คัดลอกลิงก์เเล้ว

[Fic] Touken Ranbu: Memory of Tsubaki [TsuruMika]

โดย ReignOverME

สีขาวอาบซับชาดก่ำฉาน...จันทร์เสี้ยวจรจานสู่แผ่นผืน...อดีตผ่านเลยล่วงล้วนลาลืม...มิตรในคืนก่อนเก่า ไร้เหลียวแล.... [ Tsurumaru x Mikazuki ]

ยอดวิวรวม

1,208

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,208

ความคิดเห็น


10

คนติดตาม


37
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  7 มิ.ย. 58 / 14:38 น.
นิยาย [Fic] Touken Ranbu: Memory of Tsubaki [TsuruMika] [Fic] Touken Ranbu: Memory of Tsubaki [TsuruMika] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
椿の記憶

"ความทรงจำแห่งดอกสึบากิ"


สีขาวอาบซับชาดก่ำฉาน
จันทร์เสี้ยวจรจานสู่แผ่นผืน
อดีตผ่านเลยล่วงล้วนลาลืม
มิตรในคืนก่อนเก่า ไร้เหลียวแล....



Author: ShinAi

Fandom: Touken Ranbu

Pairing: Tsurumaru Kuninaga X Mikazuki Munechika

Rate: PG-13

Talk: สึรุมิคานะคะ เรานิยมปู่เคะตลอดศกค่ะ แต่งด้วยความมึนเมายามค่ำคืนอีกแล้ว อยู่ๆก็อยากเขียนคู่นี้ค่ะ(คงเพราะมิคาสึรุเต็มไปหมดแต่ไม่ค่อยเห็นสึรุมิคาด้วยมั้ง เรามันชอบคู่ไม่แมสสินะ แต่งเองซะเลย อะไรแบบนี้ ฮาา) พล็อตมึนๆไปบ้างขออภัยค่ะ เน้นงานมโนเป็นหลัก-w-




ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ถ้าอ่านแล้วคอมเม้นท์เป็นกำลังใจสักนิดจะดีมากค่าา











เนื้อเรื่อง อัปเดต 7 มิ.ย. 58 / 14:38




สีแดง...
ลอดลายม่านอันบางเบานั้นคือสีแดง กลีบดอกสึบากิที่บานสะพรั่งเบื้องนอกก็ยังเป็นสีแดงอันสดสวย งดงามพิสุทธิ์สูงไร้การเสแสร้ง...
                ชั่วขณะหนึ่งที่จันทราครึ่งเสี้ยวเบือนมาประสบตรงหน้า แม้เพียงมีริ้วม่านแพรกางกั้น หากกลับแทรกซึมลงสูงจุดลึกที่สุดของหัวใจ กลืนกินทุกห้วงความคิดหรือกระทั่งลมหายใจเข้าออก...

สึรุมารุ สึรุมารุตัวน้อย...
เสียงเรียกซ้ำๆทำให้ผู้กำลังเหม่อลอยหลุดจากภวังค์ นัยน์ตาสีทองกระพริบปริบๆ เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ตนจับจ้องอยู่เมื่อครู่ไม่อยู่แล้ว จึงเบือนมามองหญิงสาวที่กำลังยิ้มน้อยๆอย่างรู้ทัน
                “งามมากใช่มั้ยล่ะนางเอ่ย พลางอุ้มร่างเล็กๆสีขาวขึ้นมานั่งบนตักเหมือนที่มักทำอยู่เสมอ
เขาเป็นใครหรือ ท่านซานิวะ
มองดูเด็กน้อยในอ้อมแขนแล้วก็หัวเราะออกมา มือบางลูบเส้นผมสีขาวเบาๆ พร้อมตอบ
ดาบผู้ครองความงามหนึ่งในใต้หล้า มิคาสึกิ มุเนะจิกะ
มิคาสึกิ มุเนะจิกะ
กะเรียนน้อยเอ่ยทวนนามนั้น นามที่ไพเราะเฉกเช่นรูปลักษณ์ที่ปรากฏ
เมื่อข้าเติบโตขึ้น จะได้สู้รบเคียงข้างคนผู้นั้นมั้ย
คำถามที่มุ่งมั่นเกินตัว กับดวงตาคู่โตที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความจริงจัง
นั่นสินะ...ซานิวะเจ้าของเรือนโคลงศรีษะเล็กน้อย ทำไมสึรุมารุไม่ลองถามเขาดูล่ะ
คำพูดที่ทำให้ใบหน้าเล็กๆหันมาค้อนขวับ
ท่านซานิวะจงใจแกล้งข้านี่หน่าเสียงแหลมสูงว่า คนที่มีอำนาจสั่งทัพก็คือท่านไม่ใช่หรอ
ทำไมต้องให้ข้าไปถามเขาเองด้วย...
ผู้ที่งดงามเช่นนั้น สูงศักดิ์เช่นนั้น เขาไม่กล้าเข้าไปคุยตรงๆหรอกนะ...
                “เอ๋ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้าเด็กแสบคนนั้นกันเนี่ยท่าทางงอนๆของจิตวิญญาณแห่งดาบช่างน่ารักยิ่งในสายตาคนมอง จนอดไม่ได้ที่จะเย้าแหย่ เจ้าไม่กล้าหรือไง สึรุมาตัวน้อย
ดั่งศรปักจึกกลางใจดวงเล็ก ตรงเสียจนอ้ำอึ้งเถียงไม่ออก สุดท้ายจึงได้แต่ดิ้นขลุกขลักหลุดจากอ้อมแขนที่กอดรัด แล้ววิ่งออกจากเรือนไป
ข้าไม่คุยกับป้าแก่อย่างท่านแล้ว!
โดยไม่วายทิ้งทายไว้อีกประโยคที่ทำให้ขมับของหญิงสาวเต้นตุบๆ รอยยิ้มบนเรียวปากกระตุกค้าง
“...”
สึรุมารุเอ๋ย... ข้าอายุน้อยกว่าเจ้าเป็นพันปีเชียวนะ
ผู้มาจากอนาคตได้เพียงกุมศรีษะด้วยความปวดเศรียรเวียนเกล้า...

