แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 14 : ทำงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,707
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 230 ครั้ง
    12 พ.ย. 60






















ถ้าต้องให้เล่าย้อนความหลัง มันก็คงต้องกลับไปเริ่มตั้งแต่เมื่อวานในเหตุการณ์ตอนผู้หญิงคนหนึ่งตกน้ำเพราะอุบัติเหตุทำให้ผมได้ไปเจอกับคุณหมอชาวต่างชาติคนหนึ่งและถูกชวนให้ไปเป็นผู้ช่วยของเขา

จริงๆ เรื่องราวมันก็ควรจะจบอยู่แค่นั้นอยู่หรอก ถ้าไม่ติดที่ว่า...

ครูบุญสอนดนตรีไทยด้วยหรือครับ ผมไม่ยักจะเคยรู้มาก่อน ไม่เช่นนั้นคงมาขอฝากตัวเป็นศิษย์แล้ว

โธ่ หมอก็ช่างเจรจาเอาใจคนแก่เสียจริง ไว้ว่างๆ ก็แวะมาสิ มาลองจับลองตีดู เดี๋ยวก็เป็นเอง

ครูบุญนี่ใจดีจังเลยนะครับ มิน่าถึงได้มีลูกศิษย์ลูกหามากมายขนาดนี้

หมอก็ว่าไปนั่น

เสียงหัวเราะร่าเริงของชายชราเคล้าไปด้วยเสียงหัวเราะโทนทุ้มต่ำของชายชาวต่างชาติผสานไปกับเสียงดนตรีไทยและเด็กๆ ที่วิ่งเล่นกับรอบๆ บ้านชวนให้บรรยากาศดูแจ่มใสราวกับวันแดดออกกลางเดือนเมษา

ไม่สิ มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไงกันนะ

ตอนนั้นเขาชวนผมให้ไปเป็นผู้ช่วยเขา แต่ผมก็ปฏิเสธไปเพราะบอกว่าต้องซ้อมดนตรีและเป็นนักดนตรีประจำบ้านให้คุณเปมทัตอยู่แล้ว แต่อีกฝ่ายก็ยังดึงดันจะพาผมไปที่โรงหมอให้ได้ พอผมไม่ไปก็เลยถามว่าผมเรียนดนตรีกับใคร

ใช่ เรื่องราวมันควรจะจบแค่นั้นสิ

อ้าวไอ้กร ไอ้มั่น กว่าจะมาได้ มาๆ หมอรอแย่แล้ว

ท่าทางกระปรี้กระเปร่ากว่าปกติของครูบุญทำให้ผมได้แต่ยิ้มแห้งตอบ ในขณะที่ไอ้มั่นซึ่งยืนอยู่ข้างๆ ก็สะกิดผมไม่หยุด

เอานิ้วถูขนาดนี้มึงจะเอาให้เลขขึ้นเลยรึไง

หงุดหงิดครับ แต่ไม่พูด

เขาเป็นใครวะ แล้วมึงไปรู้จักกับเขาได้อย่างไร

ผมถอนหายใจ

กูรู้จักมันที่ไหนล่ะ

อุบัติเหตุน่ะ กูไปช่วยคนตกน้ำเมื่อวานแล้วเขาเป็นหมอ

บ๊ะ! เป็นจีนแต่คบฝรั่ง เส้นสายข้ามชาติจริงนะมึง

เออ กูนี่แหละมอส บางลำพู

คนตัวสูงฉีกยิ้มกว้างให้ผมตามครูบุญมาติดๆ

ฟันสวยจริงๆ

สบายดีไหมกร

แหน่ะ เรียกชื่อไปอีก

สบายดีครับหมอ

ยังไงซะก็ต้องรักษามารยาทไว้ก่อน

ผมมาคุยกับครูบุญให้แล้วนะ เธอไปทำงานกับผมได้ ไม่มีปัญหา ใช่ไหมครับครูบุญ

ได้สิหมอ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ เอ็งก็ทำๆ ไปเถ๊อะ เจ๊กเลิศเองก็แก่แล้ว แค่งานนักดนตรีไทยมันจะไม่พอยาไส้เอานะเอ็ง

ไอ้หมอ ไอ้...ไอ้...ไอ้คนฉลาด คงเพราะรู้ว่าถ้าตื้อผมไปก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลยมาเข้าหาทางครูบุญหวังให้ช่วยพูดอีกแรงแหง

ซึ่งก็ได้ผลซะด้วย

ก็จริงอย่างที่ครูบุญบอกถ้านับตามอายุของผมในยุคสมัยนี้แล้ว ยังไงซะก็ควรหาการหางานทำเลี้ยงดูตัวเองได้แล้ว จะมาเกาะพ่อแม่กินทำตัวเอ้อระเหยไปวันๆ ก็คงไม่ได้ แถมพักหลังๆ มานี้อาม้าก็เริ่มจะแขวะผมเรื่องไม่ยอมทำงานแล้วด้วย

เอาเถอะ

จ้ะครู ทำก็ทำ นี่เห็นว่าครูพูดหรอกนะ

ชมเขาหน่อยครับ เพราะดูจากทรงที่หมอใช้พูดเมื่อกี้ ผมพอจะเดาได้ลางๆ ว่าจริงๆ แล้วครูบุญเป็นคนบ้ายอประมาณหนึ่ง

เอ้อ คนหนุ่มสมัยนี้มันก็ช่างเจรจากันเสียจริง

นั่นไง

ใบหน้าเหี่ยวย่นฉีกยิ้มกว้างก่อนจะกล่าวขอตัวกลับไปดูความเรียบร้อยบนเรือน ทิ้งผม ไอ้มั่นและหมอให้มองหน้ากันอย่างงงๆ

ไอ้มั่นหันซ้ายหันขวาสองสามทีให้ผมรู้สึกถึงความผิดปกติ

อย่าบอกนะว่า...

