แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 16 : คาดหวัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 196 ครั้ง
    12 พ.ย. 60




















ผมมีความเชื่อว่าเราทุกคนควรเริ่มต้นวันด้วยความสดใสและเบิกบานใจ ไม่เช่นนั้น วันทั้งวันก็จะกลายเป็นวันที่แสนจะเฮงซวย ปกติแล้วผมจะถูกปลุกให้เริ่มต้นวันใหม่ด้วยเสียงภาชนะที่กระทบกันดังก๊องแก๊งมาจากในครัว แต่วันนี้เป็นวันแรกที่ผมไม่ได้ถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงนั้น

มีเสียงบางอย่างดังมาจากหน้าบ้าน

พวกลื้อเลี้ยงลูกยังไงให้เป็นขโมยฮะ!”

นั่นเสียงใครกัน ผมไม่ยักจะจำได้ว่าเคยได้ยินเสียงแบบนี้มาก่อน สำเนียงการพูดจาก็ทั้งแข็งกระด้างและห้วนสั้น

ผมขอโทษจริงๆ ครับเถ้าแก่

นั่นมันเสียงอาป๊านี่นา

ขอโทษแล้วมันจะหายเหรอ อั๊วขาดทุนไปตั้งเท่าไหร่ลื้อรู้บ้างไหม!”

 “พวกอั๊วจะชดใช้ให้เองค่ะเถ้าแก่ ฮือ แต่ได้โปรด...ยะ...อย่าส่งอาตั่วตี๋ให้ตำรวจเลยนะคะ

น้ำเสียงอ้อนวอนปนสะอื้นไห้ปานจะขาดใจนั้นเป็นของอาม้าไม่ผิดแน่ แต่สิ่งที่น่าติดใจคือ...อาเฮียทำอะไร ถ้าให้เดาจากสิ่งที่ได้ยินก็คงอุปมาได้ว่าเขาคงทำตัวเป็นแมวขโมยไปขโมยของในที่ทำงานแน่ๆ แต่อะไรคือสาเหตุให้เขาขโมย นั่นต่างหากที่น่าสงสัย เพราะถ้าดูจากสภาพครอบครัวก็ไม่ได้ขัดสนจนต้องไปเป็นขโมย ออกจะอยู่ดีกินดีประมาณนึงเสียด้วยซ้ำไป

...หรือจะเป็นสันดาน...

เย็นไว้มอส เราต้องไม่ใช้อคติ

อาตั่วตี๋ คืนของที่ขโมยเขาไปสิ ลื้อจะเงียบอยู่ทำไม

เสียงตะคอกของอาป๊าดังสลับกับเสียงร้องไห้ที่น่าเวทนาของอาม้า

แม้ว่าท่านจะไม่ใช่แม่ที่แท้จริงของผม แต่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันมา ผมสัมผัสได้ถึงความรักและอบอุ่นที่ถ่ายทอดมาให้ จะให้ไม่รู้สึกอะไรเลยกับเสียงสะอื้นไห้นี้คงไม่ได้

เงียบทำไมเล่า คืนเขาไปสิ บอกเขาไปสิว่าความจริงมันเป็นยังไง!”

เสียงของอาป๊าที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผมตัดสินใจกระโดดผลุงออกจากที่นอนแล้ววิ่งตรงดิ่งไปหน้าบ้าน

ภาพที่เห็นไม่ได้ต่างจากที่ผมคิดเอาไว้นัก ตรงนั้นมีอาเฮียที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ขนาบข้างซ้ายด้วยอาม้าที่นั่งร้องไห้จนตัวโยนอยู่ และขนาบขวาด้วยอาป๊าที่ยืนกำหมัดตัวสั่นเทิ้มแต่นัยน์ตาอ่อนล้าคู่นั้นแดงก่ำ

เขาดูอัดอั้นจนผมเองก็บอกไม่ได้ว่ากำลังโกรธหรือเสียใจ...หรืออาจจะทั้งสองอย่าง

ลูกชายคนโตของบ้านคนจีน...ความคาดหวังที่ไม่ได้อย่างหวังมันเจ็บปวดยิ่งกว่าสิ่งใดในโลก

ตรงหน้าของพวกเขามีร่างของชายอีกสามคนยืนหน้าถมึงทึงอยู่  คนตรงกลางเป็นชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐาน ขนาบข้างด้วยชายร่างกำยำสองคนที่ดูเหมือนจะเป็นลูกน้อง ถ้าจำไม่ผิดผมได้ยินอาป๊าเรียกเขาว่าเถ้าแก่ ก็คงจะเป็นคนจีนที่มีเงินและรับมือยากคนหนึ่ง

ก็ช่างเลือกคนไปมีเรื่องด้วยเนอะ

เพราะไม่ค่อยรู้เรื่องราว ผมเลยเลือกที่จะยืนอยู่นอกวงอย่างไม่รู้จะเริ่มยังไง จนเห็นอาป๊าเริ่มจะเขย่าตัวอาเฮียด้วยแรงที่มากขึ้นผสมโรงกับเสียงร้องไห้ที่หนักขึ้นของอาม้าทำให้ผมต้องเอาตัวเองเข้าไปแทรกอย่างช่วยไม่ได้

พอเถอะป๊า ใจเย็นสิ

อาป๊าปัดมือผมออกอย่างแรงจนรู้สึกเจ็บ

ไม่เป็นไร ผมเข้าใจว่าคนกำลังโกรธมันหน้ามืดไปหมด

ลื้ออย่ามายุ่งนะอาโซ้ยตี๋ กลับเข้าห้องไปแล้วไม่ต้องออกมา นี่ไม่ใช่เรื่องของเด็ก

อั๊วจะกลับเข้าห้องก็ต่อเมื่อป๊าใจเย็นก่อน ทำร้ายเฮียไป เขย่าไปให้ตายก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอกป๊า

อาป๊าหันขวับมามองผมตาเขียวปั๊ดก่อนจะใช้มือดันไหล่ผมอย่างแรงจนผมเซถอยหลังไปหลายก้าว

ผมไม่ชอบเลย ไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย ทำไมต้องใช้กำลังกันด้วย

กลับเข้าห้องไป แล้วไม่ต้องออกมาจนกว่าฟ้าจะสาง

อั๊วไม่ไป

อาโซ้ยตี๋!”

