ปีกนางฟ้า.

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 เรื่องภายในครอบครัว(ที่วุ่นวาย) ฉบับรีไรท์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    14 ก.ค. 53

ตอนที่ 2 เรื่องภายในครอบครัว(ที่วุ่นวาย)

 

                คุณหมอจะกลับแล้วหรือคะ นางพยาบาลสาวเอ่ยถามเมื่อเห็นอนันตญากำลังเก็บของใช้ส่วนตัวของเธอ ก่อนจะถอดเสื้อกาวน์สีขาวที่เธอสวมใส่อยู่วางพาดเอาไว้บนพนักเก้าอี้

                ค่ะ คุณจีรนันท์มีอะไรรึเปล่าคะ อนันตญาหันกลับไปถามพยาบาลผู้ช่วยของเธออย่างข้องใจ เมื่อสีหน้าของผู้ช่วยสาวดูจะมีอะไรแปลกๆ ก็เธอเล่นอมยิ้มไม่หุบตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว

                เอ่อ...เปล่าหรอกค่ะ งั้นนันท์กลับก่อนแล้วกันนะคะคุณหมอ ขอให้สนุกนะคะ จีรนันท์พยาบาลผู้ช่วยส่งยิ้มให้อนันตญา ก่อนจะโบกมือลาและเดินอมยิ้มออกจากห้องตรวจของคุณหมอคนสวยไป ซึ่งนั้นก็ทำให้อนันตญางงมากว่าผู้ช่วยของเธอเป็นอะไรไป แล้วยังเรื่องที่จีรนันท์พูดอีก

สนุก...สนุกกับอะไรกันล่ะ???’

                “ได้เวลาเลิกงานแล้วซินะครับ เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตูห้องตรวจของอนันตญา หญิงสาวเงยหน้าจากกองแฟ้มเอกสารที่เธอกำลังเรียงอยู่ไปมองทางต้นเสียงทันทีเพราะตกใจ ด้วยไม่คาดฝันว่านอกจากเธอแล้วยังจะมีคนอื่นอยู่อีก

                คุณ?“ สีหน้าของอนันตญาเต็มไปด้วยความแปลกใจ เมื่ออยู่ๆ คนที่ควรจะกลับไปตั้งนานแล้วยังมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วเขาก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นอีตาผู้ชายใจร้ายที่ลงไม้ลงมือกับคนเจ็บได้หน้าตาเฉย

                เรียกผมว่าโรมก็ได้ครับ คุณผู้หญิง ชายหนุ่มถือวิสาสะเดินเข้ามาในห้องตรวจของอนันตญา ก่อนจะหยิบนู้นหยิบนี่และสำรวจโต๊ะทำงานของเธอโดยไม่คิดจะขออนุญาต

                มารยาทน่ะมีมั้งมั้ยค่ะ เท่าที่ดูคุณน่าจะเรียนมาสูง คุณหมอสาวกอดอกมองหน้าชายหนุ่มที่เข้ามาล่วงล้ำความเป็นส่วนตัวของเธอด้วยสีหน้าไม่พอใจ แต่ทว่าคนถูกว่าก็ยังทำหน้าระรื่นและยิ้มให้เธออย่างไม่ถือสา

                ชักหิวแล้วซิ ให้เกียรติไปทานมื้อเย็นกับผมสักครั้งซิครับ ชายหนุ่มเอ่ยชวนในขณะที่เขาหันไปมองใบหน้าหวานๆ ของคุณหมอตรงหน้าพร้อมๆ กับยิ้มให้ ซึ่งแน่นอนว่ารอยยิ้มบาดใจของเขาใช้กับคุณหมอสุดสวยตรงหน้าไม่ได้ผล

                ปฏิเสธค่ะ ดิฉันไม่ว่าง หญิงสาวบอกปัดก่อนจะคว้าเสื้อกาวน์ของเธอกับกระเป๋าถือเดินลิ่วออกจากห้องทำงาน โดยไม่คิดจะหันกลับไปสนใจคนบ้าที่ยังเดินตามเธอมาไม่เลิก

