R.I.P. เกมแปลงตาย

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 จุดเชื่อมกับการเข้าสู่โลกของภาพเสมือนจริงครั้งแรก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    14 ต.ค. 61

บทที่ 2

จุดเชื่อมกับการเข้าสู่โลกของภาพเสมือนจริงครั้งแรก

สภาพศพของนายเสียงทำให้ออกัสเฝ้าถามตัวเองตลอดทั้งสัปดาห์ว่า อะไรทำให้อวัยวะภายในของมนุษย์แหลกเละจนแทบจะเป็นน้ำโดยที่ภายนอกไม่มีรอยอะไรเลยสักนิด เขาเคยทำคดีเกี่ยวกับการวางระเบิดมาก่อนซึ่งเหตุการณ์ในครั้งนั้นมีผู้เสียชีวิตสามราย หนึ่งในนั้นกลายสภาพเป็นชิ้นเนื้อกระจายไปทั่ว ส่วนอีกสองที่อยู่ห่างไปหน่อยมีแผลจากสะเก็ดระเบิดแถมน่วมไปทั้งร่างจนแทบไม่ต่างจากแมงกะพรุน แต่ร่างกายภายนอกของนายเสียงไม่มีแม้รอยถลอก มันดูเหมือนเขานั่งอยู่เฉย ๆ แล้วจู่ ๆ ตับไตไส้พุงก็ระเบิดตูมขึ้นมาเอง

ว่ากันตามจริงสาเหตุการตายอันเกิดจากอวัยวะภายในแหลกเหลวโดยร่างกายภายนอกยังดูปกติดีก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร หากคนผู้นั้นอยู่ในรัศมีระเบิดที่มีอำนาจทำลายล้างสูง แต่นายเสียงนั่งดูหนังอยู่ในห้องปิดทึบ อย่าว่าแต่แรงอัดอากาศเลย ลมธรรมดาก็ไม่มีทางพัดผ่านเข้าไปได้

แล้วเขาโดนอะไร?

คำถามเดิมวกกลับเข้ามาอีกครั้ง ออกัสต้องสูดลมพลางสะบัดศีรษะเพื่อให้สมองโล่งก่อนทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ ท่าทางที่ดูหงุดหงิดของตำรวจหนุ่มทำให้เอกลักษณ์เอะใจ เขาเหลือบมองสมุดโน้ตตรงหน้าเพื่อนแวบหนึ่งก่อนเอ่ยถามไม่ดังนัก

“คดีอะไรวะ สิงห์”

ออกัสยกศีรษะขึ้นและหันไปส่งยิ้มให้เพื่อนก่อนตอบ

“ก็ไม่เชิงว่าคดีหรอก แต่สงสัยสาเหตุการตายนิดหน่อย”

“ใครวะ” เพื่อนของเขาถาม ออกัสเม้มปากพ่นลมทางจมูกแทนการถอนใจก่อนตอบ

“นายเสียง พ่อไอ้ชาติ”

ที่บอกไปแบบนั้นเพราะเอกลักษณ์เองก็รู้จักครอบครัวของนายแพทย์ธงชาติในระดับหนึ่ง เมื่อได้ยินเอกลักษณ์จึงเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

“เฮ้ย! จริงดิเมื่อไหร่แล้วแกเป็นอะไร”

“อาทิตย์ก่อน” ออกัสตอบพลางถอนใจยาว “ส่วนสาเหตุการตายกูก็ยังไม่รู้ บอกได้แค่ว่ามันดูแปลก ๆ “

สรรพนามแทนตัวที่ออกัสใช้ทำให้เอกลักษณ์มุ่นคิ้ว เพราะโดยปกติแล้วเพื่อนคนนี้แทบจะไม่ใช้ มึง กู กับเพื่อนร่วมงานอันเนื่องมาจากการระมัดระวังคำพูดให้ดูสุภาพเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีให้ลูกสาวที่กำลังอยู่ในวัยจดจำ และยังคงปฏิบัติเช่นนั้นมาโดยตลอดแม้เวลานี้หนูน้อยจะไม่ได้อยู่บนโลกนี้แล้วก็ตาม

“แปลกยังไง”

ออกัสนิ่งไปเล็กน้อยเพราะลังเลว่าควรขยายความเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายฟังดีหรือไม่ แต่เมื่อนึกได้ว่าเอกลักษณ์แม้จะเป็นคนโผงผางแต่ก็ไม่ใช่พวกปากโป้ง ที่สำคัญตอนนี้เขาอยากได้คู่คิดสักคนเพื่อที่จะช่วยไขข้อสงสัย

“นายเสียงตายขณะดูหนัง สภาพภายนอกเป็นปกติแต่อวัยวะภายในเละเป็นโจ๊ก”

เป็นคำอธิบายสั้น ๆ แต่กระชับได้ใจความ มันทำให้เอกลักษณ์ต้องขมวดคิ้วด้วยความฉงนก่อนเบิกตาโพลง

