แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 21 : ความเจ็บปวด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,225
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 221 ครั้ง
    12 พ.ย. 60



















ผมจำได้ว่าเมื่อเช้าตัวเองตื่นเช้ากว่าปกติ รอบด้านยังคงมืดสนิท พระอาทิตย์ยังไม่โผล่มายิ้มแฉ่งที่ขอบฟ้าด้วยซ้ำ บ้านทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบ

เงียบ...สงัด

เงียบจนผมได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเอง

...ก็ดีแล้ว...

ผมรีบจัดการตัวเองก่อนจะเดินออกจากบ้านก่อนที่ใครจะตื่นขึ้นมาเจอ

ถ้าจะให้พูด สถานการณ์ในบ้านตอนนี้แย่ลงกว่าเดิมจนผมไม่อยากจะเจอหน้าใครทั้งนั้น ถึงแม้ว่าปกติแล้วผมจะเข้าหน้าใครไม่ติดอยู่แล้วก็เถอะ แต่พอมีเรื่องเกิดขึ้น แค่หน้ามดในบ้านผมก็ไม่อยากเห็น

มันแสลงใจไปหมด

ไอ้หนุ่ม น้ำเชื่อมเสร็จหรือยัง

เสียงร้องทักที่ตะโกนมาจากอีกฝากของอาคารเป็นสิ่งย้ำเตือนว่าผมควรให้ความสำคัญกับอะไร

ใช่ ผมควรให้ความสำคัญกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า

เสร็จแล้วจ้ะ มาเอาได้เลย

สิ้นคำของผม หญิงสูงวัยร่างท้วมคนหนึ่งก็เดินมายกหม้อลงจากเตาถ่านแล้วกวักมือเรียกผมเข้าไปใกล้ๆ

เอ็งทำขนมเป็นไหม

ผมฉีกยิ้มแห้งเผื่อสวรรค์จะเมตตา ไอ้ตัวผมเองมันก็พอจะทำได้อยู่หรอก แต่ก็คงไม่อร่อยสู้อาม้ากับอาเจ้แน่นอน ขืนทำไปน่ากลัวว่าจากคนติดรสมือจะกลายเป็นแขยงกันไปหมด

ไม่เก่งแล้วยังเสนอหน้าอีกนะผมเนี่ย

ข้าก็ว่าอยู่แล้ว

แทนที่จะดุด่า หญิงชราคนนั้นกลับฉีกยิ้มบางอย่างเอ็นดู

...ทำไมล่ะ...

พี่สาวของเอ็งพูดถึงเอ็งบ่อยมากเลยรู้ไหม

ใจของผมเต้นรัว

ไอ้กรดีอย่างนั้น ไอ้กรดีอย่างนี้ เห็นมันนิสัยเช่นนั้นแต่มันก็รักเอ็งนะ ข้ายังจำได้อยู่เลย ตอนวันเกิดท่านเจ้าคุณ พี่สาวเอ็งนี่หาเรื่องไปทำงานในเรือนแจเลย ก็เพราะมันอยากจะไปดูเอ็งเล่นดนตรีน่ะสิ อู๊ย ข้านี่เหนื่อยใจจะบ่น

 จริงเหรอ เรื่องมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ เหรอ

มันน่ะ ระริกระรี้จะไปดูเอ็งสีซอเสียให้ได้ พลางโอ้ชมเอ็งกับคนในโรงครัวยกใหญ่ว่าเอ็งน่ะเสียงดี พวกบ่าวมันก็เลยพากันไปฟัง อุบ๊ะ เสียงเอ็งนี่ใสอย่างกับนกการเวกอย่างไรอย่างนั้น เป็นเด็กผู้ชายแท้ๆ

ผมยิ้มรับคำชมนั้นเล็กน้อย ในหัวยังมีแต่เรื่องของอาเจ้วนเวียนอยู่เต็มไปหมด

เจ้ห่วงผมจริงๆ เหรอ เจ้รักผมจริงๆ ใช่ไหม

...ผมสามารถพูดว่าพวกเราเป็นพี่น้องที่รักกันได้...ใช่ไหม...

เสียงถอนหายใจจากคนตรงหน้าดึงผมออกจากภวังค์

แต่ไอ้เรื่องหนีไปกับผู้ชายนี่นะ ข้าเองก็ห้ามมันแล้ว แต่มันก็เอาแต่พูดว่าหากพ่อแม่มันรู้ มันก็คงไม่ได้แต่งกับชายคนนี้แน่ ข้าเองก็อยู่บนโลกนี้มานาน มองปราดเดียวก็รู้ว่าไอ้หนุ่มคนนั้นมันเป็นแมงดา เกาะผู้หญิงกิน ตอนทำงานอยู่ที่นี่ก็โดนรีดไถไปตั้งเท่าไหร่ แต่ก็อย่างว่าล่ะเอ็ง หญิงชายหากเข้าสู่อารมณ์พิศวาส เอาอะไรไปขวางมันก็ไม่ฟังหรอก

เพราะแบบนี้สินะ ตอนผมมาพูดเรื่องเงินด้วย อาเจ้ถึงได้ดูฉุนเฉียวนัก

ป้าพอจะรู้ไหมจ้ะว่าพี่ฉันหนีไปที่ไหน

เธอสบตาผมแว่บหนึ่งแล้วเสหลบไป

มันขอเอาไว้ว่าไม่ให้ข้าบอกใคร...

