แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 2 : กรุ่นกลิ่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,718
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 372 ครั้ง
    12 พ.ย. 60
























ผมกำลังจะตาย

อาจจะไม่ได้ตายทางกายภาพ แต่เรื่องที่สมองกำลังล้าจนจะตายนั้นเป็นเรื่องจริง

ผมทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดแรง ร่างทั้งร่างปวดร้าวราวกับจะแหลก คงเพราะพฤติกรรมการกินการนอนที่ผิดรูปผิดแบบไปหมดในตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ถ้าจะโทษใครสักคนก็คงต้องโทษการสอบรอบที่ผ่านมาที่ทำให้ผมต้องอดหลับอดนอนอ่านหนังสือไม่พอ ยังต้องไปนั่งหลังขดหลังแข็งเขียนทำข้อสอบตลอดทั้งสัปดาห์อีก

ขนาดสอบกลางภาคยังดูดพลังชีวิตไปเยอะชนิดที่เรียกว่าใช้มานาไปหมดหลอดขนาดนี้ ตอนปลายภาคผมคงกลายเป็นซากปลานอนตายคาห้องสอบที่เปิดแอร์เย็นเฉียบนั่นแน่ๆ 

หลังจากนอนหลับตารับรู้ถึงอาการปวดตุบๆ ในสมองอยู่หลายนาที  ท้องที่ส่งเสียงโครกครากก็ทำให้ผมต้องลุกขึ้นมาจัดการตัวเอง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ลุกไปหยิบกระเป๋าสตางค์ เสียงเปิดประตูก็ดึงความสนใจของผมไปเสียก่อน

อ้าวมอส สอบเสร็จแล้วเหรอ

ร่างสูงในชุดนักศึกษาเต็มยศเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงของกินพะรุงพะรังเหมือนอย่างเคย

ผมว่าสาเหตุจริงๆ ที่เขาต้องทำงานจนตัวเป็นเกลียวก็เพื่อเอามาจ่ายค่าอาหารจำนวนมากพวกนี้นี่ล่ะ

แต่ก็เอาเถอะ ยังไงซะ มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเขาล่ะนะ

อือ สอบตัวสุดท้ายเสร็จเมื่อบ่ายนี้เอง ทีนอะ

จริงๆ แล้วผมไม่ใช่คนที่พูดคำหยาบจนชินปาก ยิ่งกับเขายิ่งไม่พูด เพราะทีนเป็นคนสุภาพจากภายในสู่ภายนอก ตั้งแต่อยู่ด้วยกันมา ผมยังไม่เคยได้ยินเขาสบถหรือพูดคำหยาบเลยแม้แต่คำเดียว มีแต่ผมนี่ล่ะที่เผลอพูดออกไปเวลาโมโหหรือหงุดหงิดเจ้าตัวเป็นประจำ คิดๆ แล้วก็เหมือนตัวเองจะเป็นคนใจบาปอยู่เหมือนกัน

ผมเห็นเขาส่ายหัวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย

ยังเหลืออีกตั้งสองตัว จะตายแล้วเนี่ย

น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นบ่นกระปอดกระแปดออกมาอีกหลายคำ แต่ผมไม่ได้ตั้งใจฟังเท่าไหร่ ทีนเป็นคนขี้บ่นโดยธรรมชาติ บ่นได้ทั้งวัน บ่นได้ทั้งคืน บ่นได้แม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ นี่คงเป็นหนึ่งในข้อเสียของเขาที่ผมพอจะหาเจออยู่บ้าง ในเสี้ยววินาทีที่เจ้าตัวหันไปจัดการวางของกินให้เข้าที่เข้าทาง ผมจึงฉวยโอกาสบอกเขาว่าจะออกไปหาอะไรกินแล้วรีบพุ่งตัวออกมาก่อนจะโดนทักท้วงด้วยประโยคจำพวก เอาพายข้าวโพดไหมหรือ ลองกินทาร์ตไข่นี่สิ

 หลังจากเดินออกมาจากห้อง ผมก็เดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ทำตัวเอื่อยเฉื่อยให้คุ้มกับการอดตาหลับขับตานอนมาร่วมอาทิตย์  เมื่อมาถึงลิฟต์ก็กดมันแล้วรอด้วยท่าทีใจเย็นที่สุดในรอบเดือน ผมก้าวเข้าลิฟต์ที่ว่างเปล่าด้วยความเชื่องช้า หลังจากออกจากลิฟต์ผมก็ยังคงเดินด้วยความเร็วเท่าเดิม ชนิดที่ว่าหอยทากคงแซงผมไปแล้ว กว่าจะเดินมาถึงโรงอาหารใต้หอก็ปาเข้าไปร่วมสิบห้านาที

