ปีกนางฟ้า.

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 ยาดี ฉบับรีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 403
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.ค. 53

ตอนที่ 4 ยาดี

 

                “คนบ้า!“ คำพูดสุดท้ายถูกทิ้งเอาไว้จากนั้นทานตะวันก็เดินลิ่วๆ กลับโต๊ะอาหารที่พ่อกับแม่และครอบครัวของเธอนั่งอยู่ด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ หญิงสาวทั้งโกรธทั้งอายกับสิ่งที่เธอได้เจอจากผู้ชายโรคจิตที่โผล่เข้ามาทัก

                อนันตญา รุ่งระวีวงศ์ กับ ทานตะวัน อัศวะเดชา หึ...คุณทำให้ผมปวดหัวได้ตั้งแต่เด็กจนโตเลยนะคนสวย กรีรินทร์ยืนมองหญิงสาวที่เดินจ้ำอ้าวกลับไปยังโต๊ะอาหารพร้อมๆ กับยิ้มออกมา ใครจะรู้ว่าชายหนุ่มจะได้แจ๊คพ็อตใหญ่ เมื่อเขาได้รู้ความลับของทานตะวัน อัศวะเดชาเข้าโดยบังเอิญ

                ทานตะวันเดินกลับมานั่งที่โต๊ะอาหารอีกครั้ง แต่ทว่าใบหน้าของหญิงสาวก็ยังคงแดงก่ำจนน่าสงสัย และคนที่มองมันอยู่ก็คือธันวาน้องชายคนเดียวของเธอนั้นเอง

                มีอะไรรึเปล่าครับ ธันวาเอ่ยถามเมื่อพี่สาวที่กลับมานั่งที่นั้นมีสีหน้าแปลกๆ

                ไม่มีอะไรหรอกธัน พอดีพี่เจอคนบ้าน่ะ ทานตะวันตอบอย่างไม่ใส่ใจ และหญิงสาวก็พยายามลบภาพคนบ้าออกจากหัวของเธอให้เร็วที่สุด

                ตู้ดดดด!!!  ตู้ดดดดด!!!

                “คุณพ่อค่ะ ตารินทร์โทรมาแล้วค่ะ!“

เอมิกามองโทรศัพท์มือถือของเธอก่อนจะหันไปกระซิบบอกอภืวัฒน์ที่ตอนนี้มีสีหน้าย่ำแย่แบบสุดๆ

                ถามซิว่ามันทำอะไรอยู่ ให้มันโผล่หัวมาให้ไวเลย!“

                ได้ค่ะ!“

เอมิการับคำของอภิวัฒน์ผู้เป็นพ่อก่อนจะกดรับสายของน้องชายตัวดีที่หายหัวไปไหนก็ไม่รู้

                อยู่ไหนน่ะรินทร์ รีบมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!“

เอมิกาส่งเสียงกระซิบขู่ใส่โทรศัพท์ เพราะว่าเธอไม่อยากให้ทางฝั่งบ้านของทานตะวันได้ยินความเหลวไหลของน้องชายตัวแสบของเธอ

                (ผมน่ะมานานแล้ว และตอนนี้ก็เห็นแล้ว)

เสียงปลายสายตอบกลับมาอย่างสบายอกสบายใจ แต่ทว่ามันก็เรียกสีหน้าสงสัยของเอมิกาได้เป็นอย่างดี

                มาตั้งนานแล้วทำไมไม่เข้ามาล่ะหา นี่เขากินกันจะเสร็จหมดอยู่แล้วนะ

เอมิกาแทบจะกระโดดลงไปในโทรศัพท์และลากตัวน้องชายของเธอออกมาตบสักทีสองที ไม่รู้น้องชายตัวดีของเธอคิดอะไรอยู่มาตั้งนานแล้วแต่ยังไม่ยอมโผล่หน้าออกมาอีก

