คัดลอกลิงก์เเล้ว

Fic League of Legend: Once in a lifetime [Rekkover]

โดย ReignOverME

ฟิคLeague of legend คู่ชิพผู้เล่นค่ะ ไม่ใช่แชมเปี้ยน Rekkles (FNC) x Reignover (IMT) แต่เนื้อเรื่องฟิคจะเขียนตอนที่ทั้งคู่ยังอยู่Fnaticด้วยกันค่ะ

ยอดวิวรวม

213

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


213

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 มิ.ย. 59 / 14:50 น.
นิยาย Fic League of Legend: Once in a lifetime [Rekkover] Fic League of Legend: Once in a lifetime [Rekkover] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



ฟิคLeague of legend คู่ชิพผู้เล่นPro playerค่ะ ไม่ใช่แชมเปี้ยน
Rekkles (FNC) x Reignover (IMT)

 แต่เนื้อเรื่องฟิคจะเขียนตอนที่ทั้งคู่ยังอยู่Fnaticด้วยกันค่ะ

 เมื่อก่อนคู่นี้ค่อนข้างฮอตทีเดียว เพราะหน้าตาดีทั้งคู่แถมอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักมาก มีความโบรแมนซ์ ก่อนที่ชิพนี้จะล่มสลายไปตอนเรนจ์ย้ายทีม อยู่ๆก็อยากเขียน ฮาาา 



Warning: เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฟิคเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลและความเป็นจริงใดๆทั้งสิ้น





"Reignover" [Kim Yeujin(김의진)]

ปัจจุบัณอยู่ทีมIMT น่ารักเหมือนเดิม ย้ายมาเมกาแล้วตัวดูมีเนื้อหนังขึ้นเยอะ แต่ก็ยังโซคิ้วท์มากมาย ชอบฮัมเพลงออกไมค์ผ่านสตรีม พอโดนแฟนคลับยุให้ร้องจริงๆนางก็บอกเขิน 555 (แต่เราว่าเสียงดีทีเดียวนะ-..-)



     


"Rekkles" Martin Larsson

เอดีแคร์รี่ทีมFNC เคยได้ยินเจ้าตัวบอกว่าให้อ่านว่าเลคเลส(จากตัวสะกดจะอ่านเลคเคิลส์) เพราะตอนตั้งชื่อสะกดเลคเลสแล้วไปซ้ำคนอื่น หล่อมากมาย แฟนเกิร์ลเพียบ ฮาา

      







  




::ฟิคนี้เกิดจากความนี้ดชั่วครู่ ดังนั้นไทม์ไลน์และสถานที่ต่างๆอาจไม่เป๊ะนะคะ เราเขียนแบบเท่าที่จำได้ มันผ่านมาปีนึงแล้วทีเดียวTvT::

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 มิ.ย. 59 / 14:50



Fic: once in a lifetime, I falling for you

Pairing: Rekkles x Reignover

Warning: เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียนเท่านั้น ทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฟิคเรื่องนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกับบุคคลและความเป็นจริงใดๆทั้งสิ้น

 

                เขายังจำวันแรกที่เดินเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ ความรู้สึกในตอนนั้นยังคงมีความไม่แน่ใจอยู่เลือนรางกับการตัดสินใจกลับมาร่วมทีมfnaticอีกครั้ง เขาเคยออกมา แต่ก็กลับไปใหม่ แล้วก็ออกมา และครั้งนี้ เขาก็ยังคงตัดสินใจที่จะกลับมาอีกครั้ง

บ้านเดี่ยวหนึ่งชั้นกลางเมือง ศูนย์กลางของความเจริญทั้งคมนาคม ห้างสรรพสินค้า และตึกสูงระฟ้า ไม่ต้องพูดถึงภายในบ้าน หรูหราแต่เรียบง่าย ชนิดที่เขาไม่คิดว่าผู้จัดการทีมและสปอนเซอร์จะกล้าลงทุนให้มากขนาดนี้

                เด็กหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆสถานที่ซึ่งจะกลายเป็นบ้านอีกหลังของเขานับจากวันนี้ ถึงจะไม่แน่ชัดว่าตนเองจะได้อยู่ที่นี่นานถึงขนาดเรียกมันว่าบ้านได้สนิทใจหรือเปล่าก็ตาม จริงอยู่ว่าถึงจะไม่ค่อยได้รับการยอมรับในวงกว้างนัก แต่พวกเขาก็คือนักกีฬาที่มีการเซ็นสัญญาอย่างถูกต้อง แต่นั่นแหละ มันก็เป็นแค่กระดาษ และนี่ก็ไม่ใช่แค่เกมส์หรืออีสปอร์ต มันคือธุรกิจ โปรเพลย์เยอร์ทุกคนต่างรู้ว่าหากทำผลงานได้ไม่ดี ถึงต้นสังกัดจะไม่ฉีกสัญญาโดยตรง แต่ก็จะดองคุณไว้จนโลกลืมแล้วสุดท้ายคุณก็จะเป็นฝ่ายฉีกสัญญาแทน