                ใจร้ายจริง ไหนคุณบอกจะพาผมไปหาหมอไง ชายหนุ่มใช้ช่วงขาที่ยาวกว่าก้าวรวดเดียวก็มายืนขวางหน้าอนันตญาได้ หญิงสาวมองชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสายตาไม่พอใจทันที

                นี่คุณ!“ อนันตญาขึ้นเสียงใส่ชายหนุ่มที่มาขวางทางเธอ แต่แล้วเธอก็ต้องยิ่งโมโหหนักเมื่อเขาดึงเอากระเป๋าถือกับเสื้อกาวน์ของเธอไปถือไว้หน้าตาเฉย

                มาน้าผมหิวไส้จะขาดแล้ว ถ้าขืนคุณยังเล่นตัวคราวหน้าผมคงจะได้มาหาคุณโดยพ่วงเอาโรคกระเพาะมาด้วยแน่ ชายหนุ่มขยิบตาให้อนันตญาก่อนจะเดินถือกระเป๋าและเสื้อกาวน์เธอนำลิ่วไป โดยที่อนันตญาก็ทำได้แต่เดินตามเขาไปพร้อมๆ กับเม้มริมฝีปากสีแดงเรื่อของเธอแน่นอย่างโกรธจัด อีตาบ้า!’

                “อ่ะจริงซิ!“ ชายหนุ่มที่เดินนำลิ่วๆ หยุดเดินอย่างกะทันหันเพราะว่าเขาเพิ่งจะนึกอะไรขึ้นมาได้ แต่การหยุดเดินเอาดื้อๆ ของเขาก็มีผลกับคนที่เดิมตามหลังมาอย่างมาก

                ฟลุบ!

อนันตญาชนแผ่นหลังกว้างของเขาเข้าเต็มๆ เพราะมั่วแต่ก้มหน้าก้มตาเร่งฝีเท้าตามช่วงขายาวๆ ของคนตรงหน้ามากไปหน่อย

                “โอ้ย!“ หญิงสาวร้องออกมาก่อนจะลูบหน้าตัวเองที่กระแทกเข้ากับแผ่นหลังแข็งๆ ของคนตรงหน้า

                “ถ้าคุณอยากจะแสดงความรัก ผมแน่ะนำให้คุณมากอดผมข้างหน้าจะดีกว่านะ ชายหนุ่มหันกลับมาประคองหญิงสาวได้ทันก่อนที่เธอจะล้มเพราะเสียหลัก อนันตญาปัดมือชายหนุ่มออกจากตัวอย่างเร็ว ก่อนจะมองค้อนเขาซึ่งตอนนี้ถือเป็นงานหลักของเธอเลยทีเดียว

                ที่จริงแบบนี้ผมว่ามันดูไม่ค่อยจะแมนเท่าไหร่ แต่ก็นะตอนนี้มันช่วยไม่ได้ชายหนุ่มตรงหน้าพูดขึ้น แต่อนันตญาก็ได้แต่มองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ

                คุณตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่คะ? หญิงสาวมองชายหนุ่มที่หันมายิ้มหวานให้เธอ ก่อนจะถามเขาเพราะข้องใจกับคำพูดของเขาเอามากๆ

                คุณมีรถมั้ยครับ   ^^”

และคำตอบของชายหนุ่มก็ทำให้อนันตญาแทบอยากจะพ่นไฟครอกเขาให้ตายไปต่อหน้าต่อตาเธอ

                ผู้ชายอะไร ทุเรศชะมัด ฮึ่ย!’

.....................................

