แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 19 : ความคาดหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    18 พ.ย. 60
















เพราะมัวแต่ทำตัวอ่อนแอให้อีกฝ่ายปลอบใจ คนขี้ห่วงเลยกังวลจนเกินเหตุ

กว่าผมจะปลีกตัวออกมาจากคลินิกได้ก็เป็นเวลาเย็นมากแล้ว พอนับรวมเวลาเดินทางไปด้วย อะไรต่อมิอะไรรอบด้านเลยถูกความมืดกลืนไปเสียหมด โชคยังดีที่ตามรายทางมีบ้านที่แขวนโคมไว้บ้าง จุดไต้ไว้บ้าง ทำให้การเดินทางกลับบ้านของผมไม่ลำบากมากนัก

เคยมีคนบอกเอาไว้ว่า ถ้าวันหนึ่งวิถีชีวิตของเราเปลี่ยนไปจากปกติ แสดงว่าวันนั้นจะเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติตามมาอีกเป็นหางว่าว

ตอนแรกผมก็ไม่เชื่อนักหรอก แต่ตอนนี้ชักไม่แน่ใจ...

เสียงกรีดร้องสลับกับเสียงตะโกนดังมาจากทางบ้านของผม สองเท้าที่เดินเอื่อยเฉื่อยเมื่อครู่จึงเปลี่ยนเป็นถีบตัวออกวิ่ง ไม่นานนักภาพทิวทัศน์ที่คุ้นเคยก็ปรากฏในสายตา

แต่มีบางอย่างที่ผมไม่คุ้น

ชายรูปร่างกำยำหนึ่งคนยืนจังก้าอยู่หน้าบ้าน พอมองลอดเข้าไปจึงเห็นว่าในตัวบ้านมีชายรูปร่างคล้ายกันอยู่อีกสองคน คนหนึ่งกำลังจิกทึ้งผมของอาม้า ส่วนอีกคนกำลังซัดหมัดใส่ใครสักคน

ไม่อาป๊าก็คงเป็นอาเฮีย

ผมรีบแทรกตัวเข้าไปในบ้านจนคนเฝ้าหน้าบ้านคว้าไว้ไม่ทัน

หยุดนะ!”

พวกมันสองคนหยุดมือแล้วหันมามองผมเป็นตาเดียว เพราะแบบนั้นผมจึงเห็นถนัดตาว่าคนที่โดนเตะเมื่อครู่คืออาเฮีย

ร่างที่เคยแข็งแรงนั้นบวมช้ำ แขนแกร่งที่เคยเป็นที่พึ่งพาให้คนอื่นกำลังกอดแน่นเพื่อปกป้องตัวเอง

...น่าสังเวชจริงๆ...

ผมหันหลังตัวเองเข้าหาผนังเพื่อไม่ให้โดนใครลอบทำร้ายจากด้านหลังแล้วกวาดตามองหน้าพวกมันทุกคน

พวกคุณเป็นใคร มาทำแบบนี้กับคนในบ้านของผมได้อย่างไร

ผมได้ยินเสียง ฮึจากคนที่ยืนเฝ้าหน้าบ้าน

ชายคนนั้นคลี่ยิ้มสมเพชใส่ผม

มึงอย่าแส่เลยไอ้หนู เรื่องนี้พี่ชายมึงมันก่อไว้ แม่มึงเข้ามาห้ามเลยต้องสั่งสอนนิดหน่อย

แล้วอาป๊าล่ะ อาป๊าอยู่ไหน

มันกระตุกยิ้มเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไร

ส่วนพ่อมึง มันเป็นลมล้มชักไปตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว ป่านนี้นอนตายอยู่ในครัวแล้วกระมัง

ใจผมหายวาบ

...ไม่จริงน้า...

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ใคร่ครวญคิด ชายคนนั้นก็พยักหน้าให้สองคนที่เหลือเป็นสัญญาณให้ทำต่อ ผู้ชายที่อยู่ใกล้กับอาเฮียที่สุดก็เริ่มเตะอัดท้องอีกฝ่ายอีกครั้ง ในขณะที่อาม้าก็พยายามจะพนมมือร้องขอให้พวกเขาหยุดทำให้ผู้ชายอีกคนต้องทั้งผลัก ทั้งถีบเพื่อให้เธอหยุดส่งเสียงน่ารำคาญ

ไม่ไหวแล้ว

ผมปรี่เข้าไปผลักชายร่างใหญ่ที่กำลังทำร้ายอาม้าให้พ้นทาง มันเซไปเล็กน้อยและดูหัวเสีย แต่ก็ไม่ได้คิดจะเข้ามายุ่งยุ่มย่ามอะไรต่อ ตรงกันข้าม มันกลับเดินไปสมทบกับเพื่อนของมันในการรุมกระทืบอาเฮีย

บ้าไปแล้ว นี่มันบ้าไปแล้ว

อาโซ้ยตี๋ ช่วยเฮียลื้อด้วยนะ ช่วยอาตั่วตี๋ด้วย

เสียงอ้อนวอนปนสะอื้นได้นั้นแค่ฟังก็แทบขาดใจ ใบหน้าบวมช้ำจากการโดนทำร้ายนั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา

เกินไปแล้ว นี่มันเกินไปแล้ว

พอ! หยุด!”

พวกมันไม่คิดจะฟังผมเลยสักนิด

ผมบอกให้หยุดไง!”

เสียงร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดดังผสมกับเสียงกรีดร้องของอาม้าทำให้ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป

ไอ้พวกเหี้ยกูบอกให้หยุดไง!”

สิ้นคำพูดของผมทุกอย่างก็เข้าสู่ความเงียบ

ทุกคนเหมือนจะหันมามองผมเป็นตาเดียว แต่ผมไม่คิดจะสนใจ คนเดียวที่ผมสนใจคือคนที่ยืนขวางอยู่ตรงประตูและดูมีท่าทีจะเป็นหัวหน้ามากที่สุด

ผมสบตากับเขานิ่ง

พี่ผมไปทำอะไรไว้

มันกระตุกยิ้ม

จะให้กูบอกครอบครัวมึงไหมไอ้ชาติ ว่ามึงไปทำเลวระยำอะไรไว้

ใบหน้าขึงขังนั้นยังจับจ้องอยู่ที่ผม แต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับไม่ได้สื่อถึงผมเลยสักนิด

...ชาติเหรอ...