********


ท่านซานิวะทำไมชอบแกล้งเขาอยู่เรื่อย
กระเรียนน้อยบ่นงึมงำอยู่ในใจ สองขาย่ำไปตามพื้นระเบียงที่มีกลีบดอกไม้ถูกลมพัดขึ้นมาติดอยู่
ยามฤดูใบไม้ผลิ บุปชาตินานาชนิดที่ถูกปลูกไว้ในสวนบานสะพรั่ง โอบล้อมตัวเรือนด้วยสีสันอันงดงามละลานตา หากที่เด่นที่สุดคงเป็นสึบากิสีแดง...
โดยเฉพาะที่อยู่ในมือขาวผ่องข้างนั้น...
                สึรุมารุหยุดชะงักเมื่อพบว่ามีร่างของคนผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่ริมระเบียง 
อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มเช่นเดียวกับเรือนผม นัยน์ตาดั่งเงาจันทร์ทอดมองไปยังหมู่ดอกไม้ ในมือข้างหนึ่งคือดอกสึบากิแดงสดที่ตัดกันกับสีผิว
กระทั่งอากัปกริยาที่เบือนนัยน์ตามองมาทางนี้ก็ยังคงงดงามไร้ที่ติ...
                “อ้าว...
เสียงนั้นใสกระจ่าง กังวาลก้องแม้เพียงเอื้อนเอ่ยอย่างแผ่วเบา
นั่นเด็กน้อยที่อยู่หลังม่านเมื่อครู่ไม่ใช่หรือ
เมื่อตระหนักได้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดกับตน ร่างสีขาวนั้นจึงได้ค่อมศรีษะลงอย่างเก้อเขิน
ส...สึรุมารุ คุนินากะขอรับ
กระทั่งเอ่ยนามของตัวเองก็ยังติดขัดจนน่าหัวเราะ
สึรุมารุ... ข้าเคยได้ยินท่านซานิวะเคยพูดถึงเจ้ามิคาสึกิยิ้ม ก่อนกวักมือเรียกร่างเล็กให้เข้ามาหา ถ้าเจ้าว่างก็นั่งลงสิ ข้ากำลังไม่มีคนคุยด้วยพอดี
                สึรุมารุเดินเข้าไปตามคำเชิญ การไม่ได้เตรียมใจมาก่อนทำให้เขาไม่รู้จะพูดอะไรดี
ท่าทางก้มหน้าสงบถ้อยคำนั้นทำให้ผู้อายุมากกว่าแย้มสรวล เมื่อนึกไปถึงคำพร่ำบ่นของท่านซานิวะถึงวีรกรรมแกล้งคนอื่นแผลงๆของเจ้าเด็กน้อยตรงหน้า
นี่ใช่คนเดียวกันแน่หรือ...
เป็นอะไรไป กลัวข้าหรือ
มะ..ไม่ใช่อย่างนั้น!
กระเรียนน้อยรีบเงยหน้าปฏิเสธ แต่เมื่อดวงตาสีทองได้มองสบกับนัยน์ตาของอีกฝ่ายตรงๆ สีแดงก็ค่อยๆสูบฉีดขึ้นบนดวงหน้าเล็กๆ
ความสวยงามขนาดนี้ช่างไม่ยุติธรรมกับคนมองเสียจริง...
ได้แต่พร่ำบ่นในใจ ขณะนึกหาคำพูดต่างๆมาอธิบาย
ข้า... ข้าแค่... แค่คิดว่าท่านสวยมาก
คำพูดที่หลุดออกไปช่างน่ากัดลิ้นตัวเองนัก สึรุมารุรู้สึกอายจนแทบลุกเดินหนี
นี่ข้าพูดอะไรออกไป
!
หากเมื่อมิคาสึกิหลุดหัวเราะออกมา น้ำเสียงและท่าทีที่ยกมือขึ้นป้องปากอย่างเช่นราชนิกูลสูงศักดิ์นั้นทำให้หัวสมองคนมองว่างเปล่าด้วยความตะลึงลานไปชั่วขณะ
                “เป็นเด็กที่ตรงไปตรงมาดี ข้าชอบเจ้านะ
คำพูดธรรมดาๆไม่ได้แฝงความหมายลึกซึ้งอะไร แต่คนฟังหน้าแดงก่ำไปเรียบร้อย
ข้า... ถ้าหากข้าโตขึ้นแล้ว จะออกไปรบเคียงข้างท่านได้หรือไม่เด็กน้อยเอ่ยถาม แม้เสียงนั้นจะตะกุกตะกัก แต่ก็เต็มไปด้วยความจริงจังอย่างยิ่ง
                หนึ่งในห้ายอดดาบแห่งแผ่นดินมองดูร่างเล็กๆกับใบหน้าที่ขึ้นสีแดง แล้วจึงยิ้มจาง มือเรียวขยับไปเบื้องหน้า วางดอกสึบากิลงในมือน้อยของอีกฝ่าย
ถ้าเมื่อนั้นเจ้าแข็งแกร่งกว่าใครๆล่ะก็... ข้าจะลองคิดดูนะ
เอ่ยจบ ร่างเพรียวก็ลุกขึ้นยืน แล้วเดินไปจากตรงนั้น ณ ระเบียงยาวจึงเหลือเพียงเด็กน้อยในชุดขาวกับดอกสึบากิแดงในมือ
                “แข็งแกร่งกว่าใครๆงั้นหรือ...
ไม่ว่าในเวลานั้นมิคาสึกิจะคิดอะไรเมื่อส่งมอบสึบากิลงสู่มือของเขา
หากสึรุมารุในวันนั้นยึดมั่นไว้ว่ามันคือคำสัญญา...