เช่นนั้นข้าไปซ้อมล่ะ มึงก็รีบตามไปล่ะ

ผมว่าแล้ว

ไอ้มั่นก็เหมือนไอ้ไม้ เมื่อถึงสถานการณ์คับขันในแบบที่มันไม่รู้จะรับมือยังไง มันก็ทำท่าแปลกๆ หันซ้ายหันขวาแล้วก็พูดขอตัวหนีไปแบบงงๆ

พวกเอ็งเป็นร่างโคลนกันใช่ไหมจงบอกมา

ดูทำหน้าเขาสิ ไม่อยากคุยกับผมขนาดนั้นเชียวหรือ

ทันทีที่ร่างของมั่นหายไปจากสายตา คนบนแคร่ก็พลันเอ่ยเย้าจนทำให้ผมต้องหันมายิ้มแห้งตอบเขาอย่างเสียไม่ได้

ใจจริงก็ไม่ค่อยอยากคุยหรอก ไม่อยากทำงานด้วยกันด้วย แต่เพราะสถานการณ์มันบังคับโว้ย

 เปล่าครับ ผมแค่ไม่คิดว่าหมอจะจริงจังขนาดนี้

เขาเลิกคิ้วเหมือนเป็นการถามทำให้ผมต้องอธิบายต่อ

ก็...ผมเป็นแค่ลูกชาวบ้านธรรมดา วิชาหมอก็ไม่ได้ร่ำเรียนมา ดูยังไงก็ไม่มีประโยชน์กับหมอแน่ๆ ผมก็เลย...

เธออาจจะไม่รู้ตัว แต่ผมว่าเธอเป็นคนเก่งนะ

เขาเอ่ยขัดขึ้นอย่างเรียบง่าย

ในน้ำเสียงไม่มีการป้อยอเหมือนตอนพูดกับครูบุญ ไม่มีแววทะเล้นเหมือนตอนหยอกเย้าเมื่อครู่

มันนิ่ง เรียบง่ายและกินใจ

เขาพูดมันออกมาเพราะเขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ

อ๋อ เวลาที่ถูกใครสักคนเห็นคุณค่ามันเป็นแบบนี้นี่เอง

...ดีใจจัง...

ดูทำหน้าเขาสิ อยากยิ้มก็ยิ้มเถอะ

โว้ย ผีเข้าผีออกจริง ขรึมได้ไม่ถึงสองวิกลับมาทะเล้นอีกแล้ว

ตลกชะมัด

ผมกลั้นยิ้มไว้อย่างไม่ยอมแพ้พลางเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

ถ้าหมอมั่นใจในตัวผมก็แล้วแต่หมอแล้วกัน ถ้าผมทำคนไข้ตายขึ้นมาไม่รู้ด้วยนะ

พอได้ยินผมตอบเขาก็หัวเราะร่า

ไม่รู้ว่าระหว่างผมกับคนไข้ ใครจะตายก่อนกันนะ

พอพูดจบก็ฉีกยิ้มที่กว้างอยู่แล้วให้กว้างมากขึ้นไปอีก

เป็นคนที่แผ่พลังบวกออกมาตลอดเวลาจนผมสงสัยว่าคนๆ นี้เคยมีเรื่องวิตกในใจบ้างไหมนะ

...สดใสจังเลยให้ตาย...

จริงสิ ถ้าเช่นนั้นเย็นนี้หลังเลิกซ้อมดนตรีผมจะพาเธอไปโรงหมอเลยแล้วกัน จะได้จำทางเอาไว้ดีไหม

เย็นวันนี้หรือครับ...ก็ดะ...

กรวิก ไม่ไปซ้อมดนตรีรึ

ยังไม่ทันที่ผมจะได้เอ่ยปากตอบนายจ้างคนใหม่ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้นมาอย่างไม่รู้กาลเทศะ

ใช่ ไม่มีมารยาทเอาเสียเลย

ไม่นึกเลยว่าจะได้เห็นชาวต่างชาติที่บ้านครูบุญแบบนี้ เราแปลกใจเสียจริง

เสียงนั้นทุ้มนุ่มและคุ้นหูจนผมไม่ต้องหันไปดูก็รู้ว่าใครพูด ยิ่งได้เห็นหน้าของนายจ้างคนใหม่ที่หุบยิ้มกว้างเป็นกระตุกยิ้มแปลกๆ ยิ่งมั่นใจ

คุณทวดเป็นคนไม่มีมารยาทเอาเสียเลย

ถ้าคนต่างเมืองจะสนใจ คนในก็ควรให้การต้อนรับไม่ใช่เหรอครับ คุณเปรม

ผมได้ยินเสียง ฮึจากคนด้านหลัง

ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าทำหน้าตาแบบไหน

แต่ของบางอย่าง คนในชาติก็น่าจะทำได้ดีกว่าจริงไหมครับ คุณหมอปีเตอร์

อย่างหนึ่งที่ผมได้รู้เพิ่มคือหมอชื่อปีเตอร์

ควรดีใจไหมนะ

คนตรงหน้าผมพ่นลมหายใจแล้วฉีกยิ้มเหนื่อยหน่าย

ไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับคุณเปรม ชาตินิยมสุดโต่ง เมื่อก่อนเป็นอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอย่างนั้น

