ปีกนางฟ้า.

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 ตัวประกัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 มิ.ย. 53

 ตอนที่ 10 ตัวประกัน

 

            “ นี่มันอะไรกันค่ะ? “ หญิงสาวร้องขึ้นอย่างไม่พอใจ ที่อยู่ๆ ตัวเองก็โดนกลุ่มคนที่อ้างตัวว่านายตำรวจหน่วยพิเศษกว่าสี่นายคุมตัวมาสอบปากคำ

            หลังจากหมดเวลางานทานตะวันก็เดินออกจากตัวตึกของโรงพยาบาลไปยังลาดจอดรถดังเช่นทุกวันในปกติ หากแต่ว่าสิ่งที่รอทานตะวันอยู่ที่ลาดจอดรถนั้นไม่เพียงแค่รถยนต์ของหญิงสาวเท่านั้น แต่กลับมีชายหนุ่มอีกสี่คนยืนประกบอยู่ทั้งสี่ด้านของรถที่จอดอยู่อีกต่างหาก ในตอนแรกทานตะวันงงมากกว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวคิดจะเรียกยามของทางโรงพยาบาลให้มาส่งเธอ แต่ทว่าชายเหล่านั้นกลับหันมาเจอกับเธอเสียก่อน หนึ่งในนั้นแสดงหลักฐานว่าตนเป็นตำรวจนอกเครื่องแบบออกมา หลังจากนั้นเขาก็ให้หญิงสาวขับรถตามพวกเขามายังบ้านพักหลังหนึ่ง

ในตอนแรกทานตะวันคิดจะขัดขืนและโทรศัพท์ไปหาธันวาน้องชายของเธอ แต่มือถือของเธอกลับถูกยึดเอาไปเสียเฉยๆ ทานตะวันรู้ตัวในทันทีว่าพวกที่มาดักรอเธอไม่ใช่ตำรวจจริงแน่นอน นี่อาจเป็นการเรียกค่าไถ่หรืออะไรสักอย่าง ทานตะวันมีสติพอที่จะทำตามเงื่อนไขคนร้ายแต่โดยดี แต่ทว่าหญิงสาวก็ค่อยหาโอกาสอยู่ตลอดเพราะเธอมั่นใจว่าเหตุการณ์ท่าจะไม่ดีสำหรับเธอแน่

ทานตะวันถูกบังคับให้ขับรถตามรถของนายตำรวจนอกเครื่องแบบมาจอด ณ บ้านหลังหนึ่ง ในระหว่างทาง รถของหญิงสาวโดนรถยนต์ประกบติดมาตลอดเพื่อกันไม่ให้เธอหนี ทานตะวันจึงจำใจต้องขับตามทางที่คนร้ายบอก

            “ พวกผมแค่ต้องการขอความรวมมือจากคุณอนันตญาสักเล็กน้อย “ นายตำรวจนอกเครื่องแบบคนหนึ่งเอ่ยขึ้น แต่การกระทำของเขาช่างต่างกับคำพูดที่ออกมาอย่างชัดเจน

            บังคับตัวมาแบบนี้มันเรียกว่าขอความร่วมมือตรงไหนกันเนี่ย!’

ทานตะวันเม้นริมฝีปากแน่นอย่างสะกดกลั้นความโกรธ อยู่ๆ เธอก็โดนเชิญตัวด้วยคำพูดสวยหรู แต่ทว่าการกระทำของคนพวกนี้ไม่ต่างจากโจรลักพาตัวแม้แต่น้อย

หลังจากลงมาจากรถหญิงสาวก็ถูกเชิญกึกบังคับให้เดินตามพวกที่อ้างว่าเป็นนายตำรวจเข้ามาในบ้านพักหลังหนึ่ง ทานตะวันสังเกตุข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างที่ปรากฏสู่สายตา ทุกอย่างในบ้านหลังนี้บอกแก่หญิงสาวว่ามันเป็นบ้านพักธรรมดาเท่านั้น

            “ พวกคุณต้องการอะไรกันแน่พวกคุณเป็นตำรวจแน่เหรอ มีตำรวจที่ไหนเขากักกันอิสระภาพของประชาชนแบบไม่ยุติธรรมอย่างนี้ “ ทานตะวันว่ากล่าวกลุ่มนายตำรวจนอกเครื่องแบบอย่างไม่เกรงใจ เธอพอจะเดาได้ว่าชายฉกรรจ์พวกนี้ไม่ใช่ตำรวจจริงๆ

