Cat Cafe' รักหวานๆในร้านกาแฟแมวเหมียว

ตอนที่ 9 : บทที่ 9 อย่างอนพี่เลยนะหนูไข่มุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,938
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 113 ครั้ง
    26 ก.ย. 60

บทที่ 9 อย่างอนพี่เลยนะหนูไข่มุก

            มื้อเช้าที่จำต้องกินโดยมีสายตาหวานเชื่อมคอยจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ผ่านไปได้ในที่สุด คริสแอบถอนใจออกมาอย่างโล่งอกที่หลุดจากการต้องนั่งตรงหน้า ตาจ้องตากับเจ้าของร้านรูปหล่อ หลังจากช่วยล้างแก้ชามช้อนที่ใช้จนหมดแล้ว สิงโตจึงบอกให้แขกผู้น่ารักของเขาขึ้นไปนั่งเล่นชั้นบน เกือบเที่ยงเขาจึงเคลียร์งานร้านทุกอย่างเสร็จ และเมื่อตามขึ้นไปก็เห็นคริสกำลังเล่นสนุกกับเหล่าบรรดาแมวๆ บนชั้นสี่

            “ทำไมไม่ขึ้นไปรอบนห้องละครับ”

            เจ้าของร้านถามด้วยความฉงน ชายหนุ่มละมือที่กำลังเกาหลังหูให้เปอร์เซียขนฟูหันมาตอบ

            “สงสารเบรฟอ่ะ” พูดพลางแตะหัวแมวลายที่นั่งยึดตักของเขาไว้เหมือนประกาศความเป็นเจ้าของ “แล้วเจ้าพวกเนี้ยก็อ้อนจนผมทิ้งไม่ลง”

            สิงโตมองหนุ่มน้อยหน้าใสที่กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของแมวอย่างเอ็นดู ก่อนมองไปรอบๆ และขมวดคิ้วเมื่อไม่เห็นแมวขาวอยู่ในห้องนี้ด้วย

            “ไข่มุกล่ะครับ?

            “อยู่กับสีนิลน่ะ” คริสตอบพลางหันไปเกาพุงให้สก็อตติชโฟลว์ที่เดินมาทิ้งตัวแหมะแล้วหงายท้องรอ “กลัวเธองอนเรื่องเบรฟเลยเอาขึ้นไปไว้บนห้องก่อน กะว่านั่งตรงนี้สักพักจะตามไป ที่ไหนได้”

            ชายหนุ่มหัวเราะคิกเมื่ออเมริกันช็อตแฮร์จอมป่วนกระโดดขึ้นไปยืนบนบ่า ก่อนพูดต่อ

            “เจอเจ้าพวกนี้รุมจนติดแหง่กออกจากห้องไม่ได้”

            สิงโตยิ้มให้กับคนน่ารักที่กำลังก้มหน้าลงไปพูดเสียงเล็กเสียงน้อยกับแมวที่อยู่รอบตัว และเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นหนึ่งในนั้นคือคลีโอพัตรา ทั้งที่เมื่อเช้าคริสแสดงความหวาดกลัวจนไม่อยากอยู่ใกล้แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ยอมให้มันนั่งซะใกล้แบบนี้ได้ล่ะ?

            “หายกลัวแล้วหรือครับ” ถามพลางส่งสายตาไปทางซาวันนาห์ลายเลือ คริสก้มลงมองแมวตัวโตที่กำลังนอนเอาหัวอิงขาเขาอย่างสบายใจแล้วยิ้ม

            “พอคุ้นแล้วถึงได้รู้ว่าเธอน่ารักดีน่ะ” ไม่พูดเปล่ายังลูบหัวเจ้าคลีโออย่างเอ็นดู เจ้าของร้านกาแฟนั่งอมยิ้มไม่พูดอะไร แต่กลับคิดในใจว่าตอนนี้เขาอยากเป็นแมวเหลือเกิน จะได้เข้าไปหา นอนเคล้าเคลียอยู่บนตัก ซบจมูกตรงซอกคอขาวสูดกลิ่นผิวหอมๆ แล้วซุกไซ้ตรงนั้นตรงนี้ได้ดั่งใจนึก

            ใจคิดตาจ้องคนที่ยังคงเล่นกับแมว แก้มกลมขาวที่มีสีชมพูระเรื่อไม่ต่างจากพีช ทำให้เขารู้สึกมันเขี้ยวจนเผลอเลียปากตัวเองโดยไม่รู้ตัว

            ถ้าได้กัดสักคำ มันคงฉ่ำนุ่มละมุนลิ้นไม่หยอก สิงโตคิดขณะมองคนตรงหน้า และเริ่มแปลกใจเมื่อเห็นแก้มน่ารักนั่นกำลังเลื่อนใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ซึ่งเขาคิดว่ามันคงเป็นเพียงจินตนาการ จนเมื่อเสียงของคริสที่เอ่ยถามทำให้เขารู้สึกตัว

            “มีอะไรหรือครับ”

            เจ้าของร้านกาแฟสะดุ้ง และรู้ในวินาทีนั้นเองว่า สิ่งที่เห็นไม่ใช่ภาพฝัน แต่เขาเองต่างหากที่ยื่นหน้าเข้าไปจนจมูกอยู่ห่างจากแก้มของคริสแค่หนึ่งฝ่ามือ เขาขยับออกเล็กน้อยแต่ก็ยังคงรักษากิริยาให้นิ่ง พอเห็นแมวที่กำลังนอนอยู่บนบ่าของชายหนุ่ม เขาก็รีบอุ้มมันออกมาพร้อมกับข้อแก้ตัว

            “เจ้าแซมยังไม่ได้ตัดเล็บน่ะครับ” เขาหมายถึงอเมริกันชอร์ตแฮร์ที่กำลังทำหน้างอเพราะโกรธที่อยู่ๆ ก็ถูกดึงออกมาจากที่นอนโปรด “ปกติแมวทุกตัวในร้านจะต้องแต่งเล็บเพื่อจะได้ไม่เป็นอันตรายตอนเล่นกับลูกค้า”

            เขาอธิบายเมื่อเห็นอีกฝ่ายมองด้วยความสงสัย ซึ่งเมื่อได้ยินแล้วชายหนุ่มก็พยักหน้า

            “แบบนี้เอง” พูดพลางพลิกเท้าเล็กๆ ของเจ้าเหมียวที่นอนอยู่ด้านข้าง เป็นจริงอย่างที่สิงโตพูด เพราะแม้เล็บของมันจะยาวเหมือนแมวปกติ แต่ก็ได้รับการตกแต่งจนไม่เหลือความคม มิน่าเขาถึงแทบจะไม่รู้สึกเจ็บเลยตอนถูกเจ้าพวกนี้ตะกาย   

            “สงสัยผมคงต้องทำให้เบรฟบ้าง” คริสเปรยพลางจับเท้าแมวของตัวเองขึ้นมา มันทำหน้างอดึงกลับพร้อมกับร้องแม้วเบาๆ คล้ายเตือนว่าอย่ามายุ่ง สิงโตเลยยิ้ม

            “เบรฟเป็นแมวจร เล็บจะไม่ค่อยคมเหมือนแมวเลี้ยงครับ ให้เขาอยู่สบายๆ ไปก่อนสักสองสามอาทิตย์แล้วค่อยตรวจดู ถ้ามันยาวแล้วค่อยเล็มออกก็ได้”

            ชายหนุ่มพยักหน้าหงึกอย่างเข้าใจ “แล้วใช้อะไรตัดล่ะ กรรไกรตัดเล็บแบบของคนเหรอ”

            “มันก็ได้อยู่หรอกครับ แต่ต้องเป็นกรรไกรอันใหญ่และต้องคม ทางที่ดีควรใช้กรรไกรที่ออกแบบมาให้ใช้กับสัตว์ดีกว่า มันจะมีแบบกรรไกร กับที่ตัดแบบกิโยติน มือใหม่อย่างคุณใช้แบบแรกเหมาะกว่าครับ ไว้ผมจะพาไปซื้อ”

            คริสนั่งฟังคำอธิบายทั้งหมดอย่างตั้งใจ พออีกฝ่ายพูดจบเขาก็ถามต่อ

            “แล้วตอนตัดล่ะครับเราต้องทำยังไงบ้าง อย่างเบรฟนี่คงไม่อยู่เฉยให้แน่”

            “งานนี้คุณได้เลือดชัวร์เลยครับ” สิงโตแกล้งแหย่ พอเห็นชายหนุ่มหน้าซีดเขาก็หัวเราะเบาๆ “ล้อเล่นครับ ของแบบนี้มันมีวิธี คุณต้องจำไว้เสมอว่า อย่าตัดเล็บแมวตอนมันกำลังเล่นซนหรือหิว เพราะจะอยู่ไม่นิ่ง รอให้เขากินจนอิ่มแล้วเริ่มง่วง คุณค่อยอุ้มมาวางไว้บนตัก ให้นอนหงายนะครับ ลูบเบาๆ พอเคลิ้มแล้วบีบเท้าเบาๆ เล็บจะโผล่ออกมา จากนั้นใช้กรรไกรค่อยๆ เล็มออก ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก”

            เจ้าของร้านอุ้มเจ้าสก็อตติชโฟล์วเอาไว้มือหนึ่ง ส่วนอีกมือกดเท้าของมันให้เล็บโผล่ออกมา “เห็นมั้ยครับว่าตรงโคนเล็บจะเป็นสีชมพู ห้ามตัดโดนตรงนั้นอย่างเด็ดขาด เพราะมันเป็นเส้นเลือด แต่ถ้าพลาดจริงๆ ต้องรีบห้ามเลือดและทายา ของผมใช้เจลห้ามเลือดที่สั่งซื้อทางเน็ต ตอนนี้ร้านใหญ่ๆ บางร้านก็พอจะมีขายบ้าง แต่ไม่ต้องซื้อหรอกครับ เดี๋ยวผมแบ่งให้”  

