[GOT7] พันธนาการสีเลือด (MarkBam)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,884 Views

  • 101 Comments

  • 326 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,164

    Overall
    6,884

ตอนที่ 9 : พันธนาการครั้งที่ 3-3 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 602
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    26 ม.ค. 62





eพันธนาการสีเลือด f

ครั้งที่ 3 



 



ปี 2005, วัดเทียนจวินโฮ่ว ประเทศไต้หวัน


                “ทำไมวันนี้ถึงพาผมมาเที่ยววัดล่ะ” น้ำเสียงแหลมเล็กของเด็กชายวัยเพิ่งสิบสามขวบหมาดๆ เอ่ยขึ้นหลังจากทนเก็บความสงสัยมาตลอดทาง


                “เปลี่ยนบรรยากาศ” ชายอีกคนตอบกลับ เขาทำหน้าที่นำทางเด็กน้อยเดินตรงเข้าไปด้านใน กลิ่นธูปหอมลอยอบอวลมาจากมุมด้านในสุดหน้ารูปปั้นเทพเจ้าประจำวัด ถัดไปไม่ไกลนักมีพระยืนอยู่รูปหนึ่ง ท่านส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้คนทั้งสองพร้อมกับเอ่ยถามด้วยเสียงนุ่มหู


                “มาถึงกันแล้วรึ”


                “ครับ ผมต้องทำอะไรบ้างครับหลวงพ่อ”


                “นั่งลงตรงด้านหน้ารูปปั้นของท่านเทพเจ้าแล้วจุดธูปคนละเก้าดอก” ชายหนุ่มทำตามคำแนะนำของหลวงพ่อ เขาจุดธูปในส่วนของตัวเองและเผื่อเจ้าเด็กน้อยข้างกายด้วย


                “พี่มาร์คคุยอะไรกันฮะ ผมงงไปหมดแล้ว” เสียงกระซิบกระซาบของเจ้าตัวทำให้คนแก่กว่าอยากจับมาขยำๆ ปั้นเป็นก้อนซะเดี๋ยวนั้น


                “เราจะมาสาบานเป็นพี่เป็นน้องกัน”


                “เอ๋? ก็เป็นพี่น้องกันอยู่แล้วจะต้องสาบานอีกทำไม” เจ้าหนูจาไมกระเซ้าถามต่อไม่หยุด


                “ไม่ใช่แค่นั้น” ดวงตาคมกริบกราดมองทั่วใบหน้าเล็กพร้อมเอ่ยออกมาด้วยเสียงแข็งขัน “พี่อยากให้เราสองคนเป็นพี่น้องร่วมสาบานด้วย เพราะไม่รู้ว่าในอนาคตพี่จะเชื่อใจใครได้บ้าง”


                “แสดงว่าพี่เชื่อใจผมเหรอ” รอยยิ้มปิติแย้มออกกว้างจนลามไปถึงดวงตากลมโตของอีกฝ่าย


                “แน่นอน พี่ต้องเชื่อใจเราสิ”


                “งั้นก็ได้ เรามาสาบานกัน” เมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงปลงใจกันแล้ว ก็หลับตาพนมมือไหว้ท่านเทพเจ้าเพื่อขอพร ต่างฝ่ายต่างวิงวอนขอในสิ่งที่ตนปรารถนา จวบจนขอพรเสร็จ หลวงพ่อรูปเดิมก็ยกแก้วทองเหลืองรูปทรงค่อนข้างแปลกตามาให้คนทั้งสองถือ แก้วใบนี้สลักลายมังกรเหินเวหากำลังหันหน้าเข้าหากัน หางของมังกรแต่ละตัวจะพันรัดรอบลำตัวของอีกฝ่ายไว้จนมองคล้ายกับเถาวย์วัลย์เส้นยักษ์ ขณะกำลังชื่นชมความงามของแก้วอยู่ หลวงพ่อก็ส่งกริชเงินขนาดเล็กให้กับชายหนุ่ม เป็นผลให้เด็กน้อยเบิกตาโตมองอย่างตกใจ


                “อย่าบอกนะว่าต้องกรีดข้อมือตัวเองด้วย!


                “อืม” เสียงทุ้มครางรับในลำคอ


                “ผมไม่เอา เจ็บจะตายชัก”


                “ไม่ได้เจ็บขนาดนั้น” คนแก่กว่าพยายามปลอบโยน เขาทอดสายตามองเด็กชายด้วยยิ้มเอ็นดู “แล้วสิ่งนี้ก็ไม่ได้ใช้กรีด มันทำแบบนี้” ชายหนุ่มสาธิตให้ดูก่อน เขากดปลายกริชลงบนปลายนิ้วชี้ของตัวเองและกดเบาๆ จนได้ยินเสียง แกร๊ก หนึ่งครั้งจึงถอนออก


                “เลือดออกด้วย” เด็กน้อยจับมือหนาอย่างระมัดระวังขณะมองเม็ดเลือดเล็กๆ บนปลายนิ้วชี้ของอีกฝ่าย


                “มันเป็นเข็มเจาะเลือด” เขาบอกพร้อมยื่นกริชเงินให้หลวงพ่อเปลี่ยนเข็มเจาะอันใหม่ให้ “แต่ทำเป็นรูปกริชจะได้ดูขลัง”


                “จริงง่ะ”


                “ใช่” เขายืนยันเสียงหนักแน่นพร้อมรับกริชมาถือไว้ แต่พอส่งให้อีกฝ่ายกลับไม่ยอมยื่นมือมารับ “รับไปสิ”


