แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 20 : รับมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,364
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 220 ครั้ง
    12 พ.ย. 60















หลังจากวันนั้นผมก็แทบไม่เจอคุณเปรมอีกเลย ได้ยินคนในวงดนตรีไทยพูดประมาณว่าเขากำลังเตรียมตัวจะตบแต่งเข้าเป็นเขยของบ้านคุณพระมิ่ง อีกทั้งหน้าที่การงานก็กำลังไปได้เร็วกว่าคนในวัยเดียวกัน อีกไม่นานคงได้รับตำแหน่งเจ้าพระยาไม่ต่างจากผู้เป็นบิดา ทุกเสียงที่พูดถึงเขาล้วนเป็นเสียงแห่งความชื่นชมยินดี บ้างก็ชมว่าเก่ง บ้างก็ชมว่าเกิดมาเพียบพร้อมสมเป็นผู้มีบุญ

ดีแล้ว คงสมใจเขาแล้ว เขากำลังมีชีวิตที่ผาสุก ประสบความสำเร็จในทุกๆ ด้าน ทำให้พ่อแม่ภูมิใจอย่างที่เขาอยากให้มันเป็นมาตลอด

ไอ้กร

...ดีแล้ว...

ไอ้กร!”

เสียงตะโกนของครูบุญทำให้ผมสะดุ้งโหยงจนทุกคนพากันหัวเราะร่วน

โธ่ครู ตะโกนทำไมเล่า อยู่ใกล้กันเพียงนี้

ครูบุญเอาไม้เรียวเคาะหัวผมไปหนึ่งที

เจ็บเอาเรื่องอยู่นะ

ใครสั่งใครสอนให้จับคันซอแน่นอย่างนั้น หากหักไป พังไปจะทำอย่างไร

ไม่ว่าเปล่ายังเอาไม้เรียวตีหลังมือผมไปอีกหนึ่งที

ตีอย่างกับมีโปรลดแลกแจกแถมเลยนะครู

แล้วนี่เกลอเอ็งไปไหนเสียล่ะ

ผมขมวดคิ้วให้กับคำถามก่อนจะถึงบางอ้อ

ไม่รู้มันสิครู พักนี้ไม่ค่อยเจอเลย

ทุกคำที่พูดไปเป็นความสัตย์จริงครับ ช่วงนี้ไอ้มั่นหายหัวไปยิ่งกว่าเก่า เจอกันคราวล่าสุดก็เมื่อสองวันที่แล้วเห็นจะได้ ถ้าจำไม่ผิดเห็นบอกว่าพ่อมันได้งานก่อนสร้างที่ใหม่มา ทำให้มันต้องไปช่วยหรืออะไรทำนองนี้ สรุปอย่างง่ายๆ คือมันไม่ว่าง และจะไม่ว่างไปอีกสักพักใหญ่ๆ

...เหงาจัง...

คนเดียวที่ผมพอจะเชื่อใจได้ในตอนนี้ก็คือไอ้มั่น จู่ๆ มันหายไปแบบนี้ ผมเลยยิ่งแย่

แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้บ่นอะไรมากไปกว่านั้น เสียงอึกทึกครึกโครมก็พลันดังมาจากบริเวณบันได เสียงนั้นดังชนิดที่สามารถดึงให้พวกเราทุกคนหันไปมองต้นเสียงเป็นตาเดียว

...ไม่รู้ทำไม ผมถึงพอจะเดาได้ว่าคนทำเสียงนี้เป็นใคร...

ไม่นานนักก็มีร่างสูงกำยำโผล่พ้นพื้นบ้านมาให้เห็นและนั่นก็ช่วยยืนยันว่าความคิดผมถูกต้อง

...ไอ้มั่นในสภาพเหงื่อท่วมตัวและตื่นเต้นเกินเหตุ...

มันไปทำอะไรมาล่ะนั่น

พอทุกคนเห็นว่าเป็นไอ้มั่นก็พากันหัวเราะแล้วส่ายหน้าอย่างระอา

รวมถึงผมด้วย ถึงไอ้มั่นจะเป็นผู้ชายห่ามๆ มุทะลุและไร้ซึ่งความละเอียดอ่อน แต่โดยพื้นฐานที่เป็นคนขี้เกรงใจ มีสัมมาคารวะและเข้ากับคนง่าย มันจึงกลายเป็นที่รักที่เอ็นดูของคนทั้งวง แม้บางครั้งบางคราวจะทำผิดทำพลาดไปบ้างก็ไม่มีใครคิดจะถือสาหาความกับมันอย่างจริงจัง

แม้แต่ครูบุญก็พลอยเป็นไปกับเขาด้วย

เอ้าไอ้มั่น ค่อยๆ จะวิ่งมาทำไม ค่อยๆ เดิน

โลกนี้ไม่ยุติธรรมครับ ถ้าคนที่ทำเป็นผมป่านนี้โดนฟาดขาลายไปแล้ว ในขณะที่มันแค่ยกมือไหว้ขอโทษขอโพยครูบุญนิดหน่อย ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนใบหน้าดุดันเป็นเอ็นดู