            “ อย่าเดาส่งให้ตัวเองเดือดร้อนจะดีกว่า คุณแค่ตอบคำถามไม่กี่ข้อเสร็จแล้วพวกเราก็จะปล่อยตัวคุณไป “

            “ งั้นอยากรู้อะไรก็ถามมา ฉันไม่ยักรู้ว่าหมออย่างฉันต้องมานั่งตอบคำถามของนายตำรวจนิสัยโจรอย่างพวกคุณ!

            “ ทาน! “ น้ำเสียงคุ้นเคยที่อยู่ๆ ก็ดังขึ้นทำให้ทานตะวันหรือในชื่อคุณหมออนันตญาถึงกับหันควับไปมองด้วยตกใจสุดๆ เธอไม่คิดว่าสถานที่ที่เธอถูกนายตำรวจทั้งสี่นายเชิญกึกๆ บังคับพาตัวมาจะมีคนอื่นที่เธอรู้จักอยู่อีก

            “ แม่!” อนันตญาร้องเรียกผู้หญิงวัยกลางคนที่ถูกมัดติดกับโต๊ะตัวหนึ่งด้วยความตกใจ จากโถงทางเดินที่ไม่มีสิ่งผิดปกติในตอนนี้เปลี่ยนไปในทันที มุมในสุดของห้องด้านหนึ่งที่ประตูเปิดอ้ากว้างหญิงสาวได้เห็นแม่ของตัวเองถูกมัดอยู่จากประตูห้องที่ถูกเปิดค้างไว้

            “แม่!

            ทานตะวันเรียกแม่เสียงหลงแต่ทว่าภาพของแม่ได้หายไปเพราะประตูที่ถูกปิดอย่างกระทันหัน

            ปัง!

            เสียงประตูที่ปิดและกระแทกอย่างแรงทำให้ทานตะวันตกใจอย่างที่สุด หญิงสาวมองหาตัวการที่ปิดกันสายตาของเธออย่างโมโห แต่แล้วสายตาของทานตะวันก็ต้องแข็งค้าง เพราะว่าในที่นี้ยังมีใครอีกคนที่ทานตะวันรู้จักยืนอยู่อีก

            “คุณ?

            “ สวัสดีครับคุณหมอ”

เสียงทักทายดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าอันหล่อเหลา ชายหนุ่มชาวต่างชาติลูบมือใหญ่ของเขาบนประตูไม้ที่เขาเพิ่งจะผลักให้ปิดไปเมื่อกี้ ก่อนจะหันมาหาหญิงสาวที่ยืนมองเขาอย่างอึ้งๆ อยู่

            “ อย่ากังวนที่รัก ผมแค่ต้องการของบางอย่างคืนจากคุณก็เท่านั้น “

            “ คุณต้องการอะไร?

            ทานตะวันเอ่ยถามทันที เธอต้องการจะไปจากที่นี้และเธอต้องการพาแม่ของเธอกลับไปด้วย

            “ สิ่งที่ไม่ใช่ของคุณ ปีกนางฟ้า ผมต้องการมันคืน “

            “ ขอโทษนะ อะไรคือปีกนางฟ้า ฉันไม่รู้จัก!

            ทานตะวันถามกลับอย่างไม่ลังเล หญิงสาวเห็นสายตาของคนตรงหน้าฉายแววไม่พอใจขึ้นวูบ แต่แล้วภายในเสียวนาทีสายตาของเขาก็กลับมานิ่งสงบอีกครั้ง

            “ อย่าเล่นเกมกับผม ผมรู้ว่าคุณมีมัน “ เดวิดเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ร่างบางของทานตะวัน ก่อนจะเลื่อนสายตาไปที่ลูกน้องคนไทยที่เขาไม่ไว้ใจ เขาไม่มั่นใจพอที่จะเอ่ยตรงนี้ว่าปีกนางฟ้าคืออะไร เขายังไม่โง่พอที่จะเสียรู้พวกที่เชื่อฟังเขาก็เพราะเงินเพียงอย่างเดียว