ผมหันไปมองคนที่นอนคู้อยู่กับพื้น ใบหน้านั้นแม้จะบวมจนผิดรูปหรืออาบไปด้วยเลือดมากแค่ไหน แต่สีหน้าตื่นตระหนกที่สื่ออกมานั้นก็ชัดเจนเหลือเกิน

เฮียของผมชื่อชาติ และคนชื่อชาติมีความผิดติดหลังอยู่

ผมหันกลับมาสบตากับชายคนนั้นอีกครั้ง

ผมอยากรู้

มันแสยะยิ้ม

ก็พี่มึงไปเป็นชู้กับเมียของเจ้านายกูไง

ความรู้สึกบางอย่างเอ่อแน่นขึ้นมาในใจ

เห็นว่าเอาพลอยไปให้หล่อนด้วย พอนายกูจับได้เลยให้พวกกูสืบดู สืบไปสืบมาถึงรู้ว่าพลอยนั้นมันก็ไปขโมยเขามา พวกกูเลยไปบอกเจ้าของพลอย กะว่าจะให้มันโดนจับขังเสียให้เข็ด น่าเสียดาย...

แววตาของมันที่ทอดมองมาที่ผมเปลี่ยนไปชั่วอึดใจก่อนจะกลับไปเป็นแววตาสมเพชเวทนาดังเดิม

เมื่อครู่คืออะไร

...เขา...เห็นใจผมเหรอ...

มันมีครอบครัวที่ดีเกินไป

มันละสายตาจากผมแล้วผินไปมองคนที่นอนกองอยู่กับพื้น

คนเฒ่าคนแก่เขาว่ากันว่า ถ้าพ่อแม่มันดี ลูกก็จะดี ถ้าพี่น้องมันรักกัน มันก็จะดี ถ้าเกลอมันเป็นคนใฝ่เจริญ มันก็จะเจริญ สงสัยจะใช้ไม่ได้กับไอ้เหี้ยนี่แล้วกระมัง

ใบหน้าดุดันนั้นหันกลับมามองผมอีกครั้ง

วันนี้นายกูให้พวกกูมาสั่งสอนเพราะมันไม่ได้เข้าคุกอย่างที่ควรเป็น แต่ถ้ามันยังฝืนทำอีก คราหน้าจะไม่ใช่แค่สั่งสอน แต่มันจะได้กลายเป็นศพ มิมีผู้ใดพบอีกเลย

พอพูดจบมันก็หันไปพยักหน้าให้อีกสองคนเป็นเชิงสั่งให้กลับ

ผมได้ยินเสียงอาม้าร้องไห้

ผมได้ยินเสียงอาม้ากรีดร้องราวกับจะขาดใจ

ผมได้ยิน ผมเข้าใจ ผมรับรู้มันทุกอย่าง

...รับรู้ว่าไอ้ตัวเหี้ยนี่เกิดมาเพื่อสร้างปัญหาเท่านั้น...

เฮีย

มันหันมามองผมก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อย ท่าทางแบบนั้นทำให้ผมหัวเราะเงียบๆ ในใจ

ตอนทำล่ะไม่คิดจะกลัว

เฮียมีปัญญาทำเรื่องดีๆ บ้างไหม

นัยน์ตานั้นแข็งกร้าวขึ้นมาเล็กน้อย

ยัง มันยังไม่สำนึก

คนอย่างเฮียนี่มัน...

ผมฉีกยิ้ม

หนักแผ่นดินจริงๆ

อาโซ้ยตี๋! ลื้อพูดจาแบบนี้ได้ยังไง

เสียงของอาม้าร้องขัดขึ้นมาแทบจะทันทีที่ผมพูดจบ ฝ่ามืออ่อนโยนนั้นประคองร่างของคนเจ็บให้ลุกขึ้นมานั่งอย่างเบามือ พออีกคนนั่งได้ก็เอาแต่ลูบหัวปลอบโยนไม่หยุด

ทั้งๆ ที่อาม้าเองก็หน้าบวม ตัวเขียวไปหมด

ทั้งๆ ที่อาม้าเองก็เจ็บแท้ๆ

ไม่ยุติธรรมเลย

ผมพยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจเพื่อสงบสติอารมณ์ ยังไม่ทันจะสงบดีก็ดันโดนสุมไฟเพิ่มขึ้นไปอีก

อาโซ้ยตี๋ พักนี้ลื้อซี้ซั้วใหญ่แล้วนะ พูดจารู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่หน่อย

อาป๊าที่เดินโขยกเขยกออกมาจากด้านในตำหนิผมเสียงแผ่วแต่ยังแฝงความดุดัน

เขาแกล้งเข้มแข็งไปอย่างนั้นล่ะ

ร่างผอมชรานั้นดูเจ็บปวดทุกย่างก้าว หว่างคิ้วที่ขมวดเข้าหากันทุกครั้งที่หายใจไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลยสักนิด

อาป๊าเป็นอะไร

ป๊าเป็นอะไร

ผมถามออกไปอย่างใจคิด แต่มือเหี่ยวย่นนั้นโบกไปมาเป็นทำนองว่า ไม่เป็นไรก่อนจะหันมาสบตาผม

ขอโทษเฮียลื้อเสีย

ผมขมวดคิ้ว

ทำไม

...ทำไมผมต้องขอโทษ...

คงเพราะเห็นท่าทางดื้อดึงของผมเขาจึงพูดต่อ

อาตั๋วตี๋เป็นพี่ ลื้อเป็นน้อง ตั่วแปลว่าหนึ่ง โซ้ยแปลว่าสุดท้อง ลื้อเป็นน้องก็ต้องเคารพพี่

อยากจะหัวเราะให้ดังถึงดาวอังคาร

คนที่ได้รับการเคารพควรประกอบไปด้วยวัยวุฒิและคุณวุฒิ พวกที่โตแต่ตัวบอกเลยว่า...

มอสไหว้ไม่ลง

อาโซ้ยตี๋

เสียงแหบพร่านั้นเอ่ยกดดันจนผมต้องยอมเพื่อให้ปัญหามันจบๆ

ผมยกมือไหว้แล้วผละออกมาโดยไม่สนใจเสียงที่ตะโกนตามหลังมา

จะดุด่าหรืออะไรก็ช่าง ผมพอแล้ว ไม่เอาด้วยแล้ว

ผมช่างเป็นน้องที่แย่จริงๆ...

...เพิ่งจะมาเข้าใจความรู้สึกของอาเจ้ก็ตอนนี้เอง...