            เขาปล่อยแมวน้อยให้วิ่งไปหาเพื่อน “ช่วงแรกถ้าเบรฟไม่ยอม ก็ตัดวันละเล็บสองเล็บไปก่อน เสร็จแล้วก็ให้รางวัลอย่างพวกขนมแมวเลีย พอรู้ว่าถ้าตัดเล็บแล้วได้ของอร่อยแบบนี้ อีกหน่อยเขาก็ยอม”

            น้ำเสียงของคนอธิบายทุ้ม นุ่มชวนหลงใหลทำให้คนฟังต้องพยักหน้าตามไปด้วย แต่พอเหลือบตาขึ้นมองสบนัยน์ตาของคนพูด ความหวานหยาดเยิ้มที่ถูกส่งออกมาทำให้คริสต้องก้มหน้าลงอย่างเร็ว

            แค่สอนวิธีตัดเล็บแมว จำเป็นต้องมองแบบนี้ด้วยเหรอ แล้วนี่เขาเป็นบ้าอะไร ทำไมต้องเขินขนาดนี้ด้วย

            ชายหนุ่มถามตัวเองอยู่ในใจ มือที่กำลังลูบเบรฟเปลี่ยนเป็นขยุ้ม แรงกดที่เพิ่มมากขึ้นทำให้เจ้าแมวลายที่เริ่มเคลิ้มถึงกับสะดุ้งร้องแง้วออกมาเบาๆ

            “อ๊ะ! ขอโทษๆ” พอได้ยินเสียงประท้วงจากแมว คริสก็รีบกล่าวขอโทษขอโพยจนลิ้นแทบพันกันแถมยังลูบหลังเกาคอเบรฟที่นอนหน้าหงิกเพื่อเอาใจ สิงโตกอดไข่มุกมองทาสใหม่รายล่าสุดด้วยดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก และคงจะนั่งจ้องแบบนั้นอีกนานถ้าไม่นึกขึ้นมาได้ก่อนว่าวันนี้เขาจะต้องออกไปซื้อของใช้จำเป็นกับอาหารแมว

            “ผมจะออกไปซื้อของสักประเดี๋ยว คุณจะนั่งรอที่นี่หรือขึ้นไปเล่นกับสีนิลข้างบน”

            เจ้าของร้านเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ คริสขมวดคิ้วก่อนส่ายหน้า

            “ไม่อ่ะ ผมกลับบ้านก่อนดีกว่า”

            เขาปฏิเสธด้วยความเกรงใจ เพราะดูแล้วมันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ที่จะขึ้นไปนอนกลิ้งเกลือกในห้องประหนึ่งเจ้าของบ้าน แต่สิงโตกลับสั่นศีรษะ

            “ตอนนี้แดดร้อนรถก็ติดด้วย กลับค่ำๆ ดีกว่าครับเดี๋ยวผมขับรถไปส่ง”

            “แต่ผม...”

            “ถ้าไม่อยากเฝ้าบ้าน จะไปกับผมก็ได้ครับ” พอเห็นอีกฝ่ายทำท่าจะแย้ง เจ้าของร้านสุดหล่อจึงเอ่ยชวน คริสเม้มปากพลางมองเบรฟที่กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนตัก นิ่งคิดอยู่อึดใจจึงพยักหน้า

            “ก็ได้”

            สิงโตฉีกยิ้มกว้างอุ้มแมวลุกขึ้นในทันที “งั้นผมขอขึ้นไปดูไข่มุกที่ห้องก่อนนะครับ”

            “อ๊ะ! ผมไปด้วย” ชายหนุ่มรีบพูด เขาค่อยๆ ช้อนแมวลายออกจากตัก ลูบหัวเบาๆ ก่อนก้มลงไปคุยกับมันสองสามคำ จากนั้นก็เดินตามเจ้าของบ้านที่ออกไปยืนรอข้างนอก เมื่อปิดประตูและเดินขึ้นไปยังชั้นบน คริสจึงรีบพูดอย่างอายๆ

            “เอ่อ...รอแป๊บได้มั้ย ขออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน”

            เขาพยายามใช้เสียงให้เป็นปกติมากที่สุด แต่ต้องหน้าร้อนฉ่าเมื่อเห็นสายตาเจ้าชู้กับยิ้มกรุ้มกริ่มจากสิงโต  

            “ตามสบายเลยครับ”   

            เสียงเจ้าของร้านฟังแล้วไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด ซึ่งคริสก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้คิดแบบนั้น พอก้าวเข้าห้อง เขาก็หยิบชุดที่เตรียมมาด้วยออกจากกระเป๋าและทำท่าจะเดินเข้าห้องน้ำ แต่สิงโตกลับเอ่ยห้ามพร้อมกับพูด

            “ใส่ในห้องน้ำชุดจะเปียกหมดนะครับ”

            ที่จริงมันก็เป็นเหตุผลที่น่าฟังอยู่หรอก แต่สายตาคนพูดทำให้ชายหนุ่มตอบโดยไม่เสียเวลาคิด

            “ไม่เป็นไร”

            บอกแค่นั้นแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องน้ำทันที เพราะรู้ดีว่าขืนโอ้เอ้คุยต่ออีกแค่หนึ่งคำ เขาอาจหลงเชื่อและยอมทำตามคำแนะนำของพี่สิงโต

            บ้าเอ๊ย ขนาดมีเสื้อผ้าอยู่ครบ ยังถูกมองด้วยสายตาที่เหมือนจะล้วงลึกเข้าไปถึงเนื้อใน ขืนนุ่งแค่ผ้าขนหนูชิ้นเดียวตามที่อีกฝ่ายบอก ความรู้สึกคงไม่ต่างจากเดินแก้ผ้าและคงโดนชอนไชด้วยดวงตาไปทั่วทั้งตัว ดังนั้นเขาขอยอมใส่เสื้อเปียก เพราะมันน่าจะปลอดภัยกว่าเดินผ่านสายตาแปลกๆ ออกมาใส่เสื้อแห้งข้างนอก 

            ชายหนุ่มอาบน้ำไปพร้อมกับความคิดที่สับสน เพราะไม่เข้าใจพฤติกรรมของพี่สิงโตที่ดูแปลกมากขึ้นทุกวัน เขาพยายามเลี่ยงที่จะมองในแง่ของความรัก เพราะตัวเองกับอีกฝ่ายเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่เมื่อนึกถึงสังคมยุคปัจจุบันที่เปิดกว้างในเรื่องความรักของเพศเดียวกันแล้ว ก็อดกังวลไม่ได้

            หวังว่าพี่เขาจะไม่คิดกับเขาในแง่นั้นนะ

            คริสนึกภาวนาอยู่ในใจพลางละเลงครีมอาบน้ำไปทั่วตัว อ้อยอิ่งอยู่ใต้ฝักบัวเกือบสิบนาที จึงออกจากห้องน้ำพร้อมกลิ่นสบู่หอมกรุ่น ความเกรงใจที่ทำให้เจ้าของบ้านรอนาน ชายหนุ่มจึงรีบน้ำผ้าเช็ดตัวออกไปตากจึงไม่รู้เลยว่า สิงโตมองตามอยู่ตลอดเวลากำลังเลียปากตัวเอง

            น่ากินเป็นบ้า!

            เจ้าของร้านมาดเท่คิดด้วยใจเต้นตึกตัก แต่พอเห็นอีกฝ่ายกำลังเดินกลับมาเขาก็แสร้งทำเป็นมองไข่มุกที่กำลังนอนกลิ้งเกลือกบนเตียง เมื่อเห็นคริสเตรียมตัวเสร็จแล้วจึงเอ่ยเตือน

            “อย่าลืมบอกไข่มุกกับสีนิลนะครับว่าเราจะออกไปข้างนอก”

            คริสก้มลงบอกไข่มุกตามคำแนะนำและไม่ลืมหันไปพูดประโยคเดียวกันกับสีนิล ดูเหมือนแมวทั้งสองจะเข้าใจทุกคำที่ชายหนุ่มพูด เพราะพอบอกเสร็จทั้งคู่ก็หันหลังให้คนทั้งสองและเดินหน้างอไปทิ้งตัวนอนในที่ของตัวเอง เจอปฏิกิริยาแบบนั้นเข้าไปชายหนุ่มถึงกับหน้าเสีย แต่สิงโตกลับหัวเราะหึ

            “แกล้งงอนน่ะ หาเรื่องอ้อนจะให้พาไปด้วย” เขาหลิ่วตาให้ไข่มุกที่แอบชำเลืองมองก่อนหันไปเอ่ยชวนคนที่จะไปด้วยกัน “ถ้ามัวแต่ง้อก็เข้าแผนเธอเลยครับ เราไปกันเถอะ”

            คริสพยักหน้าและหันไปโบกมือให้แมวทั้งสองก่อนตามเจ้าของร้านลงไปที่รถ จากนั้นทั้งคู่ก็ออกจากไปด้วยกันโดยจุดหมายแรกที่สิงโตแวะคือร้านขายอาหารสัตว์ซึ่งน่าจะเป็นเจ้าประจำ เพราะเพียงแค่เห็นหน้า เด็กในร้านก็รีบขนทั้งอาหารแมว ขนมและทรายแมวไปไว้ในรถ ชำระเงินเรียบร้อยแล้วสิงโตจึงพาคริสไปยังห้างสรรพสินค้า 

