[Fic] Longing [Thor x Loki]

ตอนที่ 3 : Longing Part2-1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,953
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 40 ครั้ง
    28 พ.ย. 56


หายตัวไปนานเลยค่ะ (ฮรืออออ เก๊าขอโทษ TvT)
ความจริงมันต้องจบพาร์ทนี้แหละ แต่มันยาว เลยขอตัดแบ่งอีกนะคะ แต่งใกล้จบละ เดี๋ยวจะรีบมาอัพค่าา

หมายเหตุ- ฟิคเรื่องนี้แต่งขึ้นตั้งแต่Thor2ยังไม่ฉาย ดังนั้นจะไม่อิงเนื้อหาในธอร์สองนะคะ
ปล.Thor2โลกิมุ้งมิ้งมากกก เกิดมาเพื่อขโมยซีนชาวบ้าน5555 ขุ่นพี่ก็เท่นะเคอะ มุมกล้องก็ชวนจิ้นจริงงง
ปลล.เจอคำผิดก็ช่วยข้ามๆไปน้า มิได้อ่านทวนเลยจ้ะ ไว้มาแก้ทีหลัง
ปลลล.ฟิคยังคงเป็นธอร์กิ ไม่ใช่ไอเอิร์นฟรอสต์นะก๊ะ เหมือนหลายคนจะเชียร์คุณกะต๊าก(ไรท์เตอร์ก็อวยค่ะ.... ห้ะ!?)
เจอกันตอนหน้าค่าาา ไม่นานนะ สัญญา!





อา... ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะเนี่ย...

         ใบหน้าปั้นยาก มือยกขึ้นขยี้ผมที่ยุ่งอยู่แล้วจนยุ่งกว่าเดิม ยามมองไปทางร่างบางเปลือยเปล่าที่หลับอยู่ข้างกาย

ใช่! เปลือย! โป๊! โล่งโจ้ง! 

จำได้ว่าโลกิรองไห้ ถามคำถามกับเขาแล้วอยู่ๆก็กระชากเขาเข้ามาจูบ... แล้วพวกเขาก็... เออ! นั่นแหละ! ก็โดนยั่วขนาดนั้น ใครจะไปทนได้!

แต่มันเป็นความจริงหรอเนี่ย? กับไอ้เทพที่พังตึกเขาซะวินาศสันตโรอ่ะนะ!

"จาร์วิส เมื่อคืน..."โทนี่ถามกับสมองกล ถึงจะจำได้ก็เถอะ แต่ก็ยังไม่อยากยอมรับอยู่ดี

'ครับ คุณสตาร์ค อยากดูไฟล์วีดีโอย้อนหลังมั้ยครับ'จาร์วิสถามด้วยเสียงไร้โทนสูงต่ำ แต่ก็ฟังออกว่ากำลังประชดประชันเต็มที่

"ไม่ดีกว่า..."เขาพึมพำ ก่อนจะโขกหัวลงกับหมอนแรงๆ

ความจริงมันก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกนะ แถมโลกิก็ออกจะสวยตรงสเป็คใช้ได้ แต่ไหงมันเป็นงี้ไปได้ล่ะ!

"ทำสมองหายไปอีกส่วนแล้วหรอ โทนี่ สตาร์ค"โลกิที่เพิ่งตื่นพูดด้วยเสียงกึ่งประชดประชัน ร่างบางบิดขี้เกียจเล็กน้อย กริยานั้นแลดูคล้ายแมว แถมยังเซ็กซี่มากอีกด้วย... ทำเอาคนมองต้องกลืนน้ำลาย ท่องนะโมสงบจิตไปหลายสิบจบ

"อาจทำหายไปเมื่อคืนก็ได้"โทนี่งึมงำ เรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเทพมุสา

"อ๋อ...เมื่อคืนน่ะหรอ"โลกิว่า มือบางโอบรอบคออีกฝ่าย ดวงตาสีเขียวฉายประกายระยับอย่างเย้ายวน

"ดูเจ้าก็สนุกดีนี่หน่า อยากต่อมั้ยล่ะ"

"พอเลยคุณชาย พอดีฉันไม่มีรสนิยมนอนกับคนที่เอาแต่ร้องเรียกธอร์หรอกนะ มันเสื่อมสมรรถภาพ"

ชื่อของเทพเจ้าสายฟ้าที่ทำให้ร่างบางชะงักกึก ใบหน้าสวยงอง้ำลง แล้วก็ผละออกห่าง

ใช่... เมื่อคืน แม้จะน่าละอาย แต่เขาจินตนาการว่าคนที่กำลังโอบกอดเขาคือธอร์... อยากให้เป็นธอร์ที่สัมผัสร่างกายนี้

และมันจะเป็นจริงสักวัน... เพราะตอนนี้ธอร์ไม่เห็นว่าเขาเป็นน้องแล้ว

ไม่มีคำว่าพี่น้องอีกต่อไปแล้ว...

โทนี่มองคนข้างกายที่เงียบไป ก่อนจะพูดขึ้น

"ซึนเดเระ" 

คำแปลกๆแถมออกเสียงยากนั่นทำให้โลกิขมวดคิ้ว

"อะไรของเจ้า"

"ก็ที่นายถามเมื่อวานไง อาการแบบนี้มันซึนเดเระชัดๆ"

"ซึน..."เทพมุสาพูดทวน คำพวกนี้ไม่คุ้นลิ้นเลย

"เดเระด้วยนะ"โทนี่เสริม

"ช่างมันเถอะน่า! แล้วมันแปลว่าอะไร"

ถึงจะไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรก็เถอะ แต่เขารู้สึกไม่ค่อยชอบคำนี้เอาซะเลย

"ก็ปากไม่ตรงกับใจไง"

ประโยคที่ทำให้โลกิติดสตั้นไปชั่วครู่ ก่อนที่จะเถียงเสียงดัง

"ข้าไม่ได้เป็นแบบนั้นสักหน่อย!"

เจ้าของตึกมองดูคนที่เชิดหน้าขึ้น ดวงตาสีเขียวๆฉายแววไม่ยอมรับเต็มที่

แบบนี้ไงล่ะ! แบบนี้เหละ! มันซึนชัดๆ!

"อ๋อหรอ แล้วไอ้ที่ปากบอกว่าดีใจแต่ร้องไห้นี่มันไม่ซึนเลยเนอะ"

โลกิถึงขั้นอ้ำๆอึ้งๆ แม้จะเป็นเทพมุสาที่พูดโกหกได้ลื่นกว่าปลาไหลก็เถอะ แต่เพิ่งจะโดนพูดแทงใจดำตรงๆครั้งแรก แถมอีกฝ่ายเป็นแค่มนุษย์ธรรมดาซะด้วย

"ขะ... ข้าแค่กำลังสับสน!"พูดกระชากเสียง ก่อนที่ร่างผอมบางจะเดินจ้ำพรวดๆเข้าห้องน้ำไปเป็นการตัดบทสนทนา

"จาร์วิส"โทนี่เอ่ยเรียกสมองกล

'ครับ คุณสตาร์ก'

"ไฟล์วีดีโอเก็บไว้ไม่ต้องลบนะ"

'........'

และวันนั้นโทนี่ สตาร์ก ก็ค้นพบว่าสมองกลที่ตนสร้างนั้นงอนเป็นเสียด้วย....

********

  อา... ใช่ เขากำลังสับสนนิดหน่อย แค่สับสนเท่านั้นแหละ

โลกิคิด ในขณะที่กำลังปล่อยให้สายน้ำชำระร่างกาย

นิ้วเรียวไล่ผ่านรอยแดงบนลำคอ อาศัยเวทย์มนต์ที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดลบมันทิ้งไป

ธอร์... เจ้ามาหาข้าแล้ว...

คราวนี้เราจะกลับแอสการ์ดด้วยกันนะ แล้วเราจะอยู่ด้วยกันตลอดไป... 

เรียวปากบางขยับขึ้นเป็นรอยยิ้ม

เริ่มแผนการณ์ต่อไปได้...