เธอนิ่งเงียบไปอึดใจ

แต่ข้าว่าเอ็งควรจะรู้ไว้นะ

ลมหายใจเฮือกใหญ่ถูกระบายออกมาจากหญิงชราตรงหน้า

มันบอกว่าจะไปอยู่ด้วยกันแถวปากน้ำโพ

ปากน้ำโพ...นครสวรรค์เหรอ แล้วผมจะไปตามพี่ได้ยังไงกันล่ะ

...ไม่มีทางเลย คิดไม่ออกเลย...

แล้วผมก็พลันสบเข้ากับนัยน์ตาฝ้าฟาง แววตาที่ทอดส่งมาให้นั้นแสนอาทร

ข้าว่าเอ็งตัดใจเสียเถอะ อย่างไรเสียพี่เอ็งก็ไปแล้ว จะไปตามกลับมาคงเป็นไปไม่ได้ดอก

เหมือนมีบางอย่างทุบลงกลางอก ความรู้สึกของการรับรู้ความจริงมันเป็นอย่างนี้นี่เอง อันที่จริงผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปตามหาหรือตามตัวอาเจ้กลับมาแล้ว แต่มีอย่างหนึ่งที่ยังติดค้าง...

ผมอยากขอโทษ

...อยากพูดคำว่าขอโทษสักครั้ง...

เอ้าๆ เลิกพูดเรื่องไร้สาระได้แล้ว รีบมาทำงานเร็วเข้า จะได้รีบจัดสำรับให้ทันมื้อเช้า

คนตรงหน้าผมเปลี่ยนเรื่องพูดไปเสียดื้อๆ เมื่อเขาตั้งใจที่จะไม่พูดถึง ผมก็ควรจะสนอง พวกเราสองคนพากันทำงานต่อราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หญิงชราชี้นิ้วให้ผมหยิบนู้นหยิบนี่ ปากก็พร่ำสอนเรื่องการทำขนมไทยไปด้วย

การทำงานในตอนเช้านั้นวุ่นวาย แต่พอพ้นช่วงสำรับเช้าไปได้โรงครัวก็สงบลง เหลือเพียงกิจวัตรเล็กๆ น้อยๆ อย่างเช่นการดองผลไม้ ไม่ก็จัดเตรียมวัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารมื้อถัดไป ช่วงเวลาที่สงบนี้เองที่เราจะได้แอบพักงาน

เออ อู้นั่นแหละ

ผมปลีกตัวออกมาจากโรงครัวหลังจากไม่มีอะไรให้ทำ บ้านของท่านเจ้าคุณอธิปนั้นมีอาณาเขตกว้างขวาง พื้นที่ด้านหนึ่งติดกับคลองเล็กๆ ซึ่งผมเองก็จนปัญญาจะบอกว่าเป็นคลองอะไร รู้แต่เพียงว่ามีท่าน้ำและเรือให้ใช้สัญจรไปมาได้

พื้นที่ตรงนี้เงียบสงบและร่มรื่นกว่าทุกที่ที่เดินผ่านมา เพราะแบบนั้นผมเลยทิ้งตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ริมคลองต้นหนึ่ง ในทีแรกผมก็ไม่ได้คิดจะใส่ใจว่ามันเป็นต้นอะไรจนกระทั่งดอกไม้ดอกหนึ่งหลุดร่วงลงมาจากกิ่ง

...ดอกการเวก...

ผมหัวเราะสมเพชตัวเองเบาๆ

ทำไมชีวิตของผมต้องมาเกี่ยวพันก็ดอกไม้บ้านี่อยู่เรื่อยเลยนะ


หากเจ้าเป็นมาลีพี่เป็นผึ้ง

ใช่ทะลึ่งมีแต่รักมากมหันต์

หากเจ้าเป็นโลกนี้พี่เป็นจันทร์

อยู่คู่กันตลอดไปด้วยรักเอย


บทกลอนที่ผุดขึ้นมาในหัวทำให้ผมต้องส่ายหัวแรงๆ เพื่อไล่มันออกไป

บทกลอนนั้นแว่วหวานชวนให้ใจเต้น ทุกครั้งที่กลับเข้าไปในห้อง ผมก็อดไม่ได้ที่จะหยิบมันขึ้นมาอ่าน

อ่านแล้วก็เก็บ เก็บแล้วก็เอาขึ้นมาอ่านใหม่

ซ้ำไปซ้ำมา วนเวียนอยู่อย่างนั้น

รู้ทั้งรู้ว่าไม่ควรรัก รู้ทั้งรู้ว่าควรตัดใจ

ทำไมถึงเอาแต่อ่านจดหมายรักของเขาอยู่ได้นะ แย่จริงๆ

ผมนี่มันแย่จริงๆ

อ้าว คุณนั่นเอง

 เสียงใสหวานที่ดังขึ้นไม่ห่างจากตัวนักทำให้ผมสะดุ้งโหยงจนหัวโขกกับต้นไม้ที่นั่งพิงอยู่

เจ็บโว้ย

ผมลูบหัวตัวเองปอยๆ พลางมองหน้าคนมาใหม่

...อ้อ...นึกว่าใคร...