                (บอกพ่อด้วยแล้วกันว่าผมหาลูกสะใภ้ให้ท่านได้แล้ว แค่นี้นะครับ ^^) ตู้ดดดดดดดด

                ตารินทร์!“

สัญญาณเสียงทางปลายสายถูกตัดไปในขณะที่เอมิกายังได้แต่อ้าปากค้าง กรีรินทร์น้องชายตัวดีทิ้งภาระหนักอกไว้ให้เธออีกจนได้ จะให้เธอบอกพ่อว่าเขาไปชอบผู้หญิงอื่น ทั้งๆ ที่พ่อหมายตาลูกสาวของเพื่อนพ่อเอาไว้ให้เขาตั้งแต่เด็กเนี่ยนะ และตารินทร์เองก็รู้อยู่แก่ใจว่าสองคนได้หมั้นหมายกันมาแต่อยู่ในท้องแล้ว

โอ้ยตาย! นี่น้องชายฉันทำบ้าอะไรเนี่ย

                “มันว่าไง?“

อภิวัฒน์เอ่ยถามลูกสาวหลังจากเห็นว่าเธอวางโทรศัพท์ในมือแล้ว

                เอ่อ...ตารินทร์ติดธุระน่ะคะ แห่ะๆ เอมิกาจำใจโกหกพ่อของเธอเพราะเธอเองก็ยังไม่อยากเห็นพ่อต้องมากลายร่างตรงนี้ และอีกอย่างเอมิกาตั้งใจแน่วแน่แล้วว่าเธอจะไปกำจัดผู้หญิงทุกคนที่มาเกาะแกะตารินทร์ เพราะยังไงซะเอมิกาก็เห็นว่าทานตะวันเพื่อนของเธอเหมาะสมกว่าตารินทร์มากกว่าใครทั้งนั้น

                ในที่สุดการรับประทานอาหารของสองครอบครัวก็จบลงโดยไร้เงาของคนสำคัญที่เป็นพระเอกของงาน ตุลาการถูกภรรยาตีไปหลายทีโทษฐานที่ออกหน้าออกตาดีใจมากไป ที่ไม่ได้เห็นหน้ากรีรินทร์ว่าที่ลูกเขย ในขณะที่อภิวัฒน์กำลังเดือดปุดๆ กับพฤติกรรมของลูกชาย โดยมีคุณหญิงมะปรางคอยปลอบใจและหาเหตุผลมาลบล้างความผิดให้ลูกชายคนดีของเธอ

                ธันวาจะกลับบ้านเลยมั้ย หรือจะเข้าบริษัท เอมิกาหันไปเอ่ยถามธันวาน้องชายของทานตะวัน หลังจากที่ตอนนี้พวกผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายกลับกันไปหมดแล้ว เหลือแค่เอมิกา ทานตะวันและก็ธันวาผู้เป็นน้องชาย

                ผมมีธุระที่อื่น ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนแล้วกันนะครับ ธันวาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆ และเขาก็ขอตัวกลับไป ทิ้งพี่สาวทั้งสองคนของเขาเอาไว้ตามลำพัง

                เอม...ธันแอบไปมีหญิงอยู่ในบริษัทรึเปล่า?“ ทันทีที่ได้อยู่กันสองคนทานตะวันก็หันไปหาเอมิกาและถามเธอทันที

                ไม่เห็นจะมีเลยทาน หมอนั่นน่ะคุณชายเย็นชาตัวจริงของบริษัทนะจะบอกให้ ใครๆ ก็กลัวเพราะเขาน่ะดุกว่าคุณลุงซะอีก การเม้าระหว่างหญิงสาวสองคนเริ่มต้นขึ้นทันที เพราะนานแล้วที่พวกเธอไม่ได้มีโอกาสคุยกันเพราะต่างคนต่างก็มีงานและหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

                นี่เขาจะแก่ตายโดยไม่คิดจะมีแฟนรึไงนะ ทานตะวันบ่นออกมาเบาๆ เพราะดูจากนิสัยของน้องชายเธอแล้ว สงสัยจะหาสาวมาดูแลยาก ก็เล่นทำหน้าเป็นรูปปั้นน้ำแข็งสลักอยู่ได้เป็นวันๆ

