(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 15 : เกลียด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 411
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    1 ก.พ. 60

บทที่ 15 เกลียด


“ผมน่ะไม่แปลกหรอก มุนบยอลต่างหากที่แปลก” ซานดึลชี้นิ้วตรงมาที่เธอ “คุณยงซอน คุณเลิกยุ่งกับมุนบยอลเถอะ ผมหวังดีกับคุณนะ มุนบยอลมันไม่ใช่คน มุนบยอลมันเป็นปิศาจ!”

ยงซอนที่รับฟังคำนั้นจบก็นิ่งเงียบ รวมถึงเธอเองก็ด้วยเช่นกันที่ไม่รู้จะทำตัวยังไง ได้แต่นั่งเงียบๆ ฟังที่ซานดึลพูดต่อไป “ผมรู้ว่ามันฟังดูไร้สาระ แต่มันคือความจริง คุณยงซอน คุณต้องเชื่อผมนะ มุนบยอลมันเป็นปิศาจ มันเป็นตัวอันตราย คุณอย่าไปอยู่ใกล้มัน”

ยงซอนที่ยังคงนั่งเงียบก็ค่อยๆ เบนสายตาจากหน้าของซานดึลลงมามองไปยังมือที่จับข้อมือของเธออยู่ ก่อนจะค่อยๆ แกะมือนั้นออกพร้อมเอ่ยปากถามเสียงเรียบ “คุณบอกว่าคุณเป็นเพื่อนมุนบยอลไม่ใช่เหรอ”

“ผมบอกว่าเคยเป็น แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว ใครจะไปเป็นเพื่อนกับปิศาจ มุนบยอลมัน-”

ซานดึลยังพูดไม่ทันจบ ยงซอนก็แทรกถามขึ้นมาอีก “มุนบยอลเคยทำร้ายคุณหรอ”

“ถึงแม้จะไม่เคย แต่มัน-”

ครืดดด~

ยงซอนดันเก้าอี้ลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับซานดึล “คุณโกรธ คุณเกลียดมุนบยอลเพราะคำว่าปิศาจเนี่ยนะ ทั้งๆ ที่ครั้งหนึ่งคุณเคยเรียกมุนบยอลว่าเพื่อน แล้วคุณก็บอกเองว่าเพื่อนคนนั้นไม่เคยทำร้ายคุณ แต่คุณก็เกลียดเธอเพียงเพราะคุณคิดว่าเธอเป็นปิศาจ” ยงซอนหยุดนิ่งเพียงครู่แล้วพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้นฉันว่าเราคงเป็นเพื่อนกันไม่ได้แล้วล่ะค่ะ” ยงซอนพูดจบก็ก้มลงจับมือของเธอแล้วลากเธอออกไปจากร้านกาแฟทันที

ระหว่างที่เธอโดนลากออกมานั้น เธอสาบานได้ว่าแอบเห็นน้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากตาคู่สวยนั้น ก่อนที่ยงซอนจะสลัดมันทิ้งไปแล้วหันมาทำหน้าตาสดใสพูดกับเธอเหมือนเมื่อครู่นี้ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น “ไปร้านตรงนู้นกันเถอะ”

เดินดูนู่นดูนี่ได้อีกพักใหญ่ เวลาก็ล่วงเลยมาถึงมื้อเย็น เธอที่ยังคงเดินจับมือยงซอนอยู่ตั้งแต่ออกจากร้านกาแฟก็เลยกระตุกมือนั้นให้หยุดเดิน “นี่คุณ ฉันหิวข้าวแล้วอะ ไปหาอะไรกินกันเถอะ”

ยงซอนหยุดเดินแล้วมองไปรอบๆ ก่อนจะถาม “คุณชอบกินตอกโบกกิไหม”

เธอพยักหน้าตอบอีกคนไป “ชอบ แต่กินเผ็ดมากไม่ได้นะ”

ยงซอนทำหน้าดีใจแล้วชี้นิ้วไปที่ตัวเอง “ฉันก็กินเผ็ดไม่ได้เหมือนกัน” ยงซอนเว้นช่วงคิดนิดนึงก่อนจะพูดต่อ “ตรงนู้นมีร้านที่ฉันชอบไปกิน คุณจะลองชิมดูหน่อยไหมล่ะ”