                “คุณตั้งใจจะพูดอะไรกันแน่คะ ตารินทร์ทำอะไร? แล้วลูกกลับจากโรมาเนียมาแล้วหรือคะ?“

หญิงวัยกลางคนเอ่ยถามสามีของเธออย่างข้องใจ เมื่ออยู่ๆ สามีที่เพิ่งกลับมาจากที่ทำงานก็ทำหน้าบูดหน้าบึ้ง แถมยังบ่นถึงลูกชายคนดีของเธอที่หายหน้าหายตาไปจากบ้านจนจะครบสิบปีอยู่แล้ว นอกจากกลับมาเยี่ยมบ้านแวบๆ ลูกชายของคุณหญิงมะปรางก็บอกว่าต้องไปหาอารมณ์ศิลป์วาดภาพเพื่อจะเป็นจิตกรผู้ยิ่งใหญ่

                หลังจากที่เรียนจบมัธยม กรีรินทร์ สกุลชัยลูกชายคนดีของเธอก็ขออนุญาตไปเรียนต่อด้านศิลปะที่เมืองนอก ด้วยความเห็นชอบว่าอาชีพตำรวจที่อภิวัฒน์สามีของเธอทำนั้นมันเสี่ยงเกินไป สามีของเธอก็เลยอนุญาตหน้าตาเฉยให้ลูกชายคนเดียวของเธอออกไปผจญโลกกว้างตั้งแต่เด็ก

                หลังจากเรียนจบกรีรินทร์ก็ไม่ยอมกลับบ้าน เขาส่งแต่ปริญญาด้านศิลป์อะไรสักอย่างก็ไม่รู้กลับมาแทน และก็บอกว่าจะออกไปท่องโลกกว้างและตามหาแรงบันดาลใจเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเอง ในตอนแรกคุณหญิงมะปรางแทบช็อกกับการกระทำของลูกชาย แต่ทว่าหลังๆ เธอก็เริ่มปลงตกแล้วเพราะเธอไม่รู้จะไปรั้งตัวลูกชายหัวรั้นของเธอกลับมาได้ยังไงนั้นเอง

                นี่คุณอย่าเอาแต่นั่งถอนหายใจทิ้งได้มั้ยค่ะ ตารินทร์ทำอะไร! คุณรู้อะไรก็รีบๆ บอกมาซิ คุณหญิงมะปรางจ้องหน้าสามีอย่างไม่พอใจ ที่เธอไม่ได้รู้ข่าวคราวของลูกชายอย่างที่หวัง เกริ่นแล้วไม่เล่าแบบนี้ขัดใจคุณหญิงเป็นที่สุด ล้าสุดที่เธอได้ข่าวตารินทร์ลูกชายสุดที่รักนั้นก็คือเมื่อเดือนก่อน และเขาก็บอกกับแม่อย่างเธอว่าเขาอยู่โรมาเนีย กำลังตามหาแวมไพร์มาเป็นแบบวาดรูปอยู่

                คุณรออีกไม่กี่วันหรอก เดี๋ยวไอ้ลูกชายตัวดีมันก็คงจะโผล่หน้ามาแน่ๆ ฮึ่ย!“ อภิวัฒน์มองหน้าภรรยาของเขาอย่างขัดใจ ความเป็นห่วงลูกชายของภรรยาทำเอาสามีอย่างเขาหงุดหงิดมากเลยทีเดียว หลังจากที่ได้เจอหน้าลูกชายของตัวเองในสถานที่ที่ไม่ควรเจอเมื่ออาทิตย์ก่อน ตอนนี้เขาก็ได้แต่กลับบ้านมานั่งกัดฟันกรอดๆ อย่างแค้นใจ ที่ตัวเองเป็นคนปล่อยให้เรื่องมันกลายมาเป็นแบบนี้

....................................

                นี่คุณ!“ หญิงสาวมองหน้าชายหนุ่มที่ยืนส่งยิ้มละลายใจให้เธอด้วยใบหน้าที่แดงจัด อนันตญารู้สึกเหลือเชื่อกับผู้ชายที่เพิ่งจะเจอกันคนนี้มากๆ ไม่รู้ว่าสิ่งที่เขากำลังทำอยู่มันคือการแกล้งเล่นละครหรือว่าเรื่องจริง แต่สำหรับหญิงสาวแล้วเรื่องที่เขาทำมันออกจะเกินไปแล้วจริงๆ

