คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย [Fic] League of Legend: You, Me and that word [Smeb x Reignover] [Fic] League of Legend: You, Me and that word [Smeb x Reignover] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

Title: You, Me and that word

Fandom: League of Legend Pro player

Character: Reignover (TL), Huni (SKT T1), Smeb (KT)



Note: แฟนฟิคลั้นเรื่องนี้เป็นเพียงสิ่งที่แต่งขึ้น มีเนื้อหาของ Bromance และ Yaoi ซึ่งสิ่งใดๆก็ตามที่เขียนขึ้นนั้นล้วนเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเป็นจริง

 


**ฟิคนี้เป็นจักรวาล(?) เดียวกันกับฟิค Once in a life time และฟิค The Duos

 ที่เคยแต่งแลtโพสต์ไปก่อนหน้านี้นะคะ**



เนื้อเรื่อง อัปเดต 22 ธ.ค. 59 / 19:15




Title: You, Me and that word

Fandom: League of Legend Pro player

Character: Reignover (TL), Huni (SKT T1), Smeb (KT)

Note: แฟนฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงสิ่งที่แต่งขึ้น มีเนื้อหาของ Bromance และ Yaoi ซึ่งสิ่งใดๆก็ตามที่เขียนขึ้นนั้นล้วนเป็นเพียงจินตนาการของผู้เขียน ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความเป็นจริง

 

**ฟิคนี้เป็นจักรวาล(?) เดียวกันกับฟิค Once in a life time และฟิค The Duos ที่เคยแต่งและโพสต์ไปก่อนหน้านี้นะคะ**

 

 


                เมื่อมองย้อนกลับไปตามเส้นทางที่ก้าวเดินมาดู... ก็จะพบว่าเราต่างก็สูญเสียพร้อมๆกับที่ได้รับมาอย่างมากมาย....

 

                ผมลืมตาขึ้นมา แต่ก็ยังคงเห็นเพียงความมืด...

แน่นอน กลางดึกในห้องพักบนโรงแรมหรูกลางบาเซโลน่าคงไม่มีแสงไฟใดๆในเมื่อผมไม่ได้เปิดมันทิ้งไว้ ผมกระพริบตาอีกครั้ง พร้อมๆกับที่ค่อยๆถอดหายใจออกมา

                ผมฝัน... มันไม่ชัดเจนนัก แต่ก็คงไม่ใช่ฝันที่ดีอะไร ไม่เช่นนั้นผมก็คงไม่ตื่นขึ้นมากลางดึกแบบนี้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมเจอกับปัญหาการสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก และมันเริ่มจะส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันอย่างการรู้สึกงัวเงียไปตลอดทั้งเช้าอย่างน่าหงุดหงิดใจ

                ผมลุกขึ้นนั่งอย่างเงียบเชียบ เอนหลังพิงกับหัวเตียง แล้วหลับตาลง มีทฤษฏีว่าความฝันคือสิ่งที่คนเราคิดไม่ตก และผมก็รู้ตัวดีว่าอะไรคือสิ่งที่คอยรบกวนใจของตัวเองอยู่

                เกือบสีปีแล้วสำหรับชีวิตในฐานะโปรเพลย์เยอร์ของ League of Legend ผมได้เจอกับเรื่องราวต่างๆมากมาย การจากบ้านเกิดมาใช้ชีวิตในอีกซีกโลก การแข่งขัน ผู้คนมากหน้าหลายตา พบเจอและพรากจาก.... ผมรู้ว่าไม่มีสิ่งใดที่สามารถเป็นเหมือนเดิมได้ชั่วนิรันด์ ผมรู้ ผมยอมรับ แต่ลึกๆในใจแล้ว ก็ยังเคยเชื่อว่าเขาจะอยู่กับผมตลอดไป...

                                ....Huni ย้ายไป SKT....

