คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic] LOL League of Legends : Beautifully Scarred - Talon x Katarina

โดย ReignOverME

รอยแผลแต่ละรอยบอกเล่าเรื่องราวของนักฆ่า... เช่นนั้นแล้วรอยแผลบนหัวใจเล่า จะหน้าตาเป็นเช่นไรกัน... [ Talon/Katarina ]

ยอดวิวรวม

588

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


588

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


8
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 มี.ค. 59 / 21:20 น.
นิยาย [Fic] LOL League of Legends : Beautifully Scarred - Talon x Katarina [Fic] LOL League of Legends : Beautifully Scarred - Talon x Katarina | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



'หากว่ามีรอยแผลอยู่บนหัวใจแล้วล่ะก็ 

รูปลักษณ์ของมันย่อมเป็นลวดลายแห่งดอกกุหลาบ'



:Credit::

แปลจากBeautifully Scarred By Vaness Vanitas




Talk: สวัสดีค่ะ แปลมาอีกคู่ที่เราชอบจากLOL เราไม่ชิพคู่กาเร็นกับคาตาริน่าค่ะ เราชอบทาลอน นานๆทีจะเจอฟิคคู่นี้แถมภาษาดีมากกก เลยหยิบมาแปลค่ะ
อาจแปลไม่เป๊ะมาก ต้องขออภัยนะคะ เราอ่านตามความเข้าใจและแปล ไม่ค่อยมีเวลาตรวจทานค่ะ
ถ้าชอบอย่าลืมคอมเม้นท์น้า อยากรู้มีใครชิพคู่ทาลอนกับคาตาริน่าบ้าง ในไทยเห็นส่วนมากไปชอบกาเร็นกัน ฮรืออ  ;w; 



เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 มี.ค. 59 / 21:20




แผลเป็นอันงดงาม



-หากว่ามีรอยแผลอยู่บนหัวใจล่ะก็ รูปลักษณ์ของมันย่อมเป็นลวดลายแห่งดอกกุหลาบ-

         

     นางช่างงดงาม...

                เขาพินิจอย่างช้าๆ ด้วยนัยน์ตา ด้วยปลายนิ้ว ด้วยริมฝีปาก และด้วยความอ่อนโยนจากจิตสำนึกแห่งนักฆ่า มโนสำนึกแห่งคนรัก   
                ทุกรอยแผลเป็นที่แต่งแต้มอยู่บนร่างของคาตาริน่า พวกมันหายดีโดยทิ้งร่องรอยสีเข้มกว่าสีผิวของเธอ แต่ละแห่งล้วนแล้วแต่เป็นสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ ถึงร่างไร้ชีวิตใต้คมมีดของนาง ถึงช่วงเวลาที่นางคว้าชัยกลับมาจากสงคราม การต่อสู้ และการลอบสังหาร ทุกรอยเย็บหยาบๆล้วนบอกเล่าเรื่องราวให้จดจำนับไม่ถ้วน และมันช่างงดงาม...

               
มือของเขามักเย็นเยียบเสมอเมื่อเทียบกับความร้อนจากร่างของนาง ซึ่งมันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และเมื่อนิ้วของเขาแตะสัมผัส นางสั่นน้อยๆ หากก็มิได้ขยับหนีในทันที
               
ในความมืดมิดเช่นนี้เป็นการยากที่จะมองหาสิ่งที่ต้องการ และท้ายที่สุด ปลายนิ้วของเขาก็ไม่ได้แตะลงบนรอยแผลซึ่งเขาจดจำมันได้อย่างชัดเจน เมื่อเขาเป็นคนหนึ่งที่สร้างมัน บาดแผลแรกที่เขาทิ้งไว้บนตัวนาง หากมิใช่แผลสุดท้าย ไม่มีสุดท้าย...
                เขาจดจำถึงวันที่คมมีดของตนกรีดผ่านผิวเนื้อของนาง รสชาติของโลหิตที่หลั่งรินด้วยน้ำมือเขา มันเป็นความรู้สึกอันน่าพึงใจ เมื่อเห็นสีชาดค่อยๆซึมจากลำคอของนาง ยามมองนัยน์ตาของนางที่เต็มไปด้วยความตกใจ ไม่อยากเชื่อ และโทสะ เมื่อรับรู้ถึงแรงกกดดันว่าเขาสามารถพรากชีวิตนางได้ มันช่างวิเศษ เพียงแค่ความคิดที่จะจบชีวิตของนาง ความน่ารำคาญอันไร้ที่สิ้นสุดของนาง ทว่าสุดท้ายแล้วเขากลับมิได้ลงมือ ได้เพียงแต่ทิ้งบาดแผลแทนคำตักเตือนไว้ตรงนั้น บาดแผลที่เหลือร่องรอยเอาไว้อย่างงดงาม ทอดตัวลงไปถึงลาดไหล่และกระดูกไหปลาร้า