                เอาน้าคุณ...ก็ผมลืมเอากระเป๋าตังค์มาจริงๆ นี่นา หยวนๆ หน่อยซี คราวหน้าผมสาบานว่าผมจะเลี้ยงคุณคืนนะ จริงๆ กรีรินทร์มองใบหน้าสวยหวานของคุณหมอสาวที่ตอนนี้กำลังแดงเถือกด้วยความโกรธอย่างอ่อนใจ ใช่ว่าเขาตั้งใจจะแกล้งเธอเสียเมื่อไหร่ แต่มันเป็นความสะเพร่าของเขาเองนั้นแหล่ะ ที่ตั้งใจมาชวนสาวสวยกินข้าวแต่ดันลืมเอากระเป๋าตังค์มา

แถมตอนขาออกมาจากโรงพยาบาลเขายังให้เธอเป็นคนขับรถให้อีกด้วย อันนี้ก็เช่นกันเขาเพิ่งจะมาถึงเมื่อไทยได้แค่อาทิตย์เดียวก็ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ตลอด เลยลืมเรื่องเครื่องอำนวยความสะดวกอย่างรถยนต์ไปเสียสนิท และมันก็เลยกลายเป็นว่าตอนนี้เขาได้แต่แบมือออกทั้งสองข้างแล้วยักไหล่ให้คนตรงหน้าดู เพราะว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

                ถ้าคุณคิดจะจีบฉันละก็ ขอบอกเลยว่าคุณสอบตก! และคราวหน้าไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีกแล้ว อนันตญาเชิดใส่กรีรินทร์อย่างโมโหสุดๆ เธอไม่เคยเจอผู้ชายคนไหนแย่อย่างเขามาก่อนเลยในชีวิต คนที่ชวนเธอมากินข้าวเลือกร้านอาหารอย่างหรูหรา และเชื่อเถอะพอถึงเวลาจ่ายเงินเขากลับหันมามองหน้าเธอแล้วทำตาปริบๆ อนันตญาขายหน้ามากๆ กับการกระทำของชายหนุ่มที่เพิ่งพบหน้า และก็พอทีเธอไม่คิดจะสนใจเขาอีกแล้ว

                งอนเป็นเด็กไปได้คุณ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ กรีรินทร์ยังไม่ยอมแพ้ ชายหนุ่มเดินตามหญิงสาวมายังลานจอดรถต้อยๆ และหวังจะให้เธอเห็นใจในความผิดพลาดแบบไม่ได้เจตนาของเขา

                ฉันอายุ 27 แล้วคุณ ถึงหน้าฉันจะอ่อนแต่ฉันไม่ได้ปัญญาอ่อนนะ ถอยไปได้แล้วฉันจะกลับบ้าน!“ อนันตญาจ้องหน้าชายหนุ่มที่มายืนขวางทางเธอด้วยสีหน้าไม่พอใจ

                หน้าคุณเด็กจริงๆ นั้นแหล่ะ คุณแก่กว่าผมตั้งสองปีแน่ะ ชายหนุ่มตอบยิ้มๆ ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบให้หญิงสาวได้ขึ้นรถของเธอไปอย่างที่เจ้าตัวต้องการ

                คราวหน้าผมเลี้ยงนะ รวมทั้งรถด้วยคราวหน้าคุณได้นั่งรถผมแน่นอน ชายหนุ่มบอกในขณะที่หญิงสาวจะปิดประตูรถ อนันตญามองค้อนชายหนุ่มไปทีหนึ่งในขณะที่เธอปิดประตู และหญิงสาวก็ไม่ได้สนใจในสิ่งที่ชายหนุ่มพูดเลย เพราะสำหรับอนันตญาแล้ว

ลาขาดยะ พ่อคนไม่เอาไหน!’

..............................

