(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 12 : แตกต่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    30 ม.ค. 60

บทที่ 12 แตกต่าง


FRI 20/05/2016 (9:00 AM)

“สิ่งที่แตกต่างระหว่างปิศาจแมว กับราชาปิศาจแมว นอกจากประสาทสัมผัสที่ไวกว่า และพละกำลังที่มีมากกว่าอย่างที่เธอบอกมา ยังมีอีกอย่างนึงที่แตกต่างกัน... ราชาแมวมีเก้าชีวิตยังไงล่ะ” เธอพูดอธิบายสิ่งที่ขาดหายไปให้ฮวีอินฟัง

“พวกเธอพูดเรื่องอะไรกันน่ะ ปิศาจแมวอะไร ราชาแมวอะไร” ยงซอนแทรกถามขึ้นมา

“จำที่ฉันบอกคุณเมื่อวานได้ไหม ว่าคุณตายจริงๆ แล้วคุณก็ไม่ใช่ผี ไม่ใช่ซอมบี้ด้วย แต่คุณเป็นราชาปิศาจแมวยังไงล่ะ” เธออธิบาย

“ฉ… ฉันเนี่ยนะเป็นปิศาจ”

“ใช่ คุณเป็นปิศาจ” เธอทำหน้าตายชี้นิ้วไปทางยงซอน แต่แล้วก็ชี้มาทางฮวีอินแล้วบอก “ฮวีอินก็เป็นปิศาจ”

“ห๊ะ!” ยงซอนส่งเสียงขึ้นมาอย่างตกใจ “หมายความว่าฮวีอินก็ไม่ตายเหมือนกันหรอ”

“ไม่ใช่ ฮวีอินมีแค่ชีวิตเดียวเหมือนคนธรรมดาเนี่ยแหละ มีเพียงคุณเท่านั้น คุณที่เป็นราชาแมวเก้าชีวิต แล้วคุณอย่าเข้าใจผิดว่าคุณเป็นอมตะนะ คุณไม่ได้เป็นอมตะ แต่คุณมีเก้าชีวิต แล้วตอนนี้คุณก็เหลือเพียงแปดชีวิตเท่านั้น ถ้าชีวิตสุดท้ายคุณตายขึ้นมา คุณก็จะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย” เธอได้ยินเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่จากทางยงซอนก่อนจะพูดต่อ “คุณไม่รู้สึกอะไรในตัวคุณเปลี่ยนไปบ้างเลยหรอ”

ยงซอนเพียงส่ายหน้ามาเป็นคำตอบให้เธอ เธอจึงพูดต่อไป “ความจริงการฆ่าราชาแมวก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักหรอก เพียงแต่คุณต้องรู้ความสามารถของตัวเอง”

“ความสามารถของฉันงั้นหรอ”

“ใช่ คุณจำรถคันสีดำที่คุณบอกว่าจอดอยู่หลังพุ่มไม้ได้ไหม” เธอถามแล้วก็ได้ยงซอนพยักหน้าเป็นคำตอบกลับมาให้ “มีเพียงปิศาจแมวเท่านั้นแหละ ที่จะเห็นจากระยะไกลขนาดนั้นได้ ฉันเองก็มองไม่เห็นรถคันนั้นหรอก” ยงซอนทำท่าใช้ความคิด เธอจึงพูดต่อไปอีก “อ่อ แล้วเรื่องสำคัญที่คุณจำเป็นต้องรู้อีกอย่าง” เธอยกมือขวาชูขึ้นมาแล้วพูดบอก “เล็บยังไงล่ะ”

“เล็บ?” ยงซอนขมวดคิ้วสงสัย

“คุณลองเกร็งมือคุณสิ”

