คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Au]Fic League of Legend : Masquerade [Graves x TF]

โดย ReignOverME

Fic Graves x Twisted Fate หน้ากากที่สวมใส่เพื่อปิดบังความจริง เพราะหากรู้ความจริงแล้ว ฉันก็คงไม่กล้าสู้หน้านาย...

ยอดวิวรวม

264

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


264

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 ต.ค. 59 / 21:08 น.
นิยาย [Au]Fic League of Legend : Masquerade [Graves x TF] [Au]Fic League of Legend : Masquerade [Graves x TF] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



Masquerade

Malcolm Graves x Tobias Foxtrot [Twisted Fate]




เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 ต.ค. 59 / 21:08


[Au] Fic League of Legend : Masquerade [Graves x TF]

Title: Masquerade
Pairing: Malcolm Graves x Tobias Foxtrot [Twisted Fate]
Note: ในฟิคจะไม่อิงเนื้อเรื่องในเกมนะคะ แต่พล็อตหลักๆอย่างการทรยศของเฟทนี่ยังคงเดิมไว้ค่ะ ส่วนหน้าตาของTFในฟิคนี้จะประมาณสกินJack of heartค่ะ พอดีเราชอบผมสีทอง

Warning: เป็นฟิคที่กากมาก แบบมีคอนเซปอยากเขียนคู่นี้แต่มันไม่สุด เขียนแล้วตัน ดันทุรังแถๆออกมาจนจบ ดังนั้นฟิคนี้คงไม่ดีเท่าไหร่ค่ะ ยอมรับว่าแต่งแย่ T-T

Here in the masquerade, [นี่คือการสวมใส่หน้ากาก]
plastic faces on parade. [ใบหน้าพลาสติคในขบวนพาเรด]
Truth refracted by our lies. [ซึ่งความจริงถูกสะท้อนด้วยคำโป้ปดของเรา]
Masks revealing what we hide. [และเปิดโปงสิ่งที่เราซ่อนไว้ภายใน]

 

            แสงไฟจากแชงเดอเรีย เสียงเพลงจากคณะดนตรี เคล้าคลอกับเสียงหัวเราะของผู้คน อาภรณ์งามหรูสะบัดพลิ้วยามที่ร่างขยับ ทำให้ห้องนั้นเต็มไปด้วยสีสันแสนละลานตา

            ความครื้นเครงอันฟุ่มเฟือยเช่นนี้เป็นอภิสิทธ์เฉพาะผู้มีอำนาจและเหล่าผู้ร่ำรวย การสำเริงสำรานในโลกเล็กๆที่มีทั้งเสียงไพเราะและกลิ่นหอมกรุ่น ลืมเลือนความเป็นจริงและเงามืดครึ้มของสงครามที่คทบคลานเข้ามาใกล้และเคิบเคลิ้มไปกับความสุกใสในยามราตรี

            เรียวปากขยับเป็นรอยยิ้มเย้ยหยัน แต่อย่างไรเสียเขาก็มาที่นี่เพียงเพราะถูกจ้างวานให้ทำงาน การจะฉวยโอกาสเสพสุขกับสุราอาหารชั้นดี ยาสูบชั้นยอดเสียหน่อย ก็ทำให้เขาไม่นึกเกลียดงานเลี้ยงแบบนี้เท่าไหร่

            เอื้อมมือไปหยิบแก้วจากบริกร ก่อนจะเดินเลี่ยงออกจากห้องโถงอันอึกทึก งานของเขาในคืนนี้แค่เป็นการมาสังเกตดูเป้าหมายในภารกิจเท่า และเขาก็ดูนายพลเฒ่าที่เมาปลิ้นนั่นมากพอแล้ว สมควรออกไปสูดอากาศแล้วกลับออกไปเสียที

            เสียงเพลงของงานเลี้ยงค่อยๆจางหายไปตามระยะทางที่เดินห่างออกมา มัลคอล์ม เกรบ ในชุดสูทเต็มพิธีการนั้นดูอย่างไรก็ไม่เหมือนมือปืน ไม่โด่ดเด่นแต่ก็ไม่ซ่อมซ่อ กลมกลืนไปกับคฤหาสถ์หรูได้อย่างเป็นธรรมชาติ