***************

                วันเวลาพ้นผ่านดั่งเงาความฝัน...
สายน้ำไหลรินจากบูรพา บุปผาเวียนวนโรยร่วงและผลิบาน
                กลีบซากุระปลิดปลิวลงจากเกสร ร่วงลงบนผิวใสกระจ่างของสุราในจอกสวย
กลับมาแล้วหรือ
เอ่ยทักผู้ที่เดินเข้ามาโดยมิได้หันไปมอง
กายเจ้าเต็มไปด้วยกลิ่นเลือด
นั่นเพราะใครบางคนไม่ยอมไปรบ ท่านซานิวะจึงได้ใช้ข้าไปแทน
ประโยคของผู้เพิ่งมาถึงนั้น เนื้อความคือไม่พอใจ หากเสียงที่ใช้เอ่ยกลับมิคล้ายตำหนิติเตียน
ข้าแก่แล้ว มนุษย์ชรายังได้พัก แม้ข้าเป็นดาบก็สมควรได้พักบ้าง
คำพูดนั้นพูดได้ลื่นไหลไพเราะอย่างไร้ความละอายใจ สุรารสสดชื่นไหลรินผ่านลำคอ นัยน์ตาคู่สวยมองไปทางร่างสูงในชุดขาวที่เปื้อนโลหิตแห้งกรังเป็นจุดๆ
 
                “ถ้าเจ้าไม่มีอะไรจะทำต่อ ก็นั่งลงเสียสิ ข้ากำลังขาดคนร่ำสุราด้วยกันอยู่พอดี
คำเชิญนั้นคลับคล้ายกับอดีตกาล หากแตกต่างในเนื้อความ แตกต่างในทิวาและราตรี แตกต่างด้วยความสูงของเด็กน้อยที่บัดนี้เติบใหญ่ และแตกต่างที่มือนั้นมิได้เป็นบุปผา หากเป็นจอกสุรา...
                “เอาแต่ดื่มเหล้าเหมือนตาแก่ไม่มีผิดสึรุมารุว่า แต่ไม่ได้ปฏิเสธที่จะนั่งลง และรินสุราให้กับตนเอง
ไม่ใช่เหมือน แต่ข้าเป็นอีกฝ่ายหลับหัวเราะอย่างชอบใจ กริยา ใบหน้า และน้ำเสียงยังคงงดงาม มิได้ถูกกาลเวลาขีดข่วนให้มีสักตำหนิ
เจ้าเองก็เถอะสึรุมารุ เดี๋ยวนี้ชักบ่นข้าใหญ่แล้วนะ เมื่อตอนเด็กยังหน้าแดงไม่กล้าคุยกับข้าอยู่เลยแท้ๆ
ประโยคที่ทำเอาคนถูกขุดอดีตมาพูดถึงแทบพ่นเหล้าที่เพิ่งเข้าปากออกมา
 
