แว่วเสียงการเวก [Yaoi] [จบแล้ว]

ตอนที่ 12 : ตอบรับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,874
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 265 ครั้ง
    14 พ.ย. 60











ผมฝันประหลาด หรือถ้าจะพูดให้ถูกมันเป็นคืนแรกที่ผมฝัน

ผมได้ยินเสียงร้องไห้ของแม่ เสียงทุ้มต่ำของพ่อ เสียงโหวกเหวกของไอ้ไม้ และความอบอุ่นที่มือขวา

ความอบอุ่นจากฝ่ามือที่คุ้นเคย สมองพลันทบทวนถึงความทรงจำที่ถูกฝังลึกไว้

มือของผมเคยถูกใครบางคนกุมเอาไว้แบบนี้ อบอุ่นแบบนี้ไม่มีผิด

...ใครกันนะ...

...ความอบอุ่นแบบนี้เป็นของใครกันนะ...

เป็นเพียงแว่บเดียวที่วิ่งผ่านเข้ามาในหัว ผ่านมาก็ผ่านไป

แล้วผมก็ตื่น หลังจากนั้นไม่นานก็ลืมทุกสิ่งที่สัมผัสได้ไปจนหมดสิ้น สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือความอบอุ่นที่มือขวา

มันแจ่มชัด อบอุ่นอยู่ตลอดราวกับจะบอกว่าคนๆ นั้นจะไม่หายไปไหน แม้จะไม่รู้ว่ามันเป็นความอบอุ่นของใครแต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้ผมมีความสุข

...ดีจัง...

ผมนั่งมองฝ่ามือตัวเองอยู่อย่างนั้นจนเสียงก๊องแก๊งในครัวเริ่มดังขึ้น ทุกอย่างเลยเริ่มดำเนินไปตามปกติที่ควรจะเป็น

ผมตื่นมาด้วยอาการสดชื่นเหมือนคนไม่ได้ดื่มแอลกอฮอล์ ต้องยอมรับครับว่ายาดองมันไม่เหมือนแอลกอฮอล์ปกติ จิบนิดจิบหน่อยผมก็ยอมแพ้ เลยกลายเป็นว่าผมไปนั่งกินกับแกล้มแล้วมองไอ้มั่นดื่มแทน หลังจากบิดขี้เกียจบนเตียงจนพอใจก็ลุกไปอาบน้ำ จากนั้นไอ้มั่นก็มารับที่หน้าบ้าน ท่าทางมันดูแฮงค์น่าดู แต่ก็ยังอุตส่าห์มารับผมอยู่ดี พวกเรากินอะไรเบาๆ ที่ร้านกาแฟเจ้าประจำ นั่งเรือเจ้าเดิมกับเมื่อวานไปบ้านครูบุญ ซ้อมดนตรีแล้วก็กลับบ้าน ดูแล้วก็ปกติ

ปกติที่ไหนกัน

น้าผ่องวันนี้คุณเขาไม่มาหรือจ๊ะ

คงเพราะห้ามความอยากรู้อยากเห็นของตัวเองไม่ได้ ตอนเดินกลับลงมาจากบนเรือนแล้วเห็นน้าผ่องก้มๆ เงยๆ อยู่ใต้ถุนเลยเผลอหลุดปากถามออกไป

ผมก็ไม่ใช่ไอ้ไก่อ่อนที่จะโง่ถึงขั้นไม่รู้จักความรู้สึกของตัวเองหรืออะไรทำนองนั้นหรอก แต่ชอบไปแล้วยังไงต่อล่ะ เขาชอบกรวิก มอสชอบเขา แต่เขาไม่ได้ชอบมอส

ผม...ไม่ใช่กรวิกเสียหน่อย

ปรกติคุณเขาจะมาซ้อมวันหยุดงานน่ะ วันนี้วันทำงานเขาก็ต้องไปทำงานสิ เขาเป็นข้าราชการนะเอ็ง

เออ ลืมไปเลย

แล้วทำไมถึงได้บอกผมว่าจะมาเอาคำตอบพรุ่งนี้กันล่ะ...

...คนขี้โกหก....