เมื่อสัญญาของพวกเรากับทีมIMT หมดลง มันเป็นช่วงเวลาที่ยากที่สุด เราทำผลงานได้ดีในลีคNA แต่ยังดีไม่พอ... พวกเราผิดพลาดและผลของมันก็สะท้อนอยู่กับการที่พวกเราไม่อาจคว้าสิทธิ์ไปแข่งใน World Championship ได้ มันยากที่จะตัดสินใจ... ยากเสียยิ่งกว่าการที่เราตัดสินใจออกจาก Fnatic ด้วยกัน เพราะในครั้งนี้ผมตระหนักได้ว่าจะไม่สามารถอยู่กับเขาได้อีกแล้ว...

 

“ฉันได้ข้อเสนอจาก SKT

Huni ทักผมผ่านทางวอยซ์แชทในวันหนึ่งหลังจากที่พวกเรากลับมาที่เกาหลีได้สักพัก ผมยอมรับว่าตัวเองนั้นค่อนข้างประหลาดใจ ที่ LCK พวกเขามีสุดยอดผู้เล่นมากมายซึ่งทุกภูมิภาคหวังโค่นล้ม นั่นหมายถึงการมีตัวเลือก Top lane จำนวนหลายสิบคน ผมไม่ได้หมายความว่า Huni นั้นไม่เก่ง เพียงแต่เป็นเรื่องของความเหมาะและสไตล์การเล่น ดังนั้นการที่ Huni บอกว่าเขาได้รับข้อเสนอจาก SKT จึงทำให้ผมอดตกใจไม่ได้

“นายพูดจริง?

“จริงสิ พวกเขาบอกว่า Duke จะออก และเขาอยากให้ฉันไปเล่นแทนในซีซั่นหน้า”

Huni ตอบ ผมสัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นยินดีจากน้ำเสียงของเขา และผมยังไม่ได้พูดอะไรออกไปในทันที เพียงแต่ครุ่นคิด การที่ลีค StarCraft ยุบไป เป็นคลื่นลูกใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการ E-sport ของเกาหลี นักลงทุน เม็ดเงิน และสปอนเซอร์กำลังหลั่งไหลจาก StarCraft เข้ามาสู่ League of Legend ผมรู้ว่าว่าทีมอื่นๆเริ่มลงทุนซื้อตัวผู้เล่นที่เคยโด่งดังใน LCK ให้กลับมาเล่นในเกาหลี โดยมีเป้าหมายคือการโค่น SKT ลงในซีซั่นหน้า ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทาง SKT จะมีการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในตำแหน่ง Top lane ของซีซั่นก่อนที่เคยถูกวิจารณ์ว่าเป็นจุดอ่อนที่สุดในทุกเลน...

“แล้วนายตอบไปว่ายังไง”ผมถาม “คงจะต้องตกลงแน่ๆล่ะสิ”

“เปล่าหรอก.... ก็แค่บอกว่าขอเวลาคิดดูก่อน”Huni พูด เขาเงียบไปสักพัก ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก

“แล้ว... นายคิดว่าไง”อดีตทอปเลนทีม IMT พยายามเรียบเรียงคำพูด “ถ้าหากว่าฉันจะตอบตกลง”

“มันแน่อยู่แล้ว นายต้องตกลงสิ นั่นSKTเชียวนะ” ผมพูดพลางหัวเราะออกมา แน่ล่ะว่าผมเข้าใจในสิ่งที่เขาเป็นกังวล Huniเคยบอกกับผมเมื่อตอนที่เราตัดสินใจออกจาก Fnatic และยังคงพูดอยู่เสมอเมื่อเราย้ายไปเล่นที่ NA ว่าเราจะยังคงเป็นดูโอ้กันต่อไป ต่อให้ผมย้ายไปทีมไหน เขาก็จะตามผมไปด้วย

เขากำลังจะผิดคำพูด แต่ผมไม่โทษเขา... ในเมื่อทีมที่ยื่นข้อเสนอให้ Huni คือ SKT ทีมอันดับหนึ่งของโลกที่ผู้เล่นแทนทุกคนไฝ่ฝันจะเข้าร่วม... หรือว่าเอาชนะให้ได้ มันยังเคยเป็นความฝันของผม และยิ่งไปกว่านั้น มันคือความฝันของ Huni ผมพบกับเขาครั้งแรกหลังการเข้าทดสอบฝีมือกับ SKT ครั้งนั้นเขาไม่ผ่าน แต่เป็นMarin ดังนั้นเมื่อตอนนี้ทาง SKT กลับเป็นฝ่ายติดต่อเข้ามาเอง ผมรู้ว่าในใจ Huni คงอยากตอบตกลงในทันที ติดอยู่ที่ว่าเขาเป็นห่วงผม...