เธอเห็นมือที่เริ่มปูดด้วยเส้นเอ็นของยงซอน ก่อนที่เล็บสั้นๆ ของเจ้าตัวจะยาวยืดออกมา “อ๊าย!” ยงซอนทำท่าตกใจกับสิ่งที่ตัวเองเห็นสะดุ้งข่วนโต๊ะไม้ที่พวกเธอกำลังนั่งกินข้าวอยู่ไปทีนึง เธอเห็นดังนั้นจึงเอามือไปแตะไหลอีกคนที่หน้าตาตื่น

“ใจเย็นๆ” เธอพูดบอกอีกคนไป

ยงซอนเบนสายตาจากเล็บของตัวเองมามองหน้าเธอ หน้าอกที่กระเพื่อมลมหายใจแรงตอนแรกก็ค่อยๆ ผ่อนลง ก่อนที่เล็บยาวนั้นจะหดลงไปตามเดิมด้วย

“ที่ฉันจะบอกคุณก็คือ อย่าเผลอตกใจแล้วโชว์เล็บให้คนอื่นดูไปทั่วล่ะ” สิ้นเสียงของเธอ ยงซอนพยักหน้าอย่างแรงเหมือนต้องการจะบอกว่าตัวเธอเองก็เห็นด้วยอย่างยิ่ง

“แล้วฮวีอินล่ะ คุณบอกว่าฮวีอินเป็นปิศาจ” ยงซอนถามขึ้น

“อาฮะ” เธอพยักหน้าให้ยงซอน แล้วหันไปทางฮวีอินก่อนพูดขึ้น “ให้เจ้าตัวเล่าเองดีไหม”

“โอ๊เค~” ไม่รอคำตอบจากยงซอน ฮวีอินก็พูดออกมาเสียงใสพร้อมทำมือเป็นสัญลักษณ์โอเคขึ้นมาอย่างกระตือรือร้น “อะแฮ่ม ขอแนะนำตัวอีกครั้งนะคะ หนูจองฮวีอิน เป็นปิศาจหมา”

“นี่เธอเป็นหมาจริงๆ หรอฮวีอิน” ยงซอนทำตาโตมองไปที่ฮวีอิน

ฮวีอินไม่สนใจคำพูดยงซอน แต่เพียงกลอกตาทำหน้าเอือมๆ เล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ที่หนูถามว่าพี่เลี้ยงแมวรึเปล่าน่ะ ก็เพราะได้กลิ่นแมวจากพี่เนี่ยแหละ”

จบประโยคยงซอนก็ก้มหน้าลงไปดมไหล่ตัวเองก่อนพูดออกมา “ไม่เห็นได้กลิ่นอะไรเลย”

“ก็พี่ไม่ใช่หมาหนิ จะได้กลิ่นได้ไงล่ะ”

“อ่อ” ยงซอนพยักหน้าเข้าใจแล้วหันมาทางเธอ “เธอก็ได้กลิ่นแมวจากฉันหรอ”

เธอพยักหน้าไปให้แล้วพูดเสริม “นอกจากกลิ่นแมวจากคุณแล้วก็ยังได้กลิ่นอื่นด้วย กลิ่นเฉพาะตัวของราชาแมวไงล่ะ พอดีฉันรู้จักราชาแมวคนก่อนน่ะ ก็เลยจำกลิ่นได้”

“ราชาแมวคนก่อนงั้นหรอ” ยงซอนถาม

“ใช่ ราชาแมวคนก่อน” เธอตอบเน้นย้ำกลับไป

“หมายความว่าเขาตายแล้วงั้นหรอ”