                อายเดวิดม้านอยู่ที่หนาย!!!“ เสียงคำรามของชายหนุ่มดังขึ้น ในขณะที่เขากำลังมองจ้องผู้ร้ายที่เพิ่งจับมาได้หมาดๆ วันนี้

                ผม ผะ ผม ผมไม่รู้ เสียงตอบอู้อี้ดังมาจากร่างของชายหนุ่มคนหนึ่งที่นอนอยู่ ผ้าพันแผลกับสก๊อตเทปที่เพิ่งจะได้แปะมาเมื่อตอนกลางวันหลุดหายออกจากตัวของเขาไปจนหมดแล้วในตอนนี้

                โรมอาวงายดี จอร์นสันนายตำรวจสัญชาติอเมริกันหันมาถามเพื่อนของเขาที่ยืนมองผู้ต้องหาด้วยสายตานิ่งเฉย ชายหนุ่มกำลังครุ่นคิดอย่างนักเพราะเขามีเวลาแค่สองเดือนเท่านั้นในการหาตัวผู้ร้ายฆ่าคนอย่างเดวิด สแตรงค์เกอร์ และที่สำคัญเขาจะต้องนำของล้ำค่าชิ้นสำคัญกลับอเมริกาภายในสองเดือนนี้ด้วย

                ปีกนางฟ้า...อยู่ที่ไหน? “ คำถามของโรมทำให้จอร์นสันมองหน้าเพื่อนของเขาอย่างข้องใจสุดๆ

                อายพวกนี้ม่ายน่าจารู้นะโรม ไอว่าเดวิดคงม่ายบอกเรื่องสำคัญขนาดนี้กับพวกมานหรอก จอร์นสันพูดขึ้น ในขณะที่เขาเองก็มองหน้าชายหนุ่มคนที่เพิ่งถูกเขาอัดจมกองเลือดอยู่ด้วยสายตาครุ่นคิด

                ถ้าไม่ใช่อย่างที่พวกเราคิดละจอร์น เดวิดมันจะหนีโดยเอาปีกนางฟ้าติดตัวไปตลอดเวลาไม่ได้หรอก มันต้องซ่อนปีกนางฟ้าเอาไว้ที่ไหนสักแห่ง!“

สายตาของโรมิโอเย็นชาในขณะที่มองหน้าลูกน้องคนหนึ่งของเดวิดที่ตอนนี้นอนกองอยู่ตรงหน้าเขา สายตาดุดันของโรมทำให้ลูกน้องของเดวิดต้องหลบแววตาน่ากลัวที่มองจ้องมา แต่ทว่ารอยยิ้มของวายร้ายก็ปรากฏขึ้น แม้ว่าริมฝีปากของเขาจะแตกหรือว่าร่างกายจะโดนซ้อมจนแทบขยับตัวไม่ได้ก็ตาม

พวกแกไม่มีวันหาปีกนางฟ้าเจอหรอก...ไม่มีวัน! ฮ่าๆ

…………………………

                หลังจากที่กลับมาถึงบ้านอนันตญาก็เดินเข้าไปในห้องของเธอ พร้อมๆ กับถือเสื้อกาวน์สีขาวกับกระเป๋าหนังสีน้ำตาลใบเก่งติดมือไปด้วย

                แกร๊ก!

                เสื้อคลุมสีขาวของหญิงสาวถูกวางผาดเอาไว้บนเก้าอี้ เสียงกระทบกันของของในกระเป๋าดังขึ้นเมื่ออะไรบางอย่างที่อยู่ในนั้นกระแทกเข้ากับพนักเก้าอี้ในตอนที่ถูกวาง

                เอ๋?“ อนันตญาก้มหน้ามองชุดกาวน์สีขาวที่ตัวเองใส่ทำงานวันนี้อย่างเป็นงง ก่อนจะลองล่วงมือลงไปในกระเป๋าและหยิบเอาบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา

                โธ่เอ๊ย! ทำไมถึงขี้ลืมแบบนี้นะเรา อนันตญาเขกหัวตัวเองไปหนึ่งที หลังจากที่เธอล่วงเอาชุดหูฟังที่ใช้ตรวจคนไข้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวของเธอ

                ครืน

                เสื้อกาวน์ของหญิงสาวเลือนหลุดลงไปกองอยู่ที่พื้นในขณะที่เธอหยิบชุดหูฟังออกมา อนันตญาหันกลับไปหยิบเสื้อคลุมของเธอขึ้นไปวางผาดไว้บนเก้าอี้อีกครั้ง และก็เป็นตอนนี้เองที่ของบางอย่างที่ไม่ใช่ของหญิงสาวร่วงหล่นลงมาในจังหวะที่เธอไม่ทันได้เห็น แสงระยิบระยับส่องประกายวาววับก่อนจะร่วงลงไปในกระเป๋าถือของอนันตญาในขณะที่หญิงสาวไม่ได้รับรู้เลยว่า เธอมีสิ่งแปลกปลอมติดตัวกลับมาบ้านหลังจากที่ได้เข้าไปตรวจอาการของชายหนุ่มคนหนึ่ง

.................................

                รินทร์! ลูกกลับมาแล้ว

เช้าที่สดใสของวันใหม่เริ่มต้นที่เสียงกรีดร้องอย่างดีใจของคุณหญิงมะปราง ความดีใจของคนเป็นแม่ปรากฏออกมาจากสีหน้า และท่าทางในยามที่เธอได้เห็นลูกชายคนดีของเธอยอมกลับมาบ้าน

                แม่ครับ ถ้าแม่สาวกว่านี้ผมจะยอมให้กอดสักสิบปีเลย ชายหนุ่มแซวแม่ของตัวเองอย่างอารมณ์ดี แต่เขาก็ได้ของฟรีทั้งแถมทั้งแจกจากคุณแม่ผู้แสนจะคิดถึงลูก

                เพี๊ยะ!!!

                “โอ้ย! ผมเจ็บนะเนี่ย มือหนักจริงๆ เลยนะป้า

                ใครสั่งใครสอนให้แกเรียกแม่ตัวเองแบบนั้นหา แม่แกนะสวยขนาดไหนรู้มั้ยเมื่อก่อนน่ะ เสียงคำรามของนายตำรวจใหญ่ดังลั่น เมื่อเขาเดินลงจากบันไดวนของตัวบ้าน มาเจอหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่แสนแสบมากๆ คนนี้

                เมื่อก่อนสวย งั้นเดี๋ยวนี้ละครับ พ่อพูดจาคลุมครือจริงๆ ลูกชายคนดีแกล้งทำหน้าทะเล้นใส่ผู้เป็นแม่ แต่ทว่าตอนนี้มารดาของเขาก็เปลี่ยนอ้อมกอดแสนรักมาเป็นหยิกเนื้อลูกชายตัวเองที่ปากเสีย

                ไม่ได้เรื่องเลยลูกคนนี้ ว่าแต่ตอนนี้เป็นยังไงบ้างลูก แม่ว่ารินทร์เลิกเป็นจิตกรแล้วหันมาทำอาชีพอื่นดีกว่ามั้ย ลูกหายไปทีเป็นปีๆ พ่อกับแม่เป็นห่วงมากนะ

คุณหญิงมะปรางมองหน้าลูกชายสุดที่รักน้ำตาคลอ นานแล้วที่กรีรินทร์ไม่ได้กลับมาบ้าน ตอนนี้ลูกชายที่เคยเดินเตาะแตะของเธอกลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัวที่ทั้งหล่อเหลาและมีเสน่ห์ เขาเปลี่ยนจากเด็กกลายเป็นผู้ใหญ่ในที่ที่ห่างไกลจากเธอมากนัก คุณหญิงมะปรางได้แต่ถอนหายใจอย่างเสียดายช่วงเวลาที่เธอไม่ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของลูก เธออยากให้ครอบครัวที่แสนอบอุ่นได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และความหวังของเธอจะเป็นจริงได้ก็เมื่อกรีรินทร์ลูกชายคนนี้ของเธอยอมรับปาก

                อีกไม่นานครับแม่ อีกไม่นาน ชายหนุ่มยิ้มให้มารดาของเขา ก่อนจะหันไปสบตากับพ่อบังเกิดเกล้าที่ตอนนี้กำลังมองเขม่นชายหนุ่มอยู่ ความลับของเขาแตกไปแล้วหนหนึ่งในวันที่เขากลับมาถึงเมืองไทย ด้วยความบังเอิญทำให้ความลับร่วมสิบปีของเขาแตกดังโพละ  แต่ทว่าเขาก็ยังมีความจำเป็นที่ต้องปกปิดสถานะของตัวเองเอาไว้ ในตอนนี้กรีรินทร์คือจิตกรไส้แห้งและกำลังเดินทางรอบโลกเพื่อหาไอเดียมาสร้างผลงานให้บรรเจิด