                อย่าห่วงเรื่องตาธันเลย ห่วงเรื่องเธอดีกว่านี่ตารินทร์ก็กลับมาแล้ว แต่งๆ กันไปซะจะได้มีคู่กับเขาบ้าง เอมิกาแอบเชียร์น้องชายในจังหวะที่เธอมีโอกาส

                งั้นเธอละ ไม่เห็นจะมีแฟนเหมือนกันนี่ ทานตะวันแอบกัดเอมิกาบ้างเพราะเธอก็รู้ว่าเอมิกาเองก็ยังไร้คู่ควง

                ช่างฉันเถอะยะ!“ เอมิกาเอ่ยตัดบทหน้าแดงเถือก เธอเองตั้งแต่จบมาก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียวไม่สนใจใครเลย และงานที่เอมิกาทำอยู่นั้นก็คืองานในบริษัทของคุณลุงตุลาการ ซึ่งตอนนี้ผู้บริหารคนปัจจุบันคือธันวาผู้สืบทอดคนเดียวของตระกูลอัศวะเดชา

                เอมิกากับทานตะวันโบกมือและแยกย้ายกันกลับบ้านเมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้ว เอมิกาเดินออกไปหน้าร้านอาหารและตั้งใจจะขับรถของเธอกลับ แต่ทว่าหญิงสาวก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆ ก็มีผู้ชายคนหนึ่งมาด้อมๆ มองๆ อยู่ที่รถของเธอ

                นี่คุณคิดจะทำอะไรกับรถของฉัน!...อ่ะ? “ เพราะว่าแถวนี้คนค่อนข้างเยอะเอมิกาเลยไม่กลัวว่าจะถูกทำร้าย หญิงสาวตั้งใจจะเรียกชายแปลกหน้า แล้วก็ถามว่ามาแอบทำอะไรที่รถของเธอ แต่ทว่าเมื่อผู้ชายคนนั้นหันมา เอมิกาก็ต้องตกใจเพราะว่าเขาไม่ใช่คนไทย

                นี่รถของคูณหรือ?“ สำเนียงแปร่งๆ ดังออกมาจากปากของชายหนุ่มต่างชาติที่ยืนอยู่ข้างๆ รถของเอมิกา ใบหน้าของเขาหล่อใช้ได้เลยในสายตาของหญิงสาว แต่ทว่านั้นไม่ใช่ประเด็ดเพราะยังไงเอมิกาก็ไม่ไว้ใจเขา

                นี่รถของดิฉันค่ะ เอมิกาตอบพร้อมๆ กับมองประเมินชายหนุ่มตรงหน้า สีหน้าของเขาไม่เปลี่ยนแปลงแต่การกระทำของเขานั้นทำอาเอมิกาถึงกับแตกตื่นเพราะอยู่ๆ หนุ่มฝรั่งตรงหน้าก็เดินตรงเข้ามาใกล้ตัวของเอมิกา จนหญิงสาวตกใจต้องเป็นฝ่ายถอยหลังเดินหนีเขา

                จอร์น นายมาทำอะไรที่นี้?“ แผ่นหลังของเอมิกาปะทะเข้ากับแผ่นอกของคนที่เดินมาหยุดยืนอยู่เบื้องหลัง น้ำเสียงของผู้ที่มาใหม่ทำให้เอมิกาเบาใจได้หน่อยว่าเธอปลอดภัยแน่แล้ว แต่ว่า...

