เล่ห์ร้ายบำเรอรัก/Touch Publishing

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 หวั่นไหว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 53

 ตอนที่ 5 หวั่นไหว

 

 เอกสารทั้งหมดละ?”

 ได้แล้วค่ะ

นารีรับเอกสารจากมือของพนักงานหญิงที่มีหน้าที่เตรียมเอกสารสำรวจระบบการบริหารงานของแต่ละแผนกมาถือไว้

 นี่ แล้วแบบสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าละ?” นารีอ่านเอกสารที่ได้รับมา ก่อนจะนึกถึงงานอีกชิ้นที่เธอสั่งเอาไว้เมื่ออาทิตย์ก่อน

 เสร็จแล้วค่ะ กำลังอยู่ในระหว่างสรุปผลรวมค่ะ พนักงานหญิงตอบนารีก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินออกจากห้องทำงานของหัวหน้าแผนกบุคคลไป

ก๊อกๆ

หลังจากที่พนักงานหญิงที่เอาเอกสารมาส่งนารีจากไปยังไม่ทันจะได้ห้านาที ประตูห้องของนารีก็ถูกเคาะเบาๆ เสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นมีผลให้ใบหน้าของนารีหงุดหงิด เพราะเธอกำลังอยากได้สมาธิในการแยกเอกสารที่กองอยู่ตรงหน้า ใบหน้าหวานของนารีบึ้งตึงหญิงสาวขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจ ก่อนจะยอมเอ่ยปากบอกให้คนที่กำลังเคาะประตูรบกวนสมาธิอยู่ของเธอเข้ามา

 รบกวนด้วยครับ

ทันทีที่ประตูห้องของนารีเปิดออก เสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งก็ดังขึ้น นารีเงยหน้ามองไปยังผู้ที่มารบกวนเธอด้วยสายตาไม่ค่อยพอใจ

 นี่คุณ!”

นารีถึงกับอ้าปากค้างเมื่อผู้ชายที่กำลังยืนอยู่ในห้องของเธอตอนนี้คือคนที่เธอไม่ชอบขี้หน้า

 อ้าวคุณ!”

เสียงของชายหนุ่มที่เพิ่งเข้ามาในห้องเอกก็แปลกใจไม่ต่างกัน ที่อยู่ๆ คนที่เขาต้องมาทำงานด้วยกลายเป็นยัยตัวร้ายที่เพิ่งหาเรื่องเขาไปเมื่อวันก่อน

 คุณมาทำไม!”

 ทำไมคุณถึงอยู่ที่นี้!”

คำถามของทั้งสองคนดังขึ้นพร้อมกัน จากนั้นคนทั้งคู่ก็เอาแต่ยืนจ้องหน้านิ่งต่างฝ่ายต่างส่งสายตาไม่พอใจใส่กัน

 ผมมาหาคุณนารีลูกพี่ลูกน้องของเมธาวิน

พิธานเอ่ยปากขึ้นเพราะไม่อยากเสียเวลาอยู่ในห้องนี้ต่อไป พิธานกำลังนึกโทษตัวเองอยู่ในใจเพราะเขาดันลืมไปสนิทเลยว่ายัยตัวร้ายที่เขาเจอเมื่ออาทิตย์ก่อนทำงานอยู่ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบุคคลของที่นี้

 ฉันนี่แหละนารี เปรมประมุขมีธุระอะไรไม่ทราบ อย่าบอกนะว่าคุณเป็นเพื่อนของพี่วินที่จะมาคุยเรื่องรีสอร์ดที่กำลังจะเปิดใหม่

 ใช่

 พระเจ้า!”

 ไม่ต้องร้องผมเองก็ไม่ได้อยากร่วมงานกับคุณ

 หะ! ว่าไงนะ

 ผมบอกว่าผมไม่อยากทำงานรวมกับผู้หญิงที่นิสัยเหมือนผู้ชายอย่างคุณ...ชัดมั้ย!”

 นี่!”

