คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic] LOL League of Legends : The DUOS [ Huni and Reignover, Rekkless x Reignover ]

โดย ReignOverME

Fic LOL คู่ชิพโปรเพลย์เยอร์

ยอดวิวรวม

202

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


202

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


2
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ก.ย. 59 / 19:36 น.
นิยาย [Fic] LOL League of Legends : The DUOS [ Huni and Reignover, Rekkless x Reignover ] [Fic] LOL League of Legends : The DUOS [ Huni and Reignover, Rekkless x Reignover ] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


ฟิคLOLอีกแล้ว มาเป็นคู่จิ้นPro player นะคะ 
คิดว่าไม่มีคนอ่านแต่ก็ยังจะเขียนเพื่อสนองนี้ดตัวเอง 5555

ฟิคนี้เกิดขึ้นตอนดูคลิปDuosของฮูนิและเรนจ์ คือดูแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ เค้าดูผูกพันธ์กันมาก แบบซึ้งมากๆเลยเวิ่นเว้อออกมาเป็นฟิค แต่เป็นฟิคในเชิงBromanceค่ะ สองคนนี้ดูเป็นทั้งพี่น้องและเพื่อนสนิท ส่วนทางRekklessกะReignoverนี่ ใส่มาตอนท้ายนิดหน่อย เพราะเจอทวิตคุณมาร์ตินทวิตถึงเรนจ์แล้วรู้สึกดูมีแวว(รึป่าว)ว่าอาจจะได้เห็นFNC Reignover อีกครั้ง แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็มโนล้วนๆค่ะ เค้าอาจแค่คุยเล่นกันเฉยๆ555+ แต่อิฉันชอบทีมIMTมาก น่าเสียดายเหมือนกันถ้าเปลี่ยนสมาชิค ;w;

ปล. ฟิคนี้สามารถมโนว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากฟิค Once in a lifetime ที่เยแต่งลงไว้ก่อนหน้านี้ได้ค่ะ

**ฟิคเรื่องนี้เป็นเพียงจินตนาการของสาววายคนหนึ่งที่ชอบเล่นและดูแข่งLOL เรื่องทุกสิ่งในฟิคนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด**







ภาพจากDUOS ตอนพิเศษค่ะ ชอบมาก ฮารุน่ารัก หนุ่มๆIMTนั้นมีความโทรลสูง 
โดยเฉพาะพี่เต่าผู้โหดเหี้ยม555+ 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ก.ย. 59 / 19:36


** หมายเหตุ: นิสัยแต่ละคนอาศัยการมโนขึ้นโดยสังเกตุจากสื่อต่างๆและการแสดงออกบนเวทีแข่งขัน จริงๆแล้วเรนจ์แกไม่น่าจะมุ้งมิ้งขนาดนั้น ดูจากเวลาสตรีมแล้วหัวร้อน เพียงแต่เรนจ์ยิ้มได้อ่อนโยนมากๆ 555+ ส่วนเรคเลสจะดูเป็นคนอบอุ่น เห็นจากการที่รักพี่สาวมาก เวลาสตรีมก็ดูใส่ใจครอบครัวมากเลย ส่วนฮูนิก็คือฮูนิ =w= ฟิคหม่นๆแบบนี้แลดูหลุดคาแรคเตอร์ฮูนิมากเบยค่ะ โฮรลล **


Title: THE DUOS

Character: Huni, Reignover, Rekkles

Pairing: Huni and Reignover, Rekkles x Reignover

 

 

            มันเป็นปีที่ยากเย็นกว่าที่คิดไว้

เด็กหนุ่มถอนหายใจให้กับตัวเอง ให้กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น