                วันแรกของการมาย้ายเข้ามานั้นผ่านไปอย่างเรียบง่ายเพราะต่างก็เป็นคนรู้จักกันอยู่แล้ว ผู้เล่นของทีมลีคย่อมมีอย่างน้อยห้าคน แต่ตอนนี้ในบ้านยังมีแค่สาม เขา มิดเลนที่เขาคุ้นเคยFebiven ซัพพอร์ทคู่เลนของเขาตั้งแต่ปี2013จนถึงวันที่เขาตัดสินใจออก YellowStar ส่วนตำแหน่งที่ว่างอยู่อย่างป่าและทอป นั้นเป็นสมาชิกใหม่ที่กำลังจะมาจากเกาหลี

                เอดีซีหนุ่มจัดการวางสัมภาระไว้ในห้องของตัวเอง ก่อนจะเริ่มทำในสิ่งที่เขาถนัดที่สุด คือการเล่นเกม
และวันเวลาก็ผ่านไปอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งวันที่สมาชิกใหม่ทั้งสองคนมาถึง

                ป่าและทอปเลนจากเกาหลี เขายังจำได้ถึงสำเนียงภาษาอังกฤษแปร่งที่กล่าวทักทาย และรอยยิ้มเขินอายเจือประหม่า

                ตอนนั้นแต่ละคนต่างก็ไม่ได้คุยอะไรกันมากมาย เป็นเรื่องปกติของคนที่เพิ่งพบหน้ากัน ผมคิดอย่างนั้นนะ แต่อย่างไรก็ตาม พวกเราทุกคนต่างมีจุดร่วมอย่างเดียวกัน คือพวกเขาเป็นโปรเพลย์เยอร์ของเกมLeague of Legend

                การสื่อสารกันโดยมีเกมเป็นสื่อกลางเป็นเรื่องง่ายที่สุด กระทั่งกับทอปเลนอย่างHuniซึ่งมีปัญหาเรื่องการใช้ภาษาอังกฤษก็ยังกลายเป็นเพื่อนที่คุยและหัวเราะไปด้วยกันได้

                เขาบอกไม่ได้แน่ชัดว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่พวกเขากลายเป็นเพื่อนร่วมทีมที่สนิทสนมกันได้ขนาดนี้ ซ้อมด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน นอนกลิ้งอยู่บนโซฟาแล้วดูทีวีด้วยกัน โดยเฉพาะกับป่าคนใหม่ของทีม Reignover

                Rekkles ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขารู้สึกสบายใจที่จะได้คุยกับเพื่อนคนใหม่จากเกาหลี Reignoverมีบุคลิคเฉพาะตัวที่ดูอ่อนโยนและนุ่มนวลอย่างบอกไม่ถูก ไม่ใช่ว่าวิธีการพูดหรือการแสดงออกที่สุภาพนอบน้อมอะไร อีกฝ่ายก็เป็นเหมือนคนอื่นๆ พูดหยอกบ้าง แกล้งคนอื่นบ้าง สบถด่าทอบ้าง แต่เพราะบรรยากาศรอบๆตัวต่างหากที่ทำให้Reignoverแลดูอบอุ่นเป็นพิเศษ และคงไม่ใช่เขาที่รู้สึกแบบนั้น เพราะสมาชิกทีมคนอื่นๆก็ชอบมาคลอเคลียอยู่ใกล้ๆ jungler คนนี้เสมอ

                เขาชอบความรู้สึกเวลาที่ลูบไปบนเส้นผมนุ่มๆคล้ายขนแมวของอีกฝ่าย ชอบความอบอุ่นของผิวเนื้อที่ส่งผ่านยามที่มือแตะสัมผัส และชอบเวลาที่ปากและดวงตาบนใบหน้าดูดีแบบเอเชียของอีกฝ่ายขยับโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้ม

                แน่นอน เขารู้ว่าทุกคนต่างก็ชอบReignover แต่ไม่รู้ว่ามีแต่เขาคนเดียวรึเปล่าที่รู้สึกแปลกๆเวลาอยู่ใกล้อีกฝ่าย เดี๋ยวก็ใจเต้น เดี๋ยวก็อึดอัดอย่างบอกไม่ถูก

                “ทำมือแบบนี้หรอ” เขาถาม ขณะพยายามทำมือเพื่อจับตะเกียบ

“ใช่ที่ไหน นายทำผิดแล้ว”หนุ่มเกาหลีตอบ แล้วนิ้วเรียวยาวก็ขยับอย่างคล่องแคล่วเพื่อจับตะเกียบให้ดูเป็นตัวอย่าง ผิดกับคนข้างตัวที่ทำอย่างไรก็ไม่ได้ซะที