                เขาเกลียดนางเหลือเกิน... ครั้งหนึ่ง เมื่อนานแสนนานดังผันหมื่นปี...
เขาชิงชังความหยิ่งทระนงของนางเหลือเกิน ความหุนหันพลันแล่นของนาง ความดื้อรั้น ที่ถึงขนาดว่าเขาไม่สามารถทนอยู่ใกล้นางได้ กับการทะเลาะเบาะแว้งและการหาเรื่องแบบเด็กๆซึ่งไม่มีที่สิ้นสุดเสียจนเขาต้องหลบไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง หรือบอกให้นางหยุดเพื่อเห็นแก่สุขภาพจิตของตน จนในที่สุดเขาก็ก้าวออกมาจากห้องพักตระกูลดู กูตูว์ ทิ้งไว้เพียงห้องอันว่างเปล่าและกลับมาอาศัยในสลัมของน็อคซัส... เขาเกลียดนางเหลือเกิน!
                ชิงชังในทุกหยดเลือดและไขกระดูก เพราะเกลียดชังจึงโต้ตอบทุกคำพูดอันเฉียบคมของนางด้วยความรุนแรง เกลียดชังจึงยิ้มเยาะเย้ยหยันนางแม้กับความผิดเพียงเล็กน้อยที่นางได้กระทำ นางคืนกลับทุกคมมีดที่เขาเคยฝังมันในร่างนางมากกว่ายี่สิบครั้ง และมันไม่เคยเพียงพอ...

นิ้วของเขาลูบไปตามผิวเนื้อที่ไม่สม่ำเสมอของนางอย่างเงียบงัน ใคร่ครวญ โดยไร้ซึ่งถ้อยคำ
               
มากกว่าความทรงจำซีดจางที่ฝังลงในวิญญาณของพวกเขาดั่งรอยแผลเป็นที่อยู่บนร่างนั้นคือความเจ็บปวด ความชิงชัง กระหายเลือด ความตาย พวกเขาพูดถึงบางสิ่ง กล่าวถึงบาดแผลพวกนั้น ซึ่งมีมากมายเกินกว่าที่นางจะเล่าถึงเรื่องราวของพวกมันได้ทั้งหมด

สำหรับนักฆ่าอย่างพวกเขาแล้ว มันง่ายมากที่จะบาดเจ็บกลับมา...

                ทาลอนพร่ำเอ่ยชื่อของนาง หากแผ่วเบาจนเกือบจมหายไปใต้ลมหายใจของเขา กระนั้นเขาก็รู้ว่านางจะได้ยิน นางได้ยิน แต่ไม่ตอบอะไรกลับมา
               
คำพูดเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็น... เขาจับเส้นผมสีแดงเพลิงของนางขึ้นมาเล่นอย่างไร้เหตุผล ม้วนมันในความว่างเปล่า ราวกับว่าเขาเพียงปล่อยวางและยอมรับช่วงเวลาแห่งความเงียบสงบอันน่าอัศจรรย์ที่ทอดกายลงระหว่างคนทั้งสอง เขาสางปลายผมสีแดงเข้มที่ไหล่ของเธออย่างแผ่วเบา กระทั่งกลายเป็นการลูบเส้นผมของนางอย่างเงียบงันที่มีเพียงเสียงหอบหายใจดังอยู่ในโสต
      เขารู้สึกได้ ด้วยสัมผัสเฉียบคมของนักฆ่า ว่าร่างของนางหายเกร็งและยอมรับอ้อมกอดของเขาแม้จะลังเล และนั่นทำให้เขายิ้มออกมา
               
รอยแผลอีกรอยทิ้งตัวอยู่ตรงนี้ เหมือนที่เขาจำได้ว่ามีอยู่ ร่องรอยของผิวหนังที่ไม่อาจรักษาได้ ถูกสร้างขึ้นจากพลังเวทย์ของผู้วิเศษแห่งเดอร์มาเซีย เขาจำราตรีนั้นที่เกือบคร่าชีวิตของพวกเขา คืนที่เขาบาดเจ็บหนักถึงขั้นที่ว่าไม่รับรู้สิ่งอื่นใดนอกจากความเจ็บปวด เจ็บปวด เจ็บเสียจนปรารถนาให้มีใครสักคนอยู่ตรงนั้นและฆ่าเขาเสียเพื่อยุติความเจ็บนี้ โลหิตอาบย้อมนัยน์ตา ปลกคลุมทุกทัศนวิศัยด้วยสีแดงอันขุ่นเข้ม และเขาจำได้เลือนรางว่ากระทั่งเส้นผมของนางยังพร่ามัวด้วยสีแดง ซึ่งนั่นคือทั้งหมดที่อยู่ในควาใมรงจำของเขา
      เขาไม่อาจจดจำช่วงเวลาที่นางพาเขาหนีไป  หลบซ่อนระหว่างตรอกซอกซอยอันไม่คุ้นชินในต่างแดน การมีชีวิตรอดช่างราวกับความสิ้นหวัง
 
