แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 18 : ประพันธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 187 ครั้ง
    12 พ.ย. 60












ชายหนุ่มร่างกำยำเดินนำพวกเราเดินลัดเลาะสวนมาจนถึงเรือนขนาดใหญ่ที่มีผู้คนคลาคล่ำ ในเรือนแว่วเสียงตะโกนดังประสานกับเสียงภาชนะกระทบกันไม่ขาดสาย บ่าวไพร่วิ่งวุ่นจับนู้นที จับนี่ที ดูวุ่นวายกว่าเมื่อเช้าเสียอีก

เดี๋ยวพวกเอ็งก็นั่งกินข้าวกันในครัวกับพวกบ่าวไปนะ สักประเดี๋ยวจะมีคนเอาเงินมาให้ ชื่อตาอ่ำ เป็นบ่าวเก่าแก่ของที่นี่ เจอแล้วก็ไหว้ด้วยล่ะ

ไอ้มั่นหันมาสบตาผมก่อนจะหันไปถาม

แล้วพวกฉันจะรู้ได้อย่างไรล่ะจ๊ะว่าใครคือตาอ่ำ

ถามได้ตรงใจผมจริงๆ ให้ตาย

ชายคนนั้นถอนหายใจระอา

รู้ว่าดูโง่ แต่อย่าแสดงออกชัดนักสิ ผมก็หน้าบางเป็นนะ

ก็บอกอยู่ว่าเป็นบ่าวเก่าแก่ ลุงแกแก่แล้วแต่ก็ใหญ่กว่าบ่าวทั่วไป มึงเห็นพวกบ่าวมันไหว้ลุงแก่ๆ คนไหนก็คนนั้นล่ะ

ตอบแบบนี้อย่าตอบเลยพี่

ไอ้มั่นยกมือไหว้ขอบคุณในคำตอบที่ฟังดูไม่มีประโยชน์สักเท่าไหร่แล้วหันมาสบตากับผม แววตากระอักกระอ่วนปนเศร้าใจนั้นทำให้ผมอดเอามือตบบ่ามันไม่ได้

บอกเลยว่ามอสเห็นใจ

ผู้ชายคนนั้นเดินจากไปแล้ว ทิ้งพวกเราเก้าคนรวมครูบุญอีกหนึ่งก็เป็นสิบให้ยืนมองหน้าแล้วยิ้มแห้งให้กันและกันอย่างไม่รู้จะเริ่มเข้าไปขอข้าวเขากินยังไงให้ไม่ดูเป็นคนจรจัดดี สุดท้ายก็เป็นครูบุญที่ส่ายหน้าเหนื่อยใจกับพวกเราแล้วเดินเข้าไปเปิดทางให้

แม่สอนไว้ครับว่าเดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด...

โอ๊ย มากินข้าวอะไรตอนนี้ ฉันหัวหมุนจะแย่แล้ว รอไปก่อนแล้วกัน

เพราะหมากัดผู้ใหญ่อยู่

ครูบุญหันมาทำหน้าเจื่อนใส่พวกผมก่อนจะปรับสีหน้าเพื่อพยายามรักษาภาพลักษณ์เป็นคุณตาที่สุขุมเอาไว้ให้ได้มากที่สุด

มอสล่ะอยากจะเดินไปตบบ่าครูจริงๆ

พวกเราหันมองหน้ากันอย่างไม่รู้จะทำอะไรดี ถึงจะมารวมตัวกันเป็นวงดนตรีแต่ก็ใช่ว่าพวกเราจะสนิทชิดเชื้อกันสักเท่าไหร่ จะให้มานั่งล้อมวงพูดคุยกันก็คงจะดูผิดวิสัยไปหน่อย ยิ่งยืนนานขึ้น ทุกคนก็เริ่มที่จะหันมองหน้ากันมากขึ้นจนทำให้บรรยากาศรอบด้านแย่ลงทุกที

จะทำอะไรระหว่างรอดีนะ

ขออภัยนะคะ

เสียงใสหวานที่ดังขึ้นไม่ใกล้ไม่ไกลทำให้พวกผมหันขวับไปแทบจะพร้อมกัน

สิ่งที่ปรากฏในสายตาคือเด็กสาวผมสั้นคนหนึ่งกำลังฉีกยิ้มบางมาให้ เธออยู่ในชุดเสื้อระบายลูกไม้ตัดเย็บประณีตรับกับผ้าซิ่นยาวถึงหน้าแข้งสีหวาน แม้จะสวมใส่ลูกไม้แต่กลับไม่ทำให้เธอดูสูงวัยขึ้นแต่อย่างใด กลับกันเสื้อผ้าเครื่องประดับที่เธอสวมใส่กลับทำให้เธอดูอ่อนหวานและสดใส ใบหน้าอ่อนวัยนั้นช่างงดงาม เพียงริมฝีปากชมพูบางนั้นแย้มยิ้มโลกทั้งใบก็สดใสขึ้นทันตา

ผมไม่รู้จะหาคำไหนมานิยามคนตรงหน้าได้เลย สวยก็ไม่ใช่ น่ารักก็ไม่เชิง ต้องบอกว่าน่ามอง มีเสน่ห์ ละสายตาไม่ได้ถึงจะถูก นัยน์ตากลมโตรับกับพวงแก้มอมชมพู ริมฝีปากบางเป็นสีชมพูระเรื่อตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะทำยังไงก็หาที่ติบนใบหน้าของเด็กคนนี้ไม่ได้เลยจริงๆ

ขนาดผมไม่ชอบผู้หญิงยังหลงใหลเธอถึงขนาดนี้แล้วคนอื่นล่ะจะขนาดไหน

ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา ผมเหลือบตาไปมองไอ้มั่นแล้วก็พบกับความจริงที่ว่ามันเคลิ้มกับรอยยิ้มหวานนั้นไปเรียบร้อย

ก็สมควรเคลิ้มอยู่ล่ะ

ประเด็นคือไม่ใช่แค่ไอ้มั่น แต่ทุกคนเหมือนจะตกอยู่ในห้วงความงามของเด็กสาวคนนี้ไม่เสียหมด

ให้ตายสิ แบบนี้เธอคงได้มองว่าพวกเราเป็นพวกหื่นกามกันพอดี  ผมควรทำอะไรสักอย่าง...

ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือครับคุณหนู

เธอหันมายิ้มให้ผม

อย่าเรียกว่าคุณหนูเลยค่ะ ฉันไม่ใคร่จะชอบนัก

สวยไม่พอ ยังไม่ถือตัวอีก ถ้าผมชอบผู้หญิง เธอจะกลายเป็นนางในฝันของผมแน่นอน มอสฟันธง

ผมฉีกยิ้มกลับ

เช่นนั้นคุณเรียกพวกผมทำไมหรือครับ

เธอเก็บมือทั้งสองประสานไว้บริเวณเอว ใช้ขี้เล็บมองยังรู้ว่าเป็นคนที่ได้รับการอบรมมารยาทมาดีแค่ไหน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะเอ่ยตอบก็พลันมีบ่าวผู้หญิงคนหนึ่งเดินผ่านมาเสียก่อน เธอจึงหันไปหาบ่าวคนนั้นแทน

มีใครเห็นคุณหญิงป้าบ้างหรือไม่

ถึงน่าหงุดหงิดอยู่หน่อยๆ ที่จู่ๆ ก็โดนถีบออกจากวงสนทนา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจค่านิยมของยุคนี้ที่ว่ากุลสตรีที่ดีต้องไม่สนทนากับบุรุษโดยไม่จำเป็น

สำคัญคือสวยครับ มอสยอมโดนถีบออกมาก็ได้

บ่าวคนนั้นค้อมตัวลงเล็กน้อย

คุณหญิงเพิ่งจะกลับขึ้นไปพักผ่อนเมื่อครู่นี้เองค่ะ ท่านบอกว่าไม่ใคร่จะสบายนัก

เด็กสาวคนนั้นมีสีหน้ากังวลขึ้นเล็กน้อย

น่าเสียดายจริง

จากนั้นจึงคลี่ยิ้มละไม

สวยเป็นบ้าเลยให้ตายสิ

ขอบใจมากนะจ๊ะ

บ่าวคนนั้นก้มหัวต่ำลงเป็นการรับคำขอบคุณก่อนจะรีบเดินกลับเข้าไปในโรงครัว

ใบหน้าหวานหยดนั้นหันมามองหน้าผมแล้วก้มหัวให้เล็กน้อย

ขออภัยที่เสียมารยาทนะคะ

ดวงตากลมโตที่หลับลงแล้วคลี่ออกช้าๆ นั้นแสนตรึงตา ขนตางามงอนช่วยขับให้ดวงหน้าหวานหยดนั้นดูอ่อนโยนแว่วหวานยากจะหาอะไรมาเปรียบ

ผมค่อยๆ ก้มหัวต่ำลงเป็นการรับคำขอโทษแต่ก็ให้เกียรติคนตรงหน้าไปในที

มันเป็นการเลียนแบบการกระทำของบ่าวเมื่อครู่ทุกกระเบียดนิ้ว

เธอเพียงอมยิ้มหวานแล้วหมุนตัวเดินจากไปด้วยกริยาเรียบร้อยทุกกระเบียดนิ้ว

ยอม ไอ้มอสยอมชอบผู้หญิงเลยเอ้า

...คนอะไร หน้าตาก็ดี กริยามารยาทก็ดี ดีจริงๆ เลยให้ตายสิ...

ไอ้มั่นขยับเข้ามาแล้วคว้าคอผมไปกอดแน่น

ไอ้กร

เออ กูรู้

ไม่ต้องพูดก็รู้ใจ ของสวยๆ งามๆ ใครจะไม่ชอบกัน

ไอ้เหี้ยเอ๊ย นั่นคนหรือนางฟ้านางสวรรค์กันนะ

นางฟ้านางสวรรค์ที่ไหนก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือเตรียมสำรับให้เสร็จแล้ว จะกินไหม

น้ำเสียงคุ้นเคยที่ดังขัดขึ้นมาทำให้ผมกับไอ้มั่นหันขวับไปมอง

อาเจ้! / พี่พลอย!”

ชู่ เบาๆ สิ อายคนอื่นเขาบ้าง เด็กพวกนี้นี่ กระโตกกระตากกันเสียจริง

น้ำเสียงดุไม่จริงจังพร้อมกับใบหน้าประดับรอยยิ้ม

ท่าทางขึงขังผิดกับดวงตาที่สดใส

...ผมคิดถึงจังเลย...

อาเจ้ คิดถึงจังเลย

เธอหันมากระตุกยิ้มแล้วแกล้งเบ้ปากใส่ผมก่อนจะหันไปหาคนอื่นๆ ในวง

พี่ๆ ไปกินข้าวกันได้เลยนะจ๊ะ ฉันเตรียมสำรับไว้ให้ตรงมุมครัวนู้นเรียบร้อยแล้ว

สิ้นเสียงของอาเจ้ ทุกคนก็ค่อยๆ เดินตามทิศทางที่บอกไป มีอยู่บ้างที่หันมามองผมกับไอ้มั่นแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา

แหน่ะ อยากรู้อยากเห็นล่ะซี่

ผมหันมาหาอาเจ้ ใจอยากจะกระโดดเข้าไปกอดให้หายคิดถึงแต่ก็สำเหนียกได้ว่าคงดูไม่ดี เลยทำได้แค่ยืนยิ้มให้กันเท่านั้น

คิดถึงเจ้มากเลยรู้ไหม

เธอเลิกคิ้ว

ไม่จริงหรอก ถ้าลื้อคิดถึงอั๊วจริงคงมาเยี่ยมอั๊วบ้างแล้ว

จี้ปมครับ จี้ปม

ยอมรับว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาผมไม่ได้มาหาอาเจ้เลย จะมีก็แต่ฝากขนมนมเนยให้คนอื่นเอาไปให้บ้างแต่ก็น้อยจนนับครั้งได้ อาป๊ากับอาม้ายิ่งไม่ต้องพูดถึง อาป๊านั้นบาดหมางกับอาเจ้ไปนานแล้ว ส่วนอาม้าเองก็ไม่มีเวลาจะมาเยี่ยม ส่วนอาเฮีย...รายนั้นขอแค่ไม่ก่อปัญหาให้ก็ประเสริฐพอแล้ว