มอสล่ะหมั่นไส้

ทันทีที่ไอ้ตัวสูงเห็นผม มันก็รีบปรี่ตรงมาแทบจะทันที

รีบอะไรขนาดนั้นน่ะ

ไอ้กร เอ็งรู้เรื่องพี่สาวเอ็งรึยัง

น้ำเสียงของมันมีเสียงหอบปนอยู่นิดหน่อย แต่ที่เด่นชัดความคือความตื่นตระหนก

ผมขมวดคิ้ว ในใจรู้สึกไม่ดีชอบกล

ทำไม มีอะไรเกิดขึ้นรึ

มันหันซ้ายหันขวาเลิ่กลั่กแล้วลดระดับเสียงลงจนแทบเป็นเสียงกระซิบ

ก็พี่พลอยของเอ็งมันหนีไปกับผู้ชายน่ะสิ

ฮะ!?”

ชู่ เบาๆ

เสียงตะโกนของผมทำให้ทุกคนหันมามองจนไอ้มั่นต้องหันไปยิ้มแห้งๆ รับหน้าแล้วหันมาเอ็ดผมแทน

แต่นั่นมันไม่สำคัญเลยสักนิดเทียบกับสิ่งที่มันพูดเมื่อกี้นี้

เอ็งหมายความว่าอย่างไร

ลมหายใจของมันเริ่มกลับเป็นปกติ นัยน์ตาคมนั้นมองผมอย่างเห็นใจ

ก็ข้าไปทำงานกับพ่อแล้วบังเอิญไปได้ยินนายช่างใหญ่พูดว่าบ่าวบ้านเจ้าคุณอธิปหนีไปกับคนงานก่อสร้างที่เพิ่งเข้ามาใหม่ ครานี้ข้าเลยเอะใจ ก็เลยลองไปเลียบๆ เคียงๆ ถามบ่าวในบ้านท่านเจ้าคุณอธิปดู

มันเว้นจังหวะหายใจ

ปรากฏว่าเป็นพี่สาวเอ็งว่ะเกลอ

หัวสมองผมขาวโพลน

ไม่จริง ใครก็ได้บอกผมทีว่าไม่จริง

มึงแน่ใจได้อย่างไร

ผมรู้สึกว่าเสียงตัวเองสั่น คงเพราะแบบนั้นไอ้มั่นจึงเอามือมาตบบ่าผมอย่างให้กำลังใจ

ข้าถามย้ำแล้วย้ำอีกว่าใช่พี่พลอยหรือไม่ ขอเข้าไปพบก็แล้ว ปรากฏว่าเป็นพี่เอ็งจริงๆ

ผมกลืนก้อนบางอย่างที่จุกอยู่ในคอลงไป ในหัวของผมว่างเปล่า ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรจะพูดหรือทำอะไรต่อ

ถ้าไม่มีอาเจ้ก็หมายความว่ารายได้ในบ้านจะมาจากเพียงผม งานก่อสร้างของอาป๊าและการขายขนมของอาม้า ช่วงนี้อาป๊าคงทำงานได้ไม่มากนักเพราะสุขภาพแย่ลงทุกวัน อาม้าเองก็เช่นกัน เฮียนั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะพึ่งพาอะไรไม่ได้อยู่แล้ว

...สำคัญกว่าเรื่องเงิน ผมกำลังสงสัยว่าถ้าทุกคนรู้เรื่องนี้แล้วจะทำหน้ายังไงกันนะ...

...อาป๊าจะดีใจหรือเสียใจกันแน่...

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่แล้วสบตาไอ้มั่น

ขอบใจมึงมากนะที่อุตส่าห์มาบอกกู

มันพยักหน้ารับแล้วบีบไหล่ผมแรงขึ้นอีกหน่อย

ไปบอกพ่อบอกแม่มึงเสียนะ ส่วนที่ชาวบ้านมันเอามาพูดกันก็ช่างมันเถิด ไม่จำเป็นต้องไปฟังกระไรให้มากความ

ผมพยักหน้ารับ หากในใจกลับเห็นต่าง

ไอ้เรื่องเงินทองมันไม่ใช่เรื่องใหญ่นักหรอก ที่น่ากลัวคือคำคนต่างหาก คำพูดของคนที่คอยพูดย้ำถึงความผิดพลาด วนไป วนมา นับร้อยๆ ครั้ง ตัวผมน่ะไม่เป็นไรหรอก แต่คนอื่นล่ะ

...อาม้าจะทนได้รึเปล่า...