                ตารินทร์! หายหัวไปไหนมาทำไมเพิ่งจะโผล่มาห๊ะ! พ่อฆ่านายแน่แม่ก็ช่วยไม่ได้ด้วย เอมิกาหันไปใส่น้องชายโดยลืมสถานการณ์ตรงหน้าไปเรียนร้อยแล้ว ตอนนี้ความโกรธที่กรีรินทร์ทำให้คนทั้งบ้านขายขี้หน้ามีมากกว่าความกลัวผู้ชายแปลกหน้าของเธอเสียอีก

                เอาน้าๆ ผมก็มาแล้วนี่ไง กรีรินทร์มองพี่สาวยิ้มๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปหาจอร์นสัน เพราะสงสัยว่าทำไมเพื่อนเขาถึงได้มาปรากฏตัวที่นี้

                เธอคนนี้เป็นพี่สาวนายง้านหรือ?“ จอร์นสันมองหน้าเพื่อนตำรวจของเขา ก่อนจะมองเลยไปยังสาวสวยที่ตอนนี้กำลังยืมทำหน้ามุ่ยมองหน้าน้องชายตัวเองอย่างไม่ใคร่พอใจอยู่

                อ่อ...นี่พี่เอมิกาพี่สาวฉัน กรีรินทร์แน่ะนำเอมิกากับจอร์นสัน หญิงสาวละสายตาจากน้องชายตัวแสบไปมองหน้าหนุ่มฝรั่งก่อนจะยิ้มให้

                ฉันเอมิกาเป็นพี่สาวของรินทร์ค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่เสียมารยาท พอดีดิฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นเพื่อนกับตารินทร์ เอมิกาบอกยิ้มๆ เพราะตอนแรกเธอคิดว่าอีตาฝรั่งคนนี้เป็นโจรขโมยรถ

                อ่า...ครับ แต่..โรม จอร์นสันมองหน้ากรีรินทร์อย่างไม่ค่อยเข้าใจ เพราะตอนนี้เขากำลังงงกับชื่อของเพื่อนเขาเอามากๆ

                “ที่ไทยฉันชื่อกรีรินทร์น่ะ แต่นายเรียกโรมิโอหรือโรมเหมือนเดิมเถอะ จะได้ไม่ลำบาก

                โอเค งั้นโรมเรามาคุยกานหน่อย สายตาของจอร์นสันบอกเป็นนัยๆ ว่าเขาต้องการคุยกับกรีรินทร์ตามลำพัง และชายหนุ่มก็เข้าใจความหมายนั้นในทันที

                หลังจากส่งพี่สาวคนสวยขึ้นรถ กรีรินทร์กับจอร์นสันก็มาหาที่คุยกันอยู่ในร้านกาแฟแห่งหนึ่ง

                นายมาที่นี้ได้ไง?“ กรีริทร์ถามขึ้นหลังจากที่พวกเขาดื่มกาแฟกันไปคนละแก้วแล้ว

                มีสายรายงานว่าเห็นเดวิดที่นี้ ฉันเลยตามมา จอร์นสันตอบออกมา จากข้อมูลที่เขาได้ดูเหมือนว่าเดวิดจะมาที่ร้านอาหารแห่งนี้ แต่ทว่าเขาก็มาแค่แป๊บเดียวจากนั้นเขาก็หายตัวไปอีก และก็ไม่มีใครรู้ว่าจุดประสงค์ที่เดวิดปรากฏตัวขึ้นที่นี่นั้นคืออะไร

                กล้ามากเลยนะ ฉันเองก็อยู่ที่นี้แต่ไม่ได้เจอมัน มันตั้งใจมาทำอะไรที่นี้กันแน่ กรีรินทร์ครุ่นคิดอย่างขัดใจ เขาเองก็มาอยู่ที่ร้านนี้ตั้งแต่ก่อนที่ครอบครัวของเขากับทานตะวันจะปรากฏตัวซะอีก แต่เขาก็คลาดกับเดวิดทั้งๆ ที่อยู่ในร้านเดียวกันแท้ๆ

                มันตั้งใจจะมาหาคนรึเปล่า? ใครสักคนที่สำคัญมากๆ กับมัน จอร์นสันเอ่ยขึ้นมาลอยๆ และนั้นก็ทำให้กรีรินทร์พยักหน้ากับความคิดนี้ แล้วเขาก็ดันนึกไปถึงใครคนหนึ่ง

บ้าน่า..จะเป็นไปได้ไง

                นั่นคุณหมอคนสวยที่พวกเราเจอเมื่อวันก่อนช่ายมั้ย จอร์นสันพยักหน้าไปด้านข้างเมื่อสายตาของเขาหันไปเจอเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่งที่นั่งจิ๊บกาแฟอยู่