มองดูการทำมือประหลาดๆของRekklesแล้ว Reignoverก็อดหัวเราะไม่ได้ เขาเอื้อมมือไปช่วยจัด ทว่าสุดท้ายก็ยังออกมาไม่ประหลาดอยู่ดี

“ยอมแพ้” ในที่สุดเขาก็เลิกล้มความตั้งใจ ADCหัวเราะกับการถอนหายใจและส่ายหน้าขำๆของอีกฝ่าย เขาเอื้อมมือไปลูบผมที่ถูกย้อมเป็นสีน้ำตาลแดงเบาๆ อันที่จริงReignoverอายุมากกว่าเขา และเขาเคยได้ยินมาว่าเอเชียมีวัฒนธรรมที่ไม่ให้คนอายุน้อยว่ามาเล่นหัว แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่ถือ เขาก็เลยทำจนชินไปเสียแล้ว

                วันเวลาผ่านไป ไม่มีเหตุการณ์น่าประหลาดใจอะไรเป็นพิเศษ แต่แปลกที่เขากลับจดจำทุกวันเวลาในบ้านพักของทีมในซีซั่นนี้ได้

                เพื่อนร่วมทีมที่สนิทกันทำให้บรรยากาศของที่นี่อบอุ่นเหมือนบ้านขึ้นมาจริงๆ และเขาก็ปรารถนาให้ทีมเป็นอย่างนี้ตราบเท่าที่จะนานได้

“ตรงนี้นายเดินหลุดตำแหน่งนะ”สำเนียงภาษาอังกฤษแปลกหูที่ฟังจนชินซะแล้วดังขึ้น Junglerชี้นิ้วไปยังจอโทรศัพท์ที่ฉายวีดีโอแมทช์ย้อนหลังของพวกเขาอยู่ ตอนนี้ป่าและเอดีของfnaticกำลังนอนอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ จ้องมองไปยังจอสมาร์ทโฟนเครื่องเดียวกัน

“นายต่างหาก เดินผ่านวอร์ดเต็มๆเลยเห็นมั้ย”คนโดนติแย้ง ทำให้คนฟังเลิกคิ้วขึ้น

“ฉันเดินผ่านวอร์ดก็แค่แก๊งพลาด ดูนี่ นายเดินหลุดแล้วก็ถูกเปิดเลย นายพลาดมากกว่าฉันนะ”

“ใช่ที่ไหนเล่า ฉันจะเดินไปช่วยนายต่างหาก”Rekklesว่า แล้วขยับมือย้ายไอโฟนหนีไปจากนิ้วของหนุ่มเกาหลี

“แต่ถ้านายไม่เดินมาฉันก็ไม่ตายหรอก”Reignoverเถียง แล้วแย่งโทรศัพท์คืนมา แต่คนโดนว่าก็ไม่ยอมง่ายๆ

“แต่ถ้านายไม่เดินทับวอร์ดมาเขาก็ไม่รู้ตัวหรอก”

                สองหนุ่มเถียงกันไปเถียงกันมาแบบทีเล่นทีจริง Reignoverไม่ยอมหยุดที่จะแย่งไอโฟนมาให้ได้ หนุ่มสวีเดนจึงแกล้งพลิกตัวขึ้นคร่อมอีกฝ่าย แล้วใช้ศอกกดไว้กับโซฟา

                “ให้ตายสิRekkles คิดว่านายหนักเท่าไหร่กัน”คนถูกทับบ่น เพราะว่าแว่นสีดำอันใหญ่หลุดไปจากการจู่โจมเมื่อครู่ ดวงตาสีน้ำตาลเข้มจึงต้องหรี่ลงเพื่อมองคนที่ทับอยู่บนตัวเขา

               

เอดีหนุ่มรู้สึกเป็นใบ้ไปชั่วขณะ ทัศนะวิสัยของเขาจากด้านบนทำให้มองเห็นReignoverในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ผิวหน้าขาวไร้รอยตำหนิจากการอดนอนผิดกับโปรเพลย์เยอร์คนอื่นๆ ดวงตาที่หรี่ลงเพราะมองไม่ชัด ใบหน้าได้รูปกับลำคอผอมๆ ไล่ไปถึงกระดูกไหปลาร้าที่โผล่พ้นเสื้อคอกว้าง

                ความรู้สึกเหนือกว่าเหมือนสัญชาติญาณดิบบางอย่างที่ทำให้ลำคอแห้งผาก ความรู้สึกอยากข่มเหง ต้องการเอาชนะ รวมไปถึงความคิดดำมืดที่เพียงแค่แว่บผ่านเข้ามาในหัวยังทำให้เขานึกกลัวตัวเอง

                เอดีซีหนุ่มรีบหยุดใบหน้าของตัวเองที่ค่อยๆโน้มลงต่ำ ลุกพรวดขึ้นมาจากร่างของJunglerด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