มีกระไรจะเรียกใช้ผมหรือครับคุณชื่น

ดวงตากลมหวานนั้นหรี่ลงเนื่องด้วยรอยยิ้ม เธอยังคงงดงามเหมือนกับวันแรกที่เราพบกัน ใบหน้าสวยหวาน เสื้อผ้าสีสดใสดูสะอาดเรียบร้อย วันนี้เธออยู่ในชุดผ้าลูกไม้แขนสั้นรับกับผ้าซิ่นพื้นชมพูทอลายสวย ในมือมีหนังสืออยู่สองสามเล่มดูเป็นผู้คงแก่เรียน

สงสัยจะมาหาที่นั่งอ่านหนังสือล่ะมั้ง

เปล่าหรอกค่ะ ชื่นแค่คุ้นหน้าเลยมาถามดู

น่ารักจริงๆ ให้ตายสิ

ความน่ารักของเธอยิ่งทำให้ผมรู้สึกผิด...ผิดมากกว่าเดิมเป็นร้อยเป็นพันเท่า

ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไรตอบออกไป สิ่งที่คิดออกก็คือ...

นั่งเงียบโง่ๆ แบบนี้แหละดีแล้ว

คุณเป็นน้องชายของพลอยหรือคะ

คำถามนั้นทำให้ผมต้องหันขวับไปมอง ถ้าจะพูดกันตามความเป็นจริงแล้ว เจ้านายน้อยคนที่จะจำชื่อบ่าวที่ไม่สนิทได้ การที่คุณชื่นจำชื่ออาเจ้รวมไปถึงกล้าที่จะถามออกมาได้ แสดงว่าพวกเขาต้องสนิทกันพอควร

ไปสนิทกันได้ยังไงนะ

ครับ

ผมมองหน้าเธอด้วยแววตาที่คิดไปเองว่าไร้เดียงสาที่สุด

แล้วไม่ทราบว่าคุณชื่นรู้จักพี่สาวผมได้อย่างไรหรือครับ

เธอระบายลมหายใจออกมาเล็กน้อย สายตาอ่อนหวานนั้นทอดมองไปไกลแสนไกล

พลอยเป็นบ่าวคนเดียวในเรือนนี้ที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉัน อย่างน้อยการคุยกับเขาก็ทำให้หายคิดถึงบ้านได้บ้าง

น้ำเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย มันฟังดูโหยหาและโศกเศร้าอยู่ในที

แม้จะสงสัย แต่ผมกลับรู้สึกอยากพูดบางอย่าง

อยากปลอบโยนให้เธอหายเศร้า

คุณชื่นคงจะเหงามากที่จากบ้านมาไกล แต่อย่างไรเสียเมื่อคุณชื่น...

ผมพยายามระงับความรู้สึกบางอย่างที่พวยพุ่งขึ้นมาในอก

...แต่งงาน ก็ต้องย้ายมาอยู่กับคุณเปรมอยู่ดีมิใช่หรือครับ

ผมกลืนก้อนบางอย่างลงไปในคอ

แม้ว่าตอนนี้อาจจะเหงาอยู่บ้าง แต่เมื่อออกเรือนแล้วมีลูก...

หัวใจของผมเจ็บแปลบ

ก็คงจะหายเหงา...นะครับ

เธอมองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกก่อนจะเบนสายตาทอดมองน้ำในคลองที่ไหลเอื่อย

ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกว่าเธอ...น่าสงสาร เด็กสาวตรงหน้าผมดูหงอยเหงาและไร้สุข ทั้งที่ใบหน้าสวยหวานนั้นไม่เหมาะกับความเศร้าเลยแท้ๆ

หรือเธอจะไม่อยากแต่งงานกับคุณเปรม?