            สวนด้านนอกนั้นสวยงามปรานีตสมฐานะเจ้าของบ้าน ทั้งต้นไม้ดอกไม้ที่ถูกตัดแต่งอย่างดี ศาลาหินอ่อน และน้ำพุรูปการสังสรรค์ของเหล่าเทวดา ทว่าดูเหมือนเขาจะไม่ได้เป็นคนเดียวที่ถามหาความเงียบวงบในคืนงานเลี้ยง

            ร่างสูงที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นบุรุษยืนอยู่ใต้แสงจันทร์อ่อนๆที่ทำให้เส้นผมยาวสีทองนั้นดูนุ่มนวล เขาสวมชุดผ้าสีแดงปักลายด้วยด้ายทองหรูหรา เข้าชุดกับหมวกปีกกว้างสีเดียวกัน ทั่วทั้งตัวเต็มไปด้วยความฟุ้งเฟ้อ
สเหมือนมีป้ายแปะว่าเป็นผู้ดีมีเงิน

            เมื่อเห็นว่าที่ที่ตนต้องการมีคนจองแล้ว ชายหนุ่มก็คิดจะชักขาเดินกลับ หากว่าไม่ถูกขัดขึ้นก่อน

“งานเลี้ยงไม่สนุกหรอ”
น้ำเสียงนุ่มทุ้มเอ่ยถามด้วยสำเนียงอันไพเราะ เป็นคนในชุดแดงนั่นเองที่พูดขึ้น เขาหันหน้ามา ทว่าเกรบก็มองหน้าตาไม่ชัด เพราะอีกฝ่ายสวมหน้ากากสำหรับงานเลี้ยงปิดบังใบหน้าส่วนบนไว้

“ก็ดี”เกรบตอบ “แต่อยู่นานๆชักหายใจไม่ออก เลยออกมาสูดอากาศสักหน่อย”

“งั้นคุณกับผมก็คิดเหมือนกัน”คนชุดแดงยิ้ม ริมฝีปากนั้นบางและมีเสน่ห์เย้ายวน ให้ความรู้สึกเหมือนเคยพบที่ไหนสักแห่ง หากแต่ก็นึกไม่ออก

ผมฟ็อกซ์ทร็อต”พูดพลางยื่นมืออกมา มือเรียวผอมใต้ถุงมือขาวสะอาด บอกได้ว่าไม่ใช่คนที่จับอาวุธอยู่เป็นประจำ

เกรบนิ่งไปชั่วครู่ จากนิสัยและอาชีพที่ทำอยู่ ทำให้เขาติดอาการช่างสังเกตและระมัดระวังตัว ดังนั้นเมื่อพิจรณาดูแล้วว่าคนตรงหน้าไม่ต่างอะไรไปจากหนึ่งในคุณชายร่ำรวยที่หาได้ทั่วไปในสังคมชั้นสูง จึงได้จับมือนั้นไว้ เขย่าเบาๆ พร้อมแนะนำตัวด้วยชื่อปลอมออกไป

“แมคคัม*”

เขาระมัดระวังตัวที่จะไม่พูดมากเกิดไปนัก เพราะไม่แน่ว่าอาจทิ้งพิรุธใดๆไว้ให้จับได้ แต่เขานึกไม่ถึงว่าหลังจากแนะนำตัวออกไปสั้นๆ คนที่เขาเพิ่งได้รู้ว่าชื่อฟ็อกซ์ทร็อตก็หัวเราะออกมา

อะไร....
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ชั่วขณะหนึ่งที่เริ่มรู้สึกตรึงเครียดเมื่อคาดคะแนถึงความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายจะรู้ว่าเขาแอบเข้ามาในงาน หากดีที่คุณชายชุดแดงไม่ได้หัวเราะนานนัก เขาค่อมศรีษะลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท ขณะที่กล่าวขอโทษ

“ต้องขออภัยด้วยคุณแมคคัม พอดีชื่อคุณเหมือนกับชื่อเพื่อนสนิทของผม แต่เขาไม่เหมือนกับคุณเลย พอนึกว่าถ้าเขาได้แต่งตัวแบบคุณคงแปลกพิกล ก็เลยอดหัวเราะไม่ได้”