ดังนั้นผมจึงหัวเราะ Huni เป็นเหมือนน้องชายที่ใจร้อน ไม่ค่อยฟังใคร ทว่าจริงๆแล้วเขากลับใส่ใจผมอย่างมาก และนั่นทำให้ผมยินดีที่จะสนับสุนเขาอย่างเต็มที่

“นายไม่ต้องห่วงฉันหรอก อย่าลืมล่ะว่าเป้าหมายของเราคืออะไร มันคือแชมป์โลก ฉันจะอยู่ที่NA เพื่อทำความฝันนั้น มันคือเส้นทางของฉัน ส่ววนนายก็มีหนทางรอให้ฝ่าไปถึง World Championship อยู่ในเกาหลี”ผมพูด ทุกคำพูดของผมคือความจริง แต่กระนั้นแล้ว ก็ยังอดเสียใจไม่ได้...

“สู้ให้เต็มที่ แล้วไปเจอกันที่ World ปีหน้าให้ได้ล่ะ”พูดจบ ผมก็แทบจะสูญเสียความร่าเริงในน้ำเสียงไปจนหมด ผมแกล้งทำเป็นไม่รู้สึกอะไรกับการจากลา แต่ความจริงนั้นไม่ใช่เลย.

“นายก็เหมือนกัน อย่าแพ้ในบ้านก่อนล่ะ ไม่มีฉันช่วยแบกแล้วนะ” Huniพูดขำๆพลางหัวเราะออกมา พวกเราไม่ได้คุยอะไรกันต่ออีก ความเงียบเกิดขึ้นจากสองฝั่งของปลายสาย จนผมคิดจะคลิ๊กเพื่อตัดการสนทนานั้นไป หากแต่ในตอนนั้นเอง ผมก็ได้ยืนเสียงของ Huniอีกครั้ง

“ขอบคุณนะ... ฉันคงมีวันนี้ไม่ได้ถ้าไม่มีนาย”

เสียงของเขาสั่น และแผ่วเบา แล้วหลังจากนั้น ผมก็พบว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะกลั้นน้ำตาสำหรับการจากลาในครั้งนี้....

 

ผมรู้สึกแสบร้อนที่ดวงตา มันเป็นอาการก่อนที่น้ำตาจะไหล การจากลานั้นเป็นเรื่องน่าใจหายเสมอ โดยเฉพาะกับคนที่ผูกพันธ์ด้วย ผมกับ Huni ผ่านหลายๆสิ่งมาด้วยกัน ทั้งการต้องจากบ้านเกิดไปใช้ชีวิตที่ต่างประเทศเป็นครั้งแรก ทั้งช่วงเวลาที่ประสบความสำเร็จ ช่วงเวลาที่ล้มเหลว กับการที่เขาเคยยิ้มแล้วบอกว่าจะตามผมไปตลอด มันทำให้แม้ว่าผมจะดีใจไปกับ Huni ที่ได้เข้าร่วมกับ SKT แต่ในความดีใจนั้น ก็ยังมีความเศร้าปะปนอยู่ด้วย

สัมผัสที่แตะลงบนแขนทำให้ความคิดต่างๆนั้นหยุดลง และยังทำให้ผมตระหนักได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่เพียงลำพังในห้องนี้ ผมมองตามมือนั้นไปยังคนที่นอนอยู่ข้างๆ ตาที่เริ่มชินกับความมืดทำให้สามารถมองเห็นใบหน้านั้นได้ลางๆ

“โทษที ไม่ได้ตั้งใจทำให้นายตื่น”ผมพูดเบาๆ ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง ตอนนี้อยู่ในระหว่างการแข่ง All star และอันที่จริงห้องนี้ก็ไม่ใช่ห้องที่ทางงานจัดเอาไว้ให้ผม แต่เป็นห้องของซอง คยองโฮ หรือ Smeb อดีตเพื่อนร่วมทีมที่คะยั้นคะยอให้ผมมานอนด้วย