*********

  โทนี่พบว่าโลกิหายตัวไปเสียแล้ว... แถมหายไปอย่างไร้ร่องรอยเสียด้วย ขนาดจาร์วิสยังไม่รู้ว่าโลกิออกไปตอนไหน กล้องเองก็บันทึกภาพอะไรไม่ได้เลย

คงจะเป็นวิธีอะไรสักอย่างของพวกเทพล่ะมั้ง

และยังไม่ทันได้คิดว่าจะทำยังไงต่อ ก็มีโทรศัพท์ติดต่อมาจากฟิวรี่เรียกประชุมทีมAvengersเข้ามา ซึ่งเหตุผลในการประชุมก็หนีไม่พ้นเรื่องการมาเยือนของธอร์นั่นเอง

"อะไรนะ คุณว่าโลกิลงมาที่โลกงั้นหรอ”สตีฟถามย้ำ หลังจากได้ฟังเรื่องทั้งหมดจากเทพสายฟ้า

"ใช่ โลกิใช้พลังแห่งยักษ์น้ำแข็งหนีออกมา และยังสังหารเจนอีกด้วย!"ท้ายประโยคนั้นถูกเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด แววตาของธอร์ในตอนนี้ดูน่ากลัวเสียจนคนมองขนลุกไปตามๆกัน

"ใจเย็นก่อนธอร์ ที่เราต้องรู้ในตอนนี้คือโลกิมีแผนจะทำอะไรต่อไป"นาตาชาพูด เธอนึกเห็นใจธอร์ การที่สูญเสียคนรักไปในวันวิวาห์คงเจ็บปวดมาก มันทำให้แววตาของเทพสายฟ้ายามเอ่ยถึงน้องชายไร้ซึ่งความปราณีใดๆอีกต่อไป

"แผนร้ายของโลกิจะเป็นอะไรไปได้นอกจากการครองมิดการ์ด"

"ถ้าแบบนั้นแสดงว่าเขาต้องมีกองทัพ"สตีฟพูด นึกไปถึงครั้งก่อนที่โลกิทำพินาศทั้งแมนฮัตตัน คราวนี้ไม่รู้จะร้ายแรงขนาดไหน

"นั่นแหละประเด็น โลกิจะหาทัพมาจากไหน คงไม่ใช่พวกชิทอรี่เหมือนครั้งก่อนแน่"บลูซว่า พลางหันไปทางธอร์

"มีพวกชั่วช้าอยู่มากมายในจักรวาลนี้ที่พร้อมให้โลกิเป่าหูไว้ใช้งาน การครอบงำคนอื่นเป็นสิ่งที่โลกิถนัด"

ประโยคนี้ทำให้คลินท์พยัคหน้าอย่างเห็นด้วยเป็นที่สุดจากประสบกาณ์ตรงอันเลวร้าย

"แต่ตอนนี้โลกิไม่มีพลังเวทย์ ข้าว่าเขาคงติดต่อกับพวกนั้นไม่ง่ายนัก"ธอร์พูดต่อ

"งั้นแปลว่าโลกิน่าจะยังอยู่ที่โลก"ฟิวรี่สรุป 

“ข้าคิดเช่นนั้น”

“งั้นเราก็ต้องรีบหาตัวโลกิให้เจอก่อนที่มันจะรวบรวมกองทัพได้ มีความเห็นอะไรมั้ย โทนี่ สตาร์ก”คราวนี้หันไปทางเศรษฐีหนุ่มที่วันนี้นั่งเงียบผิดวิสัยสุดๆจนอีกฝ่ายสะดุ้งโหยง

“เออ... คือว่า...”โทนี่มองดูทุกสายตาที่จ้องมาทางตนแล้วกลืนน้ำลาย

ตายโหง แบบนี้คงต้องบอกสินะ... แต่บอกไปต้องโดนรุมแหงๆ...

“ความจริงแล้วโลกิอยู่ที่ตึกเค้ามาสักพักแล้วอะ เพิ่งหายไปเมื่อเช้าเอง แหะๆ”

…..

ชั่วครู่ที่ทุกสิ่งตกอยู่ในความเงียบ ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยเสียงดังลั่นไปถึงนอกห้องในวินาทีถัดมา

“ว่าไงนะ!!!!!!!?”

***********

  สำหรับโลกิ ฐานะบุตรแห่งโอดิน เจ้าชายคนรองแห่งแอสการ์ด เป็นเพียงภาพลวงที่ถูกสร้างขึ้น

หากกับฐานะจอมเวทย์อันดับหนึ่งนั้น มาจากความสามารถของตัวเขาเอง เป็นเพียงไม่กี่สิ่งที่ 'เป็นของโลกิ' อย่างแท้จริง

ดวงตาสีเขียวมองภาพการประชุมของAvengersด้วยเวทย์มนต์ เรียวปากบางขยับเหยียดเป็นรอยยิ้ม

พันธนาการที่สะกดพลังเวทย์เขาไว้กำลังอ่อนแรงลงเต็มที มาดหมายว่าพระบิดาแห่งสรรพสิ่งคงใกล้โรยราเต็มทีแล้วกระมัง

ตอนนี้เขาสามารถใช้พลังเวทย์ได้เกือบครึ่งแล้ว และมันก็มากพอที่จะทำตามแผนขั้นต่อไป

โลกิลุกขึ้นยืน ก้าวเดินออกจากปราสาทเก่าโทรม สู่ทุ่งหิมะรกร้าง

ใช่... ที่นี่คือโยธันไฮม์...

'มันน่าทึ่งมากที่ท่านคิดวิธีเดินทางมาที่นี่ได้'เสียงหนึ่งกังวาลขึ้นอย่างไร้ที่มา หากเขารู้ดีว่านี่คือเสียงของจอมสอดรู้อันดับหนึ่ง

"อย่าลืมว่าข้าเป็นใคร ไฮม์ดัล"เทพมุสาในร่างของยักษ์น้ำแข็งเอ่ยพลางเหยียดยิ้ม

'ข้ายังคงจำได้ดีถึงอัจฉริยภาพของท่าน'

ใช่... ทั้งความฉลาดปราดเปรื่อง พลังเวทย์อันแข็งแกร่ง และวาจาที่สามารถเล่นสนุกกับจิตใจผู้คนได้ดั่งมายากล

โลกิอาจไม่ใช่นักรบที่มีกำลังมากเช่นธอร์และสหายของเทพสายฟ้าคนอื่นๆ แต่ใช่ว่าเขาจะอ่อนแอ โลกินั้นแข็งแกร่งเพรียบพร้อมสมตำแหน่งเจ้าชายยิ่งกว่าใครๆ แต่กลับไม่มีผู้ใดเห็น

ไม่มี... นอกจากผู้ที่เฝ้ามองทุกอย่างเช่นไฮม์ดัล  

'ถึงจะรู้ว่าท่านจะไม่เปลี่ยนใจ แต่ข้าขอยืนยันคำเดิม สิ่งที่ท่านทำอยู่นั้นไม่ฉลาดเลย'

แต่โลกิหาได้สนใจไม่ มือเรียวแตะลงบนพื้นหิมะเย็นเฉียบ หลับตาลง ก่อนเอ่ยตอบ

"บางทีข้าอาจไม่ใช่คนฉลาดก็เป็นได้"

เขาไม่สนหรอก ทั้งวิธีการ ฉลาดหรือไม่ฉลาด ขอแค่ให้ได้ธอร์มาก็พอแล้ว...

แผ่นดินสั่นสะเทือน ก่อนจะปริแยกออก พร้อมร่างของอสูรร้ายนับร้อยที่กระโดดขึ้นมาจากรอยแยกของน้ำแข็ง

พวกนี้ล้วนแต่เป็นยักษ์ที่ตายไปแล้ว สะสมความคั่งแค้นถึงแก่นแห่งวิญญาณ รอคอยวันที่จะกลับมาระบายความแค้นสู่แดนคนเป็น

"ยินดีต้อนรับสู่ชีวิต สหายข้า"โลกิพูด

"ถึงเวลาที่จะมอบความตายแก่พวกมนุษย์แล้ว ฆ่ามัน! แล้วข้าจะมอบชีวิตใหม่ให้โยธันไฮม์!!"

เสียงคำรามขานรับอย่างกึกก้อง เทพมุสาขยับยิ้ม

อีกนิดเดียว ธอร์...

อีกนิดเดียว เราก็จะได้อยู่ด้วยกันตลอดไปซะที...

**********

สถาณการณ์ที่โลกกำลังเลวร้าย ด้วยอยู่ๆกองทัพอสูรน้ำแข็งตัวยักษ์ก็ปรากฏตัวขึ้นกลางเมืองโดยไม่มีสัญญาณเตือนใดๆ ผู้คนกรีดร้องและวิ่งหนีตายกันอลหม่าน ฝันร้ายที่คร่าชีวิตประชาชนกำลังกลับมาเยือนแมนฮัตตันอีกครั้ง ด้วยฝีมือของฆาตกรคนเดิม โลกิ...

