ปีกนางฟ้า.

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 มาม่ะคนดี...ก็เรามันคู่กัน ฉบับรีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 387
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.ค. 53

ตอนที่ 3 มาม่ะคนดี...ก็เรามันคู่กัน

 

                “มาซิจ๊ะ รินทร์ มารู้จักกับ ทานตะวัน ของน้า

สิ้นเสียงอันไพเราะของผู้หญิงคนหนึ่ง ประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าเด็กชายก็ถูกเปิดออก สายตาของเด็กชายอายุห้าขวบถูกดึงดูดให้หันไปมองบางสิ่งบางอย่างที่ยืนอยู่ด้านหลังประตูบานนั้น นั้นเป็นครั้งแรกที่เด็กชายจะเชื่อในนิทานก่อนนอนที่แม่ของเขาเคยเล่าให้ฟัง เพราะตอนนี้ กรีรินทร์ ในวัยห้าขวบได้มองเห็นนางฟ้าเป็นครั้งแรกในชีวิต

                รอยยิ้มของเด็กผู้หญิงในวัยเจ็ดขวบถูกส่งมาให้กับเด็กชายผู้มาใหม่ เด็กหญิงนั่งอยู่บนตักของผู้ซึ่งเป็นพ่อ รอยยิ้มของทานตะวันทำให้ผู้คนหลงใหลโดยที่เธอไม่ได้รู้ตัวเลยสักนิด เด็กหญิงมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยสายตาที่บริสุทธิ์ ก่อนที่เธอจะได้ยินเสียงกระซิบของคุณพ่อสุดหล่อที่ตอนนี้กำลังโอบกอดเธออยู่

                เล่นให้หนักเลยคนดีของพ่อ เสียงกระซิบจบลงพร้อมกับริมฝีปากที่หยักโค้งขึ้นเล็กน้อยของตุลาการ อัศวะเดชา ว่าที่พ่อตาในอนาคตของกรีรินทร์น้อย

                ทานตะวันฉีกยิ้มกว้างให้คุณพ่อสุดหล่อของเธออย่างสดใส ก่อนจะหันไปมองเด็กชายที่มาใหม่พร้อมกับยิ้มให้เขาอีกครั้งด้วยแววตาเปล่งประกายแปลกๆ

                นิทานก่อนนอนทุกเรื่องมักจะมีนางฟ้า กว่าห้าสิบเปอร์เซนต์ของทุกเรื่องนางฟ้ากับแม่มดมักจะสวยพอๆ กันเสมอ และนั้นคือเหตุผลที่ทำให้พระเอกมักจะหลงผิดไปชอบแม่มดก่อน ซึ่งกรีรินทร์ก็คิดว่าเขาเองก็ด้วย เขาทำผิดพลาดอย่างที่ไม่น่าให้อภัยเสียแล้ว แล้วเพราะตอนนี้นางฟ้าที่แสนน่ารักที่เขาหลงเสน่ห์ แท้ที่จริงแล้วเธอเป็นแม่มดและตอนนี้เธอก็กำลังกลายร่างอยู่ตรงหน้าเขานี่เอง

                งี่เง่า! นายนี่ใช่ไม่ได้เรื่องเลยนะ เสียงตวาดแว้ดของนางฟ้าทำให้เด็กชายที่อายุอ่อนกว่าแถมยังตัวเล็กกว่าถึงกับหัวหด กรีรินทร์ไม่อยากจะเชื่อภาพลักษณ์ที่เขาได้เห็นตรงหน้าเลย ใบหน้าหวานของนางฟ้ายังคงอยู่ ชุดกระโปรงบานสีขาวฟู่ฟองก็ยังคงเป็นชุดเดียวกับที่นางฟ้าของเขาใส่

แต่ทว่า....นี่มันอะไรกานนนนน!!!