            “ คุณพูดไม่รู้เรื่อง ฉันไม่รู้จักปีกนางฟ้า! “ ทานตะวันเห็นว่าเดวิดลังเลอะไรบ้างอย่าง หญิงสาวไม่รู้ว่าเขาลังเลเพราะจับผิดตัวรึเปล่า เพราะยังไงเธอก็มั่นใจว่าตัวเองไม่รู้จักอะไรก็ตามที่ชื่อปีกนางฟ้ามากก่อน

            “จับนังนี่ไปขังไว้อีกห้อง!” เดวิดสั่งการอย่างไม่ลังเล เขายังไม่รีบร้อนที่จะเค้นเอาความจริงตอนนี้ อย่างน้อยในเวลานี้เขาก็เป็นต่ออยู่ถึงสองเรื่อง เขามีผู้ซื้อขายหน้าโง่ที่ยอมโอนเงินให้อยู่ทุกเวลา และอีกอย่าง

เขาก็มีแผนการแก้แค้นที่แสนเด็ดให้กับคู่ปรับที่แสบสันของเขา

            “ รอให้ตระกูลอัศวะเดชารู้ว่าเมียและลูกสาวของพวกมันหายไปก่อนเรื่องมันจะได้สนุก ฉันจะดึงครอบครัวและคนที่แก่รักมาเหยียบย่ำให้จมดินในคราวเดียวเลยฮ่าๆ โรมิโอเอ๊ย...โรมิโอ...หึๆ”

..................................

            ภายในห้องโถงกว้างที่ถูกประดับตกแต่งหรูหรา บรรยากาศภายในกลับกำลังสงบเงียบคลายกับกำลังจะเกิดพายุใหญ่ ชายสี่คนที่รวมตัวกันอยู่ในห้องต่างมีสีหน้าและท่าทางที่เคร่งเครียด และแน่นอนพวกเขาต่างกระวนกระวายถึงเรื่องการหายตัวไปของผู้หญิงสองคนอย่างอาทิตยาและทานตะวันอัศวะเดชา

            “ มันเกิดเรื่องนี้ขึ้นได้ยังไงกัน! “ เสียงร้อนใจดังออกมาจากปากนายตำรวจรุ่นใหญ่อย่างอภิวัฒน์

หลังจากที่ได้รับโทรศัพท์จากกรีรินทร์ลูกชายของเขา หัวหน้าตำรวจหน่วยพิเศษอย่างเขาก็รีบบึงรถมาที่คฤหาสน์ใหญ่ของตระกูลอัศวะเดชาอย่างไม่คิดชีวิตทันที เรื่องที่ลูกชายของเขาเล่ามาทางโทรศัพท์คือธันวาหลานชายได้โทรไปบอกกรีรินทร์ว่าอาทิตยากันทานตะวันหายตัวลึกลับ หลังจากที่อาทิตย์ได้รับโทรศัพย์แจ้งจากทางตำรวจว่าทานตะวันประสบอุบัติเหตุเธอจึงรีบออกจากบ้านโดยทิ้งโน้ตไว้ให้สามีอย่างตุลาการแล้วออกไป ส่วนทานตะวันหลังจากที่เลิกงานแล้วจนกระทั่งในตอนนี้ที่เวลาล่วงเลยมาเกือบจะเที่ยงคืนแล้วผู้หญิงทั้งสองคนกลับหายตัวไปโดยไร้การติดต่อ

จากที่สืบหาข้อมูลข่าวและรายงานอุบัติเหตุทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้ ทำให้ตุลาการมั่นใจแล้วว่าต้องเกิดเรื่องกับคนในครอบครัวแน่ เขาพบว่าในวันนี้ไม่มีข่าวเรื่องการเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับรถยนต์ ฉะนั้นเรื่องที่อาทิตยาออกจากบ้านจึงเป็นเรื่องที่ต้องถูกกุขึ้น ส่วนเรื่องของทานตะวันนั้นยิ่งน่าสงสัยเพราะหลังจากออกจากโรงพยายาบาลเธอก็หายตัวไปและมือถือก็ติดต่อไม่ได้อีกด้วย

