แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 8 : ประสบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 252 ครั้ง
    19 พ.ย. 60




ผมปวดไปทั้งตัว ปวดจนรู้สึกอยากนอนหลับไปเสียจะได้ไม่ต้องมารับรู้ความเจ็บปวดนี้

ตรงอกของผมเหมือนมีอะไรก้อนอะไรบางอย่างตั้งทับอยู่จนหายใจไม่สะดวก ผมพยายามโกยอากาศเข้ามาในปอดมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ

หูของผมได้ยินเสียงโหวกเหวกของผู้คน ต่อมาก็รู้สึกว่ามีใครสักคนเอามือตบหน้าเบาๆ

น่ารำคาญ คนจะหลับจะนอน

ในที่สุดผมก็ยอมแพ้ เสียงพวกนั้นน่ารำคาญเสียจนผมต้องยอมลืมตาขึ้นในที่สุด สิ่งแรกที่รับรู้ทันทีที่ลืมตาขึ้นมาคือตัวของผมนั้นเปียกโชก ต่อมาคือมีคนอยู่รอบตัวผมเต็มไปหมด

แต่คนพวกนี้เป็นใคร

ผมมองการแต่งตัวของพวกเขาแล้วรู้สึกแปลกพิกล เสื้อผ้าก็ดูวินเทจผิดที่ผิดทาง พอลองมองไปรอบๆ จึงได้รู้ว่าตอนนี้เป็นช่วงกลางวันต่างจากก่อนที่ผมจะหมดสติไป

จริงสิ ผมโดนรถชนนี่นา แล้วทำไม...

ผมควรจะลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นเพดานของโรงพยาบาลสิ แล้วนี่คืออะไร ทำไมผมถึงมานอนอยู่ริมคลองด้วยสภาพเปียกโชกแถมยังมีคนแปลกๆ ล้อมรอบเต็มไปหมด

เกิดอะไรขึ้น

เอ็งเป็นอะไรไหมไอ้หนุ่ม

เสียงของคนทางขวาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลใจ

ต้องเป็นผมสิที่กังวลใจ

ข้าว่าอาการไม่ดีเลย มีใครไปบอกครูบุญรึยัง

ให้เด็กมันไปบอกแล้ว แต่ครูยุ่งมาก ไม่รู้จะปลีกตัวมาได้ไหม เห็นว่าเด็กนี่บ้านอยู่แถวคลองบางลำพูตรงนี้เอง

นี่ลูกเจ๊กเลิศใช่ไหม โชคช่วยจริงๆ

เออ เคราะห์ดีแท้ๆ ที่ไม่ตาย

เสียงโต้ตอบของผู้คนตอบโต้กันไปมาที่ดังเซ็งแซ่อยู่รอบด้านทำให้ผมรู้สึกอึดอัดและงุนงง

เกิดอะไรขึ้น

พวกเขาพูดอะไรกัน ไม่เห็นเขาใจเลยสักนิด

ทันใดนั้นกลุ่มไทยมุงตรงหน้าก็ถูกแหวกออกด้วยร่างของชายร่างสูงกำยำคนหนึ่ง เจ้าของผิวสีแทนที่เพิ่งมาใหม่วิ่งปรี่เข้ามาหาผมที่นั่งกองอยู่กับพื้นจนผมสะดุ้งหนี

ใครวะเนี่ย

ไอ้กร เอ็งเป็นอย่างไรบ้าง ตอนได้ยินว่าเองตกไปในคลองบางยี่ขันหัวใจข้าเกือบวาย

ผมเลิกคิ้ว

กร?

เอ้า ก็เรียกชื่อเอ็งไง นี่ตกลงไปหัวกระแทกหินหรืออย่างไรจึงจำชื่อตัวไม่ได้

กรอะไร นี่มอส มอสเว้ยมอส

ผมว่าผมไม่ได้ชื่อกรนะครับ

คราวนี้กลับเป็นอีกฝ่ายที่ขมวดคิ้วยุ่ง

เอ็งนี่พูดจาแปลกๆ นะ

ผมสูดหายใจเข้าอีกครั้ง

ผมไม่ได้ชื่อกรครับ

สิ้นคำของผมเสียงเซ็งแซ่จากรอบด้านก็พลันเงียบลง ผมกวาดตามองทุกคนที่รายล้อม พวกเขาจ้องมองมาที่ผมด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

นี่มันบ้าอะไรกัน หรือผมจะฝัน?

คิดได้ดังนั้นจึงหยิกแก้มตัวเองแรงๆ ไปหนึ่งทีจนต้องร้องออกมา

โอเค ไม่ได้ฝัน

เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย!

ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ พวกเขามองผมหยิกแก้มตัวเองเงียบๆ จนกระทั่งมีเสียงของชายชราคนหนึ่งพูดขึ้น

ข้าว่ามันจะโดนผีเข้าเอานะพ่อมั่น

ชายหนุ่มตรงหน้าผมหันไปมองคนพูดสลับกับมองหน้าผม

ข้าว่ามันน่าจะยังตกใจจากการตกน้ำน่ะจ๊ะ ขวัญคงหนีไป

มึงพูดอะไรกันครับ มอสฟังไม่เข้าใจ ผมไปตกน้ำตอนไหนกัน ผมโดนรถชนครับเว้ย

ถึงแม้ใจจริงอยากจะตะโกนออกไปแบบนั้น อยากจะทำตัวตีโพยตีพายต่างๆ นานา แต่เพราะคิดว่าทำไปก็ไร้ประโยชน์เลยนั่งเงียบทำหน้าโง่แบบนี้ดีกว่า ถึงจะตกใจแต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้ตัวว่ามีบางอย่างแปลกๆ

คำพูดคำจา สภาพแวดล้อม รวมไปถึงการแต่งกายของผู้คนตรงหน้าผมมันประหลาดไปหมด เหมือนตัวอย่างย้อนเวลากลับไปร้อยปีที่แล้วเห็นจะได้

เดี๋ยวนะ ร้อยปีที่แล้วเหรอ...

วันนี้วันที่เท่าไหร่เหรอครับ

ดวงตานับสิบคู่กลับมาจ้องผมด้วยความฉงนจนผมต้องย้ำคำถาม

ไม่ทราบว่า วันนี้คือวันที่เท่าไหร่เหรอครับ

ผู้ชายตรงหน้าผมขมวดคิ้ว

วันที่ 3 มีนาคม เอ็งจะถามทำไม

ปีล่ะ

ท่าทางกระตือรือร้นของผมทำให้เขาขมวดคิ้วหนักกว่าเก่า

ข้าถามว่าเอ็งถามทำไม

ตอบๆ มาเถอะน่ะ

ท่าทางหงุดหงิดของผมทำให้เขาถอนหายใจ

พ.ศ. 2460 เอ็งจะถามทำไมเนี่ย

ผมตัวชาวาบ

วันที่ 3 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2460

บันทึกหน้าล่าสุดที่ผมเพิ่งอ่านถูกบันทึกไว้ในวันที่ วันที่ 3 เดือนมีนาคม พ.ศ.2460 มันจะไม่แปลกอะไรเลยถ้าในบันทึกไม่ได้กล่าวถึงเด็กหนุ่มชื่อกรวิกที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุตกน้ำไป

ผมก้มหน้ามองตัวเอง

ผิวของผมขาวขึ้นกว่าที่เคยเห็น แขนขาก็เล็กกว่าที่เคย ชุดที่ใส่อยู่ก็ดูแปลกหูแปลกตา แม้เสียงพูดจะเหมือนเดิมแต่หลายๆ สิ่งกำลังยืนยันว่าผมไม่เหมือนเดิม

นี่คงไม่เกิดเรื่องตลกประเภทโดนรถชนแล้ววาร์ปวิญญาณย้อนอดีตมาหรอกนะ

ผมหัวเราะแห้งๆ กับความคิดของตัวเองและพยายามรวบรวมสติ แต่ก็ถูกอีกคนเอามือมาจับเขย่าตัวเสียก่อน

นี่เอ็งสบายดีไหม ถ้าไม่ไหวข้าจะพาไปโรงหมอ

ผมค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับเขาแล้วก็นึกเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้

ผมชื่ออะไรเหรอครับ

อีกฝ่ายขมวดคิ้วหนักจนแทบชนกัน

ข้าว่าเอ็งไปหาหมอเถอะ

ทันทีที่พูดจบเขาก็ผลุดลุกขึ้นยืนพลางใช้มือใหญ่นั่นกระชากข้อมือผมให้ลุกขึ้นยืนด้วย

ถึงตัวผมจะเล็กกว่าแต่ผมก็สู้คนนะ

คงเพราะเป็นผู้ชายทั้งคู่ เมื่อเขาฉุดแล้วผมไม่ไป อีกฝ่ายก็ใช่ว่าจะดึงผมให้ลุกขึ้นยืนได้โดยง่าย