“ถ้าเขาไม่ตาย คุณก็จะไม่มาเป็นราชาแมวแบบนี้หรอก” เธอเว้นช่วงเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “มีบางสิ่งที่คุณควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นแมวด้วยกัน จะเป็นหมา เป็นแม่มด หรือเป็นมนุษย์ธรรมดาก็ตาม การมีตัวตนของคุณไม่ส่งผลดีกับใครเลย ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ทุกคนอยากฆ่าคุณ หรือต้องการครอบครองคุณ ผู้ที่หวังในอำนาจก็ต้องการจะใช้คุณเป็นเครื่องมือในการข่มขู่ทำลายผู้อื่น ผู้ที่ต้องการพลังของคุณก็ต้องการให้คุณตายเพื่อให้พลังนั้นไปสิงสู่แก่ผู้ฆ่า ผู้ที่หวั่นกลัวคุณแต่ไม่สามารถแย่งชิงพลังคุณมาได้ก็ต้องการจองจำไม่ให้คุณเห็นเดือนเห็นตะวัน หรือแม้แต่ฆ่าคุณซะเพื่อให้พลังของคุณล่องลอยไปยังที่ไกลแสนไกล”

“ราชาแมวคนก่อน” ยงซอนพูดขึ้นแล้วกลืนน้ำลายอึกนึงก่อนจะพูดต่อ “โดนฆ่าตายหรอ”

“เปล่า แก่ตายน่ะ” เธอพูดออกมาหน้าตาย แต่ก็แอบเห็นยงซอนกับฮวีอินที่ตอนแรกทำหน้าลุ้นกับคำตอบของเธอลอบถอนหายใจออกมาก้อนโต

“แล้วทำไมพลังถึงมาตกอยู่ที่ฉันล่ะ ฉันไม่ได้รู้จักเขาซะหน่อย”

“ฉันก็ไม่รู้ทั้งหมดหรอกนะ แต่เท่าที่รู้พลังของราชาแมวเมื่อล่องลอยไร้ภาชนะบรรจุ ก็จะมาสิงสู่อยู่ในร่างใหม่ ร่างที่สามารถรับพลังนั้นได้แต่ไม่มีพลังปิศาจอยู่ก่อน” พูดจบก็ได้สีหน้างงๆ จากทั้งยงซอนและฮวีอินส่งมา เธอจึงอธิบายต่อไป “ไม่พ่อก็แม่คุณนั่นแหละ คนใดคนหนึ่งต้องเป็นปิศาจแมวยังไงล่ะ” พูดจบก็สรุปแถมอีกทีนึง “คุณต้องเป็นลูกครึ่งปิศาจแมวไงล่ะ พลังของราชาแมวถึงจะมาสิงสู่ได้”

ฮวีอินอ้าปากพยักหน้าพร้อมทุบกำปั้นไปที่มือตัวเอง “อ่อ อย่างนี้นี่เอง” ส่วนยงซอนก็อ้าปากค้างกระพริบตาปริบๆ ไม่พูดอะไรออกมา

“แล้วพ่อแม่คุณล่ะ กลับไปคุยกับท่านบ้างก็ดีนะ” เธอเสนอ

“พ่อแม่ฉันทำงานอยู่ต่างประเทศ นานๆ จะกลับมาซะที เลยไม่ค่อยได้เจอกัน” ยงซอนตอบ “ว่าแต่คุณล่ะ เป็นปิศาจอะไร”

“ฮึฮือ พี่บยอลอีไม่ใช่ปิศาจหรอก เป็นแม่มดต่างหากล่ะ แม่มด” แทนที่จะเป็นเธอที่ต้องตอบคำถามนั้น ฮวีอินกลับเสนอหน้าขึ้นมาตอบแทนพร้อมสะบัดมือฟรุ้งฟริ้งมาทางเธอ

“แม่มด” ยงซอนทำหน้าตะลึง “หมายความว่าคุณทำให้ของลอยแบบในหนังได้อะไรอย่างงี้อะหรอ” ถ้าแค่ของเบาๆ ก็ไม่ได้ยากอะไรอะนะ

“นั่นสิ พี่บยอลอี โชว์หน่อยๆ ฉันยังไม่เคยเห็นพี่ใช้พลังมาก่อนเลย” ได้ พี่จะโชว์ให้เป็นบุญตานะหนูน้อย