โรงอาหารตรงหน้าผมยังคงคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คนเหมือนเช่นทุกวัน แต่อาหารที่ตั้งขายก็ยังเป็นของเดิมๆ บรรยากาศก็ยังดูเหมือนเดิม

น่าเบื่อ

คิดได้ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจจะไปหาอะไรกินที่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลออกไป

ในตอนแรกก็คิดว่ารีบไปกินจะได้รีบกลับมานอน กว่าผมจะรู้ตัวอีกทีฟ้าด้านนอกก็เปลี่ยนสีจากสีฟ้าเป็นสีดำสนิทซะแล้ว เส้นทางเดินกลับหอที่ใกล้ที่สุดเป็นทางเปลี่ยวตรงทอดยาวจากริมถนนไปจนถึงหอพัก สองข้างทางมีเพียงไฟสลัวๆ จากเสาไฟเก่าๆ เท่านั้น ผมถอนหายใจเบาๆ พร้อมๆ ไปกับการทำใจว่าอะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไป ทันทีที่ย่างก้าวเข้ามาในเส้นทางนั้น ผมก็รู้สึกแปลกๆ จนต้องหยุดเดิน

ความรู้สึกเสียวหลังวาบๆ เหมือนมีใครเดินตามมาทำให้ผมต้องหยุดเดินแล้วหันไปมอง

ว่างเปล่า

ว่างเปล่าจนชวนขนลุก มีเพียงสายลมเอื่อยๆ พัดผ่านทำให้ต้นไม้น้อยใหญ่โยกพลิ้วไปตามสายลม ก่อให้เกิดเงาวูบไหวไปมา

น่ากลัว

ผมลูบแขนตัวเองเบาๆ ปกติแล้วในช่วงเวลาหัวค่ำแบบนี้เส้นทางจะไม่เปลี่ยวมากขนาดนี้ ไม่รู้เพราะว่าเป็นช่วงสอบหรือยังไง มันถึงได้ร้างผู้คนเสียจนน่าขนลุก

ราวกับจะมีผีกระโดดโผล่มาหลอกยังไงยังงั้น

ผมสะบัดหัวไล่ความคิดไร้สาระก่อนจะหมุนตัวหวังรีบเดินกลับหอ แต่ทันทีที่หันกลับไปผมก็พบกับกลุ่มชายฉกรรจ์ท่าทางเมามายยืนจังก้าอยู่ตรงหน้าผมราวสามถึงสี่คน กลิ่นเหล้าที่โชยออกมาจากตัวพวกเขาทำให้ผมต้องเบ้ปากใส่ โชคดีที่ความมืดช่วยอำพรางสีหน้าของผมไว้ ไม่เช่นนั้นคงโดนต่อยเละตั้งแต่ยังไม่เริ่มพูด

แต่ท่าทางแบบนี้เดาได้เลยว่าจะมาทำอะไร

เฮ ไอ้น้อง พวกพี่ขอเงินหน่อยสิ

นั่นไง

น้ำเสียงอ้อแอ้กับท่าทางเซไปเซมาทำให้ผมอุ่นใจไปเปาะหนึ่งด้วยคิดว่าโอกาสหนีรอดนั้นมีสูงพอสมควร เพราะถ้าต้องวิ่งหนีขึ้นมาจริงๆ พวกที่แค่ยืนตรงยังทำไม่ได้แบบนี้คงวิ่งไล่ตามผมไม่ทัน

พี่ครับ ผมไม่มีเงินหรอกครับ

โกหก!”

ฟังๆ ดูก็เหมือนประโยคพื้นฐานที่พูดกันทั่วไปในละครไทยที่เห็นกันอยู่บ่อยๆ หลังจากประโยคนี้ก็ต้องจบด้วยการตะลุมบอนและตัวเอกก็ต้องเจ็บตัว ตามด้วยฉากเข้าพระเข้านางแสนซึ้ง

น่าเสียดายที่ชีวิตไม่ใช่ละคร

ชายคนหนึ่งในกลุ่มนั้นชักมีดพับขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเอามาชี้หน้าผม

เอามา

ผมนิ่งเงียบ พยายามคิดทางหนีทีไล่

กูบอกให้เอามา!”