การที่นางลากเขากลับไปน็อกซัสและฉุดเขาขึ้นมาจากประตูแห่งความตาย เขาอาจไม่รู้ว่านางทำได้อย่างไร แต่เขาก็ไม่ได้ตาบอดถึงขั้นที่จะละเลยไหล่ที่ถูกเผาจนเป็นแผลฉกรรจ์ของนาง และเขาตระหนักได้ว่านางลงมือจัดการทุกสิ่งได้อย่างง่ายดาย เท่าที่นักฆ่าแห่งน็อคซัสสมควรเป็น
                เขาเชื่อนาง เขาไว้ใจนางมากเท่าที่จะเชื่อในกำแพงหินแข็งๆเย็นเยียบที่ด้านหลังของเขา มากเท่าที่เขาเชื่อมั่นในมีดของตน เชื่อมั่นในตัวนางเหมือนที่เขาเชื่อในทักษะการฆ่าของตนเอง หรือบางทีเขาอาจเชื่อได้เพียงนางเท่านั้น ชายคนหนึ่งที่ไม่เคยเชื่อในชีวิตราวกับว่าตัวเองตายไปแล้ว เขาที่เสียเวลาหลายปีไปกับการถูกโกหก ถูกทอดทิ้ง และถูกทรยศหักหลัง กระนั้นเขากลับเชื่อในตัวนาง เชื่อว่านางจะไม่มีวันฝังมีดลงบนหลังเขา มันช่างโง่เขลาและไร้เหตุผลที่จะคิดเช่นนั้น ทว่าเขากลับไว้ใจนาง
                เขาจรดริมฝีปาก เรียวปากที่เย็นจัดเช่นเดียวกับปลายนิ้ว สัมผัสลงบนผิวของนางที่สั่นเล็กน้อย และหัวเราะเบาๆ จากนั้นจุมพิตแผ่วเบาก็แตะลงบนแผ่นหลังของนาง ฝ่ามือของนาง ต้นคอของนาง และหน้าอกของนาง ที่ด้านซ้าย ณ ตำแหน่งของหัวใจ และเขารับรู้ได้ถึงจังหวะชีพที่เต้นอยู่ใต้เนื้อหนัง

                เขาประจักต์ว่านางยังคงมีชีวิตอยู่ และนั่นก็เพียงพอ แม้ว่าจุมพิตนั้นจะแสนเย็นเยียบและแผ่วจางดั่งเกล็ดหิมะสุดท้าย ณ ยามสารท
                ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะร้องขอนอกจากให้นางมีชีวิตอยู่ ให้นางหายใจ หัวใจเต้น โลหิตยังไหลเวียนอยู่ในหลอดเลือด ให้นัยน์ตาของนางยังคงทอประกายแสงด้วยเปลวเพลิงสีมรกต และทุกก้าวย่างของนางเต็มไปด้วยความทระนงมาดมั่น แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องแสนธรรมดาสำหรับพวกเขาที่จะพบกับความตายอย่างรวดเร็ว ตายอย่างทรมาณ

                ด้วยมือเพียงข้างเดียวนั้น ทาลอนไล่ไปตามรอยแผลยาวบนท้องของนางซึ่งถูกสร้างโดยดาบคมกริบที่เกือบหันผ่าร่าง และถึงแม้มันจะไม่ได้เป็นเช่นนั้น แต่เลือดแดงฉานยังคงไหลรินอย่างน่ากลัว ร่างของนางบิดเบี้ยวผิดรูปร่าง และน้ำเสียงของนางแปรเปลี่ยนเป็นการกรีดร้องอย่างแสนทรมาณ