“ให้ตายสิ พวกนี้มันตัวบ้าอะไรกัน!”นาตาชา ผู้ที่กำลังเปิดทางให้ชาวเมืองอพยบว่า หลังจากที่เธอจัดการศัตรูจนหัวขาด แต่มันก็ยังลุกขึ้นเก็บหัวตัวเองมาได้อย่างหน้าตาเฉย

“พวกมันเป็นยักษ์น้ำแข็งจากโยธันไฮม์ แต่มันน่าจะตายไปหมดดาวแล้ว ข้าไม่รู้ว่าโลกิไปรวมพวกมันมาจากไหน!”ธอร์ตะโกนตอบ มือกวัดแกว่งค้อนโยเนียร์ แต่สายตากวาดมองไปรอบๆเพื่อหาร่างของใครบางคน

ไม่มี... โลกิไม่ได้อยู่ที่นี่

“พวกมันมีกันร้อยกว่าตัว ตอนนี้กำลังกระจายไปทั่วเมือง แต่การเคลื่อนไหวดูมั่วๆ เหมือนไม่ได้วางแผนไว้”ฮอคอายที่สังเกตการณ์อยู่บนยอดตึกตะโกนบอก คิ้วกดเข้าหากันเป็นปม

 “คนอย่างโลกิไม่มีทางทำอะไรโดยไม่มีแผน ธอร์ คุณไปตามหาเขา ทางนี้พวกเราจัดการเอง”บลูซว่า เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ปากแค่นเป็นรอยยิ้ม ก่อนที่ร่างกายจะขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นตัวเองอีกคนที่เขาทั้งเกลียดชังแต่ก็คอยช่วยชีวิตเขาเสมอมา

“ยักษ์เขียวอารมณ์ร้อนกับยักษ์น้ำแข็งใส ค่อยสมน้ำสมเนื้อหน่อย”โทนี่ผิวปาก ก่อนจะบินไปห่างๆไม่ให้โดนลูกหลงจากฮัลค์

“เราต้องแยกกัน พวกนี้ฆ่าไม่ตายก็จริง แต่อย่างน้อยเราต้องถ่วงเวลาจนกว่าคนจะอพยพเสร็จ และจนกว่าธอร์จะหาโลกิเจอ”สตีฟว่า ซึ่งทุกคนต่างก็พยัคหน้ารับและแยกกันไปจัดการกับยักษ์น้ำแข็ง ศตรูใหม่ที่จำนวนน้อยแต่กลับฆ่ายังไงก็ไม่ตาย

คงต้องฝากความหวังว่าธอร์จะหาโลกิเจอโดยเร็ว ก่อนที่พวกเขาจะเป็นฝ่ายหมดแรงสู้...

“เป็นยักษ์น้ำแข็งเหมือนกันแต่ต่างกันจังวุ้ย”ไอเอิร์นแมนบ่นพึมพำพลางหักหลบเปลวไฟของพวกโยธันไฮม์ เขารู้มาว่าโลกิเองก็เป็นยักษ์ แต่หน้าตาไม่เห็นเหมือนเจ้าพวกนี้สักนิด พูดให้ถูกคือดูเจริญหูเจริญตากว่ามาก

‘ตรวจสอบโครงสร้างของเจ้าพวกนี้เสร็จแล้วครับคุณสตาร์ค’เสียงของจาร์วิสดังขึ้น พร้อมภาพโครงสร้างแบบแยกองค์ประกอบที่ฉายขึ้นให้เห็น

“ว่ามา”โทนี่พูด มือปล่อยRepulsor Beam Blaster ซัดใส่ยักษ์น้ำแข็งจนมันปลิวทะลุตึกไป

‘ลักษณะทางกายภาพคล้ายแร่ที่ปล่อยความเย็นออกมา ไม่สามารถระบุชนิดของมันได้ด้วยข้อมูลที่มีอยู่ในโลกมนุษย์ครับ อุณหภูมิภายนอกติดลบ196องศาเซลเซียส แต่ภายในอุณหภูมิสูงมาก น่าแปลกที่มันไม่ระเบิด คาดว่าความร้อนภายในเป็นที่มาของไฟที่ปล่อยออกมา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความเป็นสิ่งมีชีวิตครับ’

“เป็นซอมบี้ยักษ์น้ำแข็งหรอเนี่ย ไม่น่า ฆ่าเท่าไหร่ก็ไม่ตาย”

“อันที่จริง พวกนี้เป็นซากสังขาร แต่ก็ใกล้เคียงกับคำว่าซอมบี้สำหรับมนุษย์”เสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น เรียกให้โทนี่หันไปมอง ยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากพูดอะไรก็ถูกยักษ์น้ำแข็งตบปลิวตอนเผลอ

“เจอกันอีกที สภาพดูไม่จืดเลยนะ โทนี่ สตาร์ค”เทพมุสาที่ทำให้วุ่นกันทั้งแมนฮัตตันเหยียดยิ้ม ร่างผอมเพรียวบัดนี้กลับไปอยู่ในชุดสีเขียวเข้มอันคุ้นตาสาวเท้าเข้าไปใกล้ร่างในชุดเกราะที่กำลังงัดตัวเองออกมาจากซากกำแพง

อืม….ชุดหนัง อันที่จริงเขาชอบโลกิในชุดนี้นะ ช่วยเสริมสร้างจินตนาการดีไม่เลว แต่เดี๋ยว? มันใช่เวลามาคิดเรื่องนี้มั้ยเนี่ย!?

“โลกิ ไอ้พวกน้ำแข็งใสนี่มันตัวอะไรกันแน่”โทนี่ถาม 

“ก็เคยเป็นยักษ์น้ำแข็ง... เผ่าพันธ์เดียวกับข้า แต่พวกนี้ต่างออกไปหน่อย เพราะมันคือซากที่ถูกปลุกด้วยพลังเวทย์ ฆ่ายังไงก็ไม่ตาย เพราะมันตายมาตั้งแต่แรกแล้วไงล่ะ เป็นไง เจ้าชอบรึเปล่า”

“ก็เย็นดีนะ”เศรษฐีหนุ่มตอบกวน แม้ตอนนี้จะไม่ใช่เวลาจะมาเล่นก็เถอะ เขาเว้นระยะห่างจากอีกฝ่ายเล็กน้อย โลกิในตอนนี้ดูเหมือนจะได้พลังคืนมาแล้ว เป็นวายร้าย ไม่ใช่โลกิไร้พลังที่มีแค่ปากเสียๆเป็นอาวุธคนที่อยู่กับเขาตลอดสามเดือนที่ผ่านมา

“งั้นไว้ข้าจะให้ไปตั้งในห้องเจ้าสักตัว”สิ้นเสียง เทพมุสาก็โบกมือวูบ บังเกิดพลังสายหนึ่งที่มองไม่เห็น ซัดร่างอีกฝ่ายลอยไปไกล

“เห็นแก่ที่เจ้าเคยช่วยข้าไว้ ตอนนี้ข้าจะยังไม่ฆ่าเจ้า”เอ่ยพลางขยับมืออีกครั้ง ร่างในชุดเกราะก็ลอยขึ้น ก่อนจะถูกเหวี่ยงทิ้งไปอีกทาง

โทนี่ที่ล้มกลิ้งชนตึกไปเป็นแถบหยัดกายลุกขึ้นอยากสะบักสะบอม ก่อนทะยานเข้าไปใกล้เทพมุสา กำหมัดซัดเข้ากลางใบหน้าสวยจนร่างเพรียวเกือบเสียหลักล้ม

“ทำไมถึงทำแบบนี้ โลกิ ทั้งๆที่นายก็รู้ว่ามันไม่คุ้ม”ไอเอิร์นแมนเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจังเป็นครั้งแรก สำหรับเขาแล้ว คิดว่าการกระทำครั้งนี้ของอีกฝ่ายดูยังไงๆก็ได้ไม่คุ้มเสีย และไม่ได้เหมาะกับคนฉลาดอย่างโลกิเลย

“ข้าไม่มีทางเลือก”เสียงนุ่มตอบ มือบางเช็ดรอยเลือดตรงมุมปาก 

ใช่... มันอาจจะไม่คุ้ม ทั้งการประกาศสงครามกับโลกมนุษย์และแอสการ์ด เพียงเพื่อจะได้ตัวธอร์มา ดูยังไงๆก็ไม่คุ้มเลย

แต่มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่ธอร์จะเป็นของเขา เพื่อที่จะให้ได้ธอร์มา ต่อให้ต้องลงทุนกว่านี้สักเท่าไหร่ โลกิก็พร้อมจะทำ เพียงเพื่อจะได้มีธอร์... 