                “ไม่เอา ผมกลัว” เด็กน้อยเริ่มงอแงหากแต่อีกฝ่ายไม่ยอม เขาแย่งแก้วทองเหลืองในมืออีกฝ่ายวางไว้ก่อน จากนั้นก็คว้ามือบางมาจับไว้แน่นก่อนกดปลายกริชลงไปอย่างรวดเร็ว และเพียงเสี้ยววินาทีเม็ดเลือดขนาดเล็กก็ปรากฏที่ปลายนิ้วชี้ของอีกคน


                “งื้อ! ผมเจ็บง่ะ” เด็กน้อยร้องโวยวายแต่ก็ไม่สามารถขยับตัวได้มากเนื่องจากถูกคนแก่กว่าจับล็อคไว้และบังคับจับมือเขาให้แต้มเลือดตัวเองลงบนลวดลายมังกร เมื่อจัดการให้เด็กน้อยเสร็จตัวเองจะทำบ้างกลับต้องชะงักลงเพราะเลือดบนปลายนิ้วตัวเองหยุดไหลไปก่อนแล้ว นั่นจึงทำให้เขาต้องเจาะเลือดใหม่อีกครั้งแล้วประทับตราด้วยเลือดลงบนมังกรเหินบนแก้วเคียงข้างรอยเลือดของอีกฝ่าย


                “ทำแบบนี้ก็เสร็จแล้ว” เสียงทุ้มเอ่ยหลังจากไม่ต้องบีบบังคับเด็กน้อยต่อ


                “ผมเจ็บง่ะ” เด็กน้อยร้องไห้โวยวายจนน้ำตาเปื้อนซึมแพขนตาทั้งด้านล่างและด้านบน “เจ็บมากๆ เลย”


                “ไม่เป็นไรนะ เอาพลาสเตอร์ยาแปะไว้ก็หายแล้ว” ชายหนุ่มล้วงหยิบพลาสเตอร์ยาลายการ์ตูนน่ารักออกมาพันรอบบาดแผลของอีกฝ่าย


                “เจ็บ...”


                “เดี๋ยวก็หายแล้ว” ไม่วายต้องเอ่ยปลอบประโลมอีกฝ่ายซ้ำ


                “เอาล่ะ คราวนี้ก็แบ่งกันดื่มสาโทในแก้ว” หลวงพ่อซึ่งยืนเงียบมานานเอ่ยขึ้น แม้เจ้าเด็กน้อยจะงอแงอยู่บ้างแต่พิธีสาบานก็เสร็จสิ้นไปโดยเรียบร้อย


                ก่อนทั้งสองจะออกจากวัดได้แวะไปไหว้เทพเจ้าองค์อื่นๆ เพื่อขอพร เด็กน้อยวัยอยากรู้อยากลองจึงตรงเข้าไปยังกระบอกเซียมซีก่อนหันกลับมาถามความเห็นจากพี่ชายหมาดๆ ของตนว่า “ผมลองได้ไหม”


                “อืม ลองสิ” เด็กน้อยวิ่งแจ้นเข้าไปก่อนหลับตาลงแล้วยกมือไหว้ จากนั้นอุ้งมือเล็กค่อยประคองกระบอกเซียมซีขึ้นมาเขย่า กระทั่งไม้ไผ่สีแดงที่มีตัวเลขเขียนไว้ที่ปลายไม้ร่วงหล่นจากกระบอก


                “หมายเลขอะไร” สุ้มเสียงเข้มเอ่ยถามพลางชะโงกมอง “เลขเจ็ด?”


                “ฮะ” ขานรับเสร็จก็ตรงไปยังกล่องเหล็กเก่าๆ สำหรับบรรจุกระดาษคำทำนาย เด็กน้อยเลือกหยิบตรงกับหมายเลขตัวเองแล้วก้มหน้าอ่านเงียบๆ


            “ผู้ใดเสี่ยงเซียมซีได้หมายเลขเจ็ด จะต้องเผชิญเคราะห์กรรมครั้งใหญ่ หากไม่ล้มหมอนนอนเสื่อก็อาจจะมีการพลัดพรากจากถิ่นที่อยู่ไปยังต่างถิ่นต่างแดน แต่ในความโชคร้ายก็ยังมีโชคดีอยู่บ้าง เพราะจะได้รับการอุปการะที่ดีจากคนผิวสีแทน เขาจะสนับสนุนให้คุณผ่านพ้นเคราะห์กรรมไปได้ เมื่อหมดสิ้นเคราะห์กรรม ความสุข ความมั่งคั่ง และความรักจะเบ่งบาน...”


                “เป็นไงบ้าง ดีหรือเปล่า” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกเพราะเสียงทุ้มของพี่ชายกระซิบถามเหนือศีรษะตนเอง


                “ไม่รู้อ่า เหมือนจะดีแต่ก็ไม่ดี”


                “ทำไมเป็นงั้น” มือหนาเอื้อมคว้ากระดาษคำทำนายไปอ่านบ้าง เงียบไปพักหนึ่งจึงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่ยี่หระ “ไม่ต้องเชื่อมากก็ได้ บางเรื่องมันก็ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป”


                “จริงเหรอ”


                “อืม” พอได้รับคำยืนยันจนสบายใจแล้ว มือเล็กก็เอื้อมจับมือใหญ่ก่อนกึ่งลากกึ่งจูงเดินออกจากบริเวณวัดไป


                ซึ่งหากพวกเขาใส่ใจคำทำนายมากกว่านี้ เรื่องเลวร้ายก็คงไม่มีวันเกิดขึ้น....




+++++++++++++++++++

100%

                               

                
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #31 bifern4842 (@bifern4842) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 18:59
    มีเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
    #31
    0
  2. #30 VioletRockZtar (@Deathlolipop) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 10:37
    ก็ดูรักกันดีนี่น่า
    #30
    0