แล้วมั่นไปไหนเสียล่ะ

ผมหันไปมองคนถามถึงได้รู้ว่าน้าผ่องก็คงถามไปอย่างนั้น เพราะท่าทางยังคงง่วนอยู่กับอะไรสักอย่างและไม่คิดจะเงยหน้ามองผมสักนิด

กลับไปตั้งแต่บ่ายแล้วน้า เห็นว่าวันนี้บ้านมันมีคนมาจ้างงานก่อสร้างโบสถ์คริสต์ มันก็เลยกลับไปช่วยที่บ้านน่ะจ้ะ

อ๋อ แล้วเอ็งไม่ไปช่วยเจ๊กเลิศบ้างเหรอ

ผมก้มหน้าหลบตา

แล้วผมจะหลบตาทำไมล่ะนั่น น้าผ่องแกก็ไม่ได้มายืนมองอยู่สักหน่อย

ปกติก็ช่วยพี่สาวที่บ้านน่ะน้า

ดูเหมือนคนฟังก็ไม่ได้ตั้งใจจะฟังผมพูดเลยสักนิด พอผมตอบไปก็ไม่ได้มีท่าทีว่าอยากจะสนทนาต่อสักเท่าไหร่

ผมถอนหายใจเบาๆ

อยู่ไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร

กลับก่อนนะครับน้า

ผมบอกแล้วยกมือไหว้แม้ว่าเธอจะไม่เห็นก็ตาม

ผมเกือบจะเดินพ้นบริเวณบ้านไปอยู่แล้ว ถ้าไม่บังเอิญเหลือบไปเห็นต้นไม้ที่กำลังออกดอกสะพรั่งส่งกลิ่นหอมไปทั้งสวน

ดอกการเวก

คงเพราะวันนี้ผมกลับเย็นไปหน่อย กลิ่นของมันเลยหอมแรงกว่าปกติ ผมก็แค่เอะใจเพราะกลิ่นของมันเท่านั้นล่ะ

...เท่านั้นจริงๆ....

น้าผ่อง

เสียงตะโกนเรียกของผมทำให้เธอต้องหันมามอง แม้จะอยู่ไกลจนมองไม่เห็นหน้าแต่ผมเดาได้เลยว่าเธอกำลังขมวดคิ้วยุ่งแน่นอน

ก็ไปขัดเขานี่นะ แต่อย่างไรเสียผมก็มีบางอย่างที่อยากขออยู่ดี

ขอเก็บดอกการเวกสักดอกสองดอกได้ไหมจ๊ะ

แล้วผมลดเสียงมาพึมพำกับตัวเอง

มันหอมเหลือเกิน

คงเพราะผมเหม่อมองต้นการเวกมากไปหน่อยจึงไม่ค่อยได้ยินเสียงที่ตะโกนตอบกลับมา

อะไรนะน้า

เอาไปเลย อย่าเก็บให้หมดต้นแล้วกัน

ผมหัวเราะร่วนกับคำแซ็วของน้าผ่องแล้วค่อยๆ เดินเข้าไป

เราแค่ลงไปหาน้าผ่องที่ใต้ถุนมา เห็นดอกการเวกมันหล่นอยู่ใต้ต้นเลยเก็บมาฝาก

เอามาให้ผมทำไมเหรอครับ

ผมรู้จักเขา

ผมรู้จักเขาก่อนที่เราจะเจอกันเสียอีก

 ก็เธอชื่อกรวิกอย่างไรเล่า

จะไม่รับไว้จริงรึ

เขาเป็นคนเอาแน่เอานอนไม่ได้ที่รักแม่มาก ชัดเจนต่อความรู้สึกของตัวเองเสมอ ซ้ำยังเป็นคนปากหวาน

 ไม่ล่ะครับ ขอบคุณ

ครั้งนั้นผมเป็นคนปฏิเสธไป แต่ผมไม่รู้ว่าถ้าคราวนี้ผมเป็นคนเอาไปให้

เขาจะรับไว้ไหมนะ

ดอกไม้สีเหลืองนวลในมือของผมส่งกลิ่นหอมฟุ้ง

หอมหวานเหมือนคำหวานของอีกคนไม่มีผิด

เฮ้อ หนักแล้วเรา

 





แสงแดดยามเย็นอ่อนแรงกว่าช่วงบ่ายอยู่มาก เพราะแบบนั้นผมเลยเอาแต่เดินทอดน่องเรื่อยเปื่อยไร้ความเร่งรีบ ผู้คนบนท้องถนนลูกรังบางตาลงกว่าช่วงบ่ายของเมื่อวาน

แดดแรงน้อยกว่า ผู้คนน้อยกว่า

...เหงากว่า...