เสียงตะคอกของอาป๊าทำให้อาม้าที่นั่งร้องไห้อยู่ตรงรีบโผเข้ามาขวางแล้วโอบไหล่ให้ผมเดินกลับเข้าห้องไป

ทำไมล่ะ ผมไม่มีสิทธิพูดอะไรในบ้านเลยรึไง

ผมขืนตัวเอาไว้แต่ก็ต้องยอมถอยเมื่ออาม้ากระซิบขอร้องรัวเร็ว แต่ก็มากพอที่จะเข้าใจ ผมจึงยอมที่จะหันหลังเดินกลับไป

แต่นั่นต้องเป็นการกระทำหลังจากที่ผมได้พูดในสิ่งที่อยากพูด

อาเฮีย

ผมเอ่ยปากเรียกคนที่นั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น เขาไม่แม้แต่จะหันมามองแต่ผมมั่นใจว่าเขาได้ยิน

อั๊วไม่รู้หรอกนะว่าเฮียไปทำอะไรไว้ แต่จำคำอั๊วไว้นะ ว่าลูกที่ทำให้พ่อแม่ต้องร้องไห้มันโคตรหมา

ผมหยุดมองอีกคนอยู่เพียงอึดใจก่อนจะสะบัดตัวเดินกลับเข้าห้องไป

แค่อึดใจเดียวที่ผมหยุดมองปฏิกิริยาของอีกฝ่าย แต่ผมเห็นว่าเขาแอบหันมานิดหน่อย ไม่รู้หรอกว่าเขาจะรู้สึกยังไง ไม่สนใจด้วยว่าทุกคนจะว่าผมว่าเป็นคนไม่รู้จักเด็กไม่รู้จักผู้ใหญ่รึเปล่า ผมต้องได้พูดในสิ่งที่ผมอยากจะพูด

ผมต้องสั่งสอนคนๆ นั้นว่าเขาควรจะคิดถึงใครเป็นอันดับแรก

หลังจากที่ผมกลับเข้ามาในห้อง สิ่งที่ผมทำได้มีเพียงแค่นั่งฟังบทสนทนาทั้งหมดอยู่บนเตียงเงียบๆ

อั๊วเห็นแก่ลื้อนะไอ้เลิศ เห็นว่าเห็นหน้าค่าตากันมาแต่เล็กแต่น้อย ถ้าลูกลื้อคืนของที่ขโมยไปมาครบ อั๊วจะไม่เอาไปบอกโปลิศ แต่ถ้าไม่คืนก็รอไปดูหน้าอีที่คุกได้เลย!”

คนพูดคงเป็นคุณลุงที่ดูภูมิฐานคนนั้น จากคำพูดของเขาทำให้เห็นว่าจริงๆ แล้วเขาเองก็มีเมตตาอยู่มาก

ถ้าเป็นผมจะจับเข้าซังเตแบบไม่ถามไถ่เลยสักคำ

คืนเขาไปสิอาตั่วตี๋ ลื้อพูดอะไรบ้างได้ไหม

คราวนี้เป็นอาม้าที่พูดกล่อมปนเสียงสะอื้น แต่ดูเหมือนคนที่ถูกถามก็ยังนิ่งเฉยจนอาป๊าทนไม่ไหว

ลื้อจะนั่งเงียบอย่างนี้ไปจนตายเลยรึไง ถ้าไม่พูด ริจะเป็นขโมยก็ไม่ต้องมาเรียกอั๊วว่าอาป๊า!”

พลอยไม่ได้อยู่ที่อั๊วแล้ว จะให้เอาที่ไหนมาคืนล่ะ!”

สิ้นคำตะคอกตอบทุกสิ่งทุกอย่างก็เข้าสู่ความเงียบ

เงียบกริบเหมือนลืมหายใจ

ลื้อหมายความว่ายังไง

น้ำเสียงแหบชรานั้นฟังดูไม่มั่นคงราวกับคนไร้หลักยึด

...ราวกับคนผิดหวัง...

อั๊วถามว่าลื้อหมายความว่ายังไง!”