                ชีวิตใหม่ ทีมใหม่ ประเทศใหม่ ลีคใหม่…. ทั้งหมดนี้คือการตัดสินใจของเขา หลังจากจบฤดูกาลอันงดงามที่ลีคยุโรป กับชัยชนะเหนือทุกทีมในทวีป และการเข้าไปโลดแล่นใน World Championship โอกาสที่หากเขายังเล่นอยู่ที่เกาหลี ไม่แน่ว่าอาจคว้ามาไม่ได้

                แต่แม้จะประสบความสำเร็จ แต่เขาอยากก้าวต่อไป ไปสู่ทีมใหม่ สู่ลีคที่ให้ค่าตอบแทนกับผู้เล่นสูงกว่า แน่นอนว่ามันเป็นการตัดสินใจที่ยาก ในเมื่อเขาประสบความสำเร็จมากๆในนามทอปเลนแห่งFNC เขารู้ดีว่าการออกไปครั้งนี้จะทำให้แฟนๆที่ติดตามอยู่ผิดหวังและไม่พอใจ

                แต่กระนั้นเขาก็ยังคิดจะไป ชีวิตในฐานะนักเล่นเกมมืออาชีพไม่ยั่งยืน เขารู้ดี เขาต้องไปหาสิ่งที่ดีกว่า และในวันที่เขาตัดสินใจเอ่ยถามเพื่อนร่วมทีมที่จากบ้านมาพร้อมกันกับเขา ถึงการย้ายมาเล่นในลีคอเมริกัน คำตอบของอีกฝ่ายนั้นทำให้เขามีความกล้ามากขึ้น

…Reignover… จังเกิ้ลที่อายุมากกว่าเขาคนนี้ เป็นทั้งเพื่อน ทั้งพี่ชาย และครูที่สอนให้เขาซึ่งไม่รู้ภาษาอังกฤษสามารถใช้ชีวิตอยู่ในยุโรปร่วมกับเพื่อนร่วมทีมคนอื่นๆได้ เขาไม่อาจจินตนาการได้เลยว่า หากไม่มีReignoverอยู่ด้วย เขาะจะผ่านคืนวันในยุโรปมาได้อย่างไร

เมื่อเขาถาม อีกฝ่ายยิ้ม รอยยิ้มที่แลดูนุ่มนวและเอาใจใส่ผู้อื่นอันเป็นเอกลักษณ์ของอีกฝ่าย ทำให้ความกังวลของเขาคลายลงเล็กน้อย Reignoverถามว่าเขาตัดสินใจแน่แล้วรึเปล่า เขาตอบว่าใช่ เพียงเท่านั้นอีกฝ่ายก็พยัคหน้า และกล่าวว่าเขาเองก็เห็นด้วย

ชีวิตในฐานะนักกีฬาE-Sportนั้นสั้นกว่ากีฬาประเภทอื่น ดังนั้นการย้ายทีมจึงเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ขนาดผมยังรู้ Reignoverก็ย่อมรู้ดี

แม้คำตอบจะตรงกัน กระนั้นผมก็ยังคงเห็นความกังวลอยู่ในแววตาของเขา ผมไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ก็เดาได้ว่าคงเกี่ยวกับเพื่อนร่วมทีม พวกเราสร้างชัยชนะอันเป็นตำนานขึ้นมาด้วยกัน การจะต้องบอกลาหลังพยายามมาด้วยกันและประสบความสำเร็จเช่นนี้นั้นไม่ง่ายเลย

แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ลึกๆแล้วผมกลัว กลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจและไม่ย้ายไปกับผม ถึงแม้ว่าเขาจะไม่รู้ แต่Reignoverเป็นแทบทุกอย่างของผมในยุโรป ในประเทศที่ผมสื่อสารกับใครไม่ได้ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริงๆที่ผมจะยึดติดกับเขา คนๆเดียวในทีมที่พูดภาษาเดียวกัน แม้ในตอนนี้ภาษาอังกฤษของผมจะพัฒนาขึ้นมาก กระนั้นความจริงที่ว่าเขาคอยช่วยเหลือผมอยู่เสมอนั้นก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