                แกกลับมาก็ดีแล้ว พรุ่งนี้ทำตัวให้ว่างด้วยฉันจะพาแกไปหาหนูทานตะวัน เสียงทุ่มต่ำของผู้บังคับบัญชาตำรวจหน่วยสืบสวนพิเศษดังก้องขึ้นในห้องโถงกว้าง และมันก็ทำให้กรีรินทร์ถึงกับสยองเมื่อผู้เป็นพ่อของเขาเอ่ยชื่อเด็กผู้หญิงที่เขาเคยรู้จักเมื่อสมัยเด็กขึ้นมา

                ไม่เอาล่ะครับ ผมหาแฟนเองได้พ่ออย่าให้ผมไปยุ่งกะยัยขี้มูกยืดนั้นเด็ดขาด กรีรินทร์ทำท่าสยองเมื่อชายหนุ่มนึกถึงหน้าตาของเด็กผู้หญิงรุ่นพี่ ที่อายุห่างกับเขาร่วมสองปีที่เคยเจอในสมัยเด็ก

                แกกล้าว่าหนูทานตะวันแบบนั้นได้ยังไง นี่ถ้าแกได้เห็นตัวจริงขี้คร้านจะวิ่งเข้าใส่ อภิวัฒน์มองเขม่นลูกชายคนเดียวของเขาอย่างหงุดหงิด ตั้งแต่เด็กเขาหมายมั่นปั้นมือจะให้กรีรินทร์ลูกชายของเขาเป็นเขยขวัญของบ้านตระกูลอัศวะเดชา แต่ไอ้เจ้าตัวดีก็ดันไปก่อเรื่องได้ทุกทีที่เขาพาไปเจอหน้าแม่หนูน้อยน่ารักที่ชื่อทานตะวัน

                โตแล้วก็คงน่ากลัวเหมือนเดิมมั้งครับ พ่อจะให้ลูกชายหน้าตาดีคนนี้ไปอยู่กับยัยจืดเต่าล้านปี แบบนี้ไม่ใจร้ายเกินไปหน่อยเหรอ อย่างผมน่ะแค่เดินผ่านสาวๆ ก็วิ่งเข้าใส่เลยนะครับนี่

                โหไอ้หน้าด้าน! โชคดีที่แกเกิดมาหล่อเหมือนฉันไม่งั้นไม่ให้อภัยในคำพูดเด็ดขาด อภิวัฒน์มองลูกชายอย่างไม่ใคร่จะพอใจ แต่ทว่าเมื่อนึกได้ว่าลูกชายหล่อเหมือนเขาเมื่อสมัยหนุ่มๆ เขาเลยลดโทษให้กึ่งหนึ่ง

                นี่คุณ! หลงตัวเองกันทั้งตระกูลเลยรึเปล่าเนี่ยหา ทั้งพ่อทั้งลูกเชียวนะ

                ในที่สุดคุณหญิงมะปรางก็หยุดการทุ่มเถียงกันของสองพ่อลูกได้สำเร็จ แต่ทว่าผลสุดท้ายยังไงกรีรินทร์ก็ต้องไปพบกับทานตะวัน อัศวะเดชาลูกสาวเพื่อน(อริ)ของพ่อในวันรุ่งขึ้นอยู่ดี และนี่ก็เป็นสาเหตุหลักที่กรีรินทร์คิดว่าเขาจะอ้างเหตุผลกับแม่เพื่อจะหนีการดูตัวครั้งนี้ไปอยู่ที่อียิปต์

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น

  1. #7 nunpanu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 13:51

    ว้าว! ปีกนางฟ้าอยู่ที่หมอแน่แท้

    #7
    0