สองคนนี้คงเคยเจอกันมาก่อน แถมดูจะเป็นการเจอที่ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ด้วยสิ

ไปตีกันมาตั้งแต่ชาติปางไหนล่ะนั่น

คงใช่กระมังครับ แต่คุณเองก็ไม่เปลี่ยนเลยนะครับ เมื่อก่อนชอบแย่งของๆ คนอื่นอย่างไร เดี๋ยวนี้ก็ยังคงเป็นแบบนั้นอยู่ร่ำไป

โอเค ซึ้ง

ตีกันแย่งหญิงมาก่อนแน่นอน

ผมสูดลมหายใจเข้าเรียกความกล้าให้ตัวเองแล้วหันไปเผชิญหน้ากับคนที่อยู่ด้านหลัง แน่นอนว่าไม่ผิดคาดเท่าไหร่

ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลานั้นเหยียดยิ้มดูแคลน แววตาก็แข็งกร้าวผิดปกติวิสัยของเจ้าตัวจนผมไม่รู้จะเริ่มยังไง

กลัวโดนลูกหลงเป็นนะเว้ย

เอ่อ..คุณเปมทัตครับ

เขาละสายตาจากอีกฝ่ายมามองผม แววตานั้นนิ่มนวลลงนิดหน่อย

นิดหน่อยจริงๆ

นี่คุณหมอปีเตอร์ เป็นนายจ้างอีกคนของผมครับ

เขาขมวดคิ้วยุ่งอย่างคนหงุดหงิดใจ

โอย ไม่ตี มอสไม่ชอบตี อย่าตีมอส

คือ...ผมก็ควรหางานทำระหว่างที่ยังไม่มีงานเล่นดนตรีไงครับ มั่นเองก็ทำก่อสร้าง ผมเองก็ควรจะหางานเอาไว้บ้าง

เสียงของผมเบาลงเรื่อยๆ ราวกับเด็กที่กำลังสารภาพผิดกับผู้ใหญ่

ราวกับคนที่ต้องมานั่งอธิบายคนรักว่าที่เธอเห็นไม่ใช่ชู้ของฉันนะ

หนักแล้วมอส หนักแล้ว

ผมเผลอหลบตาอีกฝ่ายอัตโนมัติ อย่างที่บอกไปว่าผมไม่ใช่สายตี หลบได้ก็หลบไว้ก่อน

หลังจากผมพูดจบ ทุกอย่างก็ตกอยู่ในภวังค์ความเงียบก่อนจะมีเสียงถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายดังมาจากคนตรงหน้า

มันฟังดูหนักใจจนผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง

นัยน์ตาสีดำสนิทนั้นสบกับผมราวกับจะบอกความนัยน์บางอย่าง

เราเข้าใจ

มือของเขายกขึ้นลูบหัวผมเพียงหนึ่งครั้ง

แผ่วเบาและอ่อนโยน

ดูแลตัวเองด้วยนะ

โอ้โห เอาหัวใจไปเลย ปาให้ไปเลย

ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำหน้าแบบไหนออกไป สิ่งเดียวที่รับรู้ได้คือหัวใจที่เต้นรัวอยู่ในอก

เขิน โคตรพ่อโคตรแม่เขินเลยครับ แต่ก็อย่างว่าล่ะ ช่วงเวลาแบบนี้มักมีมารผจญ...

ไม่ต้องห่วงครับคุณเปรม เดี๋ยวผมดูแลให้

แล้วบรรยากาศที่เริ่มจะดีขึ้นก็กลับไปติดลบอีกครั้ง

ไอ้หมอเวร

 





หมอไม่ชอบคุณเปมทัตเหรอ

คนที่เดินนำหน้าหันมามองผมแล้วหัวเราะฮึในคอ

เอาจริงๆ ก็ไม่น่าถามเนอะ

หลังจากที่เกิดการปะทะฝีปากย่อมๆ ขึ้นที่บ้านครูบุญทำให้ผมจึงต้องขอปลีกตัวออกมากับนายจ้างคนใหม่ก่อนเวลาปกติเพราะกลัวว่าจะเกิดการวิวาทขึ้น คุณเปมทัต หรือ คุณเปรมดูไม่ค่อยพอใจกับการแก้ปัญหาของผมเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

เอาเข้าจริงผมก็แอบชอบสถานการณ์แบบนี้อยู่หน่อยๆ เพราะมันทำให้ผมรู้สึกหล่อมาก

ความรู้สึกของพี่เคนสมัยแสดงสวรรค์เบี่ยงมันเป็นแบบนี้นี่เอง

ท่าทีกระฟัดกระเฟียดของคนที่เดินนำหน้ามันดูขัดหูขัดตาเหมือนจงใจให้ผมเห็นแล้วพูดอะไรสักอย่าง

แต่เสียใจด้วย มอสเป็นคนขี้เกียจ

ผมไม่ใส่ใจกับท่าทีไม่สบอารมณ์ของเขาแล้วเลือกจะเดินตามไปอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวเหมือนอย่างที่ทำมาตลอดสิบนาที อีกฝ่ายเองก็ดูเหมือนอยากจะให้ผมถามแต่ก็ไม่ยอมเปิดประเด็นสักที

