(MAMAMOO - MoonSun) ปิศาจ

ตอนที่ 1 : หอสมุด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    30 ธ.ค. 59

บทที่ 1 หอสมุด


SUN 17/04/2016 (01:20 PM)

“มุนบยอล ทำไมวันนี้ดูหน้าตาสลึมสลือจังเลยอะ นอนไม่พอรึไง นี่ก็นัดตั้งบ่ายโมงแล้วนะ ยังง่วงอีกหรอ” หญิงสาวผมดำเงายาวเลยไหล่มาจนเกือบถึงกลางหลัง หันมองมาทางเธอพร้อมเอียงคอเปล่งเสียงถามออกมาด้วยท่าทีสงสัยปนกังวล

ตอนนี้มุนบยอลกับเพื่อนของเธอ ซึลกิ กำลังนั่งหาข้อมูลเตรียมเรียบเรียงเพื่อส่งงานอ. อยู่ที่หอสมุดของมหาวิทยาลัย จริงๆ ต้องมีอีกคนด้วย คริสตัล แต่แม่นั่นน่ะสายประจำ นัดบ่ายโมง ก็คง… บ่ายสองล่ะมั้ง กว่าจะมา

“นัดบ่ายโมงก็จริง แต่ตื่นตั้งแต่ 7 โมงน่ะสิ” คิดแล้วก็เซ็ง พ่อจะมาปลุกทำอะไรตั้งแต่ 7 โมง ไม่เข้าใจจริงๆ แถมพยายามจะนอนต่อก็นอนไม่หลับอีก เลยไม่รู้สักทีเนี่ย ว่าอี ข้อสุดท้าย มันคืออะไร

ตั้งแต่จำความได้ เธอก็ฝันแต่เรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แล้วก็ไม่เคยรู้เลย ว่าเงื่อนไขที่ยักษ์ตนนั้นจะขอข้อสุดท้ายมันคืออะไร แล้วยักษ์ตนนั้นเกี่ยวข้องอะไรกับเธอ หรือมันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ เป็นเพียงแค่ความฝันธรรมดาๆ แต่ถ้ามันไม่ใช่ความฝันธรรมดาล่ะ แล้วใครกันนะ อันฮเยจิน...


โผล่ก

“โอ้ย!” ใครฟระเอาอะไรมาตีหัว

“นี่ มุนบยอล ฉันก็ไม่ได้อยากขัดฝันหวาน หรือฝันพิลึกอะไรของแกหรอกนะ แต่ทำงานซะทีจะได้ไหม” เธอหันไปตามต้นเสียงก็พบเพื่อนจอมสายถือตำราเรียนในมือพร้อมทำท่าจะหย่อนตัวลงนั่งข้างๆ เธอด้วยท่าทีนิ่งๆ อย่างไม่สะทกสะท้าน

“โอ้ย นี่แกกล้าดียังไงเอาตำราเล่มเท่าบ้านนี่มาตีหัวฉัน ถ้ากะโหลกฉันยุบไปจริงๆ จะทำยังไง มาสายแล้วยังไม่เจียมอีก แกนั่นแหละมาแล้วก็รีบๆ ทำงานซะ จะได้เสร็จๆ” หนอย ไอ้คนมาสายแล้วไม่เจียม กล้าดียังไงเอาตำราโข่งนั่นมาตีหัวฉัน อาจารย์นี่ก็จริงๆ เลย เลือกสอนเล่มไหนไม่สอน จะต้องมาสอนเล่มนี้ แบกทีหลังจะหัก

“ฉันมาตั้งแต่ 15 นาทีที่แล้วละย่ะ แกนั่นแหละ เอาแต่นั่งเหม่ออ้าปากจนแมลงวันเข้าไปวางไข่แล้วมั้งน่ะ” ห๊ะ ยัยนี่มันมาตั้งแต่ 15 นาทีที่แล้ว กี่โมงแล้วเนี่ย เธอยกมือข้างซ้ายขึ้นมาดูเวลาจากนาฬิกาข้อมือสีดำเรือนโปรด บ่ายสองโมงครึ่ง นี่เราเหม่อไปนานขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย

“จริงด้วย มุนบยอล เป็นอะไรไปรึเปล่า ดูง่วงๆ แล้วก็เหม่อๆ ด้วย” อ่า มีแต่ซึลกิเท่านั้นแหละที่เป็นห่วงเธอ ยัยคริสตัลน่าจะดูไว้เป็นตัวอย่างว่าเพื่อนที่ดีเขาเป็นกันยังไง ชิ

“คังซึลกิ” คริสตัลพูดพร้อมส่ายหน้าเอือมระอาอย่างจะบอกเป็นนัยว่าอีกคนนั้นช่างไม่รู้อะไรเอาซะเลย จากนั้นก็ดันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ เอื้อมมือไปแตะไหล่ซึลกิที่นั่งอยู่อีกฟากนึงของโต๊ะ “อย่างเจ้าบยอลนี่อะนะ ดูจากอาการคงหนีไม่พ้นโดนหักอกแน่นอน” พูดจบคริสตัลก็เม้มปากพยักหน้าแสดงความมั่นใจในความคิดตัวเองเต็มประดา

“อ่อ… คนที่ชื่อฮเยจินอะนะ” ซึลกิพูดออกมาหน้าตาเฉยพร้อมทั้งกำหมัดตีมือตัวเองเหมือนนึกขึ้นได้

ปัง! โครม!

มุนบยอลตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็วจนเก้าอี้ที่เธอนั่งอยู่เมื่อสักครู่ไถลตกลงไปกองกับพื้นเสียงดังสนั่น พร้อมพ่นคำถามยาวยืดออกมารวดเร็วจนแทบลืมหายใจ “ซึลกิ! เธอรู้จักเหรอ ผู้หญิงที่ชื่อฮเยจินน่ะ หน้าตาเป็นยังไง ผมสีอะไร สูงเท่าไหร่ ผิวสีอะไร เธอเคยเห็นที่ไหน แล้วไปรู้จักได้ยังไง!” ฮเยจิน ผู้หญิงที่เธอฝันเห็นตลอด จะใช่คนเดียวกับที่ซึลกิรู้จักไหม เธอรู้สึกถึงหัวใจของเธอที่สูบฉีดแรงผิดปกติ เธอรู้สึกถึงลมหายใจของเธอที่หอบหายใจถี่แรงรัว เธอรู้สึกถึงม่านตาของเธอที่ขยายตัวกว้างผิดปกติและกำลังจ้องมองไปยังซึลกิ ตื่นเต้น เธอรู้สึกเหมือนจะได้คลายปมคำถามของเธอที่เธอเฝ้าถามมาตลอด เธอต้องการรู้ รู้คำตอบ ทำไมเธอต้องฝันเรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แล้วเธอคนนั้นคือใคร เธอคือใครกัน อันฮเยจิน


โผล่ก

“โอ้ย นี่ถ้าแกตีหัวฉันด้วยอีตำราบ้านี่อีกครั้งนะ ฉันจะเอามันไปเผาทิ้งซะ คริสตัล!”

“พูดเสียงเบาๆ ไม่เป็นหรือไงห๊ะ คนเขามองกันทั้งชั้นแล้วเนี่ย นี่หอสมุดนะ หอสมุด” เออ จริงด้วย เราอยู่กันในหอสมุดนี่ ถึงจะยอมรับความจริงข้อนั้น แต่ฉันล่ะเกลียดน้ำเสียงกับหน้าตาสวยๆ แต่กวนบาทาของแม่นี่จริงๆ ให้ตายสิ

มุนบยอลค่อยๆ สงบจิตสงบใจตัวเองด้วยสำนึกได้ พร้อมก้มหัวขอโทษคนอื่นที่นั่งอยู่โต๊ะข้างเคียงที่พากันมองหน้าเธอด้วยแววตาไม่สบอารมณ์ แล้วจึงนั่งลงในที่ของตัวเองตามเดิม “เอาเถอะ พักรบก่อน กลับเข้าเรื่องเดิม ซึลกิ ฮเยจินน่ะ เธอเจอฮเยจินที่ไหน แล้วฮเยจินหน้าตา ท่าทางเป็นยังไง” เธอมองหน้าซึลกิด้วยสายตาจริงจัง พร้อมถามคำถามเดิมออกไป