เธอส่ายหัวให้เป็นคำตอบ เรียกหน้าเศร้าๆ ของยงซอนให้กลับมาอีกรอบ “ไม่เอาอะ ชิมจะไปอิ่มอะไร จะกินทั้งทีก็กินให้อิ่มไปเลย” เธอด้วยพูดน้ำเสียงสนุก

“เล่นลิ้นนะเราน่ะ” ยงซอนพูดปนขำออกมา เธอมองดูหน้ายิ้มแย้มของอีกคนที่เริ่มคลี่ออกมาอย่างจริงใจ ซึ่งนั่นมันก็ทำให้เธออมยิ้มตามไปด้วย เธอยิ้มแบบนั้นแหละน่ารักแล้ว อย่าร้องไห้เลยนะ คิมยงซอน


หลังจากกินตอกโบกกิกันเรียบร้อย เราสองคนก็เห็นสมควรว่าถึงเวลาที่ต้องกลับกันได้แล้ว แล้วจะกลับยังไงล่ะทีนี้ ก็ขามาดันนั่งรถซานดึลมา แต่ขากลับเหลือเพียงเธอกับยงซอน โบกแท็กซี่ดีไหมนะ

“ฉันอยากขึ้นรถเมล์” เสียงเจื้อยแจ้วของยงซอนดังขึ้นมาจากด้านข้าง ขัดกับความคิดของเธอเมื่อสักครู่

เธอหันหน้าไปมองยงซอนก่อนตอบกลับไป “แต่ตอนนี้คนเยอะนะคุณ เขาเพิ่งเลิกงานกลับบ้านกัน”

“แต่ฉันไม่ได้ขึ้นรถเมล์นานแล้ว ตรงนี้ก็ไม่ห่างจากคอนโดฉันเท่าไหร่ด้วย แป๊ปเดียว เดี๋ยวก็ถึง” ยงซอนที่ไม่มีท่าทีจะเปลี่ยนใจ ยังคงอยากจะขึ้นรถเมล์ให้ได้ รถเมล์ก็รถเมล์

เมื่อตกลงกันได้ พวกเธอสองคนเดินไปยังป้ายรถเมล์ มือเธอก็จับคล้องมือของยงซอนไว้ ซึ่ง… ซึ่งเธอก็จำไม่ได้เหมือนกันว่าจับมือนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วก็จำไม่ได้ด้วยว่าใครเป็นคนเอื้อมจับก่อน ตอนนี้เธอรู้สึกเพียงความอบอุ่นเล็กๆ จากมือของคนด้านข้างที่แผ่มาเท่านั้น แต่แล้วเมื่อมาถึงป้ายรถเมล์ เธอกลับเห็นสายตาหลายคู่ของผู้คนที่ยืนรอรถเมล์อยู่มองมาทางเธอกับยงซอน และเมื่อมองตามสายตาทุกคู่ไปก็พบกับมือของเธอและยงซอนที่กอบกุมกันอยู่ เธอพยายามจะขยับมือของเธอออก แต่อีกคนกลับต้านเอาไว้อย่างแข็งขืน เธอเบนสายตาไปมองยงซอนที่หันหน้ามองตรงไปยังถนนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากนั้นไม่นานรถเมล์ก็มาถึง เธอเดินตามยงซอนขึ้นรถเมล์ไปทั้งๆ ที่มือก็ยังคงจับกันไม่ยอมปล่อย เธอพยายามฝืนตัวเองไม่ให้สนใจสายตาเจ้าสงสัยทุกคู่ที่มองมา

และจนกระทั่งตอนนี้ เธอก็ยังคงจับมือยงซอนอยู่ในห้องคอนโดของยงซอนเอง ยงซอนก้าวเดินมาเผชิญหน้ากับเธอก่อนจะคลายมือเธอลงแล้วถามเสียงเรียบ “ทำไมต้องอยากปล่อยมือฉันด้วย”

“ฉัน…” เธอเอ่ย รู้สึกสมองกำลังหมุนติ้วประมวลคำพูดอยู่ แต่แล้วยงซอนก็พูดเสริมขึ้นมาอีกที

“คุณก็เกลียดปิศาจอย่างฉันเหรอ”