บ้าจริง อาการหนักเข้าไปทุกที

ผมหยุดเดินบนกลางสะพานแล้วทอดสายตามองลงไปด้านล่าง เรือหลายลำสัญจรไปมาขวักไขว่ ท่าน้ำก็เริ่มมีคนมาอาบน้ำยามเย็น

เมื่อวานตรงหัวสะพานเขาบีบจมูกผม

เมื่อวานตรงหัวสะพานเขาห่างผมไป

จะคว้ากลับมาได้ไหมนะ

ไอ้เหี้ยเอ๊ย ความรู้สึกเหมือนเด็กสาววัยแรกรุ่นที่แอบชอบรุ่นพี่ห้องข้างๆ แบบนี้นี่มันอะไรกัน โตเป็นควายแล้วนะมอสเอ๊ย อยู่มาได้ชั่วนาตาปียังไม่เห็นจะมีใครเข้ามาในชีวิต พอจะแอบชอบใครสักคนเงื่อนไขก็ดันเยอะแยะไปหมด

...ถ้าวันนี้ผมชอบเขา แล้วมันจะยังไงต่อล่ะ จะได้อยู่ด้วยกันไหม...

คิดอะไรมากมายเล่ามอส เราก็แค่ทำในสิ่งที่อยากทำเท่านั้นเอง ถ้าหากต้องจากกันไปโดยที่ไม่กล้าทำอะไรสักอย่าง ผมคงเสียใจกว่าเดิมแน่

ผมกำดอกการเวกในมือแน่นขึ้นอีกหน่อยแล้วตัดสินใจเดินกลับบ้าน ผมกำลังเลี้ยวเข้าไปในซอยบ้านแล้วแท้ๆ ถ้าตาไม่ดันไปสะดุดกับรถม้าที่ดันมาจอดผิดที่ผิดทางอยู่ตรงนั้น ชายที่ดูโหงวเฮ้งเหมือนสารถีกำลังนั่งคุยกับชาวบ้านสองสามคนข้างรถม้าอย่างออกรถออกชาติ

...รถของใครกันนะ...

ช่างมันเถอะ

ผมเกือบจะละความสนใจอยู่แล้ว ผมเกือบจะทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังอยู่แล้วถ้าไม่บังเอิญยืนประจันหน้าอยู่กับคนที่เผลอคิดถึงทั้งวัน

คุณเปมทัต

บ้าจริง จะเรียกชื่อเขาออกไปทำไมกันนะ

เพิ่งกลับจากซ้อมดนตรีรึ

น้ำเสียงของเขายังคงนุ่มทุ้มเหมือนเดิม รอยยิ้มบางๆ นั้นก็ยังเหมือนเดิม

แต่นัยน์ตาของเขาไม่เหมือนเดิม

...อยากได้...

...อยากได้ดวงตานั่นคืนมา...

ครับ

เขาพยักหน้าช้าๆ

เราไปคุยกับแม่ของเธอมาแล้ว ตกลงว่าพี่สาวของเธอจะไปเป็นแม่ครัวในบ้านของเรา ไว้พรุ่งนี้เราจะส่งคนมารับที่บ้านเธอก็แล้วกัน

ผมกลืนก้อนบางอย่างลงคอ

ครับ

เขายิ้ม

ยิ้มเหมือนเดิม ยิ้มว่างเปล่า

อีกนิดเดียวเขาก็จะเดินผ่านผมไปแล้ว บางอย่างในใจบอกว่าผมต้องทำอะไรสักอย่าง

คุณเปมทัตครับ

เขาหันมามอง

ผมมีเรื่องอยากพูดแต่ข้างหลังที่ยืนคอยอยู่ตรงรถม้าไม่ไกลนั่นคือบ่าวในบ้านของเขา ถ้าผมพูดหรือทำอะไรที่ผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียวเขาต้องเสียหายแน่