ผมเองก็ไม่รู้ แต่ผมภาวนาให้มันไม่เป็นเช่นนั้น แค่แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ได้รักตัวเองก็แย่พออยู่แล้ว ถ้าต้องแต่งทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ได้รัก มันคงจะแย่ไปใหญ่

คงจะแย่และน่าสงสารทีเดียว

ความรักนี่น่าเบื่อจริงๆ ...ไม่เคยได้ดั่งใจเอาเสียเลย

 






คุณชื่นจากไปแล้ว หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือผมเองที่เลือกจะจากมา

ประการแรก ชายหญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันตามลำพัง ยิ่งคุณชื่นเป็นหญิงสูงศักดิ์ยิ่งไม่ควร

ประการที่สอง ผมไม่มีเรื่องอะไรจะพูดกับเธออีกแล้ว

ประการที่สาม การเห็นหน้าเธอ...มันทำให้ผมเจ็บใจพิลึก

เจ็บใจ แต่ก็ไม่ได้โกรธ

ไม่โกรธ เพราะรู้สึกว่าเธอน่าสงสาร

คุณชื่นเป็นคนน่าสงสาร เป็นคนอ่อนหวานที่ซ่อนความเศร้าอย่างล้ำลึกไว้ภายใน

เกิดเป็นคนมียศมีศักดิ์ก็ลำบากเหมือนกันนะ

กร

ผมสะดุ้งโหยงกับเสียงเรื่องชื่อที่ดังขึ้นไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย

วันนี้กูสะดุ้งไปกี่ทีแล้วถามจริง ถ้าหัวใจวายขึ้นมาใครจะรับผิดชอบน่ะเฮ้ย

ผมหันไปตามทิศของเสียงเรียก หวังในใจว่าถ้าเป็นบ่าวในโรงครัวพ่อจะด่าให้ยับ

...น่าเสียดายที่ไม่ใช่...

คุณเปรม

เขายกยิ้มบางรับคำเรียกชื่อจากผม

ไปหาสมุนไพรด้วยกันหน่อยสิ

แหน่ะ หาสมุนไพร verb to หาสมุนไพรงี้

อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่แล้วว่าหื่น

ไม่ล่ะครับ ผมมีงานมีการต้องทำ

ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมกล้าจะปากดีใส่เขา ซ้ำร้ายยังกล้าที่จะเถียงด้วย

แถวบ้านเรียกมีพัฒนาการ

กร

น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นกดลงเล็กน้อย

ใครสนล่ะ

ผมหันหลังกลับทำท่าจะเดินจากไป

ถ้าเดินไปก็หาเงินยี่สิบบาทมาจ่ายภายในพรุ่งนี้เสีย

เท่านั้นล่ะครับ หมุนตัวกลับมาแทบไม่ทัน

คนนิสัยไม่ดีฉีกยิ้มกว้างแล้วเอามือไพล่หลัง

เอ้อ หล่อมาก ผู้ดีมากว่างั้น

เป็นเด็กดีแต่แรกก็จบแล้ว

พอพูดจบก็ออกเดินนำไปโดยไม่รอให้ผมประท้วงอะไรสักคำ แต่ก็ดี...

ผมจะได้กรอกตาใส่ได้ถนัดๆ หน่อย

เขาพาผมมาจนถึงกระท่อมหลังหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในสวนลึกเกือบติดรั้วอีกด้านของบริเวณบ้าน ด้านหน้ากระท่อมมีชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่บนแคร่ คุณเปรมเดินเข้าไปพูดอะไรกับเขาสองสามคำก่อนที่จะเดินกลับมาหาผม

เข้าไปหาสมุนไพรสิ เราจะรออยู่ด้านนอก

นั่น ดูมันครับดูมัน น่าหมั่นไส้สุดๆ

ผมถอนหายใจใส่เข้าไปหนึ่งทีแล้วเดินตามชายชราที่กำลังเปิดประตูแล้วเดินเข้าไปในกระท่อม

ด้านในนี้ทั้งมืด ทั้งอับเหมือนกระท่อมเก็บสมุนไพรที่บ้านครูบุญไม่มีผิด ผมเหลือบมองคุณลุงข้างๆ เล็กน้อย เขาดูงกๆ เงิ่นๆ ชอบกลจนผมพลั้งปากถามออกไป

ลุง...ปวดหลังหรือจ๊ะ

ชายชราหันมาหาผมเล็กน้อยแล้วเริ่มเอ่ยปาก

โอ๊ย มันก็ไปตามสังขารนั่นล่ะ นี่รู้ไหมว่าข้าเป็นบ่าวบ้านนี้อยู่กี่ปีแล้ว ชั่วชีวิตเลยล่ะไอ้หนุ่ม สมุนไพรใดๆ ถามไอ้ดำคนนี้ได้หมด แต่ทุกวันนี้นะ ยาฝาหรั่งมันก็เข้ามาในพระนครมากมายจนข้าจนปัญญาแล้ว จำไม่ได้เลยว่าอะไรเป็นอะไร พูดก็พูดเถิดนะ....