                ทานตะวัน...อ่ะ! ไม่ซิ ตอนนี้ต้องอนันตญา ไปก่อนนะเพื่อน อ่อ...ฉันชอบทรงผมใหม่ของนายนะ

กรีรินทร์ขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เมื่อสายตาของเขาหันไปเจอกันคุณหมอคนสวยที่เพื่อนบอก กรีรินทร์โบกมือลาและยิ้มให้จอร์นสัน ในขณะที่จอร์นสันยิ้มและส่ายหน้าออกมาเบาๆ เพราะนึกขำกับความบ้าบิ่นในการตามจีบหญิงของเพื่อนตัวเอง

ทรงผมเรอะ! มันเหลือผมอยู่ซะที่ไหนกัน

จอร์นสันบ่นพึมพำออกมาก่อนจะยกมือขึ้นไปลูบหัวเกลี้ยงๆ ของเขา ตอนที่มาเมืองไทยผมของเขาเป็นสีคาลาเมลและจัดทรงอย่างเท่ห์ แต่ทว่าด้วยอากาศที่ร้อนจัดของประเทศนี้ ชายหนุ่มเลยจำใจตัดผมของตัวเองออกเพื่อระบายความร้อน

...............................

                สถานที่เก็บปีกนางฟ้าของคุณมันปลอดภัยแน่เหรอ?  ผมอยากจะเชื่อคุณแต่...

                ไม่ต้องห่วงหรอกน้า ปีกนางฟ้ายังคงปลอดภัยและมันจะเป็นของคุณตราบเท่าที่คุณยังเป็นผู้ซื้อขายที่ให้ราคาผมสูงสุด ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาเหมือนนายแบบฝรั่งเอ่ยขึ้น ผมของเขาถูกไว้ยาวอยู่ในระดับคาง ผมสีบลอนด์ทองของชายหนุ่มยักโศกและปัดไปมายามที่เขาขยับตัว

                นี่คุณยังคิดจะขายมันให้กับคนอื่นอีกงั้นเรอะ! ไหนว่าเราตกลงกันแล้ว ชายวัยกลางคนในชุดสูทสีดำโพล่งขึ้นมาอย่างหัวเสีย เมื่อเขากำลังจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบในการทำการค้า

                ของซื้อของขายนะคุณ ใครให้ผมเยอะสุดผมก็ขายคนนั้น ไม่เห็นแปลก เดวิด สแตรงค์เกอร์ตอบอย่างไม่ใส่ใจ ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะเดินออกจากห้องรับรองของมหาเศรษฐีใหญ่ เจ้าของบริษัทนำเข้าและส่งออกสินค้าชั้นนำของเมืองไทยไป

                สิบล้านยูโรมันไม่ใช่น้อยๆ นะคุณ นี่ถ้า... ชายวัยกลางคนยังคงไม่ยอมแพ้ เขาเป็นหนึ่งในคนที่ปรารถนาในสมบัติล้ำค่า และปีกนางฟ้าคือสมบัติที่หาค่าไม่ได้เลยสำหรับเขา ใครที่ได้เป็นเจ้าของมันถือได้ว่าเป็นผู้ที่ได้รับพรวิเศษของพระเจ้า แม้ว่าตำนานของปีกนางฟ้าจะทั้งเศร้าและเต็มไปด้วยคำสาป

                ถ้าไม่มีคนที่ให้ผมมากกว่าสิบล้าน ผมจะขายให้คุณแล้วกันนะ ชายหนุ่มต่างชาติเดินจากไปหลังจากที่เขาพูดประโยคสุดท้ายจบ

สำหรับเดวิดเขาไม่สนใจเรื่องตำนานของปีกนางฟ้ากับคำสาปที่ถูกกล่าวขานมาแม้แต่น้อย สำหรับเขาเงินเท่านั้นที่มีอำนาจ การมีเงินคือการได้เป็นพระเจ้า และเขาก็กำลังจะเป็นพระเจ้าหลังจากที่ได้ขายปีกนางฟ้าที่ไร้ค่าสำหรับเขาออกไป