นั่นมันเรื่องสมัยไหนแล้วน่ะ!
ก็สมัยที่เจ้ายังเป็นเด็กน้อยน่ารักน่ะสิ น่าคิดถึงจังเลยนะ
ไม่ต้องไปคิดถึงเลย ลืมๆมันให้หมดซะ!
                การต่อปากคำจบลงที่เสียงหัวเราะจากคนเริ่ม ร่างผอมในยูคาตะสีขาวขยับเข้ามาใกล้ชิด เอนศรีษะลงพิงใหล่ของคนข้างกายอย่างมิได้ใส่ใจชุดที่เปื้อนคราบสกปรกจาการไปรบ 
ทั้งหมดนี้ทำให้สึรุมารุได้เพียงส่ายหน้าไปมา
ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ชอบปั่นหัวคนอื่นแบบนี้อยู่เรื่อย...
ข้าเบื่อสงคราม
อยู่ๆเสียงอันไพเราะก็เอื้อนเอ่ย แผ่วเบาจนราวกับว่ากำลังพูดอยู่กับตนเอง
อยูมานานเกินไป... ต่อสู้มานานเกินไป ทุกวัน ทุกวัน จนสีแดงของโลหิตนั้นติดอยู่ในหางตาตลอดเวลาไม่ว่ายามหลับหรือตื่น
โคลงจอกสุราในมือไปมา มองดูกลีบซากุระที่ไหวไปตามกระแส
สุดท้ายก็คิดว่าเราเหมือนมีอิสระ แต่แท้จริงเพียงไหลวนไปในกรอบของการเข่นฆ่าไม่จบสิ้นเท่านั้นเอง
สึรุมารุมองดูคนที่กำลังพิงไหล่ของตน สิ่งสูงค่าที่ตนเคยมองอยู่ไกลๆ ตอนนี้กลับอยู่ใกล้ถึงเพียงนี้
หากแม้ใกล้ชิด... แต่ไม่อาจแตะสัมผัสได้
นั่นเพราะเราคือดาบเขาเอ่ย มีอะไรคู่ควรกับดาบนอกจากการฆ่า
คำสัญญาในอดีต... ที่กระทั่งตอนนี้ยังไม่อาจเป็นจริง
ท่านซานิวะบอกว่าหากพรุ่งนี้เจ้าไม่ต้องการไปนำทัพก็ให้ทำงานที่เรือน ส่วนข้าจะไปแทนเจ้าเอง
มิคาสึกิหลับตาลง จรดจอกเหล้าลงบนเรียวปาก ดื่มทั้งสุราและกลีบซากุระที่อยู่ในนั้น
เป็นเด็กดีจริงๆ
ก็เพราะเจ้าเป็นคนแก่ดื้อด้านน่ะสิ
ยกมือขึ้น... หมายสัมผัสเส้นผมสีน้ำเงิน หากสุดท้ายก็ชะงักและเพียงวางมือลงกับพื้นไม้ตามเดิม
และข้าก็ไม่ใช่เด็กแล้วด้วย
                คำสัญญาที่จะออกรบเคียงบ่าเคียงไหล่กัน... แม้เวลาผ่านไปเนิ่นนานก็ยังไม่มาถึง
เพราะเจ้าของสึบากิดอกนั้นลืมเลือนไปเสียแล้ว หรือเพราะตัวเราเองยังไม่คู่ควรพอ...
สึรุมารุได้เพียงนึกสงสัย ในขณะที่เฝ้ามองจันทราครึ่งเสี้ยวที่ทั้งอยู่ใกล้และแสนห่างไกล...

*******************

                “เขาว่าอย่างไรบ้าง
เสียงแหบแห้งของสตรีที่นอนอยู่บนฟูกเอ่ยถาม
ข้าจะไปแทนสึรุมารุตอบ มองดูร่างผอมบางที่กำลังล้มป่วย 
                ซานิวะคือสตรีผู้มาจากเวลาในอีกร้อยพันปีเบื้องหน้า นางมีพลังวิเศษ และวิญญาณอันกล้าแกร่งซึ่งกาลเวลาไม่อาจกัดกร่อนผิดจากมนุษย์ทั่วไป จนกว่าภารกิจจะลุล่วงนางจึงจะได้กลับไปยังที่ที่จากมา
หากภาชนะร่างกายนั้นแม้ไม่ได้ดูโรยรา แต่เมื่อเวลาผ่านไปจนเกินกว่าช่วงชีวิตของมนุษย์ ก็อ่อนล้าด้วยโรคภัยรุมเร้า
                “คิดไว้แล้วว่าต้องเป็นเช่นนี้
นางเอ่ย ขณะฝืนลุกขึ้นโดยมีอีกฝ่ายช่วยประครอง
นัยน์ตาดำสนิทราวน้ำหมึกมองดูใบหน้าของอดีตเด็กน้อยในวันวาน ดวงตาสีทองที่เคยกลมโตตอนนี้กลับคมปลาบ คล้ายถูกเกลาด้วยกาลเวลาและสมรภูมิมากมายที่ประสบ
                “เจ้ารักมิคาสึกิหรือไม่
นางเอ่ยถาม... คำถามที่หากเป็นคนอื่นคำตอบที่ได้คงเป็นการแกล้งหนักๆสักชุดใหญ่
                “ข้ารัก
หากเมื่อเป็นซานิวะที่ใกล้ชิดเข้ามาตั้งแต่ครั้งยังเยาว์ คำตอบนั้นจึงตรงไปตรงมาอย่างยิ่ง
งั้นหรือ...มือบางวางทาบมือที่ตอนนี้ใหญ่กว่านางมาก เช่นนั้นพรุ่งนี้เจ้าก็ไปแทนเขาเถิด
เขาไม่ใช่เด็กเล็กๆอีกแล้ว ไม่ใช่เด็กน้อยที่นั่งตักนางหรือรออยู่หลังม่านในยามที่นางถ่ายทอดคำสั่งจัดทัพ...
                “เจ้าไปพักได้แล้ว ข้าเองก็จะพักเหมือนกัน
ได้ยินเช่นนั้นอีกฝ่ายจึงไม่ได้ต่อบทสนทนา เขาลุกขึ้นเดิน มือเลื่อนเปิดประตูออก
ข้ารักเจ้านะ สึรุมารุน้อย
เสียงเอ่ยอย่างแผ่วเบา ทำให้นัยน์ตาสีทองเบือนกลับไปมอง แต่ก็พบเพียงว่าซานิวะนอนหันหลังให้กับเขา
 นึกเสียใจที่ว่าในยามนั้นตนมิได้สังหรณ์ใจอะไรเลย...