หลังจากนั้นลุงก็พร่ำบ่นอีกยาวเหยียดไปตามประสาคนแก่ทั่วไป หัวข้อส่วนใหญ่ที่พูดออกมามักจะเป็นเรื่องของความเหนื่อยหน่ายกับคนหนุ่มสาวสมัยใหม่บ้าง เรื่องสังคมที่เปลี่ยนเร็วเกินไปบ้าง เรื่องคนต่างชาติล้นเมืองบ้าง ทุกคำที่ลุงพูดออกมาล้วนยึดติดกับอดีต เหมือนตัวตนของเขาไม่พร้อมจะอยู่ในยุคสมัยนี้ แต่ใช่ว่าผมจะไม่เข้าใจความรู้สึกพวกนั้นหรอกนะ

ยังไงซะสักวันหนึ่งผมก็ต้องแก่ สักวันหนึ่งผมก็ต้องโหยหาอดีต สักช่วงหนึ่งของชีวิตผมคงมีความคิดทำนองว่า โลกสมัยก่อนเคยดีกว่านี้

สักวันหนึ่งผมก็คงเป็นเหมือนคุณลุง...เป็นคนที่ไม่เข้าใจโลกและอยากให้โลกเข้าใจเราบ้าง

แต่คนอย่างผมนี่จะได้อยู่จนแก่ตายไหมนะ แล้วผมจะแก่ตายที่นี่จริงๆ เหรอ

...

...จะกลับไปได้ไหมนะ...

เอ้า ไอ้หนุ่ม

คะ ครับ

ผมหลุดจากภวังค์แล้วรีบหันไปตามเสียงเรียก

ข้าจะไปต้มยาให้คุณหญิงท่าน เอ็งก็ปิดกระท่อมให้เรียบร้อยเสียล่ะ ปิดประตูไว้ก่อนก็ได้ เดี๋ยวข้ากลับมาขันกุญแจเอง

ผมพยักหน้ารับคำสั่งนั้นอย่างว่าง่ายแล้วทอดสายตามองชายชราที่เดินกระโผลกกระเผลกออกไป

...แล้วอีกคนก็เดินเข้ามา...

เขาไม่ได้เข้ามาเปล่า มือสองข้างนั้นปิดบานประตูไว้เสียด้วย

ผมถอยหลังกรูจนติดผนังกระท่อม

อย่าเข้ามานะคุณเปรม ไม่เช่นนั้นผมจะร้องจริงๆ ด้วย

เขาหัวเราะ

คิดว่าเราจะทำอะไรรึ

ทำอะไรก็ไม่รู้ล่ะ แต่ไม่ไว้ใจ

เขาฉีกยิ้มกว้าง

ทำตัวอย่างกับพวกแมว

แม้แสงด้านในจะสลัวแต่ผมก็พอมองออกว่าเขากำลังมองหน้าผมด้วยรอยยิ้มกว้าง

หรือจะเป็นปักษาสวรรค์ดีนะ จะได้พ้องกับชื่อกรวิกอย่างไรเล่า

ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่คิดจะตอบรับคำพูดหวานเลี่ยนนั้นแม้แต่น้อย

นกการเวก ว่ากันว่าเป็นปักษาสวรรค์ ใครที่ได้ยินเสียงนกการเวกเป็นอันต้องตกบ่วงมนตราหยุดฟังไปเสียทุกครา สงสัยว่าพี่เองก็จะตกบ่วงมนตรานกการเวกตนนี้เสียแล้วกระมัง

ผมเกลียดเวลาเขาพูดแบบนี้

เกลียดเวลาเขาเกี้ยวพาราสีผมเหมือนไม่มีพันธะอะไร

เกลียดที่เขาพูดแบบนี้กับผมทั้งที่มีคุณชื่นนั่งเศร้าอยู่ข้างนอกนั้น

...เหนือสิ่งอื่นใดคือผมเกลียดตัวเองที่ชื่นชอบคำพูดแบบนั้นของเขา...

ผมไม่ชอบให้คุณพูดแบบนั้นเลย

แม้จะมองไม่เห็น แต่ผมเชื่อว่าเขาจะสัมผัสได้ว่าผมจ้องมองเขาอยู่

คุณมีคุณชื่นอยู่แล้วนะ

ร่างสูงใหญ่นั้นก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

อย่าเข้ามานะคุณเป...

พี่ชอบกร

ผมนิ่งค้าง ความรู้สึกในอกมันทั้งเต็มตื้นและเจ็บปวด

ผมกำลังทำเรื่องผิดบาป

พี่ชอบจนรัก

แขนใหญ่สองข้างดึงผมเข้าสู่อ้อมกอดอุ่น

พี่ชอบเจ้า ชอบเหลือเกิน

ยิ่งเข้าบอกว่าเขาชอบผมมากเท่าไหร่ ผมก็ยิ่งเกลียดตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

...เกลียดตัวเองที่เผลอยกมือขึ้นกอดตอบ...