เขาเป็นอะไรไปนี่เขาคิดจะทำอะไร

                ความกระอักกระอ่วนทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก “เออ...” เขาพยายามนึกหาคำพูด “เดี๋ยวฉันไปซ้อมก่อนดีกว่า”ข้ออ้างเดียวในการปลีกตัวที่นักออก ณ ตอนนั้น Rekklesไม่รู้ว่าReignoverจะทันตระหนักถึงอาการแปลกๆของตนมั้ย เขาหยิบแว่นที่ตกอยู่ขึ้นมา ส่งคืนให้อีกฝ่าย แล้วจึงค่อยเดินออกไปจากห้อง

                Junglerซึ่งได้การมองเห็นแจ่มชัดคืนมาจากการสวมแว่นมองตามแผ่นหลังของเอดีซี ในแววตามีความครุ่นคิด แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา

*********

                เข้าสู่ช่วงSummer ของEU LCS บรรยากาศของทีมก็เพิ่มความจริงจังขึ้น จากผลงานที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาต่างมั่นใจในฝีมือของตนเอง มั่นใจในทีม กระนั้นก็ยังคงไม่ประมาท League เป็นเกมที่อัพเดทอยู่เสมอ และหากคุณประมาทหรือตามMetaไม่ทัน การจะคว้าชัยชนะมาก็เป็นเรื่องที่ไม่ต้องพูดถึง

                จะเรียกว่าโชคดีก็ได้ที่เรื่องของการแข่งทำให้เขาลืมเหตุการณ์นั้นระหว่างเขากับReignoverไปได้ ประกอบกับอีกฝ่ายก็ไม่พูดถึงและยังทำตัวปกติ ซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าที่เป็นอย่างนั้นเพราะอีกฝ่ายไม่รู้ตัวหรืออะไร แต่ก็นับว่าดีแล้ว เพราะอย่างนั้นเขาก็เลยยังทำตัวคุยเล่นเหมือนเดิมได้

                Fnatic ยังคงทำผลงานได้ดีเหมือนเดิม ไม่สิ ดีกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ แม้ในบางเกมอาจมีพลาดบ้าง เสียเปรียบบ้าง แต่เพราะด้วยทักษะการเล่นและการshot callอันเฉียบขาด ทำให้พวกเขาชนะมาตลอด จนเข้ารอบGrand Final

                และในช่วงที่ฟอร์มของทีมร้อนแรงที่สุด พวกเขาทำมันได้อีกครั้ง ผู้ชนะของEU LCS 2015 คว้าสิทธิ์ไปWorld championships และด้วยสกอร์อันเป็นตำนานไร้พ่าย 18-0

                พวกเขาไม่อาจบรรยายความดีใจนี้ได้ จินตนาการดูสิ มันเยี่ยมมากที่คุณได้แชมป์ลีคยุโรป และที่เจ๋งไปกว่านั้นคือเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ที่ไม่แพ้ใครเลยตั้งแต่รอบRound robin จนถึง Grand final!

                พวกเขายิ้ม หัวเราะ โอบคอกัน เรามีโค้ทที่ยอดเยี่ยม ทีมงานที่ยอดเยี่ยม เพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยม และเราเป็นแชมป์!!

                เราเดินมารับเอาถ้วยรางวัลของเรา ผลของการทุ่มเทและทีมเวิร์ค แสงแฟรชและสปอร์ตไลท์สาดส่อง ผู้คนโห่ร้องปรบมือ ผมมองไปที่Reignoverซึ่งยืนอยู่ข้างๆ บนใบหน้าคือรอยยิ้มกว้าง เขาทิ้งตัวมาหาผม และผมโอบใหล่เขาแน่น บอกไม่ได้ว่าตอนนี้ในใจผมเต็มไปด้วยความสุขมากมายเพียงไร

                ค่ำคืนนั้นผ่านไปด้วยการเฉลิมฉลอง เราทุกคนต่างรู้ดีว่าFnaticรุ่นนี้จะเป็นที่จดจำของวงการLeague of Legend อย่างแน่นอน

*****************

                Fnaticเป็นทีมที่แข็งแกร่ง เราเก่งที่สุดในEUจากการที่เราคว้าแชมป์ลีคในบ้านมาได้ แต่เราไม่ใช่ทีมที่เก่งที่สุดในโลก ไม่ใข่ในตอนนี้ ไม่มีใครสามารถปฏิเสธได้ว่าประเทศมาตุภูมิของLOLอย่างเกาหลียังคงเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวตลอดกาล

                รอบGroup stageของWorld championships จบลงไปแล้ว พวกเราผ่านเข้ารอบและได้ไปแข่งต่อ แต่ก็พูดไม่ได้ว่าเราเป็นทีมที่ทำผลงานได้ดีที่สุด เบื้องหน้าเรามีกำแพงขนาดใหญ่ คือทีมจากเกาหลี และเชื่อได้เลยว่าหากพวกเราข้ามผ่านไปไม่ได้ รอบGrand finalของปีนี้มีโอกาสสูงที่Koo tiger และ SKT T1 สองทีมจากเกาหลีจะชิงแชมป์กันเอง