เขาเป็นความกล้าของผมเป็นที่พึ่งของผม และผมปรารถนาจะเป็นคนที่เขาสามารถพึ่งพาได้บ้าง

หากแต่ผมไม่ใช่คนที่พิเศษอะไรขนาดนั้น

พวกเราจบสิ้นปีอันยาวนานในลีคNAในฐานะทีมน้องใหม่อย่างIMT ด้วยผลงานที่น่าเจ็บใจใช่ น่าเจ็บใจ เพราะถึงแม้จะชนะมากขนาดไหน แต่ถ้าแพ้รอบชิง พวกเราก็ไม่สามารถคว้าสิทธิไปWorldได้อยู่ดี….

ความผิดพลาดทั้งหมดนี้ทำให้ผมผิดหวัง นอกจากผิดหวังที่ไม่อาจได้ไปแข่งในWorld Championship ก็คือผิดหวังในตัวเอง ผมยังไม่เก่งพอ แต่ถึงแบบนั้นก็ยังคงมั่นใจในตัวเองมากเกินไป แน่นอนว่าพวกเราไม่ได้Perfect แต่ถึงยังไง ผมก็รู้สึกว่าตัวเองคือคนที่ผิดพลาดมากที่สุด

กระนั้นก็ยังไม่มีใครด่าว่าผม ทั้งเพื่อนร่วมทีม โค้ช CEO ทุกๆคนได้แต่เพียงยอมรับผลที่เกิดขึ้น และเตรียมหนทางสู่ฤดูกาลถัดไปซึ่งไม่รู้ว่า ใครในทีมนี้จะสับเปลี่ยนออกไปบ้าง

Reignoverไม่ได้ต่อว่าผม ทั้งๆที่ผมรู้ว่าเขานั้นคาดหวังไว้มากขนาดไหน เขาและผมย้ายมาที่NAด้วยจิตใจที่หวังคว้าชัยชนะเหนือลีคNA เหมือนที่เคยทำได้ในEU พาIMTเข้าไปฝากชื่อไว้ในประวัติศาสตร์ของ World Championship เหมือนที่FNCเคยทำได้

แต่ความจริงก็คือเราทำไม่ได้ และReignoverก็เพียงวางมือลงบนไหล่ของผม ยิ้ม และบอกว่าเราจะพยายามกันใหม่

ผมมองดวงตาของเขา มองเงาสะท้อนของตัวเองภายในนั้น ผมอยากรู้เหลือเกินว่าในสายตาของเขาแล้ว ผมเป็นคนอย่างไร เป็นเด็กที่มั่นใจในตัวเองเกินไป เป็นคนใจร้อน เป็นทอปเลนที่ไม่ได้เรื่อง กระนั้นผมก็พบแต่เพียงแววตาที่แสดงความห่วงใย และรอยยิ้มที่เขามีให้ผมก็ยังคงอบอุ่นเหมือนเช่นเคย

ผมไม่เคยร้องไห้แม้เราจะพ่ายแพ้ในNA LCS แต่ตอนนี้ผมกลับรู้สึกอยากร้องไห้เพราะเขา

หากว่าเขาต่อว่าผม ผมก็คงรู้สึกดีกว่านี้ ผมถามว่าเขาไม่โกรธหรือ คำตอบที่ได้คือไม่โกรธ แค่ผิดหวังเพราะเราไม่ชนะ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วก็กลับไปแก้ไขไม่ได้ เรามาคิดถึงอนาคตดีกว่า

Reignoverมักเป็นแบบนี้ เขาห่วงใยผม เป็นที่พึ่งของผม และเพราะอย่างนั้นผมจึงปรารถนาเหลือเกินที่จะเป็นคนที่เขาสามารถพึ่งพาได้บ้าง