“เฮ้ย ทำไมมันเหมือนเคสที่ไปเจอมาเมื่อวานเลยวะ” เขาพูดพลางมองหน้าเพื่อน “แต่ของกูคือข้างนอกไม่มีอะไรแต่ข้างในไหม้เกรียมเป็นบาบีคิว”

ไม่พูดเปล่ายังเดินไปเปิดลิ้นชักดึงแฟ้มค่อนข้างหนากลับมาวางที่โต๊ะและพลิกดูทีละใบ “ไม่ใช่แค่เมื่อวาน สองสามเดือนที่ผ่านมามีรายงานการตายทำนองนี้ถี่ขึ้น แต่ก็หาสาเหตุไม่ได้ พวกเจ้าพ่อเจ้าแม่ทั้งหลายเลยประโคมข่าวกันว่าเป็นอาเพศไม่ก็ถูกผีทำ งมงายชิบหายนี่มันปีพ.ศ.2570 แล้วนะโว้ย ส่วนพวกสื่อก็เต้าข่าวกันว่าเป็นฝีมือของพวกองค์กรลับไม่ก็มนุษน์ต่างดาว แม่งคิดกันไปได้”

เอกลักษณ์บ่นกระปอดกระแปดเพราะไม่ชอบพฤติกรรมของคนที่กำลังกล่าวถึง สำหรับตำรวจอย่างพวกเขาความคิดเหล่านี้ไร้สาระและสร้างความแตกตื่นให้กับประชาชน แต่ออกัสกลับหูผึ่ง

“มีเคสอื่นด้วยเหรอ ทำไมกูไม่รู้”

“มันไม่ใช่คดีสลักสำคัญอะไรและส่วนใหญ่ก็เป็นการตายภายในบ้าน กูเองก็เพิ่งเจอเมื่อวานและตอนนี้ก็รู้แค่ว่าเขาตายตอนกำลังดูหนัง”

เป็นข้อมูลที่ไม่ได้ช่วยให้รู้อะไรเพิ่มขึ้นเลยสักนิด ออกัสพ่นลมออกมาอย่างขัดใจ

“แค่นั้นเองเหรอ นั่งดูหนังแล้วก็ตาย”

เอกลักษณ์ผงกศีรษะแทนการตอบก่อนทำตาโตเหมือนนึกได้และพลิกเอกสารในแฟ้มไล่สายตาอ่านอย่างเร็วจนเมื่อถึงแผ่นสุดท้ายเขาก็ขมวดคิ้วจนแทบผูกเป็นปมก่อนหันกลับไปทางเพื่อน

“มีเรื่องน่าสังเกตอยู่อย่าง ทุกคนตายขณะกำลังดูหนังด้วยเครื่องRIP

คิ้วเข้มของออกัสขมวดมุ่นขณะประมวลภาพในหัวเพื่อนึกทบทวนตอนเข้าไปตรวจศพของนายเสียง ตอนธงชาติเล่าให้ฟังว่าบิดาของตนตายขณะดูหนังเขาเองก็ยังไม่ได้นึกเอะใจอะไร แต่ก็จำได้ว่าห้องนั้นมีเครื่อง RIPรุ่นใหม่อยู่ด้วย

แต่มันจะเกี่ยวข้องกับการตายได้ยังไง เพราะนายเสียงเองก็ใช้เครื่องนี้มาแล้วไม่รู้กี่ครั้ง และที่บ้านของเขาก็มีเจ้าอุปกรณ์ที่ว่าอยู่เครื่องหนึ่งซึ่งออกัสเองก็ใช้มันบ่อย ๆ แต่ก็ไม่เห็นเป็นอะไร

“มันจะเกี่ยวกันหรือวะ”

เขาตั้งคำถามทั้งที่ตัวเองก็เริ่มสะกิดใจกับข้อสังเกตของเพื่อน เอกลักษณ์สั่นศีรษะปิดแฟ้มฉับและวางมือทับมันไว้

“ไม่รู้ว่ะ กูก็พูดไปตามที่เห็น” พูดพลางถอนใจ “แต่ต่อให้สงสัยแค่ไหนถ้ายังไม่มีคนมาแจ้งความเป็นเรื่องเป็นราว เราก็สืบอะไรไม่ได้ ใช่ไหมวะ”

เขาส่งประโยคสุดท้ายให้เพื่อนก่อนหิ้วแฟ้มไปเก็บไว้ตามเดิมแล้วกลับมานั่งเขียนรายงานต่อ โดยมีสายตาของออกัสมองตามอยู่ตลอดเหมือนกำลังจ้องจับผิด หากในหัวของนายตำรวจหนุ่มกลับไม่ได้สนใจเพื่อนตรงหน้าเลยสักนิด เพราะเวลานี้เขากำลังไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ต่าง ๆ ก่อนย้อนนึกถึงสถานที่เกิดเหตุที่เขาเก็บรายละเอียดทุกอย่างในห้องด้วยสายตา

นายเสียงนั่งอยู่ในท่าปกติ แต่ตากลับเบิกโพลงเหมือนกำลังตกใจกลัวอย่างสุดขีด

กลัว?

