[Reupload][จบแล้ว] เงื่อนรักพันธนาการใจ

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,066,672 Views

  • 7,858 Comments

  • 9,510 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    436

    Overall
    1,066,672

ตอนที่ 7 : บทที่ 7 กินลมชมทิวทัศน์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44661
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 164 ครั้ง
    30 มี.ค. 62

เมื่อจัดการเตรียมของทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว คณะเดินทางจึงได้เริ่มต้นการเดินทางในเวลาสาย ๆ ข้าเป็นบ่าวจึงเป็นหน้าที่ของข้าที่จะต้องเป็นผู้บังคับม้า

ข้าง ๆ คือคุณชายสกุลซ่างกวนที่ปากมากคอยพูดกวนโทสะข้าไปตลอดทาง ส่วนด้านในตู้โดยสารมีเพียงคุณชายสกุลเซวียนั่งเอนอ่านหนังสือเงียบ ๆ

“นี่เจ้าเป็นบ่าวอย่างไร บังคับม้าไม่นิ่มเอาเสียเลย หากพี่ใหญ่เผลอไผลคงต้องหัวโขกตัวรถปูดเป็นลูกมะนาวเป็นแน่” คุณชายสกุลซ่างกวนทนไม่ไหวตำหนิโวยวายเสียงดังใส่ข้า

“ผู้น้อยเพิ่งเคยบังคับรถม้าเป็นครั้งแรกคงต้องขออภัยคุณชายแล้ว” ข้าเอ่ยรับผิดด้วยใบหน้าเศร้า ๆ

ในตอนแรกข้าไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรจึงใช้สัญชาตญาณในการบังคับม้าอย่างผิด ๆ ถูก ๆ ที่ผ่านมาก็เคยเป็นแค่ผู้โดยสารมาตลอดแล้วข้าจะเคยบังคับม้าได้อย่างไร

“ข้าจะสอนเจ้าเพียงครั้งเดียวเท่านั้น จงตั้งใจเรียนรู้ให้ดี” คุณชายสกุลซ่างกวนแย่งสายบังเหียนจากมือข้าแล้วบังคับม้าแทน ข้าจึงตั้งใจเรียนรู้อย่างดี

พอผ่านไปช่วงเวลาหนึ่งคุณชายสกุลซ่างกวนก็ส่งบังเหียนม้าคืนให้ข้า ข้าจึงพยายามบังคับม้าอย่างตั้งใจเสียจนมือเกร็งแน่น

อย่างน้อยที่สุดตอนนี้ข้าก็พอบังคับได้ดีบ้างแต่ข้าก็ยังคงต้องอดทนต่อเสียงบ่นพร่ำสอนของคุณชายสกุลซ่างกวนตลอดเวลาเช่นเดิมอยู่ดีจนข้าสงสัยว่าเขาพูดมากเพียงนี้แล้วไม่กระหายน้ำบ้างหรือไร

“เจ้าบังคับม้าไม่เป็นแล้วเจ้าขี่ม้าเป็นหรือไม่” คุณชายสกุลซ่างกวนหันมาถามข้า

“ผู้น้อยขี่ม้าไม่เป็น” ข้าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จะตอบคำถาม นางไม่เคยขี่ม้าเคยเพียงแค่ให้นั่งบนม้าให้อดีตสามีจูงเดินก็เพียงเท่านั้น

“เหตุใดเจ้าจึงขี่ม้าไม่เป็น” เขายังเอ่ยถามโผงผาง

“ผู้น้อยเป็นเพียงคนสามัญไร้ศักดิ์ฐานะ มิใช่ทหาร มิใช่มือปราบ แล้วจะเคยขี่ม้าได้อย่างไรกันคุณชายรอง” ข้าเผลอค้อนขวับไปทีหนึ่ง

“เช่นนั้นกลับไปถึงเมืองหมิงเมื่อใดข้าจะให้เจ้าเรียนขี่ม้าให้คล่อง บ่าวของข้าย่อมต้องมีความสามารถขี่ม้าด้วย”

“ผู้น้อยเข้าใจแล้ว”

“แล้วบุรุษร่างอ้อนแอ้นเช่นเจ้าทำมาหาเลี้ยงชีพอันใดในเมืองหลวง” คุณชายสกุลซ่างกวนเอ่ยถามซอกแซก

“ผู้น้อยเคยค้าขายของป่าแล้วก็เคยทำงานเกี่ยวกับบัญชีขอรับ” ...บัญชีค่าใช้จ่ายทั้งหลายในจวนรองแม่ทัพย่อมเป็นหน้าที่ของข้า ข้ามิได้โป้ปด!