อีกวัน... หรือสัปดาห์ เขาคิดว่านางกำลังจะตาย

                เขามองเห็นถึงพิธีศพอันสมฐานะของนาง เช่นเดียวกับแม่ทัพรายอื่นๆของน็อกซัส คลื่นควันลอยออกจากเสา เขามองเห็นเหล่าทหารที่ตั้งแถวอย่างสงบเพื่อน้อมส่งซินิสเตอร์เบลดผู้ต่อสู้เพื่อประเทศชาติของนาง และพวกเขาทำความเคารพต่อร่างที่กำลังถูกเปลวเพลิงแผดเผาอย่างมิลังเล เขาเห็นใบหน้าของนาง ความซีดขาวกัดกินทุกเฉดสีที่เคยมีอยู่ และเขากำลังกุมมือของนางเอาไว้ระหว่างสองมือของตน สัมผัสถึงความหยาบกร้านและหยาดเลือดจากมือของนักฆ่า แล้วท้ายที่สุดนั้น ผิวที่เคยอบอุ่นของนางกลับเย็นจนเท่ากับอุณภูมิจากร่างเขา เขาหลับตาลงและไม่มีสักหยดน้ำตาที่จะหลั่งรินให้แก่ความตายที่พรากนางไป
                เขาหยุดนิ้วมือลงอย่างระมัดระวังที่สุด ณ ตรงรอยอันน่ากลัวที่ทิ้งไว้เบื้องหลังบาดแผล และกดมันจนสัมผัสถึงเลือดที่ไหลเวียนอยู่เบื้องล่าง ความอบอุ่น ชีวิต จากนั้นจึงไล่มือไปยังเอวของนาง หยุดอยู่ตรงนั้นด้วยความหล้าหาญที่ไม่หลงเหลืออยู่อีกแล้ว
                มันราวกับ... ราวกับว่าเขากำลังละเมิด ราวกับว่าเขากำลังจะทำลายเส้นแบ่งที่มองไม่เห็นซึ่งเคยมีอยู่ลง และเขาไม่แน่ใจว่านางต้องการหรือไม่ เขาไม่มั่นใจว่าตนเองต้องการหรือไม่...

                มีนามนับพันที่พวกเขาใช้เรียกดูหมิ่นอีกฝ่ายอย่างลับๆ หากเมื่อไหร่ก็ตามที่มีบุคคลอื่นอยู่ด้วย เขามักเรียกนางว่าท่านหญิง ดู กูตูว์ หรืออย่างน้อยก็ต้องเป็นท่านคาตาริน่า พวกเขานั้นแตกต่าง แตกต่างกันเหลือเกิน และเขาเองก็รู้ เขารู้ว่านางเกิดมาในชีวิตที่ต่อให้เขาพยายามต่อสู้ดิ้นรนมากเพียงไหนก็มิอาจได้มา ชีวิตที่ไม่รู้ว่าสิ่งใดคือการต่อสู้กับหนูในท่อระบายน้ำเพื่อแย่งชิงอาหาร ชีวิตที่สูงส่งราวกับก้อนเมฆซึ่งเขาแหงนหน้ามองจนปวดคอก็มิอาจมองเห็น ชีวิตที่แสนสวยงาม เขารู้ว่าเด็กชายคนหนึ่งที่ปีนป่ายขึ้นมาจากกองขยะของน็อกซัสไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้ และเขาเองก็คงไม่สนใจมันเสียด้วยซ้ำ ถ้าหากว่าคนผู้นั้นมิใช่นาง...

บางที เพราะว่าเป็นคาตาริน่า ดู กูว์ตูว์ เขาจึงใส่ใจและหยุดอยู่ที่นี่ เพิกเฉยต่อคำขู่และวาจากถากถางของนาง

                แต่ในทางกลับกัน เขาเองไม่มีแม้แต่โอกาสที่จะหยุดอยู่ที่นี่หากคนผมแดงไม่อนุญาติ และด้วยความคิดนี้เองที่ทำให้เรียวปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มอันบิดเบี้ยว แล้วจึงดึงมือกลับมา ซึ่งนั่นทำให้นางหัวเราะ
                แสงจันทร์ที่ทอดเงาอย่างฉับพลันส่องผ่านหน้าต่าง และทั้งห้องก็พลันสว่างขึ้นแม้เพียงเล็กน้อย เขาหันมา ในเวลาเดียวกับที่รอยโค้งจางๆสุดท้ายบนเรียวปากของนางกลายเป็นสีเงินใต้เงาจันทร์ และมันงดงาม... และนางช่างงดงาม...