ผมเอื้อมมือไปจับมือใหญ่ของอีกคนที่กำข้อมือผมไว้แน่น

ตอบมาก่อนว่าผมชื่ออะไร

เขามีท่าทีหงุดหงิด

ก็ข้ากำลังจะพาเอ็งไปโรงหมอนี่ไง

มั่น

ผมลองเรียกชื่ออีกคนตามคุณลุงเมื่อครู่

ได้ผลครับ อีกฝ่ายหยุดชะงักก่อนจะสบตาผมนิ่ง

ผมชื่ออะไรเหรอครับ

พวกเราสบตากันอยู่อึดใจก่อนที่อีกฝ่ายจะยอมพูดปากขึ้นมาด้วยท่าทีหงุดหงิดไม่น้อย

ไอ้กร ชื่อจริงชื่อกรวิกลูกเจ๊กขายขนมที่ตลาดเล็กๆ ริมคลองบางลำพู พอใจรึยัง

เพียงเท่านั้นผมก็เข้าใจทุกอย่าง เสียงที่ได้ยินมาตลอดคงเป็นเสียงของคุณทวดทีนที่พูดกับกรวิก

...และผมคือกรวิก...

ไม่สิ ต้องเรียกว่าวาร์ปเข้ามาใช้ร่างเขามากกว่า

โอ๊ย สับสนครับ มอสงง มอสไม่ไหวแล้ว มอสอยากจะบ้า

 





ผมกำลังทำหน้าซังกะตายใส่คนนั่งข้างๆ ที่คอยถามผมทุกห้าวินาทีว่า เอ็งเป็นอย่างไรบ้างท่ามกลางผู้คนมากมายที่มารอพบหมอในโรงหมอเล็กๆ แห่งนี้

หลังจากอีกฝ่ายฉุดกระชากลากถูผมมาจนถึงสถานที่ที่เจ้าตัวเรียกว่าโรงหมอได้สำเร็จ ผมจึงมีโอกาสได้เห็นใบหน้าตัวเองผ่านกระจกบานเล็กบนฝาผนังเป็นครั้งแรก

ภาพสะท้อนในกระจกคือเด็กหนุ่มที่ดูเด็กกว่าร่างเก่าของผม รูปร่างก็ผอมบางกว่า ตัวก็เตี้ยกว่าแต่เพราะเขาดูเด็กกว่าผม ประเมินจากสายตาคงแค่สิบหกสิบเจ็ดปี ท่าทางจะยังสูงได้อีก หรือจะพูดอย่างง่ายก็คือรูปร่างภายนอกของผมกับเขาต่างกันโดยสิ้นเชิง แม้แต่ใบหน้าก็ไม่มีส่วนเหมือน แต่สิ่งเดียวที่ยังเหมือนเดิมกลับเป็นเสียง

เสียงของผมไม่ได้เปลี่ยนไป

แปลก แปลกมากๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปชัดเจนที่สุดก็คือสภาพแวดล้อมรอบข้าง มันเก่า กรุงเทพไม่เหมือนที่เคยเห็น ทุกที่ไร้เทคโนโลยีที่ผมเคยชิน ผู้คนพูดจาด้วยคำโบราณแปลกหู รถม้าที่แทบไม่เห็นแล้วก็วิ่งกันทั่วบนท้องถนน แม้แต่ในสถานที่ที่เรียกว่าโรงหมอแห่งนี้ก็ไม่ได้มีเครื่องไม้เครื่องมือทันสมัยเหมือนอย่างที่คุ้นตา

ตัวผมอยู่ในร่างที่ไม่คุ้นตาและต้องมาอยู่ในยุคสมัยที่ไม่คุ้นชิน จะว่าตกใจก็ตกใจ จะว่าปลงก็ปลง

ต่อให้รู้ว่าวาร์ปมาเพราะอะไรแล้วจะทำยังไงต่อ ผมไม่ใช่โดราเอม่อนที่สามารถดึงของวิเศษมาแล้วพาตัวเองกลับไปได้เสียหน่อย

นี่เอ็งไหวรึเปล่า ให้ข้าเรียกหมอไหม ท่าทางเอ็งดูไม่ดีเลย ใบหน้ารึก็เคร่งเครียด

มันเล่นพาผมมาโรงหมอทั้งๆ ที่ตัวยังเปียกโชก เป็นใครก็เครียดครับ

ผมแค่ตกน้ำนะครับ จะไปลัดแถวคนอื่นเขาทำไม ใจเย็นเถอะครับ

จะให้ข้าใจเย็นได้อย่างไร เอ็งเปลี่ยนไปราวกับคนละคน คำพูดคำจาก็พิกล

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่

แล้วอะไรล่ะครับที่ว่าเปลี่ยนไป

อย่างน้อยก็ขอรู้หน่อยเถอะว่ากรวิกเป็นคนแบบไหน ในฐานะผู้อาศัยก็ไม่ควรทำให้เจ้าของร่างเดือดร้อนน่ะนะ