                “ทานตะวัน...คือว่า...ผม

                ฉันแก่กว่านายสองปี เรียกว่าพี่สาวเดียวนี้เลยนะ!“ ยังไม่ทันที่เด็กชายผู้น่าสงสารจะพูดจบ เขาก็ถูกเด็กผู้หญิงน่ารักๆ ตรงหน้าตวาดแว้ดใส่อีกครั้ง

                นอนเฉยๆ ได้มั้ย นายเป็นหุ่นนะอย่าขยับซิ!“ เสียงบ่นอย่างไม่พอใจดังมาจากริมฝีปากชมพูระเรื่อ อุปกรณ์การแพทย์ของเล่นถูกวางเรียงรายอยู่รอบๆ ตัวเธอ ในขณะที่เด็กชายกรีรินทร์ถูกบังคับให้นอนเป็นคนไข้เพื่อให้คุณหมอทานตะวันได้รักษา

                คุณป่วยเรื้อรังร้ายแรง คุณกำลังจะตายแล้ว แต่ไม่ต้องห่วงนะคะคุณหมอจะช่วยเองค่ะ

                เอ่อ...ทาน พะ พี่ทาน พี่จะทำอะไรผมน่ะ เด็กชายมองอุปกรณ์ที่เด็กผู้หญิงน่ารักตรงหน้าเขาถืออยู่ในมือด้วยความหวาดระแวงสุดๆ และเชื่อเถอะกรีรินทร์เตรียมตัวที่จะกระโจนหนีในอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้แล้ว

                ฉันจะทำการผ่าตัด เราต้องตรวจสอบอวัยวะภายในของคนไข้ด้วย ทานตะวันพูดขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะหยิบเอาเลื่อยของเล่นขนาดใหญ่ขึ้นมาชูให้กรีรินทร์ได้เห็น ถึงแม้ของทุกอย่างจะเป็นของเล่นแต่เด็กชายวัยห้าขวบก็กลัวว่าตัวเองจะถูกแยกร่างอยู่ดีนั้นแหล่ะ

                พรวด!

                นี่นายจะไปไหน! นายเป็นคนป่วยนะกลับมาเดี่ยวนี้!!!“ เสียงร้องเรียกอย่างโมโหของแม่มดดังลั่น ในขณะที่เด็กชายวัยห้าขวบวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต

ฮ่าๆ ทานตะวันลูกพ่อ ลูกสาวของพ่อทำได้ดีมาก เสียงหัวเราะของตุลาการ อัศวะเดชาดังขึ้นเมื่อเขาเห็นฉากการจากไปของเด็กชายตัวเล็ก รอยยิ้มของผู้เป็นพ่อทำให้ทานตะวันหลงรัก เด็กหญิงเดินไปหาพ่อของเธอก่อนจะมองรอยยิ้มของพ่อที่เธอชื่นชอบ

แม่มดๆๆๆ เธอคือยัยเด็กน่าเกลียด เธอคือยัยขี้มูกยืด ยัยเด็กน่าเกลียดๆๆๆ ในหัวสมองของเด็กชายลบล้างภาพของนางฟ้าที่มีรอยยิ้มแสนสวยออกไปในพริบตา ก่อนจะสร้างภาพแม่มดใจร้ายและเด็กผู้หญิงที่น่าเกลียดขึ้นมากลบความทรงจำที่แสนดีของเธอ และเด็กชายก็สัญญากับตัวเองว่าเขาจะจำภาพลักษณ์ที่น่าเกลียดของทานตะวันไปจนตายเลยทีเดียว

 

อ่า...

ร่างของชายหนุ่มขยับตัวเล็กน้อยหลังจากที่ความฝันในวัยเด็ก ทำให้เขาตื่นขึ้นมาพร้อมด้วยความไม่สบายตัวอย่างมาก นานแล้วที่เขาไม่ได้ฝันถึงเรื่องราวในสมัยเด็ก แต่ที่ตอนนี้เขากลับต้องมานึกถึงอีกครั้งนั้นคงจะเป็นเพราะเมื่อเย็นวานพ่อของเขาพูดชื่อเด็กผู้หญิงในความทรงจำของเขาขึ้นมา

เป็นหมอ...จริงซิ กรีรินทร์ยันตัวลุกขึ้นจากเตียงใหญ่ ในขณะที่ส่ายหัวไปมาเพื่อไล่อาการมึนงง เขาก็เกิดนึกถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่มีอาชีพเป็นหมอ

อนันตญา รุ่งระวีวงศ์ กับ ทานตะวัน อัศวะเดชา สองคนนี้ไม่น่าจะเกี่ยวกันนี่นา ชายหนุ่มส่ายหัวอย่างแรงเพื่อไล่ภาพซ่อนของเด็กผู้หญิงในสมัยเด็ก กับคุณหมอสาวที่เขาเพิ่งจะเจอมาเมื่อไม่กี่วันก่อน

ก๊อกๆ ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องทำให้กรีรินทร์เลือกที่จะทิ้งความคิดไร้สาระของตัวเองไป ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียงนอนหลังใหญ่ของเขาและเดินตรงไปที่ประตูห้องนอนที่เป็นต้นเหตุของเสียง

แอด!