พี่ไม่กลัวว่าใครจะรู้เรื่องของเราหรือ

ทำไมผมถึงถามไปแบบนั้นล่ะ ทำไมผมถึงทำตัวร้ายกาจได้ขนาดนี้

เขาดันตัวออกเล็กน้อยแล้วเอามือลูบหน้าผมแผ่วเบา

ไยต้องกลัวคนรู้เล่า ความรัก ใช่สิ่งผิดรึ

นุ่มนวลและอ่อนหวาน

หวานจนเสียดแทงไปทั้งใจ

ความรักไม่ใช่เรื่องผิด แต่พี่อาจจะกำลังรักคนผิด ผม...ผมอาจไม่ใช่คนที่พี่ควรรัก

เขาเลือกที่จะเงียบแล้วปล่อยให้ผมพูดต่อไป

พี่สูงค่าเกินกว่าจะมารักคนอย่างผม

คุณชื่นรออยู่ข้างนอกนั่น คุณชื่นคือคนที่น่ารัก

...น่ารักและควรรัก...

เราเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าความรักเขาวัดกันที่ยศถาบรรดาศักดิ์ เผลอเข้าใจผิดว่าวัดกันที่ใจมาเสียเนิ่นนาน

เขาเอ่ยติดตลกหวังแล้วลูบศีรษะผมแผ่วเบา

อย่ากังวลไปเลยดวงใจพี่ รักก็คือรัก จะต่ำจะสูงอย่างไร พี่ก็จะรักปักษาสวรรค์ตัวนี้อยู่ร่ำไป

ไม่ใช่ นี่ไม่ใช่ความรัก ความรักต้องทำให้ทุกคนมีความสุขสิ ความรักที่เราสุขแต่คนอื่นต้องมาทุกข์

...ผมไม่ต้องการ....

เพราะแบบนั้นผมจึงเลือกที่จะดันตัวเองออกจากอ้อมกอดกว้าง

แม้จะเสียดายไออุ่นที่ห่างออกไป แต่สิ่งที่ถูกต้องก็คือสิ่งที่ควรทำอยู่ยังวันยังค่ำ

บางครั้งสิ่งที่เราต้องการกับสิ่งที่ควรทำก็อาจจะสวนทางกัน และผมคือคนที่เลือกจะทำสิ่งที่ถูก

คุณชื่นอยู่ข้างนอกนั่น ไปหาเธอเถอะครับ

พอพูดจบผมก็ผละออกมาหวังเดินจากไปให้พ้นๆ เสียที ติดอยู่ที่เขาคว้าแขนผมเอาไว้ได้เสียก่อน

แต่พี่มีความรักให้น้องโดยบริสุทธิ์ใจเสมอมา

เขาบีบแขนผมแน่นขึ้นอีก

คนที่พี่รักคือน้อง ไม่ใช่แม่ชื่น

ผมสบหน้าตาเขานิ่ง แม้จะมองเห็นไม่ถนัดแต่ผมมั่นใจว่าเขารับรู้ได้

ปล่อยผมไปถอะครับคุณเปรม เส้นทางของเราไม่มีวันบรรจบกันหรอก

เพียงเท่านั้น แรงที่จับแขนอยู่ก็ผ่อนลงจนผมสามารถดึงแขนออกมาได้อย่างง่ายดาย

หลังจากนั้นทุกอย่างก็ผ่านไปได้อย่างง่ายได้

ผมผลักประตูออกมาโดยไม่มีเสียงคัดค้านตามหลัง

ผมเดินจ้ำไปได้ไกลโดยไม่มีใครสั่งให้หยุด

ผมแกว่งแขนได้อย่างอิสระ

แต่หัวใจของผมกลับเจ็บจนปวดไปหมด

เจ็บจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ

เจ็บจนภาพตรงหน้าพร่ามัวไปหมด

เจ็บจนอยากวิ่งหนีไปให้ไกลๆ แต่ก็ทำไม่ได้

ยากจังเลย...ความรักนี่มันยากจังเลย

 






กว่าผมจะทำงานที่โรงหมอเสร็จก็ปาไปเย็นมากแล้ว พอกลับมาถึงบ้าน บริเวณรอบด้านจึงมืดสนิท เหลือเพียงแสงสลัวจากตะเกียงดวงน้อยที่คอยนำทาง ประตูหน้าบ้านถูกปิดสนิทแต่แสงนวลๆ ที่ลอดออกมาตามจากใต้ประตูทำให้ผมรู้ว่าด้านในนั้นยังมีคนอยู่ อีกฝากของประตูคงเป็นใครสักคนที่ผมไม่อยากเจอ ไม่ว่าจะเป็นอาป๊า อาเฮียหรือแม้กระทั่งอาม้า ผมก็ไม่อยากเจอทั้งนั้น

แต่ชีวิตคนเราใช่ว่าจะมีทางเลือกมากนัก

ผมสูดลมหายใจเข้าเรียกกำลังใจให้ตัวเองแล้วออกแรงผลักประตูเบาๆ บานประตูไม้เปิดอ้าออกทีละน้อย ค่อยๆ เผยภาพด้านในให้เห็น แล้วผมก็ได้เห็นสิ่งที่ไม่คิดเลยว่าจะได้เห็น...

