คัดลอกลิงก์เเล้ว

琅琊榜: Red Blossom, White Snow [Fic: หลางหยาป่าง]

โดย ReignOverME

Lang ya bang Fanfiction: หลินซูและเหมยฉางซู หนึ่งแดงสดโชดช่วง หนึ่งซีดขาวไร้สีสัน หากสิ่งที่เหมือนกัน คือต่างเป็นคนที่เขามิอาจลืมเลือน

ยอดวิวรวม

458

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


458

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 ก.ย. 59 / 23:19 น.
นิยาย 琅琊榜: Red Blossom, White Snow [Fic: ҧһҧ] 琅琊榜: Red Blossom, White Snow [Fic: หลางหยาป่าง] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
สวัสดีค่ะ ควันหลงมากเลย จนป่านนี้แล้วเพิ่งแ่านหลางหยาป่าง ชาวบ้านชาวช่องเค้าอ่านเค้าดูเค้าร้องไห้กันไปชาติกว่าแล้ว!!!
ไม่ไหวจริงจัง อัดอั้นจนต้องเขียนฟิค คืออ่านแบบไม่ทำอะไรเลย พอจบแล้วร้องไห้กลางดึกแม่ม บีบหัวใจมาก นอกจากทำเพื่อครอบครัวและสหายร่วมรบแล้ว ชีวิตของเสี่ยวซูก็มีไว้เพื่อองค์ชายนี่แหละ ไปหาซีรี่ย์มาดูต่ออีก ท่านเหมยทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วยT-T


พร่ำเพ้อมากมาย สุดท้ายก็ได้ฟิคเวิ่นเว้อมา1ea ฮาาา จะมีคนอ่านมั้ย มาแบบดีเลย์มาก 555+

คู่หลัก(?)ของเรื่องค่ะ(นับตามต้นฉบับนิยาย ไม่มีนางเอกเนาะ หนีหวงไม่ได้รักกับซูเกอเกอ-w- ) 

แฟนอาร์ตคู่นี้สวยงามมาก หาได้ตามเว่ยป๋อ orz''


























งานของท่าน烏鴨 สวยมาก ลายเส้นละมุนละไม







เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 ก.ย. 59 / 23:19


เหมันต์เหยียบย่ำ หิมะพร่างพราวขาวกระจ่าง

ปกคลุมพื้นดิน สายนทีหลับไหล

นานวันคล้ายลืมเลือน ใต้หิมะขาวนั้น แท้จริงมีสันเช่นใด...

 

                ปีนี้ลมพัดเอาความหนาวมาเยือนเมืองหลวงเร็วกว่าปกติ และยังหนาวเย็นยิ่งกว่าปีก่อนๆนัก

หิมะโปรยปรายลงมาเมื่อคืนก่อน ก่อเกิดชั้นนำแข็งทับถมบนพื้นดิน บนหลังคากระเบื้อง และบนต้นเหมยแดงสดอันงดงาม...

                พระหัตถ์ที่เคยจับกระบี่กรำศึกกำราบศัตรูทั้งใต้หล้าค่อยๆแตะลงบนกิ่งเหย พินิจมองสีสันสองขั้วที่ตัดกันอย่างบาดตา

เหมือนกับใครคนหนึ่งมิมีผิด...

                พระเนตรฉายแววสั่นไหว เหมยแดงสดนั้นดั่งตัวตนอันเจิดจรัส แม่ทัพหนุ่มน้อยผู้มีรอยยิ้มกว้าง ดวงตาใสกระจ่าง ควบม้าตะบึงย่ำกลางสมรถูมิ ดั่งลูกไฟดวงหนึ่งที่โชดช่วงคล้ายไม่มีวันดับมอดลงตลอดกาล

                ความร้อนวูบบังเกิดขึ้นในอุระ ประกอบขึ้นจากความขมขื่น เศร้าโศก และทุกข์ตรมเกินพรรณา

                หิมะสีขาวเปรียบเสมือนคนอีกผู้หนึ่ง ผิวกายซีดขาว ฝ่ามือเย็นเยียบ ในดวงตาลึกล้ำยากหยั่งถึงที่เก็บซ่อนความรวดร้าวจากอดีตนานับประการ เล็ดลอดจากการสังเกตุของเขามาเนิ่นนาน ทว่าเมื่อรู้... ก็ราวกับสายเกินไปแล้ว

...สายเกินไปเสียแล้ว...

คนผู้นั้นเกิดมาเพื่อเป็นนักรบโดยแท้ ไม่ว่าจะยามเจิดจรัสโชติช่วง หรือในยามที่ประสบเคราะห์กรรมจนเปลี่ยนไปเป็นอีกคน กระนั้นเขาก็ยังตัดสินใจก้าวลงสมรภูมิอย่างไม่ลังเล ราวกับที่นั่นเป็นมาตุภูมิ เป็นดินแดนแห่งพันธะสัญญาของเหล่าพี่น้อง และเป็นสถานที่ที่โหยหาจะกลับไป แม้รู้ว่าจะไม่มีวันได้กลับมา....