 






สภาพของผมตอนนี้จะบอกว่าเป็นโจรสะกดรอยก็คงไม่ผิดนัก

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายเมื่อคืน ทันทีที่พระอาทิตย์สาดแสงต้อนรับวันใหม่ ผมก็รีบพุ่งตัวออกจากบ้านเพื่อไปหาคนๆ เดียวที่เข้าใจผมมากที่สุด เพราะแบบนั้นผมจึงมายืนด้อมๆ มองๆ อยู่หน้าบ้านหลังนี้พักใหญ่แล้ว

มันเป็นบ้านหลังใหญ่ มีรั้วรอบขอบชิด หนำซ้ำยังมีบริเวณกว้างขวางร่มรื่นยากจะมองเห็นด้านใน ถึงจะรู้อย่างนั้นแต่ผมก็ยังพยายามเขย่งมองลอดรั้ว ทำทั้งที่รู้ว่าไม่มีประโยชน์อะไร

อย่างน้อยก็สบายใจว่าได้พยายามทำอะไรสักอย่างล่ะนะ

ไอ้หนุ่ม มาหาใครเหรอ

เสียงร้องทักที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ผมสะดุ้งโหยง

มาไม่ให้ซุ้มให้เสียงกันเลย

พอหันหลังไปจึงพบว่าคนที่เอ่ยทักก็คือชายชราคนหนึ่งในชุดเสื้อคอจีนสีขาวกับกางเกงแพรสีน้ำเงิน หลังของเขาค้อมลงเล็กน้อยแต่กลับดูมีอำนาจ น่าเคารพแปลกๆ ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกว่าเขาจะชื่อ...

โธ่ลุงอ่ำ ผมตกใจแทบตาย ขวัญหนีหมดแล้ว

เขาคลี่ยิ้มใจดี

ก็เห็นเอ็งมาทำตัวลับๆ ล่อๆ น่าสงสัยพิกล ข้าก็ต้องเข้ามาถามไถ่สิ

ยังไม่ทันที่ผมจะเอ่ยตอบเขาก็ยกมือขึ้นชี้หน้าผม

นี่...เป็นพวกในวงดนตรีไทยใช่ไหม

ยอมใจความจำของลุงแกจริงๆ

ใช่จ้ะลุง จำได้ด้วยรึ เห็นหน้าผมประเดี๋ยวเดียวเอง

เขาเอามือตบหน้าอกตัวเองสองสามครั้ง

นี่ใคร นี่ลุงอ่ำ บ่าวของท่านเจ้าคุณอธิป จะมาทำตัวไร้ปัญญาเห็นจะไม่ได้

ยอม ยอมลุงจริงๆ

ว่าแต่วันนี้เอ็งมาทำอะไรล่ะ ไม่มีงานไม่ใช่รึ

ในที่สุดลุงก็วกกลับมาเข้าประเด็นสักที

ผมก้มตัวลงเล็กน้อยเพื่อเป็นการแสดงความเคารพยำเกรงคนตรงหน้า

แถวบ้านเรียกอยู่เป็นครับ

ผมมาหาพี่สาวครับ พอดีที่บ้านมีเรื่องนิดหน่อยเลยต้องมาแจ้งข่าวน่ะจ้ะ

ใบหน้าเหี่ยวย่นนั่นเคลื่อนที่ขึ้นลงช้าๆ

พี่สาวเอ็ง...ลูกคนจีนตรงแถวคลองบางลำพูใช่ไหม

ใช่จ้ะ

เขาทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อย ผมเลยต้องช่วยเสริมแรงกระตุ้นความน่าเห็นใจ

นะจ๊ะลุงอ่ำ ที่บ้านผมมีปัญหาจริงๆ อย่างไรเสียก็ต้องคุยกับพี่ให้ได้

เขาตวัดสายตามองหน้าผมสลับกับพื้นดินด้านล่างก่อนจะพยักหน้าอย่างเชื่องช้า

เอ้าๆ ตามมาๆ รีบคุยรีบกลับ โรงครัวจะได้ไม่วุ่นวาย

นั่น ลูกอ้อนเท่านั้นที่ครองโลก

ลุงอ่ำเดินไปเปิดประตูบานเล็กสำหรับคนเดินเข้าออกแล้วนำผมเข้าไปข้างใน

บ้านของคุณเปรมเป็นบ้านที่มีบริเวณกว้างขวาง ตัวบ้านสร้างตามแบบตะวันตกผสมสถาปัตยกรรมไทยตั้งอยู่ตรงในกลางที่ดิน ในขณะที่โรงครัวและเรือนนอนบ่าวแยกออกมาทางทิศตะวันตก ส่วนบริเวณที่เหลือเป็นสวนทั้งหมด ในสวนใหญ่มีทั้งไม้ดอกไม้ประดับ มีทั้งดอกไม้ที่มีกลิ่นและไม่มีกลิ่น ตัดแต่งจัดวางอย่างสวยงามทำให้ดูร่มรื่นเย็นตาน่าอาศัย

ดูจากนอกโลกยังรู้เลยว่ามีอันจะกิน

ลุงอ่ำพาผมเดินลัดเลาะสวนไปเรื่อยๆ จนถึงโรงครัว ที่นั่นยังคงวุ่นวายและเสียงดัง แต่ก็นับว่าดีกว่าวันที่มีงานบุญอยู่มาก บ่าวมากมายรีบกินอาหารเพื่อไปทำงานต่อ หนึ่งในนั้นก็คืออาเจ้ของผมเอง

ผู้หญิงชาวไทยเชื้อสายจีนมีผิวพรรณที่เหลืองกว่าผู้หญิงไทยแท้ทั่วไป เมื่ออาเจ้มานั่งอยู่ท่ามกลางชาวไทยทั้งหมด ผิวขาวเหลืองของเธอจึงดูโดดเด่น มีเอกลักษณ์กว่าใคร ดวงตาชั้นเดียวรับกับรูปหน้าเรียวรูปไข่นั้นก็แตกต่างจากคนไทยทั่วไปไม่น้อย เธอแตกต่างจากทุกคน

...ผมเองก็แตกต่างจากทุกคน...

บ่าวหญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในวงกินข้าวเดียวกับอาเจ้สะกิดเธอยิกๆ ก่อนจะชี้นิ้วมาทางผม ดวงตาคู่เรียวนั้นมองตามทิศทางที่นิ้วชี้มา ทันทีที่เห็นหน้าผมถนัดตา นัยน์ตาคู่สวยนั้นก็เบิกกว้างพร้อมๆ กับปากที่อ้าออกอย่างตกใจ

เธอตกตะลึงอยู่ไม่นานก็รีบกระโดดผลุงมาหาผมแทบจะทันที

แน่นอนว่าไม่ลืมที่จะไหว้ลุงอ่ำซึ่งยืนอยู่ข้างผมด้วย

เอ้า เจอกันแล้วก็ดี รีบคุย รีบกลับ เดี๋ยวข้าไปทำงานก่อน พวกเอ็งก็คุยกันไปแล้วกัน

พวกเราพี่น้องยกมือไหว้ชายชราแทบจะพร้อมกัน เขาโบกมือเชิงว่า ไม่เป็นไรแล้วเดินเชื่องช้าจากไป ทิ้งผมกับอาเจ้ไว้ในโรงครัวที่แสนวุ่นวาย

พวกเรายืนมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งอาเจ้ต้องเป็นคนเริ่มบทสนทนา

ผมยอมรับว่าไม่รู้จะเริ่มพูดมันออกมายังไงดี

ไปหาที่เงียบๆ คุยกันไหม

ผมส่ายหน้า

อย่าเลย เดี๋ยวคนจะเอาเจ้ไปนินทาได้

เธอถอนหายใจ

ถ้าคนมันจะพูด มันก็พูดอยู่ดี มาเถอะ

พอพูดจบ ร่างบอบบางนั้นก็หมุนตัวเดินนำผมไปที่ไหนสักแห่ง

ผมไม่รู้หรอกว่าอาเจ้จะพาผมไปไหน แต่สิ่งเดียวที่รู้คือผมเชื่อใจ

...ผมเชื่อใจอาเจ้มากกว่าใครทั้งหมด...