สิ้นเสียงตะคอกก็มีเสียงหวีดร้องของอาม้ากับเสียงของล้มระเนระนาด

ผมไม่อาจทนนิ่งเฉยได้อีกต่อไป ร่างทั้งร่างปรี่ไปเปิดประตู เพียงอึดใจเดียวผมก็มายืนอยู่ตำแหน่งเดียวกับเมื่อครู่ แต่ภาพที่อยู่ตรงหน้านั้นต่างออกไป

ผมเห็นอาป๊ายืนกุมอกหอบหายใจด้วยสีหน้าเจ็บปวด ในขณะที่อาเฮียมีสภาพเหมือนคนโดนต่อยจนนอนหมอบอยู่กับพื้น อาม้าหันหน้าเลิ่กลั่กก่อนจะเลือกวิ่งไปช่วยพยุงอาป๊าไม่ให้ทรุดลงกับพื้น

ไปกันใหญ่แล้ว

ชายหนุ่มที่ถูกต่อยค่อยๆ ดันตัวเองขึ้นมาจากพื้นแล้วก้มหน้านิ่ง ในขณะที่อาป๊าเองก็ดูจะมีอาการแย่ลง

ผมเลือกที่จะวิ่งไปประคองอาป๊าไปนั่งตรงแคร่หน้าบ้านก่อนจะหันไปหาเถ้าแก่ที่ยืนทำสีหน้าสับสนอย่างไม่รู้จะทำยังไงต่อดี

เขาดูเป็นคนดี พอจะเข้าใจได้อยู่ว่าเขาคงสับสนว่าจะทวงเงินต่อดีหรือเห็นใจไม่เอาความดี

เถ้าแก่ครับ

เขาหันใบหน้าอึดอัดนั้นมาหาผม

เฮียผมขโมยไปเท่าไหร่หรือครับ

เขาหยุดคิดเล็กน้อย

ห้าสิบบาท

ห้าสิบบาท!”

ผมได้ยินเสียงอุทานอย่างไร้เรี่ยวแรงของอาม้า แต่ก็เลือกที่จะไม่หันไปมองเพราะไม่รู้ว่าตัวผมเองกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนออกไป

...ห้าสิบบาทในสมัยที่ของซื้อของขายทั่วไปมีราคาในหลักสลึง...

ผมควรจะตอบอะไรออกไปดีนะ

ผม...ผมขอผ่อนจ่ายได้ไหมครับ

อาโซ้ยตี๋...

เสียงแหบพร่าของชายชราที่ครางชื่อผมนั้นแสนอ่อนแรง แต่ผมจะไม่หันไปมอง

ตัดสินใจแล้วว่าไม่อยากให้อาป๊าและอาม้าเห็นใบหน้าที่อ่อนแรงของตัวผมเอง ในสถานการณ์ที่ทุกคนหมดแรง ต้องมีใครสักคนที่มีพลังเหลือเพื่อจะยืนหยัดต่อ

ผมต้องทำให้เขาเห็นว่าผมเองยังสบายดี

เราเอาของเขามา เฮียก็รับสารภาพมาแล้ว อย่างไรเสียเราก็ต้องชดใช้เขา ไม่มีหนทางอื่น...ไม่มีเลย

ชายวัยกลางคนตรงหน้าสบตาผมนิ่ง

อั๊วให้เวลาสามเดือน ผ่อนมาให้ครบภายในสามเดือนแล้วกัน

สามเดือน แม้ว่าจะน้อยไปหน่อย แต่ถ้าทำหลายๆ งานก็คงพอจะหามาผ่อนได้

ได้ครับเถ้าแก่ ขอบคุณมากครับ

คุณลุงคนนั้นหยุดมองหน้าผมเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

อาเลิศ

เขาเรียกชื่ออาป๊า

ลื้อโชคดีที่ไม่ได้มีลูกแค่คนเดียว

แล้วเขาก็หมุนตัวจากไป ทิ้งพวกเราไว้กับความเงียบ

...เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง...

...เสียงหัวใจที่เต้นอย่างเหนื่อยล้า...

ไม่มีใครอยากรับผิดชอบความผิดพลาดที่ไม่ได้ก่อ แต่เมื่อคนในบ้านทำผิด มันก็คงถือเป็นความผิดของพวกเราทั้งหมด

...ผิดที่ใส่ใจเขาไม่พอ ผิดที่ไม่คอยห้ามปรามไม่ให้เขาทำสิ่งไม่ดี...

เมื่อเรื่องเกิดขึ้นแบบนี้ ความคิดที่ผมจะลาออกจากโรงหมอของหมอปีเตอร์เลยต้องพับเก็บไว้ก่อน ทั้งๆ ที่กะเอาไว้ว่าจะลาออกเพราะไม่อยากให้คุณเปรมไมสบายใจแท้ๆ

เอาเถอะ ไปทำงานก็ดีเหมือนกัน ได้ทั้งเงิน แถมยังได้เห็นคนหึงหัวฟัดหัวเหวี่ยงอีก จะว่าไป...

เวลาคุณทวดหึงก็น่ารักดีเหมือนกันนะ

 






ช่วงนี้ไอ้มั่นแทบไม่มีเวลามาอยู่กับผม เช้าก็ไม่มารับ เย็นก็กลับไม่รอ เอาแต่บอกว่าพ่อให้ไปช่วยงาน ทั้งวี่ทั้งวันก็ทำตัวยุ่งอยู่ตลอดเวลา ไม่นั่งต่อเพลงกับคนในวงก็หนีไปช่วยครูบุญซ่อมตะกั่วถ่วงรางระนาดจนผมไม่มีโอกาสได้นั่งพูดคุยกันสบายๆ เหมือนอย่างเคย

เหงาไงจะอะไรล่ะ ความรู้สึกของคนที่โดนเพื่อนสนิททิ้งมันเป็นแบบนี้นี่เอง

พูดถึงเพื่อนสนิทแล้วก็นึกถึงไอ้ไม้ ปกติแล้วผมกับไอ้ไม้ตัวติดกันอย่างกับปลาท่องโก๋ เช้าก็เจอกันตอนเรียน เย็นก็พากันไปนั่งร้านเหล้าไม่ก็ไปหาอะไรกินกันไม่เคยขาด แทบไม่มีวันไหนที่ผมต้องอยู่คนเดียว ถ้าไอ้ไม้ไม่อยู่ก็จะเป็นทีน แต่รายหลังนี่นานๆ ทีจึงจะได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน

ก็แหม งานมันรัดตัวซะขนาดนั้น

แต่ถึงจะไม่ได้อยู่ด้วยกันสักเท่าไหร่ แต่เรื่องเงินเรื่องทองรวมไปถึงข้าวปลาอาหารนี่บอกเลยว่าทีนไม่เคยแพ้ใคร ใครไม่เคยเห็นสายเปย์ต้องมาดูหน้าทีนเป็นบุญตา ซื้อบ้านซื้อที่ดินให้ได้คงทำไปแล้ว

ผมคิดถึงความหลังแล้วหัวเราะในคอ

...ทำตัวอย่างกับคนแก่เข้าไปทุกที...

ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมจากมาทำให้ผมรู้ว่าตัวเองโชคดีแค่ไหน ถึงจะมีเพื่อนไม่เยอะ แต่ก็มีเพื่อนที่ดีคอยอยู่เคียงข้าง ถึงจะไม่ได้ร่ำรวยมากมายเหมือนใคร แต่ก็มีครอบครัวที่อบอุ่น

จะว่าไปผมก็เหมือนกรวิกอยู่เหมือนกัน เพราะเท่าที่สังเกต นอกจากไอ้มั่นแล้วก็ไม่มีใครแสดงท่าทีว่าเคยรู้จักสนิทสนมกับเด็กคนนี้มาก่อน เขาดูเป็นที่รู้จักอยู่บ้างเพราะเป็นลูกคนไทยเชื้อสายจีน แต่ก็ไม่ได้สนิทสนมกับใครอย่างจริงจัง

เป็นชีวิตที่มีแค่ครูบุญ ครอบครัวและไอ้มั่น

...เหมือนกันจังเลย...

อ้าวคุณหมอ ลมอะไรหอบมาถึงนี่หรือครับ

เสียงร้องทักคนที่ผมไม่คิดว่าจะได้ยินทำให้ผมสะดุ้งหลุดจากภวังค์แล้วหันขวับไปมอง

ร่างกำยำที่ยืนอยู่ตรงหัวบันไดกำลังฉีกยิ้มกว้างแจกจ่ายให้ทุกคนบนเรือนพลางยกมือไหว้ทุกคนเหมือนนายกเทศมนตรีที่ลงไปเยี่ยมชาวบ้านในตลาดก่อนวันเลือกตั้ง ในมือใหญ่ทั้งสองข้างมีปิ่นโตข้างละเถา เขายื่นมันส่งให้ใครสักคนในวงหลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็เฮโลพากันไปกินของฝากในปิ่นโตกันหมด

เฮ้ยๆ ในนั้นอาจจะมียาพิษก็ได้ อย่าไว้ใจมันนะโว้ย

ได้แต่คิด พูดออกไปก็ไม่ได้

ผมถอนหายใจอย่างหน่ายๆ พลันรู้สึกถึงสายตาของใครสักคนที่จ้องมองมา ในใจผมพอจะเดาได้ว่าใครแต่พอนึกดีๆ จึงได้รู้ว่าทิศทางที่รู้สึกมันคนละด้านกับทิศที่ไอ้หมอนั่นยืนอยู่ เพราะคิดได้แบบนั้น ผมจึงตัดสินใจที่จะหันไปมองแล้วก็สบเข้ากับนัยน์ตาสีดำที่จ้องผมไม่ว่างตา

ไอ้มั่น

มึงมองกูทำไม

ปากมันลั่นครับ พออยู่กับคนสนิททีไรผมเป็นแบบนี้ทุกที

มันมองหน้าผมแล้วทำท่าอึกอัก

ไม่มีกระไร

ไม่มีเล๊ย

อย่าโกหก กูเพื่อนมึงนะ

มันเบ้ปากใส่ผมแล้วหันหน้ากลับไปจัดรางระนาด

มึงนับข้าเป็นเพื่อนด้วยเหรอ มีอะไรก็ไม่เคยบอกสักอย่าง

...อ๋อ...

ที่ตลอดหลายวันมานี้ มึงพยายามเลี่ยงไม่เจอหน้ากูก็เพราะโกรธกูใช่ไหม

มันยักไหล่ทั้งๆ ที่ยังไม่หันมามองหน้าผม

คิดเอาเอง

นั่น มีแซะ

มั่น

ผมเรียกชื่อแล้วค่อยๆ เขยิบเข้าไปหามัน

มึงโกรธกูเหรอ

ผมใช้น้ำเสียงอ่อนเหมือนอย่างที่ชอบใช้เวลาง้อไอ้ไม้

กูขอโทษนะ

แล้วก็งัดคำพูดไม้ตายออกมาใช้

ถ้าผมเดาไม่ผิด หลังจากนี้มันก็ต้อง...