“ดี ๆ ร้านของค้าในเมืองหมิงและสาขาย่อยในอำเภอต่าง ๆ มีบัญชีที่วุ่นวาย กลับไปข้าจะให้เจ้าจัดการบัญชี” คุณชายสกุลซ่างกวนหัวเราะร่าด้วยความพอใจ

“ผู้น้อยทราบแล้ว” ข้ารู้สึกว่าแผ่นหลังมีเหงื่อซึมไม่น้อย งานบัญชีมิใช่เรื่องง่ายทั้งยากและวุ่นวายอย่างยิ่ง เพียงแค่คิดก็หวาดกลัวแล้ว

“ไฉนเจ้าจึงเดินทางไกลเพียงผู้เดียวเช่นนี้ เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับครอบครัวเจ้ากันหรือ ภรรยาเจ้าเล่า? บุตรเจ้าเล่า? เจ้าคงมิใช่ว่ายังมิได้แต่งภรรยาหรอกนะ” คุณชายสกุลซ่างกวนเอ่ยด้วยความสงสัยจนข้าเผยสีหน้าเศร้าสร้อย

“บิดามารดาของผู้น้อยสิ้นชีพไปหมดแล้ว ผู้น้อยเคยแต่งงาน...แต่คนรักของผู้น้อยมีคนอื่น ผู้น้อยเจ็บปวดมากจึงไม่อาจอยู่ร่วมกันต่อได้จึงตัดสินใจเดินทางไกลหวังไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เมืองหมิงขอรับ” ข้าตอบตามความจริงมิได้โป้ปดทั้งน้ำเสียงยังแฝงความปวดร้าวลึก

“อา...เสี่ยวมิ่งอย่าได้เศร้าใจไปเลย หากสตรีไม่รักดีก็หาใหม่เสียก็สิ้นเรื่อง” คุณชายสกุลซ่างกวนทำหน้าสำนึกผิดที่จี้จุดใจดำข้า

“ขอบคุณคุณชายรองที่ห่วงใย บุรุษหน้าตาธรรมดาร่างเล็กดูขี้โรคเช่นข้าหรือจะมีสตรีใดเหลียวมอง แต่ผู้น้อยมิได้คาดหวังเรื่องชีวิตคู่อันใดแล้ว ตอนนี้ขอเพียงได้ปรนนิบัติรับใช้คุณชายทั้งสองให้ดีก็เพียงพอแล้วขอรับ” ข้าตอบคล้ายยอมรับโชคชะตา

“เสี่ยวมิ่งมิต้องน้อยเนื้อต่ำใจไป อย่างไรตอนนี้เจ้าก็เป็นบ่าวของพวกข้าแล้ว มิใช่ว่าผู้ใดก็จะเป็นได้ง่าย ๆ กลับถึงเมืองหมิงคร้านจะมีสตรีวิ่งไล่ตามไม่หยุดหย่อนเสียด้วยซ้ำ” คุณชายสกุลซ่างกวนให้กำลังใจข้า

“ผู้น้อยยังคงเจ็บปวดกับชีวิตคู่ที่ผ่านมาจึงมิได้คิดไกลถึงเพียงนั้น ยามนี้ผู้น้อยมีเป้าหมายเพียงตั้งใจทำงานรับใช้คุณชายทั้งสองให้สุดความสามารถเพื่อตอบแทนคุณเพียงอย่างเดียวขอรับ” ข้าเอ่ยปฏิเสธน้ำเสียงหนักแน่น

“ตามใจเจ้า” เมื่อได้ยินข้ายืนกรานเช่นนั้นคุณชายสกุลซ่างกวนก็โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ เขามิได้ตอแยข้าอีก

“ผู้น้อยขอถามคุณชายรองได้หรือไม่ขอรับว่าเหตุใดจึงยอมรับผู้น้อยเป็นบ่าวรับใช้ง่าย ๆ เช่นนี้” ข้าถามคำถามที่ค้างคาใจ