                คืนสุดท้ายในปารีส เมืองอันเป็นสถานที่จัดการแข่งขันในรอบGroup stage พวกเขาออกมากินข้าวด้วยกันทั้งทีมก่อนที่จะแยกย้ายกันเดินเล่นแล้วค่อยกลับไปเจอกันที่โรงแรม

                เขาและReignoverไม่มีที่ไหนอยากไปเป็นพิเศษ ดังนั้นขณะที่คนอื่นๆบ้างก็ไปซื้อของ บ้างก็ตรงกลับโรงแรม พวกเขาเลือกที่จะเดินเลียบไปตามแม่น้ำแซน แม่น้ำที่โด่งดังและเป็นจุดหมายหนึ่งของการมาเที่ยวปารีส                              

                “นายมีแผนอะไรหลังจากนี้”เขาถาม พวกเขากำลังเดินขึ้นสะพานปงเนิฟ สองข้างมีทั้งนักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่น

“ชนะเวิร์ลแชมป์”Junglerตอบหน้าตาเฉย ก่อนจะหัวเราะออกมาพร้อมๆกับADCคนถาม เมื่อครู่เป็นการพูดล้อเล่นก็จริง แต่ปฏิเสทไม่ได้ว่าลึกๆก็แอบหวังให้เป็นจริงอยู่

                “อืม... จริงๆฉันก็โอเคกับทีมในตอนนี้นะ”Reignoverตอบใหม่อีกครั้ง สองหนุ่มหยุดยืน วางมือบนราวสะพาน สายตามองออกไปยังวิวแม่น้ำและอาคารต่างๆ

                “แต่ก็มีทีมอื่นติดต่อมาอยู่เหมือนกัน”เขาพูดต่อ มันเป็นเรื่องปกติของวงการกีฬาในการซื้อตัวนักกีฬาหลังจบซีซั่น และข้อดีของE-sportคือตัวเพลย์เยอร์มีอิสระในการย้ายทีมมากกว่ากีฬาประเภทอื่นๆ

                Rekklesรู้สึกมึนชาไปเล็กน้อย อันที่จริงเขาก็รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ที่ผู้เล่นFnaticทุกคนในตอนนี้จะไม่ได้รับข้อเสนอจากทีมอื่นๆ จากผลงานที่ทำได้โดดเด่นมาตลอด กระทั่งตัวเขายังรู้สึกแปลกใจในตัวเองที่ใจหายจากเรื่องนี้

                “แล้วนายว่าไง”เขาถาม ทั้งที่ลึกๆแล้วก็กลัวกับคำตอบที่จะได้ยิน เขาค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝ่ายยินดีกับผลงานของทีมในตอนนี้ และยังเข้ากันได้ดีกับทุกคนในทีมอย่างมาก กระนั้นทุกสิ่งก็คือความไม่แน่นอน...

                “มีอยู่สองสามทีมจากลีคอเมริกา นายก็รู้นะRekkles ว่าฉันเคยยอยากไปเล่นที่NA ที่นั่นจ่ายให้ผู้เล่นมากกว่าลีคEU และมีทีมนึงข้อเสนอไม่เลวเลย เป็นทีมใหม่พึ่งตั้ง และจากที่คุยกัน ทัศนะคติในการทำงานก็ดีมาก”

                ADCหันมามองเสี้ยวหน้าของคนพูด อากาศเย็นทำให้ผิวขาวนั้นขึ้นสีแดง และเป็นจังหวะเดียวกับที่อีกฝ่ายหันมาหาเขาพอดี

“นายว่าฉันควรไปรึเปล่า”

                ดวงตาสองคู่มองสบกัน เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองมีสีหน้ายังไง ไม่รู้ว่าความชานี้เกิดเพราะความหนาวเย็นของอากาศหรือจากสาเหตุอื่น ไม่รู้กระทั่งว่าควรตอบกลับไปว่าอย่างไร...

                “แล้ว...”เขาขยับปาก พยายามหาเสียงของตัวเองให้เจอ ซึ่งมันยากเหลือเกินในเวลาที่สบตากันอยู่เช่นนี้

“ถ้านายไป จะไปคนเดียวหรอ”เขาถาม ในหัวมีร้อยพันประโยคที่อยากพูด แต่ตอนนี้เขาไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องการได้ยินคำพูดแบบไหน เหนี่ยวรั้ง? สนับสนุน? หรือเพียงต้องการความเห็นของเขาจริงๆกันแน่

                “เปล่าหรอก เขายื่นข้อเสนอให้Huniด้วย”Junglerตอบ คำตอบนั้นทำให้Rekklesทนสบตาต่อไปไม่ไหวอีก

ไม่รู้ว่าทำไม แต่เขารู้สึกว่าReignoverจะต้องออกจากFnaticแน่นอน...