                นางเป็นเช่นนี้เสมอ บาดแผลที่ลากยาวผ่านนัยน์ตานั้นมิอาจพรากความงามนั้นไปได้แม้แต่น้อย เขามองไปที่นาง มองจอมทัพผู้อ่อนเยาว์แห่งกองกำลังน็อกซัส คมมีดของนางลอยแหวกผ่านอากาศราวเสียงร่ำไห้จากสนามรบ ฝีเท้าของนางเหยียบย่ำระหว่างความตายซึ่งนำทางไปสู่เป้าหมาย เขาเห็นนางหมุนตัว เหมือนกับศิลปินบนเวทีซึ่งกำลังร่ายรำ เพียงแต่การร่ายรำของนางนั้นคือหยาดเลือดและความตายซึ่งทำให้ดอกบัวมรณะบานสะพรั่งท่ามกลางไฟสงครามที่ลุกลามอย่างดุเดือด หากเขาก็ยังเห็นนางอย่างที่นางเป็น ดื้อดึง น่าสะพรึงกลัว อันตราย กระนั้นก็ยังคงงดงามในฐานะของนักฆ่า
                เขาต้องการนางเสมือนที่ต้องการอากาศ อาหาร และความกระหายเลือด ต้องการนางเพื่อทำให้จิตใจของเขาเฉียบคม ให้ใบมีดของเขาโหดเหี้ยม ให้หัวใจของเขาเต้น เขาต้องการนาง ต้องการดวงตาอันแผดเผาของนาง ต้องการลิ้นอันเฉียบคมและใบมีดที่เริงระบำของนาง ต้องการให้นางอยู่ที่นี่... เพื่อให้เขาเกลียดชัง... เพื่อให้เขารัก...

                หากเขามิได้ต้องการให้นางต้องได้แผลเพื่อเขา...
เขามิได้ต้องการให้นางทำลายเขาด้วยความรัก หรือด้วยความรู้สึก และตอนนี้นางจากไปแล้ว วิญญาณของเขาเกิดรอยแผลเป็นที่ไม่เคยมีมาก่อน จิตใจของเขาสั่นไหว มีดของเขาทึมทื่อ และหัวใจของเขาอ่อนล้า

                "ไปซะ"นางกระซิบ หากน้ำเสียงนั้นกระด้างเพื่อให้วาจานั้นเป็นคำสั่งมิใช่คำร้องขอ และมันทำให้เขาลุ่มหลง วิธีการที่นางเอื้อนเอ่ย วิธีการที่เรียวปากขยับเพื่อเปล่งวาจา

      "ทิ้งข้าไว้ที่นี่ ทาลอน ไปยังที่ๆเจ้าต้องการ ไปตามหาพ่อของเจ้า หาสิ่งที่เจ้าจะอุทิศคมมีดให้"

เขาสัมผัสได้ถึงความกรุ่นโกรธเหมือนเด็กๆระหว่างคำพูดของนาง และหัวเราะเบาๆ
                "ข้าจะไป"เขาตอบ และเป็นครั้งสุดท้าย เขาลากปลายนิ้วไปตามรอยแผลที่พาดผ่านนัยน์ตาซ้ายของนาง สัญลักษณ์ของความภาคภูมิแห่งความอัปยศ เป็นปีที่เขาเย้ยหยันนางด้วยรอยแผลนี้ สิ่งที่สะดุดตาที่สุดอันเป็นหลักฐานว่านางทำให้ประเทศชาติและตระกูลผิดหวัง หลักฐานว่านางเคยใจร้อนและประมาท หลักฐานว่านางเติบโตขึ้น จากเด็กสาวสู่ซินิสเตอร์เบลดแห่งน็อคซัส ตลอดหลายปีที่ผ่านมาซึ่งพวกเขาทั้งทะเลาะและร่วมมือกัน ทั้งรักทั้งเกลียดชังซึ่งกันและกัน เขารู้ว่านางเปลี่ยนไป และเขามิอาจพูดสิ่งอื่นใดได้นอกจากว่าตัวเขาเองก็เช่นกัน


เขาลืมตาขึ้น คาตาริน่ามิได้อยู่ที่นี่

เขารักนาง

และนางช่างงดงามเหลือเกิน...

 

-จบ-

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ReignOverME จากทั้งหมด 66 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 แอลซินอาร์ (@bennett13) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 23:09
    จะฟินก็ยังเก็ทไม่หมด ทำไมคาตาตายแล้วหายไป? งง
    #3
    0
  2. #2 Mygood
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2559 / 10:37
    เราเป็นคนนึงที่ชิฟคู่นี้ ชิฟเบอเเรงมาก

    เเต่หาฟิคอ่านยากจริง ;w;
    #2
    0
  3. #1 RUSEVEL
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 22:10
    ร้องไห้เลยกูว เข้าใจละว่าทำไมผัวถึงบอกว่า ทาลอนกับคาตาเป็นผัวเมียกัน ตอนแรกนึกว่ากาเรน
    #1
    0