โอเค ไม่มี

ในที่สุดผมก็ยอมควักกระเป๋าสตางค์ส่งให้พวกมัน ชายทางขวามือผมคว้ากระเป๋าสตางค์ไป ส่วนคนทางซ้ายที่ถือมีดก็เอามีดชี้หน้าผมอีกครั้ง

เอาโทรศัพท์มึงมาด้วย

ผมส่ายหน้าเบาๆ

ผมไม่มีโทรศัพท์ครับพี่ มันตกน้ำพังไปนานแล้ว แล้วผมก็ไม่มีเงินซื้อ

ยอมรับว่าตัวเองดราม่า แต่โทรศัพท์ตกน้ำจนพังนั้นเป็นเรื่องจริง เพียงแต่นั่นเกิดขึ้นหลายปีมาแล้ว โทรศัพท์เครื่องปัจจุบันของผมกำลังนอนหลับสบายอยู่บนห้องพักแสนผาสุกอย่างไม่รู้ชะตากรรมเจ้านายมันเลยสักนิด

โกหก!”

น้ำเสียงตะคอกนั้นทำให้ผมตกใจกลัวจนต้องพนมมือ

ผมไม่มีจริงๆ พี่ ไม่เชื่อค้นตัวผมก็ได้พี่ ผมไม่มีเงินจริงๆ

ลูกพี่ ไอ้เด็กนี่จนจริงว่ะ ในกระเป๋ามันมีอยู่ร้อยเดียวเอง

เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เริ่มเป็นใจผมเลยรีบเสริม

ผมไม่มีจริงๆ พี่ หนึ่งร้อยนั่นก็ต้องใช้ทั้งอาทิตย์ ที่ผมไปห้างก็เพราะไปทำงาน ไม่ได้ไปเที่ยวเล่นเลยพี่

ผมยกมือไหว้ปลกๆ ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ยอมรับว่าตัวเองเล่นใหญ่รัชดาลัยไปนิด แต่ความกลัวตายมีมากกว่าความอายเสมอ

หลังจากฟังที่ผมพูดพวกมันก็หันไปมองหน้ากันแล้วเงียบไปอึดใจ ก่อนที่คนถือมีดจะยกมันชี้หน้าผมอีกครั้ง

มึงอย่าสะเออะไปบอกใครนะ ไม่งั้นกูเอามึงตายแน่

ผมพยักหน้ารัวๆ

ได้พี่ ผมไม่บอกใคร ปล่อยผมเถอะ

ผมเห็นพวกมันมองหน้ากันก่อนจะพยักพเยิดกันไปมา

เออ ไปๆ แล้วอย่างปากสว่างนะมึง

ครับๆ

ผมพยักหน้าแล้วรีบเดินออกมา เมื่อเห็นว่าพวกนั้นไม่มีท่าทีไล่ตามก็รีบใส่เกียร์หมาสุดแรงเกิด ไม่เกินสามสิบวินาทีผมก็กลับมาถึงหน้าหอพัก

ผู้คนหน้าหอพักเริ่มบางตา แต่ก็ยังนับว่าดีกว่าทางเปลี่ยวที่ผมเพิ่งเดินผ่านมา เงิน บัตรเอทีเอ็ม รวมไปถึงบัตรส่วนลดต่างๆ นาๆ ล้วนถูกเอาไปหมดแล้ว

เห็นทีคงต้องพึ่งมาม่าอีกแล้ว

ผมพักหายใจชั่วครู่ก่อนจะเดินไปแจ้งเรื่องกับยามใต้หอ แต่ทันทีที่ฟังเรื่องของผมพี่ยามก็ทำได้แค่เพียงส่ายหัวไปมา

เขาโดนกันมาหลายคนแล้วน้อง ทำใจเถอะ

แล้วทำไมทางมหาลัยไม่ทำอะไรสักอย่างเล่าพี่

พี่ยามหัวเราะ ฮึใส่ผม

จัดการอะไร๊ พวกนี้มันก็โจรทั่วไป มหาลัยก็ทำได้แค่แจ้งเตือนเท่านั้นแหละ โทษตัวเองเถอะน้องที่ไปเดินทางเปลี่ยวๆ แบบนั้น แทนที่จะยอมเดินอ้อมเข้ามาทางถนนใหญ่