“ทำอย่างนี้ต่อไปนายก็ได้มีแต่เจ็บ ทำไมไม่หยุดมันซะ”

ประโยคนั้นทำให้ดวงตาสีเขียวสวยปรือปิดลง เพื่อซ่อนความอ่อนไหวในสายตาไปให้พ้นจากทุกสรรพสิ่ง... ไปให้พ้นจากตนเอง

“ข้าอาจเจ็บปวดจริงอย่างเจ้าว่า แต่เมื่อทุกอย่างจบลง ข้าจะได้อยู่กับธอร์อย่างมีความสุข ดังนั้นข้าจะไม่หยุด... มันไม่มีทางเลือกสำหรับข้ามาตั้งแต่แรกแล้วโทนี่ สตาร์ค ไม่ว่าจะชีวิตของข้า ฐานะของข้า ทุกสิ่งเป็นเพียงคำลวงของโอดินที่บีบคั้นให้ข้าต้องทำเช่นนี้ และถึงแม้ว่าจะย้อนเวลากลับไปได้ ข้าก็ไม่คิดที่จะเปลี่ยนใจหรอกนะ...”เทพมุสาลืมตาขึ้น ในแววตามั่นคง เรียวปากเผยรอยยิ้มเหยียดแบบที่มักจะประดับอยู่บนใบหน้าเสมอ

“เพราะว่าข้าคือโลกิ”

คำตอบสมเป็นเจ้าตัวที่ทำให้คนฟังได้เพียงถอนหายใจ

“นายมันซึนเดเระจริงๆนั่นแหละ”

ทั้งๆที่ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าต่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามแผน สุดท้ายก็จะได้ธอร์มาแต่ตัวเท่านั้น แต่ก็ยังเลือกที่จะทำต่อไป หลอกตัวเองว่าจะมีความสุข จะเรียกว่าทิฐิสูงหรือดื้อด้านดี

“อย่างเจ้าไม่เข้าใจข้าหรอก เพราะเจ้าไม่มีหัวใจ”โลกิว่า นิ้วเรียวแตะลงบนเตาปฏิกรณ์อาร์คที่ฉายแสงเรือง ก่อนที่จะดีดเบาๆ โทนี่ก็ถูกพลังเวทย์อัดปลิวอีกครั้ง

“เจอกันครั้งหน้าข้าฆ่าเจ้าแน่”สิ้นเสียง ร่างในชุดเขียวเข้มก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ราวกับมิเคยยืนอยู่ตรงนั้น

“วันนี้ปลิวไปกี่ครั้งแล้ววะเนี่ย”มนุษย์ชุดเกราะบ่นอุบ ก่อนจะค้อนจาร์วิสที่ตอบจำนวนมาด้วยเสียงนิ่งๆ เขาลุกขึ้น มองตำแหน่งที่จนถึงเมื่อครู่ยังมีร่างของเทพมุสายืนอยู่

ตลอดช่วงเวลาสั้นๆที่ได้อยู่ด้วยกัน โทนี่ค้นพบว่าโลกิที่เขารู้จักไม่ใช่วายร้ายที่คิดจะครองโลก หรือทรราชย์แห่งเทพอะไรทั้งนั้น แต่เป็นแค่คนที่มีความรัก เจ็บปวดเพราะรัก ล้มลงเพราะรัก แต่ถึงแม้ว่าจะต้องล้มลงหรือเจ็บปวดสักเท่าไหร่ โลกิก็ไม่เคยที่จะหยุดรัก...

นั่นคือตัวตนของโลกิที่เขารู้จัก คนที่เหมือนจะเปราะบางแต่ก็แข็งแกร่งอย่างเหลือเชื่อ เช่นเดียวกับที่ดำมืด แต่ก็สว่างสไว

“หวังว่านายจะมีความสุขจริงๆสักทีนะ”พึมพำเสียงเบา ก่อนที่เขาจะหันไปจัดการกับพวกซอมบี้น้ำแข็งต่อ

************

เทพสายฟ้าที่กำลังตามหาอดีตน้องชายผู้บัดนี้เขายอมรับว่าตนไม่เหลือความรู้สึกใดๆต่ออีกฝ่ายอีกแล้วนอกจากความโกรธแค้นหยุดชะงัก ยามสัมผัสได้ถึงไอพลังอันคุ้นเคย

“โผล่หัวมาแล้วหรอ โลกิ!”เสียงคำรามประหนึ่งอัตสุนีบาตตวาดก้อง ธอร์ในยามนี้ดูน่าหวาดกลัวกว่าครั้งใดที่โลกิเคยพบเห็นกระนั้นเขาก็ข่มความหวาดหวั่นไว้ภายใน พร้อมเหยียดยิ้มบาง

“ทักทายกันดีๆก็ได้นี่ ธอร์”เขาเอ่ย ปลายเท้าสาวเข้าไปยืนประจันหน้ากับอีกฝ่าย

“เจ้าใช้พลังเวทย์ได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”ธอร์ถาม มือแกร่งกำโยเนียร์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน 

“ก็สักพักแล้วล่ะ สงสัยโอดินใกล้ตายเต็มทีแล้วกระมัง”

“โลกิ!!”

โยเนียร์เหวี่ยงเข้าหาร่างเพรียวที่เอี้ยวตัวหลบแทบไม่ทัน เทพสายฟ้ากำลังโกรธจัดเสียจนทำให้นภากลายเป็นสีเข้ม อัตสุนีผ่านฟ้าคำรามก้อง ยิ่งยามเห็นดวงตาสีเขียวที่ไร้ความสำนึกผิดของอีกฝ่าย ยิ่งทำให้ไฟแค้นยิ่งลุกโชน

“โกรธที่ข้าพูดความจริงขนาดนั้นเลยหรือธอร์ โอดินแก่ชราพลังเสื่อมถอย และถึงแม้จะไม่ตายด้วยสังขาร ข้านี่แหละจะเป็นคนฆ่าเขาเอง!”

“สารเลว! เจ้ามันสันดานชั่วช้า ท่านพ่อไม่น่าเก็บเจ้ามาเลี้ยงเลยจริงๆ!”ธอร์ว่าพลางกวัดแกว่งค้อนในมือ หากโลกินั้นว่องไวกว่า มีดสั้นถูกซัดเข้าใส่ข้อมือของร่างสูง โยเนียร์หลุดมือร่วงลงพื้น

“ใช่! ถ้าโอดินไม่เก็บข้ามาก็คงจะดีกว่านี้ ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ข้าคงไม่ต้องมีสภาพเช่นนี้หรอก!”เทพมุสาตวาด เขาวาดฝ่ามือซัดพลังใส่ธอร์ นัยน์ตาสีมรกตสะท้อนแววแค้นเคืองเจือเจ็บปวด

ถ้าไม่ใช่เพราะโอดิน ไม่ใช่เพราะฐานะจอมปลอมที่โอดินหยิบยื่น หลอกลวงเขามาตลอดชีวิต ทุกสิ่งก็คงไม่เป็นแบบนี้ เขาคงไม่ต้องทำแบบนี้ ไม่ต้องเป็นพี่น้องกับธอร์... 

ทำไมกัน ทำไมกันธอร์... เจ้าโทษทุกอย่างว่าเป็นความผิดของข้า แต่ลับไม่เคยคิดเลยว่าใครคือผู้ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้ 

เจ้ารักมนุษย์ทั้งโลก แต่กลับไม่เคยสนใจใยดีข้า....

“ข้าจะทำลายให้หมด ทั้งโลกที่เจ้ารัก ทั้งโอดินและทุกคนที่หลอกลวงข้า ข้าจะทำลายมันให้หมด!!”สิ้นเสียง ร่างเพรียวก็ทะยานเข้าหาร่างสูง จับมือของอีกฝ่าย ก่อนที่เวทย์มนต์จะถูกร่ายออกมา เกิดเป็นขุมพลังที่ทำให้ธอร์รู้สึกหัวสมองอื้ออึง

พริบตาต่อมา ความรู้สึกมึนงงก็หายไป แทนที่ด้วยความตกตะลึง  ยามพบว่าตอนนี้ตนมิได้อยู่ที่มิดการ์ดอีกต่อไป หากแต่เป็นแอสการ์ด บนสะพานไบฟรอสต์...

“เจ้าทำได้ยังไง”ธอร์ถาม การข้ามมิติโดยไม่ต้องอาศัยสะพานไบฟรอสต์ ช่างเป็นพลังที่น่าหวาดหวั่นยิ่ง

โลกิซ่อนความสามารถเช่นนี้มาตลอดเลยงั้นหรือ...