                นายแน่ใจเหรอครับว่ามันไม่ได้โกหก มันอาจจะหักหลังเราแล้วขายปีกนางฟ้าให้คนอื่นไปแล้วก็ได้นะครับ เลขาส่วนตัวของไพฑูรย์ปรากฏตัวออกมา หลังจากที่เห็นว่าเดวิดเดินออกจากห้องไปแล้ว

                ยังหรอกถ้าของหลุดมือมันเมื่อไหร่ชะตามันคงขาดไปนานแล้ว แต่นี่มันยังอยู่แสดงว่าปีกนางฟ้ายังไม่มีใครได้ไป แต่ฉันก็ไม่คิดจะเสียเงินสิบล้านยูโรให้มันไปจริงๆ หรอก ความคิดของไพฑูรย์โล้ดแล่น ในขณะที่ริมฝีปากของเขาคลี่ยิ้มออกมา

ไปหานักสืบคอยตามมันเอาไว้ และหาให้ได้ว่ามันซ่อนปีกนางฟ้าเอาไว้ที่ไหนกันแน่

                ครับนาย

...................................

                “คุณหมอค่ะ เขามาอีกแล้วค่ะ

จีรนันท์พยาบาลผู้ช่วยของอนันตญาเดินยิ้มเข้ามาในห้องตรวจของคุณหมอสาว พร้อมๆ กับรายงานว่าในขณะนี้ลูกค้าประจำของเธอโผล่หน้ามาหาเธออีกแล้ว

                ไม่มีคนไข้อื่นแล้วหรือค่ะ อนันตญาถามพยาบาลผู้ช่วยของเธอกลับไปอย่างมีความหวัง ถ้าหากเธอมีคนไข้อื่นหญิงสาวจะได้หาข้ออ้างในการเลื่อนเวลาเจอหน้ากับคนบ้างคนได้

                ไม่มีแล้วค่ะคุณหมอ จีรนันท์ตอบพร้อมๆ วางแฟ้มของคนไข้คนสำคัญเอาไว้บนโต๊ะ ก่อนจะเดินยิ้มและออกจากห้องไป

                เชิญค่ะ อนันตญาพูดขึ้นอย่างเลื่อนลอยหลังจากที่เสียงเคาะประตูหน้าห้องตรวจของเธอดังขึ้น

                สวัสดีครับ ทันทีที่ประตูห้องตรวจถูกเปิดออกชายหนุ่มในชุดสูทสีครีม ก็เดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้ตรงข้ามกับคุณหมอสาว พร้อมๆ กับเอ่ยทักทายเธอ

                วันนี้ป่วยเป็นอะไรค่ะ หญิงสาวเอ่ยถามโดยไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นไปดูคนไข้ของเธอแม้แต่นิด เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่ได้ตั้งใจมาตรวจโรค และนี่ก็ไม่ใช้ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้เพราะเขามาให้เธอตรวจจนจะครบอาทิตย์อยู่แล้ว ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เป็นอะไรเลย

                อืม...วันนี้เป็นโรคคิดถึงครับ อาการหนักด้วยไม่เห็นหน้าแล้วรู้สึกว่าจะขาดใจ คำตอบของชายหนุ่มตรงหน้าทำให้อนันตญาบีบปากกาที่เธอถืออยู่ในมือแน่นขึ้น คุณหมอสาวเขียนขยุกขยิกลงในประวัติการรักษาและพยายามอย่างที่สุดที่จะไม่แสดงอาการอะไรออกไปต่อหน้าชายหนุ่ม

                แล้วไงอีกค่ะ หลังจากจดเสร็จอนันตญาก็เอ่ยถามต่อโดยไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นไปมองคนไข้เช่นเดิม