                นายเลือกHuni เลือกอเมริกา และนายไม่เลือกฉัน....

รู้สึกน้อยใจทั้งที่รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ เขาหลับตาลง กล้ำกลืนความรู้สึกด้านลบทั้งหมดลงไปแล้วจึงเริ่มพูด

                “งั้นนายก็ไปเถอะ”เขาว่า “ชีวิตในฐานะนักกีฬาE-sportมันไม่นานอยู่แล้ว นายควรหาประโยชน์ในช่วงเวลานี้ให้มากที่สุด ไม่ต้องไปสนคนอื่นหรอก แรกๆแฟนคลับอาจต่อว่านายที่นายออกจากทีม แต่ท้ายสุดแล้วพวกเขาก็จะเข้าใจ ว่านายแค่เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้ตัวเอง”Rekklesพูด ทุกคำในประโยคล้วนสมเหตุสมผล หากทุกคำเหล่านั้นก็ทำให้หัวใจหนักอึ้งขึ้นทุกที

                ความจริงแล้ว....

“นายเก่งอยู่แล้ว ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ฉันรู้ว่านายต้องประสบความสำเร็จ”

                ฉันไม่อยากให้นายไปเลยสักนิด....

                Reignoverไม่ได้พูดอะไรออกมาในทันที เขามองคนข้างกาย ในแววตามีประกายผิดหวังบางเบา ก่อนจะถูกทำให้หายไปจากการกระพริบตา

“ฉันก็ว่างั้นแหละ”Junglerหัวเราะเบาๆ แล้วเป่าลมออกจากปาก อากาศหนาวทำให้มันกลายเป็นไอควันล่องลอย ก่อนจะสลายหายไป

“เรากลับกันเลยมั้ย”เขาถาม แล้วหันมายิ้มให้Rekkles

รอยยิ้มของReignoverยังคงดูนุ่มนวล และเอาใจใส่ เหมือนทุกครั้ง เป็นเมื่อก่อนเขานั้นชื่นชอบรอยยิ้มนี้เหลือเกิน ทว่าในตอนนี้กลับไม่อยากเห็น

                ...มันราวกับว่านายกำลังยิ้มในตอนที่เพิ่งบอกว่าจะทิ้งฉันไป...

ในตอนนั้นเอง กระแสลมวูบหนึ่งก็ได้พัดผ่านพวกเขา ลมของเดือนตุลาทั้งเย็นเยียบและแรง การที่โดนปะทะเข้าหน้าตรงๆทำให้เด็กหนุ่มจากเกาหลีต้องหลับตาลง Rekklesอาศัยจังหวะนั้นเอื้อมมือไปแตะใบหน้าของอีกฝ่าย สัมผัสได้ถึงการสั่นสะท้านหากเขาเลือกจะเมินเฉยต่อมัน เขาไล่ปลายนิ้วไปบนบนผิวแก้มเย็นๆเพราะอากาศหนาว ดวงตาคู่สวยจับจ้อง จดจำทุกรายละเอียด ทั้งดวงตา คิ้ว จมูก เรียวปาก ก่อนที่จะค่อยๆโน้มหน้าเข้าไปใกล้

                “อย่าเพิ่งลืมตานะ”เขากระซิบแผ่วเบาข้างใบหู “ถ้านายลืมตาตอนนี้ล่ะก็ ฉันคงไม่เหลือความกล้าอีกแล้ว”

ช่วงเวลานี้ราวกับกาลเวลาได้หยุดนิ่งลง กระแสน้ำในแม่น้ำแซน แสงไฟที่สาดส่อง ผู้คนที่เดินผ่านไปมา ทุกสิ่งค่อยๆเลือนหายไปจากการรับรู้ของเด็กหนุ่ม ด้วยความไม่แน่ใจ ด้วยความลังเล ด้วยความหวาดกลัว และด้วยความรวดร้าวในหัวใจ เขาค่อยๆแนบริมฝีปากลงไปบนเรียวปากของอีกฝ่าย

                เพียงไม่กี่วินาที แผ่วเบา สั่นระริก และไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น RekklesโอบกอดReignoverแน่น น้ำตาไหลผ่านแก้ม ตกและซึมลงบนไหล่ของอีกฝ่าย

                ความรู้สึกมากมายที่มี ทุกความครุมเครือเหมือนเฉดสีที่สาดทับปะปน พลันชัดเจนขึ้นในวินาทีสุดท้าย...