ออกัสย้ำคำนั้นก่อนตั้งคำถามกับตัวเองว่า นายเสียงกลัวอะไร จะบอกว่าเป็นคนร้ายก็ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะจากที่เขาเคยรู้จัก นายเสียงใจเย็นเป็นน้ำชนิดที่เรียกว่าเป็นมนุษย์ประเภทโป๊กเกอร์เฟซ[1] พูดง่าย ๆก็คือต่อให้มีปืนมาจ่อหน้าผาก ก็ไม่มีวันได้เห็นสีหน้าหวาดกลัวจากผู้ชายคนนี้

ถ้าอย่างนั้นเขากลัวอะไร ตำรวจหนุ่มยังคงตั้งคำถามต่อไป วินาทีถัดมาวลีหนึ่งก็วิ่งเข้าหัว

ผี

ออกัสสะบัดศีรษะเพื่อไล่ความคิดไร้สาระออกจากหัว ก่อนย้อนกลับไปยังภาพห้องเกิดเหตุอีกครั้ง โดยพิจารณาจากวัตถุแวดล้อมรอบตัว นายเสียงตายขณะกำลังดูหนัง คำถามต่อมาคือ เรื่องอะไร

ตำรวจหนุ่มนึกทบทวนภาพข้าวของเครื่องใช้ที่เขาบันทึกไว้ในสมองไปทีละชิ้น ไล่ตั้งแต่โทรทัศน์ ลำโพง เครื่องเล่นบลูเรย์ที่นับเป็นของหายากเพราะคนยุคนี้ไม่ใช้กันแล้ว เครื่อง RIPและกล่องภาพยนตร์ที่เขาจำได้แม่นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับไดโนเสาร์

หัวคิ้วของออกัสขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นปม เขารู้จักหนังเรื่องนี้ดีเพราะเคยดูมาแล้วหลายรอบ แม้จะมีฉากน่ากลัวอยู่บ้างแต่ก็ไม่น่าทำให้คนประสาทแข็งอย่างนายเสียงถึงกับตกใจ นอกเสียจากว่าเจ้าตัวจะเข้าใจว่าตัวเองหลุดเข้าไปอยู่ในหนังแล้วโดนไดโนเสาร์เหยียบ

ออกัสกะพริบตาปริบกับความคิดนั้น โดนไดโนเสาร์ในหนังกระทืบจนตายเนี่ยนะ มันจะเป็นไปได้ยังไง เอาสมองส่วนไหนคิด บ้าหรือเปล่าวะไอ้สิงห์

เขานั่งก่นด่าตัวเองในใจเงียบ ๆ แต่แล้วต้องหยุดเมื่อฉุกคิดได้ว่า สภาพศพของนายเสียงมีลักษณะคล้ายโดนของหนักกดอัดลงมาอย่างแรง จะเป็นไปได้ไหมว่าระหว่างดู นายเสียงเกิดจินตนาการไปว่าตัวเองกำลังโดนไดโนเสาร์เหยียบจริง ๆ ร่างกายก็เลยเกิดปฏิกิริยาตอบสนองไปกับความคิด แต่ถึงขนาดอวัยวะภายในเละทุกชิ้นแบบนั้น มันดูออกจะเหลือเชื่อเกินไป

ออกัสวกความคิดกลับไปที่เครื่อง RIP อุปกรณ์สร้างความบันเทิงยอดนิยมที่ทุกคนต้องมีติดบ้าน แน่นอนว่ารวมถึงตัวเขาเองด้วย จากที่เคยเล่น มันก็แค่แปลงสัญญาณภาพให้กลายเป็นโฮโลแกรม[2] ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนมีส่วนร่วมในเหตุการณ์ของหนังที่กำลังดูเท่านั้นเอง

ความสงสัยว่าอุปกรณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดผลร้ายต่อผู้ใช้ได้จริงหรือไม่ ออกัสจึงค้นหาข้อมูลของเครื่องเล่น RIP จากอินเตอร์เน็ต หลังจากอ่านอย่างละเอียดแล้วตำรวจหนุ่มจึงรู้ว่า เครื่อง RIP รุ่นล่าสุดได้พัฒนาจากการสร้างภาพ 3 มิติให้ดูสมจริงมากยิ่งขึ้น โดยใช้เทคนิคที่ช่วยให้แสงกระจายจากภาพบันทึกแล้วสร้างขึ้นใหม่ปรากฏเป็นลักษณะโดมรูปทรงกลม โดยให้ผู้ชมเป็นจุดศูนย์กลาง มีการส่งคลื่นไฟฟ้าผ่านเข้าไปในสมองเพื่อกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกร่วมกับตัวละคร ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น อารมณ์รัก เศร้า เจ็บปวดหรือความสุขสมกับเซ็ก