คำพูดนั้นทำให้เกรบโล่งใจ เขายิ้มแล้วตอบว่าตนไม่ได้ถือสาอะไร แล้วขณะที่ไม่รู้ว่าจะหาทางต่อบทสนทนาอย่างไรดีนั้น ฟ็อกซ์ทร็อตก็ชวนเขาไปนั่งคุยในศาลาหินอ่อนพร้อมผ่ายมือเชื้อเชิญอย่างมีมารยาท

“ว่าแต่นี่เป็นงานเต้นรำสวมหน้ากาก แล้วหน้ากากคุณไปไหนซะละ”

“ผมตั้งใจว่าจะกลับแล้ว ก็เลยถอดทิ้งไว้”เกรบตอบคามความจริง เขาตั้งใจว่าจะมาสูดอากาศสักหน่อยแล้วค่อยกลับ แต่ไม่คิดว่าจะมาถูกชวนคุยแบบนี้
            “ดูท่าทางคุณจะไม่ชอบงานแบบนี้นะ”ฟ็อกซ์ทร็อตหัวเราะ “ถึงว่า ผมมางานเลี้ยงอยู่บ่อยๆแต่กลับไม่คุ้นหน้าคุณเลย”
            “ผมไม่ค่อยถูกกับที่คนเยอะๆ”มือปืนตอบ หวังว่าการถามคำตอบคำแบบนี้จะทำให้เขาสามารถปลีกตัวออกไปได้โดยไว นอกจากการคุยมากจะทำให้มีพิรุธมากแล้ว เขายังรู้สึกฝืดคอเมื่อต้องพูดคำสุภาพๆซึ่งไม่ได้เข้าปากเลยสักนิด

ทว่าความหวังของเขากลับไม่เป็นจริง เขาเพิ่งได้รู้ว่าฟ็อกซ์ทร็อตเป็นคนที่คุยเก่งมาก แม้ว่าตัวเขาจะตอบบ้างไม่ตอบบ้าง แต่อีกฝ่ายก็ยังสรรหาหัวข้อสนทนามาเปิดได้อย่างไม่จบสิ้น สลับกับการเล่าเรื่องของตนเองให้ฟัง ส่วนมากก็เป็นการบ่นเรื่องสรรพเพเหระที่เกิดขึ้นในเมืองหลวง และเรื่องกิจการ ฟ็อกซ์ทร็อตเป็นเจ้าของคาสิโนหรูหลายแห่งซึ่งบางที่เขาเองยังเคยเข้าไปเสี่ยงโชค ดังนั้นเกรบเลยไม่แปลกใจที่รอยยิ้มและน้ำเสียงของอีกฝ่ายจะเต็มไปด้วยเสน่ห์ลึกลับ เพราะมันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของคนใช้ชีวิตกลางคืน

เมื่อหาทางปลีกตัวไม่ได้ เขาเองก็จึงเริ่มตอบคำถามยาวขึ้นและรู้สึกเพลินไปกับการพูดคุยครั้งนี้โดยไม่รู้ตัว เขาโกหกออกไปด้วยฐานะปลอมที่องค์กรณ์เตรียมไว้ให้ คือการเป็นพ่อค้าที่นำเข้าและส่งออกสินค้าระหว่างประเทศต่างๆ เพื่อจะได้มีข้ออ้างหากมีคนสงสัยว่าทำไมไม่เคยเห็นหน้าเขามาก่อนนั่นเอง

“คุณเดินทางบ่อยๆ ดังนั้นคงเจอเรื่องแปลกๆมาไม่น้อย อย่างพวกเวทย์มนต์”
“ใช่ แต่ยุคสมัยนี้การเป็นนักเวทย์ก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องปิดบังแล้วนี่”เขาตอบ โลกนี้มีคนใช้เวทย์มนต์ได้อยู่จริงๆ แม้ว่าในหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาจะถูกทำให้เป็นแค่เรื่องเล่าและเกิดการล่าแม่มดขึ้นในบางประเทศ แต่เมื่อสิบปีที่ผ่านมานี้ มีการลงสนธิสัญญาร่วมกันระหว่างประเทศต่างๆถึงการคงอยู่ของผู้ใช้เวทย์มนต์รวมถึงให้การคุ้มครองพวกเขาจากการไล่ล่าต่างๆอีกด้วย
            “อ่า... ผมหมายถึงการที่คนธรรมดากลายเป็นผู้ใช้เวทย์ต่างหากครับ”ฟ็อกซ์ทร็อตกล่าว “ผู้ใช้เวทย์มนต์ต้องเกิดมาพร้อมพลังและพรสวรรค์ แต่ผมเคยได้ยินมาว่า มีวิธีที่ทำให้คนธรรมดาใช้เวทย์ได้ด้วย”
            ประโยคนั้นทำให้สีหน้าของมือปืนหนุ่มแข็งทื่อในทันที เมื่อความทรงจำแสนบัดซบที่เคยเกิดขึ้นได้ไหลผ่านเข้ามาในสมอง

เวทย์มนต์... สิ่งที่คนๆนั้นไม่ลังเลเลยที่จะผลักไสเขาลงนรกเพื่อแลกกับมันมา...