                ความคิดถึงอดีตเช่นนี้ทำให้พระเนตรพลันแดงก่ำ ต่อให้ผ่านมากี่ปี ต่อให้ฤดูหนาวเวียนวนมากี่ครั้ง พรองค์รู้ดีว่าไม่อาจได้เห็นเสี่ยวซูที่ร่าเริงไม่กลัวหนาว หรือที่ปรึกษาขี้โรคที่พออากาศเย็นก็ล้มป่วยคนนั้น

ดอกเหมยดอกหนึ่งถูกไขว่คว้ามาไว้แสนง่ายดาย ทว่าบุคคลที่อยู่ในความคิด ต่อให้ใช้ทุกวิถีทาง ก็ไม่อาจเหนี่ยวรั้งเข้ามาใกล้ตัว ไม่อาจเฝ้าปกป้องไว้ในสองพระพาหาได้

ทอดพระเนตรรอบลานอันเงียบเหงาของคฤหาษถ์ที่ครั้งหนึ่งเคยอบอุ่นคึกคัก ครั้งหนึ่งได้เคยหล่อหลอมจิ้งอ๋องเล็กๆที่ไม่เป็นที่โปรดปรานให้ก้าวเดินสู่บรรลังก์มังกรอย่างมั่นคง

หากยามนี้ที่หลงเหลืออยู่ก็มีเพียงแต่ความเวิ้งว้าง แม้เพียรกำชับให้คนดูแลคฤหาสถ์หลังนี้ให้ดี แต่อย่างไรก็ไม่อาจหวนคืนไปสู่วันวานได้ ด้วยผู้คนเหล่านั้นต่างไม่อยู่เสียแล้ว...

                ดอกเหมยแดงสด... ตัดกับหิมะสีขาว...

หากบอกว่าเขารักหลินซูคนนั้นยิ่งแล้ว ตัวเหมยฉางซูเล่า พื้นที่ในใจของเขา เหมยฉางซูอยู่ในตำแหน่งใดกัน

                อัจฉริยะฉีหลิน... ใครได้ใจ ผู้นั้นได้แผ่นดิน

ที่ปรึกษามากเล่ห์ที่บอกกับพระองค์อย่างหนักแน่นว่า ข้าเลือกท่าน

คนที่ร่างกายแสนอ่อนแอ แต่ก็ตรากตรำเพื่อเขา ทำเรื่องชั่วช้าไร้คุณธรรมเพื่อเขา

เขาไม่ชอบคนเจ้าเล่ห์... และคนอย่างเหมยฉางซูก็เป็คนประเภทนั้น หากเหมยฉางซูมิใช่เสี่ยวซู    เช่นนั้นแล้ว ยามเมื่ออีกฝ่ายจากไป จะยังทิ้งความเจ็บช้ำไว้ เนิ่นนานมิอาจลืมเลือนเช่นนี้หรือเปล่า...

                พระหัตถ์ที่ถือบุปผชาติแดงสดกำแน่น ความขมขื่นในพระทัยยิ่งทวีจนมิอาจสะกดกลั้นน้ำพระเนตรมิให้หลั่งริน

ทั้งที่อยู่ใกล้กว่าผู้ใด... แล้วใยจึงจำไม่ได้ เซียวจิ่งเหยียน ทำไมในเรื่องที่ไม่ควรผิดพลาดมากที่สุด เจ้าถึงได้ผิดเช่นนี้กัน

หากรู้เร็วกว่านี้... หากเพียงแต่รู้เร็วกว่านี้....

                หยดน้ำร่วงหล่น ยังมิทันแตะสัมผัสพื้น ก็ถูกความหนาวทำให้สลายกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็ง

หากรู้เร็วกว่านี้... พระองค์จะประครองร่างผอมบางที่ตรากตรำจนไม่เหลือเค้าเดิมนั้นไว้

หากรู้เร็วกว่านี้... พระองค์จะใช้ทุกช่วงเวลาเพื่ออยู่เคียงข้างเขา ไม่ว่าจะเป็นสนทนา เดินหมาก เล่นดนตรี สิ่งใดก็ได้ ขอเพียงได้เห็นรอยยิ้มบนเรียวปากซีดขาว ขอเพียงได้ถนอมช่วงเวลาล้ำค่าที่ไม่อาจเทียบเคียงกับสิ่งใด

หากรู้เร็วกว่านี้... พระองค์จะไม่มีวันปรารถนาบรรลังก์ ไม่มีวันกระโจนเข้าสู่วังวนแห่งการแย่งชิง ความโสมมของอำนาจที่กัดกร่อนจิตวิญญาณของผู้คนที่แสนรัก เทียบสิ่งที่ต้องแลกไปกับมงกุฏและฉลองพระองค์อันหนักอึ้งนี้แล้ว ไม่คุ้มเลย... ไม่คุ้มเอาเสียเลย...