อั๊วขอโทษ แต่อั๊วก็ฝากขนมให้คนในวงเอามาให้อยู่น้า

อ้อนครับอ้อน ณ จุดๆ นี้ต้องใช้ลูกอ้อนเข้าสู้

อาเจ้สะบัดหน้าใส่ผมแล้วหันไปคุยกับไอ้มั่นแทน

เฮ้ย นี่น้องไง มอสอยู่นี่ไง ยู้ฮู

มั่น เธอล่ะเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีไหม

รายนั้นพยักหน้าเบาๆ อย่างนอบน้อม

นั่นพี่กู มึงจะนอบน้อมอะไรนักหนาฮะ

ครับพี่พลอย พี่ก็สบายดีนะครับ

อาเจ้พยักหน้าเบาๆ

ก็ดีกว่าตอนอยู่บ้าน เหงาบ้างแต่ก็ไม่มาก โชคดีที่ได้เพื่อนบ่าวดี ขืนต้องรอน้องชายมาเยี่ยมน่ากลัวจะแกร่วตายคาเรือนไปเสียก่อน

ไม่ว่าเปล่ายังหันมาทำตาเขียวปั๊ดใส่ผมตอนท้ายประโยคอีก

เจ้าคิดเจ้าแค้นนะเราน่ะ

เมื่อไอ้มั่นเห็นท่าไม่ดีจึงเริ่มจะเปลี่ยนเรื่องพูด

พี่พลอย พี่รู้จักคุณคนเมื่อครู่ไหม สวยเชียว ลูกหลานใครรึพี่

นั่น แทนที่มันจะหาเรื่องดีๆ มาพูด ดันเลือกเรื่องที่ได้ผลประโยชน์เข้าตัวซะอย่างนั้น

แต่ไม่ขัดครับ เพราะผมก็อยากรู้

อาเจ้ทำหน้าเหมือนครุ่นคิดแล้วก็ร้อง อ๋อออกมายาวๆ

คนเมื่อครู่ที่สวยๆ ใช่ไหม

พวกผมพยักหน้าหงึกหงัก

เธอชื่อคุณชื่น ลูกของคุณพระมิ่ง เห็นว่าคุณพระท่านเป็นข้าราชการอยู่นอกพระนคร ไม่ค่อยได้เห็นหน้าค่าตาหรอก แต่เขาลือกันว่าคุณหญิงท่านถูกใจคุณชื่นเธอนัก อยากจะได้มาดองเข้าบ้านจะแย่ ติดอยู่ที่คุณเปรมเธอไม่หือไม่อืออะไรเลย ไม่รู้ว่าจะได้ดองกันตอนไหน

ใจของผมกระตุกวาบ

ผมลืมความจริงข้อนี้ไปได้ยังไงกันนะ

...ผมลืมไปได้ยังไงว่าสักวันหนึ่งคุณเปรมจะต้องแต่งงาน...

เขาจะแต่งงานแน่ ไม่อย่างนั้นก็คงไม่มีทีนออกมานั่งหัวโด่อยู่ในห้องพักกับผม

แต่ผมยังมีความหวัง...

แล้ว...ถ้าคุณเปรมไม่ชอบ ทำไมคุณหญิงท่านไม่ให้ลูกคนอื่นแต่งกับคุณชื่นเสียล่ะ

อาเจ้หันมามองหน้าผมแล้วถอนหายใจ

กรเอ๊ย เคยรู้อะไรบางไหม มั่นนี่ก็ไม่บอกมันเสียบ้าง

เธอหันไปมองหน้าไอ้มั่นก่อนจะกลับมามองผม

คุณเปรมเธอเป็นลูกคนเดียวของท่านเจ้าคุณอธิป ไม่ดองกับคุณเปรมก็ไม่มีใครให้ดองด้วยแล้ว

เพียงเท่านั้นความหวังทั้งหมดของผมก็พังครืน

ชัดแน่แล้วว่าทีนไม่ใช่ลูกหลานของน้องหรือพี่คุณเปรม เขาคือลูกหลานของคุณเปรม

คุณเปรมจะแต่งงาน...

คุณเปรมจะมีลูก...

แล้วผมล่ะ ผมอยู่ตรงส่วนไหนของชีวิตคุณเปรมกันนะ

...นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออกเลยจริงๆ...

 





...ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำตัวยังไงดีเมื่อมีคนส่งเพลงยาวมาให้...

เมื่อตอนบ่าย ตาอ่ำที่แก่และดูมีอำนาจอย่างที่ชายคนนั้นบอกก็เดินมาหาพวกเรา เขายื่นเงินให้พวกเราคนละห้าบาทก่อนจะยื่นซองจดหมายให้ผมซองหนึ่งแล้วบอกว่า คุณเปรมฝากไปให้คุณหมอที่ผมทำงานอยู่ด้วยผมรับมันมาแล้วพลิกอ่านหน้าซอง

แด่ กร

เพียงเท่านี้ผมก็รับรู้ว่าตาอ่ำอ่านหนังสือไม่ออกและพอจะเดาได้ว่าของที่อยู่ในซองต้องเป็นอะไรสักอย่างที่สุ่มเสี่ยงให้คนรู้ไม่ได้

ผมจึงยิ้มแล้วก็พับเก็บมันใส่กระเป๋าเสื้ออย่างไรพิรุธ

ผมทำตัวตามปกติ กลับบ้าน อาบน้ำ กินข้าว เข้านอน ผมรอจนทุกคนเข้านอนจึงลุกขึ้นมาทำกิจวัตรที่ ไม่ปกติ

แสงเทียนสลัวทำให้การอ่านหนังสือยากกว่าเดิมเป็นเท่าตัว แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็นทำให้ความพยายามและความอดทนของผมเพิ่มขึ้นเช่นกัน

ซองจดหมายถูกแกะอย่างระมัดระวัง ผมเอาซองเก็บไว้ในลิ้นชักแล้วเพ่งสายตาอ่านข้อความยาวเหยียดที่ถูกเขียนเอาไว้

แด่ นกน้อยของพี่

พี่รู้ดีว่าน้องอ่านเขียนออก มิเช่นนั้นคงไม่ได้ไปทำงานให้ปีเตอร์แน่ คนๆ นั้นช่างเลือกและมากความ หากไม่เก่งจริงก็คงทำงานกับเขาไม่ได้ ด้วยเหตุนี้เองพี่จึงเขียนข้อความนี้มาหาน้อง หวังน้องจะได้ระลึกถึงพี่บ้าง