เขาทำหน้าครุ่นคิดพลางมองผมอย่างไม่ไว้ใจไปพลาง

ก็คำพูดคำจาเอ็งแปลกๆ

แหงล่ะ ก็ผมไม่ใช่กรวิกอะไรนั่นสักหน่อย นี่มอส มอสเว้ย

แล้วเมื่อก่อนผมพูดจายังไงเหรอครับ

อย่างไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ไม่ใช่วิธีพูดเหมือนพวกผู้ดีแบบนี้แน่

แหม เพิ่งรู้ว่าตัวเองมีวิธีการพูดเหมือนพวกผู้ดี

แล้วต้องให้ผมพูดยังไงเหรอครับถึงจะเหมือนกับชาวบ้านธรรมดา เอ็งกับข้า หรือกูกับมึงดีครับ

เขาทำหน้าแขยงใส่ผมแล้วเงียบไป

ดูๆ ไปไอ้มั่นคนนี้ก็มีส่วนเหมือนไอ้ไม้อยู่เหมือนกัน

หรือผมจะย้อนกลับมาในอดีตชาติของตัวเองหรืออะไรเทือกๆ นั้นกันน้า

  อดีตชาติ อย่างไรเสียก็เป็นสิ่งที่ผ่านมาแล้ว สิ่งที่เราควรทำคือใช้ชีวิตในปัจจุบันและอนาคตให้ถูกครรลองคลองธรรมและหมั่นรักษาความดีไว้ให้เป็นสิริมงคลแก่ตัว

คำพูดของหลวงลุงที่แว่บกลับเข้ามาทำให้ตัวผมชาวาบ

คำอธิษฐานนั้นมีพลังมากกว่าที่เราคิดนะโยม

พอนึกถึงประโยคนี้ได้ก็ทำได้แค่อุทานว่า ฉิบหายอยู่เงียบๆ ในใจ

เท่าที่เดาได้ตอนนี้คือผมในอดีตชาติก็คือกรวิก และกรวิกไปอธิษฐานอะไรสักอย่างเอาไว้ ทำให้ผมซึ่งวิญญาณออกจากร่างเพราะโดนรถชนเลยโดนวาร์ปเข้ามาอยู่ในร่างของตัวผมเองในชาติที่แล้ว

ปุจฉา: แล้ววิญญาณกรวิกไปไหน

วิสัชนา:  ไม่รู้

ปุจฉา: แล้วมอสจะได้กลับร่างเดิมไหม

วิสัชนา: ไม่รู้เหมือนกัน

ผมถอนหายใจแล้วหัวเราะแห้งๆ กับการถามเองตอบเองในหัวของตัวผมเอง

คงใกล้บ้าแล้วล่ะมั้ง

ในขณะที่ผมกำลังกลุ้มแทบบ้า ไอ้คนนั่งข้างๆ ก็สะกิดผมยิกๆ

ไอ้กร หมอเรียกแล้ว

มอสจะบ้า มอสอยากตายครับมอสอยากตาย

เออๆ

ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงห่อเหี่ยวแล้วเดินเข้าไปในห้องตรวจ

สภาพในห้องตรวจดูไร้ความทันสมัยไม่ต่างจากด้านนอก ทั้งห้องมีเพียงโต๊ะทำงานของหมอ เก้าอี้นั่งตรงข้ามกับโต๊ะหมอของคนไข้และเตียงน้อยๆ หนึ่งเตียง

เพิ่งเข้าใจคำว่าการพัฒนาทางเทคโนโลยีก็วันนี้ล่ะ

ไปโดนอะไรมารึ

ตกน้ำครับ

เขาพยักหน้า

ก็พอรู้อยู่

เออ ตัวเปียกโชกขนาดนี้เป็นใครก็รู้

แล้วตอนนี้ดีขึ้นรึยัง

ก็...ไม่แย่ครับ

เขามองหน้าผมนิดหน่อยก่อนจะก้มลงเขียนอะไรขยุกขยิก

เรียบร้อยแล้ว ไปได้

โอ้โห ถ้าจะมาแค่นี้ไม่ต้องมาก็ได้โว้ย

ถึงจะก่นด่าในใจไปแบบนั้นผมก็เดินออกมาตามคำสั่งด้วยท่าทีงุนงง ทันทีที่เห็นว่าผมเดินออกมาอีกคนก็ถลาเข้ามาหา

ใช่ครับ ถลา

มึงจะวิ่งเข้ามาทำไมเนี่ย

ผมว่าพลางถอยหนี เพราะอีกฝ่ายพุ่งถลาเข้ามาทำให้ผมเผลอหยาบคายใส่อย่างลืมตัว

เอ...แต่ไม่รู้ทำไม พอมองหน้าไอ้มั่นแล้วรู้สึกอยากหยาบคายใส่พิกล

เออ หมอเขาดีนะ เข้าไปเดี๋ยวเดียวออกมาเป็นปกติเลย

ฮะ อย่าบอกนะว่า...