            ห้างแห่งนี้มักมีการจัดนิทรรศการต่างๆ ทุกสุดสัปดาห์ และอาทิตย์นี้ก็เป็นการจัดงานเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ภายในงานจึงมีร้านจำหน่ายอุปกรณ์สำหรับสัตว์มากมายหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสำหรับสุนัข แมว กระต่าย นก แม้กระทั่งเม่นจิ๋วและสัตว์น่ารักอย่างชูการ์ไกรเดอร์ก็ยังมีของเล่นขายให้อีกด้วย

            สิงโตพาคริสเดินดูสินค้าที่มีมากมายหลายหลากไปเรื่อยๆ พอถึงอุปกรณ์สำหรับสัตว์เขาก็บอกให้ซื้อกรรไกรตัดเล็บกับลูกกลิ้งทำความสะอาดไปด้วยเลย พอถูกถามว่าทำไม เขาก็ให้คำตอบว่าแมวเป็นสัตว์ที่ขนร่วงอยู่ตลอดเวลา และมักจะติดตามเสื้อผ้า ดังนั้นการทำความสะอาดด้วยลูกกลิ้งจึงเป็นวิธีสะดวกที่สุด

            เมื่อได้รับความกระจ่างแล้วชายหนุ่มจึงหย่อนของทั้งสองอย่างลงตะกร้า จากนั้นก็เดินดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างนั้นมีการสาธิตอาหารแมวออกใหม่ เจ้าของร้านมาดนิ่งจึงหยุดดู หลังจากฟังคำบรรยายไปได้ไม่ถึงห้านาทีคริสซึ่งฟังไม่รู้เรื่องก็แยกตัวไปเดินดูของอย่างอื่นต่อ ตอนเดินอยู่ในซุ้มเครื่องแต่งตัวสัตว์เขาก็สะดุดตาเข้ากับชุดกระโปรงบานฟูฟ่องตัวเล็กน่ารักสีขาว พอรู้ว่าเป็นเสื้อสำหรับแมว ชายหนุ่มก็คิดว่ามันช่างเหมาะกับแมวขาวมาดนางพญาอย่างไข่มุกมาก เลยตัดสินใจซื้อโดยไม่ให้สิงโตรู้ แถมด้วยผ้าพันคอแบบคาวบอยสุดเท่ไปฝากสีนิลอีกหนึ่งอัน ซึ่งเมื่อจ่ายเงินแล้วเขาก็ม้วนมันเป็นก้อนแล้วใส่ถุงพลาสติกอีกชั้นเพื่อไม่ให้อีกคนดูออกว่าอะไร

            พอซื้อของเสร็จก็ไม่รู้จะทำอะไร คริสเลยเตร่ไปดูแมวชนิดต่างๆ ที่ฟาร์มนำมาโชว์ให้ลูกค้าเลือก กำลังดูเพลินๆ ก็ได้ยินเสียงฮือดังมาจากฟาร์มที่อยู่ริมสุด และต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนตื่นเต้นคือแมวพันธุ์เดียวกับคลีโอพัตรา ชายหนุ่มเห็นทาสแมวหลายคนอยากได้แมวแสนสวยตัวนี้มากแต่พอรู้ราคาแล้วต้องถอยหลังหนีกันแทบไม่ทัน ความอยากรู้คริสเลยขยับเข้าไปใกล้กรงเจ้าซาวันนาห์อีกนิด พอเห็นป้ายราคาเขาถึงกับตกตะลึงอ้าปากค้าง

            สองแสนห้า!

            ชายหนุ่มพอจะเดาได้อยู่ว่า แมวพันธุ์นี้จะต้องมีราคาแพงพอสมควร แต่นึกไม่ถึงว่าจะมากขนาดนี้อย่างเขาคงไม่มีปัญญาหรอก คงมีแต่พวกคนรวยเท่านั้นที่ซื้อแมวแบบนี้ไปเลี้ยง

            เขาหยุดืนนิ่งเมื่อนึกถึงคลีโอพัตรา

            งั้นพี่สิงโตก็เป็นคนรวยน่ะสิ!

            คริสคิดด้วยความตระหนก แต่พอนึกให้ดีมันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องมานั่งตกใจ ลองมีตึกตั้งอยู่ในย่านเศรษฐกิจแถมยังเปิดเป็นร้านกาแฟแมว เท่านี้ก็น่าจะรู้แล้วว่าผู้ชายที่มีรอยยิ้มอยู่เสมอคนนี้ไม่ธรรมดา จะแปลกหน่อยก็ตรงพี่สิงโตไม่เคยแสดงให้เห็นเลยว่า รวย เพราะข้าวของเครื่องใช้ การแต่งตัวรวมถึงการดำเนินชีวิตดูเป็นปกติเหมือนคนทำงานทั่วไป

            ชายหนุ่มคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่รู้เลยว่าคนที่ตนเองนึกถึงกำลังยืนอยู่ใกล้ๆ หลังจากยืนเอียงคอมองคนน่ารักยืนใจลอยอยู่นาน สิงโตจึงกระซิบถามเบาๆ 

            “มายืนเหม่ออะไรตรงนี้ครับ”

            คริสสะดุ้งเฮือกและหันไปส่งยิ้มแห้งให้ทันที “เปล่าครับ เอ่อ คือ” เขาพูดตะกุกตะกักเพราะนึกหาคำแก้ตัวไม่ออก เลยต้องงัดไม้เด็ดมาใช้ “กำลังคิดอยู่ว่าเที่ยงนี้จะกินอะไรดีน่ะ”

            เจ้าของร้านรูปหล่อคลี่ยิ้มบาง ก่อนถามเสียงนุ่ม

            “ชาบูมั้ยครับ หรืออาหารญี่ปุ่นดี”

            ชายหนุ่มนิ่งคิดก่อนส่ายหน้า “ผมอยากกินบะหมี่เกี๊ยวหมูแดง”

            “งั้นก็ต้องร้านอาหารจีน ผมรู้จักอยู่ร้านนึงตรงชั้นสี่มีติ่มซำด้วย” สิงโตบอกด้วยใบหน้าที่ไม่ได้คลายรอยยิ้มเลยสักนิด เขาฉวยข้อมืออีกฝ่ายพร้อมกับเอ่ยชวน “ไปกันครับ”

            คริสหน้าร้อนฉ่าและรีบดึงมือออกจากมือของคนมาดขรึมทันที ก่อนกล่าวด้วยเสียงค่อนข้างห้วน ซึ่งเขาแน่ใจว่าไม่ใช่ความโกรธ “ผมไม่ใช่เด็ก”

            เจ้าของร้านกาแฟมองมือขาวที่เจ้าตัวกำลังยัดเข้ากระเป๋ากางเกงแล้วยิ้มกว้างขึ้นอีกหน่อย

            “ขอโทษครับ เคยมือไปหน่อย คนเลี้ยงแมวก็แบบนี้แหละครับ” เขาบอกอย่างอารมณ์ดีก่อนเดินตรงไปที่ลิฟต์ คริสยู่ปากพลางนึกถามในใจว่า พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง อย่าบอกนะว่าพี่สิงโตเห็นเขาเป็นแมว

            “คริสครับ” พอเห็นคนน่ารักยืนหน้าแดงทำปากแหลม สิงโตเลยหันมาถามด้วยความเป็นห่วง อีกฝ่ายสะดุ้งและก้าวตามมาทันที พอเห็นหน้าสีจัดเหมือนคนมีไข้ ชายที่มีศักดิ์เป็นพี่เลยถาม “หน้าแดงมากเลย ไม่สบายหรือเปล่าครับ”

            “เปล่า” ชายหนุ่มตอบและทำท่าเดิน แต่พอเห็นสายตาห่วงใยอย่างจริงจังของคนหน้าหล่อ เขาจึงถอนใจออกมา “ไม่ได้ป่วย แค่อยากเข้าห้องน้ำ”

            คริสแกล้งปดเพราะขืนไม่หาข้ออ้าง อีกฝ่ายคงเอาแต่จ้องหน้าเขาแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็รู้อยู่หรอกนะว่าเป็นห่วง แต่ขืนโดนมองด้วยสายตาแบบนี้ตลอดเวลาแล้วละก็ มีหวังได้ยัดบะหมี่เข้าจมูกแทนปากแน่

            เลิกทำตาหวานใส่ผมสักทีได้ไหม พี่สิงโต เขินไปหมดแล้วนะโว้ย

            ข้างเจ้าของร้านผู้มีดวงตาเป็นอาวุธ พอได้ยินเหตุผลจากคนน้องแล้วเขาก็พยักหน้า

            “งั้นเราไปห้องน้ำกัน ทำอะไรเสร็จแล้วค่อยไปหาของกิน”

            เลือดอุ่นจัดฉีดปรี๊ดขึ้นหน้า แค่คำว่าเข้าห้องน้ำด้วยกันมันก็เสียวสันหลังไปยันบั้นท้ายพออยู่แล้ว ยังจะมีคำว่า ทำอะไรกัน พ่วงเข้าไปอีก มันหมายถึงอะไรกันแน่ครับพี่สิงโต๊ว ว ว ว

            “อะ เอ่อ พี่ก็ปวดด้วยเหรอ” ทั้งที่รู้ว่ามันเป็นประโยคที่ไม่ควรถาม ก็ยังอดพูดออกไปไม่ได้ สิงโตเลิกคิ้วในแบบหนุ่มหล่อมาดกวนก่อนให้คำตอบ