กลอนเพลงยาวร้อยหัวใจอันสุขี

ด้วยคะนึงถึงยอดมารตี

ขอน้องนี้รับรักด้วยเมตตา

 

เสียงเจ้าหวานปานนกการเวก

ความปัจเจกเอกลักษณ์คือหรรษา

หวังนอนฟังหากเจ้ากรุณา

เพียงพบหน้าพาใจได้ภิรมย์

 

เจ้าเป็นจีนงามหมวยสวยบาดจิต

หากน้องฝากชีวิตคงสุขสม

ต่างเชื้อชาติใช่ต่างรักต่างนิยม

พี่สัญญาจักชื่นชมเจ้านิรันดร์

 

หากเจ้าเป็นมาลีพี่เป็นผึ้ง

ใช่ทะลึ่งมีแต่รักมากมหันต์

หากเจ้าเป็นโลกนี้พี่เป็นจันทร์

อยู่คู่กันตลอดไปด้วยรักเอย

                                                                                                                                                                                จาก เปรม



[ผู้ประพันธ์ -PEN-]



ผมนั่งอ่านเพลงยาวในจดหมายซ้ำไปซ้ำมา ข้อความพวกนั้นหวานปานน้ำผึ้ง แว่วหวานชวนให้รัก

...แต่น้ำผึ้งก็เหมือนน้ำตาล กินมากไปก็จะเป็นเบาหวานตาย...

ลิ้นชักถูกเปิดออกอีกครั้งแล้วจดหมายที่ถูกพับใส่ซองก็ถูกโยนเก็บลงไป

ผมไม่คิดจะต่อเพลงกับเขาแค่นี้ผมก็หวั่นไหวกับเขามากพอแล้ว ถ้ามากไปกว่านี้...

...ถ้าเขาแต่งงานกับใครสักคนไปจริงๆ ผมคงทนไม่ได้...

เรื่องของเรามันควรจบ จบที่ตรงนี้ล่ะดีแล้ว

แย่จัง ทำไมถึงเจ็บขนาดนี้นะ

ในอกมันอึดอัดจนหายใจไม่ออก ปลายจมูกก็ร้อนผ่าวอย่างไม่มีสาเหตุ

ไม่น่าเลยมอส...

...ไม่น่ารักเขาเข้าเลย...

น้ำตาหยดที่หนึ่งไหลลงบนโต๊ะ

น้ำตาหยดที่สองไหลตามมา

น้ำตาหยดที่สามหยดลงบนแขน

...แล้วน้ำตาก็ไหลลงมาไม่ขาดสาย...

ผมจำไม่ได้ว่าตัวเองร้องไห้จนหลับไปตอนไหน แต่พอเช้าตรู่ เสียงไก่ขันและเสียงภาชนะดังก๊องแก๊งจากในครัวก็ปลุกผมตื่นขึ้นมาอย่างทุกวัน

ผมปวดหัว ปวดตัว ปวดไปหมด

เพราะเมื่อคืนผมฟุบหลับอยู่ที่โต๊ะทำให้แผ่นหลังของผมปวดร้าวจนน่ากลัวว่าหมอนรองกระดูกผมยังอยู่ที่เดิมรึเปล่า

ผมหัวเราะสมเพชให้กับความงี่เง่าของตัวเอง

อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วยังจะมาเสียน้ำตาให้เรื่องโง่ๆ อยู่ได้

ผมเอามือเช็ดหน้าสองสามครั้งแล้วตัดสินใจจะเดินออกไปอาบน้ำ ยังไม่ทันที่ผมจะเดินไปถึงโอ่งหลังบ้าน อาเฮียก็เปิดประตูออกมาจากห้องของเขาพอดิบพอดี

บรรยากาศระหว่างพวกเราสองคนมันน่าอึดอัด ไม่มีใครเอ่ยทักใครก่อน เขามองหน้าผมนิ่งๆ แล้วเลือกจะเดินกลับเข้าห้องไป ผมถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายแล้วเลิกจะเดินไปทำธุระของตัวเองต่อโดยไม่คิดจะสนใจเขาเช่นกัน

เขาถูกกักบริเวณอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปไหนเลย แรกๆ เขาก็ดูจะยอมแต่โดยดีแต่พักหลังมานี้เขากลับมีท่าทีกระวนกระวายแปลกๆ แค่ได้ยินเสียงดังปึงปังก็สะดุ้งสุดตัวอย่างคนชนักติดหลัง

พฤติกรรมของเขาน่าสงสัย แต่ผมเองก็จนปัญญาจะไปตามหาสาเหตุ

ปล่อยไปตามเวรตามกรรมแล้วกัน ยังไงเสียก็ถูกกักบริเวณอยู่ คงออกไปก่อปัญหาไม่ได้หรอก

ผมเอาผ้าข้าวม้าพาดตากไว้บนราวไม้ไผ่แล้วเดินออกมาหน้าบ้าน

วันนี้ครูบุญบอกว่าไม่ต้องไปซ้อม ถือเป็นรางวัลที่พวกผมทำงานได้ดีจึงให้เป็นวันพักผ่อนหนึ่งวัน แต่ถึงจะไม่ไปซ้อมดนตรีแต่อย่างไรเสียก็ต้องไปทำงานให้หมออยู่ดี ในขณะที่ผมกำลังตัดสินใจว่าควรทำอะไรก่อนดี ไอ้มั่นก็โผล่หน้ามาอย่างรู้งาน

ตายอยากของจริง

ไอ้กร พร้อมหรือยัง

ผมขมวดคิ้ว

พร้อม? พร้อมอะไรของมึง

มันเบิกตาโพล่ง

เอ้า นี่มึงลืมรึว่าข้าจะพามึงไปหาหลวงลุงน่ะ

เออว่ะ ลืมไปสนิทเลย

แต่บอกเลยมอสว่าไม่ใช่คนยอมรับคำปรามาสง่ายๆ ครับ

ใครลืม กูจำได้ไงเลยมานั่งรอ

มันหรี่ตามองผมแล้วอมยิ้มอย่างรู้ทัน

พูดเช่นนี้ลืมแน่นอน

ไม่ยอมครับ เราไม่ยอมรับความจริง

ไม่ลืม

ลืม

ไม่ลืม

เช่นนั้นถ้ามึงลืมขอให้โดนผ่าฟ้าตาย

เออ กูลืม ถอนคำแช่งเดี๋ยวนี้เลยนะ

มันหัวเราะร่วนใส่ผมราวกับจะเย้ยหยัน

หมั่นไส้โว้ย

เพราะมือมันไปเร็วกว่าความคิด ยังไม่ทันที่ผมจะไตร่ตรองให้ดีมือของผมก็ฟาดเข้าหัวไอ้มั่นไปแล้ว