ไอ้ท่าทีเหลือบมามองแล้วหันหน้ากลับไปเพราะรู้ว่าถูกมองอยู่นั่นโคตรขัดตาเลย พับผ่าสิ

เอาเถอะ สนองเขาหน่อยแล้วกัน

จะไม่บอกอะไรลูกจ้างใหม่หน่อยเหรอหมอ

เขาหันเสี้ยวหน้ามาแค่แว่บเดียวแล้วส่งเสียง ฮึ

แหน่ะ ยังจะเล่นตัวอีก

อยากจะรู้อะไรล่ะ

แหม ทำมาเป็นถาม ในใจนั่นอยากเล่าจะแย่แล้วมั้ง

ก็หมออยากให้ผมรู้อะไรล่ะ

เขาหยุดเดินแทบจะทันทีที่สิ้นเสียงของผมแล้วหันกลับมาทั้งตัว

เออ เลิกเล่นตัวสักที

ผมไม่ชอบเปรม ไม่ชอบตั้งแต่สมัยเจอหน้ากันที่อังกฤษแล้ว

น้ำเสียงของเขาดูอัดอั้นเหมือนคนอยากนินทาแต่ต้องรักษาภาพลักษณ์

น่าเห็นใจๆ

เขาไปทำอะไรให้หมอล่ะ

จมูกสันโด่งพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

หลายอย่าง ทะเลาะกันตั้งแต่ตอนเรียนแล้ว

เขาเหลือบมองผมแว่บหนึ่งแล้วรีบหลบตา

อะไรล่ะนั่น

สิ่งที่เธอควรรู้คือเปรมไม่เหมือนผู้ชายทั่วไปในสยาม ระวังไว้ก็ดี

อ๋อ แสดงว่าหมอรู้ว่าคุณเปมทัตเป็นเกย์สินะ

ไม่เหมือนยังไงล่ะหมอ ผมก็เห็นเขาปกติดี

แกล้งซื่อไปครับ ตีเนียนไป

นัยน์ตาสีฟ้าเข้มคู่นั้นฉายแววบางอย่าง

เขาไม่เหมือนใคร...

เขาทอดเสียงเหมือนกำลังครุ่นคิด

แต่เขาเหมือนผม

นัยน์ตาคู่นั้นจ้องผมนิ่งก่อนที่ริมฝีปากได้รูปจะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมา

เพราะเหมือนกันก็เลยทะเลาะกันได้อย่างปลอดภัยกระมัง

ชัดเลย ไอ้หมอเป็นเกย์

นี่สิน้าที่เขาว่ากันว่าคนเราจะดึงดูดคนคล้ายๆ กันเข้ามาในชีวิต

ผมแสร้งทำหน้าโง่ใส่เขาอย่างคนซื่อ

หมอพูดอะไร ไม่เห็นจะเข้าใจเลย

แกล้งขมวดคิ้วใส่หนึ่งทีให้ดูงงเพื่อความสมจริงไปด้วย

คงเพราะท่าทางโง่ๆ ของผมจึงทำให้อีกคนดูผ่อนคลายขึ้นเล็กน้อย ผมว่าจริงๆ แล้วเขาก็คงมีความกังวลอยู่ลึกๆ เพราะอย่างไรเสียเกย์ก็ไม่ใช่สิ่งที่ยอมรับกันได้โดยทั่วไปสักหน่อย

แกล้งโง่กันวันละนิดละหน่อยเพื่อรักษาความสบายใจต่อกันแบบนี้ล่ะดีแล้ว

เขาฉีกยิ้มกว้างอย่างสบายใจ

 “เอ้าๆ เลิกพูดแล้วเดินตามมาได้แล้ว จะถึงอยู่แล้วเนี่ย

แล้วเขาก็เริ่มออกเดินอีกครั้งราวกับเมื่อครู่ไม่มีบทสนทนาใดๆ เกิดขึ้น

เป็นคนแปลกๆ จริงด้วยสิ

ยังไม่ทันที่ผมจะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้นเขาก็หยุดเดินอีกครั้ง

อะไรอีกล่ะคราวนี้

หยุดทำไมล่ะหมอ

เขาหันหลังกลับมาเผชิญหน้ากับผมแล้วผายมือไปทางด้านซ้ายของตัวเอง

นี่ถ้าทำเสียง ท้าด่า!’ เข้าไปด้วยจะดูเข้าท่ามากๆ

คงเพราะพอจะเดาออกว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร ผมจึงหันไปมองตามทิศทางที่เขาผายมือไปแล้วพบว่าสิ่งก่อสร้างสองชั้นที่สร้างจากไม้และให้อารมณ์เหมือนห้องแถว

นี่คือที่ๆ เรียกว่าโรงหมอจริงสิ ช่างแตกต่างกับโรงหมอที่ผมไปวันแรกลิบลับ

 “ทำไมเล็กจังล่ะหมอ ไม่ค่อยมีคนไข้เหรอ

ปากมันไวครับ ไม่รู้ทำไมพออยู่กับคนๆ นี้แล้วรู้สึกสบายใจ สบายปากทุกที

โธ่ อย่าดูถูกกันสิ เห็นแบบนี้รายได้ก็ดีทีเดียวนะ

เขาบ่นงึมงำพลางคว้านหอบางอย่างในกระเป๋า

อ๋อ กุญแจ

ท่าทางเดินไปเปิดประตูพลาง ปาดเหงื่อไปพลางนั้นช่างน่าเห็นใจ

ผมเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าผิวขาวจัดของเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงจากการอยู่กลางแดดนานๆ ใบหน้าคมสันนั้นก็เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อจนหมดสภาพ

