[GOT7] พันธนาการสีเลือด (MarkBam)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,883 Views

  • 101 Comments

  • 326 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,163

    Overall
    6,883

ตอนที่ 15 : พันธนาการครั้งที่ 5-3 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    1 ก.พ. 62




eพันธนาการสีเลือดf

ครั้งที่ 5




แบมแบม


                ชีวิตผมเคว้งคว้างตั้งแต่ไม่มีงานทำ เช้าวันใหม่เริ่มขึ้นอีกครั้งแต่ผมยังคงนอนเอื่อยเฉื่อยอยู่บนเตียงไม่ยอมขยับไปไหน ผมยังคิดไม่ออกเลยว่าจะหาทางแก้ปัญหายังไง จะหางานที่ไหนทำ การหวังพึ่งพี่ชุนอย่างเดียวคงไม่ไหวล่ะ ผมเองก็ต้องลองหางานเองบ้าง


                Rrrrrrr


                ระหว่างนอนครุ่นคิดเงียบๆ เสียงโทรศัพท์บนหัวเตียงก็แผดเสียงดังลั่น ผมชั่งใจอยู่พักใหญ่ก่อนเอื้อมมือไปหยิบมากดรับ เพียงแค่เห็นชื่อคนโทรเข้าก็ต้องขมวดคิ้วฉับ


                คุณป้าโทรหาผมทำไมแต่เช้า มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ผมเก็บงำความสงสัยเอาไว้รอถามจากคุณป้าโดยตรง


                “ครับคุณป้า” ผมกดรับสายและกล่าวทักทายป้าทันที “โทรหาแบมแต่เช้า มีอะไรหรือเปล่าครับ”


                (แบมกำลังทำงานอยู่หรือเปล่าลูก)


                “เปล่าครับ มีอะไรครับป้า” ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงนิ่งเป็นปกติ แต่หลังจากถามออกไปแล้ว ทางฝั่งป้ากลับเงียบหายไปนานจนผมต้องส่งเสียงเรียกอีกครั้ง “คุณป้าครับ ยังอยู่หรือเปล่า”


                (ยังอยู่) การตอบกลับที่แผ่วเบาคล้ายคนกำลังเคร่งเครียดทำให้หัวใจผมเริ่มสั่นระรัวด้วยความหวาดกลัว ผมได้แต่ภาวนาในใจเพื่อขอร้องว่าอย่าเพิ่งให้มีปัญหาอื่นเข้ามาตอนนี้เลย ลำพังแค่เรื่องตกงานผมก็คิดไม่ตกแล้ว (แบมพอจะมีเงินให้ป้ายืมก่อนสักก้อนไหมลูก)


                ให้มันได้อย่างนั้นสิ!


                ผมสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดก่อนค่อยๆ ถามกลับอย่างระมัดระวังยิ่งกว่าเดิม “คุณป้ามีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมจู่ๆ ถึงมาถามยืมเงินจากแบมได้ล่ะ”


                (เอ่อ...แบมจำเรื่องที่ป้าเอาโฉนดบ้านไปจำนองเมื่อหลายปีก่อนได้ไหมลูก ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ป้ายังส่งเขาไม่ครบเลยลูก บ้านของเรากำลังจะโดนเขายึดไปแล้ว)


                ร่างกายผมไร้เรี่ยวแรงกะทันหัน คล้ายกับมีบางสิ่งบางอย่างกำลังดูดกลืนชีวิตของผมไปทีละน้อย ผมจำได้ว่าป้าเอาบ้านไปจำนองเพื่อหาเงินมาช่วยผมจ่ายค่าคอนโดในช่วงที่ยังหางานไม่ได้ แต่พอปัญหามันผ่านพ้นไปผมก็หลงลืมแถมยังให้ป้ารับภาระหาเงินมาใช้คืนตามลำพังอีก


                “ป้าต้องการเท่าไหร่ครับ” เพราะไม่อยากสร้างปัญหาให้ผู้มีพระคุณอีก ผมจึงเอ่ยถามอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้         


                (สามหมื่นก่อนก็ได้ลูก เดี๋ยวส่วนที่เหลือป้ากับลุงจะหามาใช้เขาเอง)


                “ครับ เดี๋ยวผมโอนให้”


                (แล้วลูกมีกินมีใช้ไหม) จะให้กล้าตอบได้ยังไงว่าผมกำลังตกงาน ขืนพูดออกไปแบบนั้นป้าคงปฏิเสธไม่รับเงินจากผมแล้วก็คงขายนู่นขายนี่เพื่อเอาเงินมาใช้หนี้อีก


                “ผมมีใช้ครับ ป้าไม่ต้องเป็นห่วง” พูดไปแล้วก็อยากกัดลิ้นตัวเอง


                (ป้าจะรีบหาเงินมาคืนเร็วๆ นะ)