“ฉันไม่เคยเห็นหรอก ก็เห็นตอนบยอลเหม่อๆ ชอบเรียกชื่อ ฮเยจิน ฮเยจิน เลยคิดว่าเป็นเธอน่ะ ไม่ใช่หรอ?” โธ่เอ้ย นึกว่าจะได้เรื่องอะไร แต่ก็เอาเถอะ เห็นหน้างงๆ ของซึลกิ เธอก็หมดปัญญาจะซักไซ้คำถามนี้ต่อ เพราะอีกคนคงไม่รู้เรื่องเป็นแน่

“นี่ กะอีแค่เคยเจอคนที่หักอกตัวเอง จะต้องปรี๊ดแตกขนาดนั้นเลยหรือไงห๊ะ” ยัยนี่ไม่จบใช่ไหม คิดแล้วก็อดหันหน้าไปจ้องตาเขียวใส่เพื่อนอีกคนไม่ได้ ระดับมุนบยอลอีแล้ว ไม่ยอมให้ใครมาหยามได้ฟรีๆ หรอก

“จ้องกันอย่างนี้หมายความว่ายังไง” คริสตัลหรี่ตามองมายังเธอ หึ ชอบเอาอีตำราโข่งนั่นมาตีหัวฉันใช่ไหม ด่าฉันดีนักใช่ไหม ได้ จองซูจอง ได้...

ครืดๆๆๆๆๆๆๆ

มุนบยอลจับเก้าอี้ที่คริสตัลนั่งอยู่เลื่อนไปมาอย่างแรงจนส่งเสียงดัง ครืดๆๆ ไปทั่ว แม้ผู้คนจะมองมามากแค่ไหน แต่เธอก็ไม่มีท่าทีจะสนใจสักนิด มีเพียงซึลกิเท่านั้นที่ทำท่าลุกลี้ลุกลนยืนขึ้นก้มหัวขอโทษเป็นการใหญ่ ส่วนคริสตัลที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นั้นก็พยายามทรงตัวทำท่าจะร่วงแหล่มิร่วงแหล่อยู่รอมร่อ

“นี่แกจะบ้าหรอ! เดี๋ยวฉันก็ร่วงลงไปจริงๆ อะ นี่! หยุดเดี๋ยวนี้นะ มุนบยอลอี! หยุด!” หึ ฉันน่ะนะ โหดร้ายกว่าทีแกคิดเยอะ ยัยคริสตัล คิดได้ดังนั้นเธอก็ทำหน้าชั่วร้ายแล้วก็ทั้งโยกทั้งสไลด์เก้าอี้ให้แรงกว่าเดิม ครืดๆๆๆ

“ฉันไม่ให้แกนั่นตรงนี้! นู่นไปเลย ไปนั่งที่อื่น! ฉันจะเขย่าเก้าอี้แกอยู่อย่างนี้แหละ จนกว่าแกจะยอมขอโทษฉันแล้วก็ย้ายไปนั่งที่อื่น!” ขอโทษฉันสิ ขอโทษฉัน จองซูจอง

“ไม่! ฉันไม่ขอโทษ หยุดเดี๋ยวนี้นะ หยุด!” ได๊… เอ๊ ทำไมเก้าอี้ไม่ขยับ ทำไมอยู่ๆ เก้าอี้มันถึงหนักขึ้นล่ะ แล้ว… อันนี้มือฉัน แล้วไอ้มืออีกคู่นี่มันมือใคร

“หยุด” เสียงเย็นๆ ของหญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้น ทำไมเหมือนเคยได้ยินเสียงนี้นะ เมื่อเธอเงยหน้าไปตามต้นตอของเสียง ก็พบหญิงผมสั้นคนหนึ่งที่ตอนนี้มือทั้งสองข้างของหญิงคนนั้นจับเก้าอี้ของคริสตัลเอาไว้แน่น พร้อมทั้งกดแรงลงไปฝืนแรงดันของเธอ ตาสีดำสนิทของหญิงคนนั้นจ้องเขม็งมายังเธอ ทำไมเหมือนรู้จักตาคู่นั้นนะ เธอค่อยๆ ปล่อยมือออกจากเก้าอี้ของคริสตัลแต่ตายังคงมองไปที่หญิงผู้มาใหม่คนนั้น

“ขอเชิญคุณทั้งสามคนออกจากหอสมุดด้วยค่ะ ที่นี่ห้ามส่งเสียงดัง”