“แค่เวทมนต์ต่ำต้อยเท่านั้น ฝ่าบาท”โลกิตอบ

สะพานไบฟรอสต์ สถานที่ที่เขาเลือกมาเพื่อปิดฉากเรื่องราวทั้งหมด

ร่างเพรียวผอมสาวเท้าเข้าไปใกล้เทพสายฟ้า มือบางแตะลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา ก่อนโน้มหน้าไปกระซิบ

“อยู่เล่นกับข้าสักครู่นะธอร์ ข้าจะให้เจ้าได้เห็นคนที่เจ้ารักตายไปทีละคน...ทีละคน สุดท้ายเจ้าจะไม่เหลืออะไรเลย นอกจากข้า”

ประโยคที่ทำให้โทสะปะทุขึ้นในใจ โยเนียร์ลอยกลับคืนสู่มือผู้เป็นนาย ก่อนจะฟาดลงบนลำตัวของเทพมุสา ส่งผลให้ร่างนั้นปลิวครูดไปกับพื้น

“ข้าจะฆ่าเจ้าก่อนที่เจ้าจะฆ่าพวกเขา!”ธอร์ตะโกนลั่น นัยน์ตาสีฟ้าดูขุ่นเข้มราวกับมีพายุลูกใหญ่อยู่ภายใน

“ฆ่าข้า?”โลกิเอ่ยทวน มือบางเช็ดคราบโลหิตตรงริมฝีปาก ก่อนจะหัวเราะออกมา

“เจ้าน่ะหรอจะฆ่าข้า? เจ้ากล้าหรือ... เจ้ากล้าหรือธอร์!!”

“โลกิ!”มือแกร่งบีบเข้าที่ลำคอเล็กๆของอดีตอนุชา ทำให้ใบหน้าคมหวานนั้นบิดเบี้ยว กระนั้นรอยยิ้มก็ยังคงไม่หายไป

“เจ้า….ทำไม่ลง...หรอก”เขาเค้นเสียงเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก แรงที่บีบคอของตนนั้นมีมากจนแทบจะหักคอเขาได้เดี๋ยวนั้น

แต่เขารู้ดีว่าธอร์จะไม่ทำ....

นัยน์ตาสีฟ้ามองดูคนตรงหน้า ความโกรธแค้นที่สุมยู่ในใจตลอดหลายเดือนประทุออกมา ในใจมีแต่เสียงร่ำร้องให้เพิ่มแรงมากกว่านี้ ให้ฆ่าทรราชย์ชั่วตรงหน้าซะ

โลกิฆ่าเจน... โลกิกำลังจะฆ่าทุกคน คนเช่นนี้ไม่สมควรมีชีวิตอยู่!

หากแต่ในวินาทีที่กำลังจะเพิ่มแรงบีบนั้น โลกิก็เอ่ยคำคำหนึ่งออกมา คำเพียงคำเดียวที่ทำให้เรี่ยวแรงทั้งหมดของเขาพลันสลายไป

“พี่ข้า...”

มันน่าเหลือเชื่อ และน่าโกรธแค้นตัวเองนัก... 

ร่างสูงซวนเซไปเล็กน้อย ภาพความทรงจำระหว่างเขากับโลกิผุดขึ้นมาเป็นฉากๆ โลกิที่เป็นน้องชายของเขา โลกิที่เยือกเย็น คอยช่วยเหลือเขาที่อารมณ์ร้อนหุนหัน

ทำไมกัน... ทำไมน้องชายในความทรงจำถึงเปลี่ยนไปขนาดนี้

แล้วทำไม ทั้งๆที่โลกิทำเรื่องเลวร้ายมากมาย แต่เขาก็ยังใจอ่อนในวินาทีสุดท้ายอยู่ดี

“ข้าบอกแล้ว...ว่าเจ้าไม่กล้าหรอก”โลกิไอโคล่ก สูดอากาศเข้าลึกๆ ก่อนเหยียดยิ้ม มือเรียวซัดใส่ร่างสูงจนปลิวไปอีกทาง

“เจ้ามันใจอ่อน ธอร์ ทั้งๆที่ข้าไม่ใช่น้องของเจ้า ไม่เคยเป็น...และไม่มีวันเป็น!”เขาตะโกน พลางเดินเข้ามาใกล้ร่างสูงที่ล้มอยู่บนพื้น ยกเท้าขึ้นเหยียบลงกลางแผ่นอก ดวงตาสีเขียวองลงต่ำอย่างผู้เหนือกว่า

“โลกิ ทำไม… เจ้าทำแบบนี้ทำไมกัน อำนาจสำคัญกับเจ้าถึงเพียงนั้นเชียวหรือ”ธอร์ถาม พร้อมกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ยามที่ฝ่าเท้ากระแทกเข้าแรงๆตรงกลางอก

จนบัดนี้เขาก็ยังไม่เข้าใจ โลกิเคยบอกว่าเขาโง่ ซึ่งมันก็จริง เขาไม่เคยเข้าใจเหตุผลของการกระทำของโลกิ ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อน หรือตอนนี้

เขารู้ว่าโลกิโกรธแค้นโอดิน โกรธแค้นเขา ฟริก้า แอสการ์ด แต่ไม่รู้ว่าทำไมโลกิถึงได้จงใจทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่เขารัก แต่กลับไม่ยอมฆ่าเขา ทั้งหมดที่โลกิต้องการคืออะไร เพียงแค่อำนาจเท่านั้นหรือ...

“ถ้าเจ้าต้องการบรรลังก์แอสการ์ด เจ้าก็ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้ ข้าไม่ต้องการมัน ข้าแค่ต้องการอยู่กับคนที่รัก ท่านพ่อ ท่านแม่ เจ้า และเจน…”หากไม่ทันได้เอ่ยจบ หมัดหนักๆก็กระแทกเข้าเต็มหน้า โลกิย่อกายลงคร่อมร่างแกร่งเอาไว้ มือทั้งสองกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายขึ้นมา

“อย่าพูดถึงนางให้ข้าได้ยินอีก! นังผู้หญิงนั่นตายไปแล้ว! เหมือนกับทุกๆคนที่เจ้ารักที่ข้าจะฆ่าให้หมด!”

ทำไม… ทำไมเจ้าถึงยังพูดถึงนาง

ทำไมเจ้าถึงคิดว่าที่ข้าทำไปทั้งหมดเพื่อบรรลังก์แอสการ์ด ทุกสิ่งล้วนไม่สำคัญ ล้วนด้อยค่า

ที่ข้าต้องการคือเจ้า... 

โลกิเหยียดยิ้มเหมือนทุกครั้ง หากครานี้เป็นรอยยิ้มที่มีไว้เพื่อเย้ยหยันตนเอง

แต่ไหนแต่ไรมา เจ้าไม่เคยสนใจใยดีข้าสักนิด ธอร์

เมื่อครั้งเป็นเด็ก ข้าที่เป็นน้องก็เหมือนเงามืดที่ซ่อนตัวอยู่ใต้แสงสว่างของเจ้า

เมื่อครั้งมีสหายมากมายรุมล้อม ข้าก็ได้แต่มองเจ้าอยู่จากวงนอก

เมื่อยามเจ้ามุทะลุเอาแต่ใจ ใครคอยห้ามเจ้า แต่เจ้าไม่สนใจจะฟัง และยามเมื่อเจ้าโดนลงโทษ ก็เป็นใครเล่าที่คอยช่วย

ข้า… เป็นข้าในอดีตที่โง่เขลา ทำเพื่อเจ้า โดยที่เจ้าไม่ได้สนใจข้าสักนิด

น้องชาย... ฐานะที่ข้าชิงชัง เพราะมันทำให้ข้าต้องเป็นเงา ถูกบดบังจากแสงสว่างที่ข้าไม่อาจเทียบเคียงของผู้เป็นพี่ ฐานะจอมปลอม พอๆกับรักจอมปลอมจากเจ้า จากโอดิน

และเมื่อมีเจน... เจ้าก็สนใจแต่นาง เจ้าบอกให้ข้ารอ ทั้งๆที่รู้ว่าเจ้าช่วยข้าออกไปจากคุกนั่นไม่ได้ แต่เจ้าก็ยังหลอกให้ข้ารอ

ดังนั้น... ข้าจึงต้องทำลาย ทำลายทุกสิ่งที่แย่งเอาความสนใจของเจ้าไปจากข้า และแม้ว่ามันจะทำให้เจ้าเกลียดชังข้าตลอดไป แต่นั่นก็หมายถึง ชั่วชีวิตนี้ สายตาของเจ้าจะไม่ละไปจากข้า...