“ดูเหมือนว่าจะไม่จริงสินะครับ”คนถามพูด เมื่อเห็นว่าคู่สนทนานิ่งเงียบไม่ตอบ “แต่ถึงจะมีจริง ค่าตอบแทนกับพลังนั้นคงไม่ใช่น้อยๆเลย”

“คุณคิดแบบนั้น?”เกรบถามขึ้น เมื่อรวบรวมสติกลับมาได้ “ทำไมถึงคิดแบบนั้น?
“ก็เพราะสิ่งมหัศจรรย์อย่างเวทย์มนต์มันไม่ได้หาได้ง่ายๆน่ะซี่ คุณแมคคัม ผมกับคุณก็เป็นนักธุรกิจ ย่อมรู้ว่าทุกสิ่งมีราคาของมัน และราคาของเวทย์มนต์ก็คงแพงเกินจะจ่ายไหว”
            มัลคอล์ม เกรบ จ้องมองดูคนตรงหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ตรงมุมปาก ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นเคย แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็นึกไม่ออกว่าจะเคยเจอเศรษฐีหนุ่มที่เหมือนอยู่กันคนละโลกกับเขาที่ไหน

“ถ้าหากว่าราคาของมันคือชีวิตคน คุณคิดว่ายังไง”เขาถาม เป็นคำถามที่พลั้งปากออกไปอย่างหยุดไม่ทัน
เขามองเห็นดวงตาสีฟ้าใต้หน้ากากจับจ้องมาด้วยความสนเท่ห์ ก่อนที่มันจะเบือนไปจากใบหน้าของเขา สู่ดอกกุหลาบสีน้ำเงินที่เลื้อยพันเสาของศาลาสีขาว
            “หากเป็นอย่างนั้น...”ฟ็อกซ์ทร็อตพูด ท้ายประโยคแผ่วเบาและเงียบไปดั่งไม่รู้จะเอ่ยสิ่งใด ปลายนิ้วแตะลงบนกลีบอ่อนนุ่มของดอกกุหลาบ เขาหลับตาลง ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง
            “ถ้าหากว่าตัดสินใจซื้อแล้ว... ก็คงเสียใจอย่างมาก”

ความเงียบงันของรัตติกาลปกคลุมลงระหว่างคนทั้งสอง ไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมา คล้ายต่างกำลังจมอยู่กับห้วงความคิดของตน
            กุหลาบสีน้ำเงิน... งดงามเยือกเย็น หากแต่ก็ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เขาปลิดมันออกมา และจ้องมองบุปผาที่อยู่ในมือ

“มีคำกล่าวว่าการได้พบกันนั้น คือวาสนา”เศรษฐีหนุ่มพูดขึ้น ทำลายความเงียบงันลง และเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันมามองตนแล้ว เรียวปากบางก็ขยับยิ้ม พร้อมยื่นกุหลาบในมือออกไป
            “คุณแมคคัมสนใจจะมีวาสนาต่อผมอีกสักหลายครั้งมั้ยครับ”
เกรบมองกุหลาบดอกนั้น สลับกับดวงตาของอีกฝ่าย ล้วนเป็นสีน้ำเงินและสีฟ้าอันคล้ายคลึงกัน หากเป็นเขาในยามปกติ ย่อมต้องปฏิเสธในทันที แต่เพราะมันไม่ปกติ... เขารู้สึกแปลกๆ ไม่ว่าจะกับรอยยิ้ม น้ำเสียง หรือท่าทางนุ่มนวลชวนมองอย่างชนชั้นสูงทุกระเบียบนิ้ว ราวกับมีมนต์สะกดให้เขาเอื้อมมือไปรับดอกกุหลาบนั้นมาอย่างง่ายๆ