“คิดอะไรอยู่”เขาถาม “ดูเหมือนนายนอนไม่ค่อยหลับมาตั้งแต่คืนก่อนแล้ว”

“ก็นิดหน่อย เรื่อง Huni นั่นแหละ”ผมตอบไปตามตรง Smeb เป็นเพื่อนร่วมทีมตั้งแต่สมัยผมเพิ่งเข้ามาเป็นโปรเพลย์เยอร์ของทีม Incredible Miracle และยังคงเป็นเพื่อนสนิทของผมเรื่อยมาจนถึงทุกวันนี้ ดังนั้นผมจึงรู้สึกสะดวกใจมากพอจะคุยเรื่องพวกนี้กับเขา

“หมอนั่นย้ายไป SKT นี่? ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ” Smebถาม พลางเปลี่ยนมานอนตะแคงเพื่อจะได้คุยกันได้ถนัด ทำให้ผมสามารถมองเห็นดวงตาที่จ้องมาตรงๆคู่นั้นได้อย่างชัดเจน

“ไอ้ดีมันก็ดีอยู่หรอก แต่พูดไปแล้วเดี๋ยวนายจะหัวเราะเอา”ผมถอนหายใจ ก่อนจะพูดต่อไปว่า “แต่พูดตามตรงฉันก็อดเหงาไม่ได้เหมือนกัน”

“อ๋อ...”อดีตทอปเลนRox Tiger ลากเสียงยาว ก่อนจะยิ้ม “ไม่แปลกล่ะ นายก็เป็นคนใจอ่อนแบบนี้มานานแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น สมัยก่อนนายก็ยังทิ้งฉันไป Fnaticอยู่ดี ดังนั้นนี่คงเป็นกรรมตามสนองละมั้ง”

คำพูดติดตลกนั้นทำให้ผมส่งเสียงเหอะออกมา อีกฝ่ายมักขุดเอาเรื่องสมัยอดีตมาต่อว่าผมอย่างขำๆเสมอ ซึ่งผมก็ไม่ได้ถือสาอะไรเพราะรู้ว่าเป็นเพียงการพูดเล่นเท่านั้น

“นั่นก็เพราะนายไม่น่ารักพอไง”ผมพูด ก่อนจะพลิกตัวไปอีกทาง ทว่ายังไม่ทันจะได้พยายามข่มตาหลับลงอีกครั้ง แขนยาวๆสองข้างก็โอบเข้ามาจากด้านหลัง

“ตอนนายไป Fnatic มีคิดถึงฉันแบบ Huni บ้างมั้ย อึยจิน”

เสียงทุ้มพร่ากระซิบแผ่วเบา Smebซุกหน้าลงบนหลังของผม ในเวลาเช่นนี้ผมไม่อาจรู้ได้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“บางครั้งฉันก็คิด... ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่ ว่าถ้าหากตอนนั้นนายยังเล่นในลีคLCKล่ะก็...”

ประโยคนั้นไม่ได้ถูกพูดให้จบ แต่ผมคิดว่าตัวเองเข้าใจสิ่งที่เขากำลังจะพูด เมื่อนึกไปถึงวันที่ผมตัดสินใจตอบรับข้อเสนอของ Fnatic ซึ่งทำให้ผมต้องย้ายไปอยู่ยุโรปพร้อมกับ Huni ได้สร้างชื่อเสียงของตัวเองขึ้นที่นั่น  ได้พบกับคนที่ตัวเองเกือบจะรัก... ทว่าก่อนหน้าที่จะย้ายไปนั้นผมยังคงคุยกับSmeb ยังคงหาทีมที่พวกเราจะยังสามารถเล่นด้วยกันต่อไปได้หลังจากที่ Incredible Miracle ปิดตัวลง แต่แล้วผมก็ตกลงเซนสัญญากับ Fnatic ซึ่งเป็นทีมใหญ่ที่เคยได้แชมป์โลกมาแล้ว ในตอนนั้นผมเป็นเพียงผู้เล่นที่ไม่ประสบความสำเร็จในลีค LCK ผมต้องการพัฒนาตัวเอง ต้องการไปอยู่ในที่ซึ่งจะทำให้ผมสามารถไปถึงเป้าเหมายสูงสุดคือการเป็นแชมป์โลกได้ และผมไม่เคยเสียใจเลยที่ครั้งหนึ่ง ตัวอักษร FNC นั้นเคยนำหน้าชื่อของผมอยู่