เอ็งน่ะ เป็นอย่างนี้ทุกที ใครมันจะไปโกรธลงวะ

นั่น บอกแล้วว่าไอ้สองคนนี้มันเหมือนกันอย่างกับแกะ

พูดแบบนี้แสดงว่าหายโกรธกูแล้วใช่ไหม

ไม่ว่าเปล่า ผมยังเอามือไปสะกิดแขนมันเบาๆ เพิ่มความน่าให้อภัยให้กับตัวเอง

มันหันมามองผมหน้ามุ่ยก่อนจะใช้มือผลักหัวผมอย่างแรง

โอ๊ย เจ็บนะ

เจ็บก็ดี จะได้รู้ว่าข้าโกรธ

โอ๋ๆ ไม่โกรธแล้วนะ

ไม่ว่าเปล่า ผมยังเขยิบเข้าไปใกล้มันอีกนิดแล้วสะบัดมือไปมาในอากาศเหมือนกำลังหยอกล้อกับเด็กเล็กๆ

มันพยายามกลั้นยิ้มแล้วทำหน้าขึงขัง แต่ก็หลุดอมยิ้มออกมาจนได้

ไม่ได้เรียนวิชาแอคติ้งมาก็แบบนี้แหละเพื่อน

มันปัดมือที่ผมโบกไปมาแล้วแสร้งทำหน้าขึงขัง

มึงบอกกูมาเลย เล่าเรื่องชีวิตมึงมาให้หมด แล้วอย่าทำเหมือนข้าเป็นคนอื่นคนไกลอีก มีปัญหาอะไรก็บอก

พูดแบบนี้แสดงว่า...

มึงรู้เรื่องเฮียกูแล้วเหรอ

มันพยักหน้า

เออสิ เขาลือกันไปทั้งบาง ห้าสิบบาทเลยนะเอ็ง จะหาที่ไหนไปใช้เขาทัน

ผมถอนหายใจ

ใช่ว่าผมจะไม่คิด แต่คิดจนไม่รู้จะคิดยังไงแล้วต่างหาก

จริงสิ ผมยังไม่ได้ถามหมอเลยว่าจะให้เงินค่าจ้างผมยังไง

ไอ้มั่น มึงรู้เรื่องที่กูไปทำงานให้หมอปีเตอร์แล้วใช่ไหม

เออ ไม่เล่าข้าปีหน้าเลยล่ะ

คนขี้แซะ 2460

ผมทำหูทวนลมกับคำแซะของอีกฝ่ายแล้วเริ่มพูดต่อ

กูต้องไปทำงานให้เขาหลังเลิกเรียนครูบุญ แต่กูยังไม่ได้ถามเขาเลยว่าวันไหนบ้าง แล้วจะได้ค่าจ้างเท่าไหร่

มันขมวดคิ้วยุ่ง

อ้าว แล้วทำไมไม่ถามเล่า

บอกเลยว่าคนหน้าตาดีมีการศึกษาอย่างผมก็ต้องตอบออกไปว่า...

อ๋อ กูลืม

เราต้องเป็นคนยอมรับความจริงครับ

ไอ้โง่

กูรู้ ไม่ต้องย้ำ

มันฟาดมือตบไหล่ผมดังปั้ก

มึงไปถามเขาเลย นั่งทำอะไรอยู่ล่ะ

ก็นั่งคุยกับมึงไง

ไอ้เวร

มอสพูดความจริง มอสผิดอะไร

ไปเลยไป นั่งทำซากอะไรอยู่ล่ะ

แหน่ะ ทำเป็นมาไล่ ใจจริงก็เป็นห่วงกลัวผมขาดทุนล่ะซี่

เพราะท่าทางขับไล่ไสส่งจนแทบจะเตะผมด้วยความรักของไอ้มั่น ทำให้ผมต้องขยับตัวเองแล้วเดินเข้าไปหาคุณหมอที่ยืนฉีกยิ้มแจกจ่ายความสดใสให้ทุกคนอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ปากก็พูดไม่หยุด รีมฝีปากก็ฉีกยิ้มกว้างไม่หุบ

บางครั้งมอสก็สงสัยว่าเขาเป็นคนยิ้มเก่งหรือเป็นบ้ากันแน่

สวัสดีครับหมอ

เขาหันมาทำหน้าตกใจเหมือนเจอผมโดยบังเอิญ

แหม แอคติ้งเก่งนะเราน่ะ

อ้าวกร เมื่อวานไม่เห็นไปทำงานก็นึกว่าเป็นอะไร ที่แท้ก็แอบอู้นี่เอง

เขาว่าพลางฉีกยิ้มกว้าง

ไร้ความรับผิดชอบจริงนะ

...

โดนแล้วครับ มอสโดนไอ้หมอเล่นแล้ว

ไอ้ท่าทางยิ้มไปด่าไปทำให้บางครั้งคนโดนด่าอย่างเราๆ ก็แยกไม่ออกว่าเขาด่าหรือเขาแค่พูดลอยๆ ไปอย่างนั้น

แต่ดูจากสภาพฉีกยิ้มกว้างแต่นัยน์ตาขึงขังแล้วน่าจะด่า

แน่นอนว่าคนอย่างผมก็ต้อง...

ขอโทษครับหมอ

พูดขอโทษเสียงอ่อนแล้วยกมือไหว้อย่างคนมีมารยาท

มอสไม่สู้คนโว้ย

ถึงหมอนี่จะมีบรรยากาศที่ชวนให้สบายใจ แต่ภายใต้ความใจดีนั้นก็ยังมีความขึงขังเด็ดขาดปนอยู่ ไอ้คนตรงหน้าผมน่ะเป็นพวกหน้าเทวดาแต่ปากพญามาร ปากมันน่ะยิ้ม แต่นัยน์ตาน่ะโคตรร้าย แล้วมอสผู้บอบบางคนนี้จะเอาอะไรไปสู้ล่ะ ไม่มีไง ไม่มี

เขามองหน้าผมนิ่ง รอยยิ้มนั้นยังคงอยู่ แต่นัยน์ตานั้นลุ่มลึกแปลกตา

ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ

ครับ?