เธอจ้องไปที่แก้วน้ำที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็เพ่งสมาธิ ลอย! ทันใดนั้นแก้วนั้นก็ลอยเหนือจากโต๊ะขึ้นมาประมาณหนึ่งฟุต ยงซอนและฮวีอินพร้อมใจกันปรบมือให้อย่างชื่นชม จากนั้นเธอก็ค่อยๆ เพ่งสมาธิให้แก้วนั้นลงสู่ตำแหน่งเดิมอย่างนุ่มนวล โฮ้ยยย กะอีแค่แก้วเล็กๆ ยังแอบเหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย ถึงแม้จะเหนื่อยแต่ก็ยิ้มกว้างออกไปอย่างมีฟอร์ม

“โหหหหห พี่เป็นแม่มดพลังจิตหรอ สุดยอดดดด!” ฮวีอินพูดออกมาอย่างเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่

“แม่มดพลังจิต” ยงซอนพูดออกมาเสียงสงสัย “แสดงว่ามีแม่มดแบบอื่นด้วยหรอ”

“ใช่ๆๆๆ” ฮวีอินรีบโพล่งขึ้นมา “มีแม่มดที่ต้องพูดคาถาอะไรยาวๆ ก็ไม่รู้ถึงจะใช้พลังได้ แล้วก็มีแม่มดที่ต้องถือคัมภีร์ เวลาใช้พลังก็จะมีแสงสว่างวาบออกมาจากคัมภีร์ยังไงล่ะ แม่มดพลังจิตนี่แรร์มากเลยนะ ตั้งแต่หนูเกิดมาก็ยังไม่เคยเจอมาก่อนเลย พี่บยอลอีนี่แหละคนแรก”

“รู้เยอะเหมือนกันนี่เจ้าหมา” เธอพูดชมฮวีอินซึ่งก็ได้รับการยักคิ้วสองสามทีตอบกลับมา

“แล้วพวกรถดำเมื่อวานนี้ล่ะ เป็นอะไร” ยงซอนวกกลับมาถามเรื่องเมื่อวานอีกครั้ง

“ฉันก็ไม่รู้” เธอยักไหล่ตอบกลับไป

“คุณได้กลิ่นราชาแมวจากฉัน แล้วคุณไม่ได้กลิ่นจากพวกนั้นหรอ”

“ที่ได้กลิ่นคุณน่ะ ก็เพราะเราชนกันหน้าห้องน้ำที่ร้านนั่นไง คุณจำได้ไหม” ยงซอนทำหน้านึกเพียงครู่ก็พยักหน้ากลับมาให้ เธอจึงพูดต่อ “ฉันเป็นแม่มด ไม่ใช่หมา ต้องอยู่ใกล้ๆ น่ะ ถึงจะได้กลิ่นปิศาจ แถมกลิ่นแม่มดด้วยกันเองก็ไม่ได้กลิ่นด้วย ถ้าจะมีคนบอกได้ว่าพวกเมื่อวานนี้เป็นใคร ในที่นี้ก็น่าจะเป็น…” เธอเว้นช่วงแล้วหันไปมองฮวีอินที่ตอนนี้อกผายไหล่ผึ่งทำหน้าทำตามั่นใจในตัวเอง

“หนูเอง!” ฮวีอินพูดพร้อมเชิดหน้าขึ้น

ท่าเชิดๆ นี้มัน… ระหว่างที่เธอกำลังนึกว่าเธอคุ้นๆ ท่าทางมั่นใจในตัวเองของฮวีอินมาจากที่ไหน เสียงของยงซอนก็แทรกขึ้น “เออ ฮวีอิน พอเธอทำท่านี่ฉันก็นึกอะไรได้” ยงซอนมองหน้าฮวีอินแล้วพูด “เมื่อคืนนี้ฉันฝันเห็นเด็กเหมือนเธอเลย เด็กนั่นเหมือนรูปตอนเด็กที่เธอเอามาให้ฉันดูเลย” ยงซอนเว้นช่วงแล้วพูดต่อ “ไม่สิ ฉันฝันเห็นเธอตั้งแต่เมื่อคืนวานแล้ว แถมเมื่อคืนก็ฝันต่ออีกแหนะ เด็กคนนั้นรู้สึกจะชื่อฮวีอินด้วยนะ แปลกไหมล่ะ” ยงซอนพูดออกมาเหมือนคนไม่อยากจะเชื่อแต่ก็ติดจะขำ