“ถ้าแบบนั้น ฉันก็อาจจะยังเป็นแค่ Game over และนายก็อาจไม่ใช่ทอปเลนที่ดีที่สุดในโลก”ผมตอบกลับไปในที่สุด Smebยังคงนิ่ง เขายังคงกอดผมเอาไว้แม้ว่าผมจะเรียกชื่อของเขา

“ซองคยองโฮ”

“นั่นสินะ”เขาพูดขึ้น “แต่จริงๆแล้ว ฉันอาจแค่อยากเล่นกับนายต่อไปเรื่อยๆก็ได้”Smeb กล่าว ด้วยเสียงที่เบาเสียจนเหมือนการกระซิบ เขาหลับตาลง Reignover ที่เขาไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอบ่อยนักหลังจากที่อีกฝ่ายตัดสินใจไปเล่นให้ต่างประเทศนั้นอาจเปลี่ยนไปมาก แต่ก็ยังคงมีหลายสิ่งที่เหมือนเดิม ทั้งความใจดีนี้ หรือรอยยิ้มอันเอาใจใส่ และยังรวมไปถึงการที่ยังคงแสร้งไม่รับรู้ถึงความรู้สึกของเขา....

ไม่ตอบรับ...แต่ก็ใจดีเกินกว่าจะปฏิเสธ....

“ฉันจะไม่ทิ้งนาย... ฉันไม่เหมือนHuni ไม่เหมือนRekkles ฉัน...”

เสียงกระซิบนั้นเบา แต่หนักแน่น ทว่าผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่ความจริง ต่อให้เขา หรือว่าตัวผมเองอยากคิดว่ามันคือความจริงก็ตาม

ไม่มีใครที่จะไม่มีวันเปลี่ยนไป... ผมไปจากเกาหลี ไปจากSmeb เพื่อที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า Huni กลับมาที่เกาหลี ก็เพื่อที่จะก้าวไปข้างหน้า หรือแม้แต่ตัวเขาเอง การที่ตัดสินใจเล่นอยู่ในลีคLCK ทำให้ในวันนี้ Smeb ก็คือทอปเลนที่ดีที่สุดในโลก ทุกคนล้วนก้าวไปข้างหน้า และพวกเขาต่างก็ก้าวนำหน้าผมไปแล้ว ใช่... ผมอาจเศร้ากับการจากลา แต่ผมก็ไม่เคยต้องการความสงสาร เห็นใจ หรือการที่จะให้พวกเขาหยุดเดินเพื่อรอผม ผมไม่ต้องการมัน ไม่เลย

“ใช่ นายไม่เหมือนพวกเขา”ผมพูดขึ้นโดยไม่รอให้เขาพูดจนจบ “เพราะอย่างนั้นฉันเลยไม่คิดถึงนายในแบบที่คิดถึง Huni หรือในแบบที่ฉันคิดถึง Rekkles นายเป็นเพื่อนสนิทฉัน คยองโฮ แน่นอนว่าฉันต้องคิดถึงนาย แต่ก็นั่นแหละ มันไม่เหมือนกัน”

ผมตอบ ไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ความรู้สึกของเขา แต่ผมไม่รู้จะจัดการกับมันยังไง ผมไปจากเกาหลี ส่วนหนึ่งก็เพราะเหตุผลเรื่องนี้ เช่นเดียวกับที่ผมออกจาก Fnatic ส่วนหนึ่งก็เพราะ Rekkles อันที่จริงแล้วผมอาจกลายเป็นคนที่ขี้ขลาดเสมอในเรื่องของความรัก....