ข้าได้ใช้เวลาคิดแล้วก็ยังนึกไม่ออกว่าเหตุใดคุณชายทั้งสองจึงมีเมตตากับข้ายิ่งนัก จากที่ข้าคาดเดาดูแล้วทั้งสองล้วนมีวรยุทธ์สูงส่งทั้งค่อนข้างไว้ตัวเผยกลิ่นอายสันโดษออกมาไม่น้อย

“ในเมื่อพี่ใหญ่ถูกใจเจ้าแล้วก็ตั้งใจปรนนิบัติรับใช้ให้ดีอย่าให้ขาดตกบกพร่อง” คุณชายสกุลซ่างกวนไม่ตอบคำถามข้าแล้วจึงเปลี่ยนไปถามสัพเพเหระในเรื่องอื่น


การเดินทางไปยังอำเภอหยุนหากเร่งเดินทางก็ใช้เวลาเกือบ 12 ชั่วยาม แต่การเดินทางเดี๋ยวพักเดี๋ยวหยุดชมธรรมชาติเห็นทีคงต้องใช้เวลากว่า 4-5 วันเป็นแน่

แล้วอย่างไร...ในเมื่อเจ้านายต้องการความสำราญแล้วบ่าวเช่นช้าจะขัดความสำราญให้ตนเหนื่อยไปเพื่ออันใด มิสู้ถือโอกาสลอบพักสำราญใจเช่นเดียวกับเจ้านายไม่ดีกว่าหรือ

การเดินทางในครั้งนี้ผ่านไปอย่างเชื่องช้าแต่ไม่น่าเบื่อเลยแม้แต่น้อย ข้าและคุณชายรองจอมปลอมลับฝีปากกันตลอดทาง ส่วนคุณชายใหญ่จอมปลอมก็อ่านหนังสือไปชื่นชมธรรมชาติไปคล้ายเป็นพี่ใหญ่พาน้อง ๆ มาพักร้อนเสียมากกว่า


ตอนแรกข้าก็รู้สึกสำราญใจและผ่อนคลายอย่างมากในการเดินทางแต่พอตกเย็นก็เป็นตัวข้าที่ลุกลี้ลุกลนอย่างยิ่งเมื่อตระหนักได้ถึงบางเรื่อง การเดินทางชมธรรมชาติเช่นนี้ทำให้ต้องพักค้างคืนในป่า ตอนนี้จะเขกหัวตัวเองก็ไม่ทันเสียแล้ว

หากเร่งเดินทางไปถึงเมืองหยุน ต่อให้เหนื่อยล้าสายตัวแทบขาดเพียงใดพอถึงโรงเตี๊ยมก็ยังได้นอนห้องหับมิดชิดไม่ต้องกังวลเช่นนี้

ข้าจะอาบน้ำอย่างไร? ข้าจะผลัดเปลี่ยนผ้าอย่างไร? ต่อให้ยามนี้เหนียวตัวเพียงใด เหงื่อไคลไหลย้อยมากเท่าใดก็มิอาจเปลื้องผ้าอาบน้ำร่วมกับบุรุษแท้จริงได้ เพราะข้ามันเป็นบุรุษจอมปลอม!

นอกจากนี้ข้าจะนอนหลับที่ใดอย่างไร ต่อให้ข้าจะเป็นบุตรสาวนายพรานแต่ก็มิได้ชื่นชอบการอาศัยท่ามกลางป่ามืดทึบเช่นนี้ อากาศยามค่ำคืนจะเย็นขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งอาจจะมีสัตว์ป่าลอบจู่โจมในยามค่ำคืน ข้าจะหลับตาลงได้อย่างไร!

สถานที่ปลอดภัยเพียงแห่งเดียวคือห้องโดยสารรถม้า แต่ข้าก็มิกล้าอาจหาญเข้าไปนอนยัดตัวในรถม้าร่วมกับบุรุษถึงสองคนได้

“เสี่ยวมิ่ง เจ้าคิดเรื่องอันใดอยู่จึงมีสีหน้าซีดเซียว” คุณชายสกุลซ่างกวนเอ่ยถาม

“เหตุใดพวกเราจึงไม่เร่งเดินทางไปยังอำเภอหยุนกัน คุณชายทั้งสองจะได้พักผ่อนกันอย่างสบายตัว ผู้น้อยช่างเป็นบ่าวที่แย่นักที่มิได้คำนึงถึงเรื่องนี้แต่แรก” ข้ามีสีหน้าย่ำแย่คล้ายเป็นห่วงพวกเขาเต็มประดา

