[GOT7] พันธนาการสีเลือด (MarkBam)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,807 Views

  • 101 Comments

  • 325 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,087

    Overall
    6,807

ตอนที่ 2 : พันธนาการครั้งที่ 1-2 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 76 ครั้ง
    24 ม.ค. 62












eพันธนาการสีเลือด f

ครั้งที่ 1





                กรุ๊ปเรามีการเปลี่ยนแพลนกะทันหัน จากเดิมทีจะพาลูกค้าไปทานมื้อเย็นที่ร้านอาหารริมแม่น้ำเจ้าพระยาแต่จู่ๆ ฝ่ายของคุณวีระก็เสนอให้ไปร้านนวดสไตล์ไทยแลนด์ก่อนแล้วค่อยทานอาหาร แม้ใจผมจะคัดค้านแต่เพราะอยู่ในฐานะลูกจ้างเลยไม่กล้ามีปากมีเสียงด้วย สุดท้ายก็ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมก่อนเดินขึ้นรถตู้บริษัทไปพร้อมกับคนอื่นๆ 


                ผมเลือกนั่งเบาะเดี่ยวเพราะมันง่ายต่อการขึ้นลงรถและไม่ต้องนั่งเบียดกับคนอื่น ระหว่างนั้นก็กดมือถือเช็กกล้องวงจรปิดผ่านทางแอปพลิเคชันเพื่อเฝ้ามองดูลูกๆกำลังป่วนเล่นอยู่ในห้องอย่างปลงตก ...ต้นเฟิร์นของพ่อ พังเละหมดเลย


                กลับไปพ่อจะลงโทษพวกหนูทั้งสองตัวเลยคอยดู! เจ้าเด็กดื้อ!


                ผมคาดโทษแมวน้อยทั้งสองตัวไว้และระหว่างนั้นก็มีใครบางคนหันมาพูดด้วย


                “น้องแบม เมื่อกี้คุณแจ็คสันพูดว่าอะไรนะ” คุณวีระนั่นเอง เขาหันมาถามจนผมเผลอขมวดคิ้วยุ่ง ในใจกู่ร้องตอบกลับไปว่า ผมจะไปรู้เหรอ! ไม่ได้ฟังเว้ย แต่ในความเป็นจริงนั้น...


                “เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรครับ ผมไม่ทันได้ฟังคุณสองคนคุยกัน” ผมหันไปถามคุณแจ็คสันพร้อมส่งสายตาขอโทษไปด้วย ฝ่ายนั้นเองก็เพียงแค่ยกยิ้มบาง เขาไม่ได้ถือโทษแถมยังพูดซ้ำให้ผมฟังอีกครั้ง


                “ผมบอกว่าผมชอบมวยไทยมาก อยากลองเล่นดูสักครั้ง”


                “อ้อ” ผมพยักหน้าแล้วหันไปแปลให้คุณวีระฟัง “เขาบอกว่าชอบมวยไทยและอยากลองไปเล่นดูสักครั้ง”


                “งั้นเหรอ” คุณวีระพยักหน้าหงึกหงักก่อนฉีกยิ้มกว้าง เขายกนิ้วโป้งให้อีกฝ่ายพร้อมตะโกนว่า “Good!


                คุณแจ็คสันหันมามองผมพร้อมกระซิบบอกเสียงเบา “ความจริงผมพูดภาษาอังกฤษได้แต่เพราะไม่อยากให้คุณตกงานเลยต้องพูดจีนกับเขา”


                “อ่า” ผมครางรับเสียงในลำคอ พร้อมแกล้งทำเป็นมองไม่เห็นสายตาพราวระยับของคนตรงหน้าแล้วเบนมองวิวตึกสูงข้างทางแทน