 





หลังจากมั่นบอกเรื่องนั้นกับผม ผมก็แทบไม่มีสมาธิจะทำอะไรต่อ โน้ตทุกตัวที่ถูกสี คำทุกคำที่ถูกขับร้อง มันเละเทะไปหมด ผิดคีย์บ้าง ผิดช่องจังหวะบ้างจนครูบุญต้องออกไปไล่ให้ผมไปพักผ่อนเสีย พอรู้ตัวอีกทีผมก็ขอครูบุญกลับบ้านเสียแล้ว

แล้วยังไงต่อล่ะ?

ผมก็ทำได้แค่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ตรงปากซอย ในหัวมันมีแต่ความวุ่นวาย จะบอกอาม้ายังไง จะบอกอาป๊าว่าอะไร จะใช้คำพูดไหน จะเริ่มตอนไหน จะเกริ่นนำว่ายังไง

...คิดยังไงก็คิดไม่ออก...

ในขณะที่ผมกำลังยืนหมุนไปหมุนมาอยู่นั้นเองที่สายตาไปปะทะเข้ากับรถม้ากับสารถีคุ้นหน้าคุ้นตา

หรือว่า...

สิ้นความคิดในหัว ผมถีบตัวเองให้ออกวิ่งฝ่าฝูงชนที่เดินจับจ่ายซื้อของกันในตลาด เพียงไม่นานผมก็มาถึงสถานที่ที่แสนคุ้นเคยในตลอดระยะเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ด้านหน้าตึกเก่าซ่อมซ่อมีชายหนุ่มร่างสูงที่แสนคุ้นตา

...คุณเปรม...

เขายังคงดูดีหัวจรดเท้า กริยามารยาทท่วงท่าสง่างามไปทุกกระเบียดนิ้วไม่มีเปลี่ยน ใบหน้าคมสันนั้นยังคงดูใจดีและมีเมตตา เขาฉีกยิ้มเล็กน้อยให้กับคนที่อยู่ตรงข้าม ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยทักใคร คู่สนทนาของเขาก็พลันเหลือบมาเห็นผมเสียก่อน

อ้าว พูดถึงก็มาเลย กลับไวจริงเทียว

อาม้าพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนปกติ

หรือจะยังไม่รู้?

ร่างสูงโปร่งนั้นเหลือบมามองผมเล็กน้อยก่อนจะหันกลับไปหาอาม้า

ในเมื่อเขามาแล้ว เช่นนั้นเราขอเข้าเรื่องเลยแล้วกัน

แผ่นหลังกว้างนั้นเหยียดตรง ดูสง่าผ่าเผย น่าเกรงขามและ...

...น่าหลงใหล...

ให้ตายสิ นี่ผมเป็นคนหรือวัวนะ เจ็บไม่จำจริงๆ

เขาทำหน้าเคร่งขรึมขึ้นเล็กน้อย

เรามีข่าวไม่ใคร่จะดีนักมาแจ้ง

ไม่นะ อย่าบอกอาม้านะ

ลูกสาวของคุณ...

อาเจ้ผมไม่สบายหรือครับ

การขัดจังหวะทะลุขึ้นกลางปล้องแบบนี้คงไม่แคล้วโดนด่าว่าไม่มีมารยาท แต่ผมไม่มีทางเลือก ผมว่าอาม้ายังไม่พร้อมจะรู้เรื่องนี้

...หรืออาจจะเป็นผมเองที่ยังยอมรับมันไม่ได้...

พลอยไม่สบายหรือคะ

น้ำเสียงตื่นตระหนกของอาม้าทำให้เขาหันมาขมวดคิ้วยุ่งใส่ผมเป็นเชิงตำหนิ

อย่าพูดขัดขึ้นมากลางบทสนทนา มันเสียมารยาท

เขาเอ็ดผมเสียงเข้ม

แล้วยังไงล่ะ ถ้าเขาพูดไปแล้วเกิดอะไรขึ้นคนที่รับเคราะห์ก็ไม่ใช่เขาเสียหน่อย

สงสัยผมจะแสดงสีหน้าไม่สู้ดีมากไปหน่อย เขาจึงยอมผ่อนปรนลง

คราวหลังอย่าทำอีก

ผมพยักหน้ารับ ใจไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขาแล้ว แค่พูดก็ไม่อยาก แต่เพราะเรื่องของอาเจ้เลยต้องมาเจอกันอีกจนได้

ไม่รู้ไปทำเวรทำกรรมอะไรกันไว้

พอเขาดุผมเสร็จก็หันกลับไปหาอาม้าอีกครั้ง

ไม่ใช่หรอกครับ เธอไม่ได้ป่วยไข้กระไร เพียงแต่...