มีความรู้สึกร่วมไปกับตัวละครอย่างนั้นหรือ นายตำรวจหนุ่มทวนความคิดของตัวเองด้วยความฉงน ฟังเหมือนเป็นการควบคุมยังไงพิกล ไม่อยากเชื่อเลยว่าเจ้าเครื่องบ้า ๆ นั่นจะทำได้ถึงขนาดนี้ แบบนี้มันผิดกฎหมายไม่ใช่หรือวะ เขาตั้งคำถามก่อนไล่สายตาอ่านข้อมูลบนหน้าจอ เมื่อเห็นการรับรองจากสถาบันต่าง ๆ รวมถึงรัฐบาลในแง่ที่ว่า ความรู้สึกและอารมณ์ที่เกิดจากคลื่นไฟฟ้าดังกล่าวเกิดขึ้นแค่แวบเดียวเท่านั้น ทางบริษัทเองยังรับประกันด้วยว่าจะไม่มีผลกระทบต่อตัวผู้เล่นเลยแม้แต่น้อย

บ้าไปแล้ว

ตำรวจหนุ่มสบถก่อนย้อนกลับไปที่ภาพของเครื่อง RIP อีกครั้ง เขาเห็นเจ้าเครื่องที่ว่ามาเกือบสิบปี คุ้นตาเสียจนแทบจะเรียกได้ว่าเหมือนมองดอกไม้ในกระถาง แต่ไม่เคยคิดเลยว่ามันจะส่งผลต่อผู้ใช้มากมายถึงขนาดนี้ ถ้าไอ้คลื่นไฟฟ้านั่นทำให้ร่างกายเกิดการตอบสนองอัตโนมัติระหว่างการดูหนังอย่างอวัยวะเละเหมือนโดนไดโนเสาร์เหยียบหรือตับไตไส้พุงไหม้เกรียมเหมือนโดนไฟเผา มิเข้าข่ายอุปกรณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายต่อมนุษย์อย่างนั้นหรือ

ออกัสผลักคีย์บอร์ดไปข้างหน้าก่อนเอนตัวกระแทกหลังกับพนักเก้าอี้ เขาไม่มีความรู้ทางการแพทย์เลยไม่แน่ใจว่าข้อสันนิษฐานนี้จะเป็นจริงได้แค่ไหน เพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยดังกล่าวนายตำรวจหนุ่มจึงโทร.ไปหาแพทย์หญิงปาริชาติ แต่กลับมีเสียงตอบรับอัตโนมัติบอกว่าตอนนี้เธอกำลังทำงาน เขาจึงลุกขึ้นหยิบแจ็คเก็ตมาสวม ท่าทางผลุนผลันของออกัสทำให้เอกลักษณ์หันมามองด้วยความแปลกใจ

“จะไปไหน”

“ไปทำธุระนิดหน่อย” นายตำรวจหนุ่มตอบพร้อมกับคว้ากุญแจรถ แต่พอจะเดินเขากลับหยุดชะงักเหมือนนึกได้จึงหันกลับไปที่เพื่อน “ถ้านายถามหาก็บอกว่าฉันไปทำคดี”

“คดีอะไรของมึงวะ” เอกลักษณ์สวนกลับไปเพราะช่วงนี้ยังไม่มีคดีเร่งด่วน ออกัสตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก

“นึกอะไรได้ก็บอกไปเถอะ”

เขาโบกมือให้เพื่อนก่อนก้าวลงจากสถานี พอขึ้นรถเขาก็ส่งข้อความไปหาแพทย์หญิงปาริชาติว่ากำลังจะไปหา เมื่อไปถึงแทนที่จะรออยู่ด้านนอกออกัสกลับบุกเข้าไปหาเธอถึงห้องทำงาน แพทย์หญิงจึงละสายตาจากหน้าท้องของศพที่เธอกำลังชำแหละ จ้องอีกฝ่ายเชิงตำหนิก่อนเบนกลับไปกดมีดตัดกระเพาะอาหาร

“ไม่รู้หรือไงว่าห้องนี้เป็นเขตหวงห้าม”

เธอเปรยให้อีกฝ่ายได้ยิน แต่ออกัสกลับยักไหล่

“ผมเป็นตำรวจ”

แพทย์สาวชำเลืองตามองเขาอย่างหมั่นไส้ “แต่ฉันเป็นหมอ มีสิทธิ์เชิญคุณออกไปได้ทันที” พูดพลางวางกระเพาะที่เพิ่งเฉือนออกมาหมาด ๆ ลงในถาด พลิกไปมาเพื่อพิจารณาก่อนเปิดรอยกรีดที่ทำไว้ก่อนหน้านั้น ท่าทางที่ดูใส่ใจเป็นพิเศษของเธอทำให้ออกัสอดยื่นหน้าเข้าไปดูด้วยความอยากรู้ไม่ได้

“มันผิดปกติหรือครับ”

“ก็นิดหน่อย” หมอปาริชาติพูดก่อนเงยหน้าขึ้นจ้องอีกฝ่าย “จะถามอะไร”

“ครับ” ตำรวจหนุ่มพูดทั้งที่ยังคงมองกระเพาะชิ้นนั้นไม่วางตา พอได้ยินอีกแพทย์สาวเอ่ยเรียกชื่อเขาอีกครั้ง ออกัสจึงหดตัวกลับและส่งคำถามด้วยการเกริ่นนำ