ท้ายประโยคที่มีแววตำหนิทำให้ผมยิ่งหดหู่ใจจนต้องยอมถอยแล้วเดินกลับขึ้นห้องไป

เอาเถอะถือว่าฟาดเคราะห์แล้วกัน

ระหว่างที่ลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นไปช้าๆ ผมก็ทำได้เพียงแค่พิงผนังลิฟต์อยู่นิ่งๆ อย่างนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างมันหดหู่จนแทบบ้า ในหัวมีแต่ความคิดที่ว่า มันคงเป็นความผิดของเราเองวนเวียนอยู่เต็มไปหมด

บ้าจริง

บ้าชะมัด

ประตูลิฟต์ที่เปิดออกทำให้ผมต้องสูดหายใจฮึดสู้แล้วเดินกลับห้องด้วยท่าทางปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันทีที่ถึงหน้าห้อง ผมก็ต้องมายืนลังเลอีกครั้งว่าผมจะบอกเรื่องที่เกิดขึ้นให้ทีนฟังยังไงดี รายนั้นคงบ่นผมจนหูชาแล้วก็เป็นห่วงจนไม่ยอมปล่อยให้ผมไปไหนมาไหนคนเดียวแน่

แต่เอาเถอะ รอดมาได้ก็บุญโขแล้ว

ว่าไงมอส ได้ไรมาบ้างปะ

น้ำเสียงร่าเริงตามปกติของเขาทำให้ผมกังวล ด้วยไม่รู้จะตอบอะไรผมจึงยิ้มแหยๆ ให้เขาอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนเตียง

ผมรู้สึกได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาจากอีกคน ครั้นเงยหน้าขึ้นไปก็ไม่ผิดจากที่คิดนัก เจ้าตัวส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมาให้ผมชัดเจนเสียเหลือเกิน

เอาเถอะ ยังไงก็ต้องบอกอยู่ดี

เราโดนโจรดักจี้น่ะ

เฮ้ย! แล้วเป็นไรปะเนี่ย

ร่างสูงกระโดดผลุงจากเก้าอี้มาหาผมที่เตียงก่อนจะเอียงหัวไปมาเพื่อสำรวจความเสียหายของผมเสียยกใหญ่

ก็ไม่เป็นไรหรอก แต่โดนโด้กระเป๋าตังค์ไปน่ะ

โดนจี้ที่ตรงไหนอะ

มาแล้ว คำถามที่ผมไม่อยากตอบที่สุด รับรองได้ว่าหลังตอบไปคงโดนบ่นเสียจนหูชาแน่ๆ

แต่เอาเถอะ...

ตรงทางข้างหอที่ทะลุไปห้างอะ

เดินทางนั้นคนเดียวเนี่ยนะ! เป็นบ้าเหรอ!”

มาแล้ว มาแล้ว

หลังจากนั้นผมก็แทบจับคำพูดของอีกฝ่ายไม่ได้อีกเลย เพราะมันทั้งรัวและเร็ว จนเหนื่อยจะฟัง หลังจากอีกฝ่ายบ่นจนพอใจจึงได้กลับมาพูดด้วยน้ำเสียงและความเร็วปกติ

มอสทำธุรกรรมผ่านแอพได้ใช้ไหม

คำถามที่ขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ผมงุนงง แต่ก็ยอมพยักหน้าตอบไป

ดี งั้นโอนเงินทั้งบัญชีมาไว้กับเราก่อน แล้วพรุ่งนี้ค่อยไปอายัติบัตรแล้วก็แจ้งความกัน

ไปตอนนี้เลยไม่ได้เหรอ

นี่ไม่เข็ดใช่ไหม!”

เสียงตะคอกของอีกฝ่ายทำให้ผมถดตัวหนีนิดหน่อย ยอมรับว่าถึงจะไม่ใช่คำหยาบ แต่เวลาคนๆ นี้โมโหก็ยังน่ากลัวอยู่ดี

กรุงเทพตอนกลางคืนอันตรายจะตาย ถ้าออกไปเรียกแท็กซี่แล้วพวกมันดักอยู่ให้ทำยังไง

เออ จริง

ให้ตายเถอะมอส เราไม่รู้จะพูดกับมอสยังไงแล้วนะ

ถ้าเราเป็นทีนเราก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วเหมือนกัน เท่าที่พูดไปเมื่อกี้นี้ก็มากกว่าทั้งชีวิตเราแล้ว นึกตามไม่ทันแล้วเนี้ย

มอส!”