อาเฮียนั่งอยู่ตรงนั้น นั่งอยู่บนพื้นข้างตะเกียงดวงน้อยที่ทอแสงนวลอร่ามตา

เขาเหมือนหลุดเพิ่งจากภวังค์ นัยน์ตาเลื่อนลอยนั้นเหลือบมองผมแล้วเบนหลบ

กว่าจะกลับมาได้นะ

เขาพูดแค่นั้นแล้วก็ยันตัวลุกขึ้นพร้อมกับหยิบตะเกียงมาส่งให้ผม

ม้าบอกให้อั๊วรอลื้อกลับบ้านแล้วค่อยปิดประตู ข้าวอยู่บนโต๊ะ กินแล้วก็เก็บล้างเสียด้วย

เขาว่าเพียงเท่านั้นแล้วเดินผ่านผมไปล็อคประตูด้วยท่าทีเรียบเฉยเหมือนปกติ

...ปกติจนน่าแปลกใจ...

ในความรู้สึกของผม บรรยากาศระหว่างพวกเราพี่น้องมันแสนแปลกประหลาด มันก่ำกึ่งอยู่ระหว่างความกระอักกระอ่วนและเรียบเฉย จะว่าเจอหน้ากันแล้วทำตัวไม่ถูกก็ไม่ใช่ รู้สึกเฉยๆ ก็ไม่เชิง

ผมไม่ชอบเอาเสียเลย

ได้ข่าวว่าไปทำงานแทนพลอยที่บ้านคุณเปมทัตรึ

ผมแปลกใจกับคำถามที่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แต่ก็ยอมตอบกลับไปแต่โดยดี

ครับ

บรรยากาศระหว่างพวกเราทวีความแปลกประหลาดมากขึ้นกว่าเก่า มันเป็นความเงียบที่แปลกประหลาด จะว่าอึดอัดก็ไม่ใช่ ชอบใจก็ไม่เชิง

แปลก แปลกไปหมด

เช่นนั้นหรือ...

เขาทอดเสียงเหมือนกำลังดำดิ่งอยู่ในห้วงความคิดบางอย่าง

ได้ข่าวมาว่าเขาจะแต่งงาน เป็นผู้หญิงลูกเจ้านายที่ไหนรึ

ผมขมวดคิ้วแล้วเลือกที่จะหันไปมองหน้าเขาตรงๆ

เฮียถามทำไม

เขายังคงหันหลังให้ผม เผชิญใบหน้ากับบานประตูไม้ผุเก่า มือสองข้างขยับเหมือนกำลังขันกุญแจ

ไม่รู้ทำไมผมถึงรู้สึกไปว่าเขากำลังเสแสร้งแกล้งทำ

ก็แค่อยากรู้

เขาตอบมาแค่นั้น ไม่มีการขยายความอะไรเพิ่มเติม ฟังดูมีพิรุธชอบกล

ถึงจะแปลกใจแต่ผมก็ไม่เห็นว่ามันเป็นเรื่องร้ายแรงอะไรที่จะตอบออกไป

เธอชื่อคุณชื่น เป็นลูกสาวของคุณพระมิ่ง

เพียงเท่านั้น เขาก็หันหน้าขวับมามองผมแทบจะทันที แม้แสงจะสลัวแต่ก็สว่างพอที่จะมองเห็นว่านัยน์ตาคู่นั้นเบิกโพล่งอย่างคนตกใจสุดขีด

ทำไมถึงตกใจขนาดนั้น

มีอะไรรึเปล่าเฮีย

เหมือนเขาเพิ่งได้สติ ใบหน้าหยาบกร้านจากการทำงานหนักนั้นสั่นรัว

ไม่มีกระไร ลื้อไปนอนได้แล้ว

เขาพูดแค่นั้น แล้วก็ยืนค้างอยู่อย่างนั้น

น่าสงสัย

เฮียไม่ได้ไปก่อเรื่องอะไรอีกใช่ไหม

เขาทำเพียงปรายตามามองผมเล็กน้อยแล้วหันกลับไปตามเดิม

ไม่ใช่กงการของลื้อ

เฮอะ ไม่ใช่กงการของผมงั้นเหรอ เวลาตัวเองก่อเรื่องใครล่ะที่คอยตามเช็ดตามล้าง มอสไง เฮลโหล่

ช่างเถอะ คร้านจะใส่ใจแล้ว

ผมสะบัดหน้าใส่เขาแล้วเดินเข้าห้องมาในที่สุด ถ้าเขาอยากจะยืนอยู่ตรงนั้นจนถึงเช้ามันก็เรื่องของเขา ขอแค่อย่าก่อเรื่องให้ผมเพิ่มมากกว่านี้ก็พอ




 