***********

                ภาพเบื้องหน้าเป็นดั่งฝันร้าย...
เปลวเพลิงสุมท่วมเรือนไม้ที่เคยตั้งตระหง่านนับร้อยปี แผดเผาทุกสรรพสิ่ง ต้นไม้ทุกต้นให้เหลือเพียงซากไหม้เกรียม
หากนั่นยังไม่เท่าร่างในชุดมิโกะที่นอนจมโลหิตอยู่กลางเปลวเพลิง...
                “ท่านซานิวะ!!
ผู้ที่เพิ่งกลับมาจากสมรภูมิวิ่งเข้าไปประครองร่างของนาง โลหิตที่อาบย้อมชุดยังไม่น่าพรั่นพรึงเท่าเมื่อพบว่าหัวใจนั้นถูกควักออกไป...
                นางตายแล้ว... ซานิวะผู้ที่ใช้ชีวิตร่วมกับทุกจิตวิญญาณแห่งดาบในเรือนแห่งนี้ไม่มีอยู่อีกแล้ว...

ข้ามาจากอนาคตล่ะ
แล้วมันเป็นยังไงบ้าง
ต่างจากที่นี่มาก แล้วก็สะดวกมากๆเลยด้วย เวลาหน้าร้อนก็ไม่ต้องทนร้อน เพราะเรามีเครื่องทำความเย็นยังไงล่ะ
ท่านโม้แล้ว แค่มนุษย์จะเอาชนะธรรมชาติได้ยังไง
เจ้าเด็กไม่ดี อย่ามาดูถูกมนุษย์เชียวนะ เมื่อข้ากลับไปได้จะไปหัวเราะใส่เจ้าที่พิพิธพันธ์โบราณวัตถุ!’
ท่านจะได้กลับไปรึเปล่าเถอะ ทุกวันนี้ยังนั่งจับฉ่ายทำภารกิจไม่คืบหน้าเลยไม่ใช่หรือไง
สักวันคงได้กลับไปแหละน่า สึรุมารุนี่นิสัยไม่ดีเลยจริงๆ...

