไปเลย เหมือนภาพในจินตนาการของเธอที่ยงซอนวี๊ดว๊ายมาเกาะแขนบ้าง เกาะเอวบ้างจะแตกสลายไปในพริบตา แต่แล้ว…

“อ๊าาาา” ยงซอนกรีดร้องออกมาเสียงแหลมแล้วกระเด้งตัวมาเกาะเธอ

“ไหนคุณบอกเห็นชัดแจ๋วไง ยังจะตกใจอีกหรอ” เธอถามออกไปอย่างสงสัย จะว่าดี เป็นไปตามแผนที่วางไว้ มันก็ใช่อยู่ แต่มันก็อดสงสัยไม่ได้เหมือนกัน

“มองเห็น กับตกใจมันคนละเรื่องกันนี่คุณ” อ่อหรอ

เธอเดินต่อไปข้างหน้าตามทางเรื่อยๆ ที่มีหุ่นโครงกระดูกคอยผลุบๆ โผล่ๆ ขึ้นมาเป็นบางจุด พร้อมทั้งไฟเขียวๆ แดงๆ สร้างบรรยากาศสยองขวัญ อีกทั้งยังมีของตกแต่งน่าขนลุก แล้วก็เสียงประกอบสยองขวัญชวนประสาทนั่นอีก เธอต้องขอยอมรับว่ามันน่ากลัวกว่าที่เธอคิดเอาไว้ ถ้าเธอมาคนเดียวก็คงจะกรี๊ดแต๋วแตกขาเปลี้ยเพลียแรงเหมือนกัน แต่มีอีกคนคอยเกาะแขนอยู่ข้างๆ แบบนี้ก็อุ่นใจขึ้นเยอะ

“คุณ ข้างหน้ามีคนอยู่ด้วย” ยงซอนบอก ซึ่งแน่นอนว่าเธอมองไม่เห็นคนคนนั้นหรอก

“คงรอเราเดินไปถึงแล้วก็พุ่งมาให้ตกใจมั้ง”

เธอและยงซอนเดินไปตามเส้นทางที่เป็นทางบังคับทางเดียวให้เราเดิน เดินไปได้อีกระยะหนึ่งก็กลับมีแรงดึงมาจากยงซอนพร้อมเสียงหวีดร้อง

“อ๊าาาาาาา”

เธอพยายามมองผ่านความมืดนั้นดีๆ ก็เห็นคนชุดดำคนหนึ่งดึงแขนอีกข้างของยงซอนอยู่ คนชุดดำ

“คุณเป็นใคร! ปล่อย!” เธอตะโกนบอกพร้อมพยายามแกะมือของคนชุดดำให้ออกจากยงซอน แต่คนชุดดำที่แรงเยอะกว่าก็สามารถฉุดยงซอนให้เข้าหาตัวเองได้สำเร็จ แถมยังถีบเธอล้มก้นจ้ำเบ้าไปกองกับพื้น

คนชุดดำลากยงซอนที่พยายามสะบัดแขนให้หลุดจากแรงฉุดที่ข้อมือ ปากของยงซอนก็พร่ำตะโกน “ปล่อยฉันนะ! ปล่อย!”

เธอที่ยังเจ็บก้นไม่หายแต่เห็นภาพตรงหน้าก็ทำให้ต้องวิ่งตามไปทันที ระหว่างวิ่งพลันตาก็เหลือบไปเห็นฉมวกด้ามสั้นที่ใช้เป็นของตกแต่งฉาก ยืมหน่อยคงไม่เป็นไร เธอหยิบฉมวกนั้นแล้ววิ่งตามไปติดๆ “ยงซอน!” เธอตะโกนเรียกชื่ออีกคนออกมา ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ายงซอนก็ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาๆ เหมือนกัน ใช่สิ คุณเป็นราชาแมว “ยงซอน เล็บไงเล็บ คุณข่วนมันสิคุณ!”

จากนั้นไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องที่ไม่คุ้นเคยออกมาเบาๆ เธอเห็นยงซอนที่กำลังวิ่งกลับมาทางเธอ แต่แล้วกลับมีแสงสว่างวาบจากทางด้านหลังของร่างที่กำลังวิ่งมา พร้อมกับยงซอนที่หยุดวิ่งลงทันที

“ม… มุนบยอล ฉันขยับไม่ได้”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #30 wyve (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:08
    ว๊ากกกก
    คนชุดดำก็เป็นพวกมีเวทย์หรอ อารมณ์เหมือนวิ่งหนีผี 55555
    มีอะไรที่แมวจะแพ้มั่งน่ะ บยอลนี่ถ้ายอมรับพลังแล้วจะได้เป็นประมาณร่างอวตาลยักษ์ไรงั้นไหมอ่ะก็ฮวาซาเป็นยักษ์ ใช่ไหม555 ค่ดขี้ลืม ถ้าให้แย่หน่อยก้คงโดนยึดร่างไปงั้น แต่ในโลกจริงก็มีฮเยจินอยู่ โอยนี่ชื่อสลับกันไหมนี่555555
    #30
    1
    • #30-1 mosedoc(จากตอนที่ 17)
      2 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:08
      ฮเยจินเป็นยักษ์ค่ะ ฮวาซาอยู่ในโลกจริง ชื่อสลับ 55555
      #30-1