            “ครับ” เขามองชายหนุ่มด้วยนัยน์ตาเจ้าเล่ห์ก่อนถามต่อด้วยคำพูดที่ทำให้ความคิดของคนได้ยินเตลิดไปไกล “ไม่ได้หรือครับ”

            หน้าของคริสร้อนชนิดที่ถ้าเอาหม้อน้ำซุปก๋วยเตี๋ยวมาวาง คงเดือดภายในหนึ่งวินาที ทั้งที่เป็นคำถามแสนธรรมดา แต่พอคนพูดยกมุมปากนิดๆ เอียงคอหน่อยๆ สมองของเขาก็แปลความหมายเป็นอย่างอื่นไปเลย

            โอย ขืนต่อปากต่อคำกันอยู่แบบนี้ มีหวังได้เจอคำที่มันประหลาดกว่านี้อีกแน่

            คิดได้ดังนั้น ชายหนุ่มก็รีบหมุนตัวเดินตรงไปเข้าห้องน้ำ แทนที่จะจัดการธุระตรงโถของผู้ชาย เขากลับเลือกชักโครกในห้องที่เป็นส่วนตัวหน่อย ก็แหมพี่ท่านเล่นเดินตามมาติดๆ แถมเตรียมมายืนปล่อยเบาข้างๆ สำหรับคนอื่นมันคงเป็นเรื่องธรรมดา และเขาเองก็ไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่พอเป็นพี่สิงโต คริสชักจะเริ่มไม่แน่ใจว่า ดวงตาซุกซนคู่นั้นจะชำเลืองมองช้างน้อยของเขาหรือเปล่า และตัวเขาเองนั่นแหละที่จะอดลอบมองท่อนซุงในกางเกงของพี่เขาไม่ได้

            แก้มสองข้างร้อนจัดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ชายหนุ่มรีบปิดฝาชักโครกแล้วนั่งลงเอามือปิดหน้า นี่เขากำลังเป็นบ้าไปแล้วใช่ไหมถึงได้คิดเรื่องบ้าๆ แบบนี้ ผู้ชายด้วยกันมันก็ต้องมีดุ้นเหมือนกันสิวะ ไม่เห็นว่ามันจะน่ามองตรงไหน

            ไม่จริงอ่ะ ถึงจะมีเหมือนกัน แต่จากที่เคยสังเกต พี่สิงโตก็โตสมชื่อจริงๆ 

            ความคิดนั้นแล่นเข้าหัวขณะที่เจ้าตัวหวนนึกถึงท่านั่งของคนเป็นพี่เมื่อตอนเช้า หน้ากลมขาวของคริสก็ระเบิดตูม

            เขรี่ ย ย ย!!!

            ชายหนุ่มแทบอยากเอาหัวโขกชักโครก เพื่อลบภาพนั้นทิ้ง แต่ดูเหมือนมันจะหยั่งรากลึกลงไปถึงก้านสมอง เพราะยิ่งแกล้งทำเป็นลืมมันก็จะยิ่งงอกเพิ่มขึ้นมา

            งือ ใครก็ได้ช่วยผมด้วย

            คริสร้องอยู่ในอกและสะดุ้งเฮือกเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู

            “คริสครับ” เสียงสิงโตนุ่มเบาแต่เต็มไปด้วยความห่วงใย “เป็นอะไร ไม่สบายหรือเปล่า”

            “เปล่าครับพี่ ผมแค่ท้องเสียนิดหน่อย” ชายหนุ่มรีบบอกและลุกขึ้นกดน้ำเพื่อกลบเกลื่อน แกล้งทำเป็นขยับกางเกงเพื่อให้ดูเหมือนเขาเพิ่งเสร็จจากธุระ สูดลมหายใจปั้นหน้าที่ดูเหมือนคนปวดท้องก่อนเปิดประตู พอเห็นสีหน้าของคนที่กำลังยืนรอ ใจของเขาก็หล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม

            .ใบหน้าหล่อนั้นเต็มไปด้วยความกังวล ดวงตาที่มีประกายพร่างพรายอยู่เป็นนิจ กลับอัดแน่นไปด้วยความวิตก มากมายเสียจนเขาแทบจะลืมความคิดเมื่อครู่ไปเสียสิ้น

            พี่สิงโตเป็นห่วงเขามากขนาดนี้เลยหรือเนี่ย !?

            “แค่ท้องเสียเท่านั้นหรือครับ” เจ้าของร้านผู้คงมาดเท่ไว้เสมอถามพลางใช้หลังมือแตะที่ลำคอของคริส เขาขยับถอยและเลี่ยงไปล้างมือที่อ่าง ขณะเดียวกันก็ตอบไปด้วย

            “ครับ” ชายหนุ่มชำเลืองตามองคนพี่ทางกระจกแวบหนึ่ง พอเห็นสายตาที่กำลังมองอย่างห่วงใยแล้ว เขาก็ถอนใจ “เรื่องจิ๊บๆ น่ะพี่สิงโต”

            “ถ้าจิ๊บแล้วทำไมถึงเข้าห้องน้ำนานขนาดนั้นครับ” สิงโตตั้งคำถาม คริสส่ายหน้าก่อนดึงกระดาษชำระมาเช็ดมือ ใจอยากจะบอกไปว่า ขี้นะคร้าบพี่ ไม่ใช่ฉี่ที่พอเสร็จแล้วจะได้สะบัดๆ ออกจากห้อง แต่เมื่อนึกได้ว่าขืนพูดแบบนั้นมีหวังเจอสายตาประหลาดอีกเลยเปลี่ยนคำตอบ

            “แหม มันก็ต้องนั่งให้แน่ใจว่าจะไม่มีอะไรไหลออกมาอีกนี่ครับ” เขาหยุดก่อนส่ายหน้า “พอเหอะพี่ ขืนบรรยายต่อมีหวังกินข้าวไม่ลง ไปร้านบะหมี่กันเถอะ”   

            คริสเอ่ยชวนและเดินนำออกไปทันที ซึ่งคนเป็นพี่ก็ไม่ซักอะไรต่อ หลังจากขึ้นลิฟต์และเข้าไปในร้านอาหาร ชายหนุ่มก็สั่งบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงเป็นอันดับแรก ทั้งแบบแห้งและน้ำ ตามด้วยติ่มซำซึ่งเขาเลือกสั่งซาลาเปาใส้หมูแดงกับฮะเก๋า ส่วนสิงโตสั่งผักกาดขาวห่อกุ้งนึ่ง กระเพาะปลา สาหร่ายม้วน ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี ขนมจีบกับซาลาเปาไส้เผือก ทุกอย่างถูกทยอยกันมาวางเรียงบนโต๊ะ พอถึงคิวบะหมี่ ชายหนุ่มก็ทำตาโต

            “โหย น่ากินมากเลยอ่ะ” เขาตักน้ำซุปขึ้นมาซดเป็นอย่างแรกแล้วยิ้มแป้น “อร่อย แบบนี้ไม่ต้องเติมอะไรเลย”

            พูดพลางบิซาลาปาที่ตัวเองสั่งใส่ปากเคี้ยว ตามองสิงโตที่กำลังหยิบซาลาเปาเช่นเดียวกัน แต่ดูกลมเกลี้ยงกว่ากันมาก

            “ไส้อะไรอ่ะ” ถามด้วยความอยากรู้ เพราะซาลาเปาลักษณะนี้มักเป็นไส้ผัก หนุ่มเจ้าของร้านส่งยิ้มละมุน

            “เผือกครับ”

            คริสหยุดเคี้ยวมองหน้าคนพูดทันที “พี่ว่าผมทำไมอ่ะ”

            คิ้วสวยของสิงโตยกขึ้นเล็กน้อย มือที่เตรียมบิซาลาเปาชะงักค้าง ส่วนเจ้าตัวทำหน้าเลิ่กลั่ก

            “พี่ยังไม่ได้ว่าอะไรคริสเลยนะครับ”

            “ก็เมื่อกี้พี่ว่าผมเผือก”

            ชายหนุ่มเถียงพลางมุ่นคิ้วทำหน้ายู่ เจ้าของร้านกาแฟนิ่งคิด พอนึกได้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไรเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ

            “ก็คริสถามพี่ว่าซาลาเปาไส้อะไร พี่ก็ตอบว่าไส้เผือก เข้าใจไปถึงไหนกันเนี่ย อย่าคิดเยอะสิครับ”

            ท่าทางขำของเขาทำให้คริสหน้าแตกดังโพละ เลยต้องแก้เขินด้วยการยัดซาลาเปาเข้าปากทีเดียวครึ่งลูก เคี้ยวพลางบ่นไปด้วย

            “ก็ไม่รู้อ่ะ”

            เสียงหัวเราะหึจากคนฝั่งตรงกันข้าม ทำให้ชายหนุ่มอายจนต้องหันไปโซ้ยบะหมี่เข้าปากรัวๆ ทั้งที่อยากจะดื่มด่ำกับรสชาติแสนอร่อย กลับต้องรีบกินเพื่อที่จะได้หนีออกจากสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด แต่คำที่ว่า ยิ่งรีบก็ยิ่งช้า เป็นจริงที่สุด เพราะกินไปไม่กี่คำเส้นบะหมี่ก็ดันติดคอ คริสสำลักแค่กจนน้ำตาไหล มือควานเปะปะหาแก้วน้ำ สิงโตเลยรีบส่งให้พร้อมพูด

            “น้ำครับ” เขาลุกจากที่นั่งไปตบหลังให้ด้วยความเป็นห่วง และถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายดีขึ้น