                ใช้เวลาประมาณชั่วโมงครึ่งก็มาถึงย่านท่องเที่ยวใจกลางเมืองอันเลื่องลือ  พวกเราทุกคนลงจากรถตรงเข้าไปในตึกที่เขียนป้ายแปะไว้เด่นหราว่า Thai massage ผมเงยหน้าขึ้นพร้อมขมวดคิ้วมุ่น ใช่ว่าจะไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าเกี่ยวกับสถานที่แบบนี้มาก่อนแต่ผมเพียงคิดไม่ถึงว่าจะมีโอกาสได้มายืนอยู่ตรงนี้ เบื้องหน้าตึกนี้ต่างหาก


                เฮ้อ จบกัน...ชีวิตอันแสนบริสุทธิ์ผุดผ่องของผม


                “เป็นอะไรแบมแบม ทำหน้าเหมือนคนกินยาขม” พี่ชุนตบไหล่ผมดังปุพร้อมถามกึ่งแซวเล่น


                “ผมรอด้านนอกได้ไหม” ผมลองถามหยั่งเชิง


                “ไม่ลองเปิดประสบการณ์ดูล่ะ น่าตื่นเต้นดีนะ” เขายังคงกระเซ้าเย้าแหย่ไม่หยุดจนผมตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นๆ กลายเป็นว่าประโยคเพียงประโยคเดียวของพี่ชุนเป็นเหมือนลูกกระสุนที่ถูกลั่นออกจากปากกระบอกปืนเพื่อทำลายล้างเป้าหมาย และเป้าหมายที่ว่าก็คือผมเองซะแล้ว


                “ผมเป็นคนรักลูกรักครอบครัว” ผมตอบเสียงแข็ง


                “โอ้ ลืมไปๆ คุณพ่อลูกสอง” พี่ชุนรับมุกหน้าตาเฉยมาก แถมไม่ยอมไขข้อสงสัยให้คนอื่นอีกด้วย...ร้ายกาจ


                “น้องแบมมีลูกแล้วเหรอ” พี่คนหนึ่งถามขึ้นแถมยังทำหน้าคล้ายไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่ “ไม่อยากจะเชื่อเลย”


                “ฮ่าๆ ครับ” ผมเองก็ตกปากรับคำอย่างไม่คิดแก้ไขความเข้าใจผิดนั้นด้วย


                “น่าเสียดายจัง ภรรยาของน้องคงน่ารักมากเลยสิ” พี่คนนั้นพยายามสานต่อบทสนทนา แต่ผมก็เหนื่อยที่จะพูดอะไรต่อเลยทำเพียงแค่ยกยิ้มหวานให้  


                “แบมแบมอ่า!” จังหวะนั้นเองที่คุณแจ็คสันตะโกนเรียกให้เดินเข้าไปหา พอผมหยุดเบื้องหน้าเขาก็พูดต่อทันที “บอกพวกเขาหน่อยว่าขอคนนวดสวยๆ มาให้บะ...เอ่อ คุณอี้เอินด้วย”


                “ไม่ต้อง” แต่ก่อนที่ผมจะแปลให้คุณวีระฟัง เสียงแหบห้าวของคนที่จำแลงกายเป็นอากาศธาตุมาตลอดการเดินทางก็ดังขึ้น


                “คุณไม่อยากนวดผ่อนคลายงั้นเหรอ” สองคนพูดคุยตอบโต้กัน ผมเลยหันไปกระซิบกับพี่ชุนที่เพิ่งขยับเข้ามายืนซ้อนด้านหลังแทน


                “คุณแจ็คสันเป็นเจ้านายจริงๆ ใช่ไหม”


                “ใช่ เป็นเขานี่แหละ” พี่ชุนตอบพลางหลุบตามอง “มีอะไรสงสัยงั้นเหรอ”


                “เปล่า ผมแค่คิดว่าผู้ชายที่สวมฮู้ดมีอะไรแปลกๆ ชอบกล”


                “เขาเป็นหุ้นส่วนกันน่ะ” ผมครางคำว่า อ้อ สั้นๆ ก่อนจะต้องกลับไปทำหน้าที่แปลภาษาให้คนพวกนั้นต่อ


                “คุณไม่ต้องบอกให้พวกเขาหาสาวสวยมาแล้วนะ พอดีเขาไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่” คุณแจ็คสันหันมาบอก