“ร่างกายของคนเราจะเปลี่ยนไปตามความคิดได้หรือเปล่าครับ”

หัวคิ้วของคุณหมอย่นเข้าหากัน “ช่วยขยายความอีกนิดได้ไหม”

ตำรวจหนุ่มสูดลมเข้าปอดพลางนึกหาคำอธิบายที่ดูรวบรัดแต่ได้ใจความมากที่สุด

“ถ้าคนเราเกิดจินตนาการอะไรขึ้นมาสักอย่าง แล้วจริงจังกับมันมากจนคิดว่านั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับตัวเอง ร่างกายของเขาจะเกิดปฏิกิริยาตอบสนองไปตามสิ่งที่คิดได้หรือไม่”

“ก็ได้นะ” หมอปาริชาติผงกศีรษะช้า ๆ ขณะให้คำตอบก่อนหันกลับไปให้ความสนใจอวัยวะในถาด “จะเอาคำอธิบายธรรมดาหรือภาษาแพทย์ล่ะ”

“ขอแบบธรรมดาเถอะครับ”

“มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เมื่อคนเรามีอารมณ์หรือความรู้สึก สมองก็จะสั่งการให้หลั่งสารเคมีออกมา ทำให้ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนอง หมอเคยอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับสภาวะทางจิต ถ้าคนไข้เป็นพวกวิตกกังวล หมกมุ่น ย้ำคิดย้ำทำ ร่างกายก็จะมีความแปรปรวนอย่างผิดปกติ อย่างเช่นผู้หญิงโสดบางคนอยากมีลูกอย่างรุนแรงและจินตนาการว่าตัวเองกำลังท้อง ร่างกายของเธอจะถูกกระตุ้นให้สร้างน้ำนมขึ้นมา”

“เป็นไปได้หรือครับ” ออกัสหลุดปากถามด้วยควาคาดไม่ถึงหลังคุณหมอพูดจบ เธอพยักหน้า

“ก็เคยมีมาแล้วนะ แต่โอกาสเจอน้อยมาก” ปาริชาติชะงักคำพูดและมองหน้าออกัส “บุกเข้ามาเพื่อถามเรื่องแค่นี้เองเหรอ”

“ครับ” ตำรวจหนุ่มรับคำพร้อมกับทำท่าอึกอักเหมือนไม่แน่ใจว่าควรพูดเรื่องที่ตัวเองกำลังสงสัยดีหรือไม่ แต่พอเห็นสายตาของหมอแล้วเขาจึงตัดสินใจบอกไปตามตรง “คุณปลาจำเคสนายเสียงได้หรือเปล่า”

คุณหมอคนสวยพยักหน้า

“จำได้”

“ไอ้เอกบอกว่านอกจากนายเสียงแล้ว ยังมีรายงานการตายอย่างแปลกประหลาดเกิดขึ้นหลายราย ทั้งกระดูกทุกชิ้นถูกทุบจนป่นเป็นแป้ง อวัยวะภายในทั้งหมดโดนเผาเกรียม สมองถูกตีจนเละไหลออกมาทางจมูก ทุกรายมีลักษณะเดียวกันหมดคือข้างนอกเป็นปกติแต่ข้างในแหลกไม่มีชิ้นดี”

เขาหยุดหายใจและมองแพทย์สาวที่กำลังยืนฟังด้วยสีหน้าปกติราวกับรู้เรื่องทั้งหมดดีอยู่แล้ว

“ดูคุณปลาไม่แปลกใจเลย”

ปาริชาติไม่ตอบ แต่กลับผลักถาดกระเพาะอาหารไปยังนายตำรวจหนุ่ม เขามองเหลือบตามองอย่างเร็วเพราะถึงจะคุ้นกับสภาพศพอันน่าสยดสยองอยู่บ้างแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะชอบมองเครื่องในถูกชำแหละแบบนี้ ทีแรกเขาตั้งใจเบือนหน้าหนีแต่พอเห็นการจ้องเชิงกำชับของคุณหมอปาริชาติแล้ว ออกัสจึงจำเป็นต้องให้ความสนใจ

“มันผิดปกติตรงไหนหรือครับ”

ทนมองอยู่เกือบนาทีเขาก็หลุดคำถามออกมา แพทย์สาวกลับตอบหน้าตาย

“ไม่มี”

“อ้าว! แล้ว...” ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ ออกัสต้องชะงักคำพูดค้างเมื่อคุณหมอฝ่ายชันสูตรยกมือห้ามและกระดิกนิ้วเรียกเขาให้ไปดูศพบนเตียง ถึงจะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่แต่นายตำรวจหนุ่มก็ยอมทำตามโดยดี กวาดตามองร่างไร้วิญญาณหนึ่งรอบก่อนเอ่ยปากถามขึ้นมาเบา ๆ

“หมอจะให้ผมดูอะไร”