จะทำยังไงดีนะ

มีอะไรรึ

เขาถามพลางเลิกคิ้ว

ถ้าเขาคิดว่าผมรังเกียจเขาเพราะคำถามนั้น ผมก็ต้องแสดงออกให้เขาเห็นว่าผมไม่ได้รังเกียจ

เอาวะ งัดสกิลปั้นน้ำเป็นตัวมาใช้สักหน่อย หวังว่าเขาจะฉลาดพอจะรู้ว่าผมจะสื่ออะไรแล้วกัน

ผมสูดหายใจเข้าลึกแล้วค่อยๆ คลี่มือออกให้เขาเห็นดอกการเวกช้ำๆ ในมือ

ครูบุญเล่าให้ผมฟังเรื่องนิทานการเวก ดอกการเวกที่บานสะพรั่งเต็มต้น หากมีคนแปลกหน้าถามว่าอยากได้ดอกการเวกไหม เรามักปฏิเสธไปด้วยเหตุผลหลายประการ...

ผมเว้นจังหวะสูดหายใจ

แต่ดนตรีก็เหมือนใจคน บางครั้งก็ไม่ต้องการเหตุผล หากนักดนตรีใช้เหตุผลมากเกินไปเสียงเพลงก็คงไม่ไพเราะ บางครั้งเราก็ต้องลองใช้ใจ...ลองใช้ใจมองสิ่งตรงหน้า หากใจต้องการก็จงอย่าได้ลังเล ผมได้ฟังแล้วก็ชอบนิทานเรื่องนี้ก็เลยเก็บดอกการเวกกลับมาด้วย ไม่คิดว่าจะเจอคุณเปมทัตที่นี่ หากคุณเปมทัตต้องการดอกการเว...

ถ้าเราบอกว่าไม่ต้องการล่ะ

ใจของผมหายวาบ ผมก้มหน้าลงแทบจะทันที

บ้าชิบ ทำอะไรลงไปวะมอส

ไม่เป็นไรครับ เช่นนั้นผะ...

แต่เราก็เป็นนักดนตรีคนหนึ่ง เรื่องนี้เป็นถึงนิทานที่ ครูบุญเล่า มีรึเราจะไม่เก็บมาขบคิดแล้วปฏิบัติตาม

ผมเงยหน้าขึ้นแทบจะทันที

นัยน์ตาวิบวับนั่นกลับมาแล้ว

...สวยจัง....

เขาเอื้อมมือมาหยิบดอกการเวกไปจากมือผมดอกนึง

เราเอาไปดอกหนึ่งแล้วกัน อีกดอกเธอก็เก็บไว้จะได้ระลึกถึง

เขาฉีกยิ้มแล้วกระซิบแผ่วเบาจนไม่น่าจะได้ยิน

แต่ผมก็ดันได้ยินเสียนี่

ทะเล้นนักนะ

พอพูดจบเขาก็เดินหันหลังกลับไปโดยไม่หันกลับมาอีกเลย

แต่ไม่เป็นไรหรอก แค่ได้ประกายนัยน์ตานั้นกลับมาผมก็พอใจแล้ว

...ดีใจจัง...

มอสกลายร่างเป็นสาวน้อยมัธยมที่แอบชอบรุ่นพี่ข้างห้องไปแล้วจริงๆ ด้วยครับ

 






ผมเดินกลับบ้านด้วยหัวใจที่ฟูฟ่องกว่าปกติอยู่หน่อย หน้าก็ร้อนกว่าปกติเล็กน้อย

...ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนี้มานานแค่ไหนแล้วนะ...

เย็นไว้มอส กลับบ้านต้องปั้นหน้าให้ปกติหน่อย

ใจจริงผมก็คิดจะทำอะไรทำนองนั้นอยู่หรอก ถ้าไม่บังเอิญว่าทันทีที่ผมเหยียบเท้าเข้าบ้านก็สามารถรับรู้ได้ถึงบรรยากาศในบ้านที่แตกต่างไปจากทุกวัน

ตลอดหลายวันที่ผมอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ บรรยากาศในบ้านจะออกแนวอึมครึมและเงียบขรึมเสียไปส่วนใหญ่ คงเพราะเรื่องบาดหมางของอาป๊ากับอาเจ้ อาเจ้ที่ไม่ค่อยถูกกับอาเฮีย และอาม้าที่ไม่เคยมีปากมีเสียงในบ้าน แต่พอวันนี้ผมกลับเห็นอาม้านั่งหัวเราะพูดคุยกับอาป๊าอยู่ที่แคร่หน้าบ้าน อาเจ้ซึ่งกำลังเก็บร้านอย่างขยันขันแข็งก็มีสีหน้าและรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่ ทุกอย่างดูสดใส ชื่นมื่นอย่างน่าแปลกใจ

หรือจะเป็นเพราะเขา?