                แต่เหล่านี้ได้เพียงแต่คิด... ทรงรู้ดีมาตลอดว่าต่อให้พระองค์ยอมแลกทุกสิ่งเพื่อถนอมเขาเอาไว้ เสี่ยวซูกลับไม่มีวันยอมให้เป็นเช่นนั้น...

หนี้เลือดที่หลั่งริน ความอยุติธรรมที่ได้รับ ฉุดกระชากคนผู้หนึ่งกลับมาจากความตาย และยังเปลี่ยนเขาให้กลายเป็นอีกคน หลิงซูแบกรับความทุกทรมาณแสนสาหัส เลือกเส้นทางที่รู้ดีว่ายากลำบาก ทั้งหมดไม่ใช่เพื่อทวงความยุติธรรมคืนหรอกหรือ...

                เหมยฉางซูก็ดี หลินซูก็ดี ต่างเหมือนกันอยู่ข้อหนึ่งคือความกล้าหาญและดื้อดึงเช่นนี้...

เหมยแดงร่วงหล่นบนพื้น... สีสันที่ตัดกับหิมะอย่างสวยงาม ยามนี้บาดพระเนตรจนมิอาจทนมอง

                ในตอนท้าย... ที่ไม่ทรงห้าม นอกจากรู้ว่าไม่อาจทำ ลึกๆนั้นยังมีหนึ่งปรารถนา...

ปราถนาเหลือเกิน... คิดถึงเหลือเกิน ร่างของขุนพลน้อยที่อยู่บนอาชา นำทัพนับสิบหมื่น กวัดแกว่งกระบี่อย่างกล้าหาญ

หลินซูเกลียดตนเองที่เป็นเหมยฉางซู เศร้าอาดูรเพราะตนเป็นได้เพียงเหมยฉางซู ดังนั้นเมื่อพบโอกาสที่จะได้กลับไปเป็นหลินซูอีกครั้ง แม้แลกด้วยชีวิต กลับไม่ลังเลที่จะก้าวลงสู่สมรภูมิ

                คนผู้นั้นเกิดมาเพื่อเป็นนักรบอย่างแท้จริง... กระทั่งในยามที่จิตวิญญาณแหว่งเว้าอ่อนแรง ก็เผาผลาญมันอย่างเร่งร้อน สาดประกายงดงามดุจลูกไฟสีขาวดวงหนึ่งเพื่อแผ่นดินเป็นครั้งสุดท้าย...  

                “เหมยฉางซู... เสี่ยวซู...”

สองนามที่เคยดังก้องสะท้านแผ่นดิน ในเวลาต่อจากนี้ ในความทรงจำของผู้คนที่เลือนลางลงไปทุกวัน จะมีมักกี่มากน้อยที่จดจำพวกเขาได้ และยิ่งน้อยไปกว่านั้น คือจำนวนคนที่รู้ว่า บุคคลผู้ครองสองนามนี้ต้องพบเจอกับความทุกข์ทรมาณปานใด และทำคุณความดีให้กับประเทศชาติไว้มากเพียงใด...

                เพียงรื้อคดีขึ้นมา เปิดโปงความจริง แม้หลินซูพึงพอใจแล้ว แต่พระองค์คิดว่าสิ่งที่คนผู้นี้ได้รับกลับไม่อาจเทียบเท่ากับสิ่งที่สมควร...

จากกันโดยมิทันตั้งตัว... พบกันอีกครั้งโดยมิทันตั้งตัว... แล้วเพียงไม่นาน เจ้าก็จากข้าไปโดยมิทันให้ข้าได้ทำสิ่งใดเพื่อปกป้องเจ้า...

                บางครั้งชะตาชีวิตก็โหดร้ายกับมนุษย์ได้อย่างน่าหัวร่อเช่นนี้เอง...

                “ข้าจะชดใช้ให้เจ้า...”ตรัสอย่างแผ่วเบากับองค์เอง “เสด็จพ่อไม่อาจชดใช้ให้เจ้า แต่ข้าจะทำ...”