ผมและเขาเคยพูดกันว่า มีนายที่ไหน มีฉันที่นั่น แต่ตอนนี้ผมไม่มั่นใจเสียแล้ว ผมคิดว่ามันอาจจะดีกว่าหากว่าผมจะแยกออกไป หากการที่มีผมอยู่จะทำให้เขาต้องเจอกับความผิดหวังซ้ำๆแบบนี้ ผมก็ควรจะไปซะ

เพราะผมรักเขา

ผมรักเขา ผมรักReignover ผมรักเขาเหมือนกับที่น้องชายรักและเคารพพี่ชาย รักเขาแบบที่เพื่อนคนหนึ่งซึ่งคอยอยู่เคียงข้างเสมอ รักและห่วงใยเขาเช่นครอบครัวคนสำคัญซึ่งไม่อาจสูญเสีย

“แล้วนี่นายจะเอายังไงต่อ”ผมถาม

“ไม่รู้สิ ฉันยังไม่ได้คิดเลย"Reignoverตอบ โดยยังไม่ละสายตาออกจากจอคอมพิวเตอร์ เช่นเดียวกับผม “นายจะกลับเกาหลีใช่มั้ย”

“อืม”ผมพยัคหน้า “Worldก็อดไปแล้ว ฉันว่าจะกลับบ้านไปพักยาวๆแล้วก็สตรีมหาเงินซักหน่อย”ผมพูดติดตลก แม้ในใจจะแอบเจ็บจี๊ดขึ้นมาเมื่อพูดถึงWorld Championship

“เหมือนกัน” JUNGLER ตอบ “CLGมีบู้ทแคมป์ที่เกาหลี เขาอยากให้ฉันไปช่วยช่วงซ้อม”

“แล้วนายจะไป?

“ก็คงงั้น ยังไงช่วงนี้ก็ว่างๆอยู่แล้วด้วย”

Huniเหลือบมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่าย มองใบหน้าที่ถูกแสงรางๆจากจอคอมพิวเตอร์ตกกระทบ ในหัวคิดถึงถ้อยคำที่จะพูดต่อ แต่ก็พบว่าไม่มี

“ก็ดีนะ”สุดท้ายแล้วจึงตอบกลับไปสั้นๆ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก

ผมไม่รู้ว่าการที่Reignoverไปบู้ทแคมป์กับCLGนั้นเป็นสัญญาณอะไรรึเปล่า ผมไม่กล้าคิด และผมก็ไม่รู้ว่าอนาคตของฤดูกาลหน้า พวกเราจะไปไหนต่อ ผมยังไม่ได้ตัดสินใจ และยังไม่อยากยกเรื่องนี้มาพูดถึง

พวกเราต่างจดจ่ออยู่กับเกม จนกระทั่งสัมผัสที่ใหล่ทำให้ผมหันไปมอง

Reignoverวางมือบนไหล่ผม และเมื่อเห็นผมหันไปมอง เขาจึงได้พูดขึ้น

“ฉันไปนอนแล้วนะ”เขาว่า “นายเองก็เลิกคิดมากได้แล้ว”

“ใครว่าฉันคิดมาก?”ผมโกหก แล้วก็โดนอีกฝ่ายย้ายมือจากไหล่ไปขยี้หัวผมแทน

“เออ ฉันนี่แหละที่ว่านายคิดมาก เดี๋ยวก็ขมวดคิ้ว เดี๋ยวก็เหม่อ หน้าแบบนั้นไม่เหมาะกับนายเลย”JUNGLERพูด และไม่รอให้ได้เถียง มือขาวนั้นตบๆลงที่หัวของผมอีกสองที แล้วพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องซ้อมไป

“อย่าไปคิดว่าทุกอย่างเป็นความผิดของนายล่ะ มันไม่จริงเลย”

คำพูดของเขาทำให้ผมถอนหายใจ แล้วกดออกจากเกมOver Watch ผมสลับหน้าจอไปยังเกมLeague of Legend มองดูโฆษณาของDuos ในตอนของผมและReignoverซึ่งRiotเพิ่งนำฉาย