ในระหว่างที่ผมยังคิดหาคำตอบให้ตัวเอง อาม้าก็เป็นฝ่ายหันมาเห็นแล้วเอ่ยทักผมก่อน

อ้าว อาโซ้ยตี๋ วันนี้กลับช้ากว่าทุกวันนะ

ผมคลี่ยิ้ม

วันนี้ครูบุญต่อเพลงใหม่ให้จ้ะ ก็เลยกลับมาช้า

อาม้าหันไปยิ้มให้อาป๊า ก่อนที่อาป๊าจะลุกขึ้นมาตบบ่าผมเบาๆ

ลื้อไม่เคยทำให้อั๊วผิดหวังจริงๆ อาโซ้ยตี๋

ผม...ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงในสถานการณ์อย่างนี้ดี นี่สินะที่เขาว่ากันว่าสิบพ่อค้าไม่เท่าหนึ่งพระยาเลี้ยง การได้เป็นบ่าวในบ้านข้าราชการคงเป็นอะไรที่น่าภูมิใจสำหรับพวกเขาล่ะมั้ง ถึงผมจะพยายามทำความเข้าใจแต่ก็ยอมรับว่ายังงงกับตรรกะพวกนี้อยู่ดี

ช่างเถอะ

ผมแจกจ่ายยิ้มให้อาม้าและอาป๊าราวกับตัวเองเป็นนายกเทศมนตรีก่อนจะหันไปหาอาเจ้ซึ่งเดินไปเดินมา ทำนู้นทำนี่ไม่ได้หยุด

พอเอ่ยปากทักก็พลันนึกบางอย่างได้เสียก่อน

แล้ว...

ใจจริงผมอยากจะถามออกไปว่าแล้วอาเฮียไปไหน แต่เปลี่ยนใจ ไม่เอาไม่ถามดีกว่า บรรยากาศกำลังชื่นมื่น เดี๋ยวจะกลายเป็นสงครามเย็นเหมือนคืนนั้นอีก

แต่เพราะเริ่มพูดไปแล้วทุกคนเลยจับจองที่ผมเป็นตาเดียว อาเจ้ขมวดคิ้ว ส่วนอาป๊ากับอาม้าก็จ้องผมเหมือนจะให้ทะลุเข้าไปในสมองอย่างไรอย่างนั้น

ผมต้องแถอีกแล้วใช่ไหม

แล้ววันนี้มีอะไรกินบ้างหรือจ๊ะ อั๊วหิวมากเลย

ขอทำตัวเป็นคนตะกละตะกรามไปเลยแล้วกัน

พอผมพูดจบก็พลันได้ยินเสียงหัวเราะจากอาป๊าและอาม้า รวมถึงรอบยิ้มเอ็นดูจากอาเจ้ที่อยู่ตรงหน้าเช่นกัน

น้ำแกงยังไม่เดือดเลย คงอีกสักพักใหญ่ๆ อดทนหน่อยนะอาโซ้ยตี๋

เป็นอาเจ้ที่ตอบกลับมาและผมก็เสแสร้งแกล้งทำหน้าเขินอายหัวเราะสร้างบรรยากาศชื่นมื่นต่อไป มันเกือบจะดีอยู่แล้วถ้าจู่ๆ คนที่ผมเลี่ยงจะไม่พูดถึงก็เดินหน้าถมึงทึงเข้ามาในบ้าน