            “เป็นยังไงบ้างครับ”

            ชายหนุ่มวางแก้วสูดลมเข้าปอดก่อนพยักหน้า

            “ดีขึ้นแล้วครับ” เขามองบะหมี่แห้งที่เหลืออยู่อีกครึ่งชาม “ผมลืมคิดไปน่ะว่าเพิ่งกินซาลาเปาเข้าไป ควรกินหมี่น้ำก่อนหมี่แห้ง จะได้ไม่ติดคอ” 

            สิงโตมองคนที่กำลังนั่งหน้าแดงเพราะเพิ่งผ่านการสำลักมาหมาดๆ ความกังวลว่าหากอีกฝ่ายยังฝืนกินต่อ ก็อาจจะสำลักอีกเลยถาม

            “เช็คบิลเลยไหมครับ”

            “ได้ไง เพิ่งกินไปได้นิดเดียวเอง” คริสสวนคำทันควันก่อนเลื่อนชามบะหมี่น้ำมาไว้ตรงหน้า หยิบตะเกียบเตรียมลงมือแต่พอเห็นคนตัวสูงยังยืนนิ่งไม่ยอมขยับ เขาก็เงยหน้าขึ้น

            “ผมไม่เป็นไรแล้วครับพี่ กินต่อเถอะ”

            ถึงจะใช้น้ำเสียงสบายๆ แถมตัวคนพูดยังส่งยิ้มให้ สิงโตก็ยังไม่อยากไว้ใจ เขามองชายหนุ่มที่หันกลับไปจัดการอาหารด้วยท่าทางเอร็ดอร่อยนิ่งอยู่ครูหนึ่งจึงถอนใจออกมาเบาๆ ก่อนกลับไปนั่งที่ตามเดิม โดยไม่ละสายตาจากคนที่กำลังก้มจนหน้าแทบจะจิ้มลงไปในชามบะหมี่ พอรู้ตัวคริสเลยใช้ตะเกียบชี้ไปที่ซาลาเปาไส้เผือกพร้อมกับพูด

            “กินดิพี่”

            เจ้าของร้านกาแฟมาดเท่มองคนรุ่นน้องด้วยความกังวล แต่พอเห็นอีกฝ่ายกำลังทำหน้าทะเล้นเขาก็ส่ายหน้าก่อนหยิบซาลาเปาขึ้นมา แต่แทนที่จะกินเขากลับหมุนมันเล่น มองคริสด้วยดวงตาหยาดเยิ้มแถมมุมปากยังแต้มรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ จนคนถูกมองทำตัวไม่ถูกและหลุดปากออกมาในที่สุด

            “ผมไม่ใช่ซาลาเปานะพี่ มองอยู่ได้”

            “แต่พี่ว่าใช่” สิงโตสวนคำกลับทันควัน มองหน้าคนผิวขาวก่อนลดกลับไปจ้องก้อนแป้งกลมขาวในมือ “ขาวนุ่มเหมือนกันเลย”

            เขากัดซาลาเปาด้วยท่าทางอ้อยอิ่ง เคี้ยวช้าๆพลางจ้องแก้มกลมขาวของคริสคล้ายจะสื่อว่า อยากงับมันเหมือนซาลาเปา สายตาของคนรูปหล่อทำให้ชายหนุ่มสำลักอีกครั้ง ไม่ใช่บะหมี่ แต่เป็นความหวานจัดที่อีกฝ่ายประเคนมาให้ไม่หยุด คริสต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะไม่สนใจมอง แต่แรงกดดันที่เพิ่มมากขึ้นทุกขณะทำให้เขาต้องหาเรื่องชวนคุยเพื่อเบี่ยงประเด็น

            “ไส้หมูแดงนี่อร่อยดีเหมือนกันนะครับ เสียแต่หวานไปหน่อย แล้วไส้เผือกของพี่ล่ะรสชาติเป็นยังไง”

            เขามองหน้าสิงโตแวบหนึ่งพอไม่ให้เสียมารยาท และทันเห็นยิ้มเจ้าเล่ห์ที่อีกฝ่ายส่งมาให้

            “หวานครับ” คนพูดหยอดเสียงได้ไม่ต่างจากคำที่บอกเท่าไหร่ และยิ้มเมื่อเห็นชายหนุ่มกำลังดูดบะหมี่เส้นสุดท้ายเข้าปาก “บะหมี่สองชามอิ่มหรือครับ”

            ที่ถามเพราะไม่ใช่แค่บะหมี่เท่านั้นที่ถูกซัดจนเกลี้ยงชาม ซาลาเปากับฮะเก๋าสองชิ้นก็ถูกคริสจัดการจนเรียบไม่เหลือ พอเห็นอีกฝ่ายสั่นศีรษะและทำท่าจะหยิบเมนู เขาจึงเลื่อนขนมจีบให้

            “กินกับผมก็ได้ครับ จีบกุ้งเจ้านี้อร่อยมากเลยนะ”

            ชายหนุ่มมองขนมจีบที่มีแต้มสีแดงด้านบนในเข่งใบเล็กก่อนส่ายหน้า

            “ไม่อ่ะ เดี๋ยวพี่ไม่อิ่ม”

            สิงโตมองเข่งติ่มซำบนโต๊ะและส่งยิ้มให้

            “ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ยังมีเหลืออีกตั้งเยอะ หรือถ้าหมดแล้วแต่ยังไม่อิ่ม จะสั่งเพิ่มก็ได้” พูดพลางผลักขนมจีบไปไว้ตรงหน้าคริส “เชิญครับ”

            ชายหนุ่มทำปากจู๋และทำท่าอิดออดพอเป็นพิธี จากนั้นจึงใช้ตะเกียบคีบขนมจีบใส่ปากแล้วทำตาโต

            “โห อร่อยอ้ะ กุ้งเน้นๆ เลย”

            เจ้าของร้านกาแฟยิ้มแป้นแต่ไม่พูดอะไร เขานั่งมองคริสจัดการขนมจีบกุ้งหมดไปทั้งสองชิ้นจึงดึงเข่งเปล่าออกแล้วเลื่อนอาหารชนิดเดียวกันแต่แป้งที่หุ้มเป็นสีเขียวไปวางไว้แทน

            “จีบปูครับ” เขาแนะนำพลางผงกศีรษะเป็นการเชิญ ชายหนุ่มยอมทำตามอย่างว่าง่าย ระหว่างที่เคี้ยวขนมจีบอันใหม่เขาก็ชวนคุยไปด้วย

            “ไม่ยักรู้ว่าร้านนี้มีของอร่อย สงสัยผมต้องแวะมากินบ่อยๆ แล้วละ”

            “อย่าลืมชวนผมนะครับ” สิงโตพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พอเห็นอีกฝ่ายทำเป็นเลิกคิ้วเหมือนจะบอกว่าทำไมต้องทำแบบนั้นด้วยเขาจึงขยายความต่ออีกหน่อย “ผมชอบขนมจีบน่ะครับ ไม่ใช่แค่รสชาติ ผมยังชอบลักษณะการห่อหุ้มที่ดูแล้วให้ความรู้สึกเหมือนมันเป็นสิ่งสำคัญ เป็นตัวแทนความรู้สึกที่เราสามารถบอกให้ใครบางคนได้รับรู้”

            ท่อนแรกๆ ก็ดูเป็นงานเป็นการดี แต่ไอ้ประโยคสุดท้ายฟังแล้วทะแม่งพิกล ขนมอันเดียวมันจะบอกอะไรได้วะ

            ความคิดของคริสสะดุดไว้ตรงนั้น ขณะที่เจ้าตัวมองจานที่ว่างเปล่า

            ขนมจีบ

            ชายหนุ่มเหลือบขึ้นมองคู่สนทนาทันที พอเป็นประกายที่กำลังเปล่งแสงระยิบระยับอยู่ในดวงตา เขาก็เข้าใจทุกอย่างในบัดดล เขาไม่รู้หรอกว่าพี่สิงโตต้องการสื่อความหมายแบบไหน ใช่อย่างที่เขากำลังคิดหรือเปล่า ตอนนี้เขาอยากจะลุกจากโต๊ะเต็มที ไม่ใช่เพราะอิ่ม แต่จากความรู้สึกบางอย่างที่กำลังไหลทะลักเข้าไปอัดแน่นอยู่ในหัวใจ

            คริสวางตะเกียบ ดื่มน้ำจนหมดแก้วแทนการบอกว่าอิ่ม ถึงอย่างนั้นอีกฝ่ายก็ยังอดถามไม่ได้

            “อิ่มแล้วหรือครับ”

            “ครับ พี่สิงโตกินไปเถอะ ผมรอได้”

            ชายหนุ่มบอกเพราะเห็นว่าอาหารยังเหลืออีกเยอะ แต่สิงโตกลับส่ายหน้าพร้อมกับยกมือเรียกพนักงาน

            “เช็คบิลครับ รบกวนห่ออาหารพวกนี้ใส่กล่องให้ด้วย”

            ชำระเงินเสร็จและรับถุงใส่กล่องอาหารแล้วทั้งคู่จึงออกจากร้าน เดินวนดูร้านขายของสารพัดอย่างโดยไม่คุยอะไรกันเลยไปได้สักพัก เจ้าของร้านกาแฟจึงเป็นฝ่ายเปิดปากพูดขึ้นก่อน

            “อยากกลับหรือยังครับ ถ้าไม่ผมขอลงไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตหน่อย”

            คริสพยักหน้าเพราะตัวเขาเองก็อยากซื้อบะหมี่สำเร็จรูป อาหารกระป๋องกับของใช้จำเป็นเข้าบ้านเหมือนกัน