“เสี่ยวมิ่งช่างแสนดี...อย่าเป็นห่วงเลย ถึงพวกข้าจะคล้ายคุณชายรักสบายแต่ก็มิได้เรื่องมากยามที่ต้องนอนในป่าเช่นนี้ วางใจเถิด” คุณชายสกุลซ่างกวนเดินเข้ามาตบบ่าให้กำลังใจด้วยความซาบซึ้ง

‘ท่านไม่เรื่องมาก แต่ข้าเรื่องมากสุด ๆ’ ข้าโอดครวญในใจ

“เจ้าไม่จำเป็นต้องคิดมาก” คุณชายสกุลเซวียเอ่ยย้ำให้ข้าไม่ลำบากใจ...ไม่ลำบากใจอันใด! นี่เป็นเรื่องลำบากใจที่สุดแล้ว!

“เจ้ายังไม่เลิกคิดมากอีก” คุณชายสกุลซ่างกวนยู่หน้า

“ผู้น้อยเลิกคิดมากแล้ว เพียงแต่...ผู้น้อยกลัวความมืดก็เพียงเท่านั้น” ข้าเฉไฉ สมองน้อย ๆ พยายามครุ่นคิดอย่างหนักเพื่อหาวิธีเอาตัวเองให้รอดผ่านคืนนี้ไปได้

“เจ้ามันถุงน้ำดีเล็กยิ่งกว่าสตรีเสียอีก” คุณชายสกุลซ่างกวนเย้ยหยัน แต่ข้ามิกล้าต่อล้อต่อเถียงอีกด้วยกลัวว่าทั้งสองจะเอะใจคิดว่าข้าเป็นสตรี

ข้าเริ่มวางตัวให้เป็นธรรมชาติมากที่สุด ข้าคอยก่อฟืน ช่วยปูผ้าและย่างกระต่ายที่คุณชายสกุลซ่างกวนเป็นผู้จับมาให้ ข้าใจหายวาบหนึ่งเมื่อเห็นว่าฝีมือเขายอดเยี่ยมนักถึงกับไม่มองกระต่ายตอนที่ยิงหน้าไม้ใส่มันด้วยซ้ำ

เมื่อย่างเสร็จข้านำไปบริการให้คุณชายสกุลเซวียเป็นอันดับแรกจนคุณชายรองจอมปลอมร้องโวยวายว่าข้าไม่ยุติธรรมที่เลือกส่วนที่ดีที่สุดและย่างสวยที่สุดให้คุณชายใหญ่ ข้าจำต้องฝืนฉีกยิ้มเกร็ง ๆ แล้วเสียเวลาย่างชิ้นใหม่ให้คุณชายรองผู้เอาแต่ใจอีกครั้งหนึ่ง


“เสี่ยวมิ่งเจ้าไม่อาบน้ำหรือ” คุณชายสกุลซ่างกวนปลดเสื้อตัวนอกออกช้า ๆ ทีละชิ้นพลางเอ่ยถามข้า ข้าต้องพยายามสะกดสายตามิให้ตนหันไปมองแล้วเผลอหน้าแดงออกมา

เจ้าคุณชายรองตัวบัดซบผู้นี้ไม่รู้จักอายบ้างหรืออย่างไร! ลำธารยังอยู่ห่างไปอีกหลายก้าวเหตุใดจึงเลือกที่จะเปลื้องผ้าตั้งแต่ที่นี่!

…อย่าเชียวนะ...ได้โปรดอย่าเชียวนะ!!!

“ผู้น้อยร่างกายไม่แข็งแรง หากอาบน้ำบ่อย ๆ จะไม่สบาย ยามนี้ก็รู้สึกไม่เหนียวตัว เชิญคุณชายทั้งสองไปอาบน้ำเถิด ผู้น้อยจะเฝ้าที่พักให้เอง” ข้าเอ่ยอ้างเฉไฉ

“อาา...เสี่ยวมิ่งช่างสงสาร วางใจเถิด กลับไปเมืองหมิงแล้วข้าจะให้ท่านหมอมาจับชีพจรตรวจดูให้ ข้ารับรองได้ว่าอีกหน่อยเจ้าจะมีร่างกายแข็งแรงดั่งม้าสิบตัว” คุณชายสกุลซ่างกวนมองข้าด้วยความเวทนา ขณะที่เขาพูดก็ค่อย ๆ ปลดเสื้อผ้าออกอย่างเป็นธรรมชาติ