โอเค ผมผิดเอง

 







แล้วเรื่องเมื่อคืนก็จบลงด้วยเสียงบ่นของทีนที่กว่าจะหยุดลงก็เป็นเวลาสองชั่วโมงให้หลัง เจ้าตัวทั้งเอ็ดผมเรื่องความปลอดภัย ทั้งบ่นกระปอดกระแปดว่าตัวเองอ่านหนังสือไม่ทันแล้ว แล้วก็จบลงด้วยการที่เขาต้องอ่านหนังสือทั้งคืนอย่างบ้าคลั่งเพราะมัวแต่เอาเวลามาบ่นผมนั่นล่ะ

เหมือนขนแม่มาไว้ในหอด้วยอย่างไงอย่างงั้น

ซ้ำร้ายพอรุ่งสางยังไม่ทันที่ท้องฟ้าจะสว่างดี เจ้าตัวก็รีบมาปลุกให้ไปสถานีตำรวจก่อนจะได้กลับมาเข้าเรียนทัน ผมเลยต้องหอบสังขารอันอ่อนล้าลงมาใต้ตึกตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า

เด็กมหาลัยที่ไหนเขาแต่งชุดนักศึกษาออกจากหอตั้งแต่เจ็ดโมงตรงกันฮะ! แต่ถ้าขืนผมไม่ทำตาม มีหวังคงโดนบ่นแล้วบ่นอีก จนน่ารำคาญไปอีกหลายสัปดาห์

ผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมทีนถึงถูกเรียกว่า คนแปลกๆคงเพราะท่าทีขี้เป็นห่วงและขี้บ่น รวมไปถึงลักษณะนิสัยการกินที่ผิดปกตินี่ล่ะมั้ง

ผมเดินใจลอยเพราะความง่วงสุดจะทน ในใจคิดแค่ว่าค่าแท็กซี่ไปกลับมันจะกี่บาทกัน

แค่ต้องยืมเงินทีนมาใช้สอยก่อนก็รู้สึกผิดจะแย่แล้ว

น้องๆ

ผมเดินต่อไปด้วยไม่คิดว่าเขาจะเรียกผม จนกระทั่งมีคนเดินมาสะกิดจึงได้หันกลับไปมอง ครั้นเห็นคนตรงหน้าผมก็จำได้ทันที เขาก็คือพี่ยามที่เมื่อคืนบอกปัดให้ผมทำใจและไม่แม้แต่จะพยายามช่วยเหลือผมเลยสักนิด

จะเรียกไว้ทำไมกัน

น้องใช่คนที่โดนจี้กระเป๋าสตางค์เมื่อวานรึเปล่า

ผมพยักหน้ารับด้วยอารมณ์ไม่สู้ดีนัก

อยากด่ากราดจริงๆ ให้ตายสิ

เมื่อเช้า ไอ้พวกโจรมันเอากระเป๋าเงินมาคืนที่ป้อมยาม

เขาว่าพลางยื่นกระเป๋าเงินใบหนึ่งมาให้ผม

กระเป๋าหนังเทียมสีดำ แสนเรียบง่ายและราคาถูก

กระเป๋าเงินของผม

แต่เดี๋ยวก่อน มีบางอย่างแปลกๆ

ผมเลือกที่จะไม่รับกระเป๋าสตางค์คืนมาในทันที

ทำไมพวกเขาถึงเอามาคืนครับ

ผมเห็นเขามองซ้ายมองขวาด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก

นี่คงไม่ได้เป็นแก๊งค์เดียวกันแล้วกะจับผมไปฆ่าปิดปากหรอกนะ

ก็พวกนั้นน่ะ มันบอกว่ามันโดนผีหลอก บอกให้เอากระเป๋าเงินมาคืนน้อง

ฮะ?”