คือที่มึงบอกว่ากูแปลกไปนี่คือ...กูหยาบคายน้อยลงเนี่ยนะ

เขาพยักหน้ารัว

จริงๆ คำพูดคำจามึงก็แปลกๆ ไปนะ แต่พอมึงกลับมาหยาบคายแบบนี้แล้วข้าก็โล่งใจ

โอ้โห นี่มันไอ้ไม้ชัดๆ

เดี๋ยวข้าไปจัดการค่าหมอก่อนนะ เดี๋ยวมา

เดี๋ยวๆ

ผมคว้ามือมันไว้ทันก่อนที่มันจะวิ่งไปช่องจ่ายเงิน

ค่าหมอเท่าไหร่น่ะ

มันตบบ่าผมเบาๆ

มึงไม่ต้องกังวล เดี๋ยวข้าจัดการเอง

ไม่ได้สิ กูรักษาตัวกู กูก็ต้องจ่ายเอง

แล้วมึงมีเงินอยู่กับตัวรึ

ผมชะงัก

ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวข้าจะไปกินขนมบ้านมึงทุกวันเลยดีไหม จะได้หายกัน

ผมค่อยๆ ปล่อยมือตัวเองจากข้อมือของอีกฝ่าย

เขาฉีกยิ้มกว้างให้ผมแล้วเดินไปจัดการค่าใช้จ่าย ทิ้งผมไว้ตรงม้านั่งเพียงลำพัง

บ้านเหรอ

นั่นสิ ทุกคนทางนู้นจะเป็นยังไงบ้างนะ

แม่จะร้องไห้ไหมนะ

คิดได้แค่นั้นนัยน์ตาของผมก็ร้อนผ่าวจนต้องยกมือขึ้นมาทำเป็นขยี้ตาแล้วปาดน้ำตาออกไปก่อนที่มันจะไหลลงมา

ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าจะมัวมานั่งปลงอยู่ไม่ได้ ยังมีคนที่รอผมกลับไป

ผมต้องกลับไป

 





หลังจากมั่นจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายให้ผมเรียบร้อย เจ้าตัวก็รีบพาผมกลับมา บ้าน

...บ้านที่ไม่ใช่บ้านของผม....

สิ่งก่อสร้างที่อยู่ตรงหน้าผมตอนนี้เป็นอาคารไม้ซอมซ่อชั้นเดียวหันหน้าเข้าหาคลองเล็กๆ อีกฝากของคลองก็มีบ้านเรือนของผู้คนเรียงตัวกันแน่นขนัดไม่ต่างกับฝั่งนี้เท่าไหร่

ท่าทางคงเป็นชุมชนที่คึกคักไม่น้อย

ตรงบริเวณหน้าบ้านที่ผมยืนอยู่มีแคร่ไม้ไผ่ตั้งกินพื้นที่หน้าบ้านไปแทบทั้งหมด บนแคร่มีถาดใส่ขนมไทยหลายชนิดแยกเอาไว้อย่างสวยงาม ส่วนข้างๆ แคร่ก็เป็นเตาถ่านที่ดูเหมือนเพิ่งจะมอดไปเมื่อไม่นานมานี้

เป็นร้านขายขนมไทยอย่างที่เขียนไว้ในบันทึกไม่มีผิด

ลุงเลิศ ป้านวล มีใครอยู่บ้านไหมจ๊ะ

โอเค ผมต้องจำไว้ว่าพ่อแม่ของกรวิก...พ่อแม่ของผมในตอนนี้ชื่อเลิศกับนวล

แค่เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็มีตัวละครโผล่มาเต็มไปหมด มอสจะบ้า

ไม่กี่อึดใจต่อมาก็มีหญิงวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดผ้าซิ่นกับเสื้อผ้าฝ้ายเหมือนคนไทยธรรมดาเดินออกมาจากในบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