อาเฮีย

อ้าว อาตั่วตี๋ทำไมวันนี้กลับเร็วนักล่ะ

และก็เป็นอาม้าอีกเช่นเคยที่เอ่ยปากถามเป็นคนแรก แถมใช้แพทเทิร์นเดิมเป๊ะ

ม้านะม้า

ผมหันไปมองหน้าอาม้าสลับกับคนถูกถาม ใบหน้าของคนสองคนเหมือนหนังคนละม้วน ของอาเฮียคงเป็นหนังสงคราม เอเลี่ยนปะทะพรีเดเตอร์หรืออะไรทำนองนั้น ส่วนใบหน้าของอาม้านั้นสดใสราวกับกำลังดูนิทานเจ้าหญิง

สัมผัสได้ว่าจะเกิดเรื่อง

นานๆ ทีอั๊วจะกลับบ้านเร็วบ้างไม่ได้หรือไง

อ้าว ไอ้ตั่วเฮีย คำพูดคำจาโคตรไม่น่ารักเลย

หญิงสูงวัยมีสีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย หากก็ยังมีรอยยิ้มประดับอยู่จางๆ

อั๊วก็ถามดู พักหลังเห็นลื้อยุ่งกับงานมาก วันนี้กลับเร็วก็เลย...

นี่ม้าเข้าข้างพลอยไปอีกคนแล้วใช่ไหม! จะสงสัยอะไรอั๊วกันนักหนา ทำไมทำตัวน่ารำคาญกันแบบนี้!”

อ้าวๆ ไอ้ตั่วเฮีย ไอ้ลูกเลว ไอ้ลูกหยาบคาย พูดกับแม่เอ็งอย่างงี้ได้ไง ถ้าไอ้ไม้อยู่ด้วยคงได้ยินคำพูดประเภท จัดเลยไหมเพื่อนแน่

น้ำเสียงและสีหน้าของพี่ใหญ่ทั้งแข็งกระด้างและฉุนเฉียว นัยน์ตาเรียวนั้นขุ่นมัวไปด้วยโทสะ

ท่าทางของเขาทำให้ผมเริ่มสงสัย

...ทำไมต้องโกรธขนาดนั้น...

อาม้าก้มหน้านิ่ง ในขณะที่อาเจ้ก็ยืนนิ่งเช่นกัน

ยืนนิ่งแต่นัยน์ตานั้นไม่ธรรมดา ตาขวางขนาดนั้น ถ้าไม่มีอาม้ากับอาป๊าผมว่าไอ้ตั่วเฮียเจอตบกลิ้งลงไปนอนกับพื้นแล้วแน่ๆ

...และแน่นอนว่าคนช่วยกระทืบก็ผมนี่แหละ...

แต่ดูเหมือนประมุขใหญ่ของบ้านจะไม่ได้คิดแบบที่พวกผมคิดเลยสักนิด

เอาล่ะๆ อาตั่วตี๋ก็ทำงานมาเหนื่อยๆ ลื้อก็ไปเซ้าซี้อีมากเข้าอีก็รำคาญเป็น

อาป๊าเลือกที่จะหันไปต่อว่าอาม้าก่อนจะเดินมาตบหลังไอ้ตั่วเฮียเบาๆ

เอ้า ไปพักผ่อนเสียไป เดี๋ยวจะได้มากินข้าวกินปลา

แล้วมันก็เลือกที่จะยกมือไหว้อาป๊าแต่ไม่ไหว้ขอโทษอาม้าแล้วก็เดินเข้าบ้านไป

เอ้า ไอ้ตัวเหี้ย

ผมหันไปมองหน้าอาป๊าอย่างไม่เข้าใจ

ใช่ ผมไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจอะไรสักอย่างที่อาป๊าทำลงไป

แต่เหมือนเขาก็ไม่ได้มีท่าทีจะรับรู้กับความงุนงงของผมและเลือกที่จะเดินกลับเข้าบ้านไป ทิ้งให้ผม อาม้าและอาเจ้อยู่หน้าบ้านกันเพียงสามคน

นี่มันอะไรกันวะเนี่ย

ผมถอนหายใจแรงแล้วเดินเข้าไปนั่งยองๆ จับมืออาม้าที่ยังนั่งก้มหน้า

ไม่เป็นไรนะอาม้า อาเฮียคงเหนื่อยน่ะ

อาม้าพยักหน้าช้าๆ ใบหน้านั้นเศร้าหมองแต่ก็ยังฝืนยิ้มให้ผม ทุกอย่างที่เธอทำพาลให้ผมคิดไปถึงแม่ของผมเอง อาม้าคล้ายกับแม่ของผมมาก ทั้งใจดีและอ่อนโยน ต่างกันแค่แม่โชคดีที่ไม่ได้มาอยู่ในครอบครัวแบบนี้ก็เท่านั้น