เธอพาผมเดินเข้ามาไกลพอสมควร ก่อนจะหยุดนิ่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ผมเงยหน้ามองกิ่งก้านของมันเล็กน้อยแล้วก็ต้องตกใจกับดอกไม้สีเหลืองอ่อนบานสะพรั่งเต็มต้น

...ดอกการเวก...

ตกลงว่ามีอะไรรึ

คำถามนั้นดึงสติผมกลับมา นัยน์ตาของเราสบกันอย่างมีนัยยะ

เรื่องเฮียใช่ไหม

แค่สบตาก็มากเกินพอแล้วจริงๆ

ผมพยักหน้านิ่มๆ ไม่รู้ว่าควรทำตัวแบบไหน ผมควรโกรธแต่นั่นก็ครอบครัว จะให้ทิ้งไปไม่ดูดำดูดีก็คงไม่ได้

อีกแล้วเหรอ

น้ำเสียงนิ่มหวานนั้นฟังดูเหนื่อยหน่ายใจ

ผมเองก็เหนื่อยหน่ายใจเหมือนกัน

คนแบบนั้น จะเป็นตายอย่างไรเราปล่อยไปเสียมิได้รึ

เจ้ก็รู้คำตอบอยู่แก่ใจ

เพียงเท่านั้นคำพูดมากมายก็พรั่งพรูออกมา

อั๊วไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจะต้องมาคอยรับผลการกระทำที่คนผู้นั้นก่ออยู่ไม่เว้นไม่ว่าง อั๊วเบื่อ เกินจะทนแล้ว คราวนี้มันไปก่อเรื่องอะไรมาอีกล่ะ อาป๊า อาม้าก็เข้าข้างมันอีกใช่ไหม แค่มันเป็นผู้ชาย มันก็ได้ทุกอย่าง

ใบหน้างดงามนั้นบิดเบี้ยวผิดจากที่เคยเป็น

มันน่ากลัว ผมรู้สึกว่าเธอน่ากลัว

ถ้ามันตายๆ ไปเสีย ชีวิตพวกเราคงดีกว่านี้

...น่ากลัว....

เกิดอะไรขึ้นกับอาเจ้ของผม ทำไมเธอถึง...ไม่สิ บางที...

...ผมอาจจะไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเธอเลยด้วยซ้ำ...

แล้วตกลงมาหาอั๊ววันนี้มีอะไร

น้ำเสียงที่เคยอ่อนโยนนั้นแข็งกร้าว

...ผมกลัว...

...เพราะผมกลัวจึงเลือกที่จะส่ายหน้าออกไป...

ก็เรื่องเดิมๆ นั่นล่ะ ไม่มีอะไรหรอก อั๊วแค่อยากถามว่าเจ้พอจะช่วยได้ไหม

ใบหน้าสวยหวานนั้นดูถมึงทึงยิ่งกว่าเก่า ผมจึงต้องรีบพูดเสริม

แต่ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไรนะเจ้ อั๊วหาได้

พอผมพูดจบ ความโหดร้ายบนใบหน้าของเธอก็เจือจางลง

เธอเสตาหลบผมเล็กน้อย

ตอนนี้คงไม่ได้ แต่หลังจากนี้ถ้าจะให้ช่วยอย่างไรก็บอกมาแล้วกัน

ผมพยักหน้าเล็กน้อย

ตามมาสิ จะไปส่ง

ผมพยักหน้ารับ

การมาเยี่ยมคนที่ผมไว้ใจที่สุดไม่เห็นจะเป็นอย่างที่คิดเลยสักนิด สุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครรักใครมากไปกว่าตัวเองอยู่ดี

พอคิดได้แบบนั้นคำพูดของชายฉกรรจ์เมื่อวานก็ผุดขึ้นมาในหัว

คนเฒ่าคนแก่เขาว่ากันว่า ถ้าพ่อแม่มันดี ลูกก็จะดี ถ้าพี่น้องมันรักกัน มันก็จะดี ถ้าเกลอมันเป็นคนใฝ่เจริญ มันก็จะเจริญ สงสัยจะใช้ไม่ได้กับไอ้เหี้ยนี่แล้วกระมัง

คำพูดของเขาเป็นจริง

เฮียไม่ได้มีพ่อแม่ที่ดี

พวกเราพี่น้องไม่ได้รักกัน

และเท่าที่จำความได้ เฮียไม่เคยมีเพื่อนเลยสักคน

สุดท้าย เฮียก็คือคนที่ไม่มีอะไรเลย เพราะแบบนั้นเขาเลยเติบโตมาไม่ดี

เพราะแบบนั้น...อาเจ้เลยเติบโตมาไม่ดี

แล้วกรวิกล่ะ? ก่อนที่ผมจะมาเขาเป็นคนแบบไหนกันนะ

อั๊วส่งแค่ตรงนี้นะ

ผมยกมือไหว้ลา

ประตูบ้านนั้นปิดลงแล้ว เหลือไว้เพียงผม ความว่างเปล่าและกำแพงบ้านสีขาวสะอาดตา

แย่จริงๆ

คุณคะ

แล้วก็เป็นอีกครั้งที่มีเสียงร้องทักดังขึ้นจากด้านหลัง พอหันกลับไปมองจึงพบว่าเจ้าของเสียงนั้นคือเด็กสาวที่งดงามราวกับนางฟ้าที่ผมเคยเจอในงานบุญ มันจะไม่มีอะไรน่าแปลกใจเลยถ้าคนที่อยู่ข้างกายของเธอไม่ใช่คนที่ผมคุ้นตา

...คุณเปรม...