ไหนในบันทึกบอกว่าบ้านกรวิกเป็นบ้านคนจีนไง

อ้าวพ่อมั่น ไปมาอย่างไรถึงมากับไอ้กรได้ละ แล้วทำไมเอ็งตัวเปียกอย่างนั้นล่ะไอ้กร

มันตกคลองบางยี่ขันลงไปน่ะจ๊ะ ไม่รู้เดินอีท่าไหน โชคดีที่คนแถวนั้นเขาช่วยไว้ทัน

พุทโธ่! ไปทำอีท่าไหนของเอ็งล่ะไอ้กร

เธอโบกมือไล่ผมเข้าไปในบ้าน

ไปๆ ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียให้เรียบร้อย เดี๋ยวก็ป่วยอีก

ครับแม่

ผมตอบไปด้วยคำที่คิดว่าปกติที่สุดแต่อีกฝ่ายกลับขมวดคิ้วยุ่งใส่ผม

นี่กูทำอะไรผิดอีกเนี่ย

ป้าเอ๊ย ไอ้กรมันตกน้ำคงขวัญหนีน่ะจ๊ะ ตั้งแต่ตื่นมามันก็ทำท่าทางแปลกๆ พูดแปลกๆ มาหลายคราแล้ว

กูไม่ได้แปลกเว้ย กูแค่ไม่ใช่ไอ้กร

มอสจะบ้า มอสจะบ้า

ผมลอบถอนหายใจปลงๆ แล้วเดินเข้าไปในบ้านก่อนจะต้องหยุดชะงักเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าผมไม่รู้จักบ้านหลังนี้เลยสักนิด

แล้วห้อง ไอ้กรมันอยู่ตรงไหนล่ะเนี่ย

อ้าว ไยยังไม่ไปผลัดเสื้อผ้าอีก เดี๋ยวก็เป็นไข้หรอก

เสียงของ แม่ที่ตะโกนตามมาทำให้ผมต้องรีบเดินเข้าไปข้างใน

เอาเถอะ มั่วๆ ไปเดี๋ยวก็คงเจอเอง คงไม่มีอะไรแจ็กพอตไปกว่า...

นั่นลื้อจะเดินเข้าห้องอั๊วทำไมน่ะ

เสียงหวานๆ ติดสำเนียงจีนที่ร้องทักขึ้นจากทางด้านหลังทำให้ผมต้องหันขวับไปมอง คนที่ผมเห็นคือผู้หญิงสาววัยสักประมาณสิบเก้ายี่สิบปีในชุดเสื้อคอจีนกำลังกอดอกจ้องผมเขม็ง

อา..ผมพอเข้าใจแล้วว่าทำไมแม่ของไอ้กรถึงขมวดคิ้วยุ่งตอนที่ผมบอกว่าครับแม่

รีบสวมรอยสิครับรออะไร

เอ่อ...ม้าบอกให้อั๊วมาเปลี่ยนเสื้อน่ะครับ

ผมเห็นเธอขมวดคิ้ว

แล้วไปทำอะไรมาถึงตัวเปียกขนาดนี้

ผมฉีกยิ้มแห้งหวังกู้สถานการณ์

อั๊วตกคลองบางยี่ขันน่ะครับ

ผมเห็นเธอทำสีหน้าตกใจ

 “แล้วลื้อไปหาหมอรึยัง

ไปมากับมั่นแล้วครับ

เธอถอนหายใจ

โล่งอกไป นี่คงยังสับสนอยู่ล่ะสิ เอ้าๆ ไปเปลี่ยนเสื้อไป ห้องลื้ออยู่ด้านในนู้น

ถ้าเป็นครอบครัวคนจีนก็ต้องเรียกตามลำดับการเกิด ประเด็นสำคัญในตอนนี้คือ...เธอเป็นพี่หรือเป็นน้องของผมกันนะ

เอาวะ ลองเสี่ยงดู

เจ้

อีกฝ่ายมองหน้าผมนิ่ง

ฉิบหาย ไอ้มอสเรียกผิดแน่นอน

พอคิดได้ดังนั้นจึงใช้ยิ้มแห้งแก้สถานการณ์อีกครั้ง

เอ้า เรียกแล้วก็ไม่พูดต่อ มีอะไรก็ว่ามาสิ

อ้าว ถูกด้วย

เจ้ช่วยพาผม...เอ๊ย พาอั๊วไปที่ห้องหน่อยได้ไหมครับ อั๊วเจ็บขา

หลังจากนั้นผมก็งัดสกิลแอคติ้งขั้นเทพที่สู้อุตส่าห์ไปเรียกที่อักษรอยู่ร่วมเทอมมาใช้แทบจะทันที อีกคนที่เห็นผมทรุดลงเล็กน้อยก็รีบมาประคอง