ในเวลาอันสั่นสงครามจบลงโดยที่นารีได้แต่ยืนอึ้ง ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยโดนใครว่ามาก่อน แถมคนที่กล้าว่าเธอยังเป็นคนเดียวกับที่นารีไม่ชอบขี้หน้าเสียด้วย

 ออกไปเลย!”

นารีไม่สนผลกระทบของงานเธอชี้นิ้วแล้วไล่พิธานทันทีอย่างไม่ลังเล

 กลัวผมรึไงคุณ ถึกๆ แบบนี้ผมไม่สนหรอก

 นี่คุณ!”

นารีอึ้งอีกครั้งเมื่อผู้ชายตรงหน้ากำลังทำให้นารีอกจะแตกตาย

 ฉันไม่สนใจว่าพี่วินจะให้คุณทำอะไร ออกไปให้พ้นเลยผู้ชายปากจัด

 อะไรนะ!”

 นายมันปากจัด ไปผ่าหมาออกจากปากแล้วค่อยมาคุยกัน

นารีฉีกยิ้มหวานเยาะเพราะเธอได้เอาคืนพิธานเข้าให้มั้งแล้ว

 ยัยผู้หญิงถึก

พิธานจ้องใบหน้าสวยหวานของนารีอย่างขุ่นเคือง พิธานได้แต่แอบนึกเสียดายในใจว่าผู้หญิงสวยๆ แบบเธอไม่น่าจะนิสัยกระโดกกระเดกแบบนี้เลย

ก๊อกๆ

ประตูห้องทำงานของนารีถูกเคาะอีกครั้งส่งผลให้สายตาของคนสองคนที่กำลังห้ำหันกันอยู่หันไปมองที่ประตูทันที

ประตูห้องของนารีถูกปิดกว้างขึ้นอีกครั้ง การปรากฏตัวของผู้มาใหม่สร้างความพอใจให้กับพิธานและนารีที่กำลังส่งสายตาฝาดฟันใส่กันได้เป็นอย่างดี

 รู้จักกันแล้วใช่มั้ย เมธาวินเอ่ยปากขึ้นหลังจากที่เดินเข้ามาในห้องทำงานของนารีและปิดประตูลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เงียบ

เมธาวินมองสถานการณ์ที่อยู่ตรงหน้าอย่างข้องใจ ก่อนจะมองไปที่นารีที่มีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องของเขาแล้วเอ่ยถามอย่างสงสัย

 เกิดอะไรขึ้นนารี?”

เมธาวินถามเจ้าของห้อง ก่อนจะมองเลยไปทางพิธานที่หน้าตาไม่สู่ดีสักเทาไหร่

 นารีไม่ชอบผู้ชายคนนี้คะ นารีไม่ขอรวมงานกับเขา

นารีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจพร้อมกับส่งค้อนวงใหญ่ให้พิธานอีกด้วย

 คิดว่าผมชอบผู้หญิงอย่างคุณนักนี่

พิธานมองใบหน้าหวานสวยที่หงิกลงหลังจากที่เขาพูดจบด้วยสายตาท้าทาย

 หน้อยแนะ!”

 เอาล่ะๆ พอแล้ว ต้องลงบอกได้มั้ยว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วนารีเธอไปรู้จักกับพิธานตั้งแต่เมื่อไหร่ เมธาวินที่อดทนไม่ไหวพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เขาตั้งใจจะมาคุยเรื่องรีสอร์ดใหม่ที่อยากจะเปิด แต่กลับมาเจอเอาสงครามของคนที่โตแต่ตัวเข้า

 ช่างมันเถอะเรื่องแย่ๆ นารีไม่อยากจำ นารีพูดอย่างไม่อยากใส่ใจในอดีตพร้อมกับแลบลิ้นให้พิธานอย่างหมั้นไส้