ตามมา จะขอคุยอะไรด้วยหน่อย

ผมมองคนที่หมุนตัวเดินนำไปอย่างงุนงง ก่อนจะหันกลับไปมองหน้าไอ้มั่นอย่างคนต้องการกำลังใจ ภาพที่ผมเห็นคือเด็กหนุ่มผิวเข้มกำลังนั่งขะมักเขม้นกับการกะปริมาณตะกั่วถ่วงรางระนาดจนผมไม่กล้าจะเอ่ยปากขัด

เมื่อหันซ้ายก็เจอคนในวงนั่งล้อมปิ่นโตสองเถากันอย่างผาสุก หันขวาก็เจอครูบุญกำลังนั่งคุยกับน้าผ่องอย่างออกรส ผมจึงระลึกได้ว่า...

ไม่มีใครสนใจกูเลย

แต่ละคน ดีๆ ทั้งนั้น

ผมถอนหายใจกับตัวเองแล้วเดินตามเขาลงจากเรือนไป

คนๆ นั้นยืนรออยู่ตรงหัวบันได เขาหันมามองผมนิดหน่อย เมื่อเห็นว่าผมเดินลงไปใกล้จะถึงขั้นสุดท้ายแล้ว เขาก็เดินนำออกไปโดยไม่รอให้ผมใส่รองเท้า

รีบเหรอ เมียใช้ให้มาซื้อน้ำปลารึไง

ผมแอบเบ้ปากใส่เขาก่อนจะเริ่มสาวเท้าเดินตามไป

ผมเพิ่งสังเกตว่าเขาเป็นคนตัวสูงมากๆ อาจจะสูงกว่าฝรั่งด้วยกันด้วยซ้ำไป ประเมินด้วยสายตาแล้วคงจะประมาณร้อยแปดสิบปลายๆ ถึงร้อยเก้าสิบต้นๆ ในขณะที่ร่างของกรวิกสูงแค่ร้อยเจ็ดสิบปลายๆ เท่านั้น แต่เพราะยังเป็นเด็กหนุ่มอายุม.ปลายวัยใส ยังไงเสียก็คงยังสูงได้อีก ผมกะคร่าวๆ ว่าร่างนี้คงจะหยุดสูงที่ประมาณร้อยแปดสิบต้นๆ ซึ่งจัดว่าสูงสำหรับคนจีนและคนเอเชียทั่วไป แต่ก็สู้พ่อฝรั่งตาน้ำข้าวไม่ได้อยู่ดี

เขาเดินทอดน่องไร้ความเร่งรีบมาจนถึงท่าน้ำ รอจนผมเดินมาถึงแล้วจึงเริ่มพูด

ไปทำอะไรมา

ครับ?

เดาได้ว่าหน้าผมตอนนี้คงงงเป็นไก่ตาแตกและดูโง่กว่าปกติประมาณสิบเปอร์เซ็นต์

เขายืนนิ่ง ไม่พูดไม่จาอยู่พักใหญ่ นัยน์ตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นดูแปลกตากว่าทุกที

ดูโกรธเกรี้ยว หงุดหงิดใจแต่ก็ไม่ได้แสดงออกมาชัดเจนนัก

เป็นอะไรของเขาน่ะ

หมอเป็นอะ...

ไปจูบกับใครมา

ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ เขาก็พูดสวนขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง

โอเค พอจะเข้าใจได้ว่าเขาก็ดูชอบผมอยู่ประมาณนึง ถ้ารู้ว่าผมไปจูบหรือไปกระดุ๊กกระดิ๊กกับใครก็ต้องโกรธอยู่แล้ว แต่ประเด็นคือ...

เขารู้ได้ไงว่าผมไปจูบกับใครมา

หมอพูดอะ...

อย่าโกหก

เอ ทำไมไอ้คำนี้ฟังดูคุ้นๆ จังน้า

เขาเขยิบตัวเข้ามาใกล้ผมจนแทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างกันแล้วค่อยๆ เชยคางผมขึ้น

ปากบวมเชียว ไม่รู้ตัวเลยเหรอ

รู้ แต่คือคนไม่สังเกตก็ไม่รู้ไง นี่ก็ช่างสังเกตจังโว้ย

เพราะไม่รู้จะตอบอะไรออกไปดีผมจึงยืนนิ่ง ปล่อยให้เขาลูบคางอยู่อย่างนั้น ไม่นานนักเขาก็เอานิ้วโป้งมาคลึงริมฝีปากของผมเบาๆ หัวใจของผมเต้นแรงราวกับจะทะลุออกมาจากอก ยอมรับอยู่หรอกว่าไม่ได้ชอบเขาเหมือนที่ชอบคุณเปรม แต่ผมเองก็ชอบผู้ชาย แล้วมาโดนผู้ชายหน้าตาดีทำอะไรแบบนี้ เกย์ที่ไหนก็ใจเต้นด้วยกันทั้งนั้นแหละโว้ย

ริมฝีปากเรียวสวยนั้นค่อยๆ ฉีกยิ้ม แต่คราวนี้มันน่ากลัว น่ากลัวกว่าทุกครั้งที่เคยเห็นทั้งๆ ที่เขาก็ยิ้มเหมือนทุกที

เธอรู้ไหม คนไทยที่ไม่เคยไปต่างประเทศหรือคลุกคลีอยู่กับคนต่างชาติ ไม่รู้จักดีปคิสหรอกนะ

คำพูดของเขาทำให้ใจของผมเต้นแรงกว่าเก่า

แล้วเธอรู้ไหมว่าผู้หญิงไทยทั่วไปแทบไม่ได้รับการศึกษา ยิ่งเคยเดินทางไปศึกษาต่างประเทศยิ่งหายาก

ผมรู้...ผมรู้ว่าเขาจะพูดอะไร

ผมรับรู้ถึงแรงกดที่หนักขึ้นบริเวณริมฝีปาก

ทำไมกันนะ ทำไมผมกับมันต้องมีปัญหาเรื่องนี้กันอยู่เรื่อย ที่อังกฤษก็หนนึงแล้ว มาคราวนี้...