ผมมองหน้าคุณเปรมเพียงอึดใจแล้วหลบตามามองหญิงสาวตรงหน้า

มีอะไรหรือครับ

เธออมยิ้มเล็กน้อย

ฉันนึกว่าคุณจะมาใส่บาตรด้วย ก็เลยคิดว่าจะชวนเรียก แต่ดูแล้วฉันคงเข้าใจผิดไปเองกระมังคะ

ใส่บาตร?

ผมเงยหน้ามองฟ้า

ป่านนี้น่ะนะ? พระแถวบ้านผมนี่จะฉันท์อีกรอบแล้วมั้ง

ผมได้ยินเสียงเธอหัวเราะคิกคัก

พอดีคุณหญิงป้าท่านนิมนตร์พระมาใส่บาตรน่ะค่ะ น่าเสียดายที่ท่านไม่สบาย ฉันกับพี่เปรมจึงมาเป็นธุระให้

...พี่เปรม...

คำๆ นี้มันโคตรแทงใจ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าคนที่มีสิทธิเรียกเขาว่าพี่เปรมไม่ใช่แค่ผม

ก็ดีแล้ว จะได้ตัดใจได้ง่ายๆ

ฉันไม่กวนคุณดีกว่าค่ะ พระท่านก็จะมาแล้ว เชิญตามสบายเถิดค่ะ

ใส่บาตรด้วยกันไหมล่ะกร

ทันทีที่สิ้นเสียงแว่วหวานนั้น อีกคนก็รีบพูดแทรกขึ้นมาราวกับกลัวว่าผมจะทำตามที่เธอบอกแล้วหายไปจริงๆ

ผมสบตากับเขานิ่ง นึกไว้ในใจอยู่แล้วว่าจะต้องปฏิเสธ แต่พระสามรูปที่เดินมาหยุดตรงหน้าพวกเราทำให้ผมไม่มีทางเลือก

คุณเปรมเดินไปหยิบถาดใส่กับข้าวมาถือไว้ เด็กสาวคนนั้นก็ใส่บาตรอย่างคล่องแคล่ว ไม่รู้เพราะความใจดีของเธอหรือเพราะคุณเปรมเอ่ยปากชวน ในถาดจึงเหลือขนมห่อใบตองอยู่สองห่อ คุณเปรมหยิบห่อหนึ่งใส่บาตรพระก่อนจะหันมาบังคับผมด้วยสายตา

เอาเถอะ ก็แค่ใส่บาตรเอง รีบใส่ จะได้รีบไปสักที

พอผมหยิบขนมห่อสุดท้ายใส่บาตร เสียงคาถาให้พรก็ดังก้องไปทั่วบริเวณ พวกเราพนมมือรับพรกันสามคน น่าแปลกที่พวกเขาไม่มีบ่าวมาช่วยหยิบจับข้าวของ อาจจะเพราะไม่ถือตัวหรือรำคาญบ่าวก็สุดจะรู้

พอพระทั้งสามรูปเดินจากไป เด็กสาวคนนั้นก็หันมาคลี่ยิ้มบางให้ผมก่อนจะเดินนำกลับเข้าไปในบ้าน

เดินนำกลับเข้าไปพร้อมกับใครอีกคนที่กำลังจะเดินตามเธอไปต้อยๆ

ผมหลบสายตาจากภาพตรงหน้า ในใจวาดหวังให้พวกเขารีบๆ เดินเข้าไป ผมจะได้ไปเสียที

...น่าเสียดายที่หลายๆ ครั้งเรื่องบางเรื่องก็ไม่เป็นอย่างที่หวัง...

คุณเปรมหยุดยืนตรงหน้าผม ใบหน้านั้นดูเคร่งขรึมผิดวิสัย

ทำไมจึงไม่ตอบกลับจดหมาย

ผมหลบตา

ก็ลุงอ่ำบอกให้ผมเอาให้หมอปีเตอร์ ผมก็เอาไปให้แล้วไงครับ

โกหก

คุณเปรมรู้ได้อย่างไรหรือครับว่าผมโกหก

ใบหน้าคมสันนั้นกระตุกยิ้ม

ไม่ใช่ยิ้มเอ็นดูหรือสุขใจอย่างทุกที มันเป็นรอยยิ้มแปลกๆ เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้สื่อถึงความสุข

ถ้าเธอเอาให้มันจริง ป่านนี้คงวิ่งโร่มาด่าทอเราถึงเรือนแล้ว

ผมคร้านจะต่อล้อต่อเถียงกับอีกฝ่าย จึงยกมือไหว้หวังเดินจากไป เสียแต่ว่าอีกคนคว้าข้อมือผมเอาไว้ก่อน

ไม่ว่าน้องจะไม่ตอบพี่ด้วยเหตุผลอะไร แต่พี่ขอยืนยันว่าข้อความที่เขียนไปนั้นกลั้นมาจากใจจริง

ผมกระตุกยิ้ม

เขากล้าพูดออกมาได้ยังไง ทั้งๆ ที่ตัวเองก็อยู่กับคู่หมั้นแท้ๆ

ครับ ผมจะจำไว้

กร

เขาเรียกผมแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ แต่ยังคงรักษาระยะห่างไว้ค่อนข้างมาก ทำให้การฟังคำพูดของเขายากลำบากเล็กน้อย

พี่รักน้องเพียงคนเดียว แม่ชื่นก็เป็นเพียงคนที่แม่พี่หามาให้และ...

คุณต้องแต่งงานกับเขา

นัยน์ตาคู่คมนั้นสบกับผมนิ่ง

เราเป็นลูกชายคนเดียว

ผมส่งเสียง ฮึออกไป

ครับ ผมเข้าใจว่ามันเป็นหน้าที่

ผมกระชากมือตัวเองให้หลุดจากการจับกุมของเขา

แต่มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่ต้องไปเล่นชู้กับใคร

ใบหน้าเขาเครียดขรึมขึ้นจนน่ากลัว

แต่ผมจำเป็นต้องสนใจเหรอ?

พี่มันก็แค่คนเห็นแก่ตัว

กร!”

เขากระซิบลอดไรฟันอย่างขุ่นเคือง

แต่ผมรู้ สำหรับเขาภาพลักษณ์สำคัญกว่าอะไรทั้งหมด

เชิญพี่อยู่กับหน้าที่ของพี่ไปเถอะครับ ผมก็มีหน้าที่ของผมเหมือนกัน

ผมค่อยๆ คลี่ยิ้ม

ต่างคนต่างไปเถอะครับ

พอพูดจบผมก็หันหลังให้เขา พอดีกับที่หยดน้ำตาหยดแรกร่วงหล่นลงมา

...แย่จัง ผมร้องไห้ให้เขาอีกแล้ว...