หลังจากให้ธันวาส่งบอดี้การ์ดออกตามหาตัวคนทั้งสองแล้วไม่พบเบาะแส ตุลาการจึงเรียกธันวามาถามแล้วสาวไปถึงเรื่องที่ธันวากำลังทำงานร่วมกับกรีรินทร์ลูกชายของอภิวัฒน์อยู่ ตุลาการสงสัยทันทีว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้ต้องเกี่ยวข้องกับคดีที่กรีรินทร์ทำ ตุลาการสั่งให้ธันวาโทรหากรีรินทร์พร้อมๆ กับบอกให้กรีรินทร์ลากอภิวัฒน์ผู้เป็นพ่อมาด้วย และทันทีที่กรีรินทร์มาถึงตุลาการก็ซัดหน้าชายหนุ่มรุ่นลูกไปหนึ่งหมัดเต็มๆ แต่ทว่าตุลาการก็ไม่ลำเอียงเพราะอภิวัฒน์แอบสังเกตุเห็นว่าธันวาเองก็มีรอยเลือดเลอะอยู่ที่มุมปาก ส่วนสภาพใบหน้าของธันวานั้นไม่ต่างสภาพจากตอนที่กรีรินทร์ลูกชายของเขาเช็ดเลือดที่ไหลออกไปเท่าไหร่

“ ผมขอโทษที่ทำให้เรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ “ กรีรินทร์ที่เคยมีสีหน้าทะเล้นอยู่ตลอดเปลี่ยนกลับไปเป็นคนละคนตั้งแต่รู้ว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันไปถึงทานตะวันด้วย ใบหน้าของกรีรินทร์เครียดเขม็งเมื่อรู้ว่าตอนนี้คนที่เกลียดเขาที่สุดได้จับตัวคนที่เขารักไป กรีรินทร์พยายามทำใจให้สงบเพื่อที่เขาจะได้มีสติ แต่ทว่าเขาก็ไม่อาจจะทำให้ตัวเองเย็นลงได้เลย สองมือของชายหนุ่มกำหมัดแน่นแทนการระบายอารมณ์เดือดพล่านที่ใกล้จะปะทุ เขาสาบานว่าเดวิดจะต้องชดใช้อย่างสาสมที่บังอาจมายุ่งกับผู้หญิงของเขา

“ ตอนนี้เราคงต้องรอการติดต่อจากพวกมันเท่านั้น “ ธันวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ชายหนุ่มปรายตามองบิดาเพียงนิดนึง และเขาก็ได้เห็นว่าผู้เป็นบิดาเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของเขา

“ ถ้าคนในครอบครัวของผมเป็นอะไรไป พวกคุณต้องชดใช้ยิ่งกว่าชีวิต! “ ตุลาการประกาศก้องด้วยน้ำเสียงกร้าว แผ่นหลังเย็นชาของอดีตอัยการและประธานใหญ่แห่งอัศวะเดชากรุ๊ปเดินหายเข้าไปในห้องอ่านหนังสือและตามมาด้วยเสียงปิดประตูโครมใหญ่ ทุกคนต่างรู้ว่าตุลาการคงต้องการเวลาเพื่อคิดหาทางออกกับเหตุการณ์ครั้งนี้ สำหรับตุลาการไม่ง่ายเลยเพราะคนที่หายตัวไปเป็นทั้งภรรยาและลูกสาวของเขา ฉะนั้นมันจึงจำเป็นที่ชายหนุ่มทั้งสามจะปล่อยให้อดีตอัยการรุ่นพ่อเข้าไปสงบสติอารมณ์เพียงลำพัง

“ แกจะไปไหนตารินทร์!” อภิวัฒน์เรียกลูกชายของตัวเองทันที เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มหันหลังกลับและกำลังจะเดินออกจากประตูคฤหาสน์หลังใหญ่

“ ผมทนอยู่เฉยที่นี้ไม่ได้แน่ ผมจะไปหาสายของผม พวกนั้นตามเดวิดอยู่ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะรู้ว่ามันจับทานตะวันกับคุณอาไว้ที่ไหน “ กรีรินทร์ตอบโดยที่ไม่สบสายตาผู้เป็นพ่อ ชายหนุ่มรู้สึกว่าเขาผิดเต็มประตูที่เป็นคนชักศึกเข้าบ้านตัวเอง

“ รินทร์แกอย่าคิดมาก เรื่องหนูทาน...”