เดี๋ยวๆๆๆ ยงซอนก็ฝันเหมือนฉันหรอ

“โห นี่พี่คิดถึงฉันจนเก็บไปฝันเลยหรอ” ฮวีอินส่งสายตาล้อเลียนไปให้ยงซอน

เธอหันหน้าไปมองพิจารณาฮวีอินอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกครั้ง เหมือนจริงๆ ด้วย เหมือนเด็กน้อยฮวีอินในฝันของเธอ จะต่างก็เพียงแค่สีผมเท่านั้นที่มันไม่ใช่สีน้ำตาลแดงเหมือนในฝัน แต่กลับเป็นสีน้ำตาลเข้ม ณ ตอนนี้เธอไม่รู้ว่ายงซอนกับฮวีอินหัวเราะคุยแหย่อะไรกันอยู่ มีเพียงความคิดสับสนของเธอที่อยู่ในหัว ทั้งเรื่องฮวาซาที่เธอรู้สึกคุ้นเคย เรื่องฮวีอินที่อยู่ในฝันของเธอ เรื่องยงซอนที่ฝันแบบเดียวกับเธอ รวมถึงเรื่องความฝันที่เปลี่ยนไปของเธอ แล้วความฝันนี้มันจะจบลงที่ไหน

ใช่สิ รูปฮวาซา เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดรูปของฮวาซาที่เคยได้ถ่ายเอาไว้แล้วยื่นไปหายงซอน “คุณคุ้นหน้าคนคนนี้ไหม”

ยงซอนก้มลงมองโทรศัพท์ของเธอเล็กน้อยแล้วก็ทำตาโตพร้อมชี้มาที่รูปแล้วตอบกลับมา “ใช่เลย ฉันฝันว่าฉันเป็นคนคนนี้แหละเมื่อคืนนี้ คือก่อนหน้านี้ก็น่าจะด้วย ถึงแม้คืนก่อนฉันจะไม่เห็นหน้าตัวเองแต่ก็คิดว่าน่าจะเป็นคนเดียวกันกับเมื่อคืนเนี่ยแหละ เมื่อคืนฉันเห็นหน้าตัวฉันสะท้อนมาจากหน้าต่าง หน้าฉันเหมือนคนนี้เป๊ะเลย” จริงสิ ทำไมฉันลืมไปนะ ฝันว่าตัวเองเป็นฮเยจินอย่างงั้นเหรอ

“แล้วฮวีอินรู้จักคนนี้ไหม” เธอยื่นรูปไปทางฮวีอินบ้าง

“ไม่อะ” ฮวีอินมองเพียงครู่แล้วตอบกลับมาด้วยใบหน้าใสซื่อ

“ว่าแต่คนนั้นเขาเป็นใคร อย่าบอกนะว่าชื่อฮเยจินเหมือนในความฝันฉันอีกน่ะ” ยงซอนชี้ไปที่โทรศัพท์ของเธอแล้วถาม

เธอส่ายหน้าให้ยงซอนแล้วพูดกลับไป “เปล่าหรอก ชื่อฮวาซาน่ะ แล้วฉันก็มีอีกเรื่องที่คิดว่าควรจะบอกคุณ” ยงซอนขมวดคิ้วมองหน้าเธอแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เธอจึงพูดต่อออกไป “เรื่องความฝันของฉัน แล้วก็ของคุณไงล่ะ”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น