                รอยยิ้มในวันนั้นของนางทั้งงดงามและแสนเศร้า...
ในตอนนั้นข้าไม่รู้เลยว่าการจากบ้านเกิดมาอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยนั้นคือความทุกข์ตรมขนาดไหน... และไม่รู้ว่านางเคนคิดหรือไม่ว่าตัวเองไม่มีโอกาสได้กลับไปอีกแล้ว...
                สึรุมารุรู้สึกจุกในอก ภาพตรงหน้าทำให้เขาไม่อาจยอมรับได้... ไม่อาจยอมรับได้ว่ามันคือความจริง...
ทอดสายตามองดูรอบกายที่เต็มไปด้วยเศษดาบหักร้าว ยังมีทหารนับร้อยคนที่ยังรอดชีวิต
ใคร...เขาเค่นเสียง มือสองโอบกอดร่างที่ยังเหลือความอบอุ่นไว้แน่น 
มันเป็นใคร!!
                เสียงนั้นดังก้อง แทบแยกไม่ออกว่าเป็นการตวาดหรือกรีดร้อง โลหิตสดไหลรินจากนัยน์ตาสีทอง อาบไล่ใบหน้าบิดเบี้ยวให้ดูน่ากลัวราวมารร้าย
ไร้ซึ่งเสียงตอบ และมันสะบั้นความอดทนของสึรุมารุให้ขาดผึง ดาบในมือขยับขึ้น ฟาดฟันเหล่าทหารที่ได้เพียงหลบหนี
                ปกป้องซานิวะไม่ได้คือความผิดมีชีวิตรอดอยู่ได้ทั้งที่นางจากไปแล้วคือความผิด!
สมควรตายสมควรตายสมควรตาย!
                ศพแล้วศพเล่าที่เกลื่อนพื้น ดาบคมปลาบตัดผ่านเนื้อมนุษย์แหลกสะบั้น ย้อมทั้งตนและพื้นดินด้วยสีชาดก่ำฉานกลางเปลวเพลิง
พิรุณโปรยปราย สยบเพลิงลุกโชนให้ราแรง หากสาดไปไม่ถึงหัวใจที่เปี่ยมความรู้สึกหลาหลาย
คนแล้วคนเล่า จวบจนคนสุดท้าย... ในที่สุดทั่วลานกว้างนั้นก็เต็มไปด้วยซากศพกกองพะเนิน ทุ่งสังหารที่เหลือรอดเพียงเงาร่างของผู้คั่งแค้น
ทำไมถึงเป็นเช่นนี้... ทำไมถึงต้องเป็นเช่นนี้...
ดาบในมือร่วงสู่พื้น กระเรียนขาวที่อาบย้อมด้วยหยาดเลือดแผดเสียงกรีดร้องออกมาอย่างมิอาจข่มกลั้น
                การคงอยู่ของซานิวะคือการคงอยู่ของรูปธรรมแห่งจิตวิญญาณ
ไม่มีนาง... ดาบทุกเล่มก็จะกลับเป็นเพียงวิญญาณที่ผูกติดกับวัตถุ ไร้ร่างกาย ไร้คนมองเห็น ไร้อิสรภาพ...
                น้ำตาที่กรั่นกรองออกมาคือโลหิต เขาไม่ได้เสียใจที่ตนจะต้องกลับเป็นเพียงดาบ หากแต่เสียใจที่เพียงมนุษย์คนเดียวที่ตนห่วงใยยังมิอาจปกป้องเอาไว้ได้...
                “ข้าเพิ่งเคยเห็นเจ้าคลุ้มคลั่งเช่นนี้
น้ำเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น สึรุมารุหันไปมอง พบร่างใต้ชุดสีน้ำเงินที่ก้าวเดินผ่านธารเลือดมาอย่างสงบ
                ความงดงามอันเยือกเย็นที่ขัดกับทุกสรรพสิ่งรอบตัว...
เป็นเจ้า...
สึรุมารุนึกอยากหัวเราะให้กับความบัดซบเช่นนี้  
ทำไมถึงจะไม่ใช่ข้าล่ะเรียวปากแดงสดขยับยิ้ม... สีแดงนั้นมาจากหยาดเลือด
                มีตำนานเล่าขาน... ข้อห้ามร้ายแรงที่มิอาจละเมิด
ดาบใดๆที่ดื่มกินหัวใจของซานิวะ จะได้ครองร่างกายไว้ตราบสิ้นกัลปวสาน
หากต้องแลกมาด้วยบาปแปดเปื้อนที่ติดตัวชั่วอสงไขยเช่นกัน...
เพื่ออะไร...
เขาถาม แม้ไม่แน่ใจว่าตนอยากได้ยินคำตอบหรือไม่
ข้าเบื่อสงคราม สึรุมารุ.... ข้าต้องการอิสระ และเลือดเนื้อของนางมอบมันให้ข้าได้
แม้ต้องมองดูจิตวิญญาณแห่งดาบที่เคยรบเคียงบ่าเคียงไหล่กันมาแหลกสลาย...
หรือแม้แต่ต้องลงมือสังหารซานิวะผู้อ่อนโยนก็ตาม...

"แค้นข้าหรือ?"
จันทราครึ่งเสี้ยวสะท้อนในดวงตาที่หรี่ลง มิได้ต่ำช้าเหยียดหยาม หากก็มิได้ใกล้ชิดสนิทสนม นั่นเป็นแววตาของผู้อยู่เหนือใต้หล้า

"หรือว่าโกรธข้า"
ทอดมองยังร่างสีขาว...ซึ่งอาบย้อมด้วยโลหิต

"เอาเถิด นั่นเป็นสิทธิ์ของเจ้า"
กระทั่งน้ำเสียงอันไพเราะนั้นก็ไม่ปรากฏร่องรอยแห่งอารมณ์อื่นใด ราวกับสายธารไหลเอื่อยท่ามกลางเปลวเพลิงอย่างมิรู้ร้อนหนาว

"ข้ามีเวลานับพันปีให้เจ้าเคืองแค้น สึรุมารุ"
                ราวจันทราในสายน้ำยามฤดูใบไม้ผลิ กลีบซากุระลอยเรือยริน งดงามสูงค่า หากพร้อมจะเลือนหายไปได้ทุกเมื่อ...
เอื้อมมือไปไขว่คว้าจันทราซึ่งกำลังจะเร้นกายในเงาเมฆ วิหกผู้ไม่เจียมศักดิ์ กระเรียนขาวที่อาจหาญแตะต้องพระจันทร์แม้ปีกทั้งคู่จะขาดวิ่นเปียกปอน...

"เจ้ามีเวลาพันปีให้ข้าแค้น..."
สายฝนพรำ....ชะหยาดเลือดแห้งกรังให้ละลายปะปนกับหยาดน้ำ

"ข้าก็มีเวลานับหมื่นปีให้รักเจ้าเช่นกัน"
แค้นเคือง...
โกรธเกลียด...
ชิงชัง...
หากก็รักเหลือเกิน... โง่งมหลงใหลในสิ่งที่มิอาจจับต้อง
ทอดมองดูชายแขนเสื้อที่ถูกรั้งไว้ด้วยมือของอีกฝ่าย เรียวปากขยับขึ้นเป็นเส้นโค้งอันงดงาม

"ดื้อดึง"
สองคำสั้นๆที่เรียกเสียงหัวเราะแหบแห้งจากกระเรียนขาว

"ไม่เพียงดื้อดึง แต่ยังเสียสติด้วย มิเช่นนั้นคงฆ่าเจ้าไปแล้ว"
"เจ้ากล้า?"
"ไม่"
คำตอบชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีแม้เสี้ยวของความลังเล
ต่อให้มีกำลังมากกว่านี้ ต่อให้ผู้ที่ยืนตรงหน้าทำผิดอีกกี่ครั้ง ย้อมแผ่นดินด้วยโลหิตอีกสักกี่หนก็ตาม...