“ ผมไม่มีทางปล่อยให้คนที่ตัวเองรักต้องมาอยู่ในสภาพนี้ นี่มันมากเกินที่ผมจะทนแล้ว”

แผ่นหลังที่แข็งแกร่งของกรีรินทร์เป็นสิ่งเดียวที่อภิวัฒน์ได้เห็น ณ ตอนนี้ ผู้เป็นพ่อไม่คิดจะพูดห้ามลูกชายของเขาอีกต่อไป อภิวัฒน์ปล่อยให้กรีรินทร์ได้ออกไปทำในสิ่งที่เขาคิด ถึงในตอนนี้อภิวัฒน์จะไม่ค่อยเข้าใจว่าลูกชายของเขาไปสนิทกับหนูทานตอนไหน แต่ทว่าอภิวัฒน์มั่นใจได้อย่างหนึ่งนั้นก็คือลูกชายเขากำลังเข้มแข็งขึ้น



...................................50%

..................................

“ พวกผมเองก็กำลังตามคุณทานตะวันอยู่ แต่ไม่นึกว่าทางฝ่ายเดวิดจะลงมือเร็วขนาดนี้ คงเป็นเพราะเราบุกไปที่รังของมัน มันจึงได้ตอบโต้ด้วยการจับเธอไปเป็นตัวประกัน”

“ พวกคุณตามเธอ? นานเท่าไหร่แล้ว”

น้ำเสียงเครียดขรึมดังมาจากปากของกรีรินทร์ในขณะที่เขากำลังเค้นเอาความจริงจากนายตำรวจไทยสองคนที่อยู่ในสังกัดเดียวกับเขาในตอนนี้

“ สักพัก ในตอนที่เราบุกไปจับของกลางที่โกดังของเดวิด เผอิญพวกเราได้ยินลูกน้องที่ถูกจับพูดว่าเดวิดกำลังตามใครคนหนึ่งอยู่”

“ แล้วทำไมพวกคุณไม่พูดเรื่องนี้ในที่ประชุม!

กรีรินทร์ขึ้นเสียงอย่างกราดเกรี้ยว เขาคิดแค่ว่าเดวิดบังเอิญเจอกับทานตะวัน แต่ที่ไหนได้ในตอนนี้ชายหนุ่มรู้แล้วว่าการที่พวกเขาทั้งสามคนพบกันนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

 นี่มันเรื่องอะไรกันแน่ แล้วไอ้เดวิด...ตามทานตะวันทำไม?

“ พวกคุณรู้อะไรอีก!” กรีรินทร์เป็นกังวลหนักขึ้นเมื่อรู้ว่าเดวิดตามทานตะวันเพราะมีจุดประสงค์ แต่ที่เขายังสงสัยนั้นก็คืออะไรคือจุดประสงค์ที่เดวิดทำ

“ คือ...”

“พวกเราไม่รู้!

ในจังหวะที่นายตำรวจคนหนึ่งกำลังจะตอบ นายตำรวจอีกคนที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับพูดแทรกขึ้นเพื่อขัดจังหวะ

“ พวกคุณแน่ใจหรือว่าไม่รู้”

กรีรินทร์จับสังเกตุความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้อย่างดี ชายหนุ่มถามย่ำอีกครั้ง แต่ทว่านายตำรวจทั้งสองกลับก้มหน้าหลบสายตาของเขาแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ

คนพวกนี้กำลังโกหก!

เมื่อรู้ว่าหาคำตอบในส่วนที่เหลือจากที่นี้ไม่ได้กรีรินทร์ก็ไม่คิดจะถามต่อ มีบางอย่างที่เขามองออกตั้งแต่ตอนที่เขาเข้ามาทำงานที่นี้ นั้นก็คือเขากับเพื่อนไม่ได้รับความไว้วางใจจากนายตำรวจไทยที่อยู่ในหน่วยนี้เลย และในวันนี้ชายหนุ่มก็เข้าใจชัดเจนแล้วว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเขาไม่ใช่การตามหาปีกนางฟ้าให้เจอตามกำหนด หากแต่เป็นปัญหาเฉพาะหน้าที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้

            ทานตะวันคุณอยู่ที่ไหน

 