 

Beneath the mask, a painted face-- [ภายใต้หน้ากาก ใบหน้าจอมปลอม]

                ลมหายใจร้อนระอุ การเสียดสีของอาภรณ์ที่เริ่มถูกปลดทิ้ง ความหรูหราบนเรือนกายเมื่อถูกปลดเปลื้องออกแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าราคาถูกหรือแพงระยับก็หาได้แตกต่างกันไม่
            ฝ่ามือสัมผัสผิวเนื้อเรียบลื่น ความขาวจัดของมันทำให้ทิ้งรอยแดงไว้ได้อย่างง่ายดาย ด้วยการบีบเคล้น ด้วยริมฝีปาก เสียงลมหายใจขาดห้วงและเสียงหอบดังคลอไปกับจังหวะการเต้นระรัวของหัวใจที่สูบฉีดเลือด ฟังแล้วไพเราะเสียยิ่งกว่าบทเพลงในงานเลี้ยง

there is no truth that's not erased. [ไม่มีความจริงใดไม่ถูกลบล้าง]

            “อืม... อย่า...”เสียงสั่งพร่าร้องห้าม พร้อมจับมือที่กำลังจะเอื้อมไปปลดหน้ากากของตนไว้ ดวงตาสีฟ้าแวววาวด้วยความปรารถนาจ้องมองมา เรียวปากเอื้อนเอ่ยจริงจัง “ถ้าเห็นใต้หน้ากากนี้ คุณจะเสียใจเอานะ คุณแมคคัม”

            ถ้อยคำนั้นทำให้มือปืนหนุ่มละมือออกไปในที่สุด แต่ไหนแต่ไรมาเขาไม่ซีเรียสเรื่องหน้าตาของคู่นอนนัก ขอแค่ร่างกายสวยก็พอแล้ว และในครั้งนี้เขายังมีลางสังกรณ์แปลกๆว่าตนไม่ควรจะเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย

We are what we pretend to be-- [เราต่างเป็นในสิ่งที่เสแสร้งว่าเป็น]
จุมพิตร้อนแรงแนบสนิท ทั้งปลายลิ้นที่ตอบสนองอย่างใจกล้า เป็นสิ่งที่ไม่เคยคาดหวังจากเหล่าชนชั้นสูงที่ทำอะไรก็มักคำนึงมารยาทกระมิดกระเมี้ยนน่ารำคาญ มันทั้งปลุกปั่นอารมณ์ และทั้งยังคุ้นเคย...

สอดมือเข้าไปใต้เส้นผมสีทองยาวสลวย สัมผัสนั้นอ่อนนุ่ม และยามที่แนบชิดกันอยู่เช่นนี้ ทำให้จมูกได้กลิ่นหอมอ่อนจางของขอดอกการ์ดิเนีย**

เกรบแทบไม่รู้จักชื่อดอกไม้ ยิ่งเรื่องแยกแยะกลิ่นนั้นไม่ต้องพูดถึง แต่เพราะว่าเป็นการ์ดิเนีนจึงได้รู้...
...มันคือดอกไม้แห่งโชคของคนๆนั้น...

flaunting our complexities.*** [เราต่างโอ้อวดความซับซ้อนที่มี]

กอดก่าย รัดรึง ในความพร่ามัวดั่งหมอกควันบังตา ไม่อาจแยกแยะระหว่างความจริงและความฝัน ร่างกายต่างแนบสนิท ราวกับคนรักที่พลัดพราก ราวกับผู้ที่ต้องการความอบอุ่นอย่างที่สุด เส้นผมสีทองแผ่กระจายบนผ้ากำมะหยี่ ร่างเพรียวขาวปรอทแต่งแต้มด้วยรอยแดงเป็นจุดๆ ต่างเต็มไปด้วยความร้อนรุ่ม หากหน้ากากโลหะนั้นยังคงเย็นเยียบดั่งความจริงอันเด็ดขาดที่รอเวลาเปิดโปง

คุณจะเสียใจ...

ช่วงเวลาอันพร่ามัวนั้นผ่านพ้นไปในยามฟ้าสาง มือปืนลุกขึ้นจากเตียงกว้างซึ่งไม่ใช่ของตน สวมใส่เสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว แล้วมองไปยังคนที่ยังคงหลับสนิทอยู่

คุณจะเสียใจ...