และแล้วทั้งสามก็ต้องออกมานอกหอสมุดด้วยความจำใจ ด้วยความที่ไม่รู้จะไปที่ไหนต่อ ทั้งสามก็มาหยุดยืนอยู่ที่ด้านล่างของหอสมุด

“เพราะแกคนเดียว นังบยอลอี เล่นอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้” คริสตัลมองหน้าเธอพร้อมทั้งพูดออกมาแล้วก็ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

“นี่… ผู้หญิงคนเมื่อกี้นี้ใครอะ” เธอไม่สนใจคำพูดของคริสตัล แต่กลับถามคำถามที่ค้างคาใจตนมาตลอดเวลาที่พาร่างของตัวเองเดินออกมาจากหอสมุด

“เธอชื่อฮวาซาแหละ” เสียงของซึลกิที่ตอบกลับมาเหมือนเรียกสติของเธอให้กลับมาอีกครั้ง เธอหันหน้าไปทางซึลกิหวังจะถามว่าไปรู้จักผู้หญิงคนนั้นตอนไหน ก็พบกับซึลกิที่ชี้นิ้วไปที่กระดานบุคลากรในหอสมุด เมื่อเธอมองตามนิ้วนั้นไปก็พบกับคำตอบที่เธอต้องการจะถามอีกคน ฮวาซา บรรณารักษ์ประจำชั้น 7 หมวดวรรณกรรมโบราณ

“นี่ อย่าหาว่าฉันขัดอะไรเลยนะ ฉันว่าถ้าแกจะจ้องรูปแม่บรรณารักษ์ขนาดนั้นแล้วล่ะก็ แกแกะเก็บเอาไว้เองเลยเถอะ จะได้จ้องได้ตลอด 24 ชม. ส่วนตอนนี้อะนะ เราไปหาที่นั่งทำงานต่อกันเถอะ” แกะออกไปงั้นเหรอ ความคิดนี้ไม่เลวเหมือนกันนี่ นานๆ นังคริสตัลจะมีความคิดดีๆ อย่างนี้กับเขาสักทีนะเนี่ย

ไม่รอช้า มุนบยอลก็เดินตรงเข้าไปยังกระดานบุคลากรทันที เธอเอื้อมมือไปเลื่อนกระจกที่กระดานนั่นออกพร้อมทั้งดึงรูปของผู้หญิงผมสั้นดำสนิท ที่มีสีผิวออกแทนแฝงสเน่ห์แบบตะวันตก ที่ข้างใต้มีชื่อติดอยู่ว่า ฮวาซา นั่นออกมา จากนั้นก็ทำการปัดทำความสะอาดรูปนั้นเล็กน้อย แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์ของตนออกมาจากกระเป๋าเป้ที่สะพายอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเอารูปนั้นเก็บใส่กระเป๋าสตางค์กันพลาดพลั้งเผลอไปทำหายที่ไหน และขั้นตอนสุดท้ายก็เลื่อนกระจกปิดดังเดิมก็เป็นอันเรียบร้อย

“เห้ย! เอาจริงดิ โรคจิตเหมือนกันนะเราน่ะ” คริสตัลพูดออกมาพร้อมทำตาโตด้วยท่าทีอึ้งๆ หึ ใช่สิ แกประเมินฉันต่ำไปนังจองซูจอง ฉันเนี่ยแหละโรคจิตของแท้บอกเลย คนจิตปกติดีที่ไหนเขาจะฝันซ้ำๆ ซากๆ มาเป็นสิบๆ ปี จริงมะ

“เอ่อ มุนบยอล” เธอหันหน้ามองไปยังซึลกิที่ตอนนี้ขมวดคิ้วยกมือขึ้นครึ่งแขนทำท่าทางต้องการเสนอความเห็นออกมาอย่างไม่มั่นใจว่าจะพูดดีหรือไม่พูดดี “ความจริง… ฉันว่าเธอถ่ายรูปไปก็พอมั้ง ไม่เห็นต้องดึงรูปออกมาเลย” ฮึก จริงด้วย อยากได้รูปก็แค่ถ่ายไว้ก็พอ จะไปดึงรูปออกมาทำข้าวของเขาเสียหายทำไมนะ ยัยซูจองนี่ก็เสนออะไรไม่เข้าท่าเข้าที ส่วนยัยซึลกินี่ก็ทำไมไม่ค้านตั้งแต่แรก ปล่อยให้เธอแกะรูปเก็บเข้ากระเป๋าสตางค์ พร้อมทั้งปิดกระจกให้ซะดิบดี