"แต่ข้าก็ไม่ปล่อยเจ้าไปเช่นกัน มิคาสึกิ"
ออกแรงฉุกกระชาก เพียงพริบตาจันทร์เสี้ยวที่อยู่บนนภาก็ร่วงลงสู่ทรณี ใต้เงาปีกที่ย้อมไปด้วยโลหิต

"เจ้าทำได้หรือ"
มิคาสึกิเอ่ย เรียวปากยังแต่งแต้มด้วยรอยยิ้ม มิได้หวั่นเกรงใดๆแม้ตอนนี้จะถูกกดร่างไว้กับพื้น

โลหิตจากศพแล้วศพเล่าไหลซึมสู่เนื้อผ้า โอบอุ้มทั้งร่างเอาไว้ เจ้าของความงามหนึ่งในใต้หล้าเอื้อมมือไปสัมผัสเส้นผมสีเงิน ทั้งมองสบดวงตาสีทองคู่นั้นอย่างตรงไปตรงมา
"สึรุมารุ"
เสียงกระซิบดั่งถ้อยคำเย้ายวนแห่งมารร้าย ล่อหลอกด้วยความไพเราะและกลิ่นหอมอันอ่อนจาง
และเขามิได้ปฏิเสธที่จะกระโดดลงไปในกลลวงนั้น...

ร้อนผ่าว... น่าแปลกที่จิตวิญญาณอันก่อกำเนิดจากดาบเหล็กนั้นร้อนได้ขนาดนี้
บดเบียดเรียวปากที่มักยิ้มอย่างสูงศักดิ์ รสโลหิตคละฟุ้ง เรียวลิ้นกวาดต้อน ค้นหาความอ่อนหวานที่ซุกซ่อนอยู่ภายใน
ไร้แรงต่อต้านหรือการขัดขืน อีกฝ่ายเพียงปล่อยให้เขาทำตามใจ ยินยอมเพราะอะไร สมัครใจ
ต้องการบางสิ่งสึรุมารุไม่อาจรู้ได้
เขารู้จักมิคาสึกิ มุเนะจิกะ
แต่เขาก็ไม่รู้จักมิคาสึกิ มุเนะจิกะ....
จุมพิตที่ผละจาก ลมหายใจระรัวที่แทบประสานเป็นจังหวะเดียวกัน เงาร่างสองร่างที่กอดก่ายกันอยู่บนพื้นที่เต็มไปด้วยซากศพและเศษดาบหักพัง ดูงดงามบาดตาเสียจนน่าละอายใจ...

"เจ้าจะไปที่ไหน"
เขาเอ่ยถาม จับจ้องใบหน้าที่ตนเพิ่งเคยทอดมองจากด้านบน
พระจันทร์บนนภานั้นงดงาม....

"ข้ายังมิไคร่ครวน"
หากพระจันทร์ที่แปดเปื้อนอยู่เบื้องล่างกลับงดงามยิ่งกว่า...

"อาจเป็นสักที่ในแผ่นดินนี้ สักหนแห่งในอดีต สักช่วงเวลาในอนาคต..."
มิคาสึกิเอ่ย ปลายนิ้วเรียวไล่ไปตามโครงหน้าของอีกฝ่าย

"เจ้าพร้อมจะจมลงไปกับข้าหรือไม่ สึรุมารุ คุนินากะ"
อีกฝ่ายหยุดมือที่กำลังไล่ไปตามใบหน้าของตัวเอง จับเอาไว้แน่น แน่นเสียจนเจ็บปวด...

"ไม่ว่าจะที่ไหน ข้าก็ไม่ปล่อยเจ้าไปคนเดียวเด็ดขาด"
คำตอบหนักแน่นนั้นทำให้ผู้ฟังเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
 
"เจ้ามันดื้อดึงจริงๆ"
"ใช่ว่าเจ้าเพิ่งจะรู้เสียเมื่อไหร่"
สึบากิไหม้เกรียมหล่นร่วงจากลำต้น... พิรุณเพียงโปรยพรำมิอาจชะล้างเลือดให้หมดไปจากแผ่นดินได้
                เมื่อนั้นเจ้ายื่นสึบากิให้ข้า ข้ายึดมั่นเป็นคำสัญญา ถึงวันที่ข้าจะได้เคียงข้างเจ้าตลอดไป...
มีเวลาร้อยปีไว้แค้นเจ้า
มีเวลาพันปีให้โกรธเจ้า
มีเวลาหมื่นปีให้ติดตามเจ้า
และข้ามีเวลาตราบนิรันด์เพื่อรักเจ้าเช่นกัน...
สรรพเสียงเงียบงันด้วยหนึ่งจุมพิต
สรรพสิ่งไร้เหลียวแลจากนัยน์ตาสองคู่ที่สบประสาน
                ...สึรุมารุ...
สึบากิที่ข้ามอบให้เจ้า... มิใช่สิ่งใดอื่นนอกจากความหมายของมัน*