            กรีรินทร์โทรศัพท์ไปบอกข่าวใหม่ที่เขาได้รู้หลังจากออกจากเซฟเฮ้าว์ของนายตำรวจทั้งสองนายที่เขาไปสอบถาม กรีริทร์เลือกที่จะโทรไปบอกอภิวัฒน์ผู้ซึ่งเป็นพ่อของเขาก่อนจะโทรไปเล่ารายละเอียดให้ธันวาได้ฟัง

            “ รินทร์ มีโทรศัพท์มาที่บ้านแล้วตอนนี้พ่อก็พาพวกบอร์ดี้การ์ดออกไปหมดแล้ว”

หลังจากที่บอกข่าวว่าพวกเดวิดกำลังตามตัวทานตะวันอยู่จบ ชายหนุ่มก็ต้องมารับรู้เรื่องที่น่าแตกตื่นอีกหนึ่งเรื่อง

            “ ธันที่นายพูดเมื่อกี้หมายความว่าไง!

            กรีรินทร์ส่งเสียงถามปลายสายกลับอย่างร้อนรน เรื่องที่ธันวาบอกเมื่อกี้ทำเอาเขาตกใจมาก

            หรือว่าเดวิดจะโทรไปหาลุงตุลาการ

            “ มีโทรศัพท์มาที่บ้านและก็ขอสายคุณพ่อ”

ธันวาที่อยู่ทางปลายสายตอบกลับมาอย่างร้อนรนไม่แพ้อีกฝ่ายที่ฟังอยู่

            “ แล้วคุณลุงว่ายังไง มันต้องการอะไรแล้วนัดไปเจอที่ไหน”

            “ คุณพ่อไม่ยอมบอก หลังจากวางสายท่านก็พาลูกน้องออกจากบ้านไปจนหมด”

น้ำเสียงของธันวาเครียดจนแม้แต่คนที่อยู่ปลายสายอย่างกรีรินทร์ก็ยังรู้สึกได้ ชายหนุ่มเดาถูกเรื่องที่เดวิดโทรเข้าบ้านของธันวาจริง แต่ทว่ากรีรินทร์ก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าทำไมพวกเดวิดถึงจงใจพูดกับพ่อของธันวาเท่านั้น

พวกมันคุยอะไรกับคุณลุงตุลาการกันแน่

“ นายไม่รู้รึไงว่าพ่อตัวเองไปไหน” กรีรินทร์เริ่มใส่อารมณ์ ตอนนี้เขากำลังหงุดหงิดสุดๆ ที่หาเบาะแสอะไรไม่ได้สักอย่าง

“ ไม่! พ่อไม่พูดอะไรเลย” ธันวาเองก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว หลังจากที่ทั้งคู่ต่างเงียบกันอยู่นานกรีรินทร์จึงตัดใจวางสายและพยายามทำตัวให้สงบ แม้จะยากลำบากแต่ทว่าตอนนี้เขาจำเป็นที่จะต้องมีสติที่สุด เพื่อที่เขาจะได้ขบคิดว่าเดวิดต้องการอะไรกันแน่

หรือว่า....ปีกนางฟ้า

กรีรินทร์ส่ายหัวอย่างรุนแรง ในตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมั่วมาห่วงเรื่องปีกนางฟ้า สิ่งที่สำคัญสำหรับเขาจริงๆ คือนางฟ้าในใจของเขาที่กำลังโดนลักพาตัวไปต่างหาก

ตู้ดดดด!!! ตู้ดดดดดด!!!

กรีรินทร์ต่อสายโทรศัพท์อีกครั้งหลังจากที่พอจะสงบสติของตัวเองลงได้

“ โรม...ฉันรู้แล้วว่ามันต้องการอะไรจากคูณหมอของแก”

เสียงทุ้มต่ำและสำเนียงไทยแปร่งๆ ดังมากจากปลายสายโทรศัพท์อีกด้านหนึ่ง

“ นายรู้เรื่องแล้วงั้นหรือจอร์น?