โลกิลูบโลหิตสีชาดบนใบหน้าหล่อเหลา ไล่ไปตามไรหนวดสากๆ พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“อีกไม่นานหรอกธอร์ เรื่องนี้จะจบ และทั้งหมดก็จะเหลือเพียงข้ากับเจ้าเท่านั้น...”ว่าพลางคลี่ยิ้มละไม รอยยิ้มนั้นสวยงาม แต่ฉาบด้วยความร้ายกาจจนคนมองรู้สึกหนาวเหน็บ

“เริ่มจากพระบิดาอันเป็นที่รักดีมั้ย”พูดจบ ร่างเพรียวก็ลุกขึ้น ฝ่ามือโบกวูบ ภาพของโอดินที่นอนอยู่บนเตียงก็ปรากฏขึ้น

“เจ้าจะทำอะไร!”ธอร์ตะโกนถาม เทพสายฟ้าฝืนลุกขึ้นในทันที ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าร่างของตนถูกกดไว้ด้วยพลังบางอย่างที่มองไม่เห็น

“ไม่ต้องรีบร้อนหรอกธอร์ เรายังมีเวลาให้คุยกันหลังจากนี้อีกเยอะ”โลกิว่า ดวงตาสีเขียวมองดูบิดาแห่งสรพพสิ่ง เวลาเพียงไม่นานที่ไม่ได้พบ โอดินกลับดูแก่ชราลงไปอย่างมาก

เขายื่นมือออกไปเบื้องหน้า ฝ่ามือเรียวนั้นหายไปรากับทะลุผ่านผิวน้ำ และไปปรากฏอยู่ที่ลำคอของโอดิน

“โลกิ!!!”เสียงเข้มตวาดเป็นการห้าม หากแต่เจ้าของชื่อไม่สนใจ โลกิกำมือลง บีบลำคอของโอดินด้วยแรงทั้งหมดอย่างไม่ลังเล

เปรี้ยง!

สายฟ้าเส้นใหญ่ฟาดลงสู่พิ้น ทำให้ร่างผอมบางต้องขยับหลบ หากแต่ยังไม่ทันได้ทำอะไร แรงประทะหนักๆของโยเนียร์ก็ทำให้เขาล้มลงไปกับพื้น

ธอร์ยืนหอบอยู่เหนือร่างของเทพมุสา เลือดแดงสดหลั่งรินออกจากบาดแผลซึ่งเกิดจากการฝืนต้านพลังเวทของอีกฝ่าย ค้อนโยเนียร์กำแน่นอยู่ในมือ

“เจ้าไม่ใช่น้องของข้า...”เขาเอ่ยพึมพำ มองดูโลกิที่กำลังยันตัวลุกขึ้นจากพิ้น

“ใช่ ข้าไม่ใช่น้องเจ้า เพิ่งจะยอมรับได้รึไง”ร่างเพรียวว่า ในขณะที่ลุกขึ้นยืน ความเจ็บแผ่ซ่านจากชายโครงขึ้นไปจนทำให้ซวนเซเล็กน้อย

ธอร์มองเข้าไปในดวงตาสีเขียวของอีกฝ่าย ก่อนจะหลับตาลง ในใจตัดสินใจอย่างมาดมั่น

ถ้าเขาไม่หยุดโลกิ ทุกคนจะต้องตาย ทั้งมิดการ์ดและแอสการ์ดต้องพังพินาศ...

“เมื่อเจ้าไม่ใช่น้องข้า... ก็ไม่มีเหตุผลที่ข้าจะไม่ฆ่าเจ้าอีกแล้ว โลกิ”

 *************

“มันเริ่มขึ้นแล้ว...”

ไฮม์ดัลที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างพึมพำขึ้นกับตนเอง

เขามองเห็นทุกอย่าง จึงสามารถคาดเดาเรื่องราวได้ทั้งหมด

นานมาแล้ว เอิร์ล สกัล และเวอร์ดันดี้ สามเทพธิดาแห่งโชคชะตาได้มอบคำทำนายถึงวันที่เทพเจ้าทั้งมวลจะถูกสังหาร โลกตกอยู่ในความมืด ทั้งอดีตจะไร้ความหมาย ปัจจุบันจะว่างเปล่า และอนาคตก็จะไม่มีอีกต่อไป

…แรคนาร็อค...

วันที่เทพทั้งปวงจะพินาศสิ้น ด้วยฝีมือของเทพมุสา โลกิ…

โอดินไม่อาจไม่เชื่อคำทำนายนั้น แต่เขาก็ยังเลี้ยงโลกิมาจนเติบใหญ่ ด้วยหวังว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงโชคชะตาได้

หากแต่ไร้ผล... โลกิก้าวสู่เส้นทางแห่งการทำลายล้าง โทษหนักหนาและสมควรประหารเพื่อจะป้องกันไม่ให้แรคนาร็อคมาถึง แต่โอดินก็ตัดใจไม่ลง เขาเป็นบิดา ย่อมต้องรักบุตร แม้จะไม่ใช่ลูกแท้ๆ จึงได้แต่เพียงขังโลกิเอาไว้เท่านั้น นั่นคือความรักของโอดิน

ซึ่งนั่นเป็นการกระทำที่ผิดพลาดอย่างที่สุด... 

ความสิ้นหวัง โศกเศร้า ความผิดหวัง เจ็บปวดจากการถูกทรยศหลอกลวง ผลักดันให้โลกิเดินมาถึงเส้นทางแห่งโชคชะตาที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

หากว่าโลกิรู้ความจริงทั้งหมด เขาคงเลือกตายอยู่ในโยธันไฮม์ตั้งแต่แรก ดีกว่าต้องทนอยู่กับความเจ็บปวดที่กัดกร่อนจิตใจให้ดำมืดกระมัง

นายทวารแห่งไบฟรอสต์มองดูภาพการต่อสู้ของเทพสายฟ้าและเทพมุสา 

เหลือเพียงความหวังเดียวที่จะทำให้โลกรอดพ้นจากแรคนาร็อค... แสงสว่างสุดท้ายที่สามารถส่องไปถึงโลกิได้

“หวังว่าท่านจะรู้ตัวสักที ว่าสิ่งที่โลกิต้องการแท้จริงคือสิ่งใด”

 ***********

โยเนียร์สำแดงพลังท่ามกลางสายฟ้าที่พาดผ่าน อาวุธประจำกายของโลกิมีเพียงมีดสั้นที่ใช้ประสานกับพลังเวทย์ เมื่อสู้กันอย่างยืดเยื้อ เขาย่อมตกเป็นรองทั้งเรื่องของอำนาจวิเศษที่ยากต่อกรของอาวุธวิเศษอย่างค้อนโยเนียร์ และด้านพละกำลัง

ร่างเพรียวบางถอยร่น บนตัวเริ่มปรากฏบาดแผลให้เห็นหลายแห่ง เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ธอร์คิดจะฆ่าเขาจริงๆ

แต่จะทำได้จริงน่ะหรือ... เขามีความมั่นใจว่าธอร์ใจอ่อนเกินกว่าจะลงมือในตอนสุดท้าย

โลกิยกมือขึ้นรับค้อนที่ฟาดลงมาตรงๆเนื่องจากหลบไม่พ้น พลังที่แผ่ออกมาจากอาวุธทำให้ผิวหนังปริแตก เลือดสดๆไหลริน

“ถึงเจ้าฆ่าข้าได้ ก็หยุดกองทัพข้าไม่ได้หรอก”เขาเอ่ย พลังมหาศาลที่กดทับลงมาทำให้มือเขาสั่น แต่ก็ยังคงรักษารอยยิ้มไว้บนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

“แต่ถ้าข้าฆ่าเจ้าได้เร็วเท่าไหร่ ก็ย่อมมีเวลาไปหยุดกองทัพของเจ้าเร็วเท่านั้น!”ธอร์ตะคอก ในตอนนี้เขาลังเลไม่ได้อีกต่อไปแล้ว 

เทพสายฟ้ารวบรวมพลังไปที่โยเนียร์ เห็นได้ชัดว่าโลกิคงต้านไว้ได้อีกไม่นาน จึงตัดสินใจจะโจมตีครั้งสุดท้าย

เขาถามตัวเองว่าตนตัดใจฆ่าคนตรงหน้่าได้จริงหรือ คนที่เติบโตมาด้วยกัน...

คำตอบคือไม่มีทางเลือก ชีวิตโลกิชีวิตเดียวกับคนทั้งมิดการ์ดและแอสการ์ด เขาต้องเลือกอย่างหลัง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าโลกิทำเรื่องเลวร้ายไว้มากเพียงไร

โลกิสังหารเจนสตรีที่เขารักที่สุด โลกิฆ่านาง สมควรแล้วที่จะต้องชดใช้!