เธอมองยงซอนที่อยู่ดีๆ ก็มีน้ำตาจากไหนก็ไม่รู้ทะลักออกมาไหลอาบแก้ม แต่กลับไม่มีแม้เสี้ยวของเสียงสะอื้นเดียวดังเล็ดลอดออกมาจากปากของเจ้าตัว เธอเดินเข้าไปใกล้ร่างนั้นก่อนจะวาดวงแขนกระชับกอดอีกคน และไม่นานก็รู้สึกถึงมือที่กอดตอบเธออยู่ด้านหลัง มีเสียงสะอื้นเบาๆ เข้ามากระทบหูเธอก่อนที่เสียงนั้นจะค่อยๆ จางหายไป และเมื่อเธอรู้สึกว่าแรงสะอื้นไห้ของคนตรงหน้าได้จางหายไปแล้ว เธอจึงดันตัวออกมาจากยงซอน เธอมองไปยังหน้าของยงซอนที่ห่างเพียงคืบ หน้าของยงซอนที่มองมายังเธอเหมือนต้องการให้เธอพูดอะไรบางอย่างออกไป แต่ในหัวของเธอตอนนี้กลับขาวโพลนไปหมด และอยู่ดีๆ ก็มีประโยคนึงผุดขึ้นมาในหัว

“คืนนี้นอนกับฉันไหม” นี่ฉันพูดบ้าอะไรออกไป…

หน้าที่จริงจังของยงซอนในตอนแรก ตอนนี้กลับแดงแปร๊ดเป็นลูกตำลึงสุกพร้อมทำปากพะงาบๆ เธอจึงเอ่ยแก้ตัวออกไป “คือ… ไม่ใช่ๆ ฉันหมายถึงนอนแบบ… นอนจับมือกันเหมือนครั้งก่อนไง” เธอพยายามนึกคำออกมาอธิบายให้ดีที่สุด และเมื่อเห็นสีหน้ายงซอนเริ่มผ่อนคลายลง เธอจึงพูดต่อ “คุณจำเรื่องที่เราฝันถึงฮวีอินกับฮเยจินที่หน้าเหมือนฮวาซาที่ฉันเอารูปให้คุณดูได้ไหม ตั้งแต่วันนั้นที่ฉันคุยกับคุณ ฉันก็ไม่ฝันเห็นอะไรเลย ว่างเปล่า… ทุกอย่างดำมืดไปหมด” เธอเล่าเหตุการณ์ให้ยงซอนฟังอย่างจริงจัง “คุณไม่อยากรู้เหรอ ว่าต่อไปมันจะเป็นยังไง เรื่องราวระหว่างฮเยจินกับฮวีอินน่ะ” เธอถามออกไปอย่างคาดหวังคำตอบ

และแล้วในที่สุด… ยงซอนก็ยอมพยักหน้ากลับมา


***


FRI 27/05/2016 (7:30 AM)

ม่ฝัน ภาพในห้วงนิทราของเธอยังคงดำมืดเหมือนสี่ห้าวันที่ผ่านมา ทำไม เธอชะเง้อตัวไปมองมือของเธอที่ยังคงกุมมือยงซอนอยู่ จากนั้นก็มองไปยังเจ้าของมือที่ยังคงหลับไหลนั่น เธอค่อยๆ เอามือข้างที่ว่างไปปัดปรอยผมของอีกคนที่บดบังหน้ามนนั่นอย่างแผ่วเบา เห้อ ในเมื่อคิดอะไรไม่ออก แถมไหนๆ ก็ตื่นแล้ว ไปอาบน้ำดีกว่า

เธอที่เข้าไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเป็นชุดเดิมชุดเดียวกับที่เมื่อวานใส่นอน และแน่นอนว่าชุดที่เธอใส่เมื่อคืนจะเป็นชุดใครไปไม่ได้นอกจากชุดของคนที่ยังอยู่บนเตียง พอออกมาจากห้องน้ำก็กลับเจอยงซอนนอนดูทีวีอยู่บนโซฟาซะแล้ว

“ตื่นเร็วนะเนี่ยคุณ” เธอเอ่ยทักพร้อมเดินไปหา เธอมองหน้าอีกคนที่อยู่ดีๆ ก็ทำตาลอกแลกๆ เป็นอะไรของเขา หรือว่า…