เอ็นดู

เขาเปิดประตูด้วยความว่องไวแล้วกวักมือเรียกผมเข้าไป

ภายในคลินิกนั้นดูดีกว่าข้างนอกอยู่มาก บ้านทั้งหลังทำจากไม้ มีการตกแต่งที่เรียบง่ายแต่สะอาดตา ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ครบครัน มีการแยกสัดส่วนระหว่างห้องตรวจกับบริเวณนั่งรออย่างชัดเจน

ก็ไม่แย่นี่นา

ขอต้อนรับสู่โรงหมอปีเตอร์

เขาว่าพลางผายมือไปรอบห้องอย่างภูมิใจ...เป็นใบหน้าเปื้อนเหงื่อที่โคตรภูมิใจ ผมเดาว่าเขาคงพยายามก่อร่างสร้างมันมาด้วยมือของตัวเอง กว่าจะเป็นอย่างทุกวันนี้ก็คงผ่านมาอะไรมามาก ไม่งั้นก็คงไม่ภูมิใจขนาดนี้

เป็นพวกคนมุมานะสินะ

แต่มันก็ยังมีบางอย่างที่ขัดตา

หมอมีผ้าเช็ดหน้าไหม

เขาขมวดคิ้วกับคำถามจนผมต้องย้ำ

หมอมีผ้าเช็ดหน้าไหม

เขาหันซ้ายหันขวาก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

ใช้ชีวิตอยู่ยังไงให้ไม่มีผ้าเช็ดหน้าล่ะนั่น

เพราะทนรำคาญตาไม่ไหว ผมจึงต้องสอดมือล้วงเอาผ้าเช็ดหน้าของตัวเองขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกง

ผมเองก็เพิ่งรู้ว่ากรวิกชอบพกผ้าเช็ดหน้าตอนที่รื้อตู้เสื้อผ้าเมื่อคืนก่อนนี้เอง

ผ้าผืนเล็กกะทัดรัดถูกส่งให้อีกฝ่าย เขาเหลือบมองผมสลับกับผ้าเช็ดหน้าในมือด้วยสีหน้างุนงง

รับไปสิหมอ เหงื่อเต็มหน้าเลย หยดลงบนพื้นแล้วนั่น

คราวนี้เขาเบิกตากว้างขึ้นแล้วทำปากเหมือนจะพูดว่า อ๋อแต่ก็ไม่มีเสียงออกมา ฝ่ามือใหญ่เอื้อมมือมารับผ้าเช็ดหน้าไปซับเหงื่อแต่โดยดีพลางอมยิ้ม

ยิ้มอะไรน่ะหมอ

พอได้ยินผมทักเขาก็ยิ้มกว้างขึ้นไปอีก

เป็นพวกยิ่งพูดยิ่งยุหรือไงนะ

ดีใจน่ะ

เขาเหลือบมองผมผ่านช่องว่างของมือระหว่างซับหน้า

นานๆ ทีจะมีคนใส่ใจผมแบบนี้

หมอไม่มีครอบครัวอยู่ที่นี่เหรอ

มือคู่ใหญ่ยังคงซับหน้าต่อไป

อืม มาคนเดียวน่ะ

โอ้โห คนจริง 2460 อีกแล้ว

แล้วทำไมถึงมาล่ะหมอ อยู่อังกฤษไม่ดีเหรอ

เห็นบอกว่าเจอคุณเปรมที่อังกฤษ ก็เดาไปเลยว่าเป็นคนอังกฤษ มั่วๆ แบบนี้แหละ

เขาหัวเราะเบาๆ

เป็นเสียงหัวเราะที่แปลกพิกล

ทำไมกันนะ

อยากเริ่มต้นใหม่กับชีวิตน่ะ ก็เลยต้องหาที่ๆ ไม่มีใครรู้จักเรา

อย่าบอกนะว่า...

นี่หมอคงไม่ได้ไปทะเลาะกับคุณเปรมแล้วถูกนินทาใช่ไหม

เขาแค่นเสียง ฮึออกมาแล้วไม่พูดตอบอีกเลย

ชัดเจน พวกเอ็งไปตีกันเรื่องผู้ชายแล้วโดนปาหินใส่มาแน่ๆ

เอาเถอะ ถ้าเขาไม่อยากจะพูดเราก็จะไม่เค้....