ไอ๊หยา ลื้อโชคดีนะที่แค่เจ็บขาน่ะ มาๆ อั๊วช่วย

สำเร็จ

หลังจากเดินผ่านห้องของเธอเข้ามาอีกหน่อยก็จะเป็นห้องของผมและมีอีกสองห้องถัดออกไป ที่เห็นเป็นโถงไกลๆ นั่นคงจะเป็นห้องครัว ห้องทุกห้องที่นี่ถูกแบ่งขั้นไว้ด้วยไม้กระดานบางๆ ซอยห้องออกเป็นสี่ห้องเล็กๆ ส่วนที่เหลือก็เหมือนจะปล่อยโล่งไว้

ก็ตามสถานะภาพทางการเงินล่ะนะ ได้ห้องส่วนตัวแค่นี้ก็ดีถมถืดแล้ว

เอ๊ะ แต่มันมีสี่ห้องแสดงว่าต้องมีสมาชิกอีกคนในบ้านสินะ

ช่างมันก่อนเถอะ

หลังจากเธอพาผมเข้ามานั่งที่เตียงในห้องได้ก็เอ่ยปากถามไถ่อีกครั้งก่อนจะออกไป ผมนั่งจ้องประตูที่เพิ่งปิดไปได้ไม่นานด้วยความคิดที่แสนจะสับสน

จะทำยังไงต่อไปดี

จะกลับไปได้ไหม

จะใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ยังไงต่อไป

พ.ศ. 2460 ชีวิตที่ไม่มีทั้งน้ำประปาและไฟฟ้า

ไม่สิ ถ้าเทียบตามประวัติศาสตร์ตอนนี้ก็เป็นยุคกลางรัชกาลที่หก ไฟฟ้าหรือประปาก็คงเริ่มมีใช้กันแล้ว

ผมกวาดสายตามองรอบห้อง

ในห้องนี้มีแค่เตียง โต๊ะเขียนหนังสือและตู้เสื้อผ้าเท่านั้น บนโต๊ะเองก็ไม่มีอะไรนอกจากตะเกียงน้ำมันก๊าดหนึ่งอัน

ยิ้มแห้งอีกหนึ่งครั้ง

ที่ไหนจะมีใช้ก็ไม่รู้ แต่คงไม่ใช่ที่นี่แน่ๆ

3 มีนาคม พ.ศ. 2460 งั้นเหรอ ปีนี้ก็เป็นช่วงที่ใกล้จบสงครามโลกครั้งที่หนึ่งมากแล้ว เดี๋ยวช่วงกรกฎาคมไทยก็คงประกาศสงครามกับออสเตรีย-ฮังการี พอปีหน้าออสเตรีย-ฮังการีก็จะแพ้สงคราม แล้วไทยก็จะขอเพื่อแก้สนธิสัญญา

อา ความรู้สึกของคนมาจากอนาคตเป็นแบบนี้นี่เอง

ผมหัวเราะฝืนๆ ให้กับความคิดของตัวเอง

ตลกไม่ออกเลยสักนิด จะเอายังไงดีล่ะมอส ในบันทึกของคุณทวดทีนก็ไม่ได้พูดถึงชีวิตฝั่งกรวิกมากมายนักก็เลยไม่รู้ว่าชีวิตที่ผมต้องใช้ต่อไปควรเป็นในทิศทางไหน

ไม่สิ ไม่ใช่ไม่พูดถึงแต่ยังอ่านไม่ถึงมากกว่า

นึกแล้วก็คิดถึงชีวิตที่จากมาไม่น้อย เรื่องทั้งหมดมันคงเริ่มจากเสียงแปลกๆ ที่บังเอิญได้ยิน ไม่รู้ว่าไปทำอะไรเข้าถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้

ผมคือกรวิกอย่างนั้นเหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็หมายความผมต้องได้กับคุณทวดทีนอย่างนั้นเหรอ

ไม่สิ เรายังไม่อ่านไม่จบสักหน่อย เขาได้กันรึเปล่าก็ไม่รู้ คิดในแง่ดีไว้มอส นึกสภาพได้กับทวดของเพื่อนสิ...