 ฮึ่ย!” พิธานมองใบหน้าที่เชิดขึ้นอย่างถือดีของนารีก่อนจะส่งเสียงครางอย่างไม่พอใจ

  งั้นเอาไว้คุยคราวหลังแล้วกัน เมธาวินหันกายเดินออกจากห้องท่ามกลางสายตาตกใจของนารีและพิธาน นารีได้ยืนมองการจากไปของเมธาวินที่มีศักดิ์เป็นพี่เธออย่างหวาดๆ น้อยคนนักที่จะรู้ความสัมพันธ์ของเธอกับเจ้าของโรงแรมเธียรบุรินทร์ที่หล่อเหลาคนนี้ และก็น้อยคนนักที่จะรู้ว่าเมธาวินน่ะเป็นพวกขี้โมโห ถึงจะเห็นเขาชอบทำนิ่งๆ แต่จริงๆ แล้วเขากำลังเดือดแบบเงียบๆ และงานนี้นารีก็รู้ว่าพี่วินของเธอกำลังอารมณ์เสียที่งานไม่เดินหน้า

 เพราะคุณคนเดียว!”

นารีหันไปแยกเขี้ยวใส่พิธานที่กำลังยืนมองการจากไปของเพื่อนอย่างอึ้งๆ

 น้อยๆ หน่อย ผมกับคุณไม่จบแค่นี้แน่ฝากไว้ก่อนเถอะ พิธานเอ่ยขึ้นก่อนจะเดินตามเมธาวินออกไปเพราะเขาก็รู้ว่าตอนนี้เมธาวินกำลังอารมณ์เสีย และก็มีสาเหตุเกิดมาจากเขาเสียด้วย

 เฮ้ยวิน!”

พิธานตะโกนเรียกเพื่อนที่เดินนำหน้า ก่อนจะเร่งฝีเท้าตามมาเดินข้างๆ

 ฉันหาทำเลให้นายได้แล้วนะ วันเสาร์นี้จะลงไปดูนายจะไปด้วยกันมั้ย

พิธานอาศัยงานบังหน้าเนียนคุยกับเมธาวินที่กำลังอารมณ์เสีย

 วันเสาร์นี้งั้นรึ

เมธาวินหยุดเดินพร้อมกับหันมาจ้องหน้าเพื่อน

 ใช่ วันเสาร์นี้ลงภูเก็ตกัน ฉันจะได้พานายไปดูที่ที่จะเปิดรีสอร์ด ถ้านายชอบจะได้ตกลงซื้อขาย

เมธาวินเวลาครุ่นคิดชั่วครู่ก่อนจะพยักหน้าตอบตกลง

 ว้าย!”

เสียงร้องของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นที่ด้านหลังของเมธาวิน

 ไอ้วิน!”

พิธานที่เห็นเหตุการณ์เรียกเพื่อนเพื่อจะเตือนให้ระวังแต่ทว่า...

ซ่าสสสส!!!

ทันทีที่เมธาวินหันกลับมาหาต้นตอของเสียงกาแฟร้อนๆ แก้วหนึ่งก็หกใส่เสื้อสูทของเขาเข้าเต็มๆ

 ขอโทษนะคะ

ใบหน้าหวานซีดขาวเมื่อดวงตากลมโตของเธอกำลังมองคราบกาแฟที่เปรอะเปื้อนอยู่ที่เสื้อสูทราคาแพงหูฉีของประธานบริหารโรงแรมใหญ่

ทำไมถึงซวยแบบนี้~

วารินแทบอยากจะร้องไห้เมื่อเธอดันเดินถือกาแฟมาชนเข้ากับเมธาวิน หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้าขึ้นไปมองเมธาวินอย่างกล้าๆ กลัว หัวใจของวารินแทบจะหยุดเต้นเมื่อเจอเข้ากับสายตาเย็นชาที่เขาส่งมาให้

 เป็นไรมั้ย ไปห้องน้ำเถอะร้อนมากรึเปล่า พิธานมองเพื่อนอย่างเป็นห่วง ก่อนจะหันไปมองแม่บ้านคนใหม่ที่กำลังยืนหน้าซีดตัวสั่นด้วยสายตาปลอบโยน

 คุณไปเถอะ ไม่เป็นไรหรอก

พิธานจับบ่าข้างหนึ่งของวารินก่อนจะบอกให้เธอไปอย่างไม่ติดใจเอาความ

 ขะ ขอโทษจริงๆ ค่ะ ดิฉันไม่ได้ตั้งใจ  วารินมองพิธานอย่างเศร้าสร้อย ก่อนจะก้มหน้าเดินคอตกกลับไปพร้อมกับถาดกาแฟที่ยังคงมีแก้วกาแฟที่หกเลอะเทอะติดมือไปด้วย

 จะไปไหน!”