ใช่ ผมทะเลาะกับเขาเรื่องมันเลยยิ่งวุ่นวาย แต่ต้นเหตุก็ไม่ใช่เขาไปเสียทั้งหมดหรอก

เอ้า บทอยากจะเล่าก็เล่าเฉยเลย

แต่ยังไงหมอก็ไม่ชอบคุณเปรมอยู่ดีใช่ไหมล่ะ

เขายักไหล่แล้วเก็บผ้าเช็ดหน้าของผมลงกระเป๋าเสื้อตัวเอง

เดี๋ยวๆ นั่นผ้าเช็ดหน้ากู

อะไร ไม่ขโมยหรอกน่า แค่จะเอาไปซักให้ ดูทำหน้าเข้าสิ

นี่ผมทำหน้าแบบไหนออกไปกันนะ แต่เอาเถอะ ถ้ามันจะทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นได้สักนิดก็ดี

เขายิ้มให้ผม ไม่ใช่ยิ้มอบอุ่นหรือร่าเริงเหมือนอย่างเคย

มันเป็นแค่ยิ้มบางๆ ที่ดูจริงใจ

ขอบคุณนะ

ดีแล้ว

รอยยิ้มแบบนี้แหละดีแล้ว

 







นี่ กลับบ้านเย็นขนาดนี้จะดีเหรอ

เสียงร้องทักที่ดังขึ้นทำให้ผมต้องเงยหน้าจากกองข้าวของระเกะระกะแล้วหันมองรอบๆ ตัว

มืดขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

ผมก้มมองกองเครื่องใช้ที่สุมกันอย่างไร้ระเบียบตรงหน้าแล้วถอนหายใจ ไม่รู้ว่าคนๆ นี้ใช้ชีวิตรอดด้วยคนเดียวมาได้ยังไงตั้งหลายปี ทั้งๆ ที่ความสามารถในการจัดการข้าวของติดลบอย่างหนัก จัดของใช้ให้เป็นระเบียบไม่ได้ไม่พอ พวกแฟ้มประวัติคนไข้รวมไปถึงอุปกรณ์การแพทย์ก็พลอยปนกันยุ่งเหยิงไปด้วย

ไม่รู้ว่าจับฉลากใบไหนมาเป็นหมอ มอสล่ะเหนื่อย

ที่ทำค้างไว้ก็เอาไว้ทำพรุ่งนี้ก็ได้ วันนี้พอก่อนเถอะ

ผมแค่นเสียงฮึในคอ

อะไร ทำเสียงอย่างนั้นหมายความว่าอย่างไร

น้ำเสียงยียวนที่มาพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนไม่รู้ตัวนั้นมันน่าหมั่นไส้จริงๆ

น่าหมั่นไส้จนอดตอกกลับไม่ได้

ก็ส่งเสียงเห็นใจตัวเองน่ะครับ ไม่คิดเลยว่าจะเจอคนทำงานบ้านได้แย่กว่าผมอยู่ด้วย

นัยน์ตาสีฟ้าเบิกกว้างเพียงเสี้ยววิก่อนจะหลับลงพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ระเบิดออกมา

อารมณ์ดีจริ๊ง

 แต่เพราะท่าทางร่าเริงไม่สนโลกของเขานั่นล่ะผมถึงรู้สึกผ่อนคลายอย่างที่ไม่ได้รู้สึกมาตลอดหลายวัน

ไม่สิ ต้องบอกว่าไม่ได้รู้สึกแบบนี้อีกเลยตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา

ความจริงที่ผุดกลับเข้ามาในสมองทำให้ผมค่อยๆ หุบยิ้มลงแล้วจมจ่อมอยู่กับความคิดของตัวเอง

ผมควรทำยังไงกับตัวเองดีนะ

ตัวผมในตอนนี้ ยังอยากกลับไปอยู่รึเปล่า

...ไม่รู้...

....ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน....

เป็นอะไร

น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่ส่งมาทำให้ผมต้องรีบยกยิ้มกลบเกลื่อนแล้วแสร้งสาละวนอยู่กับงานตรงหน้าต่อ

ไม่มีอะไรครับ แค่คิดอะไรเพลินไปหน่อย

พอพูดจบผมก็ก้มหน้าทำงานต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมกำลังแสดงท่าทางให้เขารู้ว่าสิ่งที่ทำให้ผมเหม่อเมื่อครู่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ที่น่าใส่ใจ คงจะเป็นโชคช่วยที่ผมรับรู้ได้ทั้งๆ ที่ไม่เงยหน้าว่าเขาเงียบไปและไม่เซ้าซี้อะไรต่อ จากนั้นไม่นานก็หมุนตัวเดินกลับไปข้างใน

พอไม่มีอีกคนอยู่ใกล้ๆ ผมก็เลิกทำท่าทางขยันขันแข็ง

จะขยันไปทำไมกันนะ

ถ้าได้กลับไป ทุกอย่างที่ทำอยู่ก็คงไม่มีความหมายอะไร

แต่ถ้าไม่ได้กลับไปล่ะ?

ผมไม่รู้ว่าตัวเองนั่งเหม่ออยู่นานแค่ไหน แต่อย่างน้อยมันก็คงนานพอที่จะทำให้อีกคนเดินกลับออกมาพร้อมกับอาหารสองจานได้สบายๆ

ขอตำแหน่งนักเหม่อแห่งปีหน่อยครับ

ผมขมวดคิ้วมองคนที่เดินถืออาหารเข้ามาอย่างไม่เข้าใจ

ดูทำหน้าเข้าสิ นี่เจ้านายอุตส่าห์เข้าครัวทำอาหารให้กินเลย

อึ้งนิดหน่อย แต่ไม่เข้าใจมากๆ

เขาฉีกยิ้มกว้างตามปกติแล้วยื่นจานนึงมาให้ผม

สิ่งที่อยู่ตรงหน้าผมมีกลิ่นหอมฉุยของซอสมะเขือเทศ ไอร้อนๆ ที่พวยพุ่งขึ้นมาทำให้รับรู้ได้ถึงความสดใหม่ อาหารจานน้อยที่มีซอสสีแดงราดลงบนเส้นแป้งเหนียวนุ่มสีขาว