เสียงอันนุ่มนวลที่เอ่ยคำพูดนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัว ไม่เหมือนทั้งระดับเสียงสูงต่ำ ไม่เหมือนทั้งสำเนียง ทว่าในเมื่อเป็นจอมหลอกลวง การแปลงสำเนียงหรือกระทั่งท่าทางนั้นไม่ได้ยากเกินไปเลย...
            มือยื่นออกไปเบื้องหน้า วางลงบนลำคอผอมบาง หากว่าออกแรงสักนิด ก็สามารถเอาชีวิตไปได้อย่างง่ายดาย

คนที่ทรยศเขา...
            คนที่ทำให้เขาต้องตกอยู่ในนรกบนดินไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวันอยู่นับปี...
            ง่ายดายเพียงนี้... การแก้แค้นที่เผ้าคิดอยู่ทุกวัน ที่จริงเป็นเรื่องง่ายขนาดนี้

สายตาเลื่อนไปมองยังหน้ากากโลหะที่เขาไม่ได้ปลดมันออกมา มันยังคงทำหน้าที่ปิดบังใบหน้านั้นเอาไว้ ใจหนึ่งเขาอยากกระชากมันทิ้งเสียตอนนี้ หากสิ่งที่ทำกลับเป็นเพียงการกำฝ่ามือแน่นที่ข้างลำตัว แล้วขยับรอยยิ้มอันบิดเบี้ยวบนริมฝีปาก

“แล้วแกล่ะ เคยนึกเสียใจบ้างมั้ย เฟท”


***********

We cannot undo the mess we're in; [เราไม่อาจหยุดยั้งความยุ่งเหยิงนี้ได้]
Our costumes now our second skin. [
เมื่ออาภรณ์กลับกลายเป็นผิวหนังชั้นที่สอง]
We choose carefully our facades; [
เราเลือกจะหลอกลวงอย่างระแวดระวัง]
We pay the price to act like Gods
[นั่นคือราคาสำหรับการแสดงเป็นพระเจ้า]

           

“จะไปก็ไม่ลากันเลย นิสัยยังแย่ไม่เปลี่ยน”
โทเบียส ฟ็อกซ์ทร็อต เศรษฐีเจ้าของคาสิโนพึมพำกับตนเอง ร่างเพรียวยันกายขึ้นจากเตียงอย่างเกลียดคร้าน คว้าเสื้อคลุมมาใส่ แล้วหยิบสำรับไพ่บนโต๊ะมา

ไวลด์การ์ดที่ถูกกรีดออกไปลอยคว้างอยู่ในอากาศด้วยเวทย์มนต์ เขาสุ่มหยิบออกมาหนึ่งใบ แล้วก็ยิ้มออกมา

แน่นอนว่าวันนี้เทพธิดาแห่งโชคชะตาก็ยังคงยิ้มให้เขา...

            ศาสตร์ของเวทย์มนต์คือสิ่งที่เขาสนใจมาตั้งแต่เด็ก นักต้มตุ๋นที่หากินในวงไพ่ ใช้เทคนิคการหลอกลวงตบตาผู้คนเป็นสิ่งที่เขาใช้หาเลี้ยงชีวิต ผิดกับเวทย์มนต์ที่สามารถทำได้อย่างแนบเนียนยิ่งกว่า ทรงพลังยิ่งกว่า

            ดังนั้นเมื่อวันหนึ่ง สิ่งที่เขาหลงใหลและปรารถนามาตลอดชีวิตถูกหยิบยื่นมาตรงหน้า เขาจึงไม่ลังเลที่จะผลักไสคนใกล้ตัวไปสู่นรกในคุกของซอน

            เมื่อครั้งยังมีอยู่จึงไม่รู้สึก หากเมื่อเสียไปจึงกระจ่างแจ้ง... การเสียคนที่คอยอยู่ข้างๆ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตลอดนั้น ไม่คุ้มเอาเสียเลย...