“อวัยวะภายใน” แพทย์หญิงปาริชาติตอบ ออกัสจึงไล่สายตาดูอีกครั้ง ถึงจะไม่มีความรู้ทางการแพทย์ แต่ด้วยหน้าที่ทำให้เขาพอจะรู้ว่าอวัยวะชิ้นไหนคืออะไร และตำแหน่งของมันควรอยู่ตรงไหน มองอยู่ครู่ใหญ่จึงสั่นศีรษะ

“ก็ไม่เห็นมีอะไรแปลกนี่ครับ”

คิ้วสวยของคุณหมอเลิกสูง

“ใครบอก มันแปลกมากต่างหาก” เธอชี้ไปยังถาดใส่ตับ ลำไส้ หัวใจและกระเพาะที่วางเรียงรายอยู่ในถาดบนโต๊ะเข็นข้างเตียง “ทั้งหมดนั่นมาจากร่างกายของผู้ตายคนนี้”

ออกัสหันไปมองชิ้นส่วนบนถาดและเลื่อนตากลับมายังร่างตรงหน้าอีกครั้ง ให้ตายเถอะ! เขาอุทานในใจด้วยความตระหนกเมื่อเห็นอวัยวะแบบเดียวกันยังอยู่บนตัวศพครบทุกชิ้น

“หมายความว่ายังไงน่ะหมอ”

“ผู้ตายเสียชีวิตจากแรงดันเลือดที่สูงผิดปกติ สาเหตุมาจากการเต้นของหัวใจที่ทำงานพร้อมกันทั้งสองดวง” แพทย์หญิงกล่าว “พูดง่าย ๆ ก็คือร่างกายของผู้ตายมีอวัยวะภายในงอกขึ้นมาอีกอย่างละหนึ่งอัน เหมือนเป็นการโคลนนิ่งที่เกิดขึ้นภายในไม่กี่นาที เขาเสียชีวิตก่อนมาถึงโรงพยาบาล”

“ไม่น่าเชื่อ” ออกัสพึมพำและหยุดคิดเหมือนนึกเอะใจ “เขาตายระหว่างดูหนังใช่ไหมครับ”

คุณหมอปาริชาติพยักหน้า “ญาติผู้ตายบอกมาแบบนั้น” เธอบอกสั้น ๆ ก่อนจัดเย็บร่างผู้ตายให้เรียบร้อย ตำรวจหนุ่มถอยหลังออกห่างเพื่อจะได้ไม่เกะกะโดยที่ตายังมองการทำงานของแพทย์สาวอยู่ตลอดเวลา หากในหัวของเขากลับคิดไล่เรียงถึงสาเหตุการตายของผู้เคราะห์ร้ายไปทีละคน

นายเสียง เสียชีวิตเพราะอวัยวะภายในแหลกเหลว ระหว่างดูหนังเกี่ยวกับไดโนเสาร์

นายโจ อวัยวะภายในไหม้เกรียมเหมือนถูกไฟเผา เสียชีวิตระหว่างดูหนังภูเขาไฟระเบิด

สาวหวาน มีร่างกายเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง ปอดและกระเพาะเต็มไปด้วยน้ำทะเลทั้งที่เธอนั่งดูหนังรักเรือล่มอยู่บนคอนโด

และร่างที่อยู่ตรงหน้า ตายเพราะอวัยวะภายในงอกเพิ่มขึ้นมา ถ้าเดาไม่ผิดเขาคงกำลังดูเรื่อง The Thing[3]หนึ่งในหนังโปรดของเขาเหมือนกัน ซึ่งตามเนื้อเรื่องเอเลี่ยนลอกแบบร่างกายเหยื่อทุกคนที่มันกลืนกิน หากผู้ตายดูหนังเรื่องนี้อยู่ก็คงจินตนาการว่าตัวเองกำลังถูกเอเลี่ยนครอบงำ ร่างกายเลยสร้างชิ้นส่วนแบบเดียวกันขึ้นมา

แม่ง แฟนตาซียิ่งกว่าหนังที่เขาเคยดูมาเสียอีก ว่ากันตามจริงแล้วมันแทบเป็นไปไม่ได้เลยด้วยซ้ำ อย่าว่าแต่สืบคดีเลย แค่พูดเล่นในวงเหล้า คนได้ยินคงคิดว่าเขาฟั่นเฟือน ฟุ้งซ่านหรืออะไรที่หนักกว่านั้น 

“คิดอะไรอยู่หรือคะหมวดสิงห์”

เสียงหมอปาริชาติดึงออกัสให้กลับมายังโลกปัจจุบัน เขาสั่นศีรษะ

“เปล่าครับ แค่...”