เสียงเย็นชาของเมธาวินเรียกเท้าที่กำลังจะก้าวเดินของวารินเอาไว้ วารินหันกลับมามองหน้าเจ้าของโรงแรมด้วยความกังวลหากแต่เธอก็ยอมเดินกลับมาหาเขา

 ไอ้วิน ปล่อยไปเถอะน้า เขาเป็นเด็กใหม่อย่าเอาความเลย

 มานี่!”

เมธาวินไม่สนใจคำขอของพิธานเขาจัดการลากข้อมือของวารินแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำของตัวโรงแรมทันที

เมธาวินลากวารินเข้ามาในห้องน้ำก่อนจะปิดประตูลง ชายหนุ่มถอดเสื้อสูทออกก่อนจะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตเผยแผงอกที่เป็นมัดกล้ามของเขาออกมา วารินได้แต่ยืนก้มหน้าตัวสั่นอย่างทำอะไรไม่ถูก แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นไปมองว่าเมธาวินกำลังทำอะไรอยู่เธอก็ไม่กล้า

 มานี่!” ร่างบางถูกกระชากให้เข้าไปในอ้อมกอดของคนตัวใหญ่ เมธาวินรั้งร่างเล็กที่พยายามบิดตัวหนีด้วยแรงเพียงน้อยนิดได้อย่างง่ายดาย

 เลียซะ!” คำสั่งของเมธาวินทำให้วารินเงยหน้าขึ้นไปมองเขาอย่างตกใจ

 ตรงที่หกเลอะ เลียให้หมด เมธาวินสั่งขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับกดหัวของวารินไปติดกันแผงอกของเขา

 ฉะ ฉัน...

วารินหน้าแดงเถือกใบหน้าหวานอยู่ห่างจากกับแผ่นอกที่เปลือยเปล่าของเมธาวินเพียงแค่นิ้วเดียวเท่านั้น และมันก็ทำให้วารินมองเห็นรอยแดงๆ ที่เกิดจากความร้อนของกาแฟที่หกใส่เมธาวินเมื่อครู่ได้อย่างชัดเจน

 ขะ ขอ ขอโทษค่ะ วารินทำได้แค่เอ่ยคำขอโทษอย่างรู้สึกผิดออกมา

 เลียสิ กาแฟแก้วนี้ราคาไม่น้อยนะ เมธาวินมองวารินด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะกดหัวของหญิงสาวอีกครั้ง

วารินมองรอยแดงๆ ที่เกิดจากการถูกกาแฟลวกใส่บนร่างกายของเมธาวินด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสๆ วารินได้แต่นึกโทษที่เธอซุ่มซ่ามจึงต้องตกอยู่ในสภาวะเช่นนี้ เธอเป็นลูกหนี้ที่เมธาวินไม่เคยเห็นว่าเป็นคน...ไร้ค่า

หญิงสาวกลั้นใจก่อนจะค่อยๆ แลบลิ้นออกมาแล้วทำตามที่เมธาวินสั่ง ปลายลิ้นสีชมพูอ่อนสัมผัสลงไปที่ช่วงท้องน้อยบนผิวหนังที่เป็นรอยแดงของเมธาวิน

 อ่า...

ทั้งๆ ที่เป็นคนสั่งแต่ทว่าพอวารินสัมผัสเขาจริงๆ เมธาวินกลับผงะถอยหลัง สัมผัสแรกของเธอทำให้เขารู้สึกร้อนผ่าวทันที

 ทำต่อไปสิ!”