โอ๊ย ข้าเจ็บนะ

ผมยักไหล่

เรื่องของมึง

หลังจากนั้นมันก็วิ่งไล่จับผมไปจนถึงท่าน้ำอย่างไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย

นี่คนหรือควาย

มันกระชากผมขึ้นจากเรือเมื่อมาถึงจุดหมาย แรงดึงพอๆ กับการจูงควายทำให้ผมร้องโอดโอย แต่ถามว่ามันสนไหมบอกเลยว่าไม่มีแม้แต่จะหันมาเหลียวแล

ไอ้เพื่อนเวร ฝากไว้ก่อนนะมึง

หลังจากเข้ามาในรั้ววัดมันถึงได้ปล่อยมือออกจากแขนของผม ใช่ว่าจะคิดได้เอง แต่เป็นเพราะหลวงพ่อในวัดทักว่า ทำไมทำกับเพื่อนอย่างนั้นล่ะโยม ทำร้ายผู้อื่นผิดศีลข้อหนึ่งนะมันถึงได้ยอมปล่อยมือ

กดไลค์หลวงพ่อไปเลย ไอ้มั่นมันเป็นคนเลว ไอ้คนทำผิดศีลข้อหนึ่งในบริเวณวัด

แขนของผมแดงเถือกจากการฉุกกระชากลากถูของมัน แต่คนทำก็ใช่ว่าจะสำนึก มันหันมามองหน้าผมแล้วยิ้มเยาะก่อนจะเดินนำหน้าไปแล้วบอกให้ผมเดินตาม

ไอ้เวรเอ๊ย

หมั่นไส้ครับ แต่ทำอะไรไม่ได้ เลยต้องเดินตามมันไปอย่างนั้น

ไอ้มั่นพาผมเดินลัดเลาะกุฏิน้อยใหญ่จนเกือบถึงด้านหลังวัดจึงพบกับกุฏิไม้หลังเล็กๆ ที่ดูร่มรื่นสะอาดตากว่าหลังอื่นมากนัก รอบกุฏิมีแมกไม้นานาพันธุ์ทั้งไม้ดอกไม้ประดับ ขึ้นแซมกันอย่างมีระเบียบ ดูสะอาดสะอ้านระรื่นตา

หลวงลุงครับ อยู่ไหมครับ

ไอ้มั่นตะโกนเรียกคนในกุฏิ ในขณะที่ผมเองก็หันซ้ายหันขวาชมนกชมไม้ไปเรื่อย จนสายตาไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง...

...ต้นการเวก...

...สิ่งย้ำเตือนให้นึกถึงคนใจร้าย...

เสียงเปิดประตูที่ดังขัดขึ้นมาทำให้ผมหลุดจากภวังค์ไร้สาระ พอหันไปมองก็พบกับพระวัยกลางคนท่าทางใจดีรูปหนึ่ง

อ้าวโยมมั่น มาได้อย่างไรเล่า

ไอ้มั่นยกมือขึ้นพนม

ฉันพาเพื่อนมาหาน่ะจ้ะหลวงลุง พักนี้มันดวงตกเลยอยากให้หลวงลุงช่วยดูดวงให้มันหน่อย

พระรูปนั้นหันมามองผมแล้วฉีกยิ้มใจดีให้

เอ้า มาๆ ไหนๆ ก็มากันแล้ว ขึ้นมาสิ

ผมยิ้มรับตามมารยาทแล้วทำท่าจะถอดรองเท้า ทันใดนั้นหางตาของผมก็เหลือบไปเห็นพระอีกรูปที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ด้วยสัญชาตญาณทำให้ผมหันไปมอง

เดี๋ยวนะ...

ผมพยายามเพ่งมองพระรูปนั้นแล้วเบิกตาโพล่ง

...บ้านะ...เป็นไปไม่ได้หรอก...

ก็พระที่ผมเห็นอยู่ตอนนี้มีใบหน้าเหมือนหลวงลุงของทีนไม่มีผิด!

ผมเบิกตาโพล่งหายใจถี่อย่างคนตื่นตระหนก ก่อนจะพยายามควบคุมลมหายใจไม่ให้มีพิรุธมากนัก ไอ้มั่นเดินขึ้นไปบนกุฏิแล้ว แต่จุดหมายของผมไม่ใช่บนนั้น

เอาไงดีนะ

เออมั่น

มันหันมาเลิกคิ้วใส่ผมเป็นเชิงจะถามว่า เรียกทำไม

พอดีเพิ่งนึกได้ว่าอาม้าบอกว่าคนจีนก็ต้องดูดวงอย่างจีน ไม่อย่างนั้นจะผิดคำสั่งบรรพบุรุษเอา

เอ้า แถกันไปเลย หน้าด้านสุดๆ

มั่นขมวดคิ้วยุ่งทำท่าจะเอ่ยปากถาม

แน่นอนว่าผมไม่ยอมให้มันถามหรอก

เดี๋ยวกูไปเดินเล่นรอบวัดก่อนนะ มึงก็อยู่คุยกับหลวงลุงไปก่อนแล้วกัน เดี๋ยวกูมา

ไม่ต้องรอคำอนุญาต ไม่ต้องรอคำเสนอแนะ ทันทีที่พูดจบ ผมก็พุ่งตัวออกมาจากบริเวณนั้นแทบจะทันที

พระรูปนั้นยังคงยืนกวาดใบไม้อยู่ตรงลานวัดด้วยกริยาสงบนิ่ง ไม่แม้แต่จะหันมาสนใจคนที่กำลังเดินเข้าไปหาอย่างผม

แปลกไปรึเปล่า

นมัสการครับหลวงพ่อ

เขาหันมามองหน้าผมตามเสียงเรียกแล้วคลี่ยิ้มบาง

ผมมีเรื่องจะถา....