เขาเว้ยจังหวะอย่างจงใจคอยดูว่าผมจะขัดขึ้นอีกหรือไม่

ผมรู้ว่าถ้าผมทำมันก็คงจะยืดเวลาได้อีกหน่อย แต่นั่นคงทำให้ผมกลายเป็นเด็กไร้มารยาทโดยสมบูรณ์ในสายตาเขา

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในใจลึกๆ แล้วมันก็ยังมีที่ให้เขาอยู่...เยอะทีเดียว

...ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เขาชมมากกว่า...

พอเห็นว่าผมเชื่อฟังเขาเป็นอย่างดี ริมฝีปากสวยนั้นก็คลี่ยิ้มบางเพียงอึดใจ

เธอหนีไปกับผู้ชายน่ะครับ

ว่ากระไรนะคะ!”

...เขาพูดไปแล้ว...

...เขาพูดออกไปแล้ว...

ปฏิกิริยาของอาม้าไม่ได้เหนือความคาดหมายของผมนัก ใบหน้าเหี่ยวย่นนั้นดูตกใจอย่างรุนแรง ริมฝีปากสั่นระริก นัยน์ตาสองข้างเบิกโพล่งก่อนที่น้ำตาหยดแรกจะหลั่งออกมา

ผมรีบวิ่งอ้อมไปประคองอาม้านั่งลงบนแคร่ พอท่านมาอยู่ในอ้อมแขนของผมจึงได้รู้ว่าร่างแก่ชรานี้อ่อนแอแค่ไหน

เนื้อตัวที่สั่นเทิ้มในอ้อมกอดของผม

น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลออกมาทั้งที่ไม่มีเสียงสะอื้น

ท่านคู้ตัวลงเล็กน้อยแล้วก็สะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร

ผมกลืนก้อนบางอย่างในคอลงไปแล้วหันไปสบตากับคนแจ้งข่าว

ผมรู้ว่าเราหนีความจริงไม่ได้ แต่...แต่...แต่อะไรล่ะ เขาทำผิดตรงไหนกัน ถ้าจะหาคนผิดสักคน ก็คงเป็นอาเจ้ของผมนี่แหละ

เธอทำได้ยังไงกันนะ เธอทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังแบบนี้ได้ยังไง พอคิดแบบนั้น ความคิดชั่วร้ายบางอย่างก็แว่บเข้ามาในหัว

...เป็นความสงสัยที่ชั่วร้าย...

เธอเคยรักพวกเราบ้างไหม พวกเรา...

....เคยสำคัญสำหรับเธอบ้างไหม...

ผมสะบัดหัวไล่ความคิดบั่นทอนจิตใจพวกนั้นแล้วหันไปสบตาคุณเปรม

คุณคงไม่ได้มาเพื่อแจ้งข่าวอย่างเดียวกระมัง

เขาพยักหน้าด้วยสีหน้าราบเรียบ ท่าทางนั้นทำให้ผมลอบถอนหายใจเงียบๆ

...ถอนหายใจเพราะพอจะเดาได้ว่าทำไมอีกคนถึงมายืนอยู่ตรงนี้..

พี่สาวผมคงเอาเงินค่าจ้างล่วงหน้าไปเท่าไหร่

เขาจ้องผมค้างอยู่อึดใจก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก

มิน่าเล่า ปีเตอร์จึงถูกใจเธอนัก

คำพูดของเขาทำให้ใจผมเต้นตุบๆ แต่ไม่ใช่เพราะอาการใจเต้นด้วยความดีใจ

ผมกำลังโกรธ และเพราะโกรธ ผมจึงอยากประชดประชันมากกว่าปกติ

ครับ ผมก็ ถูกใจเขามากทีเดียว

พูดออกไปเพียงเท่านั้น ใบหน้าสุขใจกึ่งเย้ยหยันเมื่อครู่ก็พลันเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดถมึงทึง

ฮึ สมช่างประชดนัก โดนเองเสียบ้างจะได้รู้สึก

ก็ดี

เขายกมือขึ้นกอดอก

แล้วเรื่องเงินที่พี่สาวเธอเอาไปแล้วทั้งที่ยังไม่ได้ทำงานให้จะชดเชยกลับอย่างไรรึ

ฉิบหาย ไอ้คนหน้าเลือดเอ๊ย

เขาจ้องเขาเขม็ง

ไม่ทราบว่าพี่สาวผมเอาเงินไปเท่าไรหรือครับ

เขาทำทีเป็นครุ่นคิด แต่ผมรู้ดีว่าท่าทางพวกนั้นมันเสแสร้ง

ไอ้คนเสแสร้ง

ราวยี่สิบบาทเห็นจะได้

เออ เอาสิ ความวัวไม่ทันหายความควายก็เข้ามาแทรกเสียแล้ว

ผมจะหามาใช้คืนให้เร็วที่สุดแล้วกัน

ผมได้ยินเสียง ฮึในคอของเขา

เราได้ข่าวมาว่าเธอต้องใช้หนี้ที่พี่ชายเธอไปก่อไว้ด้วยมิใช่รึ

อ้าว ขี้เผือกนี่เราน่ะ

รู้ดีจริงนะครับ

กร

เขาเรียกชื่อผมเสียงเข้ม ในขณะที่ผมก็ทำเพียงลูบหลังปลอบอาม้าแล้วเมินเขาเสียดื้อๆ

เออ เมินกันตรงๆ แบบนี้นี่แหละ

แล้วตกลงจะชดใช้อย่างไร

ไอ้นี่ก็หน้าเลือดจังโว้ย

...ไม่หรอก ผมรู้ดี เขาแค่อยากเอาชนะผมเท่านั้นล่ะ...