                “ครับ แล้วคุณต้องการอะไรอีกไหม”


                “คุณสนใจมานวดกับผมไหม” น้ำเสียงเขาไม่ได้ฟังดูจริงจัง หากแต่ก็หวังผลอยู่ลึกๆ ว่าผมจะตอบตกลง ซึ่งผมคงต้องกล่าวขอโทษดังๆ ว่า เสียใจผมไม่ชอบถูกนวด


                “ไม่ครับ ผมอยากนั่งรอด้านนอกมากว่า” ผมตอบด้วยโทนเสียงสุภาพแล้วหันไปแปลให้คุณวีระฟังเพื่อเป็นการจบบทสนทนากับคุณแจ็คสันกลายๆ หลังจากนั้นไม่นานเหล่าบรรดาชายหนุ่มวัยกลัดมันทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปในห้องอาบนวด ส่วนผม ผู้ชายสวมฮู้ดและพี่สาวอีกสองคนจึงมานั่งรอที่โซนทานอาหาร ด้วยความที่ผมเป็นคนไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้าสักเท่าไหร่จึงได้แต่ก้มหน้าก้มตากินข้าว พลันเหลือบหางตามองลูกค้าสวมฮู้ดก็เห็นว่าเขามีท่าทีนิ่งเงียบเช่นกัน


                แต่จะว่าไปผมแทบไม่ได้ยินเขาพูดอะไรเลยนะ เอาแต่นิ่งเงียบทำตัวไร้ตัวตนมาตลอด


                ขวับ! คล้ายรู้ว่าโดนจ้อง เจ้าตัวถึงได้หันมองผมขวับ


                “พี่ดาวบอกว่าน้องแบมแต่งงานแล้ว พี่คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าจะแต่งเร็วขนาดนี้”  โชคดีที่พี่สาวนัมเบอร์ทูหันมาพูดกับผมก่อน เลยอาศัยจังหวะนี้เบนสายตาหนีอย่างเป็นธรรมชาติ


                “คะ...ครับ” ผมชั่งน้ำหนักผลได้ผลเสียแล้วว่าการที่พวกเธอเข้าใจไปแบบนั้นก็ไม่ได้สร้างความเสียหายให้แก่ผมแต่อย่างใด เลยไม่ได้แก้ต่างให้ตนเอง


                “แล้วแฟนอายุมากกว่าหรือน้อยว่าล่ะ” เธอยังทู่ซี้ถามต่อด้วยความอยากรู้อยากเห็น


                “อายุมากกว่าครับ” ผมโกหก...ตั้งแต่โตมายังไม่เคยมีแฟนเลยสักคน


                “อิจฉามากเว่อร์” เธอเขินตะมุตะมิราวกับคนที่พูดถึงคือเธอซะเอง “พี่ก็อยากมีแฟนเด็กนะ ถ้าไม่ติดว่าน้องแบมแต่งงานแล้วพี่คงจีบ”


                “อย่าดีกว่าครับ” ผมรีบยกมือห้าม


                “คิกๆ ดูน้องแบมจะกลัวแกนะ” พี่ผู้หญิงอีกคนเอนไปกระซิบ แต่หูผมก็ยังได้ยินประโยคนั้นอย่างไม่ได้ตั้งใจ “อย่าทำตัวเป็นหมาป่าหิวโหย”


                “ยัยเชอร์รี่!” และแล้วพวกเธอก็หันไปเถียงกันต่อ ผมจึงละสายตาจากพวกเธอเพื่อกลับมาโฟกัสอาหารตัวเองพร้อมทั้งกำโทรศัพท์ไว้แน่น เริ่มเป็นห่วงเจ้าสองแสบที่ห้องซะแล้วสิ


                เมื่อไหร่จะได้กลับนะ




+++++++++++++++

100%


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 76 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #63 Spices_smile (@igot7ibambam) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:59
    พี่เข้าใจผิดหมดเเล้ววว
    #63
    0
  2. #4 KuenNun (@KuenNun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 08:52
    มาร์คเผาแบมหรอ!!!?
    #4
    0