ถ้าโยมมอสจะถามว่าเพราะเหตุใดโยมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ อาตมาก็พอจะตอบได้นะ

ผมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

...คิดไว้ไม่มีผิดเลยจริงๆ...

แต่ผมมีบางอย่างที่คาใจ

ทำไมหลวงลุงถึงมาอยู่ที่นี่หรือครับ

ท่านเพียงหันมายิ้มบางๆ แล้วก้มหน้ากวาดลานวัดต่อ

หรือหลวงพ่อจะเป็นดอกเตอร์ฮู!?

พระชราตรงหน้าผมหัวเราะเล็กน้อย

ไม่มีใครย้อนกลับไปในอดีตหรือเดินทางไปในอนาคตได้หรอกนะ

สกิลอ่านใจของหลวงลุงยังคงเทพไม่เปลี่ยนแปลง ซูฮกจากใจจริง

ผมได้ยินท่านขำอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

เดี๋ยวสิ ถ้าไม่มีใครย้อนอดีตได้ แล้วสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้คืออะไรกันล่ะ?

มันเป็นเรื่องของจิตน่ะโยม

ผมมองหลวงลุงอย่างไม่เข้าใจ แต่ท่านไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม สองมือเหี่ยวย่นนั้นยังคงกวาดลานวัดอย่างใจเย็น

การรับรู้ของคนเรา เกิดขึ้นจากการรับรู้ของจิต ถ้าจิตรับรู้เรื่องในอดีต เราก็จะคิดไปว่าเราย้อนอดีต

ผมขมวดคิ้ว

แต่ผมไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้ แล้วจิตของผมจะคิดว่าตัวผมอยู่ในอดีตได้ยังไงล่ะครับ

คราวนี้ท่านเงยหน้าขึ้นมาสบตาผม รอยยิ้มใจดียังคงประดับอยู่บนใบหน้านั้นไม่เสื่อมคลาย

โยมจำไม่ได้ แต่มีคนเขาจำได้และอยากให้โยมจำได้

ผมส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ

...ผมไม่เข้าใจอะไรเลย...

พูดให้ง่าย สิ่งที่โยมรับรู้อยู่ตอนนี้ ทั้งหมดล้วนเกิดจากจิตของโยมเอง จิตของโยมกำลังรับรู้เรื่องในอดีต เพราะมีใครบางคนอยากให้โยมรับรู้มัน

ใครเหรอครับ

ท่านส่ายหน้าช้าๆ

อาตมาเองก็สุดจะรู้

ทุกอย่างในหัวผมตีกันไปหมด

นี่มันบ้าอะไรกัน

วันนี้อาตมานั่งสมาธิก็เลยมาหาได้ แต่ก็ใช่ว่าจะรู้ไปเสียหมด กรรมใครกรรมมันนะโยม เรื่องของโยม กรรมของโยม อาตมายุ่งมากไม่ได้หรอก

ผมส่ายหน้าแล้วถอนหายใจ

ผมไม่โทษหลวงลุงหรอกครับ ผมแค่ไม่เข้าใจที่หลวงลุงพูดเลย

ผมพยายามลำดับความคิด

หลวงลุงจะบอกว่าผมไม่ได้ย้อนอดีต แต่ผมกำลังรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผมในอดีตเพราะมีใครบางคนทำให้จิตของผมรับรู้มัน ใช่ไหมครับ

ท่านพยักหน้า

เคลียร์ไปหนึ่งประเด็น ยังเหลืออีกหนึ่ง

แล้วตัวผมจริงๆ ตอนนี้อยู่ที่ไหน แล้ว...ผมจะกลับไปได้ยังไงล่ะครับ

คราวนี้นัยน์ตาฝ้าฟางคู่นั้นสบกับผมนิ่ง มันมีแววอาทรและเป็นห่วงเป็นใย

...แววตานั้นมากพอที่จะทำให้หัวใจของผมสั่นคลอนไปด้วยความหวาดกลัว...

ตัวโยมอยู่ที่โรงพยาบาล แต่วิธีจะหลุดพ้นจากห้วงจิตนี้...อาตมาเองก็สุดจะรู้

ผมได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงของตัวเอง

...ผมกลัว ผมกำลังกลัว...

ร่างของพระชราตรงหน้าค่อยๆ จางลง

จำไว้นะโยมมอส จิตของเราปรุงแต่งทุกอย่างที่เรารับรู้ ตอนนี้จิตใหม่ของโยมกำลังรับรู้เรื่องราวในชาติเก่า

เสียงของท่านค่อยๆ เลือนราง

ทุกสิ่งที่รับรู้ได้ในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด

ตัวท่านหายไปแล้ว ทิ้งท้ายไว้เพียงเสียงพูดแผ่วเบา

แต่ความรู้สึกอันเป็นแก่นแท้นั้นเป็นของจริง

ไม่เห็นจะเข้าใจเลย

...ไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด...

 






ผมกำลังกังวล

กร ถ้าไม่ไหวก็พักก่อนไหม

ผมส่ายหน้าเบาๆ แต่ไม่ได้ตอบอะไรออกไป มือทั้งสองข้างหยิบจับกระดาษซ่อนกันอย่างเชื่องช้า

...ผมควรจะทำยังไงต่อไปดี...

กร พอเถอะ พักได้แล้ว

ถ้าเป็นอย่างที่หลวงลุงพูดจริง แสดงว่าผมไม่ได้ย้อนกลับมาในอดีต ผมยังไม่ตาย แล้วสิ่งที่ผมกำลังเผชิญหน้าอยู่ในตอนนี้คืออะไร

กร พอไง ผมบอกให้พอแล้ว

ถ้าจำไม่ผิด หลวงลุงพูดประมาณว่ามีใครบางคนอยากให้ผมเห็นอดีตของตัวเอง

...ทำไมกันล่ะ...

กร!”