                …Duo…

หลายสิ่งหลายอย่างที่คิด หลายความรู้สึกที่มีต่ออีกฝ่าย แทบทั้งหมดได้พูดออกมาในคลิปนี้

“เพราะนายเป็นแบบนั้นนั่นซี่”

เพราะว่าคอยเป็นห่วงคนอื่นแบบนี้ เลยทำให้อดคิดมากไม่ได้ เพราะว่าไม่อยากให้ต้องเป็นห่วง ก็เลยไม่อยากแพ้

ผมหลับตาลง ครุ่นคิดถึงอนาคต และการกลับไปยังเกาหลี

ผมต้องเก่งขึ้น ต้องพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้ ผมไม่เคยอยากแพ้ ผมอยากชนะ ต่อไปผมยิ่งต้องพยายามมากขึ้นเพื่อจะชนะ

ไม่ใช่แค่ชนะเพื่อตัวเอง เพื่อทีม แต่ยังเพื่อReignoverด้วย เขาเป็นJUNGLER และผมเป็นทอปเลน ชีวิตจริงและในเกมผมมักเป็นฝ่ายต้องให้เขาคอยช่วยเหลือเพียงฝ่ายเดียว แต่ต่อไปนี้จะต้องไม่เป็นแบบนั้น

เพราะคำว่า Duo นั้นหมายถึงการพึ่งพาซึ่งกันและกัน….

 

“แล้วนี่นายคิดจะทำยังไงต่อ”

ผมหลับตา แล้วสุดท้ายก็ยังคงตอบกลับไปด้วยคำตอบเดิมเหมือนที่เพิ่งตอบกลับHuniไปเมื่อครู่

“ไม่รู้สิ”ผมถอนหายใจ “แต่มีแผนจะกลับไปช่วยบู้ทแคมป์ของCLGที่เกาหลี ส่วนหลังจากนั้นก็ยังไม่ได้คิดเลย”

“งั้นหรอ”เสียงอีกฝ่ายดังขึ้นจากหูฟังที่ต่อไว้กับโทรศัพท์ ซึ่งโชว์หน้าจอแอปพลิเคชั่นSkype  “แล้วHuniเป็นไงบ้าง

“ตอนนี้ก็ยังไม่มีแผนเหมือนกับฉันนั่นแหละ แถมเขายังคิดมากเรื่องที่ตัวเองทำพลาดด้วย

นึกถึงตรงนี้แล้ว ก็ยังอดเป็นห่วงคนที่พูดถึงไม่ได้ Huniอายุน้อยกว่าผม เป็นเหมือนน้องชายดื้อๆคนหนึ่ง บางครั้งก็เลยใจร้อน ทำตามใจตัวเองไปบ้าง ถึงบางทีผมอาจไม่พอใจบ้าง แต่ก็ไม่เคยถือสาหาความ เพียงแต่เป็นห่วงเท่านั้น

“แต่ตลกดีนะ ปีก่อนเรายังเตรียมตัวไปWorldด้วยกันอยู่เลย ตอนนี้อยู่คนละทีมก็ยังมานั่งว่างเหมือนกันอีก”Reignoverพูด และได้ยินเสียงRekklesหัวเราะตอบกลับมา

“นั่นสิ เป็นปีที่หนักมากจริงๆ”ADCว่า เมื่อยามคิดถึงความหนักหนาของฤดูกาลที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงสมาชิคทีมซึ่งสไตล์การเล่นยังไม่เข้ากัน ประกอบกับการที่เขาต้องทำหน้าที่Short callร่วมด้วย ทำให้FNCเริ่มตกชั้น ภาพลักษณ์ไร้พ่ายที่เคยมีคล้ายเป็นภาพลวงตาที่ไม่มีอยู่จริง