 






พักนี้มีเรื่องอะไรรึเปล่า

น้ำเสียงนั้นเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเป็นใย

ผมส่ายหน้าเบาๆ แล้วจมจ่ออยู่กับความคิดของตัวเอง

ตอนนี้เองที่ผมเพิ่งจะตระหนักได้ว่าความผิดหวังทุกสิ่งทุกอย่างที่ถาโถมเข้ามาในวันนี้ไม่ใช่เพราะความผิดของใคร มันเป็นเพราะผม เป็นเพราะตัวผมเองที่คาดหวังมากเกินไป คิดว่าคนนั้นต้องเป็นอย่างนั้น คนนี้ต้องเป็นอย่างนี้ พอไม่ได้อย่างหวัง ก็เลยผิดหวัง

พอผิดหวัง เลยไม่สามารถที่จะฝากความหวังและความเชื่อใจเอาไว้ได้อีก

ผมรับรู้ว่าคุณเปรมเป็นคนใจดี อ่อนโยน เด็ดขาดและรักครอบครัวมากกว่าสิ่งใดในโลก ในวันที่เขาต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อครอบครัว เขาจะทำมันโดยไม่ลังเล แต่ผมก็คาดหวังเอาไว้ลึกๆ ว่าเขาจะให้ความสำคัญกับผมพอๆ กับครอบครัวของเขา

ซึ่งมันไม่จริง

ผมเคยคิดว่าอาเจ้เป็นผู้หญิงที่อ่อนโยน น่ารักสดใสและรักอาม้าไม่ต่างจากผม แต่วันนี้ผมกลับพบว่าทุกสิ่งที่ผมเคยเข้าใจเกี่ยวกับเธอมันผิดทั้งหมด ผมเคยคิดว่าตัวเองรู้จักเธอดีแต่สุดท้ายมันก็เป็นแค่การคิดไปเอง อาเจ้ไม่ใช่คนใจดี เธอไม่ได้ต่างกันคนทั่วไป เธอเกลียดคนเป็น โกรธคนเป็น แค้นคนเป็น เธอก็แค่แค้นครอบครัวตัวเองเท่านั้น

...เท่านั้นจริงๆ...

ทุกคนรอบตัวผมล้วนถูกตั้งความหวังจากผมทั้งสิ้น ผมคาดหวังว่าอาม้าจะใจดี ผมคาดหวังว่าอาป๊าจะมีเหตุผลขึ้นมาบ้าง ผมวาดหวังไว้ว่าอาเจ้จะให้อภัยครอบครัวของตัวเองได้

ผมหวังว่าคุณเปรมจะแสดงความจริงใจให้ผมเห็นบ้าง

ผมหวัง ผมคาดหวัง ผมอยากให้ทุกคนที่รู้จักเป็นอย่างที่ผมคิด

แต่มีคนหนึ่งที่เป็นกรณียกเว้น...

ผมเหลือบตามองเขา

 “หมอมีด้านมืดบ้างไหมน่ะ

อะไรนะ

เขาถามผมด้วยสีหน้างงปนตลกขบขัน รู้อยู่แก่ใจว่าคำถามมันคงแปลกหูน่าดู แต่ก็ไม่เห็นต้องทำหน้าตาตลกขนาดนั้นนี่นา

อะไรกันเล่า เรียกถามแล้วมานั่งหัวเราะเองเสียอย่างนั้น

ผมสบตาเขาทั้งที่ยังฉีกยิ้มกว้าง

หมอมีนิสัยแย่ๆ บ้างไหม

เขาหัวเราะร่วน

ใครไม่มีนิสัยไม่ดีบ้างกัน

นั่นสินะ

ผมตอบรับเขาไปแค่นั้นแล้วก้มหน้าลงทำงานต่อ

คำตอบก็สมเป็นเขาดี ผมไม่เคยคาดหวังอะไรในตัวเขามาก่อน คนๆ นี้เป็นคนเดียวที่ผมไม่เคยคาดหวังอะไรจากตัวเขาเลย เขาเจ้าเล่ห์ ขี้จับผิดและเขาใจยากกว่าใคร เพราะแบบนั้นผมเลยไม่เคยวาดหวังว่าเขาจะเป็นคนดีหรือพึ่งพาได้ เป็นคนแปลกๆ ที่ไม่อยากยุ่งเกี่ยวสักเท่าไหร่

แต่ผมเองสิแปลก แปลกที่ดันรับกับความแปลกนี้ได้ แปลกที่ดันรู้สึกไปว่านิสัยเสียๆ พวกนั้นมันก็เหมาะกับตัวตนของเขาดี

สงสัยจะบ่มเพาะสกิลมาจากการมีแต่คนแปลกๆ มาคบค้าสมาคมด้วยล่ะมั้ง

นิสัยเสียของผมน่ะมีอยู่เยอะเลยรู้ไหม

จู่ๆ คนช่างพูดก็เอ่ยออกมา เรียกความสนใจให้ผมต้องหันไปมอง

ใบหน้าคมสันนั้นยังประดับยิ้มกว้าง

เมื่อก่อนผมเป็นคนมุทะลุ เคยต่อยตีกับเปรมด้วย

โห เห็นหงิมๆ แบบนี้ แต่เอาเข้าจริงก็สายตีนี่นา

เรื่องอะไรเหรอหมอ

เขาฉีกยิ้มกว้างมากขึ้นไปอีก

เรื่องผู้ชายน่ะ

ให้ตายสิ ไอ้พวกนี้นี่นะ

ผมพ่นลมหายใจอย่างขบขันออกมาแล้วส่ายหน้าเบาๆ

ไม่กลัวโดนจับไปฆ่าเหรอหมอ

เขายักไหล่

ก็ไม่นะ แต่ผมลัพธ์จากคราวนั้นก็คือตัดออกจากกองมรดก สุดท้ายก็เลยกลายเป็นหมาหัวเน่า ไม่มีใครเอา

แล้วทำไมถึงมาไทยล่ะ

นั่นเป็นคำถามที่ผมอยากถามออกไป แต่พอมาคิดอีกทีขืนถามออกไปคงไม่พ้นโดนด่าว่าสาระแน

แหม แต่ผมเองก็เป็นคนชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านอยู่ประมาณนึงด้วยสิ

เขาหันหลังให้ผม มือสองข้างวุ่นวายอยู่กับการหยิบจับอะไรบางอย่างที่ผมเองก็มองไม่เห็น

สงสัยรึเปล่าว่าทำไมผมจึงเลือกเดินทางมาที่สยาม

นั่น แม่นเป๊ะ บางครั้งผมก็สงสัยว่าเขาเดาได้หรือหน้าผมแสดงความกระเหี้ยนกระหือรืออยากรู้มากเกินไป

...น่ากลัวว่าจะเป็นอย่างหลัง...