“น่าประทับใจจริงๆธอร์ เป็นฮีโร่ปกป้องโลกงั้นหรือ ข้าซาบซึ้งจนน้ำตาจะไหล!”เทพมุสาตวาดลั่น เขารวบรวมพลังเวทย์ทั้งหมดเข้าต้านโยเนียร์ เกิดเป็นขุมพลังที่ผลักดันกันจนทั้งคู่ถูกดีดกระเด็นไปคนละทาง

ร่างผอมบางปลิวไถลไปตามพื้น และโชคร้ายที่แรงดีดของพลังมากพอจะซัดเขาให้พลัดตกลงจากสะพานสายรุ้ง แม้มือจะยึดขอบสะพานไว้ได้ทัน กระนั้นเรี่ยวแรงที่แทบไม่มีเหลือกก็ไม่พอที่จะเหวี่ยงตัวเองกลับขึ้นไปได้

น่าขำนัก... สุดท้ายแล้ว แม้แต่โชคชะตาก็ยังเย้ยหยันเขา...

ดวงตาสีเขียวปรือปิดลง มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาห้อยติดอยู่กับสะพานแบบนี้ ครั้งนั้นมีธอร์และโอดินคอยดึงเอาไว้ แต่ครั้งนี้...

โลกิลืมตาขึ้นอีกครั้ง เหยียดยิ้มให้กับร่างสูงที่ปรากฏตรงเบื้องบน

คงจะเป็นการผลักไสให้เขาตกลงไป มิใช่ช่วยดึง...

“เหตุการณ์คุ้นๆนะว่ามั้ย ข้าเดาว่าเจ้าคงนึกเสียใจที่ข้าไม่ตายไปตั้งแต่ครั้งก่อนกระมัง” 

ธอร์มองดูร่างที่พลัดตกจากสะพานไบฟรอสต์ด้วยดวงตาสีฟ้าขุ่นมัว

“เจ้าทำชั่วไว้มาก โลกิ… เจ้าสมควรต้องชดใช้”

คำนี้เอ่ยกับอีกฝ่าย และเป็นการเอ่ยย้ำกับตนเองไม่ให้ใจอ่อนอีก

“ชดใช้?”เทพมุสาเอ่ยทวน ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะดังลั่น

“ทำไมข้าต้องชดใช้... เป็นพวกเจ้าที่สมควรต้องชดใช้ให้ข้า! เป็นพวกเจ้าที่ทำให้ข้าเป็นแบบนี้ บีบให้ข้าไม่มีทางเลือก!”

“ไม่มีใครทำให้เจ้าเป็นแบบนี้ ทั้งหมดนี่เจ้าทำตัวเอง! เจ้าเป็นคนเลือกเอง!”เทพสายฟ้าสวนกลับด้วยเสียงดังไม่แพ้กัน

ทำไมจนป่านนี้เจ้ายังไม่ยอมรับว่าที่เจ้าทำมันผิด...

“หึ… จริงอยู่ว่าข้าเลือกที่จะทำเช่นนี้ และต่อให้เลือกใหม่ได้ ข้าก็จะทำแบบเดิมอย่างไม่สำนึกเสียใจสักนิด”

“เจ้า...”

ยังไม่ทันได้กล่าวอะไร โลกิก็ชิงพูดขัด

“ข้าไม่ผิด! ทุกสิ่งที่ข้าปรารถนามิเคยเป็นของข้า! ครอบครัวที่ข้าเคยคิดว่ามีหายไปในวันเดียว... เจ้าคิดว่ามันง่ายนักหรือที่จะอภัยให้แก่คนที่หลอกลวงข้ามาทั้งชีวิต เมื่อสิ่งที่ต้องการไม่ได้เป็นของข้า ข้าก็จะแย่งชิงมันมาด้วยตัวเอง!”เขาใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดไปกับการพูดจนต้องหอบหายใจ มือที่จับสะพานอยู่เริ่มสั่นระริก

“ข้าเคยบอกไปแล้วว่าท่านพ่อรักเจ้า ท่านแม่และข้าก็รักเจ้า เป็นเจ้าเองที่ไม่เชื่อและทำลายทุกอย่าง!”ธอร์ว่า ความเจ็บปวดในใจปนเปไปกับความโกรธแค้น

‘ความปรารถนาของโลกิคือสิ่งใด’

คำถามที่ไฮม์ดัลเคยถามเขาไว้ก่อนเดินทางมามิดการ์ดดังขึ้นในสมอง เขาหลับตาลง ข่มความเจ็บปวดที่เกาะกุมในจิตใจ ก่อนถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิม

“โลกิ จ้าต้องการอะไรกันแน่... ที่เจ้าทำไปทั้งหมดแค่เพื่ออำนาจงั้นหรือ”

นัยน์ตาสีเขียวมองดูใบหน้าหล่อเหลาตรงหน้า มันช่างดูอ่อนล้า เจ็บปวด จนราวกับว่าธอร์คนเดิมที่ยิ้มแย้มอยู่เสมอไม่มีอยู่อีกต่อไปแล้ว

“เจ้ามันโง่...ธอร์ จนกระทั่งตอนนี้เจ้าก็ยังคิดว่าข้าทำทุกอย่างไปเพื่ออำนาจไร้ค่าพวกนั้น”โลกิเอ่ย ก่อนเว้นจังหวะไปชั่วครู่

ตัวเขาในสายตาของธอร์คงเลวร้ายมากกระมัง...

แต่นั่นแหละ ดีแล้ว… เขาบอกกับตัวเอง ย้ำมันอีกครั้ง

เมื่อเจ้าไม่รักข้า ก็ทำให้เจ้าเกลียดข้าที่สุด 

…เพราะข้าเองก็เกลียดเจ้าเช่นกัน....

“เมื่อเจ้าไม่รู้....”เทพมุสายิ้ม นัยน์ตาคู่สวยมองสบกับดวงตาสีฟ้า

“ข้าก็จะปล่อยให้เจ้าไม่รู้ตลอดไป”

สิ้นเสียง โลกิก็ปล่อยมือ ทิ้งร่างให้ร่วงหล่นลงไปสู่จักรวาลอันมืดมิดด้วยหัวใจที่สงบอย่างน่าประหลาด

ก่อนหน้าที่จะมาหาธอร์ เขาได้ร่ายเวทมนต์เอาไว้แล้ว... ขอเพียงแค่ออกคำสั่ง หรือว่าตัวเขาตายไป มันก็จะทำงาน และทั่วทั้งแอสการ์ดก็จะตกอยู่ในทะเลเพลิง

“โลกิ!”

ธอร์ร้องเรียก มือหนาเผลอคว้างมือบางตามสัญชาตญาณ

ฉับพลันนั้น ดวงตาสีฟ้าก็ต้องเบิกกว้าง เมื่อคลื่นความรู้สึกอันรุนแรงซัดผ่านเข้ามาในร่างกาย

เป็นความรู้สึกหลากหลายที่ปนเปกัน เหมือนเอาสีมาสาดทับกันไว้เป็นชั้นๆ จนรวมกันเป็นสีดำขุ่นมัว

เจ็บปวด... โศกเศร้า... โหยหา.... สิ้นหวัง.... บีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก

ในชั่วขณะที่เสี้ยววินาทียาวนานดั่งวันคืน เขาได้ยินเสียง...

เสียงที่แรกเริ่มแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ก่อนจะค่อยๆดังขึ้น กังวาลอยู่ในโสตประสาท

‘ต้องพยายามให้มากกว่านี้... ต้องเก่งกว่านี้ ท่านพ่อจะได้ยอมรับข้า’

เสียงเล็กๆนั้นอ่อนวัย และธอร์คลับคล้ายกับว่าเคยได้ยินมาก่อน

‘ธอร์ก่อเรื่องอีกแล้ว ข้าเตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง คงต้องฝึกเวทให้มากกว่านี้ จะได้คอยช่วยท่านพี่’ 

และแล้วเขาก็นึกออก... มันคือเสียงของโลกิเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก...

‘วันนี้ต้องไปหาท่านแม่ บอกว่าเวทมนต์ที่ท่านแม่สอนให้เมื่อวานข้าใช้ได้คล่องแล้ว ท่านแม่ต้องชมข้าแน่ๆเลย’

ความคิดที่ใสซื่อ เรียบง่าย และบริสุทธิ์เช่นนี้ คือสิ่งที่อยู่ในใจของโลกิอย่างงั้นหรือ....