เออ ได้ยินไม่ผิดหรอก พวกนั้นมันโดนผีหลอก เห็นว่าเป็นผีผู้ชาย ร่างใหญ่โต บอกว่าให้เอาของที่ขโมยไปมาคืน โอ๊ย พูดแล้วขนลุก

เดี๋ยวนะ นี่คือผมถูกผีช่วยเอาไว้สินะ

งง งงไปหมด

น้องรีบๆ เอาไปเถอะ พี่จะได้รีบๆ ออกเวร พวกมันเอามาฝากแล้วบอกว่าให้เอาให้ถึงมือน้อง ไม่งั้นจะมีอันเป็นไป นี่พี่ยังไม่ได้นอนเลยตั้งแต่เมื่อคืนเนี้ย

หูย ผีอะไรรอบคอบขนาดนั้น เอาตำแหน่งผีดีเด่นแห่งปีไปเลย

ช่างทะเล้นนัก

เสียงกระซิบปริศนาแววเข้ามาในหูอย่างไม่มีที่มาที่ไปอีกครั้ง...เหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด

ผมหันมองรอบตัวด้วยใจถี่รัวหวังหาต้นตอของเสียง

ว่างเปล่า

รอบตัวผมไม่มีใครเลย ก็คงไม่แปลกเพราะเวลานี้ก็เช้าเกินไปที่จะเดินออกจากหอ แต่ถ้าหาก...ถ้าหากมีใครรอบตัวสักคนคงทำให้หัวใจของผมเต้นถี่ลงน้อยกว่านี้แยะ

อ๋อน้อง ยังมีนี่ด้วย

ผมหันกลับไปมองพี่ยามที่ตอนนี้เหงื่อแตกพลั่กทั้งๆ ที่แดดยังไม่แรง

จริงๆ ก็พอเข้าใจได้

ตอนพวกนั้นเอากระเป๋าสตางค์มาคืน มันเอาอันนี้มาให้ด้วย

สิ่งที่คนตรงหน้าหยิบขึ้นมาจากกระเป๋าสะพายข้างตัวคือดอกกระดังงาช้ำๆ ดอกหนึ่ง

พวกมันบะ...บอกว่า ผีมันสั่งให้ไปหาดอกไม้นี่มาให้ได้ แล้วก็ให้เอามาให้พร้อมกระเป๋าเงิน

ผมมองดอกไม้สีเหลืองอ่อนที่วางบนกระเป๋าเงินด้วยหัวใจที่เต้นถี่รัว

รับไปสิน้อง พี่กลัวจนจะบ้าอยู่แล้วเนี้ย

เสียงท้วงของพี่ยามทำให้ผมต้องเอื้อมมือออกไปรับของมาไว้กับตัว

น้อง

ผมละสายตาจากดอกไม้ในมือไปมองหน้าคนพูด

ยะ..อย่าหาว่าพี่สอดเลยนะ แต่พี่ว่าน้องไปทำบุญก็ดีนะ หรือถ้าเลี้ยงผีเลี้ยงกุมารไว้ กะ..ก็อย่าเอามาเลี้ยงที่หอเลย

จะบ้าเหรอพี่ ผมไม่ได้เลี้ยงผีอะไรทั้งนั้นแหละ

สีหน้าของชายตรงหน้าดูดีขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังเจือความกังวล

ถ้างั้นน้องไปทำบุญเถอะ พี่ว่าจะเป็นเจ้ากรรมนายเวรแล้วล่ะมั้ง

เจ้ากรรมนายเวรเหรอ

ขอบคุณครับพี่ ขอบคุณมาก

ผมยกมือไหว้ขอบคุณอีกฝ่าย ชายตรงหน้าทำเพียงแค่รับไหว้อย่างรีบร้อนก่อนจะขอตัวกลับไป ทิ้งผมไว้กับความเงียบรอบตัวกับดอกไม้สีเหลืองในมือ

ดอกกระดังงา

ทำไมต้องดอกกระดังงา

อ้าวมอส ทำไมยังไม่ไปอีก

น้ำเสียงเอ่ยทักที่คุ้นเคยทำให้ผมต้องเงยหน้ามอง ทีนอยู่ในชุดนักศึกษาเต็มยศ เขาผูกไทด์ในรอบหลายเดือน เดาว่าคงมีสอบช่วงเช้าแน่

พะ...พอดีพี่ยามเขาบอกว่า...ว่าเขาไปเจอกระเป๋าเงินหล่นอยู่แล้วเก็บมาให้น่ะ ก็เลยไม่มีปัญหาแล้ว