คิดได้ดังนั้นเธอก็หยิบกระเป๋าสตางค์ตัวเองขึ้นมาอีกรอบ หยิบรูปที่เพิ่งจะเก็บเข้าไปออกมา “ฝากถือแป๊ปนึงดิ๊” เธอพูดพร้อมยื่นกระเป๋าสตางค์ไปทางคริสตัล ซึ่งคริสตัลก็ยอมหยิบกระเป๋าสตางค์ของเธอไปถือแต่โดยดี จากนั้นเธอก็เอามืออีกข้างที่ไม่ได้ถือรูปอยู่ล้วงไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบโทรศัพท์ออกมาควานหาแอปถ่ายรูป เธอบรรจงถ่ายรูปของรูปถ่ายบรรณารักษ์สาวให้ชัดที่สุดเท่าที่ตนจะทำได้ แล้วเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงตามเดิน จากนั้นก็เลื่อนกระจกอีกรอบนึงแล้วแปะลงไปด้วยกาวที่ยังพอเหลืออยู่ตรงที่เดิมที่เธอดึงรูปนั้นมา “คงไม่ร่วงลงมาหรอกนะ” เธอถามกับตัวเองเบาๆ พร้อมใช้นิ้วเรียวกดทับลงไปอีกหลายๆ ทีเพื่อความมั่นใจ

“จะไปกดย้ำอะไรกันนักกันหนา ถ้ามันจะร่วง ยังไงมันก็ร่วง นี่ ไปนั่งที่โรงอาหารกันเถอะ ตอนนี้น่าจะว่าง เอ้า เอาคืนไปด้วย” คริสตัลพูดจบก็ยื่นกระเป๋าสตางค์ที่เมื่อครู่เธอฝากเอาไว้มาข้างหน้า แหม ก็คนมันไม่มั่นใจ ย้ำนิดย้ำหน่อยจะเป็นอะไรไป ถ้ามันร่วงลงมาจะได้ไปซื้อกาวมาติดให้ใหม่ เป็นคนดีไงเข้าใจไหม เป็นคนดี

“ขอบใจ” เธอพูดเสียงกวนๆ เล็กน้อยพร้อมทั้งยื่นมือไปหยิบกระเป๋าสตางค์นั่นคืนมา พร้อมทั้งก้าวเดินไปยังโรงอาหารอย่างที่อีกคนเสนอ

“แล้วนั่นจะเดินไปไหน” เสียงของคริสตัลถามแทรกเข้ามาอย่างสงสัย

“อ้าว ก็เป็นคนบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่าจะไปโรงอาหารน่ะ ถ้าไม่ให้ฉันเดินไป จะให้ฉันบินไปหรือยังไง”

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ตอนแรกมากแล้วค่า ไม่รับประกันว่าตอนต่อๆ ไป จะมาเร็วมาช้าแค่ไหนนะคะ งานเยอะน้อยแต่ละวันไม่เท่ากัน แล้วก็ต้องขอบคุณกำลังใจทั้งสองคอมเม้นด้วยนะคะ รีดท่านไหนมีอะไรพูดคุย หรือติชมคอมเม้นมาได้เลยค่ะ :)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #4 ORM3style (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 23:22
    ติมตามๆ plot น่าสนใจมาก รอนะจ๊ะ fav ไว้เลย ????????
    #4
    1
    • #4-1 mosedoc(จากตอนที่ 1)
      30 ธันวาคม 2559 / 19:51
      ขอบคุณนะคะ พลอทนี้พร่ำเพ้อในหัวตัวเองมานานแล้วค่ะ เลยคิดว่าลองเอามาแต่งซะหน่อยละกัน แต่ขนาดเราเองยังแอบงงกับตัวละคร บางทีก็คิดว่ามันเยอะเกินไปรึเปล่านะ 555555
      #4-1
  2. #3 Iamstressbabe (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2559 / 21:45
    งงว่าฮเยจินเกี่ยวอาราย55
    #3
    1
    • #3-1 mosedoc(จากตอนที่ 1)
      29 ธันวาคม 2559 / 22:03
      หลังๆ มีเฉลยแน่นอนค่ะ สงสัยเหมือนมุนบยอลไปก่อน 55555555
      #3-1