คราวนี้ผมกอดอกกลับบ้าง

แล้วคุณจะให้ทำอย่างไรเล่า ในเมื่อจะชดใช้เป็นเงินคุณก็ไม่ยอม

ถ้าชดใช้เป็นเงินจริงจะหามาใช้ทันรึ

ก็ให้เวลาผมหน่อยสิ

ทำไมเราต้องให้ด้วยเล่า

คุณเปรม!”

ไอ้นี่มันวอนแล้วครับ กวนส้นเกินไปแล้ว ไอ้ผู้ดีแต่เปลือกเอ๊ย

อาโซ้ยตี๋พอเถอะ

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ลับฝีปากกับอีกคนต่อ อาม้าก็เอื้อมมือมาจับแขนผมเบาๆ มือข้างนั้นดูอ่อนล้าแต่ก็พยายามจะฝืนเคลื่อนที่ออกมา

อาม้ากำลังฝืนตัวเองอีกแล้ว

ท่านเงยหน้ามองคุณเปรมพลาง ปาดน้ำตาไปพลาง

เช่นนั้นให้ฉันเข้าไปทำงานแทนลูกสาวนะคะ

ไม่ได้นะม้า!”

ผมรีบปรามเสียงหลง ถ้าม้าไป ใครจะดูแลร้าน แบบนั้นก็เท่ากับบ้านเราจะขาดรายได้ไปอีกทาง ไหนจะหนี้ของเฮียที่ต้องใช้เขาก็กระชั้นชิดเข้ามาทุกวัน

แล้วลื้อมีเงินมาจ่ายอีรึ

...

...บ้าเอ๊ย...

ผมถอนหายใจแล้วหันหน้าหนี

ก็ถูกของอาม้า นี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว

...ไม่สิ...มันยังมีอีกทางนี่นา...

ให้อั๊วไปทำแทนไหม

ท่านหันขวับมามองผมแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่

ทำไมล่ะนั่น

เด็กผู้ชายเข้าครัวรึ นึกอย่างไรก็นึกไม่ออก

อ้าว ม้า ไม่รู้จักฉายาเทพมอสเอ คหกรรมเสียแล้ว

แต่ถ้าม้าไปทำงานให้คุณเขา เราจะหาเงินมาใช้หนี้ไม่ทันเอานะ

สิ้นคำพูดของผมอาม้าก็นิ่งไป นั่นเปิดโอกาสให้ผมโน้มน้าวเธอต่อ

อั๊วไปทำงานให้คุณเขาสลับกับที่โรงหมอก็ได้

โรงครัวต้องทำงานทุกวันนะ

เสียงของบุคคลที่สามแทรกขึ้นมาก่อนที่อาม้าจะได้ตอบ ท่าจึงทำเพียงรับฟังแล้วเม้มปากเงียบไป

นั่น ไหนใครบอกว่าคนพูดทะลุกลางปล้องมันไร้มารยาทไง

ผมหันไปหาอีกคนแล้วกระตุกยิ้มสะใจ

อย่าพูดทะลุกลางปล้องสิครับ

เท่านั้นล่ะครับ อีกฝ่ายก็เข้าสู่โหมดหน้าบึ้งเต็มรูปแบบ

ดี โดนซะบ้าง

ผมหันกลับมาหาอาม้าที่ยังนั่งก้มหน้านิ่ง

ม้าก็สอนอั๊ว แล้วเดี๋ยวอั๊วไปทำงานเอง

ดวงตาฝ้าฟางคู่นั้นดูอ่อนล้าลงทุกที

อั๊วโชคดีจริงๆ โชคดีจริงๆ ที่ยังมีลื้อ

พอพูดจบท่านก็คู้ตัวลงไปร้องไห้อีกครั้ง

ส่วนผมก็ทำได้เพียงเบนหน้าหนีภาพตรงหน้าไปหาอีกคนที่ยืนอยู่

ผมจำเป็นต้องทำงานที่คลินิกเพื่อหาเงินใช้หนี้ครับ ผมเลิกไม่ได้

เขาทำท่าจะเถียง แต่ผมไวกว่า

สำหรับมื้อเย็น ผมจะทำงานในส่วนของผมให้เรียบร้อยก่อนออกไปแน่นอน ผมขอสัญญา

ท่าทางจริงจังของผมทำให้เขายอมแพ้ในที่สุด ใบหน้าคมสันนั้นปรากฏแววขับขันปนเหนื่อยหน่ายใจ