ผมสะดุ้งโหยงทำให้กระดาษในมือร่วงกราวลงกับพื้น กระดาษทั้งกองประจัดกระจาดปะปนกับกองอื่นจนมั่วไปหมด

ไอ้หมอเอ๊ย

ตะโกนทำไมล่ะหมอ อยู่กันแค่ตรงนี้เอง

ยอมรับว่าหงุดหงิดมาก ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าหน้าผมตอนนี้จะบอกบุญไม่รับแค่ไหน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ได้มีปฏิกิริยาไปในทางเดียวกันกับผมเลยสักนิด

เขากำลังทำสีหน้าเป็นห่วงใส่ผม

ฝ่ามืออุ่นใหญ่นั้นทาบลงบนแก้มผมอย่างแผ่วเบา

เป็นอะไร

เขาเอามืออีกข้างมาประคองแก้มผมไว้ไม่ต่างกัน

ถ้าเป็นเวลาปกติผมคงเขินม้วนต้วน แต่ตอนนี้ยอมรับเลยว่าอารมณ์ไม่ดี มอสกลายร่างเป็นสายตีอย่างสมบูรณ์

ณ จุดๆ นี้ จะเปรม จะปีเตอร์ มอสก็พร้อมตีได้ทั้งนั้น

เหนื่อยหรือ

ผมทำสีหน้าเหนื่อยหน่าย

ยุ่งน่ะหมอ

ทันใดนั้นฝ่ามือที่โอบแก้มผมไว้ทั้งสองข้างก็พลันเปลี่ยนเป็นดึงแก้มผมออกด้านข้างจนยืดย้วย

ประเด็นคือมันเจ็บโว้ย

อ๋อ เอ็บ! (หมอเจ็บ!)

ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ มือสองข้างของเขายิ่งดึงแก้มผมแรงขึ้นอีก

อ๋อ! (หมอ!)

สมควรแล้วไหมล่ะ ดื้อไม่พอยังปากดี

พอพูดจบเขาก็ปล่อยมือ

ถ้าหน้าเสียทรงจนต้องไปร้อยไหม จะกลับมาเรียกค่าเสียหายซะให้เข็ด

ผมทำหน้ามุ่ยใส่เขาแต่ก็ไม่ได้สะบัดหน้าหนีเมื่อฝ่ามือใหญ่นั้นลูบแก้มผมเบาๆ

ขอโทษนะ เจ็บมากไหม

หยิกเอง ขอโทษเอง ย้อนแย้งนะหมอนะ

...แต่ก็ไม่เถียงว่าหายหงุดหงิดขึ้นมานิดนึง...

เขาทำให้ผมนึกถึงอะไรบางอย่าง

หมอ

เขาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามว่า เรียกทำไม

ผมจ้องนัยน์ตาของเขานิ่งแล้วเอ่ยปากช้าๆ

หมอมีตัวตนจริงรึเปล่า

เขาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจคำถาม

ก็ต้องไม่เข้าใจอยู่แล้ว ขนาดผมที่เป็นคนถามยังไม่เข้าใจเลย

มือสองข้างของผมวางแหมะลงบนบ่ากว้าง

ก็จับตัวได้นี่ แสดงว่ามีอยู่จริงสินะ

ผมว่าพลางหัวเราะ

...ช่างเป็นเสียงหัวเราะที่ฝืดฝืนเหลือเกิน...

ริมฝีปากหุบยิ้มลง ความคิดของผมลอยไปไกลแสนไกล

ผมไม่เห็นจะเข้าใจอะไรเลย

เพียงเท่านั้นร่างทั้งร่างของผมก็ถูกรวบเข้าไปในอ้อมกอดอบอุ่นของคนตรงหน้า

...อุ่นจัง...อุ่นจังเลย...

ผมซุกหน้าเข้ากับแผงอกของอีกฝ่าย สิ่งที่รับรู้ได้คือความอบอุ่นที่ล้นทะลักออกมา

ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าร่างของผมสั่นแค่ไหน

ไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่ามือสองข้างที่จิกลงบนเสื้อของเขาเครียดเกร็งแค่ไหน

สิ่งเดียวที่รู้คือ...ผมไม่ได้ร้องไห้

ไม่เป็นไรนะ

เขากระซิบ

พี่อยู่กับกรตรงนี้แล้ว

มือข้างหนึ่งของเขายกขึ้นลูบหัวผมเบาๆ

ไม่ต้องกลัวนะ

ผมหลับตานิ่ง ไม่ได้ตอบอะไรออกไป สิ่งเดียวที่อยากรับรู้ในตอนนี้คือความเข้มแข็งและอบอุ่นของคนตรงหน้าที่แผ่ออกมาให้

อยากร้องก็ร้องได้นะ

ผมส่ายหน้าช้าๆ

แล้วผมก็รับรู้ได้ถึงความอุ่นชื้นบางอย่างที่สัมผัสกับหัว

มันฝังแน่นแล้วก็ถอยไป แล้วก็กลับมาแนบชิดใหม่

ผมหอมจัง

น้ำเสียงแซ็วนั้นฟังดูรื่นหู ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าคนพูดยิ้มกว้างแค่ไหน

...ไอ้คนฉวยโอกาสเอ๊ย...





**********************************************************************************************************

คู่แข่งหัวใจของหนูมอสโผล่มาแล้ว แต่ปิงปองขอนั่งยันนอนยันตรงนี้ว่าคุณชื่นไม่ใช่ผู้หญิงที่จะมาเพื่อเป็นตัวร้ายแน่นอน คุณชื่นก็คือคุณชื่น เป็นเด็กสาวธรรมดา มีความเป็นมนุษย์ปุถุชนไม่ต่างจากตัวละครอื่น ๆ  ส่วนคุณชื่นจะเข้ามามีบทบาทอะไรยังไงกับหนูมอสของเรา อันนี้ก็ต้องติดตามกันต่อไปเด้อ XD


อนึ่งกลอนเพลงยาวนี้ปิงปองไม่ได้แต่งเอง แต่เป็นการไหว้วานพี่คนหนึ่งให้แต่งให้ค่ะ เครดิตนามปากกาพี่เขาจึงอยู่ตรงท้ายกลอนเนอะ :D



**********************************************************************************************************

[เกร็ดความรู้]