                อืม...ผมบอกว่าผมเป็นโรคคิดถึงนะครับ ชายหนุ่มตรงหน้าเอ่ยย้ำขึ้นอีกครั้ง หลังจากที่เขาได้เห็นข้อความบางอย่างที่อนันตญาเขียนลงบนประวัติการรักษาของเขา

                ทราบแล้วค่ะ แล้วมีอาการอะไรเพิ่มเติมอีกมั้ยค่ะ อนันตญาไม่รู้ตัวว่าคนไข้ของเธอตอนนี้ไม่ได้นั่งอยู่กับที่แล้ว หญิงสาวยังคงเอ่ยถามอาการต่อโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่า ตอนนี้ชายหนุ่มไปยืนโค้งตัวอ่านข้อความที่เธอเขียนอยู่จากทางด้านข้างหลัง

                ผมไม่ได้บ้านะ นี่คุณคิดจะสั่งยาระงับประสาทให้ผมกี่กระสอบเนี่ย?“ คำถามของชายหนุ่มทำให้อนันตญาสะดุ้งทันที เพราะว่าเสียงของเขามันดังอยู่ใกล้หูเธอมาก

                อ่ะคุณ! ทำแบบนี้ได้ไงค่ะ มาแอบอ่านได้ไงกลับไปนั่งที่นะคะ!“ อนันตญาร้องขึ้นอย่างตกใจ เมื่ออยู่ๆคนไข้ของเธอก็มายืนอยู่ข้างหลัง แถมเขายังเท้าแขนลงมาบนโต๊ะทำงานของเธอทั้งสองข้างกักตัวเธอเอาไว้อีก

                มีอาการทางจิตอ่อนๆ มาพบหมอบ่อยแต่ก็ไม่ได้มีอาการป่วยใดๆ คิดว่าคงเป็นผลมาจากการได้รับความกระทบกระเทือนทางจิตใจ หรืออาจจะฝั่งใจกับอะไรบางอย่างรุนแรง แน่ะนำให้ไปพบหมอทางด้านจิตเวช... นี่คุณว่าผมบ้าชัดๆ เลย ฮ่าๆ หญิงสาวนั่งตัวเกร็งในขณะที่ชายหนุ่มยืนอ่านข้อความที่เธอเขียนลงไปในประวัติการรักษาของเขาแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่

                ก็คุณไม่ได้ป่วย!“ อนันตญาดุชายหนุ่มเสียงเขียว แต่เขาก็ยังคงทำหน้าระรื่นต่อได้อีก

                ผมป่วยทางใจ ไม่ได้เป็นโรคประสาทนี่ครับ หมอไม่รับรักษาเหรอ?“ กรีรินทร์เอ่ยขึ้นพร้อมๆ กับยิ้มหวาน เขาจงใจยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ หญิงสาวและเขาก็ชอบใจ เมื่อได้เห็นคนใจแข็งออกอาการหน้าแดงแบบสุดๆ

                นี่คุณ! อย่ามารุ่มร่ามกับหมอนะ กลับไปนั่งที่นะคะ อนันตญายังคงรักษาระดับน้ำเสียงของเธอ และหญิงสาวก็พยายามอย่างที่สุดในการควบคุมอารมณ์ของตัวเอง เพราะตอนนี้เธอกับเขาอยู่ใกล้กันเกินงามไปแล้ว

                ก๊อกๆ ก๊อกๆ

                คุณหมอค่ะ มีคนไข้ใหม่มาแล้วค่ะ เสียงของพยาบาลผู้ช่วยสาวดังขึ้นที่หน้าห้อง และอนันตญาก็แอบถอนหายใจอย่างโล่งอก เพราะว่าเสียงของจีรนันท์เหมือนเป็นสัญญาณช่วยชีวิตเธอเลยทีเดียว

                คุณออกไปได้แล้ว ฉันมีคนไข้ หญิงสาวพยายามทำน้ำเสียงให้กลับมาเป็นปกติ ก่อนจะเอ่ยปากไล่คนไข้กำมะลอของเธอให้ออกไปจากห้อง