เขาส่ายหัวเบาๆ ทั้งๆ ที่ยังมีรอยยิ้มกว้างประดับบนใบหน้า

ก็เป็นเสียอย่างนี้ ใครจะปฏิเสธลง

บ้าจริง หัวใจผม อย่าเต้นแรงสิ

นัยน์ตาสีดำสนิททอประกายวิบวับเหมือนคราวแรกที่เราตกหลุมรักกัน

ใช่ เรารักกัน

...เราเคยรักกัน...

เอาเถิด พรุ่งนี้ก็ไปทำงานเสียด้วย

พอพูดจบเขาก็ยกมือไหว้ลาอาม้าเตรียมลาจากไป แต่ผมกลับนึกบางอย่างขึ้นมาได้...

คุณเปรมครับ

เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่า มีอะไร

ผมกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ

เอาเถอะ ยังไงก็ตัดสินใจว่าจะพูดแล้ว ก็ต้องพูดออกไป

จดหมายที่ฝากถึงคุณหมอปีเตอร์

ผมสบตาเขา

หมอเขาบอกว่าชอบมากครับ เป็นกลอนที่ดีมาก ไพเราะมาก

ผมเห็นเขาคลี่ยิ้มช้าๆ

อีกทั้งหมอยังฝากมาบอกว่า...

ดวงตาของเขาสวยเหลือเกิน

ขอบคุณ

สิ้นคำของผม ใบหน้าหล่อเหลานั้นก็ประดับรอยยิ้มกว้างยิ่งกว่าครั้งไหนที่เคยเห็น

ผมรู้ว่าผมไม่ควรทำแบบนี้ เขากำลังจะแต่งงานอยู่แล้ว ผมไม่ควรรั้งเขาไว้ แต่พอเห็นแววตาวิบวับของเขา ปากมันก็ขยับไปเอง

...ไม่ควรเลย...

...ผมเกลียดตัวเองเหลือเกิน...

 






อากาศคืนนี้ร้อนกว่าทุกวัน

ถ้าอยากให้ขนมอร่อย น้ำเชื่อมต้องหวานหอม อย่าใส่ถ่านในเตาเยอะ ค่อยๆ เคี่ยว ใช้ไฟอ่อนๆ...

แสงไฟสลัวจากตะเกียงเจ้าพายุที่แขวนอยู่เหนือหัวเป็นเพียงสิ่งเดียวที่ช่วยในการมองเห็น พอกวาดตามองรอบห้องครัวก็อดรู้สึกผวาไม่ได้ บริเวณรอบด้านทุกตารางนิ้วที่ตกอยู่ในความมืดชวนให้คิดถึงหนังผีตึงโป๊ะที่จะต้องมีตัวอะไรสักอย่างวิ่งออกมา

แต่ก็ไม่มี

ผมส่ายหน้ายิ้มๆ ให้กับความคิดพิลึกพิลั่นของตัวเอง

อาม้ายังนั่งอยู่ตรงหน้าเตาอั้งโล่ร้อนๆ เสียงเปรี๊ยะๆ ของถ่านก้อนน้อยที่ปะทุในเตาอั้งโล่กับหม้อใส่น้ำเชื่อมอุ่นๆ ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิรอบด้านให้สูงขึ้นไปอีก ผมแอบเห็นมือเหี่ยวย่นคู่นั้นปาดเหงื่อบนหน้าผากเล็กน้อย หากแต่ปากก็ยังคงพร่ำสอนไปไม่มีหยุด

ผมรู้ว่าการทำขนมให้เก่งมันทำกันในคืนเดียวไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ขอให้รู้อะไรไปให้มากที่สุดก็ยังดี

...แค่นั้นก็ยังดี...

อาโซ้ยตี๋

เสียงอ่อนล้าที่จู่ๆ ก็เรียกชื่อผมขึ้นมาทำให้ต้องหันไปมอง

ท่านไม่ได้มองหน้าผมด้วยซ้ำ มือข้างหนึ่งยังคงคนน้ำเชื่อมในหม้อไม่หยุดหย่อน ส่วนอีกข้างก็พักไว้ข้างลำตัว ไม่มีท่าทีว่าต้องการคุยกับผมเลยสักนิด เหมือนเมื่อครู่เป็นเพียงคำรำพันที่หลุดออกมาเพียงเท่านั้น เพราะแบบนั้นผมเลยไม่รู้ว่าจะต้องทำตัวยังไง

พวกเราเงียบใส่กัน มีเพียงความเงียบ

...เงียบ...

...แล้วก็เงียบ...