เขารู้สึกสับสน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงได้ยินสิ่งเหล่านี้ เวลารอบกายดูเหมือนจะหยุดนิ่งลง และมีแต่เสียงของโลกิที่ดังอยู่ในโสตประสาท ความรู้สึกต่างๆของโลกิกำลังหลั่งใหลเข้ามาในการรับรู้ของเขา

‘ทำไม… ทำไมพวกท่านต้องหลอกลวงข้า แท้จริงข้าคือใครกันแน่ ข้าคือตัวอะไรกันแน่!’

คราวนี้น้ำเสียงเปลี่ยนไป กลายเป็นเสียงของโลกิในปัจจุบัณ แต่ที่ต่างออกไปคือเสียงนั้นเจือด้วยการสะอื้นไห้และความเจ็บปวดอย่างที่สุด...

‘เจ็บ… ท่านแม่...ข้าเจ็บเหลือเกิน...’

นี่ก็เสียงร้องไห้...

‘ธอร์.... ทำไมเจ้าต้องบอกให้ข้ารอ เจ้ามีเจน... เมื่อเจ้ามีนาง เจ้าก็จะลืมข้า... แล้วจะให้ข้ารอสิ่งใดกัน’

เขาไม่เคยเห็นโลกิร้องไห้... ไม่เคยคิดว่าโลกิที่เหยียดยิ้มอย่างทระนงอยู่เสมอเก็บซ่อนน้ำตาเหล่านี้เอาไว้ ไม่เคยให้ใครได้เห็น

‘ข้าเกลียดเจ้า... ธอร์ ข้ารักเจ้า แต่ข้าก็เกลียดเจ้าเช่นกัน อย่าเรียกข้าว่าน้อง... ข้าไม่ใช่น้องเจ้า ข้าไม่ใช่... ข้าไม่ต้องการจะเป็น...’

ความเจ็บปวดก่อตัวขึ้นในใจของเขา ปวดร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

‘เมื่อเจ้าไม่เคยสนใจข้า... ข้าก็จะทำลายทุกสิ่งที่เจ้ารัก เมื่อเจ้าเลือกนาง ข้าก็จะฆ่านาง เจ้าไม่รักข้าก็ไม่เป็นไร เพราะข้าเองก็เกลียดเจ้าเช่นเดียวกัน ธอร์... ยิ่งเจ้าเกลียดชังข้ามากเพียงไร ชั่วชีวิตเจ้าก็จะลืมข้าไม่ได้ แค่นั้นก็พอแล้ว....’

ที่แท้เป็นเขา.... เป็นเขาเองที่ทำให้โลกิต้องเป็นอย่างนี้

ทำไมกันนะ... ทั้งๆที่อยู่ใกล้กันขนาดนี้ เขากลับไม่เคยรู้เลยว่าในใจของโลกิคิดอะไร ไม่เคยรู้เลยว่าโลกิรู้สึกยังไง...

ภาพทุกอย่างหมุนวนสู่ความจริง โลกิจ้องมองดูธอร์ที่นิ่งงันไปด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

ทำไมเจ้าไม่ปล่อยให้ข้าตายไปซะ...

ถ้าเขาตายตอนนี้ ตายต่อหน้าอีกฝ่าย ธอร์จะไมมีวันลืมเขาอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นก็ถือว่าบรรลุเป้าหมาย

เจ้ามันใจอ่อน... ถึงจะบอกว่าไม่ แต่ในใจเจ้าก็ยังคงเห็นข้าเป็นน้องอยู่ดี

เพราะอย่างนั้นข้าถึงได้เกลียดเจ้า...

ทันใดนั้น โลกิก็ต้องเบิกตากว้าง ยามเห็นหยาดน้ำตาในดวงตาสีฟ้า

ธอร์ร้องไห้...

“มาร้องไห้เสียใจเพราะคิดถึงนังผู้หญิงคนนั้นหรือไง ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็รีบปล่อยข้าได้แล้ว ข้าจะได้....”

ยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อีกฝ่ายก็เอ่ยขึ้น เป็นคำพูดสองพยางค์สั้นๆที่ทำให้สมองเขาอื้ออึงยิ่งกว่าถูกโยเนียร์ทุบ

“ขอโทษ…. น้องข้า... ข้าขอโทษ...”

แม้ไม่รู้ว่าอยู่ๆธอร์มาขอโทษเขาเรื่องอะไรก็ตาม แต่เขาก็ยิ้มออกมา ก่อนเอ่ยตอบ

“ข้า-ไม่-ยกโทษ-ให้-เจ้า”

พูดชัดๆที่ละคำ ก่อนที่จะจิกเล็บลงบนฝ่ามือหนา ทิ้งร่างของตนให้จมล่งสู่ความมืดมิดเบื้องล่างด้วยรอยยิ้ม สลายเวทมนต์ทั้งหมดที่เคยร่ายเอาไว้ไปจนหมดสิ้น

เขาไม่ได้ใจอ่อน... แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว เขารู้ว่าจากนี้ไปจนถึงวันสุดท้าย ธอร์จะไม่มีวันลืมเขา

…และไม่มีวันได้รับการให้อภัยจากเขา....

“โลกิ!!!!!!”

สุดท้ายแล้ว เจ้าก็ยังเห็นข้าเป็นน้อง... นั่นทำให้ข้ายกโทษให้เจ้าไม่ได้

ข้าพยายามทำลายความสัมพันธ์พี่น้องพวกนั้นลง เพื่อให้เจ้ามองว่าข้าเป็นเพียงโลกิ... ข้าอยากให้เจ้ารักที่ข้าเป็นโลกิ ไม่ใช่เพราะว่าข้าเป็นน้องของเจ้า กระทั่งเมื่อปรารถนาให้เจ้าเกลียดข้า ก็ยังอยากให้เจ้าเกลียดข้าที่เป็นยักษ์น้ำแข็ง จดจำข้าในฐานะยักษ์น้ำแข็ง ศัตรูของปวงเทพ ไม่ใช่ในฐานะน้องชายทรราชย์ของเจ้า...

เพราะแบบนี้ข้าจึงเกลียดเจ้า ธอร์...

แต่ก็เพราะแบบนี้... ข้าถึงได้รักเจ้าทั้งๆที่เกลียดเจ้าด้วยเช่นกัน....

TBC

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 40 ครั้ง

57 ความคิดเห็น

  1. #54 XFunnyCh (@XFunnyCh) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 14:15
    ยักษ์น้ำแข็งใส เอิ่ม อินต่อไม่ได้เลยฮาอะ
    #54
    0
  2. #48 break1999 (@vi2542) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 21:50
    ให้ป๋าคู่กับธอร์เถอะ ธอร์แม่งโง่เกิ๊นป๋าดูเข้าใจโลกิมากกว่าอะ....
    #48
    0
  3. #45 สตางค์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2558 / 08:22
    โลกิเป็นตัวร้าย แต่แอบเอาใจช่วย สงสารอ่ะ
    #45
    0
  4. #41 aom (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 มกราคม 2558 / 15:32
    น้ำตาไหล T^T ฮึก โลกีของหนู

    โฮ!!!! กอดโลกีแน่น กี : อย่า เจ๊ อึกอัด = = ปล่อยก่อนดิ

    เรา : ม๊ายยยยยยยย แง่!!!! โลกีของเขาาา
    #41
    0
  5. #38 บอมมี่ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2557 / 09:09
    ทั้งอ่านทั้งน้ำตาไหล..สงสารโลกิมาก เจนสมควรตายนะ="=#อ่ะอินี่
    #38
    0
  6. #37 iceera (@iceera) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 เมษายน 2557 / 23:59
    อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยสงสารโลกิ
    #37
    0
  7. #22 BlackDay14 (@vovpimno) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2556 / 23:18
    รักโทนี่เสียดายธอร์

    มาต่อไวๆนะคะ

    😁😁😁
    #22
    0
  8. #19 `PS.AriA†´ (@orangemushroom) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2556 / 19:29
    โทนี่  นายยังฮาแตกเหมือนเดิมนะคร้าาา

    ธอร์เห็นคลิปนี่.....สตาร์คทาวเวอร์คงได้ถล่ม......

    ดราม่าไปแล้วนะ ม่ายยยยยย  แฮปปี้เอ็นดิ้งด้วยเท๊อออออออออ
    #19
    0
  9. #18 Girly_kaew (@girly-kaew) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2556 / 16:02
    พูดไม่ออก

    สงสารโลกิ

    สงสารธอร์

    แต่ชอบโทนี่นะ

    อยากรู้แล้วอ่ะว่าต่อไปเป็นยังไง

    ถ้าธอร์เห็สคลิปจะเป็นยังไง
    #18
    0