ผมรับรู้ได้ถึงลมหายใจของเขาที่ถี่รัวขึ้นเพราะความรู้สึกบางอย่าง

...เขากำลังโกรธ...

ทำไมต้องเป็นมัน คราวที่แล้วผมก็ยอมถอยแล้ว คราวนี้ทำไมผมต้องยอม

นัยน์ตาของเขาสั่นระริก

มันกำลังสั่นด้วยความอัดอั้นบางอย่างจากอดีต

ทำไมคนที่ได้ครอบครองริมฝีปากของคุณต้องเป็นมัน

มืออีกข้างของเขาลูบหัวผมช้าๆ

เป็นผมไม่ได้หรือ

น้ำเสียงของเขานั้นฟังดูอ่อนแรง เต็มไปด้วยการอ้อนวอน

ผมอยากจูบคุณ

นัยน์ตานั้นส่งแววตัดพ้อมาให้

อยากจูบคุณจนจะเป็นบ้าอยู่แล้ว

บ้าจริง ผมต้องตอบยังไง ผมควรทำยังไงดี ผมชอบคุณเปรม...

...แต่ผมต้านทานดวงตาคู่นี้ไม่ได้เลย...

ไม่ได้ ผมต้องควบคุมตัวเองสิ

พอคิดได้แบบนั้นผมจึงหลบตาลงแล้วใช้มือดันหน้าอกเขาเบาๆ

ผมชอบคุณเปรม

ผมรู้

 เขาเอ่ยตอบอย่างรวดเร็วจนผมเผลอเงยหน้ามอง และนั่นทำให้รู้ว่าผมพลาด

ดวงตานั้นแว่วหวานและอ้อนวอน

...เขากำลังอ้อนวอนขอความรักจากผม...

เธอแค่ชอบเขา แต่ยังไม่ได้รัก เพราะฉะนั้นผมยังมีโอกาสใช่ไหม

ผมต้องตอบยังไง ผมควรตอบยังไงดี

ผมก้มหน้าหลบตาด้วยใจที่สั่นระรัว

ผม...ผมไม่ใช่คนใจง่ายที่จะรักคนนู้นที เปลี่ยนมากอดคนนี้ที

เขานิ่งไป เขาเงียบไปแล้ว แต่ผมไม่กล้าพอที่จะเงยหน้าสบตา

 “ผมไม่ได้ขอให้เธอเป็นคนใจง่าย

เขาเอ่ยเสียงนุ่มนวล

...อ่อนหวานเสียจนผมอดใจก้มหน้าต่อไปไม่ได้...

...อัญมณีสีฟ้าคู่นั้นสวยเหลือเกิน...

ผมแค่ขอให้เธอมองผมในฐานะเดียวกับที่เธอมองเปรม

เขาเอามือผมไปกุมไว้

ตอนนี้ไม่ต้องชอบผมก็ได้ ขอแค่ให้โอกาส อย่าปิดกั้นตัวเองจากผม รับรู้ไว้ว่าผมชอบและอยากรักคุณมากแค่ไหน แค่นั้นก็พอ

...ให้ตายสิ ผมต้านทานคนๆ นี้ไม่ได้เลยจริงๆ...

อ้าว เราก็นึกว่าใครมายืนพูดชื่อของเราอยู่แถวนี้ ที่แท้ก็คุณหมอปีเตอร์นี่เอง

เสียงของใครบางคนที่เอ่ยขัดขึ้นมาทำให้ลมหายใจผมกระตุก

จะไม่โดนจับไปปาหินใช่ไหม

แต่เสียงแบบนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหน

หรือว่า!...

คุณเปรม...

ผมหลุดครางชื่อของเขาออกมาอย่างลืมตัว

แย่แล้ว แย่จริงๆ แล้ว...






**************************************************************************************************************

[เกร็ดความรู้]


มีการตั้งข้อสังเกตว่าคนไทยในสมัยก่อนไม่มีวัฒนธรรมจูบปากเหมือนอย่างฝรั่ง การจูบปากเพิ่งจะมาแพร่หลายเมื่อมีการเข้ามาของวัฒนธรรมตะวันตกในช่วงรัชกาลที่ 5  อย่างไรก็ดีแนวคิดนี้ยังเป็นเพียงข้อถกเถียงที่อาศัยหลักฐานทางวรรกรรมประติดประต่อขึ้นมาและยังไม่มีข้อสรุปหรือคำยืนยันแน่ชัด แต่ปิงปองคิดว่าน่าสนใจเลยเลยขอยกมาเล่าสู่กันฟังเนอะ


"การจูบปากยังคงเป็นเรื่องส่วนตัวที่อาจมีการเลียนแบบ แต่ก็เฉพาะแวดวงแคบๆ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ได้สัมผัสกับวัฒนธรรมฝรั่ง เช่นไปศึกษาต่อต่างประเทศ ซึ่งเริ่มเป็นที่นิยมนับแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ เป็นต้นมา

แต่ถ้าเป็นวิถีไทยแท้ๆ วัฒนธรรมการจูบไม่เคยมีในสังคมไทย อาจจะเพราะความถนัดของแต่ละชาตินั้นต่างกัน ไทยเรากลับถนัดใช้จมูกแทนปาก คือหอมไปทั่วตัว"


อ้างอิง: คนไทยเริ่มจูบปากเมื่อไร?