“จบแล้วสินะ”เขาเอ่ย เสียงสั่นเครือ

Junglerหลับตาลง สองมือค่อยๆยกขึ้นกอดตอบอีกฝ่าย

“ไม่หรอก”เขาตอบ “มันไม่เคยเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ”พูดพลางลูบแผ่นหลังของคนอายุน้อยกว่าเบาๆเป็นเชิงปลอบโยน เขากรอกตาขึ้นฟ้า ไม่อาจให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเองก็กำลังร้องไห้เช่นกัน

                Rekklesหลับตาลง น้ำตายังคงไหลริน สองแขนยังคงกอดร่างของคนที่เขาเพิ่งรับรู้ว่าไม่ปรารถนาจะปล่อยให้อีกฝ่ายจากไปสักนิด

                ...ฉันรักนาย...

                หลังจบรอบGroup State ค่ำคืนสุดท้ายที่ปารีส บนสะพานเหนือแม่น้ำแซน พวกเขาจูบกันครั้งแรกและครั้งสุดท้าย เพื่อที่จะบอกลาจากทุกความรู้สึกอันครุมเครือนี้ชั่วนิรันด์... 

*************

                ปีที่ยาวนานของการแข่งขันจบลง ทั้งWorld championships และการแข่งAll star

น่าเสียดายว่าแม้จะเป็นFnaticชุดที่ทำให้เกิดตำนานไร้พ่ายในยุโรป แต่ก็ไม่สามารถไปคว้าเอาแชมป์โลกเหมือนFnaticชุดตำนานได้

                แต่ถึงจะผิดหวังอยู่บ้าง ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไป และการแข่งในปี2016ก็รอเขาอยู่

ประตูบ้านพักถูกเปิดออก แม้จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย และสมาชิคออกไปถึงสามคน ทว่าบ้านพักในตอนนี้ก็ยังคงเป็นหลังเดิม

                เฟอร์นิเจอร์ยังคงถูกจัดวางอยู่ในตำแหน่งที่ควรเป็น การตกแต่งเรียบง่ายแต่หรูหรา แต่ข้าวของบางอย่างที่เคยมีกลับไม่มีเสียแล้ว หมอนที่เคยคาดอยู่บนพนักพิงของเก้าอี้ สกินแคร์แบรนด์เกาหลีที่เคยวางอยู่บนโต๊ะ และอื่นๆอีกมากมาย

                Rekklesหลับตาลง อดคิดไม่ได้ว่าความเป็นบ้านของที่นี่ในความรู้สึกของเขาลดลงไปหลายส่วน

ชีวิตต้องดำเนินต่อไป...

                เขาเอากระเป๋าไปเก็บ ถอดเสื้อโค้ทยี่ห้อโปรดอย่างZaraออก แล้วตรงไปยังห้องซ้อม

และหวังว่ามันคงใช้เวลาไม่นาน ที่เขาจะเลิกคิดถึงใครบางคน...

 =End=

 

:Special part:

                “จริงสิ ตอนนั้นนายยังลังเลที่จะย้ายทีมอยู่เลย ทำไมอยู่ๆก็ตัดสินใจย้ายซะงั้น”

Reignoverเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ เลิกคิ้วขณะมองHuni คู่หูทอปเลนของเขาที่อยู่ๆก็ถามขึ้นมา

“คิดไงถึงมาถามเอาป่านนี้”เขาถามกลับ ส่วนอีกฝ่ายก็ยักไหล่เป็นเชิงว่าจู่ๆก็นึกได้เลยถาม
“ก็ไม่มีอะไร เงินดี อาหารเยี่ยม และเพื่อนร่วมทีมก็ไม่เลว”
Junglerตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก แล้วจึงกลับมาจ้องหน้าจออีกครั้ง ส่วนHuniเองก็ไม่ได้สนใจจะถามต่อ

                การย้ายมาNAเพื่อเล่นให้กับทีมImmortalนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย อย่างแรกเลยคือการเผชิญกับเสียงตอบรับด้านลบจากแฟนๆทีมfnatic ซึ่งก็มีบางส่วนที่เคารพการตัดสินใจของเขาและHuni แต่ก็มีหลายคนที่ถึงขั้นด่าทอ ส่วนข้อดีก็ตามที่เขาพูดไป ชีวิตที่อเมริกานั้นดีมาก ทั้งการดูแลของทีมงาน เพื่อนร่วมทีมที่สไตล์การเล่นเข้ากันดี และผลงานที่ออกมาก็เป็นการเปิดตัวทีมใหม่อย่างโดดเด่น

                แต่ถ้าพูดถึงปัจจัยที่ทำให้เขาตัดสินใจย้ายมา นอกจากเพราะข้อดีทั้งหลายแล้ว ก็ยังต้องบอกว่าเกี่ยวกับคนอีกคน

นึกย้อนไปถึงคืนสุดท้ายที่ปารีส สมัยที่เขายังเล่นให้Fnaticและเพิ่งจบรอบGroup StageของWorld championships 2015 วันนั้นเขาได้ลองถามRekklesว่าควรจะย้ายมาดีรึเปล่า