                “ไม่ต้องรีบก็ได้ครับ ”


                (ขอบใจนะแบม ป้าขอบใจจริงๆ) เราสองคนพูดคุยกันอีกเล็กน้อยก่อนผมจะรีบขอวางสายโดยอ้างเหตุผลว่าต้องรีบไปโอนเงินให้ป้า ทั้งที่ความจริงผมโอนผ่านแอปพลิเคชันได้ เพียงแต่การบอกไปแบบนั้นก็เพราะกลัวฝืนกล้ำกลืนความขมขื่นในน้ำเสียงไว้ไม่ไหว


                ผมจัดการโอนเงินให้ป้าเสร็จเรียบร้อยก็มานั่งหางานตามเว็บไซต์ แต่งานที่ประกาศไว้ส่วนใหญ่ก็เป็นงานที่ให้เงินตอบแทนนิดๆ หน่อยๆ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของผมเลยสักนิด แต่ผมก็เลือกงานจากนั้นมาสองงานพร้อมกับติดต่อลูกค้ากลับไป มันเป็นงานง่ายๆ อย่างเช่นพิมพ์เอกสารและเขียนเรซูเม่สมัครงาน นั่นทำให้ผมรีบปั่นก่อนส่งกลับไปให้ลูกค้า ค่าจ้างที่ได้มายังไม่ถึงหนึ่งพันบาทซะด้วยซ้ำ


                และแล้ววันนี้ก็หมดไป...         


                วันที่สอง...ผมยังคงหางานและรับจ็อบเล็กๆ ทำเช่นเคย


                วันที่สาม...ไม่มีงาน


                หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ ชีวิตผมคงต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกครั้งแน่นอน แต่มันต้องมีสิ...มีสักหนทางที่จะช่วยพาให้ผมหลุดพ้นไปจากอุปสรรคครั้งนี้ได้


                Rrrrrrrrrr


                โทรศัพท์ดังขึ้นในรอบสองสามวันที่ผ่านมา ผมเอื้อมมือกดรับพร้อมกล่าวทักทายคนที่อยู่ปลายสาย “ครับพี่ชุน”


                (แบมได้งานหรือยัง)


                “ยังครับ กำลังหาอยู่”


                (ดีเลย พี่เพิ่งได้งานมาแต่ว่างานนี้ต้องเดินทางไปต่างประเทศนะ) อาการตื่นเต้นระคนดีใจของพี่ชุนชักนำให้ผมคล้อยตามไปด้วย หัวใจผมเต้นรัวแรงก่อนรีบถามจนลิ้นพันกันว่า


                “ผมรับครับ งานเริ่มวันไหนบอกผมได้เลย”


                (เดี๋ยวสิ จะไม่ฟังรายละเอียดหน่อยเหรอ)


                “ตอนนี้ผมไม่อยากเลือกงานแล้วครับ เอาเป็นว่าผมตกลงรับงานเลย”


                (ไม่ต้องรีบร้อนหรอกน่า เดี๋ยวนายรีบอาบน้ำแต่งตัวนะ พี่จะพาไปพบลูกค้า)


                “ครับพี่ อีกครึ่งชั่วโมงนะ” ผมรีบกดวางสายโดยไม่สนใจว่าพี่ชุนจะตอบกลับมาว่ายังไงบ้าง จากนั้นก็รีบกระโดดลงจากเตียงไปคว้าผ้าเช็ดตัวก่อนผลุบหายเข้าห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเอง ใช้เวลาไม่นานก็รีบวิ่งออกมาให้อาหารเช้าลูกๆ ก่อนปิดห้องและลงมารอพี่ชุนหน้าคอนโด


                เพียงไม่นานรถของพี่ชุนก็ขับเข้ามาจอดเทียบหน้าบันได ผมเปิดประตูและแทรกตัวเข้าไปนั่งทันควัน ไม่วายถูกแซวจนได้


                “นี่อาบน้ำหรือวิ่งผ่านน้ำ”


                “ผมอาบน้ำน่า” จังหวะที่หันกลับไปดึงสายเบลล์มาคาดตัว สายตาพลันเหลือบมองเห็นใครบางคนที่นั่งเงียบอยู่เบาะหลัง “คุณหวังแจ็คสัน?”