*********************************************************************************************************






B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 221 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1157 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 22:48
    อะไรอีกกกก
    #1,157
    0
  2. #1046 MS.ALIEN (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:01
    เฮียอาจจะไม่ใช่คนเลวก็ได้อะแงงงงง อยากให้พลิกล็อก คุณเปรมอาจจะไม่แต่งกับคุณชื่นก็ได้ หวังว่า555
    #1,046
    0
  3. #942 PloypailinB. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 02:22
    โอ้ย เหนื่อยแทนมอสเลยง่ะ ฮืออออออ หลายเรื่องแบบประเดประดังเข้ามาสุด
    #942
    0
  4. #856 Mune (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 03:24
    ชอบความดื้อของมอส ตบจนหน้าหงายกันไปหลายคนแล้ว เก่งมากก 5555555 เฮียไปก่อเรื่องอะไรไว้อีกหล่ะ ทำไมไม่อยู่นิ่งๆบ้างนะ ส่วนอาเจ้นี่ไปแล้วไปลับจริงๆหรอ เจ้ดูรักกรมากเลยนะ เสียใจจัง ;-; ถ้าคุณเปรมรักน้องจริงก็ต้องทำให้น้องอยู่ในครอบครัวเค้าได้อะ ซึ่งคงยากมากสำหรับในยุคนั้น ต่างกับหมอที่เค้าไม่จำเป็นจะต้องแคร์หน้าตาทางสังคมมากมาย เห้ออ คิดแล้วก็เหนื่อยใจค่ะ อะไรๆมันก็ยากไปหมด 555
    #856
    0
  5. #827 onionringo (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 19:50
    อิเฮีสอิเห้
    #827
    0
  6. #810 maielf13 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 01:07
    เฮียทำไรไว้อีกเนี่ย...ส่วนคุณเปรมขอตีหน่อยเจ้าค่ะน่าโมโหเสียจริง!
    #810
    0
  7. #758 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2561 / 00:14
    อีเฮียยยยย แกกับคุณชื่นนี่ยังไง?
    #758
    0
  8. #718 ตัวอ่อน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 10:38
    คือบทนี้นำ้ตาไหลเลยเจ้าค่ะ...
    #718
    0
  9. #670 Tatangts 🐋 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 16:39
    เชื่อใจเฮียไม่ได้เล้ย ไม่รู้ไปทำอะไรไว้อี้ก อิเฮี้ยยยยยยยยยยย
    #670
    0
  10. #653 Chopoom94 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 01:56
    เฮียแกคงไม่ไปก่อเรื่องอีกใช่ไหม มันเกี่ยวกับคุณหรอ นี่สุ่มเดาสุด เห็นเฮียแกตกใจแรง
    #653
    0
  11. #630 ICECHYWINNY (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 17:28
    เฮ้ย กรมีสิทธิ์ด่าเฮียนะ ถ้าเฮียมันพูดแบบนั้นอ่ะ
    #630
    0
  12. #598 "KiHae129" (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 22:51
    สงสารกรมากกกก ไอเฮียเห ี้ยนี่ก็นะ สร้างแต่เรื่อง
    #598
    0
  13. #575 `peach (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 22:33
    ทำไมมันยุ่งเหยิงแบบนี้ สงสารน้องอ่ะ
    #575
    0
  14. วันที่ 9 มกราคม 2561 / 18:01
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #512
    0
  15. #430 mykray (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 21:10
    ปวดใจจัง แต่อย่างน้อยมอสก็เลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง
    #430
    0
  16. #421 นกกินเกลือ(BES) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 20:06
    นางชอบคุณชื่นแน่ๆ...
    #421
    0
  17. #409 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 18:08
    ทำไมเฮียค้องทำหน้าตกใจตอนพูดถึงคุณชื่นด้วยล่ะ
    #409
    0
  18. #347 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 22:18
    ฮืออออ คุณเปรมอย่ายอมนะ สู้ต่อไป
    #347
    0
  19. #299 เเม่หญิงกมล (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 23:41
    เดาบทสรุปของเรื่องนี้ยากจังค่ะ งื้อออเเต่สนุก
    #299
    0
  20. #253 Yamapi80 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2560 / 16:36
    นี่ยังเดาตอนจบไม่ออกจริงๆว่าจะยังไงต่อไป ตกลงคุณเปรมนี่ใช่พระเอกแน่หรือ โอ้ยย งง
    #253
    0
  21. #91 pcxyaek (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 22:30
    อาเจ้เธอทำชั้นสับสนเธอจะดีหรือเธอจะร้ายวะ โว้ยยย
    #91
    0
  22. #90 pcxyaek (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 21:45
    รอนะคะ สู้ๆเด้อไรท์
    #90
    3
    • #90-2 pcxyaek(จากตอนที่ 21)
      25 กันยายน 2560 / 22:33
      จะอ่านจนจบจนรวมเล่มเลยฮ่าๆๆ ภาษาสวยมั่กๆชอบมากค่ะเพื่อนที่ไม่เคยอ่านแนวนี้ยังติดแจเลย สู้ต่อไปนะคะ
      #90-2
    • #90-3 MoPorY(จากตอนที่ 21)
      26 กันยายน 2560 / 20:11
      ขอบคุณมากๆเลยค่ะ XD
      #90-3
  23. #89 Flint (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 20:53
    สปอยดีมากค่า ภาษาดีจริง;-;
    #89
    0