“คิดว่ามันเป็นผลกระทบจากการใช้เครื่อง RIP” แพทย์หญิงช่วยต่อประโยคให้ ตำรวจหนุ่มทำตาโต

“คุณปลาก็คิดแบบนั้นหรือครับ”

เขาถามด้วยความประหลาดใจ เพราะนึกไม่ถึงว่าหมอสาวผู้มากด้วยประสบการณ์จะคิดอะไรที่แหวกไปจากความจริงแบบนี้

“พอคุยกับญาติแล้วรู้ว่าทุกรายตายในกิจกรรมเดียวกัน มันก็อดคิดไม่ได้น่ะค่ะ” ปาริชาติพูด “แต่มันก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานที่ออกจะไปในแนวความเพ้อฝัน ปลาเลยได้แต่คิด ตัวคุณสิงห์เองก็เถอะ คิดได้สงสัยได้ แต่อย่าพูดให้ใครฟังอย่างเด็ดขาด”

“แต่คนตายเพราะเหตุนี้หลายรายแล้วนะครับ” ออกัสแย้ง แพทย์สาวรีบยกมือห้ามทันที

“เชื่อปลาเถอะค่ะ อย่าพูดเด็ดขาด นอกจากจะไม่มีใครเชื่อแล้วคุณอาจโดนบริษัทเคลียร์วิวฟ้องฐานทำให้ชื่อเสียงเสื่อมเสียได้” เธอถอดถุงมือโยนลงถัง ปลดเสื้อกาวน์แล้วเดินไปล้างมือ เมื่อซับจนแห้งแล้วจึงหยิบปากกาเพื่อเขียนใบรายงานสาเหตุการเสียชีวิต ออกัสเลยแกล้งถาม

“จะลงสาเหตุการตายว่าอะไรหรือครับ”

“ความดันโลหิตสูงทำให้เส้นเลือดในสมองแตก” ปาริชาติตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบขณะจรดปลายปากกาบนกระดาษ เมื่อเห็นออกัสยังคงยืนค้ำศีรษะไม่ยอมขยับไปไหน เธอจึงหันไปถาม “จะถามอะไรอีกหรือเปล่าคะคุณตำรวจ”

จากการทำงานด้วยกันมาหลายปี แพทย์สาวจึงเดาออกว่าอีกฝ่ายยังติดใจสงสัยและอยากซักไซ้เพิ่มเติม ซึ่งก็ถูกเพราะเมื่อเธอถามออกไปแบบนั้นออกัสก็มีท่าทีลังเลเล็กน้อยก่อนตัดสินใจพูดตามตรง

“ผมอยากดูบันทึกของคุณหมอ”

ไม่จำเป็นต้องอธิบายให้มากความ ปาริชาติก็รู้ว่าบันทึกที่ว่า คือรายงานการชันสูตรผู้เสียชีวิตในลักษณะผิดปรกติ ซึ่งจะบอกถึงจำนวนผู้ตายและรายละเอียดต่าง ๆ อย่างพร้อมมูล แต่ของแบบนี้ใช่ว่าจะให้ใครดูง่าย ๆ เพราะหากผู้ใหญ่รู้เธอเองก็จะถูกลงโทษ

“คุณต้องมีหมายศาล”

“ไม่เอาน่าคุณปลา ใช่ว่าผมไม่เคยขอเมื่อไหร่” ออกัสทำเสียงอ้อน “ผมอยากรู้แค่ว่าผู้เคราะห์ร้ายมีกี่คน ตายยังไงเผื่อจะได้คิดอะไรออก”

เสียงถอนใจดังมาจากปาริชาติ

“บันทึกของฉันบอกแค่ว่าสภาพศพของพวกเขาเป็นยังไงเท่านั้นนะ” เธอพูดพลางเปิดตู้เอกสารดึงแฟ้มปกแข็งเล่มหนามาวาง พอออกัสทำท่าจะหยิบเธอกลับใช้มือกดเอาไว้และทำเสียงดุ “ห้ามนำออกไปข้างนอก”

“ครับผม”

ตำรวจหนุ่มกล่าวรับคำก่อนคว้าแฟ้มย้ายไปนั่งอ่านที่โต๊ะอีกตัว เขาอ่านข้อมูลที่ปาริชาติบันทึกไว้อย่างละเอียด พลิกไปทีละหน้า ไล่สายตาบนทุกตัวอักษร ผู้ตายรายไหนไม่เกี่ยวข้องกับข้อสงสัยเขาก็ข้ามมันไป เจออะไรน่าสนใจก็จะจดไว้ในสมุดบันทึก ใช้เวลาไปพักใหญ่ออกัสจึงคืนบันทึกนั่นให้คุณหมอพร้อมกล่าวคำขอบคุณก่อนจากไป

สมองของออกัสมีแต่ข้อสงสัยอัดแน่นเต็มไปหมด สิ่งที่ได้จากบันทึกของแพทย์ชันสูตร ทำให้เขารู้ว่านับถอยหลังไปสองเดือนมีคนตายในลักษณะแปลกประหลาดถึง 100 ราย ซึ่งเมื่อลองตรวจสอบไปยังท้องที่ต่าง ๆ แล้วคำตอบที่ได้คือทุกรายเสียชีวิตขณะดูหนัง