ทั้งมืดและเงียบ

ผีอีเม้ยจะโผล่มาไหมนะ ถ้าโผล่มาจริงก็จะตลกไปนิดนึง

อาโซ้ยตี๋

คราวนี้ไม่ใช่แค่เรียก แต่มืออีกข้างนึงก็เลื่อนมาจับแขนผมเบาๆ

นัยน์ตาคู่นั้นรื้นไปด้วยน้ำตาจนผมสะท้านใจ

เหนื่อยไหมลูก

เพียงเท่านั้นน้ำตาก็หยดไหลลงมาจากดวงตาฝ้าฟาง

...อาม้าร้องไห้อีกแล้ว...

เมื่อตอนคุณเปรมมาบอกก็ร้องไห้ ตอนที่เล่าให้อาป๊าฟังก็ร้องไห้ อาม้าเอาแต่ร้องไห้ แต่อาป๊ากับอาเฮียกลับนิ่งเฉย พวกเขาเพียงก่นด่าอาเจ้แล้วก็ลืมเรื่องราวทั้งหมดไป

แต่อาม้าก็ยังคงร้องไห้ ผมรู้ว่าเพราะอะไร

ถ้าเจ้รู้ว่าม้ารักอีขนาดนี้ คงไม่ทำแบบนี้หรอก

ผมยอมรับว่าในทีแรกผมผิดหวังในตัวเธอมากๆ ตั้งแต่วันสุดท้ายที่เราพบกัน อาเจ้ดูแข็งกร้าวกว่าที่ผมเคยรู้จัก หลังจากนั้นไม่นานเธอก็จากไป ตอนที่รู้ว่าเธอเลือกจะหนี ผมโกรธ โกรธอย่างที่ไม่เคยได้เป็นมานานแล้ว แต่พอได้มีสติมานั่งคิดถึงได้รู้ว่า เธอก็เป็นแค่พี่สาวของผม เป็นแค่คนๆ หนึ่งที่ต้องการความรัก ความเอาใจใส่

ความรักที่ไม่เคยได้รับจากครอบครัว พอมีอีกคนที่ให้สิ่งเหล่านั้นกับเธอได้ เจ้ก็เลยเลือกที่จะไป ลึกๆ ในใจเธอคงรู้ว่าอาม้ารักเธอมากแค่ไหน แต่อีกส่วนในใจคงตั้งคำถาม...

...ถามว่าทำไมอาม้าถึงไม่เคยจะปกป้องเธอไว้ได้เลยสักครั้ง ถ้ารักกันจริงก็ต้องสู้เพื่อปกป้องกันสิ...

ผมว่าเธอคงคิดแบบนั้น

อาม้าซบหน้าลงกับมืออีกข้างของตัวเอง

อั๊วรักอี แต่ทำไมอีถึงไม่เคยรู้เลย

ใบหน้าเหี่ยวชรานั้นส่ายไปมา

ไอ้ลูกไม่รักดีเอ๊ย ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัวเลย

ไม่ใช่หรอกม้า

คำพูดของผมทำให้เธอหยุดชะงักแล้วเงยหน้ามองอย่างงุนงง

อั๊วว่าเจ้แค่รู้สึกว่าที่นี่ไม่มีใครต้องการเธอมากกว่า

ใครจะไม่ต้องการ ที่นี่เป็นครอบครัวอีนะ อั๊ว...

ครอบครัวที่ไม่รักกันมันไม่รู้จะมีไปทำไมนะม้า

ท่านขมวดคิ้วยุ่ง ในแววตานั้นมีอารมณ์ขุ่นเคืองปนอยู่

แต่ผมไม่สนหรอก

ที่นี่มีใครรักอีจริงๆ บ้าง ตอนป๊าด่าเจ้ ทั้งๆ ที่เจ้ไม่ผิด ก็ไม่มีใครกล้าปกป้องเจ้สักคน เป็นอั๊ว ก็คงเลือกจะไปเหมือนกัน

เผี๊ยะ!

หน้าของผมหันไปตามแรงตบ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากจนผมไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีใบหน้าของผมก็หันไปตามแรงปะทะนั่นเสียแล้ว

ในทีแรกมันไม่รู้สึกอะไรเลย หลังจากนั้นมันก็เริ่มเจ็บ

เจ็บจนแสบ

แสบจนเป็นรอย

...อ๋อ มันเป็นแบบนี้นี่เอง...