เมื่อเห็นเมธาวินถอยออกไปวารินเองก็ชะงัก หากแต่ว่าชายหนุ่มก็สั่งวารินอีกครั้งอย่างวางอำนาจ เธอจึงต้องกลั้นใจทำมันต่อไป

เมธาวินมองใบหน้าที่แดงระเรื่อของวารินด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย ตอนที่เขาหันมาแล้วพบว่าวารินเดินมาชนไม่ได้ทำให้เขาโกรธเท่ากับตอนที่พิธานออกโรงปกป้องเธอ แก้วกาแฟร้อนๆ ที่หกใส่ยังไม่ร้อนเท่าไฟที่ลุกไหม้เขาในตอนที่พิธานยื่นมือออกไปจับบ่าของวาริน ความโกรธทำให้เขาลากเธอเข้ามาในห้องน้ำพร้อมกับดูถูกเธอด้วยการสั่งให้เธอเลียกาแฟแก้วละไม่กี่ร้อยที่หกเลอะอยู่บนตัวเขา

หยดน้ำอุ่นๆ ที่เมธาวินสัมผัสได้ทำให้เขาได้สติ ชายหนุ่มใช้มือเชยค้างของวารินขึ้นมาพร้อมกับมองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา

เธอกำลังร้องไห้....แปลกจริง? ทำไมเราถึงได้เจ็บ....

เมธาวินจ้องมองใบหน้าของวาริน หยาดน้ำตาที่ไหลออกมาของเธอทำให้เขารู้สึกอึดอัดไปหมด ความรู้สึกหนึ่งกำลังบีบคั้นภายในอกของเมธาวินอย่างนัก

 อย่าร้อง เมธาวินดึงร่างบางที่กำลังสะอึกสะอื้นของวารินเข้ามาแนบอก ก่อนจะลูบผมพร้อมกับจูบขมับของเธออย่างปลอบโยน เมธาวินกำลังตะลึงกับการกระทำของตัวเอง เขากำลังรู้สึกผิดอย่างมหันต์ที่ทำให้วารินร้องไห้ออกมาขนาดนี้

 อย่าร้อง ได้โปรด เมธาวินดันร่างบางของวารินออก ก่อนจะจูบซับน้ำตาให้เธออย่างอ่อนโยน

ริมฝีปากหนาจูบเบาๆ ที่เปลือกตาของวาริน การกระทำที่แสนอบอุ่นครั้งนี้ทำให้หัวใจของวารินพองโตขึ้นอย่างไม่รู้ตัว หญิงสาวค่อยๆ ผ่อนลมหายใจและหยุดสะอื้นไห้กับอ้อมอกของเมธาวิน


""""""""""""""""""""70%

ก๊อกๆ

“ เข้ามา...”

ประตูห้องสูทสุดหรูถูกเปิดออกหลังจากที่เสียงอนุญาตของคนที่อยู่ภายในห้องดังขึ้น

“ กาแฟที่สั่งได้แล้วค่ะ”

มือบางถือจานรองที่มีแก้วกาแฟส่งควันหอมลอยฟุ้งวางลงบนโต๊ะเตี้ยตรงหน้าชายวัยกลางคนที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์

“ ขอบใจมากนะหนู ขอโทษที่รบกวนพอดีผมชอบกาแฟห้องอาหารทางฝั่งตะวันตกของโรงแรมมากกว่ารูมเซอร์วิสน่ะ” เอกรัตน์เอ่ยขึ้นพร้อมกับวางหนังสือพิมพ์ในมือและเปลี่ยนไปยกแก้วกาแฟที่วางอยู่ตรงหน้าขึ้นมาจิ๊บแทน

“ ไม่เป็นไรค่ะท่าน ถ้ายังไงหนูขอตัวก่อนนะคะ”

วารินก้มหัวให้เจ้าของห้องพักก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินกลับไปที่ประตู

“ หนู”

“ คะ?”