************

 

*ดอกสึบากิมีความหมายว่าศักดิ์ศรีอันสูงส่ง และอีกนัยหนึ่ง สึกบากิสีแดงหมายถึงความรักเช่นกันค่ะ

 

Talk: ฟิคมโน ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ55+
 เผื่อบางท่านมึนๆว่าสึรุจะสลายไปมั้ย ไม่นะคะ อยู่กับปู่ไปชั่วกัลปวสานนั่นแหละ เพราะสึรุก็ดื่มเลือดของซานิวะไปเหมือนกันค่ะ(ที่ดึงปู่มาจูบนั่นแล~) 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ReignOverME จากทั้งหมด 66 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 เมษายน 2560 / 10:49
    ชอบคุณปู่เคะที่สุดเลยย แต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ ชอบบ ????
    #10
    0
  2. #9 all mika
    วันที่ 8 สิงหาคม 2559 / 19:32
    ก็จริง เราก็ไม่ชอบปู่เมะ รับไม่ได้ค่ะ

    ถ้าใครไม่พอใจก็ข้อโทษด้วยนะคะ





    แต่งได้ดีนะคะ.....
    #9
    0
  3. วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 19:33
    ชอบมากค่ะ ทั้งสำนวน การบรรยาย การใช้สัญลักษณ์ และที่สำคัญคาร์แรคเตอร์ของทั้งสองคน ตรงตามที่เราจินตนาการมากๆ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ นะคะ เราอยากอ่านสึรุมิกะมาก แต่ไม่ค่อยมีเลย เจอนี่ดีใจมาก แงง แถมยังเป็นฟิคที่ดีมากๆอีกด้วย
    #8
    0
  4. วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 15:14
    อ่านไปแล้วเขินแทน ฟินเกินไปแล้วนะ -/////-
    #7
    0
  5. อ๊ากกกกกกกกกกกกกก!!!! // กระโดดรอบเตียงสามรอบ...
    ..พูดไม่ออกเลยคร่ะ..ชอบสุดๆ =w=...ร้ากฟิคนี้มากมาย..
    ปล.ขอบคุณคร่ะ
    #6
    0
  6. #5 Kuroshi-kun (@bloodsir) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2558 / 17:25
    ชอบบบบบบ~~~
    #5
    0
  7. วันที่ 20 มิถุนายน 2558 / 22:23
    ดิฉันกริ๊ดค่ะ ดิฉันกริ๊ด ตอนแรกเห็นแพรริ่งนี้ นั่งอ่านซ้ำเกือบสิบรอบว่าไม่ได้ตาฟาด
    กองอวย สึรุมิคา ดีใจมาก น้ำตาแทบปริ่ม กำลังนั่งแต่งฟิคคู่นี้อยู่พอดีไม่คิดมาก่อนว่าจะมีคนอื่นแต่งด้วย
    ดีใจมากกกกก ปู่ววว์ นางงามมากกกก ยอมค่ะยอมสิ้นทุกอย่าง //ขอสยบแทบเท้านางอย่างไม่ละอายพร้อมกับสึรุมารุ
    อ่านฟิคนี้แล้วหวังว่ากลับไปในเกมแล้วปู่จ๋าจะไม่โดดจากคอมมาฟันซานิวะนะเจ้าค่ะ กลัว 555
    #4
    0
  8. #3 Kyoya
    วันที่ 7 มิถุนายน 2558 / 22:48
    ชอบมากครับ !!! > w < Tsuru x Mika ดีใจที่มีคนเขียนคู่นี้ ภาษาและเนื้อเรื่องก็งดงาม !!!

    เขียนคู่นี้อีกเยอะๆนะครับ !!! ( ฮ่าาา )
    #3
    0
  9. วันที่ 6 มิถุนายน 2558 / 00:14
    เอามือทาบอก....ปู่คะะะ ทำไมปู่ทำกับซานิวะแบบนี้ งอนปู่แล้ว โป้งงง แงงงงงง
    ชอบช่วงที่ทสึรุนึกถึงท่านซานิวะมากเลยค่ะ ไม่สามารถกลับไปยังช่วงเวลาของตัวเองได้อีกแล้ว ฮือ...
    มันพีคตรงที่ ข้าจะรักเจ้าไปตราบนิรันดร์เนี่ยแหละค่ะ จมดิ่งไปพร้อมกันเพราะความรักที่มีให้ เป็นรักที่ดูปนด้วยความเศร้า แต่ก็โรแมนติก;; - ;;
    ขอบคุณสำหรับฟิคค่ะ รอชมผลงานต่อไปนะคะ <3
    #2
    0
  10. วันที่ 5 มิถุนายน 2558 / 21:14
    คุณปู่ฮิโด้ยโหยว 555
    #1
    0