ทันทีที่ประตูเปิดออกร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของกรีรินทร์ ชายหนุ่มอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะฉีกยิ้มหวานเอาใจใบหน้ามุ่ยๆ ของสาวสวยตรงหน้า

พี่เอม...ไม่เจอตั้งนานสวยวันสวยคืนเลยนะครับ เป็นอีกครั้งที่รอยยิ้มบาดใจของกรีรินทร์ใช้ไม่ได้ผล เพราะว่าสาวสวยตรงหน้าเขายังคงยืนกอดอกมองเขาด้วยใบหน้าที่บ่งบอกว่าเธอไม่ค่อยสบอารมณ์เขาเท่าไหร่

นายคิดว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ห๊า! คราวนี้พี่พูดจริงๆ นะรินทร์ กลับมาอยู่เมืองไทยซะที เอมิกาสกุลชัยพี่สาวคนสวยที่อายุห่างจากน้องชายเพียงปีเดียวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดุๆ

การที่กรีรินทร์ทำตัวเหลวไหลไม่ยอมทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เอมิกาจึงโทษตัวเองที่เธอเป็นพี่สาวที่ไม่เอาไหน หญิงสาวเรียนจบบริหารและทำงานอยู่ในบริษัทของเพื่อนพ่อ ในขณะที่น้องชายตัวดีดันไปเรียนศิลปะวาดรูป แล้วก็ไหลหายตัวไปกับพวกปราสาทหินหรือไม่ก็เที่ยวไปเรื่อยๆ ไร้คุณค่าในชีวิตแบบสุดๆ

โธ่พี่ครับ ผมเป็นจิตกรเอกนะจะให้ผมจมปรักอยู่กับที่ได้ยังไง ผมต้องหาแรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน กรีรินทร์โกหกออกไปได้หน้าตาเฉย

ความจริงที่เขาไม่กลับไทยนั้นก็เพราะเขาเป็นตำรวจหน่วยพิเศษอยู่ในแอลเอ และความจริงเรื่องนี้ก็จะต้องถูกปิดเป็นความลับ เพราะว่าตอนนี้ในครอบครัวของเขาเกลียดการเป็นตำรวจที่สุด นั้นก็เพราะคุณตาของเขาถูกยิงเสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่นั้นเอง และเมื่อเขาเสนอตัวไปเรียนศิลปะแทนที่จะเรียนตำรวจ พ่อของเขาก็เลยสนับสนุนส่งเสริมมากกว่าที่จะห้าม แต่ว่าตอนนี้พ่อของเขาก็เป็นรายแรกที่ได้รู้ว่าความจริงเรื่องที่กรีรินทร์เป็นตำรวจ

กรีรินทร์ยังคงส่งรอยยิ้มหวานให้พี่สาวคนสวยของเขา และมันก็เริ่มที่จะได้ผลบ้างเมื่อใบหน้าสวยๆ ของเอมิกาเริ่มผ่อนคลายจากความตึงเครียด

ก็ได้ๆ แต่คราวนี้อยู่นานๆ หน่อยล่ะ แม่น่ะคิดถึงนายจะแย่ เอมิกาบอกน้องชายของเธออย่างอ่อนอกอ่อนใจ

                สองเดือนครับ คราวนี้ผมจะอยู่ที่ไทยสองเดือน ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ โดยไม่พูดอะไรอีก

                เอ๊า! นี่ของนาย เอมิกายื่นมือออกไปและวางพวงกุญแจรถ กับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล้าสุดลงบนฝ่ามือใหญ่ที่ยื่นออกมาของชายหนุ่ม

                ขอบคุณครับพี่ กรีรินทร์ยิ้มออกมาก่อนจะมองดูอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เขาได้รับจากพี่สาว