“โอเค โอเค ฉันรู้อยู่แล้ว ไม่ว่ายังไง นายก็จะไม่ให้ฉันได้พูดเลยใช่มั้ย คำๆนั้นน่ะ”Smebบ่นพึมพำพลางถอนหายใจยาวๆหนึ่งครั้ง

“ถ้านายยังไม่อยากโดนฉันหลบหน้าล่ะก็ ขอล่ะ อย่าได้คิดจะพูดเลย”

“นายเป็นคนใจดี อึยจิน”เขาพูด “แต่ก็มีแค่เรื่องนี้นี่แหละที่ใจแข็งเป็นบ้า”

Reignover หัวเราะเมื่อได้ยินเสียงพร่ำบ่นนั้น Smebคลายกอดออก แล้วพลิกตัวหลับไปนอนหงาย หากก็ยังคว้ามือของอดีตจังเกิ้ลทีม IMT มากุมไว้หลวมๆ

“พูดมากน่า นอนได้แล้ว พรุ่งนี้ยังมีแข่งอีก”ผมพูด  และได้ยินเสียงงึมงำในลำคอติบกลับมาจากเจ้าของห้อง จากนั้นจึงได้หลับตาลง ความคิดที่เคยวุ่นวายอยู่ในหัวค่อยๆจางหายไป

ตลอดเกือบ4ปีในฐานะโปรเพลย์เยอร์นั้น มีคนอยู่ไม่มากที่มีสถาณะพิเศษในใจของผม

คนแรกคือ Huni ผมรักและห่วงใยเขาเหมือนน้องชายคนหนึ่ง และยังเป็นทั้งเพื่อนที่เจออะไรหลายๆอย่างมาด้วยกัน ผมอาจจะรู้สึกแย่ที่ต้องแยกจากเขา แต่ถึงอย่างนั้น ผมก็ยังคงรู้สึกยินดีและมีความสุขไปกับความสำเร็จของเขาอีกเช่นกัน

Rekkles... เขาเป็นคนอ่อนโยน และหลายต่อหลายครั้งที่ผมรู้สึกท้อแล้วได้ความใจดีของเขาช่วยเอาไว้ ดังนั้นไม่แปลกเลยที่ผมจะรู้สึกดีๆต่อเขา... และมันเกือบจะเรียกได้ว่าผมหลงรักเขา แต่มันก็แค่นั้น เมื่อเราต่างไม่มีความกล้าพอจะยอมรับมัน ความรู้สึกนี้จึงถูกผมละทิ้งไว้ ณ กลางสะพานเหนือฝั่งแม่น้ำแซน หลีกเลี่ยงที่จะนึกถึงมันอีก

สำหรับ Smeb เขาเป็นเพื่อนที่พิเศษที่สุดของผม พวกเราเริ่มต้นอาชีพนักกีฬา E-sport ของ League of Legend มาด้วยกัน ผ่านวันคืนแย่ๆที่ถูกมองว่าเป็นผู้เล่นชั้นรองของ LCK แม้ว่าในตอนที่ผมยังคงเป็นนักโยนเกม เป็น Game over แต่เขากลับเป็นทอปเลนที่เชื่อใจป่าอย่างผม และแม้ว่าผมจะตัดสินใจย้ายมาเล่นที่ลีคต่างประเทศ แต่พวกเราก็ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ ดังนั้นสำหรับผมแล้ว เขาเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่มีใครมาแทนที่ได้

 แต่เพราะอย่างนั้น ผมก็เลยตอบรับความคาดหวังของเขาไม่ได้เช่นกัน...

ความเพลียจากการนอนหลับไม่สนิทมาหลายคืน ทำให้สติผมค่อยๆพร่าเลือน ก่อนที่จะหลับไปในที่สุด

                ความเงียบปกคลุมไปทั่วห้องที่อุ่นและแห้งจากฤทธิ์ของฮีทเตอร์ที่ถูกตั้งอุณภูมิไว้อย่างพอเหมาะ Smebเบือนหน้ามองมองเสี้ยวหน้าของคนข้างกายที่หลับไปแล้ว เขายังคงจำได้ถึงวันแรกที่ตื่นขึ้นมาแล้วพบว่ามีอีกฝ่ายนอนอยู่ข้างๆ ช่างเหมือนกับฝันที่เขาไม่อยากให้มีวันจบ

                เสียแต่ความฝันเช่นนี้คงอยู่ได้เฉพาะในช่วงของงาน All star เท่านั้น....