            หน้ากากถูกถอดออก เขามองมัน แค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชาแล้วโยนมันทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

หน้ากาก... การหลอกลวง... มันคงจะดีหากว่าเขาสามารถซ่อนตัวเองอยู่ใต้หน้ากากตลอดไป หลีกหนีจากความรู้สึกผิดและออกไปพบเกรบได้เหมือนไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

ถ้าหากว่าตัดสินใจซื้อแล้ว... ก็คงเสียใจอย่างมาก

ฟ็อกซ์ทร็อตหลับตาลง ความรู้สึกผิดที่คั่งค้างอยู่ในใจมาเนิ่นนานยิ่งมวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ

เขารู้จักมัลคอล์ม เกรบดีกว่าที่อีกฝ่ายรู้จักเขา

และเพราะแบบนั้นเขาจึงรู้ว่าอีกฝ่ายแค้นเขา แต่ก็ไม่กล้าลงมือฆ่าเขา และก็เพราะแบบนั้น... ในขณะที่เขารู้ เกรบจึงไม่รู้ว่าต่อให้เป็นจอมต้มตุ๋นอย่างTwisted Fate ก็ถูกความรู้สึกผิดตามหลอกหลอนได้เหมือนกัน

ไพ่สีทองลอยอยู่ในอากาศ และเขาคีบมันไว้ด้วยปลายนิ้ว
ไม่มีดอกกุหลาบสีน้ำเงินวางอยู่บนโต๊ะ...
            เขายิ้ม ยิ้มให้กับความว่างเปล่านั้น
“ดูท่า วาสนาของเราจะไม่สิ้นลงง่ายๆนะ คุณแมคคัม”

ตราบใดที่หน้ากากยังไม่ถูกกระชากออก เขาก็จะเล่นบทบาทนี้ต่อไป แม้ต่างจะรู้ว่าเป็นการหลอกลวง แม้จะไม่ใช่ความจริง มันก็ไม่สำคัญเลย

ความจริงหรือสิ่งลวง ภาพแท้หรือความฝัน ฉันไม่สนหรอก

ตราบใดที่ฉันยังสามารถพบกับนาย....

**************

*แมคคัมกับมอลคอล์ม เป็นการอ่านได้สองแบบของ Malcolmค่ะ
**การ์ดิเนีย(
Gardenia) หรือดอกพุดซ้อน มีความหมายถึงโชคดี ความปิติยินดี และรักที่ต้องเก็บเป็นความลับค่ะ
***กลอน Masquerade โดยCheyenne

Talk: กราบขอบคุณที่หลงเข้ามาอ่านนะคะ อย่างที่เขียนไปในตอนต้นว่าฟิคมันจะกากๆหน่อยเพราะเราอยากเขียนคู่นี้มาก ชอบความสัมพันธ์แบบLove-Hate แต่มันไม่สุดอ่ะ เขียนได้ไม่สุดเลย พยายามบิ้วตัวเองแล้วแต่ก็รู้สึกเขียนไม่ค่อยออก T-T อ่อ ชื่อของเฟทคือโทเบียส/โทไบอัส ฟ็อกซ์ทร็อต ไม่ได้คิดเองนะคะ แต่เป็นข้อมูลออฟฟิเชี่ยลค่ะ โดยฟร็อกซ์ทร็อต แปลตรงๆว่าการเดินย่องของจิ้งจอก เป็นประเภทหนึ่งของการเต้นแทงโก้ค่า

กล่าวถึงLOLบ้าง ก่อนหน้านี้เราว่าจะเขียนอีกสักฟิคสองฟิค เจอRox Tigers แพ้ไปในรอบเซมิ จบเลย หมดอารมณ์ เป็นทีมที่ไรท์เชียร์มาตั้งแต่เป็นคํไทเกอร์ค่ะ ตอนน้องถั่วร้องไห้คือเจ็บปวดมาก;A; ส่วนในเกมก็ใกล้จะจบซีซั่นไปทุกที คนรอบกายไต่ไปถึงไดม่อนกันแล้ว ไรท์เตอร์ก็ยังจมอยู่กับการสอบตกวนไป555 ไว้ว่างๆคงแต่งฟิคลีคมาอีกเรื่อยๆค่ะ แต่ช่วงนี้เริ่มคิดไม่ออกว่าจะเขียนคู่ไหนดีแล้วสิ มีอยากอ่านคู่ไหนลองบอกได้นะคะ ถ้าไรท์ชิพได้ก็จะลองเขียนดูค่า(นอร์มอลไรท์ก็เขียนนะ อย่างEkko/Jinx,TalonKat ฮา)

 

 


  

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ReignOverME จากทั้งหมด 66 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น