จริงดิ! โห โคตรโชคดีอะ ได้เช็คยังว่าบัตรอยู่ครบหรือเปล่า

ผมยิ้มแห้งๆ พลางขอโทษขอโพยอีกคนที่ต้องโกหกอยู่ในใจแล้วจึงทำท่าทีเปิดกระเป๋าดูความเรียบร้อย แต่ในหัวของผมไม่ได้จดจ่ออยู่กับสิ่งตรงหน้าเลยสักนิด

ทำไมต้องดอกกระดังงา

ทำไมกัน

ครบไหม

หลังจากกวาดตาดูด้วยสติที่ไม่ค่อยครบถ้วนนัก แต่ผมก็พอจะแน่ใจว่าไม่มีอะไรหาย เพราะขนาดแบงก์ร้อยในกระเป๋าก็ยังนอนสงบอยู่ดี จึงพยักหน้าตอบอีกฝ่ายไป

ผมได้ยินเขาถอนหายใจอย่างโล่งอก

ดีแล้วล่ะ โชคดีแล้ว

ด้วยไม่อยู่ในสภาวะอารมณ์ที่ปกติผมจึงทำเพียงยิ้มแหยะๆ ให้เขาเท่านั้น ผมว่าเขาคงรับรู้ถึงพฤติกรรมแปลกๆ ของผมได้ แต่คงเข้าใจไปว่าผมกำลังตื่นเต้นจึงไม่ได้ถามอะไรออกมา

แล้วนั่นดอกการเวกนี่ ไปเอามาจากไหนเหรอ

การเวก? นี่ไม่ใช่ดอกกระดังงาเหรอ

คนตัวสูงส่ายหน้าช้าๆ

บ้านเราทำฟาร์มไม้ดอก ไม้ประดับนะมอส เห็นดอกไม้พวกนี้มาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว กระดังงาจีนกับการเวกแม้ต้นใบจะคล้ายกันมาก แต่ก็ไม่ใช่ไม้เดียวกัน ดอกยิ่งไม่เหมือน ว่าแต่แถวนี้มีการเวกด้วยเหรอ มันหายากมากๆ แล้วนะ

ผมไม่ได้แสดงอาการตอบรับอะไร หากในใจกลับครุ่นคิดตาม

นั่นสิ พวกนั้นเอาดอกไม้นี่มาจากไหน

ทีนฉีกยิ้มเสียจนหน้าบานแล้วเอื้อมมือมาหยิบดอกไม้ขึ้นไปจากมือผม

นี่เป็นดอกการเวกไม่ผิดแน่ๆ ดอกการเวกจะหอมจัดในช่วงเย็นๆ ค่ำๆ จนถึงเช้ามืด ถ้าเป็นช่วงอื่นก็ไม่หอม ลองดมดูสิ กลิ่นจางแทบไม่เหลือแล้ว

เขายื่นดอกการเวกเข้ามาใกล้จมูกผม

กลิ่นหอมที่สัมผัสได้นั้นอ่อนจาง แต่มันกลับให้ความรู้สึกอ่อนหวานและสงบอย่างล้ำลึก

การเวกนอกจากจะเป็นชื่อพืชแล้ว ยังเป็นชื่อสัตว์ด้วยนะ

ผมเงยหน้าสบตากับคนพูดด้วยความหวั่นไหว

ผมนึกถึงอะไรได้บางอย่าง

ได้โปรด อย่าเป็นอย่างที่ผมคิดเลย

เขาเรียกกันว่านกการเวก เป็นนกที่อยู่ในวรรณคดี แต่นกการเวกที่เป็นนกจริงๆ ก็มีนะ มันเป็นนกตัวไม่เล็กไม่ใหญ่ ใหญ่สุดน่าจะราวหนึ่งร้อยเซนติเมตรได้

แววตาของทีนดูสดใสเป็นประกายเมื่อพูดถึงเรื่องสัตว์และพืชที่เขาคลั่งไคล้

มันเป็นนกที่สวยมาก แถมยังมีหลากหลายสายพันธุ์ และเพราะมันสวยมากนั่นล่ะ คนเลยเรียกมันว่าปักษาสวรรค์