                นายตัวใหญ่ขึ้นเยอะเลยนะเนี่ย เมื่อก่อนนายตัวนิดเดียวเอง เอมิกาบ่นพึมพำในขณะที่มองร่างสูงใหญ่กำยำของน้องชาย ก่อนจะหมุนตัวจากไปเพราะเอมิกาต้องไปทำงานต่อ

                เสร็จงานแล้วเจอกันนะครับ...คุณหมอคนสวย กรีรินทร์ยิ้มอย่างพึงพอใจหลังจากมองกุญแจรถที่เขาเพิ่งได้รับมาหมาดๆ ชายหนุ่มเดินกลับเข้าห้องไปอย่างอารมณ์ดี วันนี้กรีรินทร์เองก็มีงานที่ต้องรีบเคลียร์เช่นกัน

.................................

                ห้องประชุมลับ...หน่วยสืบสวนพิเศษ...ปีกนางฟ้า

                ทามมายพวกคุณถึงดายมาทามงานนี้กาน เท่าที่ผมรู้พวกคุณเป็นหน่วยสืบสวนคดียาเสพติดนี่ เมื่อการประชุมเริ่มต้น จอร์นสัน แอนเดอร์สันตัวแทนตำรวจจากแอลเอก็เริ่มก่อนเลย เพราะเขาข้องใจมากๆ กับการที่เขาต้องมาทำงานร่วมกับตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติด

                ก็ทางคุณไม่ระบุมาเองนี่ว่าไอ้ของที่พวกผมต้องตามหามันคืออะไร บอกร้ายแรงๆ ผมก็จัดให้เลย อภิวัฒน์ตอบอย่างไม่สะทกสะท้านเมื่อถูกตำรวจต่างชาติอย่างจอร์นสันสงสัยในการจัดตั้งหน่วยตามล่าปีกนางฟ้าของเขา

                โรมิโอ... จอร์นสันหันไปเรียกเพื่อนร่วมงานที่เดินทางมากับเขา ชายหนุ่มหันไปมองหน้าเพื่อนเล็กน้อยก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับอภิวัฒน์ สุกลชัย หัวหน้าหน่วยพิเศษซึ่งเป็นตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของเมืองไทย

                ทางเราไม่สามารถระบุได้ว่าปีกนางฟ้าคืออะไร แต่ทั้งนี้เราต้องการให้ทางคุณช่วยตามหาตัวเดวิด สแตรงค์เกอร์ และนั้นคือเป้าหมายที่พวกเราอยากขอให้คุณช่วย ส่วนเรื่องปีกนางฟ้าพวกเราจะจัดการเองครับ

                รินทร์ เอ่อ...ไม่ใช่ๆ คุณโรมิโอจะให้ทางผมทำยังไง อภิวัฒน์มองหน้าชายหนุ่มรุ่นลูกอย่างไม่ค่อยจะสบอารมณ์เท่าไหร่นัก แต่ก็เอาเถอะเขาคงทำได้อย่างเดียวในตอนนี้คือทำใจ

                โรมกาบผมจับพวกของอายเดวิดมาดายแล้วคนหนึ่ง แต่มานยางปากหนักไม่ยอมพูด จอร์นสันเอ่ยขึ้นพร้อมๆ กับส่งแฟ้มประวัติให้กับลูกน้องของอภิวัฒน์และเขาก็เดินนำไปให้หัวหน้าของเขาในทันที

                มาอาทิตย์เดียวก็ได้ขนาดนี้แล้ว เก่งเหมือนกันนี้ ตำรวจแอลเอทำงานกันได้ว่องไวดีมากๆ แถมยังแนบเนียนด้วย อภิวัฒน์เอ่ยชมอย่างจริงใจ แต่ทว่าประโยคหลังของเขาก็แอบไปกัดใครบางคนเล็กๆ และคนที่ถูกกัดก็แอบยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะตีหน้าขรึมและเริ่มงานต่อ

                พวกผมคงลงพื้นที่ไปเองไม่ได้ พวกเราจึงอยากขอความร่วมมือจากทางตำรวจไทยให้ช่วยไปสืบหาบุคคลที่เกี่ยวข้องกับชายผู้นี้ทั้งหมด เพราะว่ามันมีความน่าจะเป็นสูงที่เดวิด สแตรงร์เกอร์จะเป็นหนึ่งในผู้ร่วมติดต่อโรมิโอเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุขุม  