            “โอเคครับ งั้นเดี๋ยวเราแยกกันซื้อ เสร็จแล้วค่อยมาเจอกันตรงนี้ ตกลงมั้ย”

            “ตกลงครับ”

            สิงโตรับคำพร้อมรอยยิ้มก่อนเข็นรถหายไปในแผนกอาหารสด ส่วนคริสคว้าตะกร้าเดินไปยังจุดจำหน่ายอาหารสำเร็จรูป หยิบมาม่าสารพัดรสกับปลากระป๋อง กาแฟ น้ำตาลครีมเทียมกับนมสด กับของใช้ประจำวันอย่างพวกครีมอาบน้ำ แชมพู และของสำคัญลำดับสุดท้ายคือ โรลออน

            ไม่รู้คนอื่นจะคิดยังไง แต่สำหรับคริสแล้ว เขามักเขินทุกครั้งเวลายืนเลือกลูกกลิ้งระงับกลิ่นใต้วงแขน มันอาจเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนยุคใหม่ แต่สำหรับเขาแล้วมันเป็นเรื่องน่าอาย และด้วยเหตุนี้เขาถึงแยกมาซื้อของตามลำพัง คิดพลางเหลือบตามองซ้ายขวาอย่างระแวง เมื่อแน่ใจว่าพี่สิงโตไม่ได้อยู่แถวนั้น ชายหนุ่มจึงกำโรลออนขวดนั้นเอาไว้ในมือก่อนจะหิ้วตะกร้าไปที่แคชเชียร์ ชำระเงินเสร็จแล้วก็ออกมายืนรอด้านนอก ไม่กี่อึดใจสิงโตก็หอบถุงเต็มสองมือตามออกมา คริสเลยช่วยแบ่งมาหิ้วครึ่งหนึ่งจากนั้นทั้งคู่ก็กลับไปที่รถ เอาของทั้งหมดใส่กระโปรงท้ายมัดปากจนแน่ใจว่าจะไม่มีอะไรหลุดร่วงออกมาแล้ว ทั้งสองจึงขึ้นนั่งประจำที่เพื่อกลับไปยังร้านกาแฟ

            เมื่อไปถึงสิ่งแรกที่เจ้าของร้านทำคือ ชงโกโก้เย็นให้คริสดื่ม จากนั้นจึงรื้อของที่ซื้อมาออกจากถุงจัดเก็บเข้าตู้ เสร็จแล้วก็ชวนชายหนุ่มขึ้นไปยังชั้นบน พอเปิดประตู ไข่มุกซึ่งตั้งท่ารออยู่ก็กระโดดเข้าไปให้อุ้มทันที

            “แหม ลืมเราไปเลยนะ”

            เพราะคนที่แมวขาวเลือกคือคริส สิงโตเลยแกล้งทำเป็นงอน พอพูดเสร็จก็ทำท่าจะก้มลงไปลูบสีนิล แต่เมนคูนตัวโตกลับเดินผ่านเขาไปหน้าตาเฉย แต่กลับไปทิ้งตัวนอนกลิ้งเกลือกแทบเท้าแขกของเจ้านาย เจ้าของร้านได้แต่ส่ายหน้าก่อนหย่อนตัวนั่งลงบนเตียง

            “ถูกทิ้งซะแล้วเรา” เขาเปรยออกมาพอให้ได้ยิน แต่แมวสองตัวไม่สนเพราะมัวแต่แย่งกันออดอ้อนหนุ่มออฟฟิศ สิงโตเลยหยิบหมอนสองใบมาวางซ้อนกันแล้วเอนตัวลงกึ่งนั่งกึ่งนอนมองคนผิวขาวที่กำลังถูกแมวรุมอย่างเอ็นดู ส่วนคริสเองหลังจากโดนสีนิลอ้อนจนต้องลงไปนั่งกับพื้น พอเห็นเจ้าของบ้านกำลังนั่งเท้าแขนมองด้วยสายตากรุ้มกริ่มแล้ว จึงพูดอย่างงอนๆ

            “ไม่ช่วยกันหน่อยหรือครับ”

            ยิ้มที่ผุดบนมุมปากของสิงโต ทำให้ชายหนุ่มนึกอยากจะถอนคำพูดเมื่อครู่ เพราะมันแสดงให้เห็นกันอย่างชัดเจนเลยว่า อีกฝ่ายตีความหมายของคำว่าช่วยไปอีกทาง

            “ก็อยากจะช่วยนะครับ แต่ไข่มุกกับสีนิลคงไม่ยอม”

            คริสย่นจมูกทำหน้าง้ำก่อนหันไปขยุ้มขนสีนิลอย่างมันเขี้ยว พอเห็นอุ้งเท้ากลมโตของมันตะปบถุงใส่ของที่เขาตั้งใจซื้อมาฝาก ชายหนุ่มเลยยิ้มก่อนจะค่อยๆ ดึงกลับมา

            “อ๊ะ! หยิบเองได้ไง” พูดพลางเปิดถุงหยิบของบางอย่างออกมา เจ้าของแมวมุ่นคิ้วมองสิ่งที่อยู่ในมือของคริสก่อนถามด้วยความแปลกใจ

            “ซื้อมาให้สีนิลหรือครับ” เขาถามเสียงเรียบ อีกฝ่ายหันมาส่งยิ้มให้

            “ผมเห็นมันเท่ดีน่าจะเหมาะกับสีนิลเลยซื้อมาน่ะครับ” พูดพลางชูหมวกคาวบอยกับผ้าพันคอสีแดงสดอย่างภูมิใจ สิงโตผงกศีรษะช้าๆ ก่อนขยับลงไปนั่งข้างชายหนุ่ม

            “ปกติเค้าไม่เคยใส่ของพวกนี้นะครับ ไม่รู้จะยอมหรือเปล่า” เจ้าของแมวพูดเสียงเรียบพลางมองสีนิลที่กำลังนอนหมอบทำตาแป๋ว คริสเลยก้มหน้าลงแตะจมูกเขากับจมูกของมันเบาๆ

            “ต้องยอมอยู่แล้ว เนอะ” พูดพลางพับผ้าพันคอให้เป็นรูปสามเหลี่ยมแล้วผูกให้รอบคอสีนิล ขยับให้เอียงนิดๆ ก่อนวางหมวกไว้บนหัว ดึงเชือกไปผูกไว้ใต้คาง ตอนแรกเจ้าแมวดำก็ทำท่ารำคาญแต่พอเห็นคนที่แต่งตัวให้มันกำลังนั่งเอียงคอยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เลยเปลี่ยนท่าเป็นนั่งตัวตรงแถมเชิดหน้านิดๆ ประดุจเป็นนายแบบชื่อดัง

            “เท่ไม่เบาเลยสีนิล” คริสเอ่ยชมพลางบันทึกภาพสีนิลด้วยสมาร์ตโฟนไปหลายรูป สิงโตนั่งอมยิ้มมองแล้วส่ายหน้า

            “บ้ายอเหมือนกันนะเรา” เขาเปรยกับสีนิลก่อนจะหันไปทางไข่มุกแล้วแกล้งพูดแหย่ “ไม่มีของสาวสวยคนนี้บ้างหรือครับ”

            “ไม่มีได้ไง” ชายหนุ่มพูดเสียงใสก่อนหยิบของที่ซ่อนอยู่ในถุงอีกใบออกมา พอเห็นว่าเป็นอะไร สิงโตก็นิ่งในทันที และนั่งมองจนคริสใส่เสื้อให้ไข่มุกสำเร็จ แต่แทนที่เธอจะเดินเชิดหน้าวางท่าเป็นนางแบบเหมือนสีนิล กลับยืนนิ่งตัวแข็งเป็นหุ่นแถมยังทำหน้าเลิ่กลั่กเหมือนตกใจ

            “เป็นอะไรไปน่ะไข่มุก”

            ชายหนุ่มถามพลางมองแมวขาวด้วยความกังวล ไข่มุกหันไปมองหน้าทาสของเธอเหมือนขอคำปรึกษาก่อนขยับ แต่ไปได้แค่สองสามก้าวก็หยุดยืนนิ่งตัวแข็งอีกครั้ง ท่าทางที่ดูตื่นๆ ของเธอทำให้คริสรีบก้มลงดูด้วยความเป็นห่วง

            “ไม่ชอบเหรอ”

            “เธอแค่ไม่คุ้นเท่านั้นครับ” เสียงทุ้มนุ่มของสิงโตเอ่ยขึ้นมาขณะที่เจ้าตัวรวบไข่มุกเข้าไปกอด ขณะเดียวกันก็อธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจ “แมวกับหมาไม่เหมือนกันครับ หมาทำทุกอย่างเพื่อเอาใจเจ้าของ ซึ่งตรงข้ามกับแมว เจ้าพวกนี้รักอิสระ ปรับตัวง่าย หนาวก็จะหาที่อุ่นๆ ซุก แต่ไม่ชอบให้มีอะไรมารัดตัวเพราะหวงขน คนอื่นอาจจะชอบตัดชุดให้พวกมันใส่แต่ผมไม่ เพราะแมวจะสวยก็ต่อเมื่อมันเป็นตัวของตัวเอง”

            เป็นคำบอกที่ไม่ได้เจือความโกรธหรือไม่พอใจเลยสักนิด แต่คริสกลับรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ขณะมองไข่มุกที่กำลังซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนทาสของเธอ

            “ขอโทษนะไข่มุก พี่ไม่รู้จริงๆ” เขาพูดกับแมวขาวก่อนเงยหน้าขึ้นสบตาเจ้าของ “ผมขอโทษด้วยครับพี่สิงโต”

            เจ้าของร้านกาแฟส่งยิ้มที่แสนอ่อนโยนให้ ก่อนกล่าวเสียงนุ่ม

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ และไข่มุกก็ไม่ได้โกรธคุณด้วย เมื่อกี้เธอยังเอาใจคุณด้วยการเดินให้ดู” เขามองคริสด้วยดวงตาที่อัดแน่นไปด้วยความรู้สึก “ที่จริงแล้วผมควรจะขอบคุณคุณต่างหาก กับความรักและการเอาใจใส่ที่คุณมีให้ไข่มุกกับสีนิล”  

            ปากสวยได้รูปของคริสเม้มเป็นเส้นตรง เขายื่นมือไปรับแมวขาวจากเจ้าของร้าน แตะปากบนหัวของมันอย่างแผ่วเบา

            “ขอโทษด้วยน้าคนสวย”

            เขาพูดเสียงแผ่วก่อนถอดเสื้อให้ไข่มุกอย่างเบามือที่สุด ระหว่างนั้นปากก็พูดไปด้วย

            “เสียดายเหมือนกันนะ อุตส่าห์วาดฝันไว้ว่าพอใส่ชุดนี้แล้วไข่มุกจะต้องน่ารักเหมือนเจ้าหญิง”

            สิงโตนั่งอมยิ้มฟังไปด้วย ระหว่างนั้นเขาก็หยิบถุงที่ใส่ชุดแมวมาเปิดดู พอเห็นของอีกชิ้นที่ยังอยู่ในนั้นเขาก็คลี่ยิ้มออกมา

            “นี่มันชุดเจ้าสาวนะครับ ไม่ใช่ชุดเจ้าหญิง” พูดพร้อมกับชูผ้าคลุมหน้าเล็กน่ารักให้อีกฝ่ายดูและส่งยิ้มล้อ แต่สิ่งที่ทำให้คริสเขินไม่ใช่รอยยิ้มหรือความเข้าใจผิด หากเป็นสายตาของคนเป็นพี่ที่ส่อนัยยะบางอย่างออกมา ความประหม่าทำให้มือที่กำลังดึงเสื้อออกจากตัวแมวแรงไปนิด ไข่มุกร้องแม้วด้วยความตกใจและโดดแผล็วไปหาเจ้านายของมันทันที

            “เจ็บเหรอไข่มุก พี่ขอโทษนะ” ชายหนุ่มรีบพูดพลางยื่นมือไปหา แต่ต้องหน้าเสียเมื่อแมวขาวหันก้นมาให้แถมยังเก็บหางไว้กับตัวเหมือนไม่อยากให้ใครมาโดน พอเห็นท่าทางแบบนั้นคนเป็นพี่ก็หัวเราะหึ

            “โดนงอนแล้วครับ” พูดโดยแตะหัวแมวเบาๆ “คุณเธอนี่ง้อยากซะด้วย”

            คริสขยับเข้าไปหาไข่มุกพร้อมกับพร่ำกล่าวคำขอโทษไม่หยุดปาก แต่แมวขาวกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แถมยังกระดิกหูแกล้งอีกต่างหาก สิงโตซึ่งคุ้นกับท่าทางแบบนี้ดีได้แต่นั่งขำ แต่คนที่เพิ่งรู้จักแมวอย่างชายหนุ่มกลับร้อนใจ

            “ทำไงดีล่ะพี่สิงโต ไข่มุกโกรธผมจริงๆ ด้วย”

            เขาทำหน้าเหมือนคนร้องไห้ขณะถาม เจ้าของร้านมาดขรึมซ่อนยิ้มในหน้าแกล้งทำเป็นนั่งคิด นิ่งเงียบอยู่ชั่วอึดใจจึงเฉลยคำตอบ

            “อยากง้อแมวก็ต้องทำตัวให้เหมือนแมว”

            คิ้วของคริสขมวดเข้าหากันด้วยความงง

            “ยังไง?

            สิงโตยังไม่ตอบ เขาหยิบถุงที่เหน็บไว้ด้านหลังมาเปิด แล้วดึงของที่อยู่ในนั้นยื่นไปจ่อไว้ตรงหน้าชายหนุ่ม นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายวาววับไม่ต่างจากดวงตาหมาป่า ขณะที่เรียวปากบางเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

            “คุณต้องสวมนี่ให้ไข่มุกดู”

            น้ำเสียงที่บอกนุ่มน่าฟัง ตรงกันข้ามกับคริสที่เบิกตากว้างอุทานเสียงหลง

            “หา!

            หัวใจของชายหนุ่มเต้นตึกตัก เขาจ้องของที่อยู่ตรงหน้าก่อนเลื่อนไปสบตาคนถือ ให้ตายเถอะ! ถ้าตอนนี้เขาอยู่คนเดียวตามลำพัง ก็พอจะสวมมันได้อยู่หรอก แต่ถ้าต้องให้ใส่โดยมีนัยน์ตาหมาป่าของผู้ชายคนนี้คอยจ้องอยู่ตลอดเวลาแบบนี้แล้วละก็

            เขินนะโว้ย!

 

*/*/*/*/*/*

ขอโทษที่ห่างหายไปนานเลย ไม่มีข้อแก้ตัวค่ะ แต่จะพยายามอัพให้เร็วขึ้นกว่านี้ 

ขอบคุณทุกท่านที่เป็นกำลังใจให้นะคะ 

ภาพประกอบมีเจ้าของค่ะ

ขออนุญาตและขอบคุณเจ้าของภาพนะคะ 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 113 ครั้ง

784 ความคิดเห็น

  1. #766 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 23:26
    เจ้าเล่ห์นะเรา อยากให้น้องเป็นแมวน้อย ทาสแมวยอมตามใจทำทุกอย่างเลย รอดูเหมียวคริส
    #766
    0
  2. #741 BlackDragon_MN (@blackdragon-mn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 / 23:37
    ไม่ใช่แค่พี่เว้ยเฮ้ย ยัยน้องก็หื่นไม่เบา แงงงงงงงง ไปแอบมองสิงโต(ไม่)น้อย ได้ยังไง! รู้กกกกกกกกกกก

    ยัยอึดอัดไหม รึว่ายังไง นี่ว่าพี่เค้าก็ชัดเจนระดับนึงน้าว่าขอถีบ เอ้ยยย จีบหนูอ่ะ
    #741
    0
  3. #714 na2539 (@na2539) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 14:08
    พี่สิงโตนี่ชอบแกล้งตลอด
    #714
    0
  4. #345 Rattanapadanon (@Rattanapadanon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 11:59
    พี่สิงโตหยอดตลอด  คริสเสร็จแน่ๆ อ่ะ
    #345
    1
    • #345-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      15 พฤศจิกายน 2560 / 10:00
      พี่สิงโตทำขนมไงคะ เลยหยอดเก่ง
      #345-1
  5. #186 Sonsawan Kaewmora (@ploy_35) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 11:50
    อ่านไปละหิวอ่ะ มีแต่ของกินนนนน เรารู้ละว่าทำไมช่วงนี้กินโกโก้ปั่นบ่อย เพราะฟิคไรท์นี่เอง55555
    #186
    1
    • #186-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      4 ตุลาคม 2560 / 18:50
      โกโก้ปั่นดีนะ กินแล้วสดชื่น น น น
      #186-1
  6. #179 jamie_psf (@jamie_psf) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 04:06
    โอ้ยยยยยยยยยยย พี่จิ้งงงงง ขอขำมุกเผือกก่อนนะ  คืออ่านถึงตอนนั้นขำพรวดดดดดอ คริสเอ๊ยยยยยยยย หนูทำไมน่ารักจังลูกกกกก โอ้ยยยย ขำว้อยยยย 5555555555555 แล้วมีงอแงใส่พี่เค้านะ โถวๆๆๆๆๆ หนูคิดไปเองทั้งนั้นเลยลูกเอ๊ยยย เอ็นดู๊ว์~~

    หมดโหมดเอ็นดูความน่ารัก มาสู่โหมดอื่นๆ กันบ้าง

    อะไรคือการเปรียบเทียบของตัวเองว่าช้างน้อยและของพี่ว่าท่อนซุงครับ??? อะร๊ายยยยยยย อะไรคือนึกถึงดุ้นของพี่เค้า อะไรคือบอกว่าพี่สิงโตก็โตสมชื่อ???? ทำไมแร่ดลูกกกกกกกก นี่มโนเองไปถึงไหน คิดไกลไปเพียงใดกันหื้มมม ถึงได้นั่งอยู่ในห้องน้ำนานจนพี่เค้าเป็นห่วง มโนนานม๊ากกกกกกกก ขนาดนั้นนี่มันไปถึงหน๊ายยยยย ตอบ!!!!