ในชาตินี้... ข้าจะสร้างแผ่นดินที่เจ้าปราถนา... ก่อรากฐานของราชสำนักที่เที่ยงธรรม ล้มล้างระบอบชั่วช้าที่สืบทอดกันมาหลายรัชสมัย มิให้เกิดเหมยฉางซูคนที่สองขึ้นมาอีก

สวรรค์... ท่านให้เสี่ยวซูพบกับความทุกข์มาชั่วชีวิต ในภพหน้า... หรือภพต่อไป ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์อันใด ขอให้ข้าตามหาเขาจนพบ... ได้อยู่เคียงข้างเขา แบกรับความทุกข์ตรมนั้นแทนเขา...

ทอดพระเนตรมองคฤหาสถ์อันเงียบเหงาอีกครา มองจนแน่ใจว่าที่เรือนนั้นไม่มีร่างที่ห่อตัวด้วยเสื้อคลุมหลายชั้นอีกแล้ว จึงได้สาวพระบาทอย่างเชื่องช้า

ข้าได้บรรลังก์ ได้รื้อฟื้นคดี แต่กลับเสียเจ้าไป ข้าเสียเจ้าไปถึงสองครา หัวใจถูกกระชากออกไปถึงสองครา ต่อให้นานปีเวียนผัน หรือจวบจนวาระสุดท้าย จะเหมยฉางซูก็ดี หลิงซูก็ดี ไม่มีวัน และไม่อาจลืมเลือนได้ตลอกาล...

ลมหนาวพัดผ่าน หิมะบนกิ่งไม้แห้งร่วงลงสู่พื้น ชั่วขณะนั้น  พลันคล้ายกับได้ยินเสียงพิณดังแว่วมาจากอดีตกาล....

 

 

 

 *************

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ReignOverME จากทั้งหมด 66 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 18:05
    นึกถึงใจจิ่งเหยียนแล้วเข้าใจถึงความโหยไห้เลยค่ะ
    #4
    0
  2. วันที่ 26 กันยายน 2559 / 01:03
    อู้! แต่งดีมากเลยค่ะ พึ่งมาเห็นว่ามีคนเขียนฟิคท่านเหมยเหมือนกัน คิดถึงงง ช่วงนี้ก็วนๆดูอยู่ เป็นละครที่ทำออกมาโคตรสมบูรณ์แบบมาก ทั้งบท องค์ประกอบ นักแสดง เออ...นอกเรื่อง กลับเข้าฟิค จบเศร้ามากเลยค่ะ  แต่ท่านเหมยตายแล้ว T__T บีบหัวใจจัง
    จิ่งเหยียนคงทำได้แค่นี้ คร่ำครวญ ถวิลหาาา งือออ แต่งต่อไหมคะ? ถึงยังไงก็รอติดตามนะ
    #3
    1
    • 26 กันยายน 2559 / 03:30
      เป็นฟิคสั้นค่า จบแย้วว ออกแนวพร่ำเพ้อถวินหาจริงๆค่ะ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์นะคะ >_<
      #3-1
  3. #2 ソンオー (@ruins) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 18:34
    ภาษาที่ใช้สวยงามแต่เข้าใจยาก ถ้าช่วยลดคำราชศัพท์ลงแล้วใช้ภาษากึ่งราชศัพท์ชักนิดก็จะดีนะค่ะ
    คืออ่านใกล้จะจบแล้วถึงจะเข้าใจว่า กล่าวถึงอะไรเกี่ยวกับใคร ติดตรงที่เนื้อหาของเหตุการณ์ไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไร แล้วก็รู้สึกจะมีวนๆอยู่ที่เดิมด้วยนะคะ
    แต่สนุกนะค่ะ มันทำให้น่าติดตามดีค่ะ แล้วก็รู้สึกว่า การมานั่งวิเคราะห์เนื้อหาแบบนี้ก็ดีนะ สู้ๆนะค่ะ
    #2
    1
    • #2-1 OnalizLoveGackt (@moresocool) (จากตอนที่ 1)
      5 กันยายน 2559 / 20:06
      เอ่อ... เราว่าเราใช้ราชาศัพท์น้อยมากเลยนะคะ เพราะไม่ชอบใช้ และเป็นคำพื้นฐานทั้งนั้นด้วยorz
      แล้วไม่รู้ว่าทราบมั้ย แต่มันคือแฟนฟิคค่ะ;w;''' พอดีเห็นบอกว่าไม่เข้าใจเนื้อหาเหตุการณ์ เรื่องนี้เป็นฟิคของนิยายเรื่องหลางหยาป่างอีกทีค่า
      #2-1
  4. #1 ソンオー (@ruins) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 18:25
    ภาษาที่ใช้นั้นเข้าใจยาก ถ้าช่วยใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายกว่านี้ก็ดี อ่านมาใกล้จะจบ ถึงจะพอเขาใจว่ากล่าวถึงใคร เป็นยังไง แต่ก็ยัง งง อยู่ดี // ส่วนเนื้อหานี้ถือว่าน่าติดตามนะ สู้ๆ^-^
    #1
    0