“หรือว่าเมื่อคืนคุณไม่ได้นอน” ที่ไม่ได้ฝันอะไรหรือว่าเป็นเพราะยงซอนไม่ยอมหลับ

“แล้วทำไมฉันต้องไม่หลับด้วย หลับสิเมื่อคืนน่ะ ฉันตื่นก่อนคุณแป๊ปเดียวนั่นแหละ” พูดจบยงซอนก็ทำตาโตมีพิรุดแล้วหันหน้าไปทางอื่น แต่เมื่อเช้าตื่นมาเห็นยงซอนหลับอยู่ไม่ใช่หรอ เห…

“เห… คุณตื่นมาก่อนฉันงั้นเหรอ งั้นที่ฉันรู้สึกว่ามีคนมาจุ๊บแก้มตอนฉันหลับอยู่นี่ก็คุณเองสินะ แหม… ไม่ต้องแอบจุ๊บตอนหลับก็ได้ ตอนตื่นนี่ฉันก็ยินดีจะให้จุ๊บ” เธอพูดล้ออีกคนพร้อมทำปากป่องพองลมยื่นแก้มไปใกล้ยงซอน ความจริงเธอก็แหย่เล่นไปอย่างนั้นแหละ เรื่องจุ๊บนี่สร้างขึ้นเองทั้งดุ้น ไม่มีเค้าความจริงเลยสักนิด

“นี่! หยุดเลยนะ ฉันไม่ได้ทำแบบนั้นซะหน่อย คุณอย่ามามั่วนิ่ม” ยงซอนเถียงเสียงแข็ง

“โอเค คุณไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำ แต่ถ้าอยากจุ๊บเมื่อไหร่ก็จุ๊บได้เลยนะ ฉันไม่ถือ” เธอยังคงกวนยงซอนต่อไปด้วยหน้าทะเล้นๆ

“นี่คุณ! พอ! คุยเรื่องความฝันกันดีกว่า แล้วตกลงเมื่อคืนคุณฝันเห็นอะไรไหม” ยงซอนโวยวายก่อนจะถามเปลี่ยนเรื่อง

เธอส่ายหน้าแล้วถามกลับไปบ้าง “แล้วคุณล่ะ”

ยงซอนส่ายหัวกลับมา แต่แล้วก็ชี้นิ้วขึ้นฟ้าพร้อมทำตาโตเหมือนนึกอะไรออก “อ้อ!” ยงซอนพูดออกมาเสียงดัง ตาของเธอโตขึ้นทันทีกับท่าทางนั้น ในใจก็อดตื่นเต้นกับคำพูดของอีกคนที่กำลังจะเปล่งออกมาไม่ได้

      “เมื่อคืนฉันฝันว่าฉันเป็นแมว กำลังวิ่งไล่จับหนูอยู่ หนูตัวใหญ่มากเลยนะ” พูดแล้วก็ทำท่าทางประกอบว่ามันใหญ่โตมโหฬารมากแค่ไหน “ฉันวิ่งไล่รอบบ้านเลย เหนื่อยมาก!” เยบา… ชื่อนี้เธอไม่ได้ได้มาเล่นๆ เลย

“ยงซอน” เสียงเปิดประตูพร้อมกับเสียงเรียกเจ้าของห้องดังมาจากทางหน้าประตูห้อง เธอหันหน้าไปมองตามเสียงนั้น พี่ผู้จัดการ

“อ้าว คุณ… เอ่อ…” พี่ผู้จัดการนิ่งคิดก่อนจะจำชื่อเธอได้ “คุณมุนบยอลอี คุณก็อยู่ด้วยหรอคะ” พูดจบก็ส่งสายตามองเธอบ้างมองยงซอนที่นั่งข้างๆ เธอบ้าง ก่อนจะพูดต่อ “โทษทีนะคะ พอดีฉันนึกว่ายงซอนอยู่คนเดียว เลยซื้ออาหารมาแค่ชุดเดียว”

“อ่า… ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันจะกลับแล้ว” เธอพูดเสร็จก็ลุกขึ้นจะเดินไปเก็บของตัวเอง แต่ยงซอนกลับรั้งมือเธอไว้เสียก่อน

“เดี๋ยว อยู่กินข้าวเช้าด้วยกันก่อนสิ”

“มีอาหารชุดเดียว คุณกินไปเถอะ จะให้ฉันแย่งคุณกินรึไงฮึ” เธอพูดติดจะเล่น

“เดี๋ยวฉันไปซื้อเพิ่มให้ก็ได้ค่ะ ไม่นาน แป๊ปเดียวเดี๋ยวมา” พี่ผู้จัดการพูดเสนอขึ้นมา ตัวก็หันทำท่าจะเดินออกไปซื้ออาหารมาให้อย่างที่ปากบอก