                เขายอมรับว่าทั้งความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างเขาและRekklesตอนนั้นค่อนข้างสับสน พวกเขาสนิทกันมาก และรู้สึกว่าความใกล้ชิดพวกนั้นเริ่มทำให้ความรู้สึกที่มีต่อกันมันมากจนเกินเส้นแบ่งของคำว่าเพื่อน ทว่าท่าทีที่เหมือนจะเข้าใกล้ เกือบจะยอมรับ ทว่าสุดท้ายก็ถอยห่างไปของอีกฝ่ายทำให้มันไม่ชัดเจน และเขาก็ไม่กล้าพูดอะไร

                กระทั่งตอนนี้ เขาเองก็ยังไม่แน่ใจว่า ถ้าหากในคืนนั้นRekklesรั้งเขาไว้ บอกว่าเขาไม่ควรไป ในตอนนี้ ในเวลานี้ เขาจะอยู่ที่อเมริกา หรือยังคงเล่นให้กับFnaticต่อไป

                เผลอยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก แล้วขยับยิ้มเล็กน้อย ขณะที่กดรีทวิตของคนที่กำลังนึกถึง
ถึงจะน่าเศร้า ทว่าทุกสิ่งก็ผ่านมาแล้ว และอีกไม่นานหรอก เมื่อได้พบหน้ากันอีกครั้ง อาจจะที่
MSI, World championships  หรือสักการแข่งขัน เมื่อพวกเขาได้พบหน้ากันตรงๆอีกครั้ง ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก็จะกลายเป็นเรื่องของอดีตที่สามารถนำมาคุยเล่นกันได้ หัวเราะด้วยกันได้ และลืมไปว่าครั้งหนึ่งเคยเจ็บปวดและเสียน้ำตาให้มันไปมากขนาดไหน

เขาหวังว่าอย่างนั้นและทุกสิ่งก็จะเหลือเพียงความทรงจำที่ว่า ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยมีความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน ร้องไห้ให้แก่ความเด็กและความขี้ขลาดเกินกว่าจะยอมรับความรู้สึกของกัน

และครั้งหนึ่งที่ฉันเคยรักนาย มาร์ติน ลาร์สสัน

___________________________________


Talk: ปัจจุบันทั้งสองคนก็ยังใช้ชีวิตในการแข่งขัน คนนึงอยู่NA คนนึงอยู่EU มีแซวๆผ่านทวิตเตอร์กันนิดหน่อย(เรนจ์ไม่ค่อยเล่นค่ะ จะแว่บๆมาบอกว่าวันนี้จัดสตรีมเฉยๆ) แฮปปี้ดีไม่มีดราม่า(เท่าที่จะสามารถส่องได้นะคะ55) ทั้งหมดทั้งมวลในฟิคคือการมโนล้วนๆ TvT 

 

 

               

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ReignOverME จากทั้งหมด 66 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 ghoul yori :) (@0991544485) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 08:50
    แหมะ เพลเยอร์ ก็ไม่เว้นนะเรา 5555 เราชอบมาร์ตินนะ
    มองลึกไปในดวงตาเขาสิ กัญชาแบ่งๆกันได้นะคะ 555 อ้าวไม่ใช่
    งานดีมากๆค่ะ ชอบมากๆ คู่นี้ไม่คิดเล้ยยยว่าจะมีคนแอบอวยด้วยเหมือนกัน
    เราคนนึงนั่นแหละ 5555
    #2
    0
  2. #1 LuEvanof
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2559 / 00:49
    ไรท์จ๊ะเราอยากบอกว่ารู้สึกเจ็บหน่วงที่ใจมากตอนอ่านถึงเรนจ์จะย้ายแล้วว่ามาถามความเห็นจากเลคคือแบบ..feelingมันใช่อ่ะTwT เราเข้ามาอ่านหลายรอบแหละแต่ไม่ได้คอมชะที#แค่ก เราชอบอ่ะชอบมากเลยไรท์แต่งได้เข้าถึงfeelของตัวละครอ่ะถึงมันจะเป็นแค่คู่มโนก็ตาม(แต่เราก็แอบอวยอยากให้เขาคบกันจริง#ผิด55) เราก็มีความรู้สึกแบบไรท์น่ะที่ว่า พวกเขาอยู่ด้วยกันแล้วน่ารักมุ้งมิ้งมากมันเป็นโมเม้นที่โบแมนที่สุดเลยค่ะ>.,<) ออร่าความน่ารักของเรนจ์และเลคมันทำให้ใจชื่นบาน (=////=) เราชอบเรนจ์มากกกกก(ก.ไก่ล้านตัว)ยิ้มน่ารักหน้าตางี้ฟุ้งฟิ้งกระดิ่งแมวฟุดๆ #อ๊ากกก เราจะไม่ทนกับความน่ารักแบบนี่!!! ท้ายที่สุดเราเป็นกำลังใจให้ไรท์น่ะค่ะสู้ๆค่ะ&#9825; ชูป้าย!!"เลคเรนจ์บันไช"\(>0<)/
    #1
    0