    บทนี้ทั้งน่ารัก น่าหมั่นไส้ (คริส) น่าลุ้น (กับความหื่นแบบไม่ปิดบังคนอ่านแล้วของพี่สิง) ทั้งฮากันความมโนของคนน้อง และมองบนกับความแร่ดของนุ๋งคิ๊ดดด

    พี่ครับ ได้โปรดมาต่อเร็วๆ เถอะครับ มันน่ารักง่า รอไม่ไหวแย้วววว

    ปูลู ขอโทษที่มาอ่านมาเม้นช้าไปหน่อย มัวแต่ปั่นนิยายตัวเองรัวๆ แต่รอเสมอนะคร้าบบบบบ ปกติไม่เคยอ่านเรื่องอื่นเลยน๊า~ (เพราะเวลาจะนอนยังแทบไม่มี เวลาจะครี่นี่ยังแทบไม่ว่าง ดะ...เดี๋ยวนะ... ^^") แหะๆ ไปละ ชักเลอะ
    #179
    1
    • #179-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      29 กันยายน 2560 / 15:18
      ไม่คิดว่ามุกเผือกจะรอด ฮ่าๆ ตอนเขียนนึกหน้าอิน้องชัดแจ๋วเลย
      น้องคิดไม่ได้หื่น ไม่ได้แรดนะ แค่แตกตื่นท่อนซุงของพี่ เอ๊ยไม่ใช่ น้องแค่รักนวลสงวนตัว ไม่อยากให้ใครมาเห็นดุ้นของตัวเอง
      เอ...ชักไปกันใหญ่แล้ว

      ปีลี ไม่เปงราย เรารออ่านเป็ดเหมือนกัน อิ อิ อิ
      #179-1
  7. #178 creamsarang (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 22:02
    ชุดน่ารักมากกกกกกกกงื้อออออ

    คนแต่งต้องเลี้ยงแมวชัวร์ๆมีความรู้เรื่องแมวเยอะมากเลย

    ตกลงพี่สิงเอาชุดอะไรให้คริสเนี่ยอยากรู้ๆๆๆ
    #178
    1
    • #178-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      29 กันยายน 2560 / 15:15
      คนแต่เป็นแมวค่ะ
      เมี้ยว >w<
      #178-1
  8. #173 Leki247 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 กันยายน 2560 / 16:08
    ชอบอะ น่ารักมากๆเลย ไรท์เก่งม่กๆเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ รออ่านตอนต่อๆไปค่ะ
    #173
    1
    • #173-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      29 กันยายน 2560 / 15:12
      ขอบคุณค้าบ
      #173-1
  9. #168 kipling (@kipling) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 21:27
    บทนี้พี่สิงรุกแรง แถมมองน้องอย่างกับจะกินไปทั้งตัว ระวังน้องแตกตื่นแล้วเผ่นซะก่อน
    แล้วนี่หลอกให้น้องใส่ผ้าคลุมเจ้าสาว นี่อยากให้ไข่มุกเห็นหรืออยากดูเองกันแน่
    #168
    1
    • #168-1 jamie_psf (@jamie_psf) (จากตอนที่ 9)
      29 กันยายน 2560 / 04:08
      เชื่อว่าถ้ารุกขึ้นมาจริงๆ อิน้องจะระทวยยอมอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว เจอจูบกระชากวิญญาณนางก็คงยอมปลดกระดุมเสื้อรอละ กร๊ากกกกกก
      #168-1
  10. #167 S_suika (@suikajang) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 08:10
    อันนี้คือไข่มุกดูหรือพี่สิงดูค่ะ โหพี่แกมโน ไปแต่ละอน่างหื่นๆ ทั้งนั้น นี้ขนาดไม่คบกันนะเนี้ย ตกลงกันไปน้องคริสจะลุกไหวป่าวค่ะ 5555
    #167
    1
    • #167-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:37
      น่าจะ .....
      เจ้าของไข่มุกละค่ะ
      #167-1
  11. วันที่ 27 กันยายน 2560 / 05:30
    พี่สิงเก็บอาการไม่อยู่เลยนะ
    #166
    1
    • #166-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:36
      คนสวยมานอนค้างด้วยแบบนั้น คงเริ่มทนไม่ไหวแล้ว
      #166-1
  12. #165 นมเย็นสีฟ้า (@alissy) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 23:58
    พี่สิงคะ พี่ใจเย็นๆนะ พี่หื่นจนไก่ตื่นหมดแล้ว!!!
    #165
    1
    • #165-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:36
      เก็บอาการหน่อยพี่สิง แหม แค่น้องมานอนด้วยคืนเดียว ต่อมหื่นทำงานหนักเลย
      #165-1
  13. #164 Pai_rr (@Pai_rr) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 22:39
    น่ารักมากเลยค่ะไรท์บรรยายดีมั้กๆ
    #164
    1
    • #164-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:35
      ขอบคุณค่า
      #164-1
  14. #163 pigpigpig1 (@pigpigpig123) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 22:11
    พี่สิงเริ่มหื่นแล้วนะ น้องคิดจะรอดมั้ยเนี่ย
    มองน้องตาหวาน ขายขนมจีบใหญ่เลย
     
    สีนิลอย่างเท่ห์ สงสารก็แต่ไข่มุก
    โดนจับแต่งเป็นเจ้าสาวซะแล้ว
    งอลเลยลูก แต่พี่เค้ารักหนูนะ

    ไรท์เก่งจัง อธิบายเรื่องต่างๆ ได้เห็นภาพเลยค่ะ
    รอติดตามต่อนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    อย่าลืมพักสายตา พักผ่อนด้วยน๊า

    ปล รูปน่ารักทุกรูปเลยค่ะ 

    #163
    1
    • #163-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:35
      ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ ปกติจะพักสายตาวันละหนึ่งชั่วโมง นอกจากจะไม่ไหวจริงๆ
      พี่สิง เริ่มรุกหนักมาก สงสัยวิญญาณก้องภพจากฟิคฉากหื่นมาเข้าสิง แววเสียสาวเริ่มมาแล้วนะหนูคริส

      ไข่มุกเธอช่วยเจ้าของค่ะ ฮ่าๆ
      #163-1
  15. #162 moosu_nisa (@moosu_nisa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 22:11
    น่ารักมากๆเลยค่ะ
    #162
    1
    • #162-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:33
      ขอบคุณคร้าบ
      #162-1
  16. #161 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:59
    พี่สิงโตแกล้งคริสให้ใส่รึป่าวเนี้ย
    #161
    1
    • #161-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:32
      แหม พี่เค้าไม่แกล้งน้องหรอก เอ็นดุจะตาย
      #161-1
  17. #160 94Pu[244] (@0918874584) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:47
    หูแมวแน่ๆ
    #160
    1
    • #160-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:32
      เหมียว
      #160-1
  18. #159 Oneooe (@Oneooe) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:31
    น่ารักมากจ้า พี่สิงเจ้าเล่ห์มากค่ะ
    #159
    1
    • #159-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:31
      พี่สิงอวตารไหนก็เจ้าเล่ห์ แถมหื่นด้วย ฮ่าๆ
      #159-1
  19. #158 XiaowenMXu (@XiaowenMXu) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:28
    ใส่อะไรอ้า อยากรู้แล้ววว. งื๊อออ
    #158
    1
    • #158-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:31
      ไม่บอก อิ อิ
      #158-1
  20. #157 devilnamfon (@devilnamfon) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 20:18
    น่ารักอ่ะ รอๆๆๆน๊าไรท์...
    #157
    1
    • #157-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:31
      ขอบคุณค้าบ
      #157-1
  21. #156 Atchyfone (@Atchyfone) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 19:57
    งื้อออ จินตนาการคริสใส่ชุดนี้แล้วเขิลลลล คนสวยของพี่ใส่เลยลูก ไข่มุกจะได้เลิกงอล
    #156
    1
    • #156-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:30
      พี่คงอยากให้น้องใส่ชุดแบบไข่มุก
      แต่แค่ผ้าคลุมหน้าเท่านั้น
      #156-1
  22. #155 Yodyha (@Yodyha) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 19:57
    น่ารักทั้งแมวทั้งคน
    #155
    1
    • #155-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:28
      น่ารักจนอยากกอดทั้งคนทั้งแมว
      #155-1
  23. #154 roykam (@roykam) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 19:53
    อุ้ย พี่สิงตาซนอะ คริสไม่กล้าเข้าห้องน้ำเลย เออ ด้วยความที่เป็นผู้หญิงเราไม่เคยมองเรื่องนี้มาก่อนเลย ว่าพระเอกนายเอกจะแอบมองดุ้นกันในห้องน้ำ กร๊ากกก นุ้งคริสเขินใหญ่เลย

    คือพี่สิงขายขนมจีบแรงมากเลยบทนี้ ที่เคลิ้มจนเกือบจะจูบน้อง กับพูดเย้าว่าน้องเหมือนซาลาเปาคือไร! พี่สิงร้ายยยย ตาพราวๆ นั่นคือคิดอยากเอาน้องมาฟัดตลอดใช่มะ

    ตอนพูดถึงกล่อมแมวให้เคลิ้มแล้วค่อยตัดเล็บเหมือนพี่สิงจะใช้กลยุทธ์เดียวกันกับน้องคริสเลยค่ะ ล่อด้วยเครื่องดื่มและโกโก้อร่อยๆ เอาแมวน่ารักๆ มามอมเมา อำนวยความสะดวกมีที่ให้นอนให้พักให้อาบน้ำ รู้ตัวอีกทีสงสัยน้องคริสจะนอนบนตักให้พี่สิงเกาคางซะแล้ว

    รอต่อนะคะ น่าร้ากกก
    #154
    1
    • #154-1 Gitsune (@moonyforever) (จากตอนที่ 9)
      27 กันยายน 2560 / 14:27
      มันก็ต้องมีความอยากรู้กันบ้างแหละว่าดุ้นคนข้างๆ อันแค่ไหน กร๊ากกกกก พี่สิงเป็นเจ้าของร้านกาแฟไง เลยขายขนมเก่ง ใจคงอยากจับน้องมานวดเป็นแป้ง ใช้เตียงแทนเขียงแล้วเอาพิมกด กด กด กด กด

      ตอนต่อไป อะไรดีน้อ
      #154-1