แค่คิดว่าแม่จะต้องมีสีหน้าเศร้าสร้อยขนาดนี้ก็แทบทนไม่ได้แล้ว

อยากต่อยหน้าไอ้ตั่วเฮียสักทีจริงๆ

บ้านนี้น่ะ แค่เกิดมาเป็นผู้ชายก็ไม่มีวันผิดแล้ว

เสียงแข็งๆ ที่ดังขึ้นทำให้ผมกับอาม้าต้องหันไปมอง

อาเจ้ยังยืนอยู่ตรงนั้น ยืนอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางเหมือนเดิม

...นัยน์ตาก็เหมือนเดิม...

ผมเพิ่งสังเกตว่ามันไม่ใช่แค่ความโกรธเกรี้ยว มันยังมีความน้อยใจ ความอดทนอดกลั้นอยู่ในนั้นด้วย

...เป็นดวงตาแดงก่ำที่แข็งกระด้าง...

อาหมวย อย่าพูดอย่างนั้น ถ้าอาป๊าได้ยินลื้อจะเดือดร้อนนะ

เสียงอาม้าแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ สีหน้ารึก็ร้อนรน

ไม่ชอบเลย ทำไมอาม้าต้องถูกกดขี่ขนาดนี้นะ

ผมได้ยินเสียงถอนหายใจแรงๆ ก่อนที่เจ้าของเสียงนั้นจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในบ้าน ทิ้งผมกับอาม้าให้นั่งอยู่หน้าบ้านตามลำพัง

บ้าจริง ผมไม่ชอบอะไรแบบนี้เอาเสียเลย

 





***************************************************************************************************

อาทิตย์นี้อัพศุกร์ - อาทิตย์น้า





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 265 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,164 ความคิดเห็น

  1. #1148 pinkpeach🍑 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 07:40
    ความคนจีนอ่ะเนอะ
    #1,148
    0
  2. #1088 Earn0624 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 00:53
    ชายเป็นใหญ่มากๆเลย ทั้งในสังคมจีนและไทยเลยนะนั่น คิดว่ามอสเข้ามาในยุคนี้ อาจจะช่วยแก้ไขให้ครอบครัวนี้ดีขึ้น มีความสุขขึ้นนะ ชอบอาเจ้มาก หนูจะอยู่ข้างพี่เอง!
    นี่สงสัยตั้งแต่ตอนที่แล้ว แต่ลืมเม้น คือเสียงที่มอสได้ยินน่ะ จริงๆแล้วเป็นเสียงผีหรือเสียงใต้สำนึกของมอสเป็นเหมือนความทรงจำเก่าๆที่ฝังอยู่ พอใกล้ถึงเวลากลับไปมันเลยพรั่งพรูออกมาให้ได้ยิน แต่ก็มีจุดที่แย้งอยู่คือ พวกนักเลงเหมือนจะโดนผีหลอกจริงๆ คิดไม่ตกจริงๆว่าตอนนี้คุณทวดมีตัวตนในโลกปัจจุบันในรูปแบบไหน เป็นคนหรือเป็นผีมาร้อยปีกัน
    #1,088
    0
  3. #1037 MS.ALIEN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:55
    เราก็สงสัยเหมือนมอสเลยว่าทำไมต้องโกรธขนาดนั้น ตัวละครนี้ทำอะไรพีค ๆ หรือเปล่า แต่ว่านิสัยแย่จริง ป๊าทำไมให้ท้ายลูก : ((((
    #1,037
    0
  4. #972 pukiest (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 01:06
    โมโหตั่วเฮียมาก คนเราจะโกรธไรขนาดมาลงกับคนอื่นได้ตลอดขนาดนั้น!!!! ไปทำอะไรไม่ดีมาแน่ๆ!
    #972
    0
  5. #950 chompu_y (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 20:39
    เออ ไม่เข้าใจจริงๆ
    #950
    0
  6. #897 yunjaelife (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 16:52