                ผมยังคุยกับหมอไม่จบเลย ผมก็ป่วยนะ กรีรินทร์ยังคงไม่ชักมือของเขากลับ ตัวของชายหนุ่มยังยืนโค้งคร่อมร่างของอนันตญาอยู่ และมันก็คงเป็นภาพที่ไม่งามเลยถ้าหากว่าจีรนันท์หรือคนไข้ของเธอเข้ามาเห็น

                คุณจะทำให้ฉันเสียภาพพจน์นะคะ ช่วยไปนั่งเฉยๆ ที่โต๊ะได้มั้ยค่ะ อนันตญาขอร้องอย่างอ่อนใจ ถ้าหากมีใครมาเห็นภาพลักษณ์ของเธอแบบนี้ มีหวังอนาคตการเป็นหมอของเธอดับวูบ

                ยังไม่หายคิดถึงเลย อยากอยู่ใกล้ๆ กรีรินทร์เอ่ยอย่างเอาแต่ใจ ชายหนุ่มจงใจเอาแก้มตัวเองไปแนบกับแก้มของอนันตญาเบาๆ แล้วพูดออดอ้อน

                โธ่คุณ! อย่าทำแบบนี้ได้มั้ยค่ะ ช่วยออกไปเถอะ อนันตญาทั้งโกรธทั้งเขิน ใบหน้าของหญิงสาวแดงจัดจนจะกลายเป็นผลมะเขือเทศสุกอยู่แล้ว

                ก็ได้ๆ แต่มีข้อตกลงนะ ถ้าอยากให้ผมไปหอมแก้มผมก่อน กรีรินทร์ยื่นข้อเสนอพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์

                หา!“ ข้อเสนอของชายหนุ่มทำให้อนันตญาหันไปมองหน้าเขาตาโตทันที ในใจของคุณหมอสาวสาปแช่งเขาไปไม่รู้กี่พันต่อกี่พันรอบ

                เอ๊า! เร็วๆ ซิ หรืออยากให้คนไข้มาเห็นฉากสวีตของหมอล่ะ

เมื่อเห็นว่าอนันตญาตกใจ กรีรินทร์ก็แกล้งเร่งอีกอย่างนึกสนุก

                แต่ว่า...ใบหน้าหวานของคุณหมอสาวแดงเรื่อ ทั้งโกรธทั้งอายอย่างที่สุด

อนันตญามองหน้าชายหนุ่มอย่างลังเล เธอคิดว่าเขาบ้าไปแล้วจริงๆ เพราะว่าเธอกับเขาไม่ได้รู้จักมากกว่าฐานะของคนไข้กับคุณหมอเลย

                โธ่คุณคิดช้าจัง ผมจัดการเองก็ได้!“

พูดจบชายหนุ่มก็ไม่รอให้หญิงสาวตั้งตัว กรีรินทร์จัดการกดจมูกโด่งของเขาลงไปบนแก้มขาวๆ ของอนันตญา ก่อนจะซึมซับความหอมหวานของเธอมาเต็มที่

                อ้าย! นี่คุณ!“

อนันตญายกมือขึ้นจับแก้มตัวเองพร้อมกับมองชายหนุ่มที่ล่วงเกินเธอด้วยใบหน้าที่แดงจัด

                ไปนะครับคุณหมอ วันนี้ผมได้ยาดีมากเลย ฮ่าๆ

กรีรินทร์เดินยิ้มกริ่มออกจากห้องตรวจของคุณหมอคนสวย หลังจากที่ขโมยหอบแก้มใสๆ ของหญิงสาวสำเร็จ อนันตญาได้แต่มองค้อนแผ่นหลังของคนเอาแต่ใจไปอย่างโมโห หญิงสาวไม่ชอบใจเลยกับการกระทำของเขา แต่ลึกๆ ในใจเธอกลับรู้สึกแปลกๆ แล้วก็ยิ่งรู้สึกผิด เมื่อเธอไม่ปฏิเสธการกระทำของเขา

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #9 nunpanu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 14:41
    รุกหนักเลยนะพ่อคุณ
    #9
    0