B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 196 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1152 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 07:06
    โอ้ยยย มะรุมมะตุ้มกันใหญ่
    #1,152
    0
  2. #1092 Earn0624 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 01:52
    หมอปีเตอร์แรงมากแม่ อ้อนแรงมาก แต่แบบ เข้าใจใช่ไหม ไม่อยากให้มาชอบคนเดียวกันเลย อึดอัดใจ แต่นี่ว่าคุณเปรมเป็รพระเอก ปูมาตั้งแต่ปัจจุบันยันอดีต กอดๆหมอนะคะ
    #1,092
    0
  3. #1066 Snowtimeeee (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 15:45
    ก็คือนายเอกใจง่ายจังค่ะ
    #1,066
    0
  4. #1041 MS.ALIEN (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:27
    อยากรู้ว่าสุดท้ายหมอปีเตอร์จะเป็ยยังไง
    #1,041
    0
  5. #976 pukiest (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 02:56
    เนี่ยว่าแล้วว่าตั่วเฮียต้องไปทำอะไรแย่ๆมา แย่จริงๆ // ก็คือจะอิจฉามอสแล้วนะ ฮือออออออ แบ่งมาให้คนนึงได้มั้ย;-;
    #976
    0
  6. #956 Rainyseasonnn (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 09:09

    เขินมากกกกกกกกกกกกกกก หมออออออออออ

    #956
    0
  7. #938 PloypailinB. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 23:24
    โอ้ยยยๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เขินอย่างต่อเนื่อง เขินประวัติการจูบด้วย หอมไปทั่วตัวคืออัลไลอ้ะะ โอ้ยๆยๆๆๆๆ
    #938
    0
  8. #917 SOUGIYA (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กันยายน 2561 / 16:27
    ศึกชิงกร
    #917
    0
  9. #901 yunjaelife (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 18:07

    เอาแล้ววววววว

    #901
    0
  10. #851 Mune (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 02:02
    ง่ะะ แบบนี้น้องจะตัดสินใจยังไงเนี่ย งานพรีเมี่ยมกันทั้งคู่
    #851
    0
  11. #805 maielf13 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 23:19
    เอาแล้ววววววแต่คุณหมอคะ หนูเขินมากพูดก็พูดขอได้มั้ยคะแงงงงงงงงอยากได้คุณหมอ
    #805
    0
  12. #754 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 20:48
    งานเข้าแล้วมอสสสส
    #754
    0
  13. #716 ตัวอ่อน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 09:34
    กรี๊ดดดดดดด หมอปีเตอร์ หนูใจระทวยหมดแล้วววววว
    #716
    0
  14. #702 love bb lava (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 23:11
    ประวัติการจูบทำให้เราคิดไม่ได้ งือออออ อะไรคือหอมไปทั่วตัวคะ นุเขินๆๆๆ
    #702
    0
  15. #680 ppp (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มกราคม 2561 / 18:05
    ชอบมั่นอะ ทำไมตะมุตะมิขนาดนี้ลูกกกก โอ๊ยยย/หอมหัว
    #680
    0
  16. #648 Chopoom94 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 23:45
    อ้าก อยากเก็บเธอเอาไว้ทั้งสองคน ไม่ใช่ละๆ 5555 น้องเลือกคุณเปรมหละ ปริ่ม เราชอบเกร็ดความรู้ของไรท์ ความเล่าสู่กันฟัง ความที่มาตั่งต่าง ชอบบบบบ
    #648
    0
  17. #570 `peach (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 21:30
    ศึกชิงนายที่แท้จริง แงงง สงสารหมอปีเตอร์ คุณหมอมาซบอกเรานี่มา
    #570
    0
  18. #532 xxnhhzt68 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 00:41
    แงงงง ความรู้แน่นมากเลย ชอบๆๆๆๆ
    #532
    0
  19. วันที่ 9 มกราคม 2561 / 17:07
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #506
    0
  20. #471 คนไม่กินถ่าน (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 23:16
    หูวว ความรู้ใหม่จริงๆอันนี้ ขอบคุณไรต์เตอร์มากเลยนะคะะะ
    #471
    0
  21. #468 KRISPY▽ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 22:29
    คือหอมไปทั่วตัวนี่เราว่ามันอีโรติกกว่าอีกนะคะ ฮือ
    #468
    0
  22. #457 Ceceil (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 13:16
    คูมหมออ่ะะะะะะ😂😂😂
    #457
    0
  23. #404 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 16:32
    น้องมอสฮอตเว่อร์
    #404
    0
  24. #401 มอญเเบคฮเยียร์ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 15:39
    ฮื่อ สงสารคุณหมอ
    #401
    0
  25. #399 mykray (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 15:25
    มอสสสสส เราจะใจสั่นกับผู้ชายหล่อทุกคนไม่ได้นะ (ถึงเราจะเป็นแบบนั้นก็เถอะ) อ่านมาถึงตอนนี้แล้วแบบ ฉันยิ้มลำพังหัวเราะลำพัง~~~ มากอ่ะ
    #399
    0