                ได้! ทางผมจะจัดการให้ อภิวัฒน์กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น การประชุมลับจบลงหลังจากที่อภิวัฒน์แบ่งงานและหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ ให้ลูกน้องนายตำรวจในหน่วยงานของเขาไปทำเสร็จสิ้น

                คุณโรมิโอ ผมขอคุยกับคุณหน่อย ในขณะที่โรมิโอกับจอร์นสันจะเดินออกจากห้องประชุม เสียงของนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่อย่างอภิวัฒน์ก็เรียกชายหนุ่มเอาไว้

                โรม... จอร์นสันเรียกเพื่อนพร้อมๆ กับมองหน้าเขาอย่างลังเล สำหรับจอร์นสันเขายังไม่ค่อยเชื่อใจใครเท่าไหร่ แม้จะเป็นตำรวจด้วยกันแต่มันก็คนละประเทศ เขาเลยกังวลว่าเพื่อนของเขาอาจโดนตำรวจไทยข่มขู่ เพราะจอร์นสันยังไม่ได้รู้ว่าตัวจริงของโรมิโอเพื่อนเขากับท่านผู้บัญชาการคนนี้...รู้จักกัน

                ไม่เป็นไรจอร์น ผมเองก็มีเรื่องจะพูดกับท่านผู้บังคับบัญชา โรมิโอตอบยิ้มๆ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปนั่งที่โต๊ะและรอเวลาให้คนในห้องประชุมออกไปจนหมด

                แกจะปิดเรื่องนี้กับแม่ไปถึงเมื่อไหร่ คำถามถูกถามขึ้นทันที หลังจากที่ภายในห้องประชุมกลับมาเงียบสนิทอีกครั้ง

                หลังจากจบงานนี้ครับ กรีรินทร์ หรือ โรมิโอ (ชื่อในวงการตำรวจแอลเอ) ตอบออกมาก่อนจะหมุนปากกาด้ามสวยเล่นโดยใช้ปลายนิ้ว

                นี่แกโกหกฉันตั้งแต่ตอนที่บอกจะไปเรียนต่อด้านศิลปะบ้าบอคอแตกนั้นแล้วใช่มั้ยเนี่ย แกเป็นได้ขนาดนี้แสดงว่าแกก็ไม่จับพัดจับพลูเข้าไปเป็นตำรวจธรรมดาๆ แล้ว อภิวัฒน์มองหน้าลูกชายของเขาอย่างเหนื่อยใจ ในตอนที่ลูกชายบอกว่าอยากเป็นตำรวจเขาก็ค้านหัวชนฝา แต่สุดท้ายไอ้ลูกตัวดีมันก็หาทางของมันเองจนได้

                ก็ถ้าผมบอกความจริงว่าผมจะไปเรียนต่อเป็นตำรวจ พ่อจะยอมมั้ยละครับ กรีรินทร์ตอบผู้เป็นพ่อด้วยท่าทางสบายๆ ท่าทีไม่ทุกข์ร้อนของชายหนุ่มทำให้พ่อของเขาโกรธขึ้นมาตงิดๆ

                แม่แกช็อกแน่ ให้ตายเถอะยัยเอมก็คงด้วย เมื่อนึกถึงภรรยากับลูกสาวที่ยังไม่ได้รู้ความจริง อภิวัฒน์ก็ได้แต่ทำหน้าไม่ถูก การสูญเสียพ่อของภรรยาเมื่อสมัยก่อนทำให้ภรรยาของเขาแทบจะคุมสติตัวเองไม่อยู่ เธอเสียใจขนาดบังคับให้เขาออกจากหน้าที่ แต่ทว่าเขาก็ทำไม่ได้และสิ่งสุดท้ายที่เขาจะทำให้ภรรยาได้นั้นคือ การป้องกันไม่ให้กรีรินทร์ลูกชายของเขาเจริญรอยตาม แต่แล้ว...