    แงงงงสงสารอาม้า


    #897
    0
  7. #847 Mune (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 01:05
    คนจีนแท้ๆเลยอาป๊า กลายเป็นว่าไปให้ท้ายลูกชายคนโตซะหมด เป็นแบบนี้ไม่ดีเลย
    #847
    0
  8. #801 maielf13 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 21:53
    มาค่ะเดียวช่วยยำตั่วเฮียอีกแรง มันน่าฟาดให้หัวแบะจริง
    #801
    0
  9. #752 อดีตรีดเงา (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2561 / 15:23
    ม้ากับเจ้น่าสงสารมากอ่ะ ใครก็ได้เอาไม้หน้าสามไปตีหัวไอ่ตั่วเฮียทีดิ๊ แม่มมมมม
    #752
    0
  10. #741 WinGz of Evil (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 00:05
    อ่านแล้วสงสารอาม้ากับอาเจ้มากๆเลย สังคมสมัยก่อนนี่ชายเป็นใหญ่ยิ่งกว่าสมัยนี้ร้อยเท่า
    #741
    0
  11. #644 Chopoom94 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 22:29
    อ่าวเฮียตั่วตี๋นี่มีปัญหาจังนะ คนเขาพูดดีด้วยมารมณ์เสียใส่เฉย เดี๋ยวบัดเหนี่ยวเลยหนิ
    #644
    0
  12. #614 OHsamaSE (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 03:27
    สารภาพเลยว่าตอนนุ้งกรโดนปฏิเสธนี่ใจหายวาบ
    #614
    0
  13. #592 "KiHae129" (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 10:04
    ชอบตอนง้อกันมากกกกกก
    #592
    0
  14. #563 `peach (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 มกราคม 2561 / 19:43
    ตอนน้องมาง้อคุณเขาโคตรน่ารัก แงง๊
    #563
    0
  15. #516 เซฮุนเอง :3 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 มกราคม 2561 / 20:57
    เราติดงอมแงมมากเลยง่า ไรท์ใช้คำได้ละมุนไปหมด ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆให้ได้อ่านนะค่า (。・ω・。)ノ♡
    #516
    0
  16. วันที่ 9 มกราคม 2561 / 15:59
    ขอบคุณที่แต่งให้อ่านนะคะ
    #502
    0
  17. #451 KRISPY▽ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 มกราคม 2561 / 02:44
    เรื่องเครียดขอโนคอมเม้นนะคะ ละเอียดอ่อนมาก / แต่น้องมาง้อคุณพี่เค้าอ่ะ งุ้ย
    #451
    0
  18. #402 นกกินเกลือ(BES) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 15:44
    บ้านนี้พ่อกับพี่ชายเลวสินะ...
    #402
    0
  19. #393 Teddybear_EPN (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 14:47
    ให้ทายว่าตั่วเฮียต้องไปทำอะไรที่มันไม่ดีแน่ๆ
    #393
    0
  20. #388 mykray (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 14:06
    น้องมีความอ้อยอ่ะ
    #388
    0
  21. #338 Hiro Hiro Shi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 20:23
    ฮืออออ ทำไมเป็นแบบนี้อ่า บรรยากาศกำลังดีเลย
    #338
    0
  22. #271 毋固毋我 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 09:05
    โถ่ บรรยากาศกำลังดีๆแล้วเชียว
    #271
    0
  23. #247 เรียกฆ่าว่า-juta (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 08:15
    โถ่..สงสารเจ้เเต่อีกสักหน่อยก็ได้ไปอยู่ที่อื่นเเล้วหล่ะเหงาหน่อยเเต่ไม่ต้องลำบากใจอย่างงี้...ม้าก็ดูไม่มีความสุขเลย
    #247
    0
  24. #33 FATAuthorToey (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2560 / 17:13
    มีความหยอดเบาๆ 555
    #33
    0
  25. #32 Wonderful 2016 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 15:44
    3pไปเลยไม่ต้องเถียงกันค่ะซิส
    #32
    1
    • #32-1 MoPorY(จากตอนที่ 12)
      21 กรกฎาคม 2560 / 18:58
      3 พี่เหลนทวดน่าจะไม่งามนะคะ แต่ถ้า 3p กับอีกคนนี่ไม่แน่ใจ XD
      #32-1