เพราะแบบนี้ไงม้า เจ้เลยเลือกจะไป

พอพูดจบ ผมก็เลือกที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินคลำทางในความมืดเข้าห้องนอนตัวเองโดยไม่รั้งรออะไรอีกต่อไป ผมปิดประตูลง ทิ้งตัวลงบนเตียงแข็งๆ หลับตาตัดทุกประสาทการรับรู้ แต่ผมตัดความคิดไม่ได้

ในหัวมันมีแต่คำว่า...ขอโทษ

อยากขอโทษอาเจ้ที่ผมไม่เคยเข้าใจอะไรเลยสักอย่าง

อยากขอโทษที่ผมเคยผิดหวังในตัวเธอทั้งที่ไม่เคยคิดเลยว่าเธอจะต้องเจออะไรมาบ้าง

อยากขอโทษที่ในวันที่เธอถูกทำร้ายความรู้สึกซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมไม่เคยอยู่ตรงนั้นเลย

ไม่เคยอยู่ข้างเธอจริงๆ สักที



















B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 220 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1156 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 22:37
    อยากให้น้องกลับมาปัจจุบันเลย
    #1,156
    0
  2. #1045 MS.ALIEN (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:50
    อาเจ้สบายแล้ว เหลือมอสเนี่ยละ ฮือ
    #1,045
    0
  3. #1008 MMAIIII (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:38
    สงสารร หน่วงมากกเลยยย
    #1,008
    0
  4. #979 pukiest (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:53
    เห็นใจมอสเลย เรื่องความรักก็ยากแล้วยังต้องมามีปัญหาครอบครัวอีก
    #979
    0
  5. #941 PloypailinB. (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 02:00
    ฮืออออโอ้ยยยย มันหนักหน่วงไปหมดเลยยย
    #941
    0
  6. #919 SOUGIYA (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 19:04
    ฮืออออ น้องงงงอยากปลอบ
    #919
    0
  7. #904 yunjaelife (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 08:33
    แงงงงงง สงสารทุกคน
    #904
    0
  8. #855 Mune (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 03:09
    สงสารมอส สู้เพื่อครอบครัวตลอด แต่ไม่มีใครสู้ด้วยเลย มีแต่คนรักตัวเองทั้งนั้น
    #855
    0
  9. #809 maielf13 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 00:50
    ฮือออออออออสงสารน้องอยากวาปไปช่วยน้องหาเงินเลย
    #809
    0
  10. #757 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 23:47
    ฮืออออออออ
    #757
    0
  11. #703 love bb lava (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 01:44
    กรจะเป็นคนยังไงนะ
    #703
    0
  12. #652 Chopoom94 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 01:38
    เราหดหู่กับครอบครัวของกร ถ้ากรยังอยู่กรต้องเจอแบบที่มอสเจอใช่ไหม เป็นครอบครัวที่เรียกไม่ได้ว่าครอบครัวเลย
    #652
    0
  13. #623 MarBJSwag (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 16 มกราคม 2561 / 17:43
    สงสารน้อง ฮือออ ใจพี่
    #623
    0
  14. #597 "KiHae129" (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 22:43
    สงสารมาก
    #597
    0
  15. #574 `peach (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 22:24
    โอ้โห เศร้า น้ำตาคลอตามน้องเลย
    #574
    0
  16. #552 pbangrum (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 12:22
    ส่งมอสกลับปัจจุบันเถอะค่ะ สงสารอ่า ต้องมารับมือกับอะไรแบบนี้ เฮ้ออออ
    #552
    0
  17. #537 xxnhhzt68 (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 01:06
    เศร้าอะ
    #537
    0
  18. วันที่ 9 มกราคม 2561 / 17:52
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #511
    0
  19. #481 KRISPY▽ (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 03:27
    เศร้าจังเลย เรื่องครอบครัวนี่พูดยากมาก เหนื่อยแทนหนูกร เฮ้อ คุณเปรมนี่ก็นะ
    #481
    0
  20. #428 mykray (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 20:50
    เป็นกรวิกนี่เหนื่อยขนาดนี้เลยหรอ ลำบากกายไม่เท่าไหร่ แต่คนรอบข้างนี่สิทำเรื่องวุ่นวายมากเหลือเกิน ลำพังเรื่องตัวเองก็ลำบากพอแล้ว
    #428
    0
  21. #418 นกกินเกลือ(BES) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 19:56
    นี่ตอนที่แล้วอินตามเจ้ไปด้วยเลยอะ...เป็นเราก็ไปอะนะ ในเมื่อครอบครัวเป็นแบบนี้ใครจะอยากอยู่ด้วย เลยงงนิดๆตอนที่ทุกคนด่าเจ้อะ...
    #418
    0
  22. #408 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 17:42
    หน่วงสุดๆ ก็จริงอย่างที่มอสว่านั่นแหละ
    #408
    0
  23. #346 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 22:03
    ฮือออ อธิบายไม่ถูกอ่า มันหน่วงๆในใจ ฮึกก
    #346
    0
  24. #298 เเม่หญิงกมล (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 23:28
    ความรู้สึกมันอึดอัดใจ
    #298
    0
  25. #87 pcxyaek (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 12:37
    โอ้ย สปอยทำชั้นเจ็บ
    #87
    0