เหมือนบางอย่างในหัวของผมระเบิดออก

คำพูดที่เคยได้ยินแว่บกลับเข้ามาในหัวอีกครั้ง

พี่รักน้องเสมอ ปักษาสวรรค์ของพี่

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ผมโดนผีตามเข้าให้แล้วครับ






 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 372 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1138 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 07:45
    กลัวววว แต่อ่านแล้วอยากร้องไห้จังค่ะ
    #1,138
    0
  2. #1122 _arsunp (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 16:02
    เป็นเราก็กลัวค่ะ แงง สู้ๆนะน้องมอส
    #1,122
    0
  3. #1116 Bammiiee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563 / 05:39
    แงงงง น่าจัวค่ะ ฮือ เราอาการเดียวกับพี่ยามแล้ว เวทโจรนะคะ
    #1,116
    0
  4. #1107 แซลมอนของม้อร (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มกราคม 2563 / 22:15
    คุณผีหรือคุณพี่จากอดีตกาลนะน้องมอส
    #1,107
    0
  5. #1104 NichaGosantor (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 08:12
    น่าติดตามมม
    #1,104
    0
  6. #1098 เขาเรียกฉันว่าเต่า (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 12:16
    ืน่าค้นหามากๆ
    #1,098
    0
  7. #1094 applepie13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2562 / 23:49
    ว้าววววววว ดีมากกกกก
    #1,094
    0
  8. #1078 Earn0624 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 18:30
    อูยยยย ชอบมากเลยค่ะ รู้สึกว่าเรื่องราวมันมีเสน่ห์มาก เล่าเรื่องดีมากเลยค่ะ
    #1,078
    0
  9. #1019 ความถี่สีชมพู (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 20:45
    โง้ยยย คุณผีนี่ใครค้าาาา
    #1,019
    0
  10. #1012 beer1109 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:52
    เขียนดีมากกกกกกกกก
    #1,012
    0
  11. #1002 MMAIIII (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 14:09
    อยากเจอคุณผีแล้วววค่าาา
    #1,002
    0
  12. #997 ChimChim1112 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 20:34
    ชอบบมากๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #997
    0
  13. #986 แน มาอึม โซเก ชอจาง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 15:26
    ทะเล้นจริง55555555555 ภาษาดีมากเลยค่ะคุณปิงปอง ชอบมาก
    #986
    0
  14. #965 pukiest (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 02:11
    น่าติดตามมากๆค่ะ
    #965
    0
  15. #899 Anpun97 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 17:34
    เป็นผีที่มีความโรแมนติกมาก แากหวานด้วยอีกต่างหาด
    #899
    0
  16. #895 Ihaveadream (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 18:54
    โรแมนติกกก แอร้ยยย
    #895
    0
  17. #864 luhan7_lulu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 09:52
    น่าติดตามมากเลยย ปดติเราไม่อ่านแนวพีเรียด แต่เรื่องนี้น่าสนใจ ชวนติดตามมากๆ
    #864
    0
  18. #838 Mune (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 23:22
    ชอบภาษาคนเขียนจังเลยค่ะ อ่านแล้วลื่นมาก คนที่เป็นเสียงกระซิบนี่เป็นใครกันแน่นะ เข้าใจชื่อเรื่องเลยค่ะ แว่วเสียงการเวกจริงๆ 5555 ติดตามนะคะ
    #838
    0
  19. #791 maielf13 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 19:08
    แว่วมาแต่เสียงด้วยเรื่องของเรื่อง...
    #791
    0
  20. #743 PapPy2 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 11:05
    ผีหรือผัวคะ555555555
    #743
    0
  21. #740 WinGz of Evil (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 21:23
    อ่านแล้วมันละมุนหัวใจมากๆเลยค่ะ อ่อนหวาน นุ่มนวลมากๆ
    #740
    0
  22. #724 เมียคิมบับ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 22:11
    ภาษาสวยมากค่ะ เพื่อนแนะนำนานมากยังไม่ได้อ่านซักที เพิ่งได้ฤกษ์อ่าน5555
    #724
    0
  23. #713 ตัวอ่อน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 20:56
    ชอบบบบบบบ ภาษาสวยมากเลย เห็นภาพเลยละค่ะ ขอบคุณนะคะ
    #713
    0
  24. #666 Tatangts 🐋 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 16:17
    ผีเป็นพรายกระซิบรึเปล่าาาาา 555555
    #666
    0
  25. #631 Chopoom94 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มกราคม 2561 / 18:00
    อ้าว พระเอกไม่ใช่ทีนหรอ เขาคือผู้ใดกัน
    #631
    0