เสียงเรียกของเอกรัตน์ทำให้วารินชะงักเท้าอยู่ที่หน้าห้องของเขา

“ อ่ะนี่...ถือว่าเป็นน้ำใจที่อุตส่าห์ช่วยไปซื้อกาแฟให้ผม”

เอกรัตน์ลุกจากโซฟารับรองที่นั่งอยู่ก่อนจะเดินมาจับมือของวารินพร้อมกับวางธนบัตรใบละหนึ่งพันบาทลงไปสามใบ

“ นี่มัน...” วารินยืนมองสิ่งที่เอกรัตน์ทำด้วยใบหน้าตื่นๆ

“ รับไว้เถอะ ห้องอาหารอยู่ตั้งไกล”

เอกรัตน์ยิ้มให้วารินก่อนจะบังคับให้วารินกำมือและรับเงินของเขาไป

“ ไม่ต้องหรอกค่ะ เรื่องแค่นี้ไม่ลำบากเลยค่ะ” วารินส่ายหน้าปฏิเสธและพยายามจะคืนเงินที่เอกรัตน์ให้เธอ

เรื่องของเรื่องคือวารินมีหน้าที่ทำความสะอาดชั้นนี้ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดด้วยกันเจ็ดห้อง ปกติห้องสูทไม่ค่อยมีแขกมาพักเพราะราคาค่าห้องที่แพงลิบลิววารินจึงไม่ต้องเหนื่อยมาก วารินทำความสะอาดห้องที่ไม่มีแขกพักเพื่อให้พร้อมใช้งานซึ่งมีตอนนี้อยู่สี่ห้อง ส่วนอีกสามห้องที่เหลือมีแขกพักนั้นก็คือห้องริมสุดเป็นของแขกผู้ชายที่มาทักทายเธออย่างอารมณ์ดี ห้องตรงกลางที่ใกล้กับลิฟท์ที่สุดเป็นของเมธาวินประธานบริหารและเจ้าของโรงแรมเธียรบุรินทร์แห่งนี้ ถัดไปอีกด้านเป็นห้องของท่านเอกรัตน์ที่คนทั้งแผนกแม่บ้านต่างรู้จักเขากันหมด

ขณะที่วารินกำลังทำห้องที่ว่างอยู่อยู่ท่านเอกรัตน์คนนี้ก็ปรากฏตัวและขอให้เธอช่วยไปซื้อกาแฟให้ ทีแรกวารินตกใจมากที่ได้เจอท่านเอกรัตน์เพราะเธอลืมไปเสียสนิทว่าผู้ชายวัยกลางคนคนนี้ก็พักอยู่ที่นี้ด้วย วารินยืนนิ่งอย่างทำอะไรไม่ถูก แต่ทว่านอกจากบอกให้วารินช่วยไปซื้อกาแฟที่ห้องอาหารฝั่งตะวันตกมาให้แล้วเขาก็เดินเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไรอีก

วารินไม่อาจปฏิเสธคำขอของแขกได้เพราะเธอเป็นพนักงานคนหนึ่งของโรงแรม หญิงสาวลงลิฟท์ไปที่ชั้นล่างและเดินไปยังห้องอาหารฝั่งตะวันตกก่อนจะซื้อกาแฟที่ท่านเอกรัตน์สั่งแล้วเดินกลับมาที่ลิฟท์อีกครั้ง หากแต่ว่าแค่งานซื้อกาแฟธรรมดาวารินกลับทำให้มันเกิดปัญหาเพราะอยู่ๆ เธอก็แน่นหน้าอกขึ้นมา วารินตาลายฉับพลันและเธอก็เลยเดินไปชนกับเมธาวินเข้าให้

หลังจากที่เมธาวินปล่อยตัววารินจึงเดินกลับไปที่ห้องอาหารและซื้อกาแฟแก้วใหม่ ถึงจะเสียเวลาไปมากแต่วารินก็จำต้องเอากาแฟมาส่งถึงแม้จะโดนว่าที่หายไปนานก็ตาม