                “Good morning!” เขายกมือโบกไปมาพร้อมยิ้มหน้าระรื่นใส่


                “Good morning” ผมตอบเขาพลันแย้มยิ้มแห้งกลับก่อนหันมองพี่ชายเพื่อเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย พี่ชุนยักไหล่ก่อนตอบกลับสั้นๆ ว่า


                “เมื่อคืนไปดื่มกันแล้วพากลับไม่ไหวพี่เลยเปิดโรงแรมใกล้ๆ ร้านนอน”


                “นี่พี่สนิทกับเขามากเกินไปป่ะ” ผมขมวดคิ้วยุ่งอย่างแปลกใจ ปกติไม่เห็นพี่ชุนจะมีท่าทีสนิทสนมกับลูกค้ามากเท่าที่เขาสนิทกับคุณแจ็คสันมาก่อนเลย


                “คุยกันถูกคอนี่นา” ได้ยินคำตอบแล้วได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ถ้าหากผมขี้ฟ้องกว่านี้นะมีหวังเขาโดนป้าช้อย (แม่ของพี่ชุน) โทรมาเฉ่งหูชาแน่


                “งั้นงานที่พี่บอกผมเมื่อกี้...” ผมเหล่สายตามองทางคุณแจ็คสันอีกครั้ง ซึ่งเขาก็ส่งยิ้มตอบกลับมา “หมายถึงต้องทำงานกับพวกเขางั้นเหรอ”


                “ใช่ เขาต้องการเลขาน่ะ”


                “หืม แต่ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับงานเลขาเลยนะ” ผมออกตัวแรงเพื่อให้พี่ชุนคิดทบทวนอีกครั้ง “ให้เป็นล่ามแปลภาษายังจะดีซะกว่า”


                “งั้นแบมก็คุยกับพวกเขาเองสิ พี่ก็ไม่ค่อยรู้รายละเอียดนักหรอก”


                “อ่า เข้าใจแล้วครับ” ผมหันกลับไปหาคุณแจ็คสันก่อนค่อยๆ เอ่ยถามด้วยคำพูดสุภาพว่า “คุณแจ็คสันครับ งานที่คุณให้พี่ชุนช่วยหาคนให้มันเป็นงานตำแหน่งอะไรครับ”


                “เลขาของผมเอง” เขาส่งยิ้มหวานขณะตอบกลับ


                “แต่ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับงานเลขาเลยนะครับ ช่วยพิจารณางานอื่นให้ผมได้หรือเปล่า” ผมเงียบไปชั่วอึดใจเพื่อรอฟังคำตอบจากเขา


                “อืม ผมขอคิดดูก่อนนะ” เขายกมือขอเวลาก่อนก้มหน้ากัดเล็บมือราวกับครุ่นคิดอย่างหนัก ผมเองก็แอบลุ้นไปด้วยเพราะกลัวจะชวดงานนี้


                “ว่าไงครับ” เวลาผ่านไปนานจนผมต้องรีบเอ่ยถาม


                “ถ้าคุณแบมแบมไม่ถนัดงานเลขาก็คงต้องทำตำแหน่ง PR แทนแล้วล่ะครับโชคดีที่ยังว่างอยู่หนึ่งตำแหน่ง”


                “จริงเหรอครับ!” ผมทำตาลุกวาว จะบอกว่างาน PR เป็นงานถนัดเลยก็ไม่ได้ แต่ผมเชื่อมั่นในตัวเองว่าสามารถทำได้ดีแน่นอน “ผมตกลงครับ ผมรับงานนี้”


                “แล้วเรื่องเงินเดือน? คุณแบมแบมต้องการเรตประมาณไหนครับ”


                “ค่าแรงขั้นต่ำก็ได้ครับ ผมไม่เกี่ยงอยู่แล้ว”


                “งั้นเดี๋ยวพอไปถึงร้านอาหาร เราค่อยคุยรายละเอียดและเซ็นสัญญาเลยนะ เพราะวันศุกร์นี้เราจะเดินทางกลับไต้หวันแล้ว”


                “วันศุกร์นี้?” ผมชะงักงัน ถึงจะอยากทำงานเร็วๆ แต่การต้องเดินทางไปต่างประเทศแบบกะทันหันมันก็เกินไป ผมตั้งตัวไม่ทัน “มันเร็วเกินไปหรือเปล่าครับ”


                “ไม่เร็วหรอกครับ เดี๋ยวปลายเดือนหน้าพวกเราก็ต้องกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง”


                “อ่า ผมคงต้องทำวีซ่า...”


                “เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงครับ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผมเอง”


                ทำไมมัน...ง่ายดายแปลกๆ?   




++++++++++++++++++++

100%

นุ้งแบม ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ได้มาอย่างง่ายดายหรอกนะ 

ของสิ่งหนึ่งจะนำมาซึ่งอีกสิ่งหนึ่งเสมอ






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #72 ittimon19 (@ittimon19) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:28

    ทำไม่เปิดตอนต่อไปล่ะคะ ....เปิดให้หน่อยได้มั่ยจร้าาาาาา.....ไรท์จ๋าาา

    #72
    0
  2. #36 MM_MB (@maemetggt) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 13:44
    รอนะคร้าาา
    #36
    0
  3. #35 VioletRockZtar (@Deathlolipop) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 00:55
    จะเอาอะไรไปแลกน้อ
    #35
    0