“นายโอเคนะ?”หนุ่มเกาหลีถาม “ทางฉันน่ะไม่เท่าไหร่ แต่นายได้ข่าวว่าหนักจริงๆ AD Carry กับ Short caller งานหนักทั้งคู่เลย”

“อืม ไม่ง่ายเลยล่ะ หลายครั้งเลยที่ฉันคิดถึงปี2015 ตอนนั้นFNCเป็นทีมที่โคตรเจ๋ง”

ผมนึกตาม ถึงช่วงเวลาที่พวกเราถือถ้วยแชมป์ลีคยุโรปบนเวที แล้วอดยิ้มออกมาไม่ได้ “FNCปีนั้นเจ๋งจริงๆนั่นแหละ”

“นึกเสียใจที่ทิ้งฉันแล้วล่ะสิ”Rekklesพูดหยอก ทำเอาลมหายใจผมสะดุดไปหนึ่งครั้ง ก่อนจะหัวเราะออกมา  แล้วตอกกลับไปว่า

“อย่าหลงตัวเองเลยมาร์ติน อย่างน้องฉันก็เป็นผู้เล่นMVPที่NAแล้วกัน”

“งั้นถ้าปีหน้าMVPอดแชมป์อย่างนายคิดจะกลับมายุโรป ฉันก็พร้อมจะอ้าแขนรับนะ”

พวกเขาหัวเราะออกมาพร้อมกัน ไม่บ่อยนักที่พวกเขาจะคอลหากันนอกเกมแบบนี้ แต่การได้คุยกันก็ทำให้นึกถึงความทรงจำสมัยอยู่ที่FNCขึ้นมา จริงอยู่ที่เขาเองก็สนุกมากับการเล่นให้กับทีมIMTซึ่งเต็มไปด้วยเพื่อนร่วมทีมและทีมงานที่อารมณ์ดีและแอบเกรียน แต่ชีวิตที่ยุโรปของเขาก็น่าจดจำไม่แพ้กัน

พวกเขาคุยเรื่องทั่วไปกันอีกเล็กน้อย ก่อนที่ผมจะขอตัวไปนอนซะที

“งั้นไว้ค่อยคุยกันนะ น่าเสียดายที่อดเจอนายที่World

“โอเค ไว้คุยกัน”Rekklesตอบ และผมกำลังจะกดตัดสาย หากก่อนหน้านั้นเอง ที่ผมได้ยินเสียงเบาๆ คำพูดเบาๆที่ไม่แน่ใจว่าเขาต้องการให้ผมได้ยินหรืออะไรก็ตาม

“ฉันคิดถึงนาย”

คำพูดสั้นๆที่ทำให้เขารู้สึกเก้อเขิน คิดหาคำพูดตอบกลับไปไม่ได้ จึงได้ตัดสินใจกดตัดสายอย่างรวดเร็ว ทำเป็นว่าตัวเองไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น

อะไรของมัน

JUNGLERชาวเกาหลียกมือขึ้นแตะหัวใจซึ่งเต้นผิดจังหวะไปชั่วครู่ แล้วถอนหายใจออกมายาวๆ

ความสัมพันธ์ครุมเครือที่คิดว่าคงลืมได้ คงทิ้งไปได้ ที่จริงกลับคล้ายตะกอนในน้ำ พอถูกกวนเข้าก็ลอยฟุ้งขึ้นมาอีก

ดวงตาใต้เลนส์แว่นมองดูชื่อของคนที่เพิ่งคุยด้วยเมื่อครู่บนหน้าจอโทรศัพท์ แล้วหลับตาลง

แน่นอนว่าผมจะไม่พูด ไม่มีทางพูดออกไป

ความรู้สึกของผม ที่แท้จริงแล้ว ผมเองก็คิดถึงเขาเช่นกัน….