“ไม่เป็นไรค่ะพี่ เดี๋ยวฉันทำเอง”

“เธอจะลงไปซื้ออะหรอ”

“ฉันหมายถึงฉันจะทำอาหารกินเองเนี่ยแหละค่ะ” อ่า… จะได้กินอาหารฝึมือยงซอน

“ห๊ะ! ไม่ดีมั้ง ซื้อเขากินดีกว่าน่ายงซอน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาทำ เสียเวลาล้างให้ยุ่งยาก” พี่ผู้จัดการพยายามพูดโน้มน้าว

“ทำไม่นานหรอกค่ะ อีกอย่างฉันก็ยังไม่หิวด้วย” ยงซอนพูดจบก็หันหน้ามาถามเธอ “แล้วคุณล่ะ หิวรึยัง” เธอส่ายหน้าตอบกลับไป ยงซอนที่ได้รับคำตอบจากเธอจึงพูดต่อ “เห็นไหม มุนบยอลก็ยังไม่หิว ยังมีเวลาทำอีกนานค่ะ ไม่ต้องห่วง”

“แต่เธอไม่มีวัตถุดิบนี่หน่า ตู้เย็นโล่งเชียวเนี่ย ดูสิ” พี่ผู้จัดการเดินไปเปิดตู้เย็น ซึ่งเธอมองเข้าไปก็เห็นเพียงขวดน้ำสองสามขวด กับกล่องน้ำผลไม้อีกเพียงสองกล่องเท่านั้น

ยงซอนทำท่านึกก่อนจะพูดออกมา “อ่อ ห้องฮวีอินไง ฮวีอินทำอาหารกินเองบ่อย ต้องมีของอะไรเอาไว้ทำกินแน่ๆ ไปค่ะ พี่ไปเปิดห้องฮวีอินให้หน่อยสิคะ” ยงซอนพูดจบก็ดันพี่ผู้จัดการไปทางประตูหน้าห้องทันที

“เอ๊ นี่ฮวีอินไม่อยู่ห้องหรอ” พี่ผู้จัดการเหมือนพยายามจะถามเปลี่ยนเรื่อง

“ก็ฮวีอินไปทำรายงานที่มหาลัยไง ฉันรู้ว่าพี่รู้ ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง”

สุดท้ายพี่ผู้จัดการก็ทนแรงยื้อของยงซอนไม่ได้ ยอมเดินไปเปิดห้องฮวีอินให้ จากนั้นไม่นานยงซอนก็ถือถุงอะไรไม่รู้กลับเข้าห้องมา

เธอนั่งมองภาพยงซอนที่กำลังง่วนกับการเปิดหาสูตรอาหารในอินเตอร์เนทอยู่บนโต๊ะกินข้าวบริเวณครัว แต่แล้วก็มีมือหนึ่งมาแตะลงบนไหล่ของเธอ เธอหันไปมองเจ้าของมือนั้นพร้อมเลิกคิ้วสงสัย

“คุณมุนบยอลอีคะ ฉันขอโทษที่ช่วยคุณไว้ไม่ได้”

“เอ่อ… เรียกฉันว่ามุนบยอลก็ได้ค่ะ” เธอตอบกลับพี่ผู้จัดการที่กำลังทำหน้าเศร้าอยู่

“ค่ะ” พี่ผู้จัดการรับคำก่อนจะพูดเสียงเศร้าต่อ “ฉันขอให้คุณโชคดีนะคะ คุณมุนบยอล” จากนั้นร่างท้วมนั่นก็เดินออกจากประตูห้องไป ถึงทำอาหารแย่ยังไง ถ้าทำตามสูตรก็คงไม่แย่เท่าไหร่หรอก เธอที่พอจะเดาออกว่ายงซอนคงทำอาหารไม่เก่งเป็นแน่ จากอาการของพี่ผู้จัดการที่แสดงออกมา แต่ก็พยายามคิดในแง่บวกเข้าไว้ ตาก็เบนไปมองยงซอนที่ตอนนี้เริ่มลงมือทำอาหารอย่างขะมักเขม้น

และวันนี้ก็ทำให้เธอรู้ว่า… สิ่งที่เธอคิดมาโดยตลอด มันไม่เป็นความจริง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น