เขายังคงกุมมืออง Reignoverเอาไว้ ในขณะที่พูดออกมาด้วยเสียงแผ่วเบาซึ่งมีแต่ตัวเองเท่านั้นที่ได้ยิน

“ฉันคิดว่าคงอดทนไม่พูดได้อีกสักพัก”เขาเอ่ย “แต่ก็ไม่คิดจะเก็บมันไว้ตลอดหรอกนะ”

                ทอปเลนหนุ่มหลับตาลง มีรอยยิ้มจางๆปรากฏขึ้นที่มุมปาก รอยยิ้มที่เก็บเอาความเศร้า และความคาดหวังอันแสนน้อยนิดไว้ภายในนั้น

“กับคำว่ารักที่นายไม่อยากได้ยิน”

-END-

 

Talk: ฟิคมโนอยู่ๆก็อยากเขียนอีกแล้วค่ะ ปั่นยามดึกแบบเบลอๆ เห็นคนไทยชอบชิพเสม็บกับน้องถั่ว เรามาแหวกแนวขอเสม็บกับเรนจ์ค่ะ ด้วยความว่าไรท์เป็นติ่งเรนจ์โนเวอร์ ประกอบกับสองคนนี้เค้าเป็นเพื่อนกัน ซึ่งทั้งเรนจ์และเสม็บต่างก็เรียกอีกฝ่ายว่าเป็นเพื่อนสนิทค่า เวลาเรนจ์นางกลับเกาหลีก็มีไปหาเสม็บตลอด มีทั้งรูปจากแฟนคลับถ่ายว่าเรนจ์ไปดูแข่งLCKกับเสม็บ กับที่เรนจ์อัพลงig ว่าไปเที่ยวกันมา ส่วนเรื่องค้างห้องเดียวกันงาน all star ทีผ่านมาคือเรื่องจริงและฟิน(?) มากค่า เสม็บไปขอเรนจ์ค้างด้วยเพราะรู้สึกเหงาๆที่ต้องเดินทางไกล ตอนแรกก็นอนกันห้องเรนจ์ ไปๆมาๆก็ย้ายไปนอนห้องเสม็บแทน ฮา (ส่วนที่แอบคาดหวังโมเม้นท์ Rekkover ก็มีแค่ตอนเรนจ์แข่ง1v1 กับเรคแปปเดียว มีทวีตสั้นๆเฉยๆ TvT)

พูดถึงเรื่องซีซั่นหน้า ฝั่ง LCK น่าจะเดือดมาก โดยเฉพาะKT กับ SKT ส่วนตัวไรท์เอาใจช่วยKTให้ไปล้มพระเจ้าค่ะ ไม่อยากให้มีทีมผูกขาดแชมป์โลก 555 ส่วนเรนจ์ไปอยู่ลิควิดนี่ก็ต้องดูกันต่อไปว่านางและทีมเมทจะฉายแสงมั้ย เพราะซีก่อนTLดรอปมากเลย ว่าไปแล้วก็เสียดสยทีมIMTชุดแรกค่ะ เหลือแต่โพบคนเดียวแล้ว ไรท์ชอบหนุ่มๆIMTเซ็ทแรกมากเลยT-T

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ReignOverME จากทั้งหมด 66 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 SegiCrazy (@kam021487) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มกราคม 2560 / 21:11
    เป็นคนที่ชิปสเมปแล้วก็พี่ถั่วมากแต่พอมาเจอเรื่องนี้แบบ.... สิสพมทนนำนดสพสนเน
    แต่งต่อนะคะไรท์ อยากอ่านอีกชอบมากกกก*-* พึ่งมาเห็นเรื่องนี้T Tเป็นกำลังใจให้นะคะ><
    #1
    0