=END=

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ReignOverME จากทั้งหมด 66 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ghoul yori :) (@0991544485) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 09:12
    จริงๆ วงการ E-sport เป็นอะไรที่เราสนใจนานมากแล้ว
    หลายการแข่งขันเหลือเกินที่เรานั่งดูแล้วอยากเล่นให้ได้อย่างนั้นบ้าง
    เวิ้น เว้อ สุดๆ ยิ่งเจอป๋ามาร์ติน ซึ่งเล่นตำแหน่งเดียวกันเข้าให้
    ทำเอากระตุกเลยทีเดียว ชอบสไตล์การเล่นของเขา
    อารมณ์แบบเยดโด้... การคิลนั้นช่างคมเหลือเกิน //อ้าว ตรูพล่ามอะไร - -
    เข้าเรื่อง ด้วยความที่เราชอบป๋า Rekkles อยู่แล้ว
    มาเจอท่านพี่จากเกาหลีเข้าไปอีก ใช่ๆ ดูความสนิทสนมนั่นสิ...
    แรงปราถนาเข้าครอบงำ ด้วยสายเลือด
    โลหิตสีม่วงในตัวคุณจะช้าอยู่ใย 55555
    แหมะ เพลเยอร์ก็ไม่เว้นจริงๆ กะจะจิ้นแค่แชมป์ อดไม่ได้ .... ขอบคุณมากๆนะคะไรท์ ลงมาให้ฟินกันต่อ อู้ววว ดูฟิลลิางนั่นสิ อาาา //พยายามจะเอากาวให้ห่างๆแล้วนะ
    #การจะเล่นADCให้ดีนั้นควรจะมีกาววางไว้ข้างๆตัว เอ๊ะ ไม่เกี่ยวดิ 5555
    #2
    1
    • #2-1 OnalizLoveGackt (@moresocool) (จากตอนที่ 1)
      2 ตุลาคม 2559 / 13:40
      Rekklesเป็นADที่ใจเย็นและโพสิชั่นดีค่ะ น่าเสียดายปีนี้FNCฟอร์มตกมาก อดไปเวิร์ลเลย พอๆกับเรนจ์ ปีนี้IMTมาแรงแผ่วปลาย อดไปเวิร์ลเหมือนกันTvT
      #2-1
  2. #1 LuEvanof
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 22:26
    ไรท์จ๊ะไรท์จ้า เค้าหน่วง และ ฟินในเวลาเดียวกันเลย คือแบบ...ไม่รู้จะอธิบายไงดี #bromanceforever ชอบคำนี้ "ฉันคิดถึงนาย" อ๊ากกกกก!!! เราดิ้นเลยค่ะ ดิ้นเหมือนโดนไฟอ่ะ แบบ..แบบ..แบบว่า ต่อให้มันเป็นแค่เรื่องสมมุติ หรือ มโน เราก็ฟินค่ะ ฟฟฟฟ เราอยากให้ไรท์แต่งเป็นเรื่องยาวเลยอ่ะ คือมันน่ารักมากค่ะ เราชอบอ่ะ ไม่ไหวจะเคลีย ปล.เราก็ร้องไห้กับคริปduo huni & reignover feeling เต็มๆเรารู้สึกได้ สู้ๆนะค่ะเราเป็นกำลังใจให้เราชอบทุกเรื่องที่ไรท์แต่งอ่ะ เค้าไล่อ่านแต่ฟิคเก่ายันใหม่เลย ถึงเค้าจะไม่ค่อยเม้นแต่เค้าก็อ่านทุกเรื่องที่ไรท์น๊า>3<จุ๊ฟ~
    #1
    1
    • 1 ตุลาคม 2559 / 18:53
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ค่า มีคนอ่านด้วย ดีใจมากT^T การฟินเหล่าโปรเพลย์เยอร์ในลีคนี่เป็นอะไรที่กรี้ดอยู่คนเดียว สงสัยสาววายไทยไม่ค่อยดูแข่งกัน แง
      #1-1