หัวเราะแห้ง

แต่ถ้าเรื่องราวเป็นไปตามบันทึกจริง อีกไม่นานผมก็คงได้เจอกับคุณทวดของทีน และดูเหมือนเขาจะชอบผม...หมายถึงกรวิกอยู่ไม่น้อย แล้วผมควรจะทำยังไงดี ถ้าได้อ่านบันทึกจบไปแล้วก็คงดี

ผมถอนหายใจปลงๆ แล้วเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า สุ่มหยิบเสื้อผ้าฝ้ายกับกางเกงผ้าแพรในตู้มาใส่อย่างลวกๆ แล้วกลับมาทิ้งตัวนอนสงบจิตสงบใจอยู่บนเตียง

ผมไม่รู้ว่าคุณทวดของทีนจะมีส่วนทำให้ผมมาอยู่ที่นี่ด้วยรึเปล่า ไม่รู้ด้วยว่าถ้าเจอคุณทวดผมจะต้องทำตัวยังไง

เอ...แล้วคุณทวดของทีนนี่เขาชื่ออะไรกันนะ



************************************************************************************************

อ่านกันมา 8 ตอนยังไม่รู้ชื่อคุณทวดกันเลย อีกนิดเดียวค่ะ เดี๋ยวจะได้รู้แล้ว XD











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 252 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1144 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 12:16
    งงตามน้องเลยตอนนี้ แต่สนุกมาก
    #1,144
    0
  2. #1103 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 20:00
    วงวารนายมอส
    #1,103
    0
  3. #1084 Earn0624 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2562 / 08:46
    เอ.. แล้วคนที่อยู่ในบันทึกเล่มนั้น(ที่เหลือทั้งหมด)คือมอสหรือกรวิกกันล่ะ
    #1,084
    0
  4. #1033 MS.ALIEN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:22
    นั่นไงว่าแล้ว 5555555 แต่ลุ้นะระเอก แล้วน้องกรวิกตายหรือยังคะ หรือไปอยู่ภพปัจจุบัน
    #1,033
    0
  5. #1025 ความถี่สีชมพู (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 21:21
    หัวเราะแห้งตามน้อง555555
    #1,025
    0
  6. #912 SOUGIYA (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 10:38
    พระเอกค่าตัวแพงมากค่ะ5555555
    #912
    0
  7. #843 Mune (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 00:18
    วงวารน้องง งงไปหมดแล้วว 5555555555 หัวเราะแห้งๆตามน้องไป
    #843
    0
  8. #797 maielf13 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 20:43
    ถ้าเป็นนี่คงได้โวยวายโรงหมอแตกไปแล้ว55555555
    #797
    0
  9. #639 Chopoom94 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 21:11
    เรื่องต่อจากนี้ก็จะวุ่นๆหน่อย กรเหมือนคนสติเตลิด แต่ใช่ที่หน้ายยยยย นี่น้องมอสเด้อ เอาเป็นว่าชื่อทวดของทีนชื่ออะไรอ่ะ555 อยากรู้แล้วฮับ
    #639
    0
  10. #559 `peach (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 17:31
    เอาแล้วไงมอส เอ็งกลายเป็นกรวิกไปแล้ว
    #559
    0
  11. วันที่ 9 มกราคม 2561 / 14:51
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #497
    0
  12. #447 คนไม่กินถ่าน (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 00:37
    มอสโครตมีสติอ่ะ 555
    #447
    0
  13. #387 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 13:55
    มอสมีความปรับตัวได้ดีนะ
    #387
    0
  14. #371 mykray (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 12:26
    พูดจาแบบผู้ดี โอ้ยยยย ตอนนี้มีแต่ความเอ็นดูคู่เพื่อน?เขาค่ะ
    #371
    0
  15. #321 huskyhund (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 02:36
    น้องมอสน่ารักค่ะ 5555 พอย้อนอดีตกลับมายิ่งน่ารัก
    #321
    0
  16. #292 เเม่หญิงกมล (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2560 / 22:24
    เดาถูกจริงๆด้วยล่ะว่ามอสจะต้องย้อนอดีตมา #ในฐานะที่คลั่งไคล้ความพีเรียด55555555 อยากจะบอกว่าอ่านถึงตอนนี้ชอบมากถึงมากจริงๆค่ะ อ่านไปนี่สุขใจไปด้วย
    #292
    0
  17. #244 เรียกฆ่าว่า-juta (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 06:23
    ว๊าย! พูดจาน่ารักนะเราอะ
    #244
    0
  18. #28 iampit (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 15:48
    เกลียดประโยคยิ้มแห้งกับหัวเราะแห้งอ่ะ ภาพขึ้นมาในหัวจนต้องยิ้มแห้งตามเลย5555 //หัวเราะแห้ง
    #28
    0
  19. #19 Flint (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 20:08
    ชอบมากค่ะ ยิ้มแห้ง555555
    #19
    0
  20. #18 สึยะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 20:13
    มาให้ค้างดีค่ะ  5555555555
    มอสสับสน
    #18
    0
  21. #17 สึยะ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 15:17
    ชอบมากเลยค่ะ   ตอนนี้กลับมาอดีตหรือคะ
    ชอบบบบบบบบบบบบบบบบบบ อยากเจอพระเอกแล้ว
    #17
    0