ให้ตายเถอะ! จำนวนมากขนาดนี้ไม่มีใครเอะใจกันเลยหรือไง

ตำรวจหนุ่มสบถกับตัวเองอย่างนึกโมโห ความหงุดหงิดทำให้เขาตัดสินใจโทร.ไปบอกเอกลักษณ์ว่าจะไม่กลับเข้าที่ทำงานและขับรถตรงไปยังบ้านของธงชาติเพื่อพิสูจน์ข้อสงสัยและหาหลักฐานเพิ่มเติม ซึ่งก็เป็นไปตามที่คิด วันนั้นนายเสียงนั่งชมภาพยนตร์เกี่ยวกับสวนสัตว์ไดโนเสาร์ตะลุยตั้งแต่ภาคแรก โดยใช้เครื่อง RIP รุ่นใหม่ล่าสุดช่วยสร้างบรรยากาศให้ดูเสมือนตัวเองกำลังอยู่ในเหตุการณ์ และเสียชีวิตคาเก้าอี้จนคนในบ้านมาพบศพเช้าวันต่อมา

หลักฐานที่ได้ตอกย้ำข้อสงสัยให้แน่นขึ้น ออกัสจึงขอยืมเครื่องดังกล่าวกลับไปทดลองเล่นที่บ้าน ใช้เวลาเกือบทั้งคืนกับหนังแนวตื่นเต้นที่เขาโปรดปราน นอกจากอาการเจ็บจี๊ดเหมือนมดกัดที่เกิดขึ้นพร้อมตัวละครกับอารมณ์ที่คล้อยตามนิดหน่อยแล้วก็ไม่พบความผิดปกติใด

หรือมันจะไม่ใช่สาเหตุนี้ ตำรวจหนุ่มถามตัวเองด้วยความลังเลก่อนตัดสินใจหยิบหนังอีกเรื่องมาเปิด ด้วยตั้งใจว่าจะขอดูเป็นเรื่องสุดท้ายก่อนไปทำงาน โดยเลือกภาพยนตร์ขึ้นหิ้งแนวสืบสวนฆาตกรรมที่เขาโปรดปราน

กำเนิดอำมหิต[4]  

 

*/*/*/*/*

   



[1]เป็นสำนวน หมายถึงการวางสีหน้านิ่งจนฝ่ายตรงกันข้ามดูไม่ออกว่ากำลังคิดหรือมีความรู้สึกอะไร ถือเป็นกลเม็ดสำคัญในการเล่นไพ่โป๊กเกอร์

[2]โฮโลแกรม เป็นภาพที่มีลักษณะ 3 มิติ ซึ่งแตกต่างจากภาพ 2 มิติ ภาพโฮโลแกรมจะใช้หลักการสร้างภาพให้มีการแทรกสอดของแสงที่มากระทบรูปภาพ โดยการฉายแสงเลเซอร์จากแหล่งเดียวกัน แยกเป็น 2 ลำแสง ลำแสงหนึ่งเป็นลำแสงอ้างอิงเล็งตรงไปที่แผ่นฟิล์ม อีกลำแสงหนึ่งเล็งไปที่วัตถุและสะท้อนไปยังฟิล์ม แสงจากทั้งสองแหล่งจะถูกบันทึกไว้บนฟิล์มในรูปแบบของการแทรกสอด (Interference Pattern) ซึ่งมองไม่คล้ายกับรูปของวัตถุต้นแบบ ก่อให้เกิดภาพเสมือน (Virtual image) ขึ้นมาตามมุมของแสงที่มาตกกระทบ ทำให้ตาของเรารับแสงอีกด้านหนึ่งของแผ่น Hologram เกิดเห็นภาพ 3 มิติขึ้น

[3]The Thing (ปี 1982) เป็นหนัง Sci-Fi Thriller กำกับโดย John Carpenterเป็นเรื่องของนักวิทยาศาสตร์ในขั้วโลกเหนือ ถูกเชื้อของสัตว์ประหลาดต่างดาวเล่นงานด้วยการกลืนกินและลอกเลียนแบบเจ้าของร่างเดิมไว้

[4] นิยายของ โทมัส แฮร์ริส นักเขียนชาวอเมริกัน เป็นนิยายสืบสวนฆาตกรรมแนวสยองขวัญชุดฮันนิบาล มีสามเล่มได้แก่ Red Dragon (1981), The Silence of the Lambs (1988), Hannibal (1999), Hannibal Rising (2006) เขาได้รับรางวัล Bram Stoker Lifetime Achievement Award จาก Horror Writers Association (HWA) ในปี 2006


การเลียนแบบร่างมนุษย์ของเอเลี่ยน จากภาพยนตร์เรื่อง The Thing


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #4 jamie_psf (@jamie_psf) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 04:21

    พีคคคคคคคคคคคคคคคคค

    รอตอนต่อไปนะคะ

    ปล. เราชอบ ดร.ฮันนิบาล เล็คเตอร์ มากๆ เลยค่ะ ดูทุกเรื่อง หลายรอบมาก ดูจนแทบจะท่องได้!! 555

    #4
    0
  2. #1 ้เซนส์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 23:40

    โครตพีค สนุกมาเลยยย

    #1
    0