“คุณชายรองช่างมีเมตตา ผู้น้อยซาบซึ้งใจยิ่งนัก” ข้าแสร้งก้มหน้าซาบซึ้งโดยพยายามไม่หันมองบุรุษหน้าไม่อายตรงหน้า

แม้จะไม่มองแต่ภาพที่ปรากฏแค่หางตาก็ทำให้ข้าหวาดผวาไม่น้อย เมื่อคุณชายสกุลซ่างกวนเปลื้องผ้าส่วนบนออกจนสิ้น ข้าสามารถมองเห็นกล้ามเนื้อแข็งแรงเป็นมัดล่ำผ่านหางตา ใจข้าเต้นแรงขึ้นเมื่อเห็นเขาค่อย ๆ ปลดผ้ากางเกงออกช้า ๆ

ตัวข้าแข็งทื่อเหมือนถูกสาป หากเพียงแค่อาภรณ์...ชิ้นเดียว...หลุดจากกายเมื่อใด ข้าคงสิ้นไร้วิญญาณแน่แท้ ข้าสมควรกรีดร้องแล้วสารภาพกับพวกเขาในตอนนี้ว่าข้าเป็นสตรีดีหรือไม่

“ข้าไปอาบน้ำแล้ว เจ้าเฝ้าที่พักให้ดี ๆ” คุณชายสกุลซ่างกวนมิได้ปลดอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายแต่ปล่อยให้มันพัดปลิวตามแรงลมดูน่าหวาดเสียวก่อนที่จะผิวปากเดินจากไปอย่างสบายอารมณ์

“คุณชายใหญ่ไม่ไปอาบน้ำด้วยหรือขอรับ” ข้าถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วจึงหันไปเอ่ยถามคุณชายสกุลเซวีย

“ข้าชื่นชอบอาบน้ำลำพังในตอนกลางคืนมากกว่า” คุณชายสกุลเซวียยิ้มให้ข้าอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นเช่นนั้นข้าก็มิได้เซ้าซี้อันใดอีก

ตกกลางคืนคุณชายสกุลเซวียก็เตรียมข้าวของแล้วแยกตัวออกไปอาบน้ำเพียงลำพัง เขามิได้ทำตัวให้ข้าตกใจเช่นเดียวกับคุณชายสกุลซ่างกวนทำในตอนพลบค่ำ

ส่วนคุณชายสกุลซ่างกวนหลังจากอาบน้ำอย่างสบายอารมณ์ก็กลับมานั่ง ๆ นอน ๆ ร้องเพลงชวนรำคาญหู ข้าพยายามมองเขาเป็นอากาศธาตุแต่เขาก็พยายามพูดจายั่วโมโหให้ข้าเสียทุกที


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 164 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #7857 preya54629 (@preya54629) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2562 / 23:05

    สรถกมากค่ะ เหมือนจะรุ้ว่าดป็นหญิง. สงสัยแอบพอใจนางรึเปล่าเนี่ยยย
    #7857
    0
  2. #7852 Nun2301 (@Nun2301) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 14:07

    คุณชายใหญ่น่าจะรู้นะว่าเป็นหญิง

    #7852
    0
  3. #7846 Tita789 (@Tita789) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 02:23
    สนุกมากเลย เสียน้ำตาไปเยอะ ติดตาม
    #7846
    0
  4. #7844 jm791310 (@jm791310) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 18:27

    ......
    #7844
    0
  5. #85 AOM_MY_SMILEY (@Hawthorn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 07:33

    จะเอาชายใหญ่>////<
    #85
    0
  6. #83 Milkhommy (@Milkhommy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 07:20
    จะเอาคนนี้ๆๆ
    #83
    0
  7. #82 benjama1 (@benjama1) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 07:16

    ขอมีลง e book นะค่ะเพราะอยู่อเมริกาไม่มีกน้าร้านแบบคนอื่นเขากระซิกๆ
    #82
    1
    • #82-1 moopeepink (@moopeepink) (จากตอนที่ 7)
      27 สิงหาคม 2561 / 07:21
      มีแน่นอนค่ะ แต่มีกับสนพ.หรือทำเองยังไม่มีกำหนดค่า ตอนนี้เป้าหมายคือแต่งจบก่อนค่อยว่ากันน
      #82-1