หากแต่ว่าวารินกลับไม่โดนว่าที่หายไปนานแต่กลับได้รับค่าตอบแทนการไปซื้อกาแฟแก้วเดียวถึงสามพันบาท วารินได้แต่มองเงินที่อยู่ในมืออย่างอึ้งๆ เธอพยายามที่จะปฏิเสธแต่ท่านเอกรัตน์ก็ดันตัวเธอออกนอกห้องและเปิดประตูลงแทน

วารินได้แต่ยืนมองเงินสดที่อยู่ในมือขอตัวเองพร้อมกับยิ้มออกมาอย่างเศร้าๆ เธอดิ้นรนหาเงินแทบตายแต่สำหรับคนบางคนเงินแทบจะไม่มีค่าสำหรับพวกเขาเลย

“ ฮันนี่ยืนมองอะไรอยู่คะ?”

ทางเดินที่เคยเงียบสงบกลับมีเสียงของผู้หญิงดังขึ้น วารินกลับหลังหันไปทางต้นเสียงอย่างแปลกใจ

“ ที่รักเปลี่ยนชุดเสร็จแล้วใช่มั้ย? เพตราหิวแล้วเราไปหาอะไรทานกันเถอะนะคะ เนี่ยเพตราไปถ่ายแฟชั่นที่ออสเตรเลียมาคิดถึงวินม๊ากมาก”

นางแบบสาวสวยที่วารินเคยเห็นตามหน้าหนังสือแฟชั่นและทางโทรทัศน์กำลังยืนกอดแขนและส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มที่หล่อเหลาไม่แพ้นายแบบแม้แต่น้อย หากแต่ว่าสายตาของคนที่นางแบบสาวกำลังออดอ้อนไม่ได้มองไปที่เธอแต่กลับจับจ้องอยู่ที่หญิงสาวคนหนึ่งที่อยู่ในชุดพนักงานแม่บ้าน

วารินยืนตัวแข็งทื่อรับรู้ได้ถึงสายตาเย็นชาที่เมธาวินส่งให้ สายตาคมกริบของเมธาวินจ้องไปที่เงินสดที่วารินยังคงถืออยู่ก่อนจะมองใบหน้าหวานที่ขาวซีดอย่างดูแคลน

“ ไปเถอะอยู่ตรงนี้ผมหายใจไม่ออก”

เมธาวินหันหลังให้วารินก่อนจะเดินควงแขนนางแบบสาวจากไป

วารินได้แต่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมสายตาของหญิงสาวมองเห็นแต่ความรังเกียจที่เมธาวินส่งให้ คำพูดที่เขาทิ้งไว้ยังคงทำร้ายจิตใจของเธอต่อไป

แม้แต่อากาศ...เขาก็ยังไม่อยากจะใช้มันร่วมกับเธอ...

.................................

            “ อึก...”

            มือบางเทยาหลายชนิดและหลายขนาดใส่ปากก่อนจะดื่มน้ำตามพร้อมๆ กับกลั้นใจกลืนยามากมายเหล่านั้นลงไป

            “ ลูกจ๊ะ งานที่ทำอยู่เป็นอย่างไรบ้าง”

            “ สนุกดีค่ะ วารินชอบงานที่นี้ค่ะ”

            วารินยิ้มแย้มตอบผู้เป็นแม่ก่อนจะเก็บซองยาใส่ไว้ในกระเป๋าถือของเธอตามเดิม

            “ งานหนักรึเปล่าลูก ถ้าเหนื่อยก็...” รัตติกายื่นมือมาดึงมือบางของลูกสาวสุดที่รักไปกุมไว้ สีหน้าของผู้เป็นแม่เศร้าสร้อยยามที่ได้มองใบหน้าของลูกสาว

            “ แม่อย่าห่วงเลยค่ะ งานไม่หนักค่ะวารินทำได้สบาย” วารินโอบกอดแม่ของเธอพร้อมกับซุกหน้ากับอกของมารดา