                ผมจะพูดกับแม่เองครับ พ่ออย่าห่วงเลย กรีรินทร์เลื่อนเก้าอี้และลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ชายหนุ่มดูสูงใหญ่และสง่างามมากๆ ในสายตาผู้เป็นพ่อ และมันก็ทำให้อภิวัฒน์นึกอะไรขึ้นมาได้

                ฉันนัดหนูทานตะวันแล้ว เย็นนี้แกห้ามเบี้ยวเด็ดขาด

                อะไรนะพ่อ! ยัยแม่มดนั้น โธ่!“

................................

                “เสร็จรึยังครับ ชายหนุ่มในชุดสูทสีเทาเข้มยืนอยู่หน้าห้องพักของหญิงสาว ในขณะที่เขากำลังเอ่ยปากเรียกผู้ที่อยู่ในห้อง

                ประตูบานสีขาวถูกเปิดกว้างก่อนที่ร่างของหญิงสาวจะเดินออกมาจากห้องนอนของตัวเองด้วยใบหน้าหงุดหงิด

                ทำไมพี่ต้องไปด้วยนะธัน ทานตะวัน อัศวะเดชาพูดพร้อมๆ กับทำหน้ามุ่ย อยู่ๆ เธอก็ได้รับโทรศัพท์เรียกตัวจากแม่ และเธอก็โดนบังคับให้ไปงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาของลูกชายเพื่อนของแม่

จริงอยู่ทานตะวันชอบคุณลุงอภิวัฒน์กับคุณป้ามะปราง และยังมีเอมิกาที่เป็นเพื่อนสนิทของเธอตั้งแต่สมัยเด็ก แต่ก็ใช่ว่าทานตะวันจะชอบหน้าน้องชายของเอม ความทรงจำในสมัยเด็กของทานตะวันที่มีต่อเด็กชายตัวเล็กก็มีอยู่มากเหมือนกันนะ

                ไปเถอะครับ ธันวา อัศวะเดชาน้องชายที่อายุห่างจากพี่สาวสองปีเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินนำหน้าพี่สาวของเขาลงบันไดไป สำหรับน้องชายคนนี้เขานิ่งเฉยสะจนทานตะวันยังนึกโมโห นิสัยปากหนักพูดน้อยของธันวาไม่รู้ว่าเอามาจากไหน ยิ่งโตก็ยิ่งเข้าใจยากขึ้นทุกวัน

                ธัน รอพี่ด้วยซิ ทานตะวันเดินลงบันไดตามน้องชายมาติดๆ และที่หน้าบ้านของเธอ อาทิตยากับตุลาการ อัศวะเดชาผู้เป็นพ่อกับแม่กำลังรอพวกเขาอยู่ก่อนแล้ว

............................

                ภายในร้านอาหารสุดหรูหรา อาหารทุกจานที่ถูกนำมาเสริฟมีหน้าตาที่น่ารับประทานแบบสุดๆ แต่ทว่าใบหน้าของผู้ร่วมโต๊ะทั้งเจ็ดคนดูจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

                เอม! โทรตามไอ้ตัวดีมาเดี๋ยวนี้ เสียงกระซิบของอภิวัฒน์ดังขึ้นอย่างหัวเสีย เพราะตอนนี้ผู้บัญชาการใหญ่อย่างเขากำลังเสียหน้าอย่างที่สุดที่ลูกชายตัวแสบเบี้ยวนัด

                โทรแล้วค่ะพ่อ ตารินทร์ไม่ยอมรับสายเลย เอมิกาบอกอย่างอ่อนใจ เธอเองก็เหงื่อไหลไม่ต่างจากผู้เป็นพ่อแม้แต่นิด

                ตารินทร์คงติดธุระนะคะ รออีกสักเดี๋ยวนะคะ คุณหญิงมะปรางพยายามแก้ต่างให้ลูกชายของเธอมากว่าครึ่งชั่งโมงเห็นจะได้ แต่ทว่าเธอก็ต้องเกิดอาการเกร็งทุกครั้งไปที่หันไปเจอกับใบหน้านิ่งเฉยของสองพ่อลูก อย่างตุลาการกับธันวา ใบหน้าที่นิ่งราวกับรูปปั้นน้ำแข็งแกะสลักของพวกเขาทำเอาคุณหญิงมะปรางได้แต่หน้าซีด

                ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เอาเป็นว่าพวกเรามาทานกันก่อนดีมั้ยค่ะ เอาไว้ตารินทร์มาค่อยสั่งเพิ่มก็ได้ค่ะ เสียงของอาทิตยาแม่ของทานตะวันกันธันวาช่วยทำให้ความเครียดที่ก่อตัวอยู่บนโต๊ะอาหารสงบลงได้บ้าง

                นั้นซิค่ะ คุณป้าอย่างกังวลมากไปเดี๋ยวจะเสียสุขภาพ ทานตะวันยิ้มออกมาอย่างสดใส ที่จริงความคิดของหญิงสาวต่างจากอาการที่เธอแสดงมากนัก ทานตะวันรู้สึกดีใจอย่างที่สุดที่เธอไม่ต้องเจอหน้ากรีรินทร์ และตอนนี้ทานตะวันก็กำลังมีความสุขอย่างที่สุดเลยเชียวแหล่ะ

                หนูทานน่ารักจริงๆ เลยนะจ๊ะ ถ้าตารินทร์มาเห็นคงต้องหลงแน่ๆ คุณหญิงมะปรางมองหน้าลูกสะใภ้ในอนาคตแล้วยิ้มอย่างพึงพอใจ จากนั้นภายในโต๊ะอาหารทุกคนก็ต่างพากันลงมือจัดการกับอาหารหลากหลายจานตรงหน้า โดยไม่คิดจะสนใจการไม่ออกมาปรากฏตัวของชายหนุ่มคนสำคัญ

                แม่ค่ะ ทานขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ ทานตะวันหันไปเอ่ยปากบอกอาทิตยาผู้เป็นแม่ของเธอ ก่อนจะลุกจากเก้าอี้และเดินแยกตัวไปที่ด้านหลังของร้านอาหาร

                อุ้ย! ขอโทษค่ะ

หญิงสาวตกใจและผงะถอยหลังไปเมื่อเธอเกือบจะเดินชนเข้ากับชายหนุ่มคนหนึ่ง

                ไม่เป็นไรครับ ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับพึมพำบางอย่างออกมา

                ไว้เจอกันอีกนะคนสวย ผมฝากของไว้กับคุณชั่วคราวนะ

ชายหนุ่มต่างชาติเดินจากไปในขณะที่ทานตะวันเดินตรงเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัวของเธอต่อ โดยที่เธอก็ไม่ได้ยินในสิ่งที่ชายหนุ่มต่างชาติคนนั้นพูดเลย

                อุ้ย!“

หลังจากที่ออกจากห้องน้ำมาสู่ทางเดินที่จะกลับไปยังส่วนของห้องอาหาร ทานตะวันก็ต้องตกใจอีกครั้งเมื่อมีมือของใครบางคนมารั้งตัวเธอเอาไว้

                วันนี้ผมรู้สึกแปลกๆ คุณช่วยตรวจอาการให้ผมหน่อยซิ ชายหนุ่มที่มารั้งตัวทานตะวันเอาไว้ส่งยิ้มให้หญิงสาว และนั้นก็ทำให้ทานตะวันแปลกใจเมื่อเธอต้องมาเจอหน้ากับคนที่ไม่อยากเจออีกคนหนึ่ง

                ผิดปกติตรงไหนละค่ะ ลองบอกมาซิ ทานตะวันมองชายหนุ่มตรงหน้าอย่างขัดใจ แต่ด้วยจรรยาบรรณเธอก็ถามออกไปด้วยความเป็นมืออาชีพ

                ตรงนี้ครับ...วันนี้ผมรู้สึกว่ามันเต้นเร็วผิดปกติ ใบหน้าของหญิงสาวแดงวาบเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าดึงเอามือเล็กๆ ของเธอไปวางทาบบนหน้าอกข้างซ้ายของเขา

                คะ คุณ...

                รู้สึกมั้ยครับ...ยิ่งอยู่ใกล้คุณมันก็ยิ่งจะเต้นแรง บอกผมหน่อยซิว่าผมเป็นอะไรไป

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #8 nunpanu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 14:26
    ว้าว คนเดียวกัน คุณหมอสุดสวยกับหนูทานตะวัน
    #8
    0
  2. #4 l2yona (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2553 / 15:06
    ปากหวานจริง พระเอกเราหรือเปล่า 55+
    #4
    0