สปาเก็ตตี้ชัดๆ เลย

รับไปสิ ร้อนนะ

น้ำเสียงเร่งเร้าทำให้ผมต้องเอื้อมมือไปรับอย่างเสียไม่ได้ ส่วนตัวผมไม่ชอบซอสมะเขือเทศพอๆ กับไม่ชอบเส้นสปาเก็ตตี้เพราะรู้สึกว่ามันหนักกระเพาะเกินไป ยังไงคนที่เติบโตมาในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีนอย่างผมก็คุ้นเคยกับเส้นหมี่เหลืองมากกว่า

พูดแล้วก็คิดถึงผัดซีอิ๊วของอาม่าจัง

เดี๋ยวหมอ! เอาจริงเหรอ?

คนถูกเรียกเลิกคิ้วเหมือนจะถามว่า ทำไม

การนั่งกินข้าวกับพื้นมันก็ปกติอยู่หรอกถ้าไม่ติดว่าเขาเป็นเจ้านาย ส่วนผมเป็นลูกจ้างน่ะนะ

หมอนั่งกินกับผมแบบนี้จะดีเหรอ

เขาขมวดคิ้ว

มีอะไรที่ไม่ดีล่ะ

ก็หมอเป็นเจ้านาย ส่วนผม...

โอ๊ย ผมไม่ถือหรอก ผมไม่ใช่ขุนนางอะไรสักหน่อย

มือใหญ่คว้าส้อมแล้วม้วนเส้นสปาเก็ตตี้ในจานก่อนจะยกทั้งก้อนขึ้นมาโบกไปมาเหมือนจะบอกว่า ไม่เป็นไรหรอกน้า

ไอ้หมอนี่ แม่ไม่เคยสอนรึไงว่าอย่าเล่นของกิน

หมอ อย่าเล่นของกินสิ

มันอดไม่ได้จริงๆ มอสพยายามแล้ว

เขาหันมามองหน้าผมแล้วยกยิ้มมุมปาก

เป็นแม่รึไง

เอากับมันสิ

ผมเป็นผู้ชายครับ เป็นแม่ใครไม่ได้ด้วย แต่ก็ไม่เคยเอาสปาเก็ตตี้มาเล่นแบบนี้ เดี๋ยวซอสมันเลอะเสื้อจะทำยังไงล่ะ มันซักยากนะรู้ไหม

อีกฝ่ายชะงักแล้วมองหน้าผมนิ่ง นัยน์ตาคู่สวยฉายแววบางอย่างที่ผมไม่เคยเห็น

หรือจะโกรธ?

อะไรล่ะหมอ โกรธเหรอ

เขาไม่ตอบอะไรออกมาสักคำ

ไม่ตอบ...ไม่ละสายตา

ทำไมกันล่ะ

นี่หมอโกรธจริงๆ ใช่ไหม

เขาค่อยๆ ลดส้อมในมือลงไปไว้ในจานตามเดิม ลิ้นของเขาดันกระพุ้งแก้มอย่างคนใช้ความคิด

กร

การเรียกชื่อนั้นช่างแผ่วเบา

เธอทำงานให้เปรมมานานแค่ไหนแล้ว

ฮะ? อะไรของเขาอีกล่ะเนี่ย

ก็...ยังไม่เคยได้ทำงานด้วยกันเลยครับ เขาแค่มาทาบทามไว้

อ๋อ...

เขาเหลือบตามองผมเล็กน้อยแล้วหลบไป

หงุดหงิดโว้ย

หมอมีอะไรอยากจะพูดก็พูดสิ จะอมพะนำไว้ทำไมกัน

ไอ้ท่าทางเหมือนคนกำลังชั่งใจแบบนี้มันโคตรน่าหงุดหงิดเลย ให้ตายเถอะ

ฝ่ามือใหญ่วางจานลงบนพื้นก่อนจะเอามากุมกันไว้ นัยน์ตาสีฟ้าสบเข้ากับนัยน์ตาของผมเขม็ง

มีบางอย่างในใจร้องบอกผมว่า ซวยแล้ว

ผมก็แค่อยากรู้...

เขาค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นทีละนิด

ว่าชาวบ้านธรรมดาอย่างเธอรู้จักสปาเก็ตตี้ได้ยังไง

....

ฮะ ฮะ ฮะ หมอก็เข้าใจถามเนอะ

....

ยิ้มแห้งสิครับ










**********************************************************************************************************

[เกร็ดความรู้]

 หลายคนอาจจะสงสัยว่าคุณเปรมของเราเขาต้องร่ำรวยแค่ไหนถึงจะสามารถไปศึกษาที่ต่างประเทศแล้วไปเจอกับคุณหมอปีเตอร์ได้ วันนี้ปิงปองเลยเอาเกร็ดความรู้เล็กๆ น้อย ๆ มาฝากค่ะ


"เรามักจะเข้าใจว่านักเรียนไทยเริ่มไปเรียนเมืองนอกกันในตอนปลายรัชกาลที่ ๕ เห็นได้จากพระเจ้าลูกยาเธอหลายพระองค์ที่เสด็จไปศึกษาต่อในยุโรปในยุคนั้น แต่ในความเป็นจริง ยุคนักเรียนไทยไปเรียนเมืองนอก ถอยหลังย้อนกลับไปเก่ากว่านั้นมาก คือตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๔ 