กรีรินทร์ถามกลับอย่างแปลกใจ เขายังไม่ได้บอกเลยว่าเขาโทรไปหาจอร์นเรื่องอะไร แต่อยู่ๆ ปลายสายกลับพูดเข้าเรื่องโดยที่เขายังไม่ได้เริ่มเล่าเรื่องสักนิด

ในตอนแรกกรีรินทร์ตั้งใจที่จะสืบหาข้อมูลเรื่องที่เดวิดลักพาตัวทานตะวันด้วยตนเอง เพราะเขาคิดว่าที่เดวิดทำไปนั้นเพราะต้องการล้างแค้นเขา สมัยที่อยู่อเมริกาเขาเป็นตัวหลักในการไล่ล่าเดวิดและต้อนมันจนมุมจนเกือบหนีไม่รอด กรีรินทร์คิดว่าที่เดวิดทำไปคงเพราะสืบได้ว่าเขามีความสัมพันธ์กับทานตะวันจึงจงใจจับตัวเธอไปเพื่อขู่เขา แต่แล้วปัจจัยทุกอย่างก็เปลี่ยนเมื่อคนที่ถูกจับไปยังมีคุณป้าอาทิตยาอีกคนด้วย

กรีรินทร์ที่กำลังทุกข์ใจเพราะเรื่องราวมันพัวพันกันจนยุ่งได้แต่แตกตื่น เมื่อเพื่อนสนิทอย่างจอร์นก็กลับเข้ามาอยู่ในวังวนของเรื่องนี้ด้วย กรีรินทร์ตั้งใจที่จะไม่ยืมมือจอร์นสันเพราะเขามีหน้าทีตามหาปีกนางฟ้าอย่างเดียว แต่เพราะว่าตอนนี้เขาจนปัญญาแล้ว จึงได้คิดจะลองให้จอร์นสันที่อยู่วงนอกวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของแผนการของเดวิด แต่เมื่อกรีรินทร์โทรหาจอร์นสันและได้คำตอบโดยที่ยังไม่ได้อธิบายเขาจึงงงมากว่าในตอนนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

“ ทำไมนายถึงรู้เรื่องของอนันตญา”

กรีรินทร์ถามเสียงเครียดทันที เขาอยากรู้ว่าจอร์นรู้มากแค่ไหน

“ ช้านรู้ตัวจริงของเธอแล้ว เธอเป็นคูหม้านของนายใช่มั้ยล่ะ”

คำตอบของจอร์นทำให้กรีรินทร์อึ้งอีกครั้ง

“ นายรู้ได้ไง”

“ ฉันมีสายวงใน”

จอร์นสันตอบเสียงอ่อมแอมเล็กน้อย แต่ทว่าเรื่องนี้กรีรินทร์ละเอาไว้ก่อนเพราะตอนนี้เขาอยากรู้ประเด็นที่จอร์นสันเปิดออกมามากกว่า

“ เดวิดตามทานตะวันทำไม!

กรีรินทร์เลิกใช้ชื่อนันตญาเรียกทานตะวันแล้ว เพราะยังไงซะจอร์นสันก็รู้ตัวจริงของเธอแล้วในตอนนี้

“ เดวิดตามแฟนนายเพราะว่าปีกนางฟ้าอยู่กับเธอ”

คำตอบของจอร์นสันทำให้กรีรินทร์ตะโกนก้องออกมาอย่างตกใจในทันที

“อะไรนะ!

“ ถูกแล้วโรม แฟนนายถูกจับเป็นตัวประกันเพื่อแลกกับปีกนางฟ้าที่อยู่ในบ้านของตรากูลอัศวะเดชา”



..............................................
วันนี้ลงทีเดียวสองเรื่องเลย...เธอทำได้งายยยยย....555+
เรื่องมันบานปลายแล้ว...
โหวดๆ เมนต์ๆ ค่ะ...ไม่งั้นอัพช้านะคะ....ต้องการแรงกดดัน....
จะว่าไปเขียนเรื่องของธันวาจะจบแล้ว...กรีรินทร์เราเพิ่งจะเข้าใกล้เองนะเนี่ย... -*-
เกมลวงหัวใจของธันวาจะจบแล้วนะคะ...ยังไงฝากไปอ่านลูกชายของตุลาการอีกคนด้วยนะคะ...
อ่านพี่สาว(ปีกนางฟ้า) น้องชาย(เกมลวงหัวใจ)...อิๆ ขายค่ะขาย....555+

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

11 ความคิดเห็น