เพลงยาว

"กลอนเพลงยาวเป็นกลอนที่บังคับบทขึ้นต้นเพียง ๓ วรรค จัดเป็็นกลอนขึ้นต้นไม่เต็มบท  ขึ้นต้นด้วยวรรครับในบทแรก ส่วนบทต่อๆไป คงมี ๔  วรรคตลอด  สัมผัสเป็นแบบกลอนสุภาพ ไม่จำกัดความยาวในการแต่ง แต่นิยมจบด้วยบาทคู่ และต้องลงด้วยคำว่าเอย จำนวนคำในวรรคอยู่ระหว่าง ๗-๙ คำ วัตถุประสงคืสำคัญของเพลงยาวคือใช้เป็นจดหมายโต้ตอบ ระหว่างชาย -หญิง เพลงยาวปรากฎขึ้นสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย ได้แก่ เพลงยาวพระราชนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ที่กล่าวกันว่าทรงนิพนธ์ให้แก่เจ้าฟ้าสังวาล โดยเหตุที่วัตถุประสงค์สำคัญของกลอนเพลงยาว คือใช้เป็นจดหมายรักและจบลงด้วยคำว่า"เอย"จึงเป็นที่มาของสำนวน "ลงเอย" "


อ้างอิง: กลอนเพลงยาว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 187 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1154 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 08:37
    แงงง แล้วถ้าน้องกลับมาปัจจุบันล่ะ
    #1,154
    0
  2. #1130 vvii (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 22:51
    หลวงลุงพูดงี้นุงงกว่าเดิมอีกค่ะ ฮือ คุณหมอดีมาก เชียร์ไม่ถูกเลย ดีหมดทั้งสองคน มอสเลือกเลยลูก
    #1,130
    0
  3. #1073 nuiguide (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 16:48
    แอบเชียร์คุณหมอได้มั้ยเนี่ย
    #1,073
    0
  4. #1043 MS.ALIEN (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:18
    น้องงงงงงง คือไม่รู้ว่าน้องจะกลับไปได้ไหม คนอ่านก็รู้พร้อมกับน้อง555555 ฮือออ หลวงลุงแอบมีความคนมีของ ขลัง ๆ
    #1,043
    0
  5. #989 แน มาอึม โซเก ชอจาง (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 14:08
    สงสารนุ้ง มาแบบไม่รู้อะไรซักอย่าง ฮือ ครอบครัวอึดอัดอีก
    #989
    0
  6. #978 pukiest (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 09:04
    หมอน่ารักจังฮือออ อย่าให้มีการเสียน้ำตาเยอะเลย หัวใจรับไม่ไหวค่ะ
    #978
    0
  7. #940 PloypailinB. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 กันยายน 2561 / 01:11
    โอ้ยยยย คือมันแบบ ฉันต้องรู้สึกอะไรก่อนดี แงงงงงงงง
    #940
    0
  8. #918 SOUGIYA (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 18:21
    คนที่อยากให้จำได้จะเป็นคุณทวดหรือเปล่านะ
    #918
    0
  9. #853 Mune (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 02:40
    ร่างของน้องยังคงอยู่ที่โรงพยาบาลสินะ แค่ความคิดมันย่อนกลับมา แปลว่ามอสก็คงจะต้องกลับไปในโลกความจริงสักวันนึงคืดถึงตรงนั้นแล้วก็หน่วงจังเลยค่ะ ;-;
    #853
    0
  10. #834 Kankao94 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 13:29
    ง้อยยยยย หัวใจจจจจ หน่วงจริงจัง
    #834
    0
  11. #807 maielf13 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 00:04
    แง่มมมมมมตอนนี้หน่วงไปหมดเลย แต่ใดๆเราขอหมอได้มั้ยคะ5555555
    #807
    0
  12. #755 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 22:43
    ตอนนี้หน่วงจัง
    #755
    0
  13. #650 Chopoom94 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มกราคม 2561 / 00:39
    งั้นเราก็เบาใจหน่อยค่ะที่คุณเป็นเด็กใสๆ อย่าร้ายเลย
    #650
    0
  14. #615 OHsamaSE (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 05:08
    ง่าาา เจ็บแปล้บๆไปหมด
    #615
    0
  15. #572 `peach (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 22:01
    อย่าว่าแต่มอสไม่เข้าใจเลย พี่เองยังไม่เข้าใจ 😂😂
    #572
    0
  16. #551 pbangrum (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 11:24
    มอสคงจะสับสนน่าดู แต่เราชอบความอบอุ่นของพี่หมอ แล้วก็ชอบความเกรียวกราดของคุณเปรมเหมือนกัน อิอิ #ขอทั้ง2ได้ม่ะ 55555
    #551
    0
  17. #534 xxnhhzt68 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 00:55
    จะร้องไห้ละเด้อ
    #534
    0
  18. วันที่ 9 มกราคม 2561 / 17:29
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #509
    0
  19. #472 คนไม่กินถ่าน (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 00:08
    ขอชมคนแต่งกลอนหน่อยค่ะจุดๆนี้ ยิ่งมาอยู่กับภาษาสวยๆของไรต์แล้ว ดีงามมม ปาใจไปเลย//พูดแบบมอส 55555
    #472
    0
  20. #417 mykray (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 19:49
    หมออออ~~~~ หมอดีต่อใจเรามากอ่ะ ณ จุดนี้ // หมอมาหาเราก็ได้นะถ้ามอสจะเมินหมออ่ะ
    #417
    0
  21. #406 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 17:20
    คุณชื่นอาจจะชอบมอสก็ได้นะ ส่วนตั่วเฮีย เล่นการพนันใช่ไหมล่ะ
    #406
    0
  22. #359 Nattatida NY (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 05:35
    อยากจะถามน้องมอสว่า...รู้จัก3pไม๊จ๊ะ(///-///)ฮรื่ออออเลาขอโทษเลามันคลบาปป;///;
    #359
    0
  23. #344 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:35
    โอ้ยยยย คุณเปรม ถ้ายังไม่ทำอะไร เราจะเชียร์คุณหมอเขาละนะ ฮือออ ขยันทำคะแนนเหลือเกิน
    #344
    0
  24. #297 เเม่หญิงกมล (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 22:54
    ตอนนี้หมอเริ่มคะเเนนนำเเล้ว คุณเปมรีบมาทำคะเเนนนน55555

    #297
    0
  25. #249 เรียกฆ่าว่า-juta (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 14:48
    เอ็นดูค่ะ ช่างทะเล้น ช่างเเถ555+
    #249
    0