เขาหันกลับมาสบตากับผมนิ่งด้วยใบหน้าที่ยังประดับด้วยรอยยิ้ม

เป็นรอยยิ้มแปลกๆ ดูกึ่งเย้ยหยัน กึ่งสมเพชชอบกล

ผมก็มาเพื่อจะขัดขวางความรักของเปรมไงล่ะ

เอ้า ไอ้หมอนี่เจ้าคิดเจ้าแค้นเนอะ ไม่เคยท่องบทแผ่เมตตา ไม่จองเวรแก่กันและกันล่ะสิ

...เดี๋ยวนะ ถ้าพูดแบบนี้ก็แสดงว่า...

ที่หมอเกี้ยวผมก็เพราะหมั่นไส้คุณเปรมใช่ไหม

เขาหันหลังให้ผมอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาหัวเราะเบาๆ

ก็ส่วนหนึ่ง

ผมไม่รู้จะพูดยังไงดี สิ่งเดียวที่คิดออกคือผมกำลังรู้สึกขุ่นเคืองนิดหน่อย แต่ที่น่าตลกคือผมไม่ได้ผิดหวังเลยสักนิด ตลกที่ผมดันคิดขึ้นมาในใจว่า คนแบบนี้ก็ต้องคิดแต่แรกแบบนี้อยู่แล้ว

นี่สิที่เขาเรียกรู้เช่นเห็นชาติกันมาแต่ต้น

แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ

เขาเอ่ยขึ้นทั้งๆ ที่ยังหันหลังให้ผม

ตอนนี้ไม่คิดอย่างนั้นแล้ว

เอ...แต่การที่ผมไม่ผิดหวังในตัวเขา มันไม่ได้หมายความว่าผมจะต้องเชื่อเขาเสียหน่อย

เพราะไม่คิดจะเชื่อ ผมจึงแสร้งพูดตลกขบขันกลับไป

หมายความว่าตอนนี้ไม่คิดจะเกี้ยวผมแล้วใช่ไหมหมอ

เขาหัวเราะแล้วหันมามองหน้าผมแว่บหนึ่งก่อนจะหันกลับไป

ไม่คิดที่จะแข่งกับเปรมแล้วต่างหาก

เขาค้อมตัวลงหยิบเอกสารจากตู้ชั้นล่าง

เพราะตอนนี้ชอบไปจริงๆ แล้ว

แหม นี่ก็กล้าพูดเนอะ

ผมกรอกตาใส่แผ่นหลังของอีกฝ่ายแล้วแสร้งทำน้ำเสียงเขินอาย

ชอบผมจริงเหรอหมอ

เขาหัวเราะคิกคัก

จะให้พูดว่าชอบให้ได้เลยใช่ไหม

พอพูดจบก็หมุนตัวกลับมาสบตาผม

ใช่ ผมชอบกร

โกหก

ความรู้สึกบางอย่างมันพวยพุ่งขึ้นมาจากในอก

คนโกหก

...ผมไม่จำเป็นต้องรักษาน้ำใจคนโกหก...

แต่ผมไม่ชอบหมอครับ

สิ้นคำพูดของผม ใบหน้าสุขใจนั้นก็เปลี่ยนแทบไม่ทัน จากริมฝีปากที่เหยียดยิ้มกว้างกลับกลายเป็นหุบนิ่ง ดวงตาสีฟ้าสวยมีประกายหม่นหมอง

ผมเองก็เคยเรียนการแสดงมา เรื่องแค่นี้ทำไม่ยากหรอก

ใจจริงผมอยากตอกกลับเขามากกว่านี้อีกหน่อย แต่เอาเถอะ ไหนๆ เขาก็เป็นแหล่งรายได้ของผม อย่าไปมีเรื่องด้วยน่าจะดีกว่า อีกอย่าง...

...ผมเหนื่อยแล้ว...

พอคิดได้แบบนั้นก็เลยหันซ้ายหันขวาสำรวจรอบตัว

งานทุกอย่างที่ควรจะทำก็ทำไปหมดแล้ว ไม่น่าจะเหลืออะไรให้ทำแล้วมั้ง

ผมกลับก่อนนะ

น่าแปลกที่อีกฝ่ายยังไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย เขาสบตาผมนิ่ง

ผมพูดจริงนะ ที่ผมชอบกรน่ะ

นั่น ยังไม่เลิก

ครับ ทราบแล้วครับ

ผมรับคำไปอย่างนั้นแล้วลุกขึ้นเดินไปใส่รองเท้าเตรียมเดินกลับบ้าน

แต่ก็ยังไม่วายไม่วางมีเสียงดังตามหลัง

ผมพูดจากใจจริงนะ

ผมหัวเราะในคอ

ถ้าหมอไม่หยุด งั้นผมก็จะไม่ถนอมน้ำใจอีกฝ่ายแล้วเหมือนกัน

ผมไม่ได้ผิดหวังในตัวเขา แต่ผมไม่ชอบคนโกหก

...ผมโกรธที่เขาโกหก...

ไม่มีคนโกหกที่ไหนยอมรับว่าตัวเองโกหกหรอกครับ

เขาขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจแล้วดั้นด้นเถียงต่อ

ผมไม่ได้โกหก ช่วงแรกผมอาจจะอยากเอาชนะเปรม แต่วันแรกที่เราเจอกันผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเปรมชอบคุณเพราะฉะนั้นถ้ากรจะเชื่อผะ...

พิสูจน์สิครับ

เขาชะงักไป

ในเมื่อเขาอยากให้ผมเชื่อ ผมก็จะให้โอกาสเขา

คำพูดของคนที่ไม่ทำอะไรให้เห็นมันไม่มีค่าหรอกครับ

ผมสบตาเขาแล้วคลี่ยิ้มบาง

ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คนนะครับหมอ

ในเมื่อคนตรงหน้าอยากให้ผมเชื่อ เขาก็ต้องเป็นคนก่อร่างสร้างความไว้ใจที่พังทลายลงไปขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเขาเอง

ผมให้โอกาสแล้ว แต่คนที่จะสานต่อก็คือเขา

ผมใส่รองเท้าเสร็จแล้ว เขาเองก็ได้แต่ยืนมองตาละห้อยจากตรงนั้น

ดูๆ ไปก็น่ารักดี

พยายามเข้านะหมอ จริงใจเข้าไว้ ผมจะรอดู

ผมยอมรับในตัวตนของเขา แต่ไม่ได้หมายความว่าผมต้องเชื่อว่าเขาชอบผม เอาเข้าจริงก็คิดไว้แต่แรกอยู่แล้วว่าเขารุกหนักมากเกินไปจนผิดสังเกต พอมารู้ความจริงทีหลังเลยไม่ได้ตะขิดตะขวงใจอะไร แต่ไอ้เรื่องที่ยังดันทุรังบอกว่าชอบผมนี่รับไม่ได้จริงๆ

อยากเอาชนะเพื่อนก็ต้องบอกว่าอยากเอาชนะเพื่อนสิ

แต่เอ...ท่าทางเมื่อครู่ของเขาก็ดูจริงจังอยู่นะ

หรือเขาจะพูดจริง?