            “ แล้วเรื่องเงินที่ยืมมา...เจ้าของเขาว่าอะไรมั้ยลูก”

            “ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ วารินบอกแล้วจะพยายามทยอยใช้คืน พี่เขาก็...ไม่ว่าอะไร”

            วารินหลับตาลงพร้อมๆ กับนึกถึงใบหน้าของเมธาวินขึ้นมา หนี้ที่หญิงสาวต้องใช้คืนไม่ใช้เงินจำนวนห้าแสนที่เธอยืมมา หากแต่สิ่งที่เมธาวินต้องการคือตัวของเธอ

             นอนพักเถอะลูก พรุ่งนี้ยังต้องไปทำงานอีก รัตติกาลูบหัวของลูกสาวอย่างรักใคร่ วารินกอดมารดาอีกครั้งก่อนจะยันตัวลุกขึ้นและเดินกลับห้องของเธอ

            ประตูห้องนอนห้องเล็กถูกเปิดออก ภายในห้องจัดตกแต่งอย่างเรียบง่ายและสะอาดสะอาดเป็นระเบียบ วารินมองบรรยายภายในห้องที่เงียบเหงาด้วยสายตาที่เศร้าสร้อย รูปถ่ายหลายใบวางอยู่บนชั้นหนังสือเล็กๆ รูปถ่ายที่มีชีวิตชีวา ภาพของวารินกับเพื่อนๆ สมัยที่เธอกำลังเรียนหนังสือ

            ฟลุบ!

            ร่างบางล้มตัวลงนอนกอดหมอนใบสีชมพูสวย หยาดน้ำตาของวารินไหลอีกครั้งเมื่อเธอนึกถึงอดีตที่แสนคิดถึง วันเวลาที่มีความสุขของเธอผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว และทุกวันที่ผ่านไปวารินก็ได้แต่พบกับความเจ็บปวดมากมาย

           อย่าร้อง...

            อ้อมกอดอบอุ่นนั้นประคองตัวเธอเอาไว้ น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนยามราวกับต้องการขับกล่อมเธอ สัมผัสของเขาแผ่วเบาและทะนุดถนอมเธอราวกับของล้ำค่า

            ไม่รู้ทำไมถึงได้คิดถึงอ้อมกอดของคนใจร้ายวารินเองก็ตอบตัวเองไม่ได้ น้ำตาของเธอหยุดไหลเพียงเพราะคำปลอบโยนของเขา หากแต่ว่าเมื่อนึกถึงสายตาเย็นชายามที่เขามองมา

            มือบางยกขึ้นทาบลงไปบนหน้าอกที่ซึ่งหัวใจของเธอกำลังพยายามอย่างหนักที่จะเต้นต่อไป ความรู้สึกบางอย่างกำลังก่อตัวขึ้นท่ามกลางความสับสนของคืนวันที่เธอต้องเผชิญ

แก้วกาแฟวางอยู่ข้างตัว ในเวลาเดียวกันชายหนุ่มอีกคนกำลังมองวิวยามค่ำคืนของกรุงเทพมหานครด้วยสายตาที่เย็นชา มือหนายกขึ้นสัมผัสกับริมฝีปากของตนเอง ความคิดของเขาลอยไปไกลแสนไกลถึงหญิงสาวที่ทำให้เขารู้สึกสับสน

 ทำไม...กันนะ

เมธาวินได้แต่ถามตัวเอง สำหรับผู้หญิงไร้ค่าคนหนึ่ง ทำไมเขาถึงได้หวั่นไหวเพราะเธอ



..........................
ยาวทีเดียวเชียว... ^^"
เรื่องนี้พระเอกไม่ได้โง่นะคะ ...แต่สถานการณ์มันพาให้เข้าใจผิด...555+
ไม่ได้ตั้งใจเขียนให้นางเอกเศร้าขนาดนี้เลย...แต่นางเอกโดนอีกแล้ว... -*-
เป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ....จะได้มีแรงใจมาต่อนะคะ... ^^

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น