คนไทยจำนวนน้อยนิดในรัชกาลที่ 3 และ 4 ที่รู้ภาษาตะวันตกเหล่านี้ เป็นผู้วางรากฐานความสำคัญของภาษาและวิทยาการตะวันตกให้เพิ่มพูนขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 จนกลายเป็นความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่ขุนนางข้าราชการในสมัยรัชกาลที่ 6 ที่จะส่งบุตรหลานของตนไปศึกษาต่อ ณ ทวีปยุโรป"

อ้างอิง: นักเรียนนอกยุคแรก 






















B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 230 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1150 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 11:12
    โป๊ะะะะ
    #1,150
    0
  2. #1090 Earn0624 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 01:19
    อย่าจับผิดน้องงง น้องไม่เนียนน
    #1,090
    0
  3. #1039 MS.ALIEN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:21
    หมอให้ฟีลทีนเบา ๆ มีความคล้าย 555555
    #1,039
    0
  4. #974 pukiest (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 01:44
    ต้องมีการนองน้ำตาแน่นอน
    #974
    0
  5. #892 อิ่มอืดอ่อก (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 01:53

    หมอปีเตอร์นี่จะใช่ทีนในชาติปัจจุบันรึเปล่า ฟีลน่ารักโลกสดใสแบบเนนน้

    #892
    0
  6. #890 FernNAlls (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 21:07
    แห้งจนจะกรอบแล้ว มอสสสสส แกจะปล่อยไก่ไปอีกนานแค่หนายยยยยย
    #890
    0
  7. #849 Mune (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 01:30
    ฮาาาาาา เป็นคนจากโลกปัจจุบันก็ลำบากแบบนี้นี่เอง 5555555555 เวลาอยู่กับหมอมอสดูเป็นตัวของตัวเองมากเลย แต่เราทีมคุณเปรมนะคะ งุงิ -w-
    #849
    0
  8. #803 maielf13 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 22:22
    เอาแล้วน้องมอสเอ้ย5555555
    #803
    0
  9. #700 love bb lava (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 22:15
    มอศสบายใจเวลาอยู่กับหมอ แต่เวลาอยู่กับคุณเปรมมอสอบอุ่นหัวใจใช่มะ
    #700
    0
  10. #646 Chopoom94 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 23:03
    น้องมอสจ้ะ พี่เอาเพลงมาฝาก มีงานเข้า มีงานเข้า มีงานเข้า~~ งานบิ๊กด้วย น้องเอ้ย
    #646
    0
  11. #565 `peach (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 20:09
    เอาแล้วไงมอส 555555 แต่หมอก็น่ารักอ่ะ ทีมไหนดีๆๆๆ
    #565
    0
  12. #530 xxnhhzt68 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 00:31
    ซวยแร้ววง
    #530
    0
  13. วันที่ 9 มกราคม 2561 / 16:34
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #504
    0
  14. #398 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 15:19
    สนุกอ่าาาาาาาาาาาาา มอสเธอปล่อยไก่ไปตัวเบ้อเริ่มเลยนะ
    #398
    0
  15. #392 mykray (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 14:40
    ความมอสนี่น่ารักจริงๆ คนเขียนสอดแทรกอะไรที่เป็นเกร็ดความรู้มาด้วยมันดีจริงๆ
    #392
    0
  16. #340 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 20:44
    คนเขียนทำการบ้านมาดีมากเลย เรานับถือจากใจเลยอ่าาาา ชอบมาก บรรยายลื่น อ่านไม่สะดุดเลยยยยย
    #340
    0
  17. #324 huskyhund (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 03:14
    แง อยากเก็บน้องมอสไว้เองแล้วให้คุณเปมทัตกับหมอปีเตอร์ไปได้กันเองแร้วค่ะ 5555555 
    #324
    0
  18. #294 เเม่หญิงกมล (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 16:31
    ทั้งหมอปีเตอร์เเละคุณเปรมทัต ดีงามทั้งนั้นเลย นุ้งมอสจะเลือกใครกัน555555
    #294
    0
  19. #273 毋固毋我 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 09:29
    คุณหมออย่าขี้สงสัยซี้😂😅
    #273
    0
  20. #143 0954913902 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 22:06
    โอ๊ย....เราฮาอ่ะ 5555 นี่บอกเลย ฮาตั้งแต่อ่านบทแรกล่ะ ชอบแต่-ยิ้มแห้งนี่ล่ะ 55555
    #143
    0
  21. #44 วิ้ปปิ้งครีม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:55
    โถ่หมอ อย่าถามเลย เหงื่อตกแทนกร
    #44
    0
  22. #43 Flint (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 20:05
    เอาคุณเปรมทัตไปนะกรวิก ส่งคุณหมอมาให้ชุ้น ฮี่ฮี่
    #43
    0
  23. #41 วิ้ปปิ้งครีม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 23:05
    หมอน่ารัก รอpartคุณหมอต่ออออ
    #41
    0
  24. #40 ningthanaporn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2560 / 10:22
    หมอนี่ดูเป็นพวกใจดียิ้มเก่ง แต่ตีเก่งมากกกกก
    #40
    0
  25. #38 Je..Je..Jeen (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2560 / 21:57
    ฮิ้ววว หมอ~~~
    #38
    0