ใครจะรู้ล่ะ ถ้าอยากให้เชื่อ เขาก็ต้องเป็นคนพิสูจน์มันให้ผมเห็นเอง

แต่คนพรรค์นั้น จะไปได้สักกี่น้ำนะ

พอคิดแบบนั้นผมเลยหัวเราะเบาๆ ให้ตัวเองแล้วก็เดินจากมา

 






********************************************************************************************************
หนูกรของเรากำลังเข้าสู่นิยามที่ว่าเมื่อคนเราผิดหวังบ่อยเข้า เราก็จะไม่สามารถคาดหวังหรือเชื่อใจใครได้อีกเลย มาเป็นกำลังใจให้หนูกรของเรากันน้า


อนึ่ง นิยายเรื่องนี้กำลังเข้าสู่ช่วงกลางค่อนไปท้ายเรื่องแล้ว เรียกอย่างง่ายคือกำลังจะถึงช่วงพีค ช่วงท้ายของนิยายเรื่องนี้จะค่อนข้างสั้น เพราะฉะนั้นนิยามเรื่องนี้กำลังจะเดินทางไปแตะขอบฟ้าแล้วค่ะ ฝากนักอ่านที่น่ารักทุกท่านติดตามนิยายเรื่องนี้ไปจนถึงตอนนั้นด้วยนะคะ(ซึ่งก็คงจะอีกหลายตอนพอสมควร ฮา) และก็ขอบคุณจริงๆ กับทุกคอมเม้นท์ ทุกการกด fav ทุกยอดวิว มันมีค่ากับปิงปองมากจริงๆ ขอบคุณนักอ่านทุกคนจริงๆค่ะ ^^


ปล.เปลี่ยนชื่อตอนนิดหน่อย เพราะคิดว่าชื่อนี้น่าจะเข้ากับเนื้อหามากกว่า เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาไม่ว่ากันน้า TT






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1155 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 08:52
    ทีมหมอแล้ว
    #1,155
    0
  2. #1058 ang_9potion (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มีนาคม 2562 / 21:59
    ตั้งแต่พาร์ทอดีตแอร์ไทม์หมอดูจะเยอะกว่าคุณเปรมอีกนะเนี่ย
    #1,058
    0
  3. #1044 MS.ALIEN (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:37
    ทีมหใอเลยดีป่ะ ถึงหมอจะเป็นคนอุบายเยอะ เจ้าเล่ห์ก็เป็นแต่แรกแล้ว เฮ้อ คุณเปรมก็ดีนะแต่ถ้าไม่สมหวัง ก็ร้องไห้กันเถอะ 555555
    #1,044
    1
    • #1044-1 MS.ALIEN(จากตอนที่ 19)
      15 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:37
      หมออออ *
      #1044-1
  4. #1007 MMAIIII (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:29
    ชั้นจะย้ายข้างแล้วแหละ #ทีมคุณหมอ
    #1,007
    0
  5. #990 แน มาอึม โซเก ชอจาง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 14:31
    น้องกรสู้ๆนะ
    #990
    0
  6. #869 Bam is all around (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 21:54
    น้ำตาไหลเลย สงสารน้องจริงๆ ทีมหมอเลยดีมั้ยหมอน่ารัก555555555
    #869
    0
  7. #854 Mune (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 02:58
    มอสปากคอเราะร้ายมากก แต่สะใจดีค่ะ 555 สงสารน้องที่ผิดหวังซ้ำๆหลายหนเหมือนกัน เลือกทีมไม่ถูกเลย YY
    #854
    0
  8. #808 maielf13 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 00:32
    เนี่ยเราทีมหมอเนี่ยแหละถูกแล้ว!!!!
    #808
    0
  9. #782 pt2558 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2561 / 18:38
    อีเปรม!!?
    #ขอโทษคะอินไปหน่อย
    #782
    0
  10. #756 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 23:25
    ทำไมอีคุณเปรมมันทำแบบนี้เล่า?
    #756
    0
  11. #717 ตัวอ่อน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 10:21
    กรรรรรรรร
    #717
    0
  12. #651 Chopoom94 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 01:00
    กรอ่าาาาาาา จะมีเรือผีจริงดิ
    #651
    0
  13. #616 OHsamaSE (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 18:55
    โถถถถ หนูลูก
    #616
    0
  14. #596 "KiHae129" (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 22:35
    สงสารกรแหะ ไม่มีใครที่ไว้ใจได้จริงๆสักคน
    #596
    0
  15. #573 `peach (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 22:16
    ให้แง่คิดได้หลายอย่างจริงๆ
    #573
    0
  16. #567 sweety18207 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 21:08
    ขอบคุณค่ะ ขอบคุณจริงๆ ที่ทำให้เรารู้ว่ารักมันเป็นยังไง
    #567
    0
  17. วันที่ 9 มกราคม 2561 / 17:44
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #510
    0
  18. #480 KRISPY▽ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 03:16
    ปลงๆกับอาเฮีย กับอาป๊าอาม้าเลย อยากรู้ว่ากรก่อนที่มอสจะมาเป็นยังไง ชาติที่แล้วของเราจะนิสัยเหมือนกันเลยมั้ย
    #480
    0
  19. #423 mykray (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 20:17
    ฮืออ มันเศร้านะกับการที่เราจะหันไปพึ่งใครก็ไม่เจอแม้กระทั่งคนที่เราคิดว่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเรา สู้เขานะมอส // แต่เรายังยืนยันคำเดิมนะหมอมาเป็นของเราเถอะ
    #423
    0
  20. #416 นกกินเกลือ(BES) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 19:44
    ตอนนี้ทีมหมอค่ะ ฮื่ออออ มันกร๊าวใจจริงๆนะ...
    #416
    0
  21. #407 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 17:33
    มอสเอ๋ย ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้นะ
    #407
    0
  22. #345 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:50
    ฮือออ เราร้องไห้เลย สงสารมอสมากเลย คุณเปรมจะทำยังไงต่อนะ
    #345
    0
  23. #84 Flint (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 21:00
    ทำไมเค้าเชียร์หมอมากกว่าคุณเปรม ทีมหมอค่า
    #84
    0
  24. #82 KnightMackerel (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 กันยายน 2560 / 07:52
    สงสารนุ้งกรจังเลยค่ะ ;;;;-;;;;
    #82
    0
  25. #